บ้านที่มีความรักและความอบอุ่นคือจินตนาการของคนไทยยามนี้ !
Group Blog
 
 
มกราคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
1 มกราคม 2552
 
All Blogs
 

สวัสดีปีใหม่ 2552






สวัสดีปีใหม่ 2552
สิ่งใดที่คิดฝันและต้องการไปถึง
ขอให้ประสบความสำเร็จสมความตั้งใจทุกประการในปีนี้

หากชีวิตคือการเดินทาง
การเตรียมพร้อมที่ดีในการเดินทาง
เพื่อก้าวไปสู่จุดหมายปลายทางก็คือ
ใจที่พร้อมจะเผชิญกับอุปสรรคที่กีดขวาง
ที่จะพานพบในเส้นทางข้างหน้า
พร้อมกับตัวช่วยต่าง ๆ ที่จะทำให้เราไปถึงฝั่งเร็วขึ้น
นั่นคือองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่มีคุณค่า
อย่าเบื่อที่จะค้นหา
ปฏิบัติจริงเพื่อทดลองดูว่ามันใช่ที่เราเป็นหรือไม่
ขอให้โชคดีตลอดปีนะครับ

















(C.Kristofferson)
[Recorded August 21, 1979, New York]


Don't look so sad, I know it's over
But life goes on and this old world will keep on a-turnin'
Let's just be glad we had some time to spend together
There's no need to watch the bridges that we're burning
{Lay your head upon my pillow}
{Hold your warm and tender body close to mine}
Hear the whisper of the raindrops flowing soft against the window
And make believe you love me one more time
For the good times
I'll get along, you'll find another
And I'll be here if you should find you ever need me
Don't say a word about tomorrow or forever
There'll be time enough for sadness when you leave me
{Lay your head upon my pillow}
{Hold your warm and tender body close to mine}
Hear the whisper of the raindrops flowing soft against the window
And make believe you love me one more time
For the good times
(For the good times)
{For the good times}
{For the good times}

""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""




คืนใจ - มาลีฮวนน่า


................................................................................................
จกมติชนรายวัน


ความสุขของคนทั้งมวล (Happiness For All)

โดย ประเวศ วะสี




เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2552 ขออวยพรให้ผู้อ่าน "มติชน" และคนไทยทุกหมู่เหล่าประสบความสุขสวัสดี

ความ สุขสวัสดีไม่มีขายอยากได้ต้องร่วมสร้าง คนไทยสามารถร่วมสร้างความสุขสวัสดีได้โดยไม่ยาก เพราะเรารุ่มรวยด้วยทุนต่างๆ มากมาย ทั้งทุนทางภูมิประเทศและทรัพยากรธรรมชาติ ทุนทางความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทุนทางสังคม ทุนทางศาสนธรรม เป็นต้น

เราควรจะอยู่ในสุขคติ แต่ที่เราหลุดเข้าไปอยู่ในทุกขคติ เพราะเราไปติดในมายาคติ บางอย่างมายาคติคือภาพลวงไม่ใช่ความจริง สังคมไทยต้องแหวกมายาคติออกไปสู่ความจริง แล้วคนไทยทั้งมวลจะสุขสวัสดี

เพื่อน คนไทยควรจะตั้งคำถามว่าสังคมไทยติดอยู่ในมายาคติอะไรบ้าง การรู้ตัวทำให้หลุดออกจากมายาคตินั้นๆ ได้ ในที่นี้ขอกล่าวถึงมายาคติ 7 ประการ ที่ทำให้ประเทศอ่อนแอและไม่เกิดความสุขสวัสดีเท่าที่ควร

1. มายาคติในอารยธรรมตะวันตก นักปราชญ์ฝรั่งเอง เช่น สาสโล โกรฟ และรัซเซล ก็กล่าวว่า อารยธรรมตะวันตกกำลังพาโลกทั้งโลกเข้าไปสู่วิกฤตการณ์อย่างรุนแรง

นัก ปราชญ์ไทยคือ ท่านอาจารย์พุทธทาสก็กล่าวอย่างเดียวกันก่อนหน้าฝรั่งเนิ่นนาน เพราะอารยธรรมตะวันตกเป็นวัตถุนิยม บริโภคนิยมเงินนิยมเป็นการพัฒนาที่เอาเงินเป็นตัวตั้งทำให้ขยายความโลภออกไป อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพราะเงินเป็นมายาคติที่เพิ่มตัวเลขขึ้นไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด (Infinite) ขณะที่ทรัพยากรในโลกนี้มีที่สิ้นสุด (Finite)

เศรษฐกิจ ในเงินจึงเป็นเศรษฐกิจมายาคติไม่ใช่เศรษฐกิจจริง เมื่อตีตัวเลขให้มันพองขึ้นๆ วันหนึ่งมันก็จะแตกและทุกคนที่อยู่ในเศรษฐกิจเงินก็ลำบากแทบเลือดตากระเด็น

