บ้านที่มีความรักและความอบอุ่นคือจินตนาการของคนไทยยามนี้ !
Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
4 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
สู้ฝัน-มายา-ชะตากรรม-เรือน้อย-มาลีฮวนน่า







https://www.youtube.com/watch#!v=AFIiHfHo5vI&feature=related



https://www.youtube.com/watch?v=1el3j-E09As





Create Date : 04 เมษายน 2553
Last Update : 4 เมษายน 2553 19:12:24 น. 7 comments
Counter : 546 Pageviews.

 
อีก ๓ วันคือ"คำตอบของประเทศไทย?"

* เปลว สีเงิน

12 เมษายน 2553 - 00:00

ความรู้สึกอัดอกพี่น้องไทยทุกคนเป็นอย่างไร ผมเข้าใจ เพราะผมก็เช่นนั้น พี่น้องคลานตามจากครรภ์มารดาเดียวกัน บางครั้งยังทะเลาะถึงฆ่ากัน แล้วนับประสาอะไรกับ "ผองไทยคือพี่น้องกัน" ซึ่งต่างท้องเพียงแต่ "ร่วมประเทศ" ฉะนั้น-ไฉน ไทยกว่า ๖๐ ล้านคน จะไม่ทะเลาะถึงฆ่ากันบ้างในบางครั้ง-บางคราว เหตุการณ์ "มิคสัญญีเมือง" เมื่อเสาร์ ที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓ ป่วยการรัฐบาลหรือเสื้อแดงจะมัวเถียงกันว่า "ใครผิด-ใครถูก"?
ณ เวลานี้-ขณะนี้ ทั้งรัฐบาล และเสื้อแดง ควรตอบกับตัวเองว่า "เราคือคนไทยใช่มั้ย?" จากนั้นก็ ตั้งสติ ละทิ้งอัตตา ตั้งกรอบปฏิบัติอยู่ในฐานประโยคเดียวกันว่า
๑.ประเทศชาติต้องมาก่อน ต้องสละเพื่อตน และช่วยกันรักษาเพื่อไทยไว้ก่อน ใช่หรือไม่?
๒.ถ้าใช่-เลิกทิฐิ แล้วมานั่งหาทางตกลงกัน จะยุบสภาช่วงไหน-เดือนไหน ได้หรือไม่? และ
๓.จากนั้น คืนประเทศไทยให้คนไทย ต่างฝ่ายต่างไปเตรียมเข้าสู่อำนาจตามระบอบประชาธิปไตย ได้หรือไม่?
ทุกอย่างที่ผ่านคืออดีต เรียกกลับคืนไม่ได้ ฉะนั้น ใช้มันเป็นบทเรียน อย่านำมาสร้างบทเรียนซ้ำซาก โดยนัยนี้ เมื่อวาน-ให้เป็นเรื่องของเมื่อวาน ส่วนปัจจุบัน-คือวันนี้ เราทั้งหลายหันหน้ามาร่วมกันหาทางสร้างสุขให้ชาติดีไหม?
ผมรู้ และเข้าใจดีว่า ที่พูดมาทั้งหมดนี้ "ไม่มีความหมาย" ที่ใครจะฟัง เพราะอะไร....เพราะเมื่อสำรวจแนวรบหลังปฏิบัติการ "สงครามกลางเมือง" คืนวันเสาร์ ฝ่ายเสื้อแดงเขามั่นใจว่าคุมสภาพได้เหนือฝ่ายรัฐบาล
เมื่อ "ถือไพ่เหนือรัฐบาล" ฉะนั้น การต่อรอง และการได้คิดจิตสำนึกเพื่อสังคมชาติ ย่อมไม่มี นอกจากเป้าหมายเดียว คือ
ยึดประเทศ-เปลี่ยนระบอบ-ล้มสถาบัน!?
ขณะนี้ เป็นที่ประจักษ์ชัดสู่สากลโลกแล้วว่า สิ่งที่เสื้อแดงกระทำมาโดยตลอด ไม่ใช่การชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยโดยบริสุทธิ์ หากแต่สิ่งที่ขบวนเสื้อแดงกระทำไปทั้งหมด ทั้งวาจาปลุกระดม ทั้งการเผยแพร่ทางสื่อ ทั้งปฏิบัติการสู่เป้าหมายสุดท้าย ทั้งหลาย-ทั้งปวงคือ
การ "กบฏภายในราชอาณาจักร" โดยมีกองกำลังติดอาวุธเป็นกองทัพอยู่เบื้องหลัง!?
อย่าไปมองว่านี่คือความล้าหลัง-ป่าเถื่อนของสังคมไทย ผมอยากจะบอกว่า ไม่ว่าประเทศชาติไหน ถ้าจะโต ถ้าจะเติบใหญ่ สู่ความเป็นชาติแห่งชนอารยะ ล้วนต้องเผชิญและต้องก้าวผ่านเหตุการณ์เช่นนี้ไปก่อนให้ได้ทั้งสิ้น เราเรียกมันว่า "การลอกคราบ"
