จะด่ากูเฮี่ย... กูเลว... กูมันถ่อย... กูมันไม่เอาถ่าน... กูไม่ขอว่าซักคำ แต่ขอร้องเถอะว่ะ..... อย่าดูถูกคนอย่างกูว่าไม่รู้จัก "รัก" แม้แต่ซักวินาทีเดียวนะมึง
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2552
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
13 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 
กูล่ะ..........ไม่น่าเล้ยยย....

เหี้ยเข้าเส้น

.
.
.
.
.


กูว่ามันก็แล้วแต่คนนะ

คนเราความเหี้ยมันต่างกันตรงที่ว่า

มาในรูปแบบไหน


บางคนเหี้ยเพราะขี้ขโมย

บางคนเหี้ยเพราะขี้โกง

กูเองก็เหี้ย...



ในแบบของกู

ไม่ได้หนักหัวพ่อใคร

และไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน

มึงว่าจิงมั้ย


แต่ก็นั่นแหละ

ไม่ว่าคนหรือหมูหมาที่ไหน

จะเหี้ยมากเหี้ยน้อย

กูว่ามันก็มีความรักเหมือนกันทั้งนั้นแหละ


ฉะนั้น


อย่ายกเอาความรักของมึง

ดีกว่าคนอื่น

สูงกว่าคนอื่น


เพราะยิ่งถ้ามึงกำลังมองหาความรักที่แตกต่างด้วยการเปรียบเทียบกับคนอื่น


มึงยิ่งไม่หลุดจากวังวน

ยิ่งต่ำกว่าความรักของคนอื่น

เพราะรักแบบที่มึงกำลังทำอยู่นั้น

มันไม่ใช่ความรัก

มันมีสิ่งอื่นแอบแฝง

กูว่าคงเหมือนแอ๊ปเปิ้ลแม่มด

ที่เอามาให้สโนว์ไวท์แดกนั่นแหละ

บังเอิญกูเสือกได้เข้าไปอ่านเรื่องของคนอื่นมาเรื่องนึง


แล้วก็เป็นเรื่องเดียวที่กูเข้าไปอ่านซะด้วยดิ


เรื่อง.....อย่าหวังจะได้ทำร้ายกูอีก


อ่านไปก็....ยังไงก็ไม่รู้ว่ะ


ทำไมความรักของไอ้โซ่มันถึงได้ซับซ้อน

มีเล่ห์กลวางแผนอะไรกับความรักมากมายขนาดนั้นวะ


ถ้าจะต้องฉลาดกับความรักแล้วต้อง
มีแผนคิดอะไรมากมายขนาดนั้น


ก็ยอมโง่กับความรัก

ยอมโดนหลอก

ยังดีกว่าต้องมาแฝงเล่ห์

แบบนั้น


แม่งเป็นรักที่โคตรทรมานเลย

กูไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องจริงรึป่าวนะ

แต่อย่างว่าแหละวะ


คนเราไม่เหมือนกัน


บางทีคนเราแม่งก็ฉลาดจนน่ารังเกียจ


บางทีก็โง่เกินควาย


ก็เพราะความรักคำเดียวนี่แหละวะ



ซึ่งกูก็ยังโชคดีที่ไม่เจอแบบไอ้โซ่มัน


มีคนเคยถามว่าแล้วความรักของกูเป็นแบบไหน


กูยกตัวอย่างให้มันฟังว่า

เหมือนอังศุมาลินกับโกโบริ

ตอนที่กำลังจะตายและอยู่ในอ้อมกอดของอังศุมาลิน

ถ้าเป็นคนอื่นก็คงจะกอดไว้แบบนั้นจนหมดลมหายใจไปด้วยความทุกข์ทรมานทั้งคู่

แต่ถ้าเป็นกู...