ใน ขณะที่ชาวนาที่อยู่ในเศรษฐกิจจริงไม่ลำบากเลย เพราะมีข้าวกิน มีปลากิน มีผักกิน มีผลไม้กิน กินอิ่มจนไม่รู้จะอิ่มอย่างไร เหลือก็แจกบ้าง ขายบ้าง มีความสุขดี ม.จ.สิทธิพร กฤดากร ตรัสนานมาแล้วว่า "เงินทองเป็นของมายาข้าวปลาเป็นของจริง"

ถ้ามองด้วยแว่นตะวันตก ประเทศไทยยากจนและต่ำต้อยทุกอย่าง นั่นเป็นมายาคติความจริงประเทศไทยรุ่มรวย เราผลิตอาหารเหลือกิน และยังเลี้ยงชาวโลกด้วย

โลกวิกฤตอย่างไรๆ คนไทยก็ไม่อดตาย วิกฤตเศรษฐกิจโลกคราวนี้ คนไทยควรจะออกจากมายาคติโลก หันมาหาความจริงของแผ่นดินไทย แผ่นดินไทยอันรุ่มรวย พอที่จะเลี้ยงทุกคนให้สุขสบายได้

ขอให้มาร่วมกันบนฐานความจริงของเศรษฐกิจไทยเถิด

2. มายาคติในการสร้างพระเจดีย์จากยอด ใครๆ ก็รู้ว่าไม่มีพระเจดีย์องค์ใดสร้างได้จากยอดเพราจะพังลงๆ ต้องสร้างจากฐาน ฐานที่แข็งแรงจะรองรับองค์พระเจดีย์และยอดให้มั่นคง แต่เราพัฒนาทุกอย่างจากยอดทั้งสิ้น เช่น เศรษฐกิจ การศึกษา สาธารณสุข การเมือง เศรษฐกิจก็บอกว่าทำข้างบนให้มันโตแล้ว มันจะกระเด็นลงข้างล่าง (Trickle down) การศึกษาก็จะเห็นได้จากการที่มหาวิทยาลัยไม่สนใจชุมชนท้องถิ่นเลย การเมืองก็จะสนใจเฉพาะประชาธิปไตยระดับชาติ แล้วก็ไม่สำเร็จ เพราะไม่มีประชาธิปไตยระดับชาติที่ไหนทำสำเร็จโดยปราศจากประชาธิปไตยที่ฐาน คือชุมชนท้องถิ่น

ชุมชนท้องถิ่นคือ ฐานพระเจดีย์ทางสังคม ถ้าชุมชนท้องถิ่นแข็งแรงทุกด้านทั้งเศรษฐกิจ จิตใจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม การศึกษา สุขภาพและประชาธิปไตย ก็จะรองรับสังคมทั้งหมดให้มั่นคง งานที่ฐานง่ายกว่าข้างบนเยอะ เพราะเป็นของจริง ในขณะที่กระบวนการข้างบนเป็นมายาคติเสียเป็นส่วนใหญ่ทำอะไรไม่ค่อยสำเร็จ

ขณะ นี้กำลังเกิดสิ่งดีๆ ขึ้นในชุมชนท้องถิ่นมากขึ้นเป็นลำดับ หลายแห่งดังกับ"สวรรค์บนดิน" ลองไปดูที่ตำบลควนรู ปากพูน ไม้เรียง ท่าข้าม บ้านหนองกลางดง ฯลฯ

เคยเห็นไหมที่เด็กเล็กทั้งตำบลได้เข้าเรียนฟรี ไม่มีสอบเอ็นท์ กินนมฟรีทุกวัน หญิงตั้งครรภ์ทุกคนได้กินนมฟรีทุกวัน เพราะในตำบลมีวัวนมตั้ง 100 ตัว แต่ละตัวให้นมถึง 20 กิโลต่อวัน ถ้าไม่เคยเห็นก็ไปดูที่ตำบลปากพูน จังหวัดนครศรีธรรมราช

การศึกษา สมัยใหม่ใน 100 ปี เศษที่ผ่านมาทำให้คนไทยหลายชั่วคนไม่เข้าใจฐานของสังคมไทย ถึงอยากแก้ไขปัญหาก็ทำไม่สำเร็จ ถ้านายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์อยากให้ ครม. ของท่านประสบความสำเร็จต้องไปเรียนรู้ให้เข้าใจการพัฒนาจากฐานพระเจดีย์ของ สังคมไทย

ถ้าเรามีการ "ปฏิวัติ" คือหมุนกลับ ให้ทุกสิ่งทุกอย่างไปหนุนฐานคือชุมชนท้องถิ่น ภายใน 5 ปี เราจะเกิดความพอเพียงทั่วประเทศ และภายใน 10 ปี เราสามารถขยาย "สวรรค์บนดิน" ให้เต็มประเทศได้

3.มายาคติในการเคารพความรู้ใน ตำรามากกว่าความรู้ในตัวตน มายาคติตัวนี้ทอนกำลังของคนไทยทั้งชาติ ความรู้มีทั้งความรู้ในตำราและความรู้ในตัวคน ความรู้ 2 ประเภทนี้มีฐานที่มาและความหมายต่างกัน

