Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2555
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
14 ตุลาคม 2555
 
All Blogs
 
Eskimo Pie...ไอศกรีมวานิลาเคลือบช๊อคโกแลต...แสนอร่อย

 

อันนี้แบบทรงกระบอก....ถ่ายใหม่ตอนเช้าหลังจากที่เคลือบช๊อคโกแลตแล้วเอากลับไปแช่ตู้ให้เย็นอีกครั้งจนเป็นไอเกาะเลย

อันนี้แบบชนิดบาร์ เพิ่งเคลือบช๊อคโกเลตเมื่อเช้านี้เอง ผิวช๊อคโกแลตยังไม่เกาะเป็นไอ

รูปเต็ม ๆ ของ Eskimo Pie รูปบาร์

ในที่สุดก็ได้มีโอกาสทำเมนูที่เป็นชื่อนามแฝงของตัวเองซักที     "Eskimo Pie" เป็นไอศกรีมวานิลาเคลือบช๊อคโกเลต ที่มีรูปทรงเป็นบาร์ แต่พอดีอันที่เป็นทรงบาร์มันยังเหลวอยู่เลยไม่ได้เอาผลงานมาโชว์

สูตรและเทคนิคการทำไอศกรีมวานิลาเราได้มาจากหลาย ๆ เว็บไซด์ด้วยกัน ส่วนช๊อคโกแลตที่ใช้สำหรับเคลือบนั้นเราได้มาจากเว็บไซด์ต่างชาติที่ทำ Coconut Eskimo Pie เอาไว้ ใครสนใจไปดูที่เว็บไซด์นี้ได้เลยค่ะ //geniuscook.com/bounty-coconut-eskimo-pie-recipe/ สูตรไอศกรีมของเขาค่อนข้างแตกต่างจากที่เราทำคราวนี้ แต่ของเขาใช้เวลาในการทำไม่นาน ไม่มีการบ่มไอศกรีม แต่มีการใส่ผงมะพร้าวสำเร็จรูปลงไปด้วย คราวหน้าเรากะจะลองทำดู ถ้าได้ทำแล้วจะเอาผลงานมาให้ดูนะคะ

 

ภาพข้างบนเป็นภาพของไอศกรีม  Eskimo Pie ที่มีขายกันจริง ๆ แต่เราไม่เคยเห็นในประเทศไทยเหมือนกัน

ส่วนผสม Eskimo Pie

  • นมสดจืด                                 250 กรัม
  • วานิลา                                     2 ช้อนชา
  • ไข่แดง                                    3 ฟอง
  • น้ำตาลทราย                             80 กรัม
  • แป้งข้าวโพด                             1 ช้อนชา
  • วิปปิ้งครีม                                 1 ถ้วย

วิธีทำ

 

ส่วนผสมทั้งหมดที่จะใช้ในการทำไอศกรีมวานิลาค่ะ

ให้นำเอานมสด + วานิลา ไปอุ่นโดยใช้ไฟอ่อน ๆ ให้แค่ขอบ ๆ หม้อมีฟองขึ้นเล็กน้อย ให้ยกลงจากเตา แล้วพักไว้

(การอุ่นนมจะช่วยทำให้ไอศกรีมลดการเกิดเกล็ดน้ำแข็ง ทำให้เนื้อไอศกรีมเนียนขึ้น)

 

ให้ตีไข่แดงจนกระทั่งขึ้นฟูเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ ใส่น้ำตาลทรายผสมแป้งข้าวโพดลงไป (ให้ผสมน้ำตาลทรายกับแป้งข้าวโพดให้เข้ากันดี ก่อนที่จะใส่ลงไปผสมกับไข่แดง)

ขอสารภาพนิดหนึ่ง ตอนแรกที่ตีไข่เราก็ใช้ตะกร้อมือในการตี แต่พอตีผ่านไปซักพักเริ่มรู้สึกเมื่อยมาก ๆ เลย เลยเปลี่ยนมาใช้เครื่องตีไข่ไฟฟ้าแบบมือถือก็ได้นะคะ ทุ่นแรงไปเยอะดี 

(ไข่แดงจะช่วยให้ไขมันกับน้ำรวมตัวกันดีขึ้น ทำให้ไอศกรีมเข้มข้น และมีรสสัมผัสที่ละมุนลิ้นขึ้น)

เนื้อไข่ที่ตีจนขึ้นฟู จะมีสีออกครีม

ก่อนที่จะเทนมสดลงไปในไข่ ให้ตรวจสอบจนแน่ใจก่อนว่านมไม่ร้อนจนเกินไป โดยการหยดนมลงบนหลังมือ ถ้าทนได้แสดงว่าใช้ได้ เพราะถ้าใส่นมลงไปในไข่โดยที่นมยังร้อนเกินไปจะทำให้ ไข่แดงสุกเป็นลิ่ม ๆ มีผลทำให้เนื้อไอศกรีมไม่เนียนพอ