กูขอทำให้โกโบริรีบๆตายให้พ้นๆไปจากความทรมานนั้น

กูจะรีบคว้าก้อนหินทุบหัวตัวเองให้ตายห่าไปซะให้รู้แล้วรู้รอด

ยังจะดีซะกว่าพล่ามคำรักก่อนตายแบบนั้น

ทำให้ความทรงจำก่อนจากนองเลือดด้วยความทรมานแบบนั้น

...


.
.
.
.

.
.
.



คมชิบหายเลยกูวันนี้




อิอิ











"ไอ้บิด มึงโทรบอกพ่อมึงยังวะว่าจะไปวันนี้อ่ะ"


"ยังเลยว่ะ ไม่มีคนรับสาย" มันตอบ



"อ่ะ เหี้ยแระ เกิดไปแล้วเข้าบ้านไม่ได้ทำไงวะ"

"ไปเหอะ ไม่มีใครเค้าสนใจมึงหรอกน่า" ไอ้เหี้ยนี่แม่งพูดหมาๆ


"กูต้องเตรียมแผน สอง สาม สี่ ห้า ป่าววะเนี่ย" ฟังแล้วก็เหนื่อย


"ไปบ้านมึงได้ป่าวบิด ถ้าไม่สะดวกไปบ้านคนอื่นก็ได้นะเว้ย"


"ไปๆเหอะน่า" มันตอบ

"แต่กูดูสีหน้ามึงแล้วยังกะปวดขี้แน่ะไอ้เหี้ย" กูแซว


"กูว่ามึงกลัวพวกกูรู้มากกว่ามั้งว่าแม่มึงเป็นกระสืออ่ะ" 555 กูล่ะขำ


"เหี้ยเก่งแม่งปากดีว่ะ ถึงบ้านกูเมื่อไหร่กูจะให้แม่กูแดกไส้มึงก่อนคนแรก" อ่ะเหี้ยนี่ปากไม่ดีแระ


กูยิ่งไม่ค่อยกลัวผีอยู่




.
.
.
.



แล้วพวกกูก็ยกโขยงออกจากบ้านกูมาโดยไม่ได้ลาใครซักคำ


ไม่ใช่พวกกู


สันดานไม่ดี


ไม่มีมารยาทนะ


แต่พอกูกลับมาก็ไม่มีใครอยู่บ้านซะแล้วอ่าดิ


ไม่รู้ทำไมชอบไปกันนักโลตัสเนี่ย


ไม่เห็นจะมีเหี้ยไรเลยอ่ะ

สงสัยจะเบื่อเซ็นทรัลเวิด์ลมั้ง





"ไอ้เหี้ยบิดบ้านมึงมีคนอยู่ป่าววะเนี่ย" กูถามย้ำมันอีก


"ไปเหอะน่า ไม่มีคนอยู่ก็ยิ่งดีดิวะ" อืมมันตอบก็จิงของมัน

"คนช้งคนใช้ไม่มีเลยอ่ะ" ไอ้แสบถาม


มันเงียบไม่ตอบสีหน้าไม่สู้ดี


ความกวนส้นตีนหายไปเกินครึ่ง









แล้วก็ถึงบ้านมันซะที


ทันทีที่รถจอด



ทุกคนก็ต้องหยุดจ้องมองที่หน้าบ้านมัน
..



เยสเข้


นี่มันบ้านคนหรือว่าสโมสรทหารบกวะเนี่ย

ใหญ่ชิบหายอ่ะ

แม่งเลี้ยงช้างเอาไว้ในบ้านป่าววะ


"ไอ้เหี้ยบิด มึงจะเดินตามหาแม่มึงเจอป่าววะเนี่ย บ้านใหญ่ชิบหาย"


แล้วกูก็ลงรถหิ้วกระเป๋ากันมาคนละใบสองใบ
ลงมายืนงงเป็นหมาหลง


ห้องโถงบ้านแม่งกว้างชิบหายอ่ะ
ตอนคิดจะสร้างนี่คิดถึงโรงยิมป่าววะ


กูคิดว่าตัวเองเป็นชอลิ้วเฮียงซะอีก


บ้านแม่งทั้งเย็นทั้งเงียบ


แถมมืดๆเพราะว่ามันกว้างและเปิดไฟเอาไว้ไม่กี่ดวง


เสียงก็ก้องๆเวลาที่พวกกูคุยกัน

จนอดนึกว่าแม่งคือถ้ำวังค้างคาวไม่ได้


"โห.. ไอ้บิดบ้านมึงอยู่กันยังไงวะเนี่ย"


