Advanced and Caring
Group Blog
 
 
เมษายน 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
15 เมษายน 2552
 
All Blogs
 
ยาฆ่าแมลง/ยาฆ่ายุง

ในปัจจุบันในแต่ละครัวเรือน มักจะมีการนำผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีเป็นส่วนประกอบมาใช้ เพื่อทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน เพื่อกำจัดยุง แมลงหรือสัตว์เลี้ยงต่างๆ ที่มักชอบบุกรุกเข้ามาภายในบ้าน เช่น ปลวก มด หรือแมลงสาบ เป็นต้น การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ตลอดจนการใช้ด้วยวิธีที่ถูกต้องเหมาะสม เป็นสิ่งจำเป็นที่ท่านควรจะทราบ

การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ยาฆ่าแมลง หรือยากำจัดยุง จะต้องเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากแสดงเครื่องหมาย อย. และมีอักษรย่อ วอส. นำหน้าเลขทะเบียน มีชื่อผลิตภัณฑ์เป็นภาษาไทย แสดงชื่ออัตราส่วนของสารออกฤทธิ์ ชื่อผู้ผลิต และแหล่งที่ผลิต พร้อมทั้งคำเตือน ภาชนะบรรจุจะต้องไม่รั่วซึม มีฝาปิดสนิทไม่สามารถรั่วไหลได้ ก่อนใช้จะต้องอ่าน และทำความเข้าใจกับวิธีใช้ และคำเตือนฉลากอย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และได้ผลคุ้มค่าที่สุด

การใช้ผลิตภัณฑ์ฉีดพ่น กำจัดยุง และแมลงในบ้านเรือนนั้น ก่อนการฉีดพ่น จะต้องให้คน และสัตว์เลี้ยงออกมานอกห้องเสียก่อน ปิดประตูหน้าต่าง และให้ผู้ฉีดสวมถุงมือ และหน้ากาก หรือใช้ผ้าปิดปาก และจมูก แล้วจึงฉีดพ่นผลิตภัณฑ์ดังกล่าวขึ้นข้างบนทั้งสี่ด้านของห้อง ฉีดประมาณ 15 นาที จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที เพื่อให้ละอองกระจายทั่วถึง แล้วจึงเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ ระวังอย่าให้ละอองเข้าตา ปาก และจมูก อย่าฉีดพ่นในห้องที่มีเด็กอ่อนหรือผู้ป่วย เมื่อเสร็จจากการใช้แล้วต้องล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำ และสบู่ทุกครั้ง หากผลิตภัณฑ์ฉีดพ่นกำจัดแมลงถูกผิวหนัง ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง ถ้าเปื้อนเสื้อผ้าให้รีบถอดออกแล้วเปลี่ยนใหม่ทันที หากกลืนกินเข้าไปห้ามทำให้อาเจียน ให้รีบนำส่งพร้อมภาชนะบรรจุ ฉลาก หรือใบแทรกของผลิตภัณฑ์นั้นๆ

Halogenated Hydrocarbon

  1. ยาฆ่าแมลงจำพวกคลอริเนตเตทไฮโดรคาร์บอน หรือยาจำพวกออร์กาโนคลอรีน ได้แก่ ดีดีที เคลเธน คลอเดน อัลดริน ดรีลดริน ใช้กำจัดแมลงได้อย่างกว้างขวาง มีพิษคงทนอยู่ในธรรมชาติได้นาน จึงมีปัญหาสารพิษตกค้างในอาหาร และเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมมาก
  2. ดีดีที ถูกนำมาใช้เพื่อฆ่าแมลงเมื่อประมาณ 50 ปีมาแล้วในช่วงภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
  3. ยาฆ่าแมลงจำพวกคลอริเนตเตทไฮโดรคาร์บอน หรือยาจำพวกออร์กาโนคลอรีน มีความคงทน ไม่สลายตัว ไม่ละลายน้ำ แต่ละลายได้ในน้ำมัน ลักษณะเป็นผลึกสีขาว ไม่มีกลิ่น ที่ผลิตใช้ในครัวเรือนมักจะละลายในน้ำมันก๊าด และน้ำมันเบนซิน
  4. ในปัจจุบันไม่นิยมใช้สารจำพวกนี้ เช่น ดีดีที เนื่องจากสลายตัวยาก ทำให้มีการสะสมอยู่ในภาวะแวดล้อม ในคนและสัตว์รวมทั้งพืชด้วย ดีดีทีที่อยู่ในดินอาจจะเข้าไปสะสมอยู่ในผลไม้ได้ถ้าต้นไม้นั้นปลูกอยู่ในดินที่มีสารนี้ ในหน้าฝนเมื่อมีฝนตกลงมา น้ำฝนจะชะล้างเอาดีดีทีในดินลงไปในแม่น้ำลำคลอง ปลาที่อยู่ในบริเวณนั้นอาจมีดีดีทีอยู่ด้วย เมื่อนกกินปลาเข้าไป สารนี้ก็จะอยู่ในนก ถ้าเรากินปลาหรือนกที่มีสารนี้อยู่ดีดีทีจะเข้าไปในร่างกายของเราและจะไปสะสมอยู่ในไขมัน ซึ่งการศึกษาพบว่ามนุษย์เราภายหลังการใช้ดีดีทีมาเป็นเวลานาน ได้มีการสะสมอยู่ในไขมันภายในร่างกายเป็นจำนวนมากและมีหลายประเทศได้ห้ามใช้อย่างเด็ดขาด