เมื่อแน่ใจแล้วว่านมสดอุ่นแบบไม่ร้อนเกินไป ก็ให้เทนมลงไปในส่วนผสมไข่ แล้วค่อย ๆ คนให้เข้ากันดี

 

ให้นำส่วนผสมที่ได้ยกขึ้นตั้งไฟแบบ double boiler โดยให้คนส่วนผสมอยู่ตลอดเวลา และต้องคนให้ถึงก้นและขอบหม้อด้วย เพราะถ้าคนไม่ทั่วอาจจะทำให้ส่วนผสมจับตัวเป็นก้อน ทำให้ไอศกรีมไม่เนียน เวลาในการตุ๋นจะใช้ประมาณ 10 - 15 นาที ขึ้นอยู่กับความร้อนของไฟที่ใช้ ของเราใช้เวลาประมาณ  12 นาทีก็สุกดีแล้ว

แนะนำให้ใช้ไม้พายที่ปลายเป็นเส้นตรง ไม่โค้ง เพราะจะทำให้สามารถใช้กวาดตรงส่วนก้อนของหม้อได้ง่ายและทั่วกว่าแบบปลายโค้ง

การจะตรวจสอบว่าส่วนผสมได้ที่หรือยัง ให้ยกไม้พายขึ้นมา ถ้าส่วนผสมติดไม้พายเป็นฟิล์มบาง ๆ ก็เป็นอันใช้ได้

ให้กรอกส่วนผสมด้วยกระชอบตาถี่ เพราะกรองเอาส่วนที่เป็นก้อนหรือเศษผงออก

ให้พักส่วนผสมจนกระทั่งเย็นดี หลังจากนั้นเอาพลาสติกใสมันปิด แล้วให้เอาไปแช่ตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 4 ชั่วโมง หรือ 1 คืน

(การบ่มไอศกรีมจะช่วยให้ไอศกรีมจะเป็นเกล็ดน้ำแข็งได้น้อยลง และทำให้เนื้อไอศกรีมขึ้นฟูและเนียนกว่าเดิม)

เมื่อบ่มไอศกรีมจนได้ที่แล้ว ให้ตีวิปปิ้งครีมให้ขึ้นฟู แค่ให้เป็นรูปก้นหอยเล็ก ๆ ขึ้นริมชามผสม แล้วให้หยุดตีทันที เพราะถ้าตีจนกระทั่งเห็นลายชัดเจนจะทำให้ผสมกับส่วนผสมที่บ่มไว้ยากมาก จริง ๆ แล้วถ้าเราหยุดตีขณะที่ตีได้ตามรูปที่สามของด้านบนจะดีมาก ๆ (รูปที่สามด้านบนเริ่มเป็นก้นหอยเล็ก ๆ แล้ว ตัววิปปิ้งครีมยังค่อนข้างเหลวอยู่บ้าง)

ซึ่งเราก็ทำผิดพลาดไว้ พอหลังจากที่ขึ้นเป็นก้นหอยเล็กน้อยเราไม่หยุดตี ตีเกินไปไม่น่าจะเกิน 10 วินาที เนื้อวิปปิ้งครีมมันฟูจนกระทั่งเห็นลายชัดเจน พอเอาไปผสมกับส่วนผสมที่บ่ม มันเข้ากันยากมาก ตัววิปปิ้งครีมเป็นก้อน ๆ กระจายไปทั่ว ไม่สามารถผสมให้เข้ากันกับส่วนผสมอีกตัวได้ดี

วิธีตีวิปปิ้งครีมมีอยู่หลายวิธี แต่ที่เราใช้จะใช้น้ำแข็งในการหล่อความเย็น โดยใช้ชามใบใหญ่ใส่น้ำแข็ง แล้วใช้ชามใบเล็กกว่าวางบนน้ำแข็ง แล้วตีวิปปิ้งครีมในชามใบเล็ก

ภาพด้านบนเป็นตัวอย่างของความผิดพลาดนะคะ อย่าตีจนเห็นลายขนาดภาพข้างบน ให้แค่เห็นเป็นก้อนหอยรอบ ๆ ชามผสมเล็กน้อยเท่านั้น ตัวเนื้อวิปปิ้งครีมยังคงเหลวอยู่

จากความผิดพลาดของการตีวิปปิ้งครีมทำให้ขึ้นตอนต่อไปทำได้ยากมากและทำให้อากาศที่เราตีเข้าไปที่ในวิปปิ้งครีมหายไป เพราะต้องผสมส่วนผสมค่อนข้างนานและแรงขึ้นทำให้ปริมาตรของไอศกรีมน้อยลง ไอศกรีมไม่ค่อยขึ้นฟู