ความรู้ในตำราเกิดจากการ รวบรวมสังเคราะห์ จากกการทดลองวิจัย อาจเรียกว่าความรู้ในตำรามีฐานอยู่ในวิทยาศาสตร์ ส่วนความรู้ในตัวคนนั้นเกิดจากประสบการณ์ชีวิตและการทำงาน เช่น คนขายก๋วยเตี๋ยวมีความรู้ในการทำก๋วยเตี๋ยว ช่างผสมปูนมีความรู้ในการผสมปูน แม่มีความรู้ที่จะอบรมบ่มเพาะให้ลูกเป็นคนดี เพราะเรียนรู้มาจากพ่อแม่ ปู่ย่าตายายว่าความดีคืออะไร อาจเรียกว่าความรู้ในตัวคนมีฐานอยู่ในวัฒนธรรม คนส่วนน้อยเท่านั้นที่เชี่ยวชาญความรู้ในตำรา แต่คนทุกคนมีความรู้ในตัว

ถ้าเราเคารพเฉพาะความรู้ในตำราคนส่วนน้อยเท่านั้นที่มีเกียรติคนส่วนใหญ่ไม่มีเกียรติ

ถ้าเราเคารพความรู้ในตัวคน คนไทยทุกคนจะมีเกียรติ

การ ที่เราเคารพเฉพาะความรู้ในตำราทำให้คนทั้งประเทศไม่มีเกียรติและขาดความมั่น ใจในตัวเอง และรวมเป็นการขาดความมั่นใจแห่งชาติ และการศึกษาของเราอ่อนแอเพราะมุ่งท่องตำราโดยไม่เห็นคุณค่าของการปฏิบัติและ ความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติ

ที่จริงเรามีความรู้ในตัวผู้ปฏิบัติ อย่างมหาศาล เช่น ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ช่าง คนค้าคนขาย ผู้ประกอบการ พ่อแม่ปู่ยาตายาย ฯลฯ ความรู้เหล่านี้เป็นของจริง ปฏิบัติได้จริง เกิดประโยชน์จริง

เมื่อคุณทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีในปีแรกมีโอกาสคุย กับท่านเป็นการส่วนตัว สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนแนะให้ทำคือทำ Human mapping คือ ทำแผนที่คนไทยทุกคนในทุกพื้นที่ว่าใครมีความรู้อะไรในตัวบ้างแล้วเอามาทำฐาน ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ คนไทยทุกคนจะภูมิใจในตัวเอง และเราจะมีแหล่งเรียนรู้จากความรู้ในตัวคนเต็มประเทศ

นี้จะเป็นการปฏิวัติทางศีลธรมและวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่

ศีลธรรม พื้นฐานคือการเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของคนทุกคนอย่างเท่าเทียม กัน ศีลธรรมพื้นฐานนี้เป็นรากฐานของสิ่งดีงามทั้งปวง เช่น ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ความยุติธรรม ความเป็นธรรมทางสังคม เราขาดศีลธรรมพื้นฐานนี้ การศึกษาที่เอาตำราเป็นตัวตั้งยิ่งซ้ำเติมการขาดศีลธรรมนี้ ทำให้เราอ่อนแอทั้งชาติ ถ้าเราเคารพความรู้ในตัวคนนอกจากเป็นศีลธรรมพื้นฐานแล้ว ยังทำให้กลับไปหาฐานทางวัฒนธรรม เพราะความรู้ในตัวคนมาจากฐานทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งยาวไกล ไม่ใช่ความรู้เพียงผิดเผินแยกส่วน วัฒนธรรมนั้นเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่าภูมิปัญญา หรือปัญญาที่ต้องติดแผ่นดิน

ถ้า เราออกจากมายาคติในข้อนี้ได้จะเป็นการปฏิวัติทางศีลธรรมและการปฏิวัติที่ กลับไปหาฐานทางวัฒนธรรม จะทำให้เราแข็งแรง และหลุดพ้นจากวิกฤตการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นวิกฤตการณ์ทางวัฒนธรรมหรือทางอารยธรรม

4.มายาคติที่ว่าทำ อะไร ๆ ต้องเอาความรู้เป็นตัวตั้ง ข้อนี้เข้าใจได้ยากและอาจขัดใจ เพราะเราคุ้นเคยกับความคิดที่ว่าทำอะไรๆ ต้องเอาความรู้เป็นตัวตั้ง

อันที่จริงความรู้มีข้อจำกัดมาก เช่น มีการแยกส่วนเป็นเรื่องๆ ทำให้ไม่สามารถรวมพลังได้ ความรู้ไม่มีพลังพอที่จะต้านอำนาจกิเลสได้