เมื่อ พ.ศ.๒๔๐๔-๒๔๐๘ สหรัฐอเมริกา ชาวอเมริกันร่วมชาติเดียวกันขัดแย้งเรื่องทาส แล้วแยกฝ่าย-แบ่งข้างเป็นเหนือ-ใต้ ยกกำลังแต่ละฝ่ายเข้าประหัตประหารฆ่าแกงกัน เลือดอเมริกันนองแผ่นดินอเมริกา กว่าจะหันหน้ามาร่วมชาติสมานฉันท์ ก็ต้องใช้ชีวิตคนในชาติเดียวกันเซ่นไปกว่า ๖ แสนศพ!
เมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๑-๒๔๖๕ เลนินนำการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองรัสเซียไปสู่ระบบคอมมิวนิสต์ อ้างว่าทำลายระบบชนชั้นแล้วประชาชนจะมี-จะได้ทุกสิ่งทัดเทียมกัน และจะหลุดพ้นจากความอดอยาก ปรากฏว่าทั้งไม่เป็นความจริง และทั้งไม่มีอะไรจริงตามนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงอดอยาก-ยากจนเหมือนเดิม แถมจะยิ่งอดอยากและมีการเอารัด-เอาเปรียบหนักขึ้น
สุดท้าย ด้วยการหลอกทำสงครามชนชั้น ทำให้คนรัสเซียต้องฆ่าแกงกันเองไปกว่า ๙ ล้านศพ!
เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๙-๒๔๘๒ ที่ประเทศสเปน ก็คล้ายประเทศไทยที่เป็นอยู่ขณะนี้ ชาวสเปนส่วนหนึ่งรักษาระบอบประชาธิปไตย แต่อีกส่วนหนึ่งเชื่อว่า เผด็จการประชาธิปไตยแบบ "ระบอบทักษิณ" ดีกว่า แล้วทั้งสองฝ่ายแต่ชาติเดียวกันก็ยกกำลังฆ่าแกงกันเองไปกว่า ๕ แสนศพ!
แม้กระทั่งปัจจุบันนี้ ตัวอย่างที่คนไทยทุกคนควรนำมาสำนึกให้ดี ก็ที่ "โซมาเลีย" ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๔-๒๕๔๗ ประเทศแตกเป็นก๊ก เป็นฝ่าย และต่างตั้งกองกำลัง แล้วรบราฆ่าฟันประหัตประหารกันเองเพื่อช่วงชิงอำนาจ จนถึงวันนี้ ประชาชนโซมาเลียต้องสังเวยความบ้าอำนาจด้วยการถูกสวมเขาให้ขวิดกันเองตายไปแล้วกว่า ๕ แสนศพ
และยัง "ไม่จบ" ยังจะฆ่ากันต่อถึง ณ วินาทีนี้!
สังคมโลกเรียกโศกนาฏกรรมของสัตว์เมืองซ้ำซาก ที่ทุกคนศึกษาแล้วไม่เคยสำนึกเช่นนี้ว่า "สงครามกลางเมือง" หรือในศัพท์สากลว่า CIVIL WAR!
ย้อนกลับมาดูบ้านเมืองเราต่อ ณ เวลานี้ ไทยเราเข้าสู่กระบวนการอุบาทว์ "สงครามกลางเมือง" หรือ Civil War แล้วใช่ใหม? ผมว่า ก็คงไม่มีเหตุผลอื่นใดเพื่อเลี่ยงที่จะไม่ตอบว่า...ใช่
แต่...ไทยเราเจริญพอสมควรแล้ว อีกทั้งเป็นชาติ "อารยะ-วัฒนธรรม" ทางสถาบันมีรากเข้มแข็ง ดังนั้น การนำประเทศและสังคมชาติให้ก้าวผ่าน "สงครามกลางเมือง" สู่สุข-ศานติด้วยอารยะ อย่างสหรัฐ อย่างรัสเซีย อย่างสเปน และอย่างอังกฤษ
ชาวบ้าน-ทหาร ๒๑ ศพ เมื่อวันเสาร์ก็ "เกินพอ" แล้ว!?
เอาละ...พูดกันในภาพพอเห็นภาพ มาดูถึงสถานภาพเป็นจริงขณะนี้บ้าง จากคืนวันเสาร์ ฝ่ายรัฐบาล โดยปฏิบัติการทหาร-ตำรวจ "สร้างความทุกข์ใจ" ให้ประชาชน ด้วยหนักใจในประสิทธิภาพและศักยภาพของรัฐบาล-ทหาร-ตำรวจมากพอสมควร แต่ถึงอย่างไร ประชาชนส่วนใหญ่ยังคง
สนับสนุน "นายกฯ อภิสิทธิ์" อยู่!
ยุบสภานั้น-ยุบได้ แต่ไม่ใช่เดี๋ยวนี้ หรือ ๑๕ วัน ควรจะคุยกันหากรอบเวลาเหมาะสม เช่น ให้รัฐบาลผ่านงบประมาณแผ่นดิน ปี ๒๕๕๔ ไปก่อน อันเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่ของฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน หรือฝ่ายไหนๆ ทั้งสิ้น
