Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2555
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
23 ตุลาคม 2555
 
All Blogs
 
Seafood Pizza...แป้งกรอบนอกนุ่มใน แสนอร่อย

 

ภาพบนเป็นพิซซ่าหน้าซีฟู๊ด

อันนี้หน้าแฮม ไส้กรอกและซาลามิ....ใส่สับปะรด ตามคำเรียกร้องของคุณหลาน

สาเหตุที่ต้องพยายามค้นหาสูตรพิซซ่าให้ถูกใจคนในครอบครัวเนื่องมาจากว่า หลานชายชอบทานพิซซ่ามาก แล้วช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอม ดังนั้นคุณยายจะต้องโทรสั่งพิซซ่ามาให้หลานและคุณตาทานวันเว้นวัน อาทิตย์หนึ่งต้องเสียเงินไปกับค่าพิซซ่าเยอะมาก ดังนั้นคุณยายเลยเรียกร้องให้เราหัดทำพิซซ่าให้คุณหลานทาน เพื่อเป็นการลดต้นทุนของคุณยาย (แต่เพิ่มทุนที่คุณน้าแทน)....

จริง ๆ แล้ว เราก็ทำพิซซ่ามาหลายครั้ง และก็ลองมาหลายสูตรแล้ว ทั้งสูตรดังจากเว็บไซด์ในประเทศและต่างประเทศ แต่ก็ยังไม่ถูกใจสมาชิกในครอบครัว ตัวแป้งกับซอสมันไม่เหมือนที่เขาทำขาย...จนกระทั่งวันนี้ ในที่สุดเราก็ได้สูตรพิซซ่าประจำครอบครัวแล้ว วันนี้พอทำเสร็จเราก็แบ่งไปให้คุณพ่อชิมก่อน เพราะถ้าคุณพ่อบอกว่าโอเค แสดงว่าสูตรนั้นใช้ได้เลย

ตอนเอาไปให้ทานก็ลุ้นเหมือนกัน...ในที่สุดคุณพ่อซึ่งเป็นคนที่ทานอาหารยาก มักจะมีเรื่องติอาหารหลาย ๆ ครั้ง แต่พอมาวันนี้คุณพ่อว่า พิซซ่าสูตรนี้อร่อยดี ตัวแป้งด้านนอกรอบ ด้านในนุ่มดี แป้งไม่หนาเกินไป ซอสก็อร่อย โดยรวมแล้วเหมือนที่เขาทำขาย .....พอเราได้ยินคำชมนี้ Smiley บอกตรง ๆ ว่าดีใจมาก...หายเหนื่อยเลย

สูตรพิซซ่าที่ใช้ได้มาจากหนังสือชื่อ "โฮมเมด อิตาเลียน" ปกติแล้วสูตรที่ได้จากหนังสือตำราอาหารที่มีขายโดยทั่วไป ส่วนใหญ่พอเราทำตาม มักจะทำออกมาแล้วไม่ค่อยอร่อย ต้องมาปรับแก้สูตรกันเองตอนทำด้วย แต่สำหรับสูตรพิซซ่าในหนังสือเล่มนี้บอกได้เลยว่า ไม่ต้องปรับอะไรเลย ทำออกมาแล้วถูกใจค่ะ ส่วนเมนูอื่นยังไม่ลองทำเลย

ส่วนผสมแป้งพิซซ่า (ได้แป้งโดว์น้ำหนัก 1,260 กรัม)

  • น้ำอุ่น                            325 กรัม
  • น้ำตาลทราย                       7 กรัม
  • ยีสต์                                 7 กรัม
  • แป้งขนมปัง                     400 กรัม
  • แป้งเซโมลินา                  100 กรัม
  • เกลือป่น                            7 กรัม
  • น้ำมันมะกอก                      1 ช้อนโต๊ะ

      ถาดอบพิซซ่าขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 นิ้ว และ แป้งขนมปังสำหรับโรยเวลานวดแป้ง

วิธีทำ

ผสมน้ำอุ่นและน้ำตาล คนพอเข้ากันให้น้ำตาลละลาย ใส่ยีสต์ลงบนผิวน้ำอุ่น ใช้ช้อนคนให้เข้ากันเบา ๆ พักไว้ประมาณ 10 นาที....พอครบ 10 นาที ยืสต์จะเจริญเติบโตจนเกิดเป็นคล้าย ๆ ฟองอากาศเต็มเลย (ถ้าไม่มีฟองแสดงว่ายืสต์หมดคุณภาพแล้วนะคะ)

