Bad Day ......... Zezha and Me

19 เมษายน วันบ้าอะไรไม่รู้.............

เมื่อวานนี้เป็นวันสอบเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯ

เราก็เตรียมตัว พ่อบอกให้ออกจากบ้านตอนตีสามกว่า

เราก็ตื่นตีสาม แล้วอาบน้ำเตรียมตัว

ตอนแรกก็กะว่าจะไปนอนกับน้า ที่ กทม. แต่เอ๊ะไปเองดีกว่า

ไม่ค่อยชินทางต้องขึ้นรถคนเดียวเดี๋ยวไปสอบไม่ทัน

สนามสอบก็ที่ เมืองทองธานีอ่ะ เราไม่เคยไปด้วย

พ่อบอกว่าเดี๋ยวขับไปหาน้าอีกคนที่มหาชัย แล้วให้น้าขับต่อไป

เมืองทอง ชัวร์สุด เพราะพ่อไม่เคยไป

เราก็เตรียมตัวออกเดินทาง ทิ้งน้องชายเฝ้าบ้านคนเดียว

แล้วพ่อเอารถมาจอดรอหน้าบ้าน เราก็เรียกแตงโมเข้าในบ้าน

เพราะแตงโมชอบตาม แต่มันตื่นแล้วและไม่ยอมอยู่ในบ้านจะ

ออกมาวิ่งกะพวก 3 ซ่า (ซีซ่า เซ็กซี่ ซากี้) ต้องไล่จับจนเหนื่อย

(แตงโมตัวเดียวที่นอนในบ้าน นอกนั้น สามซ่า ชอบนอนนอกบ้าน)

เก็บแตงโมเสร็จก็บอกลาน้องๆ ทั้งสามว่าเดี๋ยวเย็นพี่จะซื้อขนมมาฝาก

อยู่บ้านดีดีๆ ทั้งสามตัวรับคำนั่งเรียงแถวรอส่งเราอยู่หน้าบันไดบ้าน

ก็คิดว่าไม่มีอะไรแล้ว เราก็ขึ้นรถเตรียมออกเดินทาง

แต่พอขึ้นรถได้ พ่อหันมาถามว่า เอาน้ำดื่มมาเปล่า

เรากับแม่บอกว่าไม่ได้เอา

พ่อลงรถไป เพื่อจะเอาน้ำ แกเห็นขวดน้ำตั้งอยู่หน้าบ้าน

(ความผิดเราเองแหละ ที่เอาน้ำยาถูพื้นใสไว้ กลิ่น เฟชร ฟรอรัลด้วย

เพราะขวดน้ำยาขวดเก่ามันแตกเหลือแต่ชนิดเติมก็เลยใส่ไว้)

พ่อไม่รู้ คิดว่าเป็นขวดน้ำของเค้า พ่อจัดการเททิ้ง ทิ้งที่ไหนรู้ม่ะ

ทิ้งลงในบ่อปลา เพราะพ่อคิดว่าเป็นน้ำเปล่า

(พ่อบอกเราว่าไม่รู้ว่ามันเป็นน้ำยาคิดว่าเป็นน้ำเปล่า

เพราะมองไม่เห็นสีน้ำยา มันมืด) งานเข้า.....

