ถ้าไม่ลองก็ไม่มีทางรู้!!
  เกริ่นก่อนนิดนึง ว่ากำลังฝึกตน พยายามฝึกทักษะภาษาอังกฤษของตัวเอง(ที่อ่อนด้อย)อย่างจริงจัง การต่อสู้กับตัวเองเป็นสิ่งที่ยาก การเริ่มต้นยิ่งยาก เลยการทั้งข้อมูล ทั้งกำลังใจให้ตัวเอง
แต่ประเด็นที่จะนำมาพูดคือ //www.dek-d.com/board/view/2710929/ เข้าไปอ่านวิธีเรียนอังกฤษที่อ่านแล้วรู้สึกใกล้กับวิถีที่จะใช้ฝึกมากและคิดว่าเป็นคำแนะนำ"เบื้องต้น"ที่ดีในระดับหนึ่งเลยที่เดียว แต่ที่ติดใจคือคอมเม้นหนึ่งในนั้นมันมีประเด็นที่น่าสนใจและน่าขัดใจในเวลาเดียวกัน

 ที่ต้องฟันหนูคำว่าเบื้องต้นไว้ บอกก่อนเลยว่าไม่มีคำติใดสำหรับเจ้าของบทความนั้นเลย เนื่องจากเขาใช้ประสบการณ์โดยตรงของตัวเขามาเล่าไม่มีคำว่าผิดอยู่แล้ว และวิธีที่เขาแนะนำใช้ได้กับคนทั่วไปจริงๆหรือเรียกว่าขั้นตอนพื้นฐานของการเรียนรู้ก็ได้ ซึ่งพื้นฐานการเรียนรู้คนตามความจริงเริ่มมาก็รับมันหมดนั่นแหละ รับทั้งสิ่งที่สนใจและสิ่งที่ไม่สนใจ บางก็รับได้ บ้างก็รับไม่ได้ นั่นมันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนแล้วว่าจะเรียนรู้ได้รวดเร็วแค่ไหน และถนัดจะเรียนรู้ด้วยอย่างไร บางคนก็รู้ว่าตนเองจะเรียนรู้ได้ดีด้วยวิธีไหน ในขณะที่บางคนใช้ชีวิตมาทั้งชีวิตก็ไม่คิดจะรับรู้นั่นคงเป็นสิ่งที่แก้ยากที่สุด
 เคยได้ยินคำคมที่ว่า "There is no fool like an old fool. =ไม่มีใครโง่เกินคนแก่โง่ฟังแรกยังอึนๆ แต่พอตีความแล้วก็เข้าใจเหมือนสุภาษิตไทย "ไม้แก่ดัดยาก" ซึ่งจริงๆคนแก่เหล่านั้นเพียงแค่คิดว่าประสบการณ์ของเขาถูกต้องที่สุด ขาดความเชื่อ ขาดความหวัง ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรอีกต่อไปแล้ว ไม่มีความฝัน นึกถึงอนาคต ซึ่งมันไม่แปลกเลยสำหรับคนแก่เพราะเมื่อเราแก่ก็คงไม่อยากเรียนรู้อะไรใหม่ๆให้เหนื่อยอีกแล้ว เราไม่รู้ว่าเขาผ่านอะไรมาบ้างเหมือนที่เขาไม่รู้ว่าเรากำลังเจอกับอะไร ผู้ที่อยู่ต่างสถานะย่อมไม่เข้าใจวิถีของผู้อื่นขอยกข้อความคอมเม้นกัดใจมาให้ยล
คิดว่ายากค่ะ คุณคนแนะนำลองนึกภาพความจริงน่ะค่ะ ดิฉันจะยกตัวอย่างให้เห็นเป็นข้อข้อว่า ทำไมคนไทยถึงพูดฟังอังกฤษไม่ได้ดีเหมือนคนสิงคโปร์ ออสเตรเลีย ลองดูน่ะค่ะว่าจริงไหมค่ะ