ผสมแป้งขนมปัง แป้งเซโมลินา และเกลือป่น ในอ่างผสม คนให้พอเข้ากัน

หน้าตาของแป้งเซโมลินานะคะ เราซื้อที่ฟูดแลนด์บริเวณที่ขายอุปกรณ์เบเกอรี่ พวกแป้งนำเข้า

ทำแป้งเป็นหลุมตรงกลาง เทยีสต์ที่ละลายไว้และน้ำมันมะกอกลงตรงกลางหลุม ใช้พายไม้หรือมือตะล่อมแป้งเข้ามารวมตรงกลางหลุมช้า ๆ จนได้ส่วนผสมเป็นก้อนเดียวกัน

เทแป้งออกวางบนโต๊ะที่จะใช้นวดแป้ง นวดต่อประมาณ 10 นาที จนได้ก้อนแป้งเนียนนุ่มไม่ติดมือ

ถ้าใครอยากใช้เครื่องนวดแป้งก็ได้นะคะ แต่เราว่าไม่จำเป็นเลย เพราะแป้งที่ได้ค่อนข้างจะนิ่มมาก ง่ายต่อการนวด นวดประมาณ 1 นาที ตัวแป้งก็เริ่มเนียนนุ่มไม่ติดโต๊ะเลยค่ะ แทบไม่ต้องใช้แป้งนวลเลย จริง ๆ แล้วเรานวดแค่ประมาณ 5 - 7 นาที ตัวแป้งก็เนียนนุ่ม ไม่ติดมือแล้วค่ะ แต่เพื่อความชัวร์ นวดซะให้ครบ 10 นาทีตามสูตรเลยดีกว่า Smiley...

เรามีเทคนิคการนวดแป้งพิซซ่าด้วยมือ ที่เราได้มาจากเว็บไซด์ต่างประเทศ ทำให้เรานวดแป้งได้ง่ายขึ้นเยอะเลย เพราะเทคนี้ทำให้แป้งที่เรานวด ไม่เหนียวหนืด แต่ตัวแป้งจะนิ่มทำให้นวดง่ายมาก ๆ

เทคนิคเดิม...โดยปกติเวลาเรานวดแป้งตามที่เรารู้มา เราจะใช้วิธีดันแป้งไปข้างหน้าโดยใช้ข้อมือ แล้วพับแป้งทบกันแล้ว ดันแป้งไปข้างหน้า ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนแป้งเนียนนุ่ม แต่วิธีนี้มีข้อเสียคือเวลาที่เราพับทบแป้ง แล้วคลึงแป้งไปด้านหน้า จะทำให้ตัวแป้งมีความเหนียวหนืด ยากต่อการนวด ทำให้เหนื่อยง่าย

แต่เทคนิคใหม่ (บางท่านอาจจะทราบอยู่แล้วนะคะ แต่เราเพิ่งเห็นวิธีนี้จากเว็บไซด์นี้ เลยอยากเอามาแชร์ให้คนที่ไม่รู้ ได้ทราบ) จะทำให้การนวดแป้งง่าย แป้งโดว์จะมีความนุ่มนิ่ม ง่ายต่อการนวด เราจะใช้มือขวาดันแป้งไปข้างหน้าโดยเอียงไขว้ไปด้านซ้าย แล้วดึงแป้งกลับมา หลังจากนั้นใช้มือซ้ายดันแป้งไปข้างหน้าโดยเอียงไขว้ไปด้านขวา แล้วดึงแป้งกลับมา ทำสลับกันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งแป้งเนียนนุ่ม

เราลองทำแล้วทำสองแบบ ตอนที่ใช้เทคนิคเดิม พอเราเริ่มทบแป้งรอบที่สอง ก็รู้สึกแล้วว่าแป้งเริ่มหนืด เราเลยทำแบบใหม่ที่นวดง่ายกว่าเยอะเลย ข้างล่างเป็นวีดิโอสาธิตการนวดแป้งพิซซ่าที่เราได้เรียนรู้เทคนิคของเขามานะคะ รวมถึงการคลึงกลม การแผ่แป้งพิซซ่าด้วย 

