Group Blog
 
<<
กันยายน 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
30 กันยายน 2555
 
All Blogs
 
Smile Bao - ซาลาเปาหน้าแตกไส้หมูแดง...เนื้อฟู ๆ นิ่ม ๆ

ในที่สุดเราก็ทำซาลาเปาหน้าแตกได้....ลองทำมาหลายสูตรแล้วที่เป็นของเว็บไซด์คนไทย แต่ก็ไม่สามารถทำให้เป็นผลสำเร็จได้ จนสุดท้ายก็เลยลองหาสูตรจากประเทศอื่นบ้าง จนมาเจอเว็บหนึ่งของคุณ Lily's Wai Sek Hong ซาลาเปาของเขาหน้าแตกบานมากจริง ๆ เราเจอเว็บของเขาผ่านของอีกคน แต่เราต้องการดูของต้นฉบับก็เลยแทร็กกลับไปที่เว็บไซด์ของคุณ Lily's Wai Sek Hong ซึ่งเขาเขียนค่อนข้างละเอียดแต่ข้อมูลค่อนข้างกระจายกันอยู่คนละหน้าบล๊อค ต้องเอาหลายบล๊อคของเขามารวมกันจนออกมาเป็นสูตรที่เขียนวันนี้

กว่าจะรวมข้อมูลการทำซาลาเปาของเขาออกมาได้ใช้เวลาเหมือนกัน ต้องเสิร์ชหาข้อมูลหลาย ๆ อย่างในหลายเว็บไซด์ เพราะมีส่วนผสมบางตัวที่เราไม่รู้จัก เช่น Kansui กับ Wheat Starch ว่ามันคืออะไร กว่าจะรู้ว่ามันคืออะไร หาซื้อได้จากที่ไหน ใช้เวลานานพอสมควร เพราะชื่อแต่ละชื่อที่ใช้เรียกของแต่ละประเทศมันต่างกันมาก ไปลองเดินหาซื้อในตลาดแถวบ้านก็ไม่มีใครรู้จัก ที่สำคัญเขาทดลองทำหลายเวอร์ชั่นมาก แต่เราใช้เวอร์ชั่นแรกของเขามาทำ เพราะเวอร์ชั่นอื่นเราว่ามันฟูเกินไป ถ้าใครสนใจเข้าไปดูที่เว็บไซด์เขาได้นะคะ //lilysbest.blogspot.com/2012/03/smile-paubao.html เราใช้เทคนิคการทำของคุณ Lily กับของ คนอื่น ๆ ที่นำของคุณ Lily ไปทำมาผสมกันนะคะ บางเทคนิคที่เราเขียนในนี้อาจจะไม่ได้อยู่ในเว็บของคุณ Lily

ตอนแรกที่ทำก็กลัวว่าจะสำเร็จไหม มันจะเหมือนที่แล้ว ๆ มาหรือเปล่าที่เจ้าของสูตรทำออกมาแล้วน่าทาน แต่ของเราทำออกมาแล้วทำไมมันไม่ได้เหมือนอย่างเขา แต่พอมาทำของคุณ Lily แล้ว พอผลที่ออกมามันได้อย่างที่เราต้องการ มันบอกความรู้สึกไม่ถูก มันดีใจ ภูมิใจ อยากจะรีบเอาซาลาเปาของเราไปอวดกับคนในครอบครัวเร็ว ๆ

เราจะใช้สูตรนี้เป็นสูตรประจำเวลาทำซาลาเปาหน้าแตก ตัวแป้งจะออกหวานนิด ๆ เนื้อซาลาเปาจะฟูนิ่มมาก ๆ ผิวด้านนอกไม่เหนียวเลย ยิ่งทานร้อน ๆ อร่อยมาก ที่สำคัญไม่เหม็นกลิ่นแอมโมเนีย และสีไม่เหลืองด้วย

***หลาย ๆ คน ถามหาน้ำก๋านโสย แล้วหาซื้อไม่ได้ ไม่ต้องกังวลนะคะ เพราะเราลองทำโดยไม่ใส่น้ำก๋านโสยแล้ว ตัวขนมก็แตกสวยงามดีค่ะ***

ส่วนผสมแป้งเชื้อ (จะได้แป้งเชื้อน้ำหนัก 345 กรัม ใช้ทำซาลาเปาได้ 24 ลูก)

  • แป้งซาลาเปา (เราใช้ยี่ห้อ Mam Made)              230 กรัม
  • น้ำตาลทราย                                                 1 ช้อนโต๊ะ
  • ยีสต์                                                           1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า                                                       125 ml (เพิ่มได้ถ้าแป้งแห้ง)

วิธีทำแป้งเชื้อ

ใส่ส่วนผสมทุกอย่างยกเว้นน้ำ ผสมให้เข้ากัน ใส่น้ำลงไป แล้วนวดจนกระทั่งแป้งเนียนนุ่ม ถ้าใช้เครื่องนวดจะใช้เวลาในการนวดประมาณ 10 นาที แป้งก็จะเนียนนุ่มดี

ถ้าแป้งยังแห้งไปเติมน้ำเพิ่มได้ ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะนะคะ ของเราไม่ต้องเติมน้ำเลย แป้งเนียนนุ่มกำลังดี (เราเคยอ่านเจอในเว็บของคนไทย ที่บอกว่าถ้าจะทำซาลาเปาไส้แตกอย่านวดแป้งนานเพราะจะทำให้หน้าไม่แตก แต่อันนี้ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ จะนานเท่าไรก็ได้ ขอให้แป้งเนียนนุ่มเป็นพอ)

 