ให้เทส่วนผสมที่บ่มได้ที่แล้วลงไป แล้วผสมเข้าด้วยกันโดยวิธีการ Fold อย่ากวนโดยเด็ดขาด

เนื้อไอศกรีมหลังจากที่ผสมกันแล้ว ถ้าสังเกตุดี ๆ จะเห็นเม็ด ๆ ก้อน ๆ กระจายอยู่ทั่ว อันนั้นคือวิปปิ้งครีมจับตัวเป็นก้อน เนื่องจากตีจนแข็งเกินไป ปกติแล้วเนื้อไอศกรีมที่ได้ควรจะเหลวกว่านี้ แต่ถ้าผสมมากไปกว่านี้ กลัวว่าเนื้อไอศกรีมจะแน่นไม่ฟู

เทส่วนผสมที่ได้ลงไปในโถปั่นไอศกรีม แล้วปั่นจนกระทั่งเครื่องหยุด ไม่สามารถปั่นได้อีก

หมายเหตุ ถ้าใครใช้เครื่องปั่นไอศกรีม จะต้องแช่ตัวโถด้านใน ในช่องแช่แข็งไว้ก่อนล่วงหน้านะคะ เราแช่ไว้ 1 คืนที่จะใช้ปั่น

ถ้าใครไม่มีโถปั่นไอศกรีม ให้ใช้วิธีดังต่อไปนี้

  • ให้นำส่วนผสมหลังจากผสมกับวิปปิ้งครีมแล้วไปแช่ที่ช่องแช่แข็งประมาณ 1-2 ชั่วโมง
  • เอาออกมาแล้วใช้ช้อนส้อมตะกุยเนื้อไอศกรีม เพื่อให้เกิดฟองอากาศแทรกเข้าไป แล้วเอากลับไปแช่ในช่องแช่แข็งอีกครั้ง
  • ทำตาม 2 ขั้นตอนข้างต้นที่กล่าวมาแล้วซ้ำประมาณ 3 - 4 รอบ

หมายเหตุ ถ้าต้องการใส่ส่วนผสมอื่น เช่น chocolate chip, โอลิโอ้ ฯลฯ ให้ใส่ในขั้นที่ตะกุยเนื้อไอศกรีมด้วยช้อนส้อมในรอบสุดท้าย

ไอศกรีมที่ได้น้อยมาก แค่ครึ่งถังเอง ไม่แน่ใจว่าเกิดจากการที่เราผิดพลาดในการตีวิปปิ้งครีมจนทำให้ปริมาตรของไอศกรีมน้อยลง หรือเป็นเพราะมันได้เท่านี้อยู่แล้ว

แต่เนื้อไอศกรีมเนียนและนุ่ม และอร่อยมากค่ะ ไม่หวานจัดจนเกินไป กำลังดี หอมวานิลามาก

ให้ตักไอศกรีมใส่ในพิมพ์ ระหว่างที่หยอดไอศกรีมลงในพิมพ์ให้ค่อย ๆ เกลี่ย ดันไอศกรีมให้แน่นนะคะ เพราะถ้าไม่เริ่มเกลี่ยตั้งแต่แรกไปทำตอนที่ไอศกรีมมันเต็มพิมพ์แล้ว มันจะดันเนื้อไอศกรีมเพื่อให้อุดช่องว่างด้านล่างยากมาก ดังนั้นระหว่างที่เติมไอศกรีมก็ให้ดันเนื้อให้แน่นไปด้วย

พอไอศกรีมเต็มพิมพ์แล้วก็ให้ปิดฝา หรือ ใช้ไม้ไอศกรีมปักลงไป (ไม้ไอศกรีมสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์การเรียน เช่น ศึกษาภัณฑ์) เราแนะนำให้ใช้ไม้ไอศกรีมนะคะ เพราะตอนที่จะเคลือบช๊อคโกแลตมันง่ายและดูสวยงามกว่า ดังนั้นไอศกรีมที่เราแช่ไว้แล้วยังไม่แข็งตัวดี เราเปลี่ยนเป็นใช้ไม้ไอศกรีมทั้งหมดเลย

เอาไอศกรีมไปแช่ในช่องแช่แข็งอย่างน้อย 2 - 3 ชั่วโมง หรือจนกระทั่งไอศกรีมแข็งตัวดี