มันเงียบไม่ตอบ


สัด

ยังกะไม่อยากให้กูมาบ้านงั้นอ่ะ

เป็นกูถ้ามีบ้านใหญ่ขนาดนี้นะ

กูจะโทรเรียกคนมาอวดแม่งให้รู้ไปทั้งจังหวัด


ว่าเนี่ย.......บ้านกู


"ขึ้นข้างบนเหอะ" มันบอกเสียงเย็นๆ


แม่งพอเข้าบ้านแล้วทำเสียงเป็นผีดิบเชียวนะมึง
สงสัยคืนนี้กูโดน " ดูด " อีกแน่ๆ อิอิ


ดูดเลือดนะสัด



ไม่ใช่ดูดควย


พื้นบ้านแม่งเป็นหินทั้งหลังเลยอ่ะ



เดินไปงี้ส้นตีนเย็นเฉียบ


พอขึ้นมาถึงชั้นบน


ก็เจอห้องกระจก


ในนั้นมีถ้วยชามเต็มไปหมด


แล้วน่าจะเป็นของเก่าซะด้วยดิ

เยอะมากอ่ะ

แจกันบางอันแม่งสูงกว่ากูอีก


"ไอ้บิดของใครวะ" กูถามด้วยความสงสัย

"ของกูดิถามได้ อยู่ในบ้านกูสงสัยเป็นของมึงมั้ง" อ่ะ ตัวตนเดิมเริ่มกลับมา

"เอามาจากไหนวะ" ไอ้แสบถามคงสงสัยไม่แพ้กู


บ้านอื่นมีตู้สองตู้ก็หรูแล้ว


แต่นี่แม่งมีเป็นห้องอ่ะ


"ปู่กูไปเหมาซื้อมาตอนสงครามโลก" มันตอบแบบหยิ่งๆ


กูอึ้งหันมามองหน้ากัน

"ซื้อมาทำไมวะ" กูถาม

"ซื้อเล่นๆ" มันตอบ



สัดกลัวคนเค้าไม่รู้ว่าโคตรพ่อโคตรแม่มันรวย


"เท่าไหร่วะ"

"ไม่รู้ปู่กูไม่ได้บอก"

"แล้วจานอันนี้กี่บาทได้วะ" กูถามด้วยความอยากรู้


"อันที่มึงถามอ่ะเคยมีคนมาขอซื้อ 5 ล้าน"

ชามเหี้ยไรวะตั้ง5ล้าน

สงสัยจะเอาใส่ข้าวแดกมะด้ายแระ

ต้องแดกจานแทน

"มึงเว่อป่าววะเนี่ย" ไอ้แสบถาม

"อันเดียว5ล้าน หมดห้องนี่ไม่หลายร้อยล้านเหรอวะ" ไอ้แสบถาม

"ก็คงงั้นแหละ ห้องนี้แพงสุดในบ้าน"


"ที่มันแพงเพราะว่าเป็นของเก่าอ่ะ ของใช้ในวังต้องห้ามที่จีนอ่ะ"

"อืม" พวกกูพากันตั้งใจฟังกันเงียบกริบ


สัด



คืนนี้สงสัยกูไม่ได้นอนแระ


เด๋วกูจะย่องมาเอาไอ้จาน5ล้านนี่ก่อนเพื่อนเลย


555+


แล้วจู่ๆ


ไฟก็สว่างขึ้นมาเกือบทั้งบ้าน



"มาแล้วเหรอลูก" แล้วก็มีผู้หญิงร่างหนึ่งใส่ชุดยาวๆยังกะแม่มดเดินส่งเสียงมา


ภาพผู้หญิงที่กูเห็น
ทาตาสีดำๆปาดไปเกือบถึงท้ายทอย
ไม่รู้จะทาตาดำมากมายอะไรขนาดนั้น