ภาพบนเป็นแป้งที่ได้หลังจากที่นวดจนแป้งเนียนนุ่มดีแล้ว

เอาแป้งเชื้อที่นวดจนเนียนนุ่มดีแล้วใส่ลงไปในโหลพลาสติก แล้วกดให้แป้งเชื้อแบนเป็นระนาบเดียวกันแล้วทำเครื่องหมายเอาไว้บนโหลเพื่อวัดระดับการขึ้นของแป้งเชื้อ

หลังจากนั้นให้เอาพลาสติกเร็ป ปิดปากโหลให้สนิท แล้วใช้มีดกรีดที่พลาสติคประมาณ 3-4 รอย  แล้ววางแป้งเชื้อไว้ในอุณภูมิห้องปกติ 1 คืน หรืออาจจะมากหรือน้อยกว่านั้นขึ้นอยู่กับสภาพอุณหภูมิ

หลังจากนวดแป้งเสร็จก็ประมาณ 4 ทุ่มเราทิ้งไว้แล้วมาทำในวันรุ่งขึ้นตอน 10 โมงเช้า ก็ใช้เวลาประมาณ 12 - 13 ชั่วโมง ถ้าทิ้งไว้นานกว่านั้นตามสูตรต้นฉบับจะต้องมีการปรับส่วนผสมของแป้งโดว์ลงอีก

 

แป้งเชื้อที่ได้จะขยายตัวอีกเท่าหนึ่งของระดับเดิมที่เราขีดไว้

ถ้าแป้งขึ้นเป็นเท่าตัวแล้วเรายังไม่ใช้ หรือใช้ไม่หมดให้เก็บแป้งเชื้อในภาชนะที่ปิดสนิทดี แล้วเก็บไว้ในช่องแช่แข็งนะคะ เพื่อหยุดการเจริญเติบโตของยีสต์ พอจะใช้ให้เอาออกมา คลายความเย็นที่อุณภูมิปกติ แล้วค่อยเอามาใช้งาน

ลักษณะของแป้งเชื้อที่ได้จะเป็นฟอง พอกรีดดูจะเป็นเส้นไย แป้งมีกลิ่นเปรี้ยว ๆ ตัวแป้งจะเหนียว ๆ นืด ๆ

หมายเหตุ อ้างอิงจากเจ้าของสูตร เขากล่าวไว้ในเว็บว่า ถึงแม้ว่าแป้งเชื้อที่ได้จะไม่มีกลิ่นเปรี้ยว ๆ หรือเป็นฟอง แต่พอเราเอาแป้งเชื้อไปทำซาลาเปาต่อ ตัวซาลาเปาก็ยังหน้าแตกอยู่ดี เพราะเขาเคยทำแล้วเป็นอย่างนั้นมาแล้ว

ส่วนผสมแป้งโดว์ (ทำได้ประมาณ 8 ลูก)

ส่วนที่ 1

  • แป้งเชื้อ                                      115 กรัม
  • น้ำตาลทราย                                  55 กรัม

ส่วนที่ 2

  • ผงฟู (double action)                    1 ช้อนชา (แบ่งใช้ 2 ครั้ง ครั้งละ 1/2 ช้อนชา)
  • แอมโนเนีย                                  1/2 ช้อนชา
  • น้ำก๋านโสย (Kansui หรือ น้ำขี้เถ้า)    2 หยด เล็ก ๆ
  • น้ำเปล่า                                       3 ช้อนชา (แบ่งใช้ 2 ครั้ง โดย 2 ชช กับ 1 ชช.)

ส่วนที่ 3

  • แป้งซาลาเปา                                5 ช้อนโต๊ะ
  • แป้ง Wheat Strach (แป้งฮะเก๋า)      4 ช้อนโต๊ะ
  • เนยขาว                                       1 ช้อนโต๊ะ

หมายเหตุ  น้ำก๋านโสย มีชื่อเรียกหลายอย่างเช่น Lye Water (จีน) / Kansui (ญี่ปุ่น) /น้ำขี้เถ้า (ไทย) เป็นน้ำด่างชนิดหนึ่งที่ใช้ในการหยุดการเจริญเติบโตของยีสต์ที่มีค่าความเป็นกรดได้

น้ำก๋านโสยที่ใส่มันเล็กน้อยมาก ๆ จนเราคิดว่าถ้าไม่ใส่ก็ไม่น่าจะมีผลอะไรมาก แต่เท่าที่อ่านจากเว็บไซด์คุณ Lily และเว็บอื่นที่นำของคุณ Lily ไปทำ มีคนถามเขาเหมือนกันว่าถ้าไม่ใส่จะเป็นอะไรหรือไม่ คำตอบคือเนื้อซาลาเปามันจะไม่ค่อยขึ้นฟู

ถ้าหาไม่ได้จริง ๆ ให้ใช้ เบคกิ้งโซดาประมาณ 1/8 ช้อนชาแทน เพราะเท่าที่หาข้อมูลจากเว็บไซด์ต่าง ๆ แล้ว เบคกิ้งโซดามีค่าความเป็นด่างเหมือนกัน และมีส่วนผสมค่อนข้างใกล้เคียงกับน้ำก๋านโสย

เราเห็นมีคนหนึ่งใช้เบคกิ้งโซดาแทน ซาลาเปาก็หนาแตกเหมือนกัน แต่เขาใช้ส่วนผสมค่อนข้างต่างกับเจ้าของสูตร เราก็ยังไม่เคยลองแบบไม่ใช้ก๋านโสยเหมือนกัน ไม่รู้ว่าผลที่จะได้จะเป็นอย่างไร

