Every New Beginning comes from some other Beginning's End
 
พฤษภาคม 2564
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
10 พฤษภาคม 2564

Japan Trip(Tip) once again : Day2@Tokyo Sky Tree

อ่าาาา ผ่านไป 2 ปีกว่า พึ่งจะได้มาอัพลงบล็อค (แต่ในเฟซฯน่ะ อัพตั้งแต่วันไปยันวันกลับ แถมมีรีวิวหลังไปให้อีกแน่ะ) แต่เนื่องในโอกาสที่ไวรัสโควิดสิบเก้ามาเยือนเรา ทำให้เราไปไหนไม่ได้ แต่คิดถึงเจแปนแล้วสิ ทำไงดีล่ะ งั้นก็มาเที่ยวญี่ปุ่นแบบทิพย์ๆกันเถอะ

ที่จะอัพทั้งหมดนี้ อิชั้นก๊อปมาจากที่อัพไว้ในเฟซฯนะ เพราะงั้นตอนอ่าน ก็ให้ท่านทำตัวเหมือนย้อนเวลากลับไปที่ปี 2018 ละกันนะ 

เอาล่ะ เริ่มย้อนอดีตไปเที่ยวญี่ปุ่น(ทิพย์) พร้อมๆกัน ณ บัดนาวววววววววววว

*********

อ่ะต่อๆๆ เร่งเขียน จะได้จบๆไป เอาเวลาไปทำอย่างอื่นต่อ 

วันที่ 2 วันนี้จริงๆไม่ได้วางแพลนอะไรไว้เลย แต่พอดีตอนวันแรกที่มาถึง ลงที่สถานี Oshiage (เพื่อต่อรถไฟใต้ดิน) เผอิญไปเห็นว่ามันเปนสถานีที่เชื่อมต่อไปที่ Tokyo Sky Tree ได้ จริงๆกะจะแวะตั้งแต่วันแรกเลย แต่ไม่ไหว เหนื่อยๆ และยังต้องหาทางไปให้ถึงโรงแรมให้ได้ก่อน ก็เลยเล็งไว้ล่ะว่าเดี๋ยวต้องมาดีกว่า ก็เลยพอมีเวลาหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่นี้ไว้ล่วงหน้านิดหน่อย

พอเข้าวันที่สอง ตอนเช้าลงมากินอาหารเช้าท่ามกลางอากาศหนาวเย็น แอบขี้เกียจว่าอยากนอนใต้ผ้าห่มกับฮีตเตอร์อุ่นๆในห้อง แต่ๆๆ ไม่ได้สิ มาญี่ปุ่นทั้งทีจะมานอนอยู่แต่ในห้องได้ไง แถมไหนๆก็เล็งไว้แระว่าจะไปที่ Tokyo Sky Tree ก็ต้องไปอ่ะดิ ก็เลยแงะตัวเองอาบน้ำแต่งตัวออกท่องญี่ปุ่นดีกว่า

การเดินทาง คือจริงๆมันก็เปนความบังเอิญอ่ะนะที่ตอนมาถึงแล้ว จนท.เขาแนะนำให้มาสายนี้ เลยได้ลงสถานีนี้และก็เลยรู้ว่ามันเปนสถานีเชื่อมต่อ วันนี้เลยง่ายนิดเดียว ลงรถไฟใต้ดินจาก Jimbocho ไปลงที่ Oshiage ได้เลย(7 สถานี) พอไปถึงก็เดินตามป้ายทางออก(ซึ่งเดี๋ยวนี้ป้ายเค้ามีภาษาอังกฤษให้แล้ว) ที่เขียนว่า Tokyo Sky Tree ก็ถึงเลย เดินเข้าไปตรงทางเข้า แล้วมันก็จะไปออกที่ด้านหน้าพอดี แล้วท่านก็จะเจอกับ...

Tokyo Sky Tree ที่สูงเด่นเปนสง่าอยู่ตรงหน้า โหๆๆๆๆ แบบว่าตื่นเต้น 5555 จริงๆคือเค้าบอกว่ามันคือหอคอยส่งสัญญาณโทรทัศน์ของญี่ปุ่นเค้าน่ะ(ที่เค้าบอกว่าเปน Tokyo Tower แห่งที่สอง) ชั้นล่างๆ จะเปนพวกห้างกับร้านค้าร้านอาหาร แล้วพอขึ้นไปถึงชั้น 4 ก็จะสามารถขึ้นไปยังชั้นที่ความสูงสุดบนหอคอยได้...