รวบผมตึงไปมัดไว้ด้านหลัง

ใส่เครื่องประดับเต็มตัว

เดินกางแขนเข้ามารอรับลูกชาย

"อืม" มันตอบแม่มันน้ำเสียงห้วนๆสั้นๆ

เหมือนมันไม่ได้มีความดีใจซักนิดที่เจอแม่มัน

"มาให้แม่กอดหน่อยนะคะ" แล้วแม่มันก็กอดรัดปานลูกรักที่พลัดพรากกันมานาน

ระดมหอมเข้าที่แก้มไอ้หื่น
ทำอยู่แบบนั้นเหมือนไม่แคร์สายตาพวกกู

ที่ยืนตาปริบๆอยู่ตรงนี้

แต่กูว่ามันมากเกินไป

เหมือนเสแสร้งว่ะ

ไม่ได้คิดมากนะ

แต่มันเกินไปว่ะ

บอกไม่ถูก




แหวนเพชรที่นิ้วชี้แม่มันใหญ่ยังกะลูกชิ้นแชมป์

นี่ขนาดอยู่บ้านเฉยๆไม่ได้ไปไหนนะ

ยังล่อซะขนาดนี้

ถ้าไปงานแต่งไม่ต้องมีคนหามเหรอไงวะเนี่ย

แต่งตัวยังกะคนบ้า





"ทานไรมากันรึยังคะเด็กๆ" เค้าหันมาถามกูที่ยืนมึนอยู่ตรงหน้า

"ยังคับ หิวมากเลย" ไอ้เหี้ยชิ้นตอบ ไม่มีการยักท่าซักนิด


ผู้ดีถึงจะหิวไส้แทบขาดก็ยังตอแหลว่า


ไม่หิวค่ะ


ทานมาเรียบร้อยแล้ว


"เหมือนกันเลยคับ" กูตอบ


อิอิ


"ดีเลย วันนี้คุณแม่ทำก๋วยเตี๋ยวเป็ดสูตรหม่อมยายพอดี" แม่มันตอบแบบภูมิใจนำเสนอ


"เหี้ยบ้านยังกะวังเสือกเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวเป็ด" กูหันไปกระซิบด่ากับไอ้แสบ

"ไอ้เก่งบ้า เค้าเลี้ยงก็ดีแล้ว" มันกระซิบตอบ

กูหันไปมองไอ้พวกที่เหลือ....สีหน้าผิดหวังไปตามๆกัน


เท่าที่สาระแนสอดส่ายสายตามองไปทั่วบ้านมัน

มีรูปคนแก่ๆหน้าเก่าๆอยู่หลายรูป


พอจะเดาออกว่าแม่มันเป็นคนที่มีประวัติครอบครัวมายาวนาน

น่าจะเป็นลูกหลานพระยาสมัยก่อนอะไรทำนองนั้น


ยิ่งดูที่แม่มันแล้วยิ่งชัด


เพราะว่าคนปกติเค้าไม่แต่งตัวแบบนั้น













ทันทีที่เก็บของเสร็จ
พวกกูก็เดินมาที่ห้องกินข้าว

เพื่อรอยัดห่าก๋วยเตี๋ยวเป็ดสูตรหม่อมยาย


อ่อ......ที่แท้คนใช้มาสุมหัวกันอยู่หน้าหม้อก๋วยเตี๋ยวเป็ดนี่เอง





"ผมเอาเส้นเล็กคับ" ไอ้เหี้ยเหยินสั่งก่อนเพื่อนยังกะนั่งแดกที่ร้าน

ถือช้อนตะเกียบอยู่ในมือพร้อม


"ผมเอาเหมือนกันคับ ชอบเหมือนกัน" ไอ้ชิ้นสั่งเลียนแบบกลัวคนไม่รู้ว่าแม่งเป็นเพื่อนกัน