ดัง ที่ชาวยุโรปได้ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปทำอาวุธ และแย่งชิงผู้คนหมดทุกทวีป ความรู้นำไปสู่อหังการ และทิฏฐิราคะ ทิฏฐิเป็นภาษาบาลีตรงกับภาษาสันสฤตว่าทฤษฎี ราคะในทฤษฏีทำให้นักทฤษฎีทะเลาะกันรุนแรงได้มากอย่างไม่น่าเชื่อจริงๆ แล้วทำอะไรควรเอาใจนำความรู้ตาม มนุษย์ทุกคนมีเมล็ดพันธุ์แห่งความดีอยู่ในหัวใจ เมื่อเอาใจนำทุกข์ก็เปลี่ยนเป็นสุข (โปรดอ่านรายละเอียดเรื่องนี้ในมติชนรายวันฉบับวันเสาร์ที่ 3 มกราคม 2552 ในคอลัมน์ "จิตวิวัฒน์")

ถ้าประเทศไทยร้อยดวงใจกันเต็มประเทศ จะเกิดความสมานฉันท์ พลัง และความสุขอันมหาศาล

5. มายาคติในการเห็นความสำคัญของความเป็นทางการมากกว่าความไม่เป็นทางการ ความไม่เป็นทางการมีมาก่อน ใหญ่ กว่า และเป็นความจริงมากกว่าความเป็นทางการ ความเป็นทางการนั้นคับแคบ ใช้อำนาจมากกว่าปัญญา ติดในรูปแบบมากกว่าสาระ

คำว่าทางการนั้นภาษาอังกฤษเรียกว่า Formal

เมื่อ ฟอร์มัลมันก็ติดฟอร์มหรือรูปแบบมากกว่าสาระ ไปดูว่าข้าราชการต้องเสียเวลาไปรับไปส่งไปเอาใจรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดี เสียเท่าไรๆ แทนที่จะทำงาน

สังคมปัจจุบันเป็นระบบที่ซับ ซ้อนไม่สามารถทำอะไรให้สำเร็จด้วยอำนาจ แต่ระบบราชการก็ชำนาญในการใช้อำนาจมากกว่าใช้ปัญญา จึงทำอะไรไม่ค่อยสำเร็จ

ระบบการศึกษาที่เป็นทางการล้มหลว และสร้างความทุกข์ยากให้คนทั้งแผ่นดิน เราไม่มีทางออกจากวิกฤตการศึกษาโดยมายาคติแห่งความเป็นทางการ

ถ้า เราออกจามายาคติแห่งความเป็นทางการที่คับแคบ เปิดสังคมออกไปสู่ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของความไม่เป็นทางการ ที่คนทั้งประเทศมีอิสระที่จะร่วมกันทำอะไรดีๆ ได้เอง ประเทศจะมีพลังมหาศาล

การทำความดีไม่ต้องขออนุมัติ ควรจะทบทวนกันอย่างเป็นระบบว่าความเป็นทางการอะไรที่มันเล่อล่าล้าสมัยไม่ เป็นสาระที่ควรจะยกเลิกไปได้ก็ยกเลิกเสีย

6.มายาคติในทางการเมือง การเมืองของเราติดขัดมาเนิ่นนานเพราะเราไปติดอยู่ในมายาคติที่สนใจแต่องค์กร ทางการเมือง และคิดว่ารัฐธรรมนูญสร้างประชาธิปไตย

เรามีรัฐธรรมนูญ มาตั้งเกือบ 20 ฉบับแล้ว ก็ไม่เกิดประชาธิปไตยที่แท้จริงสักที ในขณะที่อังกฤษไม่มีรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์เลย และสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ตั้งประเทศมามีรัฐธรรมนูญฉบับเดียว

ความ จริงประชาธิปไตยใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญและใหญ่กว่าองค์กรทางการเมือง ประชาธิปไตยในที่นี้หมายถึงวัฒนธรรมประชาธิปไตย ที่ประชาชนมีจิตสำนึกสาธารณะและมีส่วนร่วมในกิจสาธารณะทุกประเภท วัฒนธรรมประชาธิปไตยจะไปกำกับองค์กรทางการเมืองให้เป็นประชาธิปไตย

ถ้า กลไกของรัฐและสังคมทั้งหมดร่วมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตย ก็จะเกิดวัฒนธรรมเป็นประชาธิปไตยที่ไปกำกับองค์กรทางการเมืองให้เป็น ประชาธิปไตย

อังกฤษไม่มีรัฐธรรมนูญแต่มีวัฒนธรรมประชาธิปไตยก็จะมีระบอบประชาธิปไตยต้นแบบ

7. มายาคติในวิธีคิด เรื่องนี้อาจจะเข้าใจยากสักนิด แต่ขอฝากไว้ให้คิดกันนานนาน โลกวิกฤตเพราะวิธีคิดแบบตายตัว แยกส่วนและสุดโต่ง อันนำไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรง ทั้งความรุนแรงอย่างโจ่งแจ้งและความรุนแรงอย่างเงียบ