ขวดแรกทางซ้ายเป็นน้ำก๋านโสยที่พิมพ์ออกมาจากเว็บไซด์หนึ่งแล้วเอาไปให้คนขายของพวกอุปกรณ์ทำขนม ที่ตลาดเก่า แถวเยาวราชดู เขาบอกว่า เป็นยี่ห้อที่มีขายในประเทศจีน ไม่มีการนำเข้ามาขายในประเทศไทย แต่เขามีน้ำก๋านโสย แต่ไม่ได้ติดยี่ห้อ ขายเป็นขวด (สีเขียวตรงกลาง) ขวดละประมาณ 70 บาท) ส่วนขวดสุดท้ายเราแบ่งน้ำจากขวดสีเขียวมาไว้ในขวดเล็กที่มีที่หลอดบีบเพื่อง่ายต่อการใช้งาน

ส่วนแป้ง Wheat Starch ก็คือแป้งที่ได้มีการเอาโปรตีนหรือกลูเตน (Gluten) ออกไปแล้ว เวลาสุกจะมีลักษณะใสเหนียว จะนิยมใช้สำหรับทำติ่มซำ เช่น ฮะเก๋า ฝั่นโก๋ หรือ เผือกทอด เป็นต้น

เวลาที่ไปซื้อ แป้ง Wheat Starch ให้บอกคนขายว่าซื้อแป้งทำฮะเก๋า ขายเป็นกิโล เราซื้อที่ตลาดเก่า แถวเยาวราช ร้านเดียวกับที่ซื้อก๋านโสย เป็นร้านขายอุปกรณ์ทำขนม หรือ อาจหาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ต อย่างล่าสุดที่เจอคือใน TOPs สาขาเซ็นทรัลบางนา ด้านหน้าถุงจะมีรูปฮะเก๋า หรือ ติ่มซำ

วิธีทำแป้งโดว์

นำแป้งเชื้อกับน้ำตาลทรายผสมกันจนกระทั่งน้ำตาลทรายละลายดี อย่าใช้มือในการนวดแป้งนะคะ เพราะแป้งที่ได้หลังจากผสมน้ำตาลจะค่อนข้างเหลว แนะนำให้ใช้พายพลาสติกแบบแข็ง ๆ มาช่วยในการนวดละลายน้ำตาล

แป้งที่ได้หลังจากที่น้ำตาลละลายหมดแล้ว จะค่อนข้างเหลว

ผสมส่วนผสมที่สอง ผงฟู 1/2 ช้อนชา + แอมโมเนีย + น้ำเปล่า 2 ช้อนชา + น้ำก๋านโสย 2 หยด ผสมให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี (เวลาใส่น้ำลงไปในผงฟูจะมีเสียงฟู่ ๆ แล้วมีฟอง แสดงว่าผงฟูใช้ได้นะคะ ถ้าไม่เป็นอย่างที่กล่าวมาสันนิฐานว่าผงฟูหมดอายุ ให้เปลี่ยนอันใหม่ได้เลย) เสร็จแล้วเทลงไปในแป้งเชื้อ แล้วผสมจนเข้ากันดี

แป้งเชื้อที่ผสมส่วนผสมที่สองแล้ว จะมีลักษณะเหมือนแป้งเปียก จะค่อนข้างเหลว

ใส่ส่วนผสมที่สาม คือ แป้งซาลาเปา + แป้ง wheat starch (แป้งฮะเก๋า) ลงไปผสมกับแป้งเชื้อ ผสมให้ส่วนผสมเข้ากันจนหมดผงแป้งและรวบเป็นก้อนได้

 หลังจากนั้นเราก็ย้ายแป้งไปนวดต่อที่เคาเตอร์ จนกระทั่งแป้งมีความนิ่มและเนียนดี ในขั้นตอนนี้ถ้าแป้งเหลวหรือแห้งเกินไปสามารถเติมน้ำหรือแป้งครั้งละ 1 ช้อนโตะ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับสภาพของแป้ง

เมื่อแป้งเนียนนุ่มดีแล้ว ให้ใส่เนยขาวลงไปแล้วทำการนวดจนกระทั่งแป้งโดว์ที่ได้เนียนและนุ่มดี ตัวแป้งที่ได้จะนุ่มมือมาก ๆ ค่ะ

แป้งที่ได้หลังจากที่ใส่เนยขาวแล้ว หลังจากนั้นให้ผสมส่วนผสมที่เหลือในส่วนที่สองคือ ผงฟู 1/2 ช้อนชา + น้ำเปล่า 1 ช้อนชา เข้าด้วยกัน (เหมือนเดิมค่ะ ถ้าผงฟูยังใช้ได้อยู่ เวลาที่ผสมลงกับน้ำจะเป็นฟองฟู่ และมีเสียงฟู่ขึ้นนะคะ ถ้าไม่เป็นอย่างนี้ สันนิฐานไว้ก่อนว่าผงฟูอาจจะหมดอายุแล้ว)

แล้วให้แผ่แป้งให้เป็นแผ่นสีเหลี่ยม (ลืมถ่ายรูปขั้นตอนนี้เลย) แล้วทาผงฟูผสมน้ำลงบนตัวแป้ง แล้วทำการนวดจนกระทั่งแป้งมีความนิ่มเนียนดี ไม่ติดมือ (ตรงขั้นตอนนี้ถ้าตัวแป้งโดว์ที่ได้ค่อนข้างเหลวให้เติมแป้งลงไปครั้งละประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ)

หลังจากนั้นให้คลึงแป้งให้เป็นแท่งยาว ๆ ตัดให้ได้ก้อนแป้งทั้งหมด 8 ก้อน (ก้อนละประมาณ 30 - 34 กรัม โดยประมาณ) แล้วเอาผ้าขาวบางหรือภาชนะอื่นใดปิดแป้งไว้เพื่อกันลม