 

เมื่อนวดแป้งเนียนดีแล้วให้คลึงแป้งเป็นก้อนกลม โรยแป้งขนมปังบาง ๆ ลงในอ่างผสม วางก้อนแป้งที่นวดแล้วลงไป หลังจากนั้นให้โรยแป้งขนมปังด้านบนก้อนแป้งบาง ๆ อีกครั้ง ปิดด้านบนอ่างด้วยพลาสติกแร็ปหรือผ้าขาวบางชุบน้ำหมาด ๆ พักแป้งไว้ในอุณภูมิห้องประมาณ 1 ชั่วโมงจนแป้งขึ้นเป็นสองเท่า

แป้งพิซซ่าโดว์หลังจากที่ขึ้นเป็นสองเท่าแล้ว ให้นำแป้งออกมาจากอ่างผสม นวดไล่อากาศ 2 - 3 ครั้ง จนแป้งเนื้อเนียน

ให้คลึงแป้งเป็นก้อนกลม แล้วตัดแบ่งเป็น 4 ก้อนเท่า ๆ กัน

ใช้อุ้งมือคลึงแป้งที่แบ่งไว้เป็นก้อนกลม ทำจนครบทั้ง 4 ก้อน .... หลังจากคลึงกลมแล้วมีวิธีการทำ 2 ทางเลือก คือ

ทางเลือกที่ 1

วางแป้งลงบนถาดที่โรยแป้งขนมปังบาง ๆ คลุมด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำหมาด ๆ หรือ พลาสติกแร็ป พักแป้งไว้ 15 นาทีให้แป้งคลายตัวและพองขึ้นเล็กน้อย

โรยแป้งขนมปังบาง ๆ บนผิวโต๊ะ นำก้อนแป้งที่จะใช้ออกมา 1 ก้อน วางบนพื้นที่โรยแป้งไว้ ใช้นิ้วมือกดไล่แผ่นแป้งให้แผ่หนาสม่ำเสมอกันจนขนาดเท่ากับถาดอบพิซซ่า (หรือใช้ไม้คลึงแป้งก็ได้)

โรยแป้งขนมปังลงบนถาดพิซซ่า ค่อย ๆ ยกแป้งใส่ถาด ใส่หน้าพิซซ๋าตามชอบแล้ว นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 230 องศาเซลเซียส โดยใช้ไฟล่าง ประมาณ 10 นาที หลังจากนั้นลดอุณหภูมิลงเหลือ 200 องศาเซลเซีนส โดยใช้ทั้งไฟบน-ล่าง

(ในตำราเขาให้ใช้ไฟ 250 องศา แต่เราลองแล้วกับสูตรอื่น ไฟแรงไป เราเลยลดเหลือแค่ 230 องศาแทน ... อันนี้แล้วแต่เตาใครเตามันนะคะ ส่วนไฟบน-ล่าง นี่ เราลองใช้ทั้งบนและล่างอบมาแล้ว ตัวหน้าพิซซ่าจะเกรียมก่อนที่แป้งจะสุกกรอบดี เลยเปลี่ยนมาใช้ไฟล่าง 10 นาที และ บน-ล่าง 5 นาทีแทน)

ทางเลือกที่ 2

ทางเลือกนี้เป็นทางเลือกที่หลาย ๆ เว็บไซด์รวมทั้งในหนังสือตำราเล่มนี้ก็แนะนำให้ใช้ เพราะจะทำให้แป้งพิซซ่ามีความอร่อยยิ่งขึ้น ซึ่งเราก็เลือกใช้ทางเลือกนี้เหมือนกัน

หลังจากที่ตัดแบ่งแป้งเป็น 4 ก้อนเท่า ๆ กันแล้ว ให้คลึงแป้งเป็นก้อนกลมเนียน แล้วให้วางก้อนแป้งลงบนถาดที่ทาด้วยน้ำมันมะกอก วางให้ห่างกันพอประมาณ (เราใช้แป้งขนมปังโรยบนถาด แต่พอตอนเอาแป้งออกมามันติดนิดหน่อย เราเลยแนะนำให้ใช้น้ำมันมะกอกทาบนถาดเลยดีกว่า)