กลิ่นน้ำยาท่วม แล้วหันมาถามเราที่นั่งอยู่ในรถว่าน้ำอะไร พอเราตอบ

เล่นเอาประสาทแทบแตก ต้องถ่ายน้ำเปลี่ยนด่วน

ไม่งั้นปลาตายแน่ น้ำยาอย่างเข้มข้น ประมาณ 300 มิลลิลิตร

กับบ่อปลา ขนาด 1.5 * 4 เมตร ตายแน่ปลาฉัน ในนั้นประกอบด้วย

ปลาแรดเผือก 5 ตัว ขนาด ตัวยาว 40 - 50 เซนติเมตร

เลี้ยงมาหลายปีจนใหญ่มากแล้ว และปลาคราฟ อีกเกือบ 10 ตัว

ปลาดูด และปลากราย รวมถึงปลาบึกสุดที่รักของแม่ ตายแน่

น้องปลา พ่อปลุกน้องชายเราที่นอนอยู่ให้มาเอาน้ำใส่บ่อ

เพื่อไล่น้ำเก่าออก เราคิดแล้วไม่น่าไปสอบเลยเลยวันนี้

แต่พอขึ้นรถเตรียมขับออก เราซึ่งเซ็งสุดๆ แต่ต้องไปเพราะ

ไม่มีใครยอมล้มเลิกการไปสอบ ....

และแล้วมันก็เกิดขึ้น ขณะออกรถ ได้ยินเสียเหมือรถเหยียบอะไร

เราตกใจมาก ตัวแข็ง เรารู้ว่าเสียงอะไร เราร้องโฮ แบบคนบ้าเลย

ทั้งที่พ่อกับแม่ยังไม่ลงจากรถด้วยซ้ำ (พึ่งแอบคิดนะ ว่าคน

แถวนั้นต้องด่าเราแน่ เสียงเราดังซะ) พ่อขับรถทับหมา

เราตะโกนไม่เป็นภาษาเลย..ความรู้สึกตอนนั้นช็อคมาก

พ่อลงมาดูเห็นซ่าชักอยู่ มันร้อง แต่ร้องเบากว่าเราอีก

เราปล่อยโฮแบบคนเสียสติเลยอ่ะ ตอนนั้นไม่กล้ามอง

คิดในใจว่าเป็นใครว่ะ ซ่า หรือ ซี่ หรือกี้ ได้ยินเสียแม่บอกว่าซ่า

ใจเราแทบสลาย ไม่กล้ามองด้วยซ้ำ แต่เราเห็นมันวิ่งขึ้นไปบนบ้าน

พ่อบอกเจ็บไม่หนัก เลือดไม่ออก เรายิ่งกลัวใหญ่ แล้ว

ปลาแรดตัวโตที่สุดโดดออกมา พ่อรีบวิ่งไปจับมันใส่ถังอีกใบไว้

กล้วว่ามันจะตาย แต่เราไม่สนแล้วตอนนั้นวิ่งเข้าไปหาซ่า

เห็นมันไม่เป็นไร แต่ชั่วโมงนั้นยอมรับว่ากลัวมาก กลัวมันตาย

เห็นซ่าเดินขากระเผก ขาหลังข้างซ้าย

พ่อบอกมันไม่เป็นไรหรอกสั่งให้ขึ้นรถ ให้น้องดูซ่าไว้

และให้เฝ้าบ่อปลาเผื่อตัวอื่นมันจะโดด ออกมาอีก

เราสติแตกเต็มขั้น นั่งร้องไห้จากบ้านถึงมหาชัย

ตั้งแต่ตีสามกว่าถึง 6 โมงกว่า เราไม่อยากไปสอบเลย

คิดตลอดทางถ้ากลับบ้านได้จะไปนั่งกอดซีซ่า

จะรีบพาซ่าไปหาหมอ (ซึ่งตอนนั้นคงไม่มีหมอไหนเปิดร้าน)