นำแป้งก้อนแรกมาแผ่เป็นแผ่นกลม ๆ ใช้แป้งนวลเล็กน้อยโรยบนเคาเตอร์และไม้คลึงแป้งซาลาเปาให้เป็นแผ่นกลม ๆ (เราใช้วิธีคลึงแผ่นเรียบเท่ากันนะคะ ไม่ได้ให้ตรงกลางนูนกว่าแต่อย่างใด)

การห่อซาลาเปาเพื่อให้ซาลาเปาหน้าแตก ไม่จำเป็นต้องจับจีบให้สวยงามนะคะ แต่ขอให้เนื้อแป้งที่จะอยู่ส่วนบนของซาลาเปามีปริมาณเยอะ ๆ เพื่อที่เวลานำไปนึ่งซาลาเปาจะได้หน้าแตกสวย (ถ้าตรงหัวซาลาเปาแป้งบางหรือน้อย ซาลาเปาจะหน้าแตกน้อย) ส่วนไส้อย่าใส่เยอะมากเกินไปเพราะจะทำให้ซาลาเปาไส้แตกได้ ให้ใส่แค่ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะพูน ๆ

ซาลาเปาที่ได้หลังจากหลังจากห่อแล้ว ตัวแป้งจะนุ่มมากค่ะ ห่อได้ง่าย เวลาเราห่อ เราใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ด้านขวาประคองและบีบตัวแป้งที่ถูกจับให้เป็นจีบที่ถูกส่งมาจากนิ้วกลาง

โดยนิ้วกลางจะเป็นนิ้วที่ใช้ในการเพิ่มจีบเข้ามาเรื่อยๆ เพื่อป้อนจีบให้กับนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ ส่วนนิ้วโป้งด้านซ้ายก็คอยดันไส้ให้ลงไปในตัวแป้ง ไม่ให้ทะลักออกมาตอนที่จับจีบ เสร็จแล้วให้บิดแป้งด้านบนให้ปิดสนิท (ขอโทษด้วยค่ะไม่สามารถถ่ายรูปมาให้ดูได้ เพราะทำคนเดียวไม่มีคนคอยถ่ายรูปให้)

แต่อย่างที่บอกสูตรซาลาเปาหน้าแตกไม่จำเป็นต้องจีบสวย แค่รวบตัวแป้งให้ห่อไส้ให้มิด แล้วแป้งด้านบนเยอะ ๆ ก็พอค่ะ ไม่ต้องสนใจความสวยงามก่อนนึ่ง เพราะพอนึ่งแล้วไส้ก็จะแตกไม่เห็นจีบแล้วค่ะ

วางซาลาเปาที่ห่อแล้วลงบนกระดาษ (หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์เกอรี่)

ซาลาเปาที่ห่อไส้เสร็จแล้ว ให้ใส่ในลังถึงสำหรับนึ่งเตรียมไว้เลยค่ะ แป้งมันนุ่มมาก ถึงเราจะห่อให้สวยยังไง พอวางลงไป ลายจีบก็แทบจะหายหมดเลย...Smiley 

อย่าลืมหาผ้าขาวบางเปียกหมาด ๆ มาคลุมแป้งไว้นะคะ เดี๋ยวผิวซาลาเปาจะโดยลม เราใช้ชามผสมใบใหญ่คลุมไว้เลย

หลังจากนั้นก็ไปเตรียมต้มน้ำ ใส่น้ำประมาณ  1/3 ของหม้อนึ่งนะคะ เติมน้ำส้มสายชูลงไปด้วย 1 ช้อนโต๊ะ แล้วก็เปิดไฟแรง ๆ ให้น้ำเดือดจัด ๆ เลยค่ะ

พอน้ำเริ่มเดือดจัด ๆ เราก็ฉีดน้ำเปล่าลงไปที่ตัวซาลาเปาเล็กน้อย (ไม่ต้องเยอะมากนะคะ แค่ให้ซาลาเปามีความชุมชื้นขึ้น)

แล้วก็เอาไปนึ่งได้เลย ย้ำนะคะ ว่าน้ำต้องเดือดจัดจริง ๆ ให้นึ่งด้วยไฟแรงประมาณ 10 นาที หลังจากนั้นลดไฟลงเป็นอ่อน แล้วนึ่งต่อ อีก 1 นาที เมื่อครบ 1 นาทีแล้วให้ปิดไฟ ให้ทิ้งซาลาเปาไว้ในหม้อนึ่งอีกประมาณ 2 นาที โดยอย่าเพิ่งเปิดฝาหลังจากที่ปิดไฟโดยเด็ดขาด

หมายเหตุ

  • ถ้าหม้อนึ่งของใครมีความร้อนระบายออกมาจากตัวฝาหม้อให้เอาผ้าชุบน้ำไว้วางกันไว้รอบ ๆ ฝาเพื่อป้องกันไม่ให้ความร้อนออกมา ยิ่งร้อนซาลาเปายิ่งหน้าแตกค่ะ
  • ที่ลดความร้อนลงหลังจากที่นึ่งไป 10 นาที และให้พักไว้ในหม้อนึ่งหลังจากปิดไฟ เพื่อที่จะไม่ให้อุณหภูมิในหม้อนึ่งลดระดับกระทันหัน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ซาลาเปาหดตัวได้
  • ถ้ายังมีกลิ่นแอมโมเนียเหลืออยู่ ให้นึ่งต่ออีกประมาณ  2 - 3 นาที
  • ถ้าทานซาลาเปาไม่หมดในทันที ให้เก็บซาลาเปาใส่ภาชนะที่มิดชิด ใส่ในช่องแช่แข็ง เมื่อจะทานก็ให้เอาออกมาอุ่นประมาณ 7 - 10 นาที โดยการนึ่ง