หลังจากนั้นให้ใช้น้ำมันมะกอกทางรอบ ๆ ผิวก้อนแป้งทั้ง 4 ก้อนให้ทั่ว เพื่อที่เวลาแป้งพองตัวขึ้น ตัวแป้งจะได้ไม่ติดกัน

ใช้พลาสติกแร็ปพันให้ทั่วถาด ป้องกันไม่ให้ลมเข้าซึ่งจะทำให้ผิวของแป้งแห้งได้ หลังจากนั้นนำไปแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 1 คืน (บางเว็บไซด์บอกว่าประมาณ 3 คืนก็ได้ แต่เราว่าคืนเดียวก็พอแล้ว)

หลังจากพักแป้งในตู้เย็นช่องธรรมดามาแล้ว 1 คืน แป้งจะขยายขึ้น (อันนี้เพิ่งเอาออกมาจากตู้เย็น ยังไอเย็นเกาะอยู่ เลยมองไม่ค่อยชัด)

หลังจากเอาพลาสติกแร็ปออกแล้ว แป้งที่ได้จะนุ่มมากเลย

ถ้าเราไม่ใช้แป้งทั้งหมด 4 ก้อน ให้เอาแป้งที่ไม่ใช้ทาด้วยน้ำมันมะกอกที่ผิวแป้งให้ทั่ว แล้วใส่ในถุงพลาสติกชนิดมีซิปกันลม หรือจะใช้พลาสติกแร็ปห่อให้มิดชิดไม่ให้โดนลม แล้วเอาไปเก็บไว้ในช่องฟิต เก็บได้ประมาณ 3 สัปดาห์

ก่อนที่จะเอาออกมาใช้ ให้เอาแป้งโดว์มาวางแช่ไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาก่อน 1 คืน หลังจากนั้นก็เอาแป้งออกมาจากตู้เย็น พักแป้งในอุณหภูมิปกติอีก 2 ชั่วโมง (ดูวิธีการทำด้านล่างค่ะ)

ให้โรยแป้งขนมปังลงบนพื้นโต๊ะเล็กน้อย (ของเราโรยมากไปหน่อย แค่ให้แป้งไม่ติดพื้นโต๊ะก็พอค่ะ) แล้ววางก้อนแป้งลงบนแป้งนวล แล้วโรยแป้งขนมปังบนตัวก้อนแป้งอีกเล็กน้อย

หลังจากนั้นให้แผ่ก้อนแป้งให้มีความหนาประมาณ 1/2 นิ้ว

ให้ใช้พลาสติกแร็ปคลุมแป้งไว้ แล้วพักแป้งประมาณ 2 ชั่วโมง

เมื่อครบ 2 ชั่วโมงแล้วให้แผ่นก้อนแป้งให้มีความหนาสม่ำเสมอกันจนขนาดเท่ากับถาดอบพิซซ่า (หรือใช้ไม้คลึงแป้งก็ได้) โรยแป้งขนมปังบนถาดอบพิซซ่าบาง ๆ แล้วค่อยยกแป้งที่แผ่แล้ววางลงบนถาดพิซซ่า

(ถ้าใครชอบหนานุ่มก็ให้แผ่แป้งให้หนาหน่อยนะคะ พอดีที่บ้านชอบทานแบบไม่หนามาก แต่ก็ไม่บางจนกรอบเกิน เลยทำแป้งค่อนข้างบางเล็กน้อย เพราะพอเอาไปอบมันจะพองตัวหนาขึ้นมาอีก)

หลังจากนั้นก็เป็นขั้นตอนของการแต่งหน้าพิซซ่าแล้วค่ะ

ซอสมะเขือเทศ (ปริมาณ 2 + 1/4 ถ้วย)

ส่วนผสม

  • มะเขือเทศสุกจัด            900 กรัม (ประมาณ 12 ลูก ๆ ละ 75 กรัม)
  • น้ำมันมะกอก                    2 ช้อนโต๊ะ
  • หอมใหญ่สับละเอียด       1/4 ถ้วย
  • ไธม์แห้ง                          1 ช้อนชา
  • ออริกาโน่แห้ง                   1 ช้อนชา
  • กระเทียมสับละเอียด          1 กลีบใหญ่
  • ใบกระวาน                       1 ใบ
  • มะเขือเทศเข้มข้น              2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่าหรือน้ำสต๊อกผัก      1 ถ้วยตวง
  • โหระพาสด                       1 ช่อ
  • ใบโหระพาแห้ง                  1 ช้อนชา
  • เนยสดชนิดจืดหั่นเต๋า          1/4 ถ้วยตวง
  • เกลือป่น                          3/4 ช้อนชา
  • พริกไทยดำป่น                  1/8 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย                     1 ช้อนชา