มันคงเจ็บมากๆๆเลย พ่อกับแม่โทรเช็ค

กับน้องชายเราทุกยี่สิบนาทีว่าซ่าเป็นไงปลาเป็นไง

เรากลัวมากเหมือนมันยังไม่ผ่านชั่งโมงอันตราย

แบบว่ามันอาจช้ำใน อาจแอบไปนอนหลบตายอยู่แถวไหนก็ได้

แต่ยังไงเขาก็ยืนยันว่าเราต้องไปสอบ น้องโทรมาบอกซ่าไม่เป็นไร

กินขนมได้แล้ว แต่ขาน่าขะหัก เราค่อยเข้าสอบอย่าโล่งใจ

แต่สภาพตัวเองน่าเกลียดสุดๆๆ ตาบวมมากๆๆ หน้าก็โทรม ผมก็ยุ่ง

แต่เราก็ไม่ค่อยมีสมาธิอยู่ดีแหละ ห่วงแต่ซ่า

น้องเรารีบไปบอกอา อาเค้าเลยรีบจะพาไปหาหมอ

แต่ซ่าไม่ยอมให้จับตัว จะกัดเค้าอย่างเดียวเลย

อากับเพื่อนมาตามซ่าจะพาไปหาหมอตั้งสามสี่รอบ

มันไม่ยอมท่าเดียว จนเค้าถอดใจกันหมด

เลยโทรหาพ่อบอกให้รีบกลับนะ

เราก็รีบสอบพอเค้าให้ออกได้ก็รีบเลย กลับบ้าน

ถึงบ้านได้เกือบเย็น รีบพาซ่าไปหาสัตวแพทย์

ยังแอบทำตัวน่ารักอีก รู้ไหมว่ามันเจ็บนะ แต่ก็วิ่งและเดิน

ให้ทุกคนดู แต่คุณค่ะ พอเห็นพ่อเท่านั้นแหละ ทำเป็นเดินไม่ได้

ต้องให้พ่ออุ้ม มันอ้อนสุดๆๆ จากเห็นแล้วร้องไห้

เป็นเห็นแล้วยังยิ้มได้อ่ะค่ะ แบบโล่งใจขึ้นเยอะเลย

พอดีไปร้านลุงหมอเพื่อนพ่อ เค้าก็ดูให้บอกว่าขาหัก

กระดูกท่อนบนด้วย ให้ฉีดยา ลงความเห็นว่าไม่ต้องเข้าเผือก

แค่ดูไม่ให้ติดเชื้อ ก็ต้องกินและฉีดยา

แต่อาเราสิอยากให้เอ็กซเรย์ อยากให้เข้าเฝือก

แต่พ่อไม่เอาท่าเดียว พ่อบอกว่ามันอาจเน่าได้

ก็ต้องตามพ่อ พ่อว่าไงเราก็ว่างั้น

ขออย่าให้ตายอย่างเดียว (พ่อเราเก่งเรื่องสัตว์อะ

เค้าเลี้ยงสัตว์มาเยอะจนรู้ว่าต้องทำอย่างไรกับมัน

บ้านเราใครก็เรียกว่าสวนสัตว์อ่ะ ก็เรื่องสัตว์

ต้องยกให้เค้าหละ ถ้าปู่ยอมตามใจพ่อบอกว่า

ป่านนี้พ่อเป็นสัตวแพทย์ไปแล้ว ไม่ได้เป็นทหารหรอก)

สรุปวันเลวร้ายวันนี้ มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย

คือ 1. ซีซ่า ซึ่งตอนนี้วิ่งสามขาได้แล้ว และได้ฉายาใหม่

อีกฉายา คือเดี้ยงดีแมกซ์ (เราตั้งเองแหละ

ก็มันเดี้ยงเพราะรถดีแมกซ์นี่)