วิธีคิดแบบ ตะวันตกเป็นวิธีคิดแบบดิจิตัล คือถ้าเป็น 0 ก็ไม่ใช่ 1 ถ้าเป็น 1 ก็ไม่ใช่ 0 ซึ่งเป็นการคิดแบบแยกส่วนตายตัว วิธีคิดแบบนี้นำไปสู่อารยธรรมของโลกในปัจจุบันซึ่งกำลังล่มสลาย วิธีคิดแบบพุทธและแบบวิทยาศาสตร์ใหม่ไม่เป็นเช่นนั้น แต่คิดแบบความเป็นอนิจจังของสรรพสิ่งอันเชื่อมโยงกันเป็นกระแสของเหตุปัจจัย (อิทัปปัจจยตา)

ระยะหลังเรามีผู้นำที่คิดแบบตายตัวแยกส่วนอย่าง รุนแรงสังคมจึงเข้าไปสู่ความแตกแยกรุนแรงอย่างหนัก เราจึงควรทำความเข้าใจวิธีคิดแบบพุทธให้ดีๆ

การออกจากมายาคติเป็น เรื่องยาก นอกจากเจริญสติ การมีสติจะทำให้ใจเป็นกลาง หลุดจากมายาคติ เข้าถึงความจริง และประสบความสุขอย่างไม่เคยพบมาก่อนในที่สุดมนุษย์ทั้งโลกจะเจริญสติ

การเจริญสติกันหมดทั้งโลกจะเป็นปัจจัยลดสภาวะโลกร้อนที่ตรงที่สุดและราคาถูกที่สุด

พระพุทธองค์ทรงเรียกการเจริญสติว่า เป็นทางการอันเอก (เอกะมัคโค)

ขอให้ผู้อ่านมติชนได้พบทางอันเอกอันนำท่านไปสู่ความสุขในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2552 และตลอดไปเป็นนิรันดร์

...............................................................................................



ร้อยบุปผา - หงา คาราวาน



.................................................................................................

เธอยังมีฉัน--โฮป

Get this widget | Track details | eSnips Social DNA


.................................................................................................

เส้นทางนี้ - วรรธณา

.................................................................................................

บล็อกที่แล้วคลิก--->//www.bloggang.com/mainblog.php?id=balanceofsociety&month=31-12-2008&group=14&gblog=24




 

Create Date : 01 มกราคม 2552
13 comments
Last Update : 4 มกราคม 2552 7:52:35 น.
Counter : 734 Pageviews.

 

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

 

โดย: รันหณ์ 1 มกราคม 2552 10:36:54 น.  

 

 

โดย: i-pinkberriiz 1 มกราคม 2552 10:44:26 น.  

 

วันนี้เป็นวันแรกของปีแล้ว แวะมาอวยพรปีใหม่คะ ขอให้ชีวิตเดินทางรับปีใหม่ที่กำลังเริ่มอย่างมีความสุข สดใส และรอยยิ้มนะคะ

สวัสดีปีพศ. 2552 ค่า


H.A.P.P.Y NEW Y.E.A.R 2009 ขอให้มีความสุขตลอดปี ตลอดไปคะ .................สุดที่รัก....

 

โดย: เจ้าหญิงที่เจ้าชายตายจาก (timeofmylove ) 1 มกราคม 2552 13:05:10 น.  

 

สวัสดีค่าาา เมเปิลมาสวัสดีปีใหม่นะค่ะ


 ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย จงดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว พบแต่ความสุข ความเจริญ ขอให้มีความสุขกาย สบายใจ ปราศจากทุกข์โศก โรคภัยทั้งหลายทั้งปวง ตลอดไปเทอญ
สวัสดีปีใหม่ค่ะ

 

โดย: หนูเมเปิล (หนูเมเปิล ) 1 มกราคม 2552 17:49:16 น.  

 

ขอให้ปีใหม่ คิดดี ทำดี และพบเจอแต่สิ่งดีๆ ตลอดปี
และตลอดไป ขออวยชัยให้มีสุขสมหวัง มีพลังในการต่อสู้ ... แฮปปี้นิวเยียร์


 

โดย: ยายกุ๊กไ่ก่ 1 มกราคม 2552 19:23:53 น.  

 



ขอบคุณมากค่ะมิตรน่ารัก..ทีเยื่อนทักทายพร้อมพรปีใหม่
ปีนี้ขอให้เจอสิ่งที่ดีกว่าปี่ที่แล้วนะค่ะ

พรใดที่มอบให้บ้าน..cattleya..และตัวเรา
ขอมอบกลับมิตรแสนดีเช่นกันด้วยนะค่ะ
ระลึกและคิดถึงเสมอมิเคยลืม..

cattleya..







ถึงห่างหายใช่ดวงใจจะห่างเหิน
ยังดำเนินเยือนมิตรแนบสนิท

สุดซาบซึ้งตรึงจิตให้คิดถึง
ว่าหนึ่งหล้าโลกนี้มีมิตรดี
ให้จดจำตรึงใจมิรู้ลืม..
มีความสุขตลอดกาลนานชั่วนี้ทุกปีใหม่

มีความสุขเสมอนะค่ะ
สหายที่แสนดีของเราเสมอ




 

โดย: catt.&.cattleya.. 2 มกราคม 2552 19:10:58 น.  