วิธีทำ

 

เติมน้ำลงหม้อให้พอท่วมมะเขือเทศสด แล้วต้มจนกระทั่งเดือด ระหว่างที่รอน้ำเดือด ก็ให้ล้างมะเขือเทศ แล้วให้บากด้านท้ายของมะเขือเทศเป็นกากบาท

เตรียมน้ำใส่น้ำแข็งเอาไว้

พอน้ำเดือดให้เอามะเขือที่บากไว้แล้วลงลวกประมาณ 30 วินาที

ให้รีบตักมะเขือเทศขึ้นแช่น้ำเย็นทันที

ให้ดึงเปลือกตรงที่เราบากไว้ออก มันจะลอกออกง่ายมากเลยค่ะ

ให้ผ่ามะเขือเทศที่ลอกเปลือกออกเป็น 4 ส่วน แล้วเอาเมล็ดออกใส่กระชอนไว้ (เพื่อกรองเมล็ดออก แล้วเก็บน้ำมะเขือเทศไว้ใช้) สับเนื้อมะเขือเทศที่เอาเมล็ดออกแล้วให้ละเอียด ทำต่อจนกระทั่งหมด

กรองเมล็ดมะเขือเทศออกออก แล้วเอาน้ำมะเขือเทศที่ได้ไปผสมรวมกับเนื้อมะเขือเทศสับละเอียด 

ภาพข้างบนเป็นมะเขือเทศที่สับละเอียดแล้วทั้งหมด รวมถึงน้ำมะเขือเทศที่ได้จากการกรองเมล็ดมะเขือเทศด้วย

ตั้งหม้อใส่น้ำมันมะกอกบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อนใส่หอมใหญ่สับ ไธม์ และออริกาโน่ ลงผัดจนกระทั่งหอมใหญ่สุกและมีกลิ่นหอมของเครื่องเทศ

ใส่กระเทียมและใบกระวาน ผัดพอให้มีกลิ่นกระเทียม หลังจากนั้นให้ใส่มะเขือเทศเข้มข้น ผัดนานประมาณ 2 นาที

ใส่เนื้อมะเขือเทศสับ น้ำเปล่า ใบโหระพาแห้ง และใบโหระพาสด ลงไป แล้วเคี่ยวต่อด้วยไฟปานกลางนานประมาณ 15 - 20 นาที หรือจนกระทั่งน้ำงวด ไม่เหลว

เมื่อเคี่ยวซอสจนได้ที่แล้ว ตักโหระพาสดออกมา (ทิ้ง) ให้ใส่เนยลงไป คนให้เนยละลาย ปิดไฟ แล้วปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทยและน้ำตาล

ซอสมะเขือเทศที่ได้ สามารถนำไปใช้ในซุปพาสต้า เช่น ซุปซีฟู้ด สปาเกตตี ฯลฯ ได้แต่ต้องเอาใบกระวาน ใบโหระพาสดออก นำไปปั่นจนละเอียด ยกขึ้นตั้งไฟให้ซอสเดือดอีกครั้งแล้วใส่เนย คนเนยให้ละลาย ปิดไฟ แล้วปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย และน้ำตาล ก็สามารถนำไปใช้กับเมนูอื่นดังที่กล่าวมาแล้วได้เลย

จริง ๆ แล้วตามสูตร ซอสที่จะใช้กับพิซซ่า เนื้อซอสจะต้องละเอียด โดยต้องนำซอสไปปั่นก่อน และในตำราเขาแค่ให้หั่นเนื้อมะเขือเทศเป็นสี่เหลี่ยมแบบหยาบ ๆ แต่พอดีว่าเราใช้วิธีสับเนื้อมะเขือให้ค่อนข้างจะละเอียดพอสมควร เลยไม่เอาไปปั่น