แต่แม่บอกว่าน่าจะชื่อไอ้แสบซ่าส์ เพราะถึงจะเดี้ยงจะเจ็บ

แต่ก็แสบซ่าส์มาก ออกมาเที่ยวเล่นแถวบ้านแต่เช้ามืดโน่น

เห็นแล้วยอมรับว่าโล่งใจมากค่ะ

2.รายที่สอง คือปลาแรดเผือก ตัวโต ชื่อเจ้าเบิ้ม

จากการสังเกตด้วยตาปรากฎว่าตามตัวมีรอยแผลถลอก

จากการกระโดดออกมานอกบ่อ เพราะพ่อบอกว่ามันน่าจะรู้สึกไว

กว่าตัวอื่น

ในเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด ปลาตัวอื่นปกติดี

และเจ้าเบิ้มก็ลงไปว่ายน้ำในบ่อของตัวเองได้แล้ว

เหลือแต่ซีซ่าที่ต้องฉีดยา และกินยา ตามคำสั่งแพทย์

ลงมติว่าโชคดีไม่โดนทับจนแบนเพราะเนื้อเยอะค่ะ

คือกล้ามเนื้อเขาช่วย ถ้าเป็นซี่หรือกี้คงกระดูกแตกยับแน่ๆ

ช่างเป็นวันที่เลวร้ายจริงๆ ถ้าซ่าตายไป

เราคงต้องโทษตัวเองไปอีกนาน

เพราะการที่เราไปสอบแท้ๆๆ ทำให้เค้าต้องบาดเจ็บ

และน้องปลาเกือบตายยกบ่อ ซึ่งพ่อและแม่แปลกใจมาก

ที่ทำไมซีซ่าถึงมาให้รถทับได้ ทั้งที่ปกติก็รู้และไม่เข้าใกล้

เวลาถอยหรือขับรถออกจากบ้าน สามปีที่ผ่านมาที่เราอยู่ด้วยกัน

ไม่มีสักวันที่เค้ามายุ่งย่ามกับรถ แต่ทำไมต้องเป็นวันนี้ ทำไม

เรานะยอมได้ถ้าการที่เราไม่ไปสอบแล้วต้องทนทำงาน

เป็นลูกจ้างต่อไป ถ้าซ่าจะไม่เจ็บ หรือหวิดเกือบตายอย่างนี้

เพราะ เรารักซ่า รักหมาทุกตัว ไม่ได้รักเหมือนที่เค้าเป็นสัตว์

เลี้ยง เพื่อนแก้เหงา แต่เข้าใจไหมว่าซ่าเป็นเป็นเหมือน

คนในครอบครัวเป็นเหมือนน้องชาย ที่อยู่กับเรา

เป็นคนที่คอยเติม เสียงหัวเราะและรอยยิ้ม เป็นเพื่อนที่ดีที่สุด

พ่อกับแม่เรานับซ่าเป็นลูกอีกคนนะ แต่เรื่องนี้ดีที่น้องสาว

เราไม่รู้เพราะไปอยู่กรุงเทพ ถ้ารู้อาละวาดบ้านแตกแน่

เพราะขานั้นรักซ่ายังกับอะไรดี คงต้องรอกลับมาค่อยบอก

ให้หายดีก่อน เดี๋ยวน้องจะเรียนไม่เป็นสุขอ่ะ

อีกอย่างก็ไม่รู้ว่าซ่าจะเดี้ยงไปตลอดหรือเปล่าต้องรอดู

การเซ็ทตัวของกระดูก แต่ลงมติว่าน่าจะเป๋ เพราะเอ็ดดี้หมาย่าเรา

อาขับรถทับก้เป๋ไปเหมือนกัน แต่ก็ดีกว่าตายไปละกันแหละ

ถึงจะเป๋จะพิการ แต่จะก็จะยังอยู่กับเรา จะยังอยู่เป็นน้องชายอีกคน

ที่น่ารัก ที่เรารักและก็รักเราด้วย.......




 

Create Date : 20 เมษายน 2552
3 comments
Last Update : 20 เมษายน 2552 22:33:58 น.
Counter : 156 Pageviews.

 

ยังไงเค้าก็ยังอยู่นะ ของเราโดนรถชนหน้าบ้านคาตาเลย

 

โดย: Ms.Boonhome 20 เมษายน 2552 23:47:46 น.  

 

โครตซึ้ง

 

โดย: เฟน IP: 125.27.201.19 25 กันยายน 2553 22:35:24 น.  

 

ปลาแรดไม่กินอาหารทามงาย

 

โดย: เฟน IP: 125.27.201.19 25 กันยายน 2553 22:36:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


baipor-p
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"งานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดๆ ก็ตาม"


Group Blog
 
 
เมษายน 2552
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
20 เมษายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add baipor-p's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.