ข้อแนะนำ

  • พิมพืไอศกรีม เราแนะนำให้ใช้แก้ว หรือ ถ้วยเล็ก ๆ ทรงตามที่เราต้องการ จะเป็นแก้วน้ำดื่มหรือถ้วยไอศกรีมแบบพลาสติกที่เขาใช้ตักไอติมขายชนิดสูง ก็ได้ เพราะถ้าใช้พิมพ์ทำไอศกรีมอย่างของเราที่เป็นแผงติดกัน เวลาที่จะเอาออกมันยาก เพราะต้องเอาไอศกรีมไปแช่น้ำอุ่น ถ้าเราใช้แบบพิมพ์แยกชิ้น จะได้ทำทีละอันได้ อันอื่นจะได้ไม่ละลาย
  • แนะนำให้ใช้ไม้ไอติม เพราะเวลาที่เราเคลือบช๊อคโกเลต มันไม่ค่อยเลอะเทอะ ดูสะอาดตาและน่าทานกว่าที่ติดมากับพิมพ์ทำไอศกรีมสำเร็จรูป

Chocolate Coating (ช็อคโกเลตสำหรับเคลือบ)

ส่วนผสม

  • ดาร์กช๊อคโกแลต              70 กรัม
  • เนยสดจืด                        70 กรัม

วิธีทำ

ให้ผสมส่วนผสมดาร์กช๊อคโกแลตและเนยให้ละลายโดยวิธีการตุ๋น (double boiler) แล้วทิ้งไว้ให้พออุ่น ๆ แล้วค่อยเอาไปเคลือบไอศกรีม

ช๊อคโลแลตเคลือบที่ได้

ให้เตรียมถาดปูด้วยกระดาษ (Baking Paper) ไว้

ให้เอาไอศกรีมที่แข็งตัวดีแล้ว มาแช่น้ำอุ่น จนกระทั่งตัวไอศกรีมหลุดออกจากพิมพ์ แล้วรีบเอาไปเคลือบช๊อคโกแลต แล้วให้ถือไอศกรีมที่เคลือบแล้วไว้สักครู่ รอจนกระทั่งช๊อคโกแลตแข็งตัวดีแล้ว ค่อยเอาไปวางไว้ที่ถาดที่ปูกระดาษไว้

ตอนเคลือบแนะนำให้ใช้วิธีเอียงหม้อช๊อคโกแลต แล้วเอาไอศกรีมไปชุปแล้วหมุนไอศกรีมเร็ว ๆ ให้เคลือบให้เร็วที่สุด เพราะช๊อคโกแลตเมื่อโดนความเย็นของไอศกรีมจะแข็งตัวเร็วมาก ถ้าเราเคลือบช้าผิวของช๊อคโกแลตจะไม่เรียบเสมอกัน

หลังจากเคลือบช๊อคโกแลต Eskimo Pie ทรงกระบอก

อันนี้ทรงบาร์ อันนี้เพิ่งเคลือบวันนี้ตอนเช้าเอง เพราะไอศกรีมเพิ่งจะแข็งตัว

น้องเคเค ขอยืนยันความอร่อยครับ...Smiley ไอศกรีมไม่หวานเกินไป ยิ่งเคลือบช๊อคโกแลตยิ่งอร่อย

ถ้าแช่ไอศกรีมจนแข็งมาก ๆ ก่อนทานให้เอาไอศกรีมออกมาวางไว้ในอุณหภูมิปกติประมาณ 2-3 นาที เพื่อให้ไอศกรีมได้มีการคลายให้อ่อนตัวลงก่อน เพราะถ้าเอาออกมาจากช่องแช่แข็งแล้วทานเลย กลัวจะเหมือนหลานชายสุดที่รัก ที่บ่นว่าแข็ง กัดไม่เข้า...Smiley




Create Date : 14 ตุลาคม 2555
Last Update : 18 ตุลาคม 2555 19:45:44 น. 3 comments
Counter : 6740 Pageviews.

 
สุดยอดมากเลยค่ะ ไอศกรีมแบบนี้ ซื้อแพงนะค่ะ ทำแล้วภูมิใจค่ะ ขอบคุณมากค่ะ


โดย: yanipa IP: 115.87.102.7 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:10:00:16 น.  

 
This is really interesting, You're a very skilled blogger. I've joined your feed and look forward to seeking more of your wonderful post. Also, I've shared your web site in my social networks!
louis vuitton borse //www.bollaferdinando.it


โดย: louis vuitton borse IP: 94.23.252.21 วันที่: 3 สิงหาคม 2557 เวลา:22:52:30 น.  

 
XJxXCs you ave got an incredible blog here! would you like to make some invite posts on my blog?


โดย: free pron IP: 188.165.240.145 วันที่: 4 มีนาคม 2560 เวลา:20:38:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

LcWitch
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 124 คน [?]






New Comments
Friends' blogs
[Add LcWitch's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.