หลายเรื่องที่ผู้ชุมนุมสะท้อนออกมาถึง "ปัญหาหมักหมม" จนกลายเป็นปัญหาคนรวย-คนจน อันเป็นปัญหาชนชั้น นั้น เป็นเรื่องที่ต้องรับฟังกันเพื่อนำไปสู่การปฏิวัติโครงสร้างสังคมชาติใหม่ทั้งหมด
และทั้งหมด ทุกฝ่ายต้องนำต้นทุน "ความเป็นคนไทย" ที่มีเท่าๆ กันมากองรวม แล้วร่วมกันสู่กระบวนการ "ลอกคราบประเทศไทย" โดยให้คนไทย "ชาวบ้าน ป.๔" มีส่วนร่วมในฐานะผู้ถือหุ้นประเทศ โดยไม่ต้องให้ ส.ส.หลอกเอาอำนาจไปใช้ในทุกกระบวนการดังที่เป็นอยู่ นี่คือหนทางก้าวข้าม "สงครามกลางเมือง" สู่ไทยไพศาลที่เป็น "ฝันร่วมสมัย" ของไทยยุคใหม่นี้!
แต่...ขณะนี้ ยังมองไม่เห็นทางก้าวข้าม เพราะฝ่ายเสื้อแดงนอกจากสู้แล้วรวย เขายังมั่นใจ "สู้แล้วชนะ" และจะต้องรุกเพิ่มด้วยเหิมเกริมในศักยภาพแห่ง "กองกำลังติดอาวุธ" จากอดีตทหาร และอดีตตำรวจ อันแฝงอยู่ในรูปชาวบ้านเสื้อแดง
และผมจะบอกให้ทราบด้วยว่า ณ วินาทีนี้ "ทักษิณหมดความหมายแล้ว" ถูกลดสภาพเป็นเพียงสะพานที่ถูก "ขบวนการล้มเจ้า-เปลี่ยนระบบ" ยืมใช้ และอาศัยเงินทุน เมื่อถึงจุดที่มองเห็นฝั่ง แถม "ทักษิณใกล้ฝัง" เต็มที พวกคอมมิวนิสต์หลงยุคซึ่งเป็น "กบฏในราชอาณาจักร" ตัวจริง
ก็หมดความจำเป็นต้อง "เชิดทักษิณ" เพื่อหลอกให้คนเหนือ-คนอีสานมาเป็นไพร่ราบ-พลเลวในกองกำลังกบฏที่ "คนใต้" เกือบทั้งหมดเป็นผู้ถือเชือกจูง!
นั่นก็คือ ประเด็นที่ฝ่ายรัฐบาล-ทหาร-ตำรวจ ต้องนำไปแยกธาตุให้ชัดเจน เพื่อปฏิบัติการให้ตรงกับสถานการณ์และปัญหา อย่างน้อย นายกฯ อภิสิทธิ์-กองทัพ ต้องหยุดขัดแย้ง แล้วเข้าใจร่วมกันให้ได้ว่า
๑.นี่ไม่ใช่การชุมนุม แต่เป็น "กบฏภายในราชอาณาจักร" โดยชาวบ้านถูกหลอกมาเป็นกำลังหลอน
๒.มีกองกำลังติดอาวุธร้ายแรงเป็นหน่วยรบและ "ฆ่าทหาร" ที่ทำหน้าที่โดยมีจิตเมตตาต่อชาวบ้าน
๓.กลุ่มกบฏในราชอาณาจักรไม่ยอมรับกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น และกำลังขยายแนว "ยึดสถานที่ราชการ" ทั่วประเทศ
๔.ฝ่ายรัฐบาล ในหน่วยทหารมี "ไส้ศึก" คอยนำความลับทาง ศอ.รส.และศูนย์ ศอฉ.ไปบอกกับฝ่ายกบฏ
๕.นายกฯ อภิสิทธิ์จะถอดใจ "ยุบสภา-ลาออก" ตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด
๖.ขืนยุบสภา-ลาออก เท่ากับยกประเทศให้กบฏ ไม่ใช่รัฐบาลแพ้ แต่ประเทศพัง สถาบันจะถูกล้ม ระบบจะถูกเปลี่ยนทันที
๗.ต้องแยกชาวบ้านออกจาก "กลุ่มกบฏ" ไม่ปราบ-ไม่ฆ่าประชาชน แต่ต้องปราบ-ต้องฆ่ากบฏชาติ-ประชาชน
๘.ถ้ายันสถานการณ์โดยยึดกฎหมาย แต่บังคับใช้ไม่ได้อยู่ต่อไป ประชาชนจะหันหลังให้รัฐบาลและกองทัพ
๙.นายกฯ ควรเข้าใจว่าสถานการณ์ไหนรัฐบาลเป็นพระเอก และสถานการณ์ไหนต้องให้กองทัพเป็นพระเอก
๑๐.เมื่อ...นี่ไม่ใช่การนุมนุมโดยสันติตามรัฐธรรมนูญ การปราบกบฏไม่ใช่หน้าที่นายกฯ
๑๑.ถ้ากองทัพจะประกาศใช้ "กฎอัยการศึก" ไม่ใช่เรื่องเกินกว่าเหตุ และ
๑๒.ห้ามทหาร "ปฏิวัติ-รัฐประหาร" เด็ดขาด!
๔ วันครับ "หยุดสงกรานต์ ๑๓-๑๔-๑๕ เมษา."เปิดมาอีกวันศุกร์ที่ ๑๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๓ และวันนั้นคือ "ผลสอบของ" สงครามกลางเมือง "อภิสิทธิ์-อนุพงษ์-ประยุทธ์" ชื่อใครจะอยู่ในประวัติศาสตร์ลักษณะไหน
๑๕ เมษา.มาดูกัน!?