 

โชว์ค่ะ ทุกลูกหน้าแตกหมดเลย

ไส้หมูแดง

เราได้ไส้หมูแดงมาจากหนังสือทำซาลาเปาที่ซื้อมา แล้วเราปรับปรุงรสชาติใหม่ เนื่องจากว่าหลังจากทำตามสูตรแล้ว เรามีความรู้สึกว่าไส้มันจืดไป เลยเพิ่มและลดปริมาณเครื่องปรุงบางอย่าง แล้วก็เพิ่มบางอย่างที่ไม่มีในสูตรเข้าไปด้วย

ส่วนผสม

  • หมูเนื้อแดง (มีมันผสม)                450 กรัม
  • น้ำมันงา                                   3 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย                             1 ช้อนโต๊ะ + 2  1/2 ช้อนชา 
  • ซีอิ้วขาว                                   1+1/2 ช้อนโต๊ะ
  • สีผสมอาหารสีส้ม                       1/4 ช้อนชา (เราใช้แบบผง)
  • น้ำมันหอย                                2 +1/2 ช้อนโต๊ะ 
  • ซีอิ้วดำ                                    1 ช้อนชา
  • พริกไทยป่น                              1 + 1/2 ช้อนชา
  • รากผักชีตำละเอียด                     2-3 ราก 
  • น้ำเปล่า                                    1+1/2 ถ้วย
  • แป้งข้าวโพด                              3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช                                  2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

หั่นหมูให้เป็นลูกเต๋าเล็ก ๆ อย่าหั่นให้ใหญ่มากนะคะ พยายามให้เล็ก ๆ เข้าไว้ ส่วนหมูถ้าหมูเนื้อแดงที่ซื้อมาไม่มีมันติดเลย แนะนำให้ใส่หมูสามชั้นลงไปด้วย เพื่อให้ไส้หมูแดงมีความนุ่มขึ้น โดยใช้หมูเนื้อแดง 350 กรัม + หมูสามชั้น 100 กรัม (อย่าลืมเอาหนังหมูสามชั้นออกด้วย)

แต่ที่เราซื้อมามันมีมันหมูแทรกอยู่แล้ว เลยใช้หมูแดงล้วน ๆ

ใส่ส่วนผสมทั้งหมดยกเว้น น้ำมัน+น้ำ+แป้งข้าวโพด ลงให้หมูที่หั่นไว้แล้ว ผสมให้เข้ากันดี หมักไว้ 30 นาที

ใส่น้ำมันลงกระทะ ตั้งให้ร้อน

เอาหมูที่หมักไว้ลงผัดให้พอสุกที่ผิวด้านนอก

ใส่น้ำเปล่าลงไป แล้วเคี่ยวหมูไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งน้ำงวดลง แต่อย่าจนถึงขนาดแห้งนะคะ เพราะถ้าแห้งไปพอใส่แป้งข้าวโพดลงไปจะทำให้ตัวหมูแห้งเกินไป

พอใส่แป้งข้าวโพดแล้วจะได้ไส้หมูแดงอย่างภาพข้างบน ไม่แห้งแต่ไม่แฉะเกินไป ทิ้งไว้ให้เย็นตัวดีแล้วค่อยนำไปใส่ซาลาเปา

อันนี้แบบบานหลายแฉก

ตอนที่เห็นซาลาเปาก้อนนี้เรานึกถึงคำว่า smile ที่เจ้าของสูตรเขาใช้เลย เพราะมันเหมือนซาลาเปากำลังฉีกยิ้มให้กับเรา

อันนี้ยิ่งเหมือนแยกเขี้ยวให้เลย

ซาลาเปานิ่มมากค่ะ ตัวเนื้อฟูนิ่ม ผิวรอบนอกนิ่ม ไม่เหนียว ไม่มีกลิ่นแอมโมเนียติดอยู่เลย ผิวซาลาเปาก็ขาวดี ไม่เหลือง




Create Date : 30 กันยายน 2555
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2556 22:06:49 น. 109 comments
Counter : 78825 Pageviews.

 
อูยยยยยยย น้ำลายแตกดังเปรี๊ยะกันเลยทีเดียวค่ะ^^


โดย: แพนนี่ IP: 110.49.243.26 วันที่: 30 กันยายน 2555 เวลา:18:31:21 น.  

 
คุณแพนนี่ สูตรนี้รับรองความอร่อยและความนุ่มโดยคุณหลานชายเลยค่ะ


โดย: EskimoPie วันที่: 30 กันยายน 2555 เวลา:19:50:24 น.  

 
Thank you for great recipe cause i have tired to find this recipe and Will make it myself.


โดย: Butterflypea IP: 88.83.5.92 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2555 เวลา:18:31:20 น.  

 
ยินดีค่ะคุณ Butterflypea


โดย: EskimoPie วันที่: 4 พฤศจิกายน 2555 เวลา:15:40:44 น.  

 
อยากได้สูตรซาลาเปาหน้าแตกอยู่พอดี จะลองไปหัดทำดูนะคะได้ผลอย่างไร จะส่งข่าวมาให้ทราบค่ะ


โดย: คุณหน่อง IP: 180.183.73.11 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2555 เวลา:12:45:03 น.  

 
จะรอฟังผลนะคะ คุณหน่อง


โดย: EskimoPie วันที่: 9 พฤศจิกายน 2555 เวลา:20:13:34 น.  