 

** “มองลึก นึกไกล ใจกว้าง” พรปีใหม่จากใจท่าน ว.
พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย ได้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตด้วย พรปีใหม่ที่อยากจะมอบให้แก่ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย ที่มีด้วยกัน 3 ข้อที่อยากจะให้ยึดถือและปฏิบัติตาม คือ “มองลึก นึกไกล ใจกว้าง” โดยสามารถขยายความได้ว่า...

มองลึก คือ เมื่อมองไปที่สิ่งไหนก็ตามต้องมองไปที่สาระ แก่นที่แท้จริงของสิ่งๆ นั้น เช่น หากมองการเมือง โดยแก่นแท้คือการสร้างผลประโยชน์ที่จะต้องอยู่กับประเทศชาติ และประชาชน ไม่ใช่เป็นการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน หากมองการศึกษา แก่นแท้คือเส้นทางของการเกิดปัญญา ไม่ใช่มองแค่ว่าการมีอำนาจ หน้าที่โดยอาศัยเพียงแค่ปริญญาบัตร

นึกไกล คือ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม อย่าเอาแต่ความเห็นแก่ตัวเป็นที่ตั้ง ควรนึกอยู่เสมอว่า ในขณะที่ตัวเองนั้นได้อะไร แล้วคนอื่นได้รับอะไร... หรือการถามว่า “ฉันควรจะได้อะไร” มากกว่า การถามว่า “ฉันได้อะไร”

ใจกว้าง คือ ควรพร้อมในการใช้ชีวิตร่วมกับความแตกต่างหลากหลาย ทั้งความคิด ความเชื่อ ศาสนา ผิวพรรณ วัฒนธรรม และเพศ ขอให้คิดว่าเป็นเสน่ห์ของการใช้ชีวิตอยู่บนโลกแห่งนี้ พร้อมทั้งให้ตระหนักเสมอว่า “ยอมรับจุดต่าง แสวงหาจุดร่วม” คือให้ยอมรับกันอย่างตรงไปตรงมาว่าคนเรามีความแตกต่างกันเป็นพื้นฐาน จึงไม่ควรนำความแตกต่างมาใช้เพื่อให้แตกความสามัคคีกัน อีกทั้งการแสวงหาจุดร่วมอันเดียวกัน คือการใช้ชีวิตด้วยท่าทีแห่งเมตตาและไมตรีต่อคนทั้งโลก หากตระหนักได้ถึงจุดนี้ได้เมื่อไร คนไทยก็จะอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขมากขึ้น

สุดท้าย พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ยังฝากถึงข้อควรระวังสำหรับประชาชนคนไทยในการดำเนินชีวิตในปีใหม่นี้ไว้อีก ว่า สิ่งที่อยากจะฝากเตือนเพื่อให้คนไทยได้ระวังนั้นมีอยู่ 6 ข้อ อันได้แก่ 1. ระวังอย่าให้การเมืองนำไปสู่ความรุนแรง 2.ระวังอย่าใช้จ่ายเกินตัว 3.ระวังอย่าให้เกิดความเกลียดชังของคนในชาติด้วยกันเอง 4.ระวังอย่าทำร้ายตัวเองเมื่อต้องประสบกับมรสุมชีวิต เช่น การตกงาน 5.ระวังอย่าให้ตนเองตกเป็นทาสของผลประโยชน์ จนถูกชักชวนให้เป็นแนวร่วมของคนที่ไม่ประสงค์ดีต่อประเทศชาติ และสุดท้าย 6.ระวังอย่าตื่นตกใจกับกระแสหมอดู “คอนเฟิร์ม” เพราะการกระทำของคนที่ได้ชื่อว่า “หมอดู” ต้องไม่ผิดจรรยาบรรณ โดยการทำนายทายทักผู้อื่นซึ่งเจ้าตัวไม่ได้ร้องขอ เป็นการทำให้สังคมเกิดความปั่นป่วน ทั้งนี้ หากประชาชนสามารถระวังในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ได้เชื่อว่าการดำเนินชีวิตรับปีใหม่นี้จะราบรื่นและเกิดสันติสุขได้...เจริญพร

 

โดย: คนเดินดินฯ IP: 58.8.157.197 3 มกราคม 2552 8:05:07 น.  

 

มีความสุขกายสุขใจตลอดปีนะคะพี่

 

โดย: rebel 4 มกราคม 2552 21:48:50 น.  

 

 

โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) 8 สิงหาคม 2554 10:05:54 น.  

 

 

โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) 9 สิงหาคม 2554 15:47:04 น.  

 

 

โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) 12 สิงหาคม 2554 11:57:10 น.  