"ของผมเกาเหลาคับ ผมไม่กินเส้น" กูสั่งมั่งกะเอาเนื้อเป็ดเยอะๆไง

"ผมเอาเกาเหลาเหมือนกันครับ" ไอ้เหี้ยแสบสั่งตาม เพิ่งด่าไอ้เหี้ยเหยินไปแหม่บๆ


"ลูกก็เอาเกาเหลาเหมือนกับครับแม่" ไอ้เหี้ยบิดแทนตัวว่าลูกอ่ะ...........กูถึงอึ้งอ่ะ



ไม่เข้ากะหนังหน้า

หน้าจัณฑาล....สันดานไพร่



ไม่อยากจะเชื่อว่าแม่งมีเชื้อผู้ดีเก่า



แล้วไม่รู้แม่งจะพากันแดกตามกูทำไม

เด๋วเส้นก็เหลือหรอกไอ้เหี้ยนี่


แต่ก๋วยเตี๋ยวสูตรหม่อมยายของแม่มันอร่อยจริงๆว่ะ
กลมกล่อม
ไม่เค็มมากไป
เป็ดก็ไม่มีกลิ่นตุๆเหมือนกลิ่นตดหรือกลิ่นจักกะแร้ของไอ้เหี้ยถึก

เนื้อก็นุ่มสรุปว่ามีแดกชามที่สองอ่ะ

ขณะที่พวกกูกำลังอร่อยอยู่นั้น....




เวลาแดกทีไรพวกกูมักจะมีมารคอหอยตลอด


"คุณหญิงคะคุณท่านมาค่ะ" เสียงสาวใช้บอกแม่มัน

ด้วยท่าคุกเข่าบอก.....มันแปลกตรงแม่บ้านที่บ้านกูไม่ต้องนอบน้อมขนาดนี้

อย่าเรียกสาวใช้เลย
กูว่าเรียก "บ่าว" จะดีก่ามั้ง


แล้วแม่มันก็เอามือจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่เอามือลูบๆเข้าที่ทรงผม
เหมือนเตรียมตัวพร้อมและตื่นเต้นมากๆที่พ่อไอ้เหี้ยบิดกำลังมา

ที่สำคัญแหวนเพชรนี่เล่นเอากูตาพร่า คีบเนื้อเป็ดแทบไม่ถูก



แล้วพ่อมันก็เดินมา
พ่อไอ้บิดแก่แล้วว่ะ
ผมหงอกแล้วอ่ะ
ไว้หนวดผอมๆ
หน้าตาดูน่ากลัวใช้ได้ทีเดียวเชียวมึง

"คุณพี่ทานก๋วยเตี๋ยวเป็ดก่อนนะคะ" แม่ไอ้บิดถามแล้วกระดิกมือสั่งบ่าวให้รีบทำมาเสิร์ฟ


"คุณพ่อหวัดดีคับ" ไอ้บิดยกมือไหว้พ่อมัน
ที่แค่หันหน้ามามองมันด้วยสีหน้าเฉยเมย

แล้วไม่รับไหว้ด้วยซ้ำไป

แล้วพวกกูก็ยกมือไหว้พ่อมันด้วยความกลัวยังไงก็ไม่รู้ว่ะ

ซึ่งเค้าก็ทำเหมือนพวกกูเป็นอากาศธาตุไม่มีตัวตน

งิดแดกเลยพวกกู...ยกมือลงแทบไม่ทันอ่ะ


แล้วก๋วยเตี๋ยวเป็ดก็ถูกเสิร์ฟวางตรงหน้าพ่อมัน

กินเข้าไปคำแรก พ่อมันก็วางตะเกียบ

หยุดกิน

แม่มันที่ยืนลุ้นอยู่ข้างๆถึงกับหน้าเสีย

"ก๋วยเตี๋ยวเป็ดบ้าอะไรของเธอเค็มขนาดนี้ ใครจะกินเข้าไปลง"