 
ขอบคุณค่ะที่บอกวิธีทำที่ละเอียดมากๆ ทำมาหลายสูตรแล้วค่ะยังไม่ได้ดีเลยค่ะ อยู่ต่างประเทศหาซื้อของใช้ได้ยากมากๆเลยค่ะหลายตัวที่หาซื้อไม่ได้เลยไม่มีขายค่ะ เพราะว่าลูกๆชอบมาก อยากกินอะไรก็ต้องทำเองค่ะและตัวเองเป็นคนชอบทำอาหารค่ะ แล้วจะลองทำดูนะค่ะ ได้ผลอย่างไรและจะมารายงานนะค่ะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ


โดย: นุช IP: 122.149.185.184 วันที่: 22 ธันวาคม 2555 เวลา:10:41:27 น.  

 
ตามหาสูตรมานานมากแล้วค่ะ มาเจอโดยบังเอิญ แต่พอเจอสูตรแล้วก็จนปัญญาหาของไม่ได้อีก ทั้งน้ำก๋านโส่ย ทั้งแป้งฮะเก๋า


โดย: บูดูหวาน IP: 113.53.139.199 วันที่: 27 ธันวาคม 2555 เวลา:21:16:10 น.  

 
คุณบูดูหวาน ลองทำแบบไม่ใส่น้ำก๋านโส่ยซิค่ะ เพราะที่เราใส่เราก็ใส่น้อยแค่ 2 หยดเล็ก ๆ แต่ให้เพิ่มเบคกิ้งโซดา 1/8 ช้อนชา คนที่อยู่ต่างประเทศที่หาน้ำก๋านโส่ยไม่ได้เขาก็ทำโดยไม่ใส่ แต่ก็ยังหน้าแตก แต่อาจจะบานไม่เท่า หลายคนมีปัญหาในการหาน้ำก๋านโส่ยเหมือนกัน เราก็กะว่าจะลองทำโดยไม่ใส่ดู อยากรู้เหมือนกันว่าผลที่จะได้จะเป็นอย่างไร แต่คนรอบตัวเราไม่มีใครชอบทานซาลาเปาหน้าแตกเลย

ส่วนแป้งฮะเก๋า ส่วนใหญ่จะมีขายตามร้านเบเกอรี่แทบทุกที่นะคะ


โดย: EskimoPie วันที่: 28 ธันวาคม 2555 เวลา:8:04:51 น.  

 
เวลาใส่ใส้เสร็จแล้วต้องพักแป้งเปล่าคะ หรือนำไปนึ่งได้เลย


โดย: runglaksa@hotmail.com IP: 182.52.84.167 วันที่: 16 มกราคม 2556 เวลา:16:03:41 น.  

 
คุณ runglaksa สำหรับซาลาเปาหน้าแตก ไม่จำเป็นต้องพักแป้งหลังใส่ไส้ค่ะ ให้นำขึ้นนึ่งได้ทันที ซึ่งจะแตกต่างจากซาลาเปายีสต์ที่ต้องพักแป้งให้ขึ้นสองเท่าค่ะ แต่ตอนที่จะนึ่งอย่าลืมฉีดน้ำพ่นบนตัวซาลาเปาก่อน เพื่อไม่ให้ผิวซาลาเปาแห้งก็พอ


โดย: EskimoPie วันที่: 16 มกราคม 2556 เวลา:20:18:10 น.  

 
สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากค่ะสำหรับสูตรและวิธีทำอย่างละเอียด ดีใจที่ได้มาเจอสูตรนี้

ขอถามคำถามนิดนึงนะคะ สูตรต้นฉบับสำหรับทำแป้งเชื้อ ใส่ยีสต์แค่ 1ชช
แต่ของคุณใช้ยีสต์1ชต ไม่ทราบว่าอันไหนถูกต้องคะ แต่ดิฉันทำตามของคุณไปแล้ว รอผลพรุ่งนี้เช้าค่ะ แต่ก็อยากทราบว่าจริงๆ อันไหนถูกต้องน่ะค่ะ

ขอบคุณค่ะ


โดย: นุชชี่ IP: 120.74.102.28 วันที่: 26 มกราคม 2556 เวลา:0:25:00 น.  

 
คุณนุชชี่ค่ะ

ของเราใช้ 1 ชต ค่ะ จริง ๆ แล้วสูตรต้นฉบับมีหลายเวอร์ชั่นมาก และเราหาข้อมูลจากเว็บต่างชาติอื่น ๆ ที่เขานำสูตรต้นฉบับไปใช้ ซึ่งหลายท่านจะมีการปรับสูตรไปจากต้นฉบับ ซึ่งเราได้นำสูตรของต้นฉบับกับของท่านอื่นมาผสมกัน เลยออกมาเป็นสูตรที่เราใช้ค่ะ

ส่วนสูตรที่เราลิงค์ไปให้เป็นแค่เวอร์ชั่นที่เราคิดว่าเจ้าของสูตรได้อธิบายการทำที่ละเอียดกว่าเวอร์ชั่นอื่น รวมถึงเวอร์ชั่นที่เราเลือกมาทำ ซึ่งไม่ใช่เวอร์ชั่นที่ลิงค์ให้ แต่เวอร์ชั่นที่เราเลือกมาทำ เว็บไซด์ของเจ้าของสูตรมีปัญหาในการนำเสนอ เลยไม่ค่อยมีภาพ และคำอธิบายไม่ค่อยละเอียด และเราต้องเอาข้อมูลของทุกเวอร์ชั่นของเจ้าของสูตรมานั่งคิดคำนวณว่า เราต้องการซาลาเปาออกมาแบบไหน เพราะบางสูตรของเขาตัวแป้งมันไม่ค่อยเหมือนซาลาเปา มันฟูเกินไป เหมือนขนมถ้วยฟูมาก แต่เมื่อเทียบทุกสูตรแล้วจะค่อข้างเหมือนกัน แตกต่างกันเพียงบางส่วนผสมเท่านั้นค่ะ