Organophosphate

  1. สารออร์กาโนฟอสเฟตเป็นยาปราบศัตรูพืชที่ใช้กันมากในขณะนี้ ซึ่งมีอยู่หลายชนิดด้วยกัน ในจำพวกนี้ที่แพร่หลายและเป็นที่รู้จักกันดีทั่วไป คือ พาราไธออน (parathion) หรือในนามของยาโฟลิดอล, E 605 หรือยาเขียวฆ่าแมลง หรือยาฆ่าแมลงตราหัวกะโหลกไขว้ ยานี้ได้มีหลายบริษัทผลิตออกจำหน่าย ซึ่งมีชื่อทางการค้าต่างๆ กันเช่น อีคาท็อกซ์ เพอร์เฟคไธออน เมตาซีสต๊อกซ์ โอโซ ออร์โธฟอส พาราเฟต ซูมิไธออน มาลาไทออน กูซาไทออน เมวินฟอส ไดอะซิโนน ไดซีสตอน เป็นต้น
  2. ห้างร้านหรือบริษัทในประเทศไทยบางรายได้นำสารนี้มาผสมและจำหน่าย มีชื่อในทางการค้าต่างๆกัน เช่น ยาฆ่าแมลง 100% ยาฆ่าแมลงตราหัวกะโหลกไขว้ และสูตรทางเคมีก็มีวิวัฒนาการเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีสารเพิ่มขึ้นอีกหลายอย่าง แต่กลไกในการออกฤทธิ์ยังคงเหมือนเดิม พาราไธออนจึงเป็นตัวแทนของสารกลุ่มนี้
  3. พาราไธออนเป็นสารประกอบ ซึ่งมีชื่อทางเคมีว่า diethyl-pnitrophenylthio-phosphate มีลักษณะเป็นวัตถุเหลวข้น สีเหลืองหรือสีน้ำตาลแก่ สารชนิดนี้ละลายน้ำได้เพียงเล็กน้อยประมาณ 1:50,000 แต่ละลายได้ดีในอีเธอร์และคลอโรฟอร์ม และจะสลายตัวได้ง่ายเมื่อถูกกับกรดหรือด่าง หรือถูกกับแสงแดด มีกลิ่นเหม็น ผู้ที่เคยดมกลิ่นเพียงครั้งเดียวก็จะจำได้เพราะมีกลิ่นเหม็นเป็นพิเศษ
  4. สารออร์กาโนฟอสเฟตมีประสิทธิภาพสูงในการฆ่าแมลง และสลายตัวได้รวดเร็วหลังการใช้ จึงใช้ได้ดีในพืชผัก โดยการพ่นก่อนเก็บเกี่ยวในระยะเวลาสั้นๆ บางชนิดมีฤทธิ์เป็นยาฆ่าแมลงประเภทดูดซึม จึงใช้ได้ดีในการปราบแมลงปากดูดจำพวกเพลี้ยและมวน รวมทั้งแมลงที่กัดกินอยู่ภายในลำต้น เช่น หนอนเจาะลำต้น