1 คนสิงคโปร์ คนออสเตรเลีย เค้าเกิดมาก็พูดอังกฤษกันตั้งแต่อนุบาล แต่คนไทยอนุบาลจนถึงมัธยม ดิฉันขอถามว่าเห็นโรงเรียนไหนบางค่ะในกรุงเทพที่ครูพูดอังกฤษกับนักเรียนตั้งแต่ ประถม มีไหมค่ะ ถ้าพ่อแม่ไม่มีเงินส่งให้ลูกเรียน 2 ภาษา ขอบอกว่าไม่มีค่ะ ถ้าใครเกิดมารวยก็โชคดีไป ได้เรียน
นานาชาติเลย แต่นักเรียนไทยอีกหลายแสนคนหล่ะค่ะ นักเรียนจนเหล่านี้หล่ะค่ะจะฟังอังกฤษเหมือนคนสิงคโปรได้ไงค่ะ โตขึ้นมาก็พูดไม่ได้ และพยายามยังไงก็ไร้ผลเพราะสายไปแล้วน่ะค่ะ

2 คนไทย ไม่นิยมพูด ลองคุณไปซื้อก๋วยเตี่ยวตามร้านซิค่ะ แล้วสั่งพูดเป็นอังกฤษ เค้าแอบพูด
ยังไงรู้ไหมค่ะ เค้าหาว่ากระแดะค่ะ คนไทยถูกสร้างค่านิยมไม่ให้พูดทุกที่ในกรุงเทพและทุกจังหวัด
ของประเทศไทย ใครพูดก็ดูเป็นตัวประหลาดไป ยกเว้นที่โรงพยาบาลใหญ่ใหญ่ มีแต่หมอพูดกัน
คุยวิชาการอังกฤษกัน ดิฉันพูดถูกไหมค่ะ แล้วงี้คนไทยจะพูดได้ไงค่ะ ทั้งทั้งที่ประเทศสิงคโปร
แม่ค้าขายผักในตลาด คนกวาดถนน ยังพูดอังกฤษรู้เรื่องทุกคนเลยค่ะ 

3 คุณคนแน่ะนำบอกว่าให้ฝึกบ่อยบ่อย คิดว่ายากค่ะ ดูจากเนื้อผ้าแล้ว คุณคนที่แนะนำ ถามจริง
จริงจากใจน่ะค่ะ คุณฟังข่าว ซีเอ็นเอ็น บีบีซี ออกทุกคำไหมค่ะ เข้าใจเหมือนฝรั่ง พูดปุ๊บรู้ปั้บเลยไหม
ค่ะ พูดความจริงจากใจคุณน่ะค่ะ ถ้าไม่รู้ทุกคำเหมือนคนสหรัฐ สิงคโปร ขอบอกน่ะค่ะว่า มีปัญหาแน่
ถ้าไม่เข้าใจแม้นแต่คำเดียว คุณก็เสียเปรียบชาวต่างชาติเค้าแล้ว เพราะเค้ารู้ทุกคำอย่างเป็นธรรมชาติ
พูดปุ๊ปรู้ปั้บ แต่คนไทยยังไงรู้ไหมค่ะ พูดปุ๊ป งงก่อนปั้บ บางทีก็รู้ไม่หมดด้วย 

4 ตอนนี้ก็ใกล้ อาเซียนแล้ว ปี 58 ต่อไปคนที่เข้ามาประเทศไทยก็จะมีแต่ชาวต่างชาติ
มาทำงานและลงทุน คุณลองคิดดูซิค่ะ ถ้าคนฝรั่งพูดปุ๊ป คนไทยยังงงปั้บ กันแบบนี้ เห็นทีชาวต่างชาติ
เหนื่อยที่อยากจะรู้จักและร่วมลงทุนกับคนไทยน่ะค่ะ