อันนี้หน้าตาของเครื่องเทศที่เราใช้ใส่ซอสมะเขือเทศ จริง ๆ แล้วใบกระวานเขาให้ใส่ทั้งใบแต่เราสับละเอียดผสมลงไปในซอสเลย ไม่ได้ตักออกไปทิ้งเหมือนกับใบโหระพาสด ส่วนใบโหระพาแห้ง อันนี้ในสูตรไม่ได้ให้ใส่ แต่เราใส่ไปด้วย เพื่อเพิ่มความหอม

การแต่งหน้าพิซซ่าหน้าซีฟู้ด

ส่วนผสม

  • หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์แกะเอาแต่เนื้อ                8 ตัว
  • กุ้งแชบ๊วยแกะเปลือก                                 100 กรัม
  • ปลาหมึกกล้วยหั่นหนา  1 ซ.ม.                      80 กรัม
  • น้ำมันมะกอก                                              3 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมสับละเอียด                                    2 ช้อนชา
  • ซอสมะเขือเทศ                                         1/4 ถ้วย
  • มอซวาเรลลาชีสขูดเส้น                               3/4 ถ้วย
  • มะกอกดำหั่นขวาง                                         4 ลูก
  • พริกหวานสีเขียวหั่นเส้น                                 1/4 ถ้วย
  • หอมใหญ่ซอย                                             1/4 ถ้วย
  • เกลือป่นและพริกไทยดำป่นตามชอบ
  • พาร์สเลย์สับละเอียดสำหรับโรยหน้า
  • ช่อพาร์สเลย์สำหรับตกแต่ง

วิธีทำ

อุ่นเอาอบที่อุณหภูมิ 230 องศาเซลเซียส ใช้ไฟล่าง เตรียมไว้

ล้างอาหารทะเลทั้งหมด แล้วซับด้วยกระดาษทิชชูจนกระทั่งแห้งสนิท ใส่น้ำมันมะกอก กระเทียมสับ และอาหารทะเลทั้งหมดลงในอ่างผสม ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย เคล้าให้เข้ากัน พักไว้

ตักซอสมะเขือเทศเกลี่ยให้ทั่วแป้งพิซซ่า

โรยด้วยมอซซาเรลลาครึ่งหนึ่ง

วางอาหารทะเลที่คลุกไว้บนแป้งพิซซ่าให้ทั่ว ใส่มะกอกดำ พริกหวาน และหอมใหญ่ โรยมอซซาเรลลาชีสที่เหลือ นำเข้าอบที่อุ่นไว้ อบนานประมาณ 10 นาที แล้วให้ลดอุณหภูมิลงเหลือ 200 องศาเซลเซียส ใช้ไฟบน-ล่าง อบอีก 5 นาที

สมาชิกในบ้านไม่ทานชีสเยอะ เลยใส่แค่พอดี ๆ ถ้าใครชอบแบบหน้าเยิ้ม ๆ ก็ใส่ชีสเพิ่มได้นะคะ

 

เอาพิซซ่าออกจากเตา โรยหน้าด้วยพาร์สเลย์สับ และตกแต่งด้วยช่อพาร์สเลย อีกถาดเราทำหน้า แฮม ไส้กรอกและซาลามิ ถาดหลังงนี้สำหรับคุณหลานที่โทรศัพท์มาสั่งเลย พอเทำเสร็จเขาทานคนเดียวก็ 4 ชิ้นเข้าไปแล้ว เป็นการยืนยันว่าอร่อยจริง...




Create Date : 23 ตุลาคม 2555
Last Update : 25 ตุลาคม 2555 21:36:26 น. 25 comments
Counter : 36853 Pageviews.

 
แม่บุญก็ชอบกินค่ะ หากทำเอง อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ทำให้ลูกสาวสามีกิน อร่อยดี ทำเองจะใส่อะไรก็ได้

ชื่นชมค่ะที่เขียนอธิบายวิธีการทำต่าง ๆ อย่างละเอียดมาก นี่ถ้าใครดูแล้ว


โดย: Maeboon วันที่: 3 พฤศจิกายน 2555 เวลา:22:54:38 น.  

 
ไม่ง่ายเลยนะคะ


โดย: เซโรงังโซเซจัง วันที่: 6 พฤศจิกายน 2555 เวลา:10:54:17 น.  

 
น่ากินมากเลยค่ะ


โดย: Gluay IP: 182.52.182.59 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2555 เวลา:22:33:20 น.  