โดย: คนเดินดินฯ IP: 124.121.148.4 วันที่: 12 เมษายน 2553 เวลา:6:13:19 น.  

 
จากแนวหน้า

คงสมใจ"ทักษิณ"แล้วนะ ที่เห็นคนไทยฆ่ากันเอง? (ประชาไท ธนณรงค์)
ในที่สุดการเฆ่นฆ่ากันเองของคนไทยก็เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์วันที่10เมษายน 2553 ทั้งทหารและเสื้อแดง รวม 20 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกร่วมพันคน

เหตุการณ์ดึกวันที่ 10 เมษายน น่ากลัวมาก เสมือนเกิดสงครามกลางเมืองย่อยๆระหว่างทหารที่มีเพียงโล่และกระบอง จะมีปืนก็กระสุนกระดาษและกระสุนยาง ในขณะที่กองกำลังเสื้อดำไม่ทราบฝ่าย ซุ่มยิงด้วยอาวุธสงครามนานาชนิดเข้าใส่ทหาร จนเกิดการสูญเสีย

ผมพูดอยู่ตลอดเวลาว่า ทักษิณ ชินวัตร คือต้นเหตุของปัญหาทั้งมวล เป็นปัญหาส่วนตัวที่ทักษิณ ถูกยึดอำนาจ ถูกตัดสินจำคุก 2 ปีและถูกยึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท

ดังนั้นสิ่งที่ ทักษิณ ต้องการคือ นิรโทษกรรมทั้งหมด คดีอาญาไม่ต้องติดคุก ทรัพย์ที่ถูกยึดขอคืน และกลับประเทศไทยโดยไม่มีความผิด สามารถลงเลือกตั้งเพื่อกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีก

ก่อนหน้านี้เคยเจรจาทั้งบนดินใต้ดิน แต่ไม่เป็นผล ทักษิณ จึงโกรธและใช้เสื้อแดงกับส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นเครื่องมือในการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์ หรือให้ยุบสภา ด้วยการใช้ฉากบังหน้าว่าเรียกร้องประชาธิปไตย

จนเวลาล่วงเลยมานาน ทักษิณ คงรู้ว่าโอกาสจะกลับผิดให้เป็นถูก เป็นเรื่องยาก จะกลับประเทศไทยโดยไม่ติดคุกก็ยาก จะเอาทรัพย์สมบัติคืนยิ่งยาก ฉะนั้นความต้องการเรื่องเจรจาจึงตัดทิ้งไป ความต้องการให้ยุบสภา จึงตัดทิ้งไป

เหตุผลคือ เมื่อยุบสภาแล้ว พรรคเพื่อไทย ยังหาคนเป็นหัวหน้าพรรคที่มีบารมีไม่ได้ แม้นพรรคจะมีฐานเสียงในภาคเหนือและอีสาน จะทำให้พรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งก็ตาม แต่ไม่มีอะไรรับประกันว่า พรรคเพื่อไทยจะไม่ได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะการเมืองไทยมีปัจจัยและตัวแปรรอบด้านอยู่เยอะ

หรือเอาง่ายๆว่า พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ย่อมไม่มีอะไรมายืนยันว่ารัฐบาลจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ทักษิณ ทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งได้

เมื่อจวนตัว ขนาดวันนี้ทักษิณ จะเดินทางไปประเทศอื่นๆต้องใช้พาสปอร์ตต่างประเทศและต้องใช้สัญชาติมอนเตเนโกร ยิ่งทำให้ ทักษิณ ห่างออกจากประเทศไทยเรื่อยๆ จนบางครั้งรู้สึกท้อและหนทางจะกลับประเทศไทยเริ่มตีบตัน

ด้วยเหตุนี้ จึงมีการปลุกระดมและยั่วยุให้เสื้อแดง ยึดเมืองหลวง ย้ายจากสถพานผ่านฟ้าลีลาศไปยังแยกราชประสงค์ เพื่อทำลายเศรษฐกิจของชาติ เพราะทักษิณ รู้ดีว่า รัฐบาลคงไม่ปล่อยให้คนเสื้อแดงมาทำให้ชาติเสียหาย สุดท้ายหากรัฐบาลไม่มีทางเลือก เข้าสลายการชุมนุมจะเกิดการสูญเสียและเกิดสงครามกลางเมืองขึ้น

นี่คือสิ่งที่ ทักษิณ ต้องการ

แล้วในที่สุดก็เกิดการปะทะกันระหว่างทหารมือเปล่ากับคนเสื้อแดง แต่มีกลุ่มเสื้อดำที่แฝงเข้ามาในกลุ่มเสื้อแดง ใช้อาวุธสงครามระดมยิงใส่ทหาร จนมีเสื้อแดงถูกลูกหลงบาดเจ็บล้มตายเช่นเดียวกับทหารที่บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก

ภาพที่ปรากฎไปสู่สายตาชาวโลกที่กรุงเทพมหานคร"มิคสัญญี"กลายเป็นสงครามกลางเมืองกันย่อมๆ สร้างความเสียหายให้กับประชาชนและทหาร และที่สำคัญสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน

คนไทย60กว่าล้านคนเสียใจ แต่ ทักษิณ คงสะใจ


โดย: คนเดินดินฯ IP: 124.121.148.4 วันที่: 12 เมษายน 2553 เวลา:6:18:01 น.  

 


โดย: คนเดินดินฯ วันที่: 12 เมษายน 2553 เวลา:6:29:56 น.  

 


โดย: คนเดินดินฯ วันที่: 12 เมษายน 2553 เวลา:6:56:06 น.  

 
สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ

ขอให้มีความสุขมากๆนะค่ะ..

ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง..

และขอให้เมืองไทยสุขสงบเสียทีค่ะ




โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 14 เมษายน 2553 เวลา:2:23:48 น.  

 


โดย: คนเดินดินฯ วันที่: 15 เมษายน 2553 เวลา:22:45:56 น.  