Carbamates

  1. ยาฆ่าแมลงจำพวกคาร์บาเมตได้แก่ คาร์บารีล เซวิน เซฟวิน เทมิค ฟูราดาน ฟูราแดน และแลนเนท เป็นยาฆ่าแมลงที่ค่อนข้างใหม่กว่ายาฆ่าแมลงจำพวกคลอริเนตเตทไฮโดรคาร์บอน และออร์กาโนฟอสเฟต ยาฆ่าแมลงกลุ่มคาร์บาเมตเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในทางด้านเกษตรกรรมเพื่อกำจัดแมลงศัตรูพืช
  2. ยาฆ่าแมลงจำพวกคาร์บาเมตมีพิษต่อมนุษย์ และสัตว์เลือดอุ่นน้อยมาก ยกเว้นยาเทมิค ยาฆ่าแมลงกลุ่มนี้มีความเป็นพิษน้อยกว่ากลุ่มออร์แกนโนฟอสเฟต แต่อาการเป็นพิษเกิดขึ้นเร็ว และสลายตัวเร็ว ยาฆ่าแมลงกลุ่มคาร์บาเนตมีผลต่อระบบประสาททั้งสัตว์ และคน โดยไปยับยั้ง (เกาะติด) สารที่ทำหน้าที่ปิดสะพานการเชื่อมต่อระหว่างระบบประสาทกับอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย จึงทำให้เกิดการทำงานของอวัยวะเหล่านั้นมากกว่าปกติ เช่น กล้ามเนื้อทำงานมากเกินไป ทำให้ขาสั่นตลอดเวลา ชักเกร็ง หรือน้ำลาย น้ำตา หรือเหงื่อออกมากผิดปกติ อาการเป็นพิษเกิดขึ้นในช่วง 15 นาทีหลังได้รับ และต่อเนื่องอยู่ประมาณ 3 ชั่วโมง เนื่องจากยาฆ่าแมลงกลุ่มนี้สลายตัวได้รวดเร็วจึงมีฤทธิ์อ่อน พิษที่เกิดขึ้นจึงไม่รุนแรงมากนัก หากได้รับในปริมาณที่ไม่เกินกำหนด
  3. ยาฆ่าแมลงจำพวกคาร์บาเมตสลายตัวได้รวดเร็ว ไม่ตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังไม่ตกค้าง หรือสะสมอยู่ในสิ่งแวดล้อมเป็นเวลานาน
  4. ยาฆ่าแมลงจำพวกคาร์บาเมตมีราคาค่อนข้างแพง

Inorganic insecticide

  1. ยาฆ่าแมลงจำพวกสารอนินทรีย์ได้แก่ สารจำพวกสารหนู กำมะถันผง และคอปเปอร์ซัลเฟต
  2. สารหนูเป็นยาฆ่าแมลงที่ใช้กันมานานแล้ว นิยมใช้ในการป้องกันกำจัดแมลงประเภทปากกัดกิน เช่น แมลงสาบ ปลวก ตั๊กแตน และตัวหนอนผีเสื้อกินพืชบางชนิด ถึงแม้ว่าจะมีอันตรายน้อยต่อแมลงที่มีประโยชน์ แต่มีพิษต่อคน และสัตว์มาก
  3. ยาฆ่าแมลงจำพวกสารอนินทรีย์สลายตัวได้ยากและมีพิษต่อพืชสูง

Botanical insecticide

  1. ยาฆ่าแมลงจำพวกสกัดมาจากพืช ได้แก่ ยาฉุนสกัดจากใบยาสูบ โล่ติ้นสกัดจากรากของต้นหางไหล และไพรีทรินส์สกัดจากดอกต้นไพริทรัม ยาฆ่าแมลงจำพวกนี้โดยเฉพาะไพรีทรินส์นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย โดยผสมกับยาฆ่าแมลงอื่นๆ บรรจุในกระป๋องสเปรย์ ใช้ฆ่ายุง
  2. ยาฆ่าแมลงจำพวกสกัดมาจากพืชมีพิษต่อระบบหายใจของแมลง แมลงจะมีอาการขาดออกซิเจนและเป็นอัมพาตตายในที่สุด
  3. ยาฆ่าแมลงจำพวกสกัดมาจากพืชมีพิษต่อคน และสัตว์เลือดอุ่นน้อยมาก สลายตัวได้รวดเร็ว จึงไม่มีพิษตกค้างในสิ่งแวดล้อม