 

ได้รับเงินกู้อย่างรวดเร็วและเร่งด่วนของคุณวันนี้ในอัตราเพียง 2% สำหรับการรับประกันและความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วโลก นักลงทุน Lions Gate อยู่ที่นี่เพื่อนำเสนอทุกชนิดของเงินให้สินเชื่อได้ถึง 20,000 ดอลลาร์ 10,000,000.00 ธุรกรรมมักจะประสบความสำเร็จ ..
อีเมล์: liongateloanfirm452@gmail.com พระเจ้าอวยพรทุกท่านในพระนามของพระเยซูอาเมน !!

 

โดย: Tanya Albert IP: 192.99.15.166 5 พฤศจิกายน 2559 21:13:25 น.  

 

ได้รับเงินกู้อย่างรวดเร็วและเร่งด่วนของคุณวันนี้ในอัตราเพียง 2% สำหรับการรับประกันและความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วโลก นักลงทุน Lions Gate อยู่ที่นี่เพื่อนำเสนอทุกชนิดของเงินให้สินเชื่อได้ถึง 20,000 ดอลลาร์ 10,000,000.00 ธุรกรรมมักจะประสบความสำเร็จ ..
อีเมล์: liongateloanfirm452@gmail.com พระเจ้าอวยพรทุกท่านในพระนามของพระเยซูอาเมน !!

 

โดย: Tanya Albert (สมาชิกหมายเลข 3474490 ) 5 พฤศจิกายน 2559 21:16:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Valentine's Month


 
คนเดินดินฯ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]








ปณิธาน

การเดินทางของชีวิตของทุกผู้คน
ทุกคนต่างต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต
แต่จะมีสักกี่คนที่จะก้าวไปถึง
เมื่อเราก้าวถึงจุดนั้น
ขออย่าลืมการแบ่งปันและเจือจาน
แก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม

เราจะเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อม ๆ กัน
เพื่อสร้างสรรค์สังคมใหม่ที่ดีงาม

เพื่อให้อนุชนคนรุ่นหลัง
ได้ใช้ชีวิตของเขา
ตามศักยภาพและความตั้งใจของเขา
ตราบเท่าที่เขาต้องการ







เดินไปสู่ความใฝ่ฝัน


ชีวิตหนึ่งร่วงหล่นไปตามกาลเวลา
คลื่นลูกใหม่ไล่หลังคลื่นลูกเก่า
นั่นคือวัฏจักรของชีวิตที่ดำเนินไป

เยาว์เธอรู้บ้างไหม
ว่าประชาราษฎรนั้นทุกข์ยากเพียงใด
เสี้ยวหนึ่งของชีวิตที่เหลืออยู่
เธอเคยมีความใฝ่ฝันที่แสนงามบ้างไหม

สักวันฉันหวังว่าเธอจะเดินไปตามทางสายนี้
ที่อาจดูเงียบเหงาและโดดเดี่ยว
แต่ภายใต้ฟ้าเดียวกัน
ฉันก็ยังมีความหวัง
ว่าผู้คนในประเทศนี้
จะตื่นขึ้นมา
เพื่อทวงสิทธิ์ของพวกเขา
ที่ถูกย่ำยีมาช้านาน
และฉันหวังว่าเธอจะเดินเคียงคู่ไปกับพวกเขา

เพื่อสานความใฝ่ฝันนั้นให้เป็นความจริง
สัญญาได้ไหม
สัญญาได้ไหม
เยาว์ที่รักของฉัน


***********



ขอมีเพียงเธอเป็นกำลังใจ




ทอดสายตามองออกไปยังทิวทัศน์ข้างหน้า
แลเห็นต้นหญ้าโบกไสว
เห็นดอกซากุระบานอยู่เต็มดอย
ความงามที่อยู่ข้างหน้า
เป็นสิ่งที่ฉันจะเก็บมันไว้
ยามที่จิตใจอ่อนล้า...

ชีวิตยามนี้แม้ผ่านมาหลายโมงยาม
แต่จิตใจข้างในยังคงดูหงอยเหงา
หลายครั้งอยากมีเพื่อนคุย
หลายครั้งอยากมีคนปรับทุกข์
และหลายครั้งต้องนั่งร้องไห้คนเดียว

รางวัลสำหรับชีวิตที่ผ่านมา
มันคืออะไรเคยถามตัวเองบ่อย ๆ
ความสำเร็จ...เงินตรา...เกียรติยศชื่อเสียง
มันใช่สิ่งที่เราต้องการหรือเปล่า
ถึงจุดหนึ่งชีวิตต้องการอะไรอีกมากไปกว่านี้

หลายชีวิตยังคงดิ้นรนต่อสู้
เพื่อปากท้องและครอบครัว
มันเป็นความจริงของชีวิตมนุษย์
ที่ต้องดำรงชีพเพื่อความอยู่รอด
มีทั้งพ่ายแพ้ มีทั้งชนะ
แต่ชีวิตต่างต้องดำเนินไป
ตามวิถีทางของแต่ละคน

ลืมความทุกข์ ลืมความหลังที่เจ็บปวด
มองออกไปข้างหน้า
ค้นให้พบตัวตนของตนเองอีกครั้ง
แล้วกลับไปสู้ใหม่
การเริ่มต้นของชีวิตจะต้องดำเนินต่อไป
จะต้องดำเนินต่อไป

ตราบจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต....