อ้าวๆๆ ขึ้นไปดูได้หรอ อยากลองขึ้นไปดูสักทีซิว่าเปนไง แต่ๆๆๆ ใครเค้าจะเปิดให้ขึ้นฟรีๆล่ะ เดินไปถามตรงประชาสัมพันธ์เค้าได้ความว่าค่าขึ้นไปข้างบนนั้น 4000 เยนจร้าาา* (ราคาไดเรค ซื้อทีเดียวขึ้นได้ตลอดถึงชั้นสูงสุด แต่ถ้าซื้อแบบไม่ถึงชั้นสูงสุดถ้าอยากขึ้นต่อก็ต้องไปซื้อตั๋วเพิ่มเอาข้างบนอีก) เอาแล้วไง คิดหนักเลยทีนี้ (เพราะต้องกันเงินไว้ ซื้อของหน้าคอนเสิร์ตอีก)  แต่...ไหนๆก็มาแล้วไม่อยากเสียเที่ยว หลังจากคิดไปคิดมาตีลังกาคิดไปสามพันรอบ ก็เลยตัดสินใจ...ซื้อตั๋วจร้าาา ซื้อแบบไดเรคเลยด้วยเพราะขี้เกียจไปซื้อตั๋วต่อข้างบน

ตอนซื้อตั๋ว จนท. ถามว่าคุณมาจากประเทศไหน เราก็บอกว่ามาจากประเทศไทย เค้าก็ถามว่ามีโบรชัวร์ที่เป็นภาษาไทยจะเอาไหม เราก็เอาสิ เค้าก็ให้มา ในโบรชัวร์จะมีที่ให้แสตมป์ตราที่ระลึกว่าเรามาถึงชั้นนี้ๆแล้วนะ แน่นอนว่าอิชั้นไม่พลาดที่จะไปแสตมป์มาเรียบร้อยค่าาาาา (จริงๆมันมีร้านขายโปสการ์ดแล้วก็สามารถแสตมป์ตราลงไปได้เหมือนกัน แต่เราประหยัดค่ะ ใช้โบรชัวร์นี่แหละ 555)

เอ้าต่อๆๆ พอซื้อตั๋วเสร็จก็ไปรอขึ้นลิฟท์เพื่อที่จะขึ้นไปที่ระดับความสูงแรกคือ 350 ม. ก่อน ตอนที่ลิฟท์ค่อยๆขึ้นไป ก็ตื่นเต้นอยู่แล้ว พอประตูลิฟท์เปิดออกแล้วเห็นภาพตรงหน้า ที่แบบคือเห็นเมืองโตเกียวทั้งเมืองอยู่ตรงหน้าเราแล้วมันโหยยยแบบว่าตื้นตันสุดๆ น้ำตาจะไหล รู้สึกดีใจขึ้นมาทันทีที่ตัดสินใจซื้อตั๋วขึ้นมา 

มาถึงชั้นนี้ก็เดินดูรอบๆ เห็นเมืองโตเกียวอยู่ตรงหน้ามันสวยอ่ะบอกไม่ถูก มีจุดให้ถ่ายรูปได้หลายจุด และก็จากชั้นนี้ เราก็เดินลงบันไดไปที่ชั้น 345,340 ม.ได้ ซึ่งตรงชั้นที่ 340 ม. นี่แหละที่มีพื้นกระจก เป็นจุดวัดใจ ให้เราไปยืนถ่ายรูปได้ ตรงนี้ขนาดรู้ว่าพื้นกระจกหนาและแข็งแรงอยู่แล้ว แต่พอเอาเข้าจริง พอไปยืนแล้วมองลงไปข้างล่าง มันก็หวิวๆ บอกไม่ถูก ขาสั่นเลย ก็ต้องยืนทำใจอยู่นานกว่าจะก้าวขาเข้าไปยืนถ่ายรูปได้ เสร็จแล้วก็กลับขึ้นไปเพื่อไปรอขึ้นลิฟท์เพื่อขึ้นไปสู่ชั้นสูงสุด...