Insect pathogens

  1. ยาฆ่าแมลงจำพวกสารที่เป็นเชื้อโรคของแมลง ได้แก่ ทูริไซด์และอาร์โกนา ผลิตจากเชื้อแบคทีเรีย และไวรอนเอช ผลิตจากไวรัส โดยที่เชื้อโรคของแมลงเหล่านี้ รวมทั้งไส้เดือนฝอย สัตว์เซลล์เดียว และเชื้อรา จะทำให้แมลงเกิดเป็นโรคและตายในที่สุด
  2. ในต่างประเทศนิยมใช้ยาฆ่าแมลงจำพวกสารที่เป็นเชื้อโรคของแมลง เช่น ใช้เชื้อแบคทีเรียชนิด Bacillus thuringiensis ในการปราบหนอนคืบผักกาด
  3. ข้อดีของยาฆ่าแมลงจำพวกนี้คือ จะมีอันตรายเฉพาะเจาะจงต่อศัตรูพืช แต่ไม่มีอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์อื่นๆ

Hormones and pheromones

  1. ยาฆ่าแมลงจำพวกฮอร์โมน และฟีโรโมนเป็นยาฆ่าแมลงที่ค่อนข้างใหม่มาก และได้รับการศึกษาค้นคว้าวิจัยอย่างกว้างขวาง จากการที่ใช้ฮอร์โมนเข้าไปเปลี่ยนแปลงระบบการเจริญเติบโตและระบบการสืบพันธุ์ของแมลง เช่น จูวีไนล์ ฮอร์โมน (juvenile hormone) ใช้กับลูกน้ำยุง ทำให้ลูกน้ำยุงไม่เติบโตเป็นยุงตัวเต็มวัย และไม่เกิดการผสมพันธุ์ขึ้น
  2. ฟีโรโมนใช้ในการดึงดูดให้แมลงมารวมกันมากๆ ในจุดที่ต้องการ แล้วทำลายแมลงเหล่านั้นโดยเร็ว หรือการใช้ฟีโรโมนเทียมทำให้แมลงสับสน และหาคู่ผสมพันธุ์ในธรรมชาติไม่ได้ ในที่สุดปริมาณจะลดลงหรือสูญพันธุ์ไป