พ่อมันพูดเสียงดังมากจนพวกกูสะดุ้งเพราะความกลัวที่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ไม่แค่นั้นอ่ะดิวะ


พ่อมันเอาก๋วยเตี๋ยวในชามที่มีน้ำร้อนๆสาดไปที่แม่ของไอ้บิดที่ยืนอยู่ข้างๆ

"เธอเก็บเอาไว้กินเองเหอะ อยู่บ้านนี้แล้วรำคาญชั้นไปบ้านเมียน้อยดีกว่า"

พ่อมันพูดจบก็ลุกพรวดไปด้วยความเกรี้ยวกราด

ทิ้งพวกกูที่นั่งเกร็งตัวสั่น

แล้วแม่ไอ้บิดที่ยืนตัวแข็งทื่อ

มีชิ้นเป็ดที่ติดตามตัวร่วงหล่นลงพื้นทีละชิ้นสองชิ้น




ทันทีที่พ่อมันเดินลับไป

บรรดาบ่าวก็เข้ามาประคองแม่มันที่ยืนเหมือนคนช็อคหายขึ้นไปชั้นบน

สร้อยเพชรเส้นเท่าโซ่ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยเส้นก๋วยเตี๋ยว
บ้านที่เงียบอยู่แล้วยิ่งเงียบเข้าไปอีก



ทำไมพ่อมันทำแบบนี้วะ



ไม่เห็นแก่หน้าลูกเมียบ้างเลย


หรืออย่างน้อยๆก็น่าจะเห็นแก่พวกกูมั่ง...


ไอ้เหี้ยบิดก้มหน้าลงมองเนื้อเป็ดในชามน้ำตาคลอกำเมือแน่นด้วยความแค้น


"เก่งลองชิมดิ เราว่าไม่เห็นเค็มเลยอ่ะ" ไอ้เหี้ยเหยินพูดพลางเอาช้อนที่มีน้ำก๋วยเตี๋ยวเป็ดจะยื่นใส่ปากกู


"พ่อมึงตายเหรอไอ้สัดเหยินเค้าจะฆ่ากันตายอยู่แล้วยังเสือกจะมาตลกอีก"

กูด่ามัน

คนเราถ้าสิ้นรักกันแล้ว
ทำดีแค่ไหน


มันก็เป็นอย่างที่เห็นนี่แหละ


ก็คงเหมือนแม่ไอ้บิดนี่แหละมั้ง

บ้านหลังขนาดนี้

เครื่องเพชรขนาดนั้น


บ่าวไพร่รายล้อม

แต่หาความสุขไม่เจอ.....แม้ซักนิดเดียว






แล้วกูก็รีบหลีกตัวออกจากเหตุการณ์น่าระทึกแยกย้ายกันเข้าห้องนอนแบบไม่ต้องนัดหมาย

เงียบกริบไม่มีเสียงใครปริปาก

ทันทีที่กูสามคนเข้าในห้องนอน


ไอ้เหี้ยบิดก็ปล่อยโฮออกมาอย่างหมดสภาพ
ไม่แคร์สายตาใคร
ไม่สนใจอะไรแล้วในตอนนี้
มันกอดกูกับไอ้แสบเข้ามาในวงแขนมันจนแน่น

เล่นเอากูกับไอ้แสบก็น้ำตาคลอตามมันไปด้วย

อารมณ์นี้บอกไม่ถูกว่ะ

มันเกินความสามารถของกูที่จะช่วยอะไรมันได้

กูคงประสานรอบร้าวในครอบครัวมันไม่ได้

แต่สิ่งที่กูทำได้ตอนนี้คือ....