 


โดย: คนเดินดินฯ วันที่: 15 เมษายน 2553 เวลา:23:00:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คนเดินดินฯ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]








ปณิธาน

การเดินทางของชีวิตของทุกผู้คน
ทุกคนต่างต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต
แต่จะมีสักกี่คนที่จะก้าวไปถึง
เมื่อเราก้าวถึงจุดนั้น
ขออย่าลืมการแบ่งปันและเจือจาน
แก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม

เราจะเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อม ๆ กัน
เพื่อสร้างสรรค์สังคมใหม่ที่ดีงาม

เพื่อให้อนุชนคนรุ่นหลัง
ได้ใช้ชีวิตของเขา
ตามศักยภาพและความตั้งใจของเขา
ตราบเท่าที่เขาต้องการ







เดินไปสู่ความใฝ่ฝัน


ชีวิตหนึ่งร่วงหล่นไปตามกาลเวลา
คลื่นลูกใหม่ไล่หลังคลื่นลูกเก่า
นั่นคือวัฏจักรของชีวิตที่ดำเนินไป

เยาว์เธอรู้บ้างไหม
ว่าประชาราษฎรนั้นทุกข์ยากเพียงใด
เสี้ยวหนึ่งของชีวิตที่เหลืออยู่
เธอเคยมีความใฝ่ฝันที่แสนงามบ้างไหม

สักวันฉันหวังว่าเธอจะเดินไปตามทางสายนี้
ที่อาจดูเงียบเหงาและโดดเดี่ยว
แต่ภายใต้ฟ้าเดียวกัน
ฉันก็ยังมีความหวัง
ว่าผู้คนในประเทศนี้
จะตื่นขึ้นมา
เพื่อทวงสิทธิ์ของพวกเขา
ที่ถูกย่ำยีมาช้านาน
และฉันหวังว่าเธอจะเดินเคียงคู่ไปกับพวกเขา

เพื่อสานความใฝ่ฝันนั้นให้เป็นความจริง
สัญญาได้ไหม
สัญญาได้ไหม
เยาว์ที่รักของฉัน


***********



ขอมีเพียงเธอเป็นกำลังใจ




ทอดสายตามองออกไปยังทิวทัศน์ข้างหน้า
แลเห็นต้นหญ้าโบกไสว
เห็นดอกซากุระบานอยู่เต็มดอย
ความงามที่อยู่ข้างหน้า
เป็นสิ่งที่ฉันจะเก็บมันไว้
ยามที่จิตใจอ่อนล้า...

ชีวิตยามนี้แม้ผ่านมาหลายโมงยาม
แต่จิตใจข้างในยังคงดูหงอยเหงา
หลายครั้งอยากมีเพื่อนคุย
หลายครั้งอยากมีคนปรับทุกข์
และหลายครั้งต้องนั่งร้องไห้คนเดียว

รางวัลสำหรับชีวิตที่ผ่านมา
มันคืออะไรเคยถามตัวเองบ่อย ๆ
ความสำเร็จ...เงินตรา...เกียรติยศชื่อเสียง
มันใช่สิ่งที่เราต้องการหรือเปล่า
ถึงจุดหนึ่งชีวิตต้องการอะไรอีกมากไปกว่านี้

หลายชีวิตยังคงดิ้นรนต่อสู้
เพื่อปากท้องและครอบครัว
มันเป็นความจริงของชีวิตมนุษย์
ที่ต้องดำรงชีพเพื่อความอยู่รอด
มีทั้งพ่ายแพ้ มีทั้งชนะ
แต่ชีวิตต่างต้องดำเนินไป
ตามวิถีทางของแต่ละคน

ลืมความทุกข์ ลืมความหลังที่เจ็บปวด
มองออกไปข้างหน้า
ค้นให้พบตัวตนของตนเองอีกครั้ง
แล้วกลับไปสู้ใหม่
การเริ่มต้นของชีวิตจะต้องดำเนินต่อไป
จะต้องดำเนินต่อไป

ตราบจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต....




@@@@@@@@@@@




การเดินทางของความรัก

...ฉันเดินไปด้วยหัวใจที่ว่างเปล่า
สมองได้คิดใคร่ครวญ
ความรักในหลายครั้งที่ผ่านมา
ทำไมจึงจบลงอย่างรวดเร็ว

ฉันเดินไปด้วยสมองอันปลอดโปร่ง
ความรักทำให้ฉันเข้าใจโลก
และมนุษย์มากขึ้น
และรู้ว่าความแตกต่าง
ระหว่างความรักกับความหลงเป็นอย่างไร?