@@@@@@@@@@@




การเดินทางของความรัก

...ฉันเดินไปด้วยหัวใจที่ว่างเปล่า
สมองได้คิดใคร่ครวญ
ความรักในหลายครั้งที่ผ่านมา
ทำไมจึงจบลงอย่างรวดเร็ว

ฉันเดินไปด้วยสมองอันปลอดโปร่ง
ความรักทำให้ฉันเข้าใจโลก
และมนุษย์มากขึ้น
และรู้ว่าความแตกต่าง
ระหว่างความรักกับความหลงเป็นอย่างไร?

ฉันเดินไปด้วยดวงตาที่มุ่งมั่น
บทเรียนของรักในครั้งที่ผ่าน ๆ มา
มันย้ำเตือนอยู่เสมอว่า
อย่ารีบร้อนที่จะรัก
แต่จงปล่อยให้ความสัมพันธ์
ค่อย ๆ พัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป
เรียนรู้และทำเข้าใจกันให้มากที่สุด

ก่อนที่จะเริ่มบทต่อไปของความรัก...




*******************



จุดไฟแห่งศรัทธาและความมุ่งมั่น

เข้มแข็งกับอ่อนแอ
สับสนหรือมุ่งมั่น
จะยอมแพ้หรือลุกขึ้นท้าทาย
กับชีวตที่เหลืออยู่
ทุกสิ่งล้วนอยู่ที่ใจเราจะกำหนด

ไม่ใช่เพราะอิสระเสรี
ที่เราต้องการหรอกหรือ?
ที่มันจะนำทางชีวิต
ในห้วงเวลาต่อไป
ให้เราก้าวทะยานไป
สู่วันพรุ่งที่สดใส

มีแต่เพียงคนที่รู้จักตนเองอย่างดีพอเท่านั้น
จะสามารถทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้
เมื่อผ่านการสรุปบทเรียน
จากปัญหาต่าง ๆ ที่ประสบ
เราก็จะมีความจัดเจนกับชีวิตมากขึ้น
และการเผชิญกับอุปสรรคต่าง ๆ
ในอนาคตก็จะเป็นเพียงปัญหาที่เล็กน้อยสำหรับเรา
ในการที่จะก้าวผ่านไป



ด้วยศรัทธาและความมุ่งมั่นที่มีอยู่ในใจ
ที่จะต้องย้ำเตือนตัวเองอยู่เสมอ
หนทางในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ
ย่อมอยู่ไม่ไกลห่างอย่างแน่นอน

*********************



ก้าวย่างที่มั่นคง

บนทางเดินแคบ ๆ ที่เหลืออยู่
หากขาดความมั่นใจที่จะก้าวเดินต่อไป
ชีวิตก็คงหยุดนิ่งและรอวันตาย
แม้ทางข้างหน้าจะดูพร่ามัว
และไม่รู้ซึ่งอนาคต
แต่สิ่งที่ดีที่สุดในปัจจุบัน
คือก้าวย่างไปอย่างมั่นคง
และมองไปข้างหน้าอย่าเหลียวหลัง
เก็บรับบทเรียนในอดีต
เพื่อจะได้ระมัดระวังไม่ให้ผิดพลาดอีกในอนาคต

"""""""""""""""""""""""""""""""""



ใช้สามัญสำนึกทำงาน

ไม่มีแผนงานที่สวยหรู
ไม่มีปฏิบัติการใดที่สมบูรณ์แบบ
ในยามนี้มีเพียงการทำงานด้วยการทุ่มเท
ลงลึกในรายละเอียดเท่านั้น
จึงจะสามารถคลี่คลายปัญหาของงานลงได้
บางครั้งโจทย์ที่เจออาจยากและซับซ้อน
แต่เมื่อลงไปคลุกคลีอย่างแท้จริง
โจทย์เหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

""""""""""""""""""""""""""""""""



เรียบ ๆ ง่าย ๆ


อย่ามองสิ่งต่าง ๆ ด้วยแว่นสีที่ซับซ้อน
เพราะในโลกนี้มีเพียงสิ่งสามัญที่เรียบง่าย
สำหรับคนที่สงบนิ่งเพียงพอเท่านั้น
จึงจะแก้โจทย์และปัญหาต่าง ๆ
ด้วยกลวิธีที่เรียบ ๆ ง่าย ๆ
ไม่ซับซ้อนและตรงจุดได้อย่างเพียงพอ

""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

ใจถึงใจ

บนหนทางไปสู่ความสำเร็จ
บนหนทางของการสร้างสรรค์สิ่งใหม่
มีเพียงคนที่เข้าใจในสภาพจิตใจของคนทำงานเท่านั้น
จึงจะสามารถนำทีมงานไปสู่เป้าหมายได้
อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน








AmazingCounters.com
Friends' blogs
[Add คนเดินดินฯ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.