Methoprene

  1. methoprene เป็นสารสังเคราะห์เลียนแบบฮอร์โมนจากต่อม corpora allata ของแมลงซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง ทำหน้าที่เป็นสารยับยั้งการเจริญเติบโตของแมลง ชื่อการค้า Altosid ชื่อทางเคมี Isopropyl-11-methoxy-3, 7, 11-trimethyl-2, 4-dodecadienoate ผลิตโดยบริษัท Zoecon ประเทศสหรัฐอเมริกา คุณสมบัติทางฟิสิกส์และเคมี เป็นของเหลวไม่มีสี ละลายได้ในน้ำประมาณ 1.39 ppm และละลายได้ในตัวทำละลาย ความเป็นพิษมีคุณสมบัติคล้าย juvenile hormone ทำให้ตัวอ่อนแมลงไม่เจริญเติบโตไปเป็นตัวเต็ม
  2. สูตรเม็ด (Altosid tablet 10% หรือ Altotabs) เหมาะกับภาชนะเก็บกักน้ำต่างๆ ยางรถยนต์ อัตราที่แนะนำให้ใช้ คือ 1 เม็ดต่อน้ำ 100 ลิตร สูตรเม็ดอีกประเภทหนึ่ง คือ Altosid pellets เหมาะกับแอ่งน้ำ นาข้าว บ่อน้ำ บ่อน้ำพุ สระน้ำที่ไม่ได้ใช้งาน ยางรถยนต์ และภาชนะเก็บกักน้ำต่างๆ เป็นต้น ให้ใช้ในอัตรา 5-10 ปอนด์ต่อพื้นที่ 1 เอเคอร์ ออกฤทธิ์นานประมาณ 30 วัน สำหรับสูตรเม็ดชนิด Altosid XR-G ให้ใช้ในอัตรา 5-10 ปอนด์ต่อพื้นที่ 1 เอเคอร์เพื่อควบคุมลูกน้ำยุงลายและลูกน้ำยุงก้นปล่อง ถ้าต้องการใช้ควบคุมลูกน้ำยุงรำคาญและลูกน้ำยุงเสือต้องเพิ่มปริมาณการใช้เป็น 10-20 ปอนด์ต่อพื้นที่ 1 เอเคอร์
  3. สูตรน้ำ (Altosid liquid larvicide หรือ Altosid SR-5 และ Altosid 10 F) เหมาะกับหนองน้ำ บึง บ่อ นาข้าว ฯลฯ ใช้ควบคุมลูกน้ำระยะที่ 2, 3 และ 4 ออกฤทธิ์นานประมาณ 7-10 วัน สามารถนำสูตรน้ำมาเตรียมเป็นชนิดเคลือบเม็ดทราย (Altosand) และชนิดเม็ด (Altodac granular) ได้ สูตรน้ำเข้มข้น (Altosid liquid larvicide concentrate หรือ Altosid SR-20) ออกฤทธิ์นานประมาณ 7-10 วัน
  4. สูตรก้อน (Altosid 30-day briquets) ต้องใส่ซ้ำทุก 30 วัน เหมาะกับบ่อเลี้ยงปลา บ่อน้ำพุ อ่างบัว แอ่งน้ำ รางน้ำข้างถนน สระว่ายน้ำที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว สำหรับแหล่งน้ำที่มีความลึกไม่เกิน 2 ฟุตและน้ำไม่ไหลเวียน ให้ใช้ในอัตรา 1 ก้อนต่อพื้นที่ 100 ตารางฟุต หากน้ำนั้นมีความลึกเกินกว่า 2 ฟุตและมีการไหลเวียนของน้ำ ให้ใช้ในอัตรา 1 ก้อนต่อน้ำ 10 ลูกบาศก์ฟุตหรือ 1 ก้อนต่อน้ำ 75 แกลลอน ส่วนสูตรเป็นก้อนมีฤทธิ์ตกค้าง (Altosid XR briquets) มีฤทธิ์อยู่ได้นานถึง 150 วัน เหมาะกับภาชนะเก็บกักน้ำและแหล่งน้ำต่างๆ
  5. กลไกการออกฤทธิ์ methoprene เป็นสารยับยั้งการเจริญเติบโตของแมลง โดยจะไปขัดขวางการสร้าง chitin ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของผิวภายนอกของแมลงในระยะที่เป็นตัวอ่อน methoprene จะทำให้ลูกน้ำเจริญเติบโตช้า การลอกคราบใช้เวลานานกว่าปกติ ลูกน้ำไม่สามารถลอกคราบไปเป็นตัวโม่งได้ และจะตายไปในที่สุด สารยับยั้งการเจริญเติบโตของแมลงมีข้อดี คือ มีความจำเพาะเจาะจงต่อสิ่งมีชีวิตที่เป็นเป้าหมาย จึงไม่มีอันตรายหรือมีอันตรายน้อยมากต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เช่น ปลา สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และแมลงที่มีประโยชน์ การใช้สารยับยั้งการเจริญเติบโตของแมลงแทนสารเคมี จะเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหาพิษตกค้างของสารเคมีและการดื้อสารเคมีของแมลง
ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 15 เมษายน 2552
Last Update : 15 เมษายน 2552 16:22:15 น. 3 comments
Counter : 1782 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ


ตามมาอ่านเพื่อความรู้ ...
ที่บ้านชอบใช้ยาฉีดกันยุงนัก ดิฉันไปเชิญมาอ่านทีละคนเลยค่ะ

ขอบคุณนะคะ


พุธวารสิริสวัสดิ์-มัยมนัสรมณีย์ค่ะ


โดย: sirivinit วันที่: 15 เมษายน 2552 เวลา:18:46:43 น.  

 
ด้วยความยินดีครับ


โดย: bangkokhospital วันที่: 17 เมษายน 2552 เวลา:8:56:19 น.  

 
สอบถามคุณหมอนิดนึงซิค่ะ

ถ้ายุงที่บ้านเยอะค่อนข้างมาก มุงลวดก็เอาไม่ค่อยอยู่ เลยไปซื้อพวกเชลทอคสูตรน้ำที่ต้องเสียบปลั๊ก อันนี้มีอันตรายมากหรือเปล่าค่ะ พอดีมีลูกสาวอายุ 2 ขวบ แล้วเค้าโดนกัดเยอะมากอยู่คนเดียว

ขอบคุณค่ะ


โดย: แม่น้องต้นข้าว (ton-kaw-moomoo ) วันที่: 20 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:52:29 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

bangkokhospital
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add bangkokhospital's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.