ฉันเดินไปด้วยดวงตาที่มุ่งมั่น
บทเรียนของรักในครั้งที่ผ่าน ๆ มา
มันย้ำเตือนอยู่เสมอว่า
อย่ารีบร้อนที่จะรัก
แต่จงปล่อยให้ความสัมพันธ์
ค่อย ๆ พัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป
เรียนรู้และทำเข้าใจกันให้มากที่สุด

ก่อนที่จะเริ่มบทต่อไปของความรัก...




*******************



จุดไฟแห่งศรัทธาและความมุ่งมั่น

เข้มแข็งกับอ่อนแอ
สับสนหรือมุ่งมั่น
จะยอมแพ้หรือลุกขึ้นท้าทาย
กับชีวตที่เหลืออยู่
ทุกสิ่งล้วนอยู่ที่ใจเราจะกำหนด

ไม่ใช่เพราะอิสระเสรี
ที่เราต้องการหรอกหรือ?
ที่มันจะนำทางชีวิต
ในห้วงเวลาต่อไป
ให้เราก้าวทะยานไป
สู่วันพรุ่งที่สดใส

มีแต่เพียงคนที่รู้จักตนเองอย่างดีพอเท่านั้น
จะสามารถทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้
เมื่อผ่านการสรุปบทเรียน
จากปัญหาต่าง ๆ ที่ประสบ
เราก็จะมีความจัดเจนกับชีวิตมากขึ้น
และการเผชิญกับอุปสรรคต่าง ๆ
ในอนาคตก็จะเป็นเพียงปัญหาที่เล็กน้อยสำหรับเรา
ในการที่จะก้าวผ่านไป



ด้วยศรัทธาและความมุ่งมั่นที่มีอยู่ในใจ
ที่จะต้องย้ำเตือนตัวเองอยู่เสมอ
หนทางในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ
ย่อมอยู่ไม่ไกลห่างอย่างแน่นอน

*********************



ก้าวย่างที่มั่นคง

บนทางเดินแคบ ๆ ที่เหลืออยู่
หากขาดความมั่นใจที่จะก้าวเดินต่อไป
ชีวิตก็คงหยุดนิ่งและรอวันตาย
แม้ทางข้างหน้าจะดูพร่ามัว
และไม่รู้ซึ่งอนาคต
แต่สิ่งที่ดีที่สุดในปัจจุบัน
คือก้าวย่างไปอย่างมั่นคง
และมองไปข้างหน้าอย่าเหลียวหลัง
เก็บรับบทเรียนในอดีต
เพื่อจะได้ระมัดระวังไม่ให้ผิดพลาดอีกในอนาคต

"""""""""""""""""""""""""""""""""



ใช้สามัญสำนึกทำงาน

ไม่มีแผนงานที่สวยหรู
ไม่มีปฏิบัติการใดที่สมบูรณ์แบบ
ในยามนี้มีเพียงการทำงานด้วยการทุ่มเท
ลงลึกในรายละเอียดเท่านั้น
จึงจะสามารถคลี่คลายปัญหาของงานลงได้
บางครั้งโจทย์ที่เจออาจยากและซับซ้อน
แต่เมื่อลงไปคลุกคลีอย่างแท้จริง
โจทย์เหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

""""""""""""""""""""""""""""""""



เรียบ ๆ ง่าย ๆ


อย่ามองสิ่งต่าง ๆ ด้วยแว่นสีที่ซับซ้อน
เพราะในโลกนี้มีเพียงสิ่งสามัญที่เรียบง่าย
สำหรับคนที่สงบนิ่งเพียงพอเท่านั้น
จึงจะแก้โจทย์และปัญหาต่าง ๆ
ด้วยกลวิธีที่เรียบ ๆ ง่าย ๆ
ไม่ซับซ้อนและตรงจุดได้อย่างเพียงพอ

""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

ใจถึงใจ

บนหนทางไปสู่ความสำเร็จ
บนหนทางของการสร้างสรรค์สิ่งใหม่
มีเพียงคนที่เข้าใจในสภาพจิตใจของคนทำงานเท่านั้น
จึงจะสามารถนำทีมงานไปสู่เป้าหมายได้
อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน








Cell Phone Deals
Cell Phones
เริ่มนับตั้งแต่ 21 ก.ย. 2550
Friends' blogs
[Add คนเดินดินฯ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.