กอดมันให้แน่นที่สุด


เอาความเป็นเพื่อน...เอาหัวใจกูนี่แหละเช็ดคราบน้ำตาแห่งความเสียใจให้มัน




วันๆที่ไอ้เหี้ยบิดแทบไม่เคยกลับบ้านเลยก็คงเพราะสาเหตุนี้


พ่อมันก็ไปหลงระเริงกับเมียน้อยและการถลุงสมบัติของตระกูลแม่มัน


แม่มันก็จมทุกข์รอคอยแค่เศษความรักที่พ่อมันจะยังคงพอมีหลงเหลือเจียดมาให้บ้าง

จนลืมสนใจลูก


ไอ้บิดก็คงเหมือนเจ้าชายที่อยู่บนหอคอย

เคว้งคว้างโดดเดี่ยวเอื้อมคว้าใครไม่ถึง



แม้แต่ความอบอุ่นของพ่อแม่มันแท้ๆยังส่งไปไม่ถึง

อยู่ใกล้กันแค่เอื้อมแต่ว่าแม่งเหมือนโคตรห่างไกลกัน

คนรักกันอยู่ไกลกัน

ยังจะดีซะกว่า......



คนอยู่ใกล้กัน

แต่ไม่มีความรักให้กัน




"มึงสองคนอย่าทิ้งกูนะ กูเหงา กูกลัวต้องอย่คนเดียว"


มันพูดเสียงโคตรเศร้า น้ำตาไหลนองหน้า

กูพามันนอนลงบนเตียง


ให้มันนอนระหว่างกลางกูกับไอ้แสบที่นอนกอดมันอยู่ข้างๆ


เพื่อนเอ๋ย......


ไม่ว่ายังไงกูก็ไม่มีทางทิ้งมึงอยู่แล้ว



ถึงแม้ต่อไปภายภาคหน้ามึงจะเกลียดชังกูซักแค่ไหน
แต่ความเป็นเพื่อนที่กูมีให้มึง



จะไม่มีอะไรมาทำความความเป็นเพื่อนของเราได้


นอกจากความตายเท่านั้น...


"กูไม่ทิ้งมึงหรอกไอ้เหี้ยบิด" กูดึงตัวมันมากอดรัดเอาไว้แล้วพูดกับมันที่ข้างหู




ไอ้แสบก็กอดมันแน่น


ไม่รู้น้ำเหี้ยไรไหลออกจากตากู


ไหลจนกูแทบจะขาดใจ


เกลียดชิบหายเลยว่ะ

ความรู้สึกแบบนี้


คิดว่าหนีพ้นแล้วยังเสือกหน้าด้านตามมาจนได้


ถ้าหากความรักที่กูจะมีให้

ไม่ว่าในถานะไหนก็ตาม

จะช่วยเติมเต็มและทำให้มึงมีความสุขขึ้นมาบ้าง

กูยอมแล้ว


กูเปิดใจแล้ว



กูยินดีให้มึงครองอยู่ในหัวใจกูด้วยความจำนนแล้วไอ้เหี้ยบิด



อย่าร้องไห้ต่อไปอีกเลยนะ


มีกูอยู่ทั้งคน


เปิดเทอมเมื่อไหร่ค่อยกลับไปอยู่ในโลกของเรา



โลกที่มีแต่ความสุข


โลกที่มีแต่พวกเรา


โลกที่มีเราสามคน


หลับก่อนนะคืนนี้

ร้องไห้ให้พอ

เพื่อที่จะตื่นขึ้นมาพรุ่งนี้แล้วลืมเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น
ลืมเรื่องเลวร้ายทุกอย่างที่ผ่านมาให้หมด


เพื่อความสุขที่รอเราอยู่ข้างหน้า.....



นอนเถิดนะที่รัก........





เจอกันในโลกแห่งความฝัน




โลกแห่งความสุข




ราตรีสวัสดิ์




Create Date : 13 พฤษภาคม 2552
Last Update : 13 พฤษภาคม 2552 19:16:47 น. 14 comments
Counter : 639 Pageviews.