 
อธิบายละเอียดดีจังค่ะ งี้ต้องขอไปลองทำบ้างแล้ว ^^~


โดย: vannila IP: 58.9.150.99 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:14:38:10 น.  

 
ขอบคุณมากนะคะ กำลังสนใจจะทำไว้ให้ที่บ้านทานอยู่ขอบคุณมากๆค่ะ


โดย: ณ IP: 171.97.42.111 วันที่: 3 มีนาคม 2556 เวลา:16:09:44 น.  

 
น่าทานมากๆ เลยค่ะ อยากทำเป็นมั่งจังเลย ได้แต่ซื้อเค้ามาทาน ชอบทานพิซซ่ามากๆ ... ขอบคุณความรู้ที่แบ่งปันนะคะ ^^


โดย: แม่หมูชอบเคี้ยว IP: 27.55.156.196 วันที่: 26 มีนาคม 2556 เวลา:10:11:52 น.  

 
อ่านตอนต้นตั้งใจจะลองทำทานดูบ้าง
แต่พออ่านทั้งหมดแล้วถึงกับถอดใจเชียวค่ะ


โดย: mamah IP: 125.25.139.125 วันที่: 7 พฤษภาคม 2556 เวลา:17:13:20 น.  

 
คุณ mamah ทำคั้งแรกจะใช้เวลานานค่ะ แต่ทำแล้วเก็บไว้ทานได้นานเลย ซึ่งต้องแช่ตู้เย็นไว้ บางครั้งเราก็ทำแต่แป้งค่ะ ส่วนซอสบางทีก็ซื้อสำเรจรูปเอาค่ะ เราซื้อซอสพิซซ่าสำเร็จที่ฟู๊ดแลนด์


โดย: EskimoPie วันที่: 7 พฤษภาคม 2556 เวลา:20:29:59 น.  

 
เราทำพิซซ่าเหมือนกันแป้งที่ทำบางวันก็ยอดเยี่ยมแต่ถ้าเหลือแล้วเก็บค้างคืนในตู้เย็นเวลาเอามาแผ่บนถาดแป้งจะขาด มีคำแนะนำบ้างมั้ยคะ ขอบคุณมากนะคะสำหรับสูตรอาหาร ติดตามตลอดเลยแต่ไม่เคยเม้นท์


โดย: พิซซ่ามือใหม่ IP: 101.51.12.208 วันที่: 16 สิงหาคม 2556 เวลา:12:43:47 น.  

 
คุณพิซว่ามือใหม่ค่ะ แนะนำให้อบแป้งที่เหลือให้พอสุก ประมาณ 10 นาที แล้วให้เก็บใส่ถุง ปิดให้มิด แช่ตู้เย็นไว้ พอจะทานก็เอาออกมาพักให้คลายความเย็น แล้วค่อยแต่งหน้า นำไปอบให้เลืองสุกดีก็ได้ค่ะ ถ้าไม่เก็บนานมากให้แช่เย็นช่องธรรมดา แต่ถ้าเป็นอาทิตย์ แนะนำให้ใส่ช่องแช่แข็งค่ะ


โดย: EskimoPie วันที่: 17 สิงหาคม 2556 เวลา:21:59:33 น.  

 
ระหว่างเก็บเป็นแป้งดิบเข้าฟรีสไปกับเก็บแป้งที่อบสุก 10นาทีเข้าฟรีสไป แบบใหนดีกว่ากันคะ


โดย: delibake IP: 180.183.44.230 วันที่: 18 พฤษภาคม 2557 เวลา:23:17:43 น.  

 
คุณ delibake ค่ะ เราชอบแบบอบแป้ง 10 นาทีแล้วเก็บเข้าฟรีสค่ะ เพราะใช้เวลาน้อยกว่าเมื่อต้องการนำมาทานครั้งหน้า และสะดวกกว่าด้วยค่ะ


โดย: EskimoPie วันที่: 22 พฤษภาคม 2557 เวลา:23:46:21 น.  

 
สูตรละเอียดดีมากเลย จะลองทำดูค่ะ


โดย: Pumpim IP: 1.46.143.188 วันที่: 26 ตุลาคม 2557 เวลา:10:43:46 น.  