สรุปง่าย ๆ ว่าของเราใช้หลายเว็บไซด์ที่นำสูตรต้นฉบับไปใช้ รวมทั้งปรับรวมสูตรหลาย ๆ สูตรของต้นฉบับเข้าด้วยกัน จนออกมาเป็นที่เราทำค่ะ

หวังว่าเมื่อนำสูตรที่เราเขียนไปทำแล้วจะออกมาได้เป็นผลสำเร็จนะคะ เราอยากให้ทุกคนนำสูตรของเราทุกสูตรไปทำแล้วได้ผลที่เหมือนหรือดีกว่า เพราะหลายครั้งที่เรานำสูตรของคนอื่น ๆ หลาย ๆ ท่านไปทำแล้วมันผิดหวัง เพราะทำอย่างไรก็ไม่เหมือนที่เจ้าของสูตรทำ


โดย: EskimoPie วันที่: 26 มกราคม 2556 เวลา:10:05:40 น.  

 
คุณนุชชี่

มีหลาย ๆ เทคนิคด้วยเหมือนกันที่เรานำมาจากเว็บอื่น ๆ ในการนำมาทำซาลาเปาหน้าแตกค่ะ ซึ่งถ้าอ่านจากเจ้าของสูตรต้นฉบับแล้ว จะไม่มีค่ะ

ถ้าทำออกมาแล้วได้ผลยังไง ช่วยแจ้งให้ทราบได้ไหมค่ะ เพราะอยากทราบมากค่ะ ยิ่งถ้านำไปทำแล้วออกมาได้ผลลัพท์ที่ดี เราจะดีใจมากค่ะ


โดย: EskimoPie วันที่: 26 มกราคม 2556 เวลา:10:13:20 น.  

 
ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ อยากกรี๊ดดดดดดดังๆ อยากเอารูปให้คุณEskimoPie ดูจังเลยค่ะ หน้าแตกสวย ฟูนิ่ม เหมือนซาเปาซื้อตามร้านเลยค่ะ เพอร์เฟ็ตสุดๆ
ขอบคุณมากๆ นะคะ ถ้าเล่นfacebook อยากขอแอดให้ไปดูรูปจังค่ะ หรือ แอด นุชชี่ก็ได้นะคะ nuchytakahashi ค่ะ

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับสูตรอย่างละเอียดไม่มีกั๊ก
ปล นุชชี่ไม่ได้ใช้ double action baking powderล่ะค่ะ ที่นี่หาไม่ได้ เลยใช้แป้งสำหรับนึ่งโดยเฉพาะค่ะ


โดย: นุชชี่ IP: 120.74.102.28 วันที่: 26 มกราคม 2556 เวลา:13:38:11 น.  

 
ยินดีด้วยค่ะคุณนุชชี่ ดีใจมากเลยค่ะที่ทำแล้วประสบผลสำเร็จ พออ่านข้อความของคุณนุชชี่แล้วขนลุกเลยค่ะ

เดี๋ยวจะแวะไปดูที่ fb นะคะ


โดย: EskimoPie วันที่: 26 มกราคม 2556 เวลา:19:37:38 น.  

 
ขออนุญาตแปะสูตรในFB ด้วยเลยนะคะ ขอบคุณค่ะ


โดย: นุชชี่ IP: 120.74.102.28 วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:11:07:50 น.  

 
โอ้โห้ หน้าแตกสวยจริง ๆ น่าทานมากเลย


โดย: จิ IP: 180.180.165.44 วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:23:45:42 น.  

 
ขอเป็นเป็นเพื่อนใน FB ด้วยค่ะแต่ชื่อพี่ใน fb เป็นไอโกะ จัง(ลูกตั้งให้ 555) ขอบคุณสำหรับเกร็ดความรู้ทุกอย่างนะคะ


โดย: runglaksa@hotmail.com IP: 182.52.84.142 วันที่: 3 มีนาคม 2556 เวลา:14:02:55 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ โชคดีมากเลยที่เปิดเจอสูตรซาลาเปาหน้าแตกนี้ อยากรู้ค่ะ ว่าแป้งทำซาลาเปา ยี่ห้อ mam made ถ้าหาไม่ได้ใช้ยี่ห้ออื่นได้หรือไม่ค่ะ
กรุณาตอบจะขอบพระคุณยิ่ง
โดย chanyapan2531@yahoo.co.th


โดย: อาตุ๊กะ IP: 49.48.194.145 วันที่: 17 มีนาคม 2556 เวลา:17:55:31 น.  

 
คุณ อาตุ๊กะคะ ใช้แป้งทำซาลาเปายี่ห้อไหนก็ได้ค่ะ เราก็เคยใช้ของยี่ห้ออื่น ผลออกมาเหมือนกันค่ะ


โดย: EskimoPie วันที่: 17 มีนาคม 2556 เวลา:20:47:58 น.  

 
ทำได้แล้วครับ ขอบคุณมากครับ เนื้ออร่อยครับ


โดย: สมบูรณ์ IP: 223.204.178.30 วันที่: 3 เมษายน 2556 เวลา:7:41:09 น.  

 
คุณEskimoPie ได้มีขอแอดมาในFB ของนุชชี่มั้ยคะ ใช้ชื่ออะไรในFBคะ


โดย: Nuchy IP: 120.74.63.16 วันที่: 4 เมษายน 2556 เวลา:18:39:15 น.  