 
อ่านไปได้หน่อยนีง แล้วถามตัวเองว่า เราเข้ามาอ่านรัยเนี่ย แต่พออ่านไปเรื่อยๆแล้วรู้สึก อึ้ง ทึ่ง และมีซึ้งด้วย แอบน้ำตาไหลตามด้วยค่ะ สรุปแล้วชอบมากๆเลย อย่าลืมเขียนอีกนะคะจะรออ่านค่ะ


โดย: TungTan วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:19:41:38 น.  

 
หลงเข้ามา
ซึ้งอ่ะ
TT


โดย: พุดดิ้ง วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:19:57:12 น.  

 
ตอนนี้คมสัดงง

สงสารไอ้บิดจัง


โดย: KnOT IP: 119.31.17.177 วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:20:18:55 น.  

 
มาชวนไปเที่ยวที่blogผมบ้างนะครับ ฝากเว็บไหมด้วยนะครับ digg


โดย: prempcc วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:20:40:52 น.  

 
พี่เปลี่ยนงานใหม่ ไม่ได้เข้าอัพบล็อกไม่ได้เข้ามาอ่านเลยเก่งเอ้ยยยย วิญญาณจะหลุดจากร่างแระ

ไว้ว่างๆ มาอ่านไรเสียว ๆ จากเก่ง ให้หายเครียดดีกว่า ฮ่าๆๆ

แต่ตอนนี้ เหนื่อย โฮกเลย โอ่ย


โดย: eath IP: 125.24.80.75 วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:35:59 น.  

 
มามะ บอกเพื่อนน้องมาให้เจ๊กอดซักที เด๋วเจ๊จะให้ความรักแบบเต็มที่เลย



โดย: oreocream วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:55:23 น.  

 


โดย: baareeraa วันที่: 14 พฤษภาคม 2552 เวลา:0:06:05 น.  

 
โอ้วว วันนี้มาแบบมีหลักการโคตๆ


ซึ้ง......

ปน


เศร้า

เฮ้อ!


โดย: kikisshae IP: 58.8.221.172 วันที่: 14 พฤษภาคม 2552 เวลา:1:03:02 น.  

 
อึ้ง บอกไม่ถูก
ไม่คิดว่ายังมีสังคมแบบนั้นอยู่อีกนะ
ยังกับในหนังเลย

เห้อน่าสงสารบิดจริงๆเลย
เก่งก็นะ
แกล้งแต่มัน

บอกตั้งแต่เว็ปโน้นแล้วแหละว่าบิดอ่าน่าสงสารที่สุดเลย
เป็นกำลังใจให้บิดเดินหน้าต่อไปนะ สู้ๆ

ไม่มีใครที่จะมีความสุขได้ตลอดเวลาหรอก
และเวลาที่มีความสุขก็ชั่งน้อยซะเหลือเกิน


โดย: maximum IP: 124.121.111.63 วันที่: 14 พฤษภาคม 2552 เวลา:1:21:41 น.  

 
อืมมมม
แต๊งกิ้ว....

สบายดีเป่า??..หวังว่าคงสบายดีหละมั้ง..นะ



โดย: P_Poy วันที่: 14 พฤษภาคม 2552 เวลา:12:28:20 น.  

 
อ่านแล้วสะจายเจรง ๆ เลยค่ะ


โดย: คุณย่า วันที่: 14 พฤษภาคม 2552 เวลา:20:07:03 น.  

 
ยาย้อมผมสีชอคโกแลตนะค๊า สีดำไม่อาวอ่ะ^^


โดย: khunya IP: 114.128.39.178 วันที่: 15 พฤษภาคม 2552 เวลา:15:15:14 น.  

 
อ้ายน้องเก่ง... มรึง...



โดย: zardamonoxication (zardamon ) วันที่: 21 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:55:46 น.  

 
ชอบตอนนี้นะ จริงใจดี


โดย: O Freunde IP: 118.174.58.35 วันที่: 28 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:29:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สันดานเสีย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




ถึงสันดานกูจะเสียแต่รักจิงนะเว้ย..
Friends' blogs
[Add สันดานเสีย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.