5 คนไทยน่ะค่ะ ถูกสอนตั้งแต่ประถม สอนแต่ไวยากรณ์ tense grammar ทำให้ถูกสร้าง
มาผิดผิด คนฝร้งน่ะค่ะ เค้าพูดทุกวันจากธรรมชาติ ไม่ใช้ไวยากรณ์ เหมือนคนไทย คนไทยยิ่ง
เรียนไวยากรณ์ ยิ่งพูดไม่ได้ฟังไม่ได้ ลองดูลูกคุณซิค่ะ เรียนไวยากรณ์มากมาย สอบได้คะแนนสูง
แต่พอเปิดข่าวภาษาอังกฤษให้ฟัง ฟังไม่รู้เรื่องเลย จริงไหมค่ะ

6 คนไทยทั้งหมดตอนนี้ในประเทศไทยน่ะค่ะ มีประมาณ 70 ล้านคน คุณคิดไหมค่ะว่าจะมีคนไทย
พูดอังกฤษได้ดี รู้เรื่องทุกคำ ประมาณ 7 แสนคน หรือ ประมาณ 1 เปอร์เซนต์ ดิฉันคิดว่าไม่ถึงค่ะ
คิดว่าคนไทยรู้อังกฤษแตกฉานปรมาณ 1 แสนน่ะค่ะ แต่ประเทศอังกฤษ สิงค์โปร เค้ารู้กันทั้งประเทศ
รู้หมด 100 เปอร์เซนต์ เห็นไหมค่ะว่าเรา ยังห่างไกลกับเค้ามากเลยค่ะ

7 สรุปน่ะค่ะ คิดว่าคนไทยจะพูดภาษาอังกฤษได้ไหม ดิฉันว่ายากมากค่ะ ดิฉันคิดว่าคนไทย
ถ้าจะพูดได้ต้องพูดตั้งแต่อนุบาลค่ะ หรือ ถ้าโตมาแล้ว อยากฟังพูดได้ดีมาก คิดว่าต้องฝึกมาก
ฝึกฟังฝึกอ่านฝึกเขียน อย่างสุดชีวิตค่ะ 

น่าสงสารคนไทยน่ะค่ะ ที่เป็นแบบนี้ ไม่เหมือนคนสิงคโปร์ ที่เค้าพูดอังกฤษกันตลอด
ประเทศเราต้องโทษ ระบบการศึกษาที่ควร จะต้องปรับปรุงกันตั้งแต่อนุบาลเลยค่ะ
อ่านจนจบ สะท้อนความคิดอย่างสุดๆ ว่าเธอผู้นี้หมดหวังการสอนภาษาของประเทศไทยอย่างที่สุด ในความเป็นจริงที่เธอกล่าวมาก็เป็นความจริงในมุมหนึ่ง ทุกคนในประเทศไทยคนเข้าใจเรื่องการศึกษาของเราดี เรื่องนี้ถกเถียงไม่รู้จบทั้งที่จริงๆก็แค่ไม่รู้ว่าจะแก้จุดไหนหรือไม่รู้จะแก้ทำไมก็ไม่รู้สินะ ในอีกมุมที่เธอไม่คิดถึงหรือลืมกล่าวถึงความเป็นจริงมันอยู่ที่ตัวนักเรียนเสียส่วนใหญ่ นักเรียนขาดความใส่ใจสนใจมันย่อมเป็นเรื่องยากที่จะประสบผลสำเร็จ นักเรียนขาดแรงบันดาลใจ ขาดแรงกระตุ้น เรียนจบป.ตรีบางคนยังไม่มีความฝันที่ชัดเจนเลย เรียกว่าการศึกษาผิดๆทำลายความฝันของเด็กก็อาจจะใกล้เคียง และคงทำลายความเชื่อมั่นของเธอไปแล้วด้วย อ่านแล้วมีเรื่องเถียงในใจอยู่หลายประเด็นเชียว ทั้งที่บอกว่ายาก ไม่ได้พูดแต่เกิดทำไม่ได้หรอก หรือจะเข้าใจได้ร้อยเปอร์เซนต์อย่างเจ้าของภาษาเขาไหม
 เรื่องความยาก ไม่มีการเริ่มต้นไหนไม่ยากหรอก กว่าเราจะใช้ภาษาคนเป็นก็นานเหลือหลาย กว่าจะเดินได้ก็ล้มลุกคลุกคลานมาตั้งเท่าไร เราผ่านความยากมาตั้งหลายอย่างเพิ่มอีกสักเรื่องจะเป็นไรไป ไม่ได้พูดแต่เกิดทำไม่ได้หรอก ชาวต่างชาติหลายคนไม่ได้พูดไทยแต่เกิดโรงเรียนเขาไม่มีสอนแต่เขากลับมาอยู่ใช้ภาษาไทยได้มีมากเลย เด็กไทยผู้ใหญ่ไทยใช้ภาษาอังกฤษได้ดีหรือจะภาษาอื่นก็มีมากเหมือนกัน แล้วที่ว่าเข้าใจทุกคำที่พูด ภาษาไทยด้วยกันบางทียังไม่เข้าใจกัน อีกอย่างภาษามีไว้สื่อสารซึ่งเอาแค่คุยกันรู้เรื่องใช้งานได้พอแล้วไหม ภาษาไทยเองยังรู้ไม่หมดเลยจำเป็นต้องไปรู้ภาษาเขาทั้งหมดไหมคงไม่ขนาดนั้นมั้ง เรื่องระบบการศึกษามีทั้งบทความสื่อต่างๆกล่าวไปมากแล้ว ก็แค่ต้องรอดูการเปลี่ยนแปลงถ้าได้เริ่มนะ