พอขึ้นไปถึงชั้นที่ความสูง 450 ม. ตรงนี้จะเป็นจุดสูงสุดแล้ว บริเวณข้างบนจะเป็นสถานที่ให้จัดแสดงพวกนิทรรศการ ซึ่งในวันที่เราไปนั้นเป็นงานแสดงนิทรรศการ.... ดราก้อนบอล จร้าาาา ถูกใจคอการ์ตูนญี่ปุ่นในยุคช่อง 9 การ์ตูนอย่างเราเปนยิ่งนัก 5555 ก็เดินดูพี่โงกุน เบจิต้า ปิคโกโร่ ฯลฯ อยู่พักนึงแล้วก็ลงลิฟท์กลับมาที่ชั้น 350 ม. (คือมันต้องลงมาที่ชั้นนี้ก่อนแต่ถ้าลงมาแล้วจะขึ้นกลับไปอีกไม่ได้แล้ว) ก็เดินถ่ายรูปที่ชั้นนี้อีกรอบก่อน (กะว่าเอาให้คุ้มกับค่าตั๋วหน่อย) แล้วจึงลงรีบกลับมาที่ชั้น 4 ก็เดินถ่ายรูปบรรยากาศตอนเย็นๆอีกนิด (ตอนนั้นประมาณ 5 โมงเย็นแต่ฟ้ามืดแล้ว ไฟสวยมาก) เสร็จแล้วก็ขึ้นรถไฟกลับโรงแรม 

ก็เป็นอันว่าจบวันที่สองไปแบบฟินๆ ก็ไปขลุกอยู่ที่ Tokyo sky tree ทั้งวัน อันที่จริงถ้าเดินได้เร็วกว่านี้ อาจจะลองไปต่อที่วัดอาซากุสะก็ได้(เห็นเขาว่ามันอยู่ใกล้ๆกัน) แต่ด้วยสภาพร่างกายที่ต้องค่อยๆเดิน แถมต้องหยุดพักเป็นระยะเพราะเดินมากแล้วมันเหนื่อย ก็เลยได้แค่ที่เดียว ก็ไม่เป็นไรไว้คราวหน้าค่อยไปแล้วกัน

มาถึงแระ Tokyo sky tree


ภายในก็เปนเหมือนห้าง มีร้านขายของขายอาหาร


ขึ้นมาถึงชั้น 4 ก่อน ถ้าจะขึ้นไปบนยอดหอคอยก็ต้องซื้อตั๋ว


แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจซื้อตั๋วขึ้นไปข้างบน ซึ่งไม่ผิดหวังจริงๆ
ได้เห็นโตเกียวในมุมสูง


แอบเสียวนิดนึงนะ 5555


ตรงชั้นที่จัดนิทรรศการดราก้อนบอล


กลับแระ แต่ขอชมบรรยากาศยามค่ำคืนอีกนิด (หอคอยมีไฟสวยมากกกกกก)


ยังมีต่อ...

bbL'®2021©

<<< Day 1 Back
Next Day 3 >>>



Create Date : 10 พฤษภาคม 2564
Last Update : 12 พฤษภาคม 2564 19:58:12 น. 2 comments
Counter : 170 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณKavanich96


 


โดย: babyL' วันที่: 10 พฤษภาคม 2564 เวลา:19:54:23 น.  

 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 12 พฤษภาคม 2564 เวลา:8:19:13 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

babyL'
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Pol.Sub.Lt babyL'obster
บ้านเกิดอยู่ทะเลฝั่งอ่าวไทย แต่ตอนนี้มาใช้ชีวิตอยู่ทะเลฝั่งอันดามัน

หมายเหตุ : ข้อความหรือรูปภาพต่างๆที่อยู่ในบล็อคนี้ ขอสงวนลิขสิทธิ์ ซึ่งถ้าหากต้องการนำไปใช้ กรุณาบอกกล่าวขออนุญาติกันนิดนึง และกรุณาให้เครดิตกันด้วยนะจ๊ะ

ถ้าหากพบว่ามีการนำไปใช้โดยไม่บอกกล่าวหรือไม่ให้เครดิต จะดำเนินการตามกฏหมายสูงสุดทันที

ให้ถือเป็นไปตามนี้ นับแต่วันที่ประกาศนี้เป็นต้นไป (จริงๆก็บอกไว้ตั้งแต่หน้าแรกที่เริ่มเขียนแล้ว แต่เอาจริงๆก็ตามนี้แหละ)

ประกาศ ณ วันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2553

BbL's Kung

Create your badge

x+x+x+x+x+x+x+x+x+

ในที่สุด เราก็ได้เจอกันแล้ว

และเราจะรอวันที่ได้เจอกันอีกครั้ง
[Add babyL''s blog to your web]