 
ซ้อสพิชซ่ายี่ห้อใหนอร่อยคะ


โดย: samraasab IP: 49.48.240.222 วันที่: 20 มกราคม 2558 เวลา:10:54:11 น.  

 
คุณ samraasab ค่ะ เราเคยซื้อแต่ที่ขายในฟู๊ดแลนด์ ซึ่งมียี่ห้อเดียว จะบรรจุในถุง รสชาติก็ใช้ได้ รสชาติไม่ข้นเกินไป เพราะปกติซอสที่ใช้ทาพิซซ่าจะต้องรสชาติไม่แรงมากไปจนกลบรสชาติของเครื่องปรุ่งอื่น ๆ ส่วนยี่ห้ออะไร จำไม่ได้จริง ๆ ค่ะ พอหยิบได้เราก็โยนใส่รถเข็นเลยค่ะ แล้วเอามาเทใส่ขวดโหลไว้ แช่ตู้เย็นเก็บไว้ทานได้นานเลยค่ะ


โดย: EskimoPie วันที่: 21 มกราคม 2558 เวลา:22:25:09 น.  

 
สูตรนี้แค่ได้อ่านก็สุดยอดแล้วค่ะจะลองทำดู


โดย: Chonlakan IP: 192.99.14.34 วันที่: 1 กรกฎาคม 2558 เวลา:14:09:36 น.  

 
กำลังหาสูตรพอดีค่ะ จะลองทำนะคะ ขอบคุณครับ


โดย: มือใหม่ IP: 49.230.244.237 วันที่: 4 มกราคม 2560 เวลา:6:42:32 น.  

 
กำลังหาสูตรพอดีค่ะ จะลองทำนะคะ ขอบคุณครับ


โดย: มือใหม่ IP: 49.230.244.237 วันที่: 4 มกราคม 2560 เวลา:6:42:32 น.  

 
กำลังหาสูตรพอดีค่ะ จะลองทำนะคะ ขอบคุณครับ


โดย: มือใหม่ IP: 49.230.244.237 วันที่: 4 มกราคม 2560 เวลา:6:42:33 น.  

 
กำลังหาสูตรพอดีค่ะ จะลองทำนะคะ ขอบคุณครับ


โดย: มือใหม่ IP: 49.230.244.237 วันที่: 4 มกราคม 2560 เวลา:6:42:34 น.  

 
กำลังหาสูตรพอดีค่ะ จะลองทำนะคะ ขอบคุณครับ


โดย: มือใหม่ IP: 49.230.244.237 วันที่: 4 มกราคม 2560 เวลา:6:42:36 น.  

 
ลองทำแป้งตามสูตรอร่อยมากค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะ


โดย: Ningnong IP: 49.49.247.211 วันที่: 6 พฤษภาคม 2560 เวลา:16:20:06 น.  

 
ได้เข้ามาอ่านแล้วต้องขอขอบคุณที่อธิบายสูตรพร้อมภาพประกอบได้ละเอียดมากเลยค่ะ ขอชื่นชมนะคะ และจะลองนำไปทำตามที่สอนค่ะ


โดย: J IP: 58.8.154.189 วันที่: 13 กรกฎาคม 2560 เวลา:11:47:40 น.  

 
ลองทำดูแล้วค่ะ นวดแป้งไม่เป็นเหนียวติดมือเลยค่ะ แต่แป้งก็อร่อยดีค่ะ ขอบคุณสำหรับ สูตร นะคะ แต่มีคำถามถ้าแป้งเหลือยังไม่ได้ใช้ให้เก็บโดยวิธีอบก่อน คือแผ่แป้งให้เป็นแผ่นเหมือนตอนทำพิซซ่าเลยเหรอคะ ถึงจะอบ แล้วอบที่อุณหภูมิเท่าไหร่คะ แล้วก็เก็บในช่องฟรีซ


โดย: KhK IP: 110.169.105.244 วันที่: 10 กันยายน 2560 เวลา:16:16:22 น.  

 
คุณ KhK ค่ะ อบ 10 นาที 200 องศาค่ะ แล้วเก็บใส่ช่องฟรีซ ไว้


โดย: LcWitch วันที่: 11 กันยายน 2560 เวลา:12:57:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
LcWitch
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 123 คน [?]






New Comments
Friends' blogs
[Add LcWitch's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.