 สิ่งที่แย่ที่สุดจริงแล้วมันอยู่ที่การคิด ที่ถ้าเริ่มมาผิดแล้วรู้ตัวที่หลังเราก็คิดว่าโชคไม่ดีเลยและไม่คิดที่จะแก้ด้วยการเริ่มใหม่ เอาคำว่าไม่ออกไปจากประโยคซะ!! เพราะคนฉลาดจะรู้ด้วยประสบการณ์ว่าทุกสิ่งต้อง"เริ่ม"ก่อนเสมอ ไม่เริ่มก่ออิฐก็ไม่มีสิ่งก่อสร้าง ไม่เริ่มพูดก็ไม่มีบทสนทนา ถ้ามนุษย์เรารู้จักคำว่า"ไม่"ก่อน"เริ่ม"จะเกิดอะไรขึ้น...
 ทุกสิ่งมันยากทั้งนั้นแหละ เราก็แค่ไม่เคย ไม่คุ้น ไม่ชิน แต่เมื่อมันเป็นสิ่งที่เราต้องทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราก็จะฮึดแล้วบอกว่า ต้องทำได้สิ! แรกๆก็เก้ๆกังๆ ทำๆไป ทำซ้ำๆ ทำบ่อยๆ รู้ตัวอีกทีเราก็ทำมันได้แล้วด้วยความเคย(คุ้น)ชิน ซึ่งมันใช้เวลาแน่นอนจะเร็วจะช้า มันอยู่ที่การรับรู้ ความเพียร ที่มีแต่ตัวเองเท่านั้นที่รู้ว่าเราสู้กับมันเต็มที่แล้วหรือยัง...

ปล.ประสบการณ์ของคนอื่นเป็นได้เพียงคลังความรู้ให้กับเรา ประสบการณ์อยากได้ต้องลงมือหาเอาเอง




Create Date : 30 มกราคม 2558
Last Update : 30 มกราคม 2558 22:48:58 น.
Counter : 593 Pageviews.

1 comments
  
ผมนี่อ้ำอึ้ง อื่อๆ อ่าๆ ตลอดเลย เวลาเจอต่างชาติ 555+
โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:18:03:46 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

B.K.inf
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



มกราคม 2558

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31