 
คุณนุช ลองเข้าไปหาแล้ว แต่เจอหลาย nuchy เลยไม่แน่ใจ ตอนนี้ยังไม่ add เข้าไปเลยค่ะ


โดย: EskimoPie วันที่: 4 เมษายน 2556 เวลา:23:33:53 น.  

 
คุณนุช ลองหาจาก fb ก็ไม่เห็น เราใช้ชื่อ kanchana seesin


โดย: EskimoPie วันที่: 4 เมษายน 2556 เวลา:23:41:38 น.  

 
จะหาซึ้อน้ำก้านโส่ยในเยาวราช สามารถบอกชื่อร้านได้มั้ยค่ะ และอยู่แถวถนนสายเดียวกับวัดเล้งน่ำยี่หรือเปล่าค่ะ เพราะดิฉันอยู่ราชบุรี หรือช่วยบอกชื่อร้านก็จะขอบพระคุณอย่างยิ่ง


โดย: อาตุ๊กะ IP: 171.101.194.241 วันที่: 6 เมษายน 2556 เวลา:12:16:15 น.  

 
คุณอาตุ๊กะ เราไม่ทราบชื่อร้านค่ะ เราฝากคนขับรถที่บริษัทซื้อให้ แต่ร้านที่ซื้อตั้งอยู่ที่ตลาดเก่าเยาวราช ที่ร้านจะขายอุปกรณ์ วัตถุดิบเบเกอรี แป้งต่าง ๆ ไปถามร้านแถว ๆ นั้นว่าตลาดเก่าเยาวราชอยู่ตรงไหนน่าจะหาซื้อได้ค่ะ


โดย: EskimoPie วันที่: 7 เมษายน 2556 เวลา:16:02:27 น.  

 
double action baking powder มันคือผงฟูปกติที่มีขายตามท้องตลาดในปัจจุบันครับ เพราะเด๋วนี้ผงฟูกำลังหนึ่งจะอยู่ในรูปของครีมออฟทาร์ทาร์หมดแล้วครับ ดังนั้นไม่ต้องกลัวเลยครับ ใช้ได้เลย ว่าจะลองทำดูครับกำลังหาๆๆสูตรทำอยู่เคยลองแต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จตามในหนังสือ และเว็บอื่นๆๆๆ เด๋วลองอีกที เด๋วเอาข่าวมาบอกครับ


โดย: Chef Phoo IP: 118.174.171.230 วันที่: 13 เมษายน 2556 เวลา:1:09:43 น.  

 
หวัดดีค่ะคุณ Chef Phoo จะรอฟังผลนะคะ


โดย: EskimoPie วันที่: 13 เมษายน 2556 เวลา:18:45:35 น.  

 
ยินดีด้วยค่ะคุณสมบูรณ์


โดย: EskimoPie วันที่: 13 เมษายน 2556 เวลา:18:59:30 น.  

 
ลองทำแล้วค่ะดีใจมากที่ทำได้เสียทีเพราเรียนมาหลายสถาบันมากแต่มีคำถามว่าอยากได้แป้งmom madeซื้อที่ไหนคะ


โดย: seangroong IP: 110.49.250.65 วันที่: 19 เมษายน 2556 เวลา:17:03:35 น.  

 
ตอนทำใส่มากไปแป้งฟูสวยมากแต่เห็นไส้แลบออกมาค่ะสูตรนี้okมากใครที่อ่านเจอลงมือทำได้เลยตอนทำใข้แป้งบัวแดง


โดย: seangroong IP: 110.49.250.65 วันที่: 19 เมษายน 2556 เวลา:17:10:03 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ ทำแล้วค่ะ ครั้งแรกทำผิดขั้นตอนไม่แตก เนื้อไม่ฟู แต่ครั้งหลัง โอเคมากเลย ขอบคุณนะคะสำหรับสูตรและวิธีทำที่ละเอียด จะเอารูปส่งการบ้าน ก็ส่งไม่ถูก ถ้ามีFacebook จะตามไปส่งค่ะ


โดย: Tukta Ph (TUKTA03 ) วันที่: 20 เมษายน 2556 เวลา:13:40:43 น.  

 
คุณ seangroong ค่ะ ยินดีด้วยค่ะที่ทำสำเร็จ เราซื้อแป้ง Mom Made ที่ Tops Supermarket (สาขาเซ็นทรัลบางนา) ที่อื่นเราไม่แน่ใจนะคะ


โดย: EskimoPie วันที่: 20 เมษายน 2556 เวลา:22:58:44 น.  

 
คุณ Tukta ยินดีด้วยค่ะ วิธีการใส่รูปใน comment ต้องไปฝากรูปที่ website รับฝากเพื่อให้ได้ URL ของรูปนั้น แล้วค่อยมาคลิกที่ปุ่ม Jpg ค่ะ แต่ระวังอย่าเข้าไปใช้บริการฝากรูปของ website ต้องห้ามของ bloggang นะคะ เราเคยโดนปิดใช้งานชั่วคราวมาแล้ว เนื่องใช้ไปใช้ URL ของเว็บไซด์ต้องห้ามของ Bloggang ค่ะ

facebook ของเรา Kanchana Seesin ค่ะ ลอง add เข้ามานะคะ เราอยากเห็นรูปเหมือนกันค่ะ คุณ tukta ใช้ชื่ออะไรค่ะจะได้ accept ถูกคน


โดย: EskimoPie วันที่: 20 เมษายน 2556 เวลา:23:10:11 น.  

 
ละเอียดดีมากๆ

ขอบคุณมากนะคะ


โดย: ono IP: 171.101.198.230 วันที่: 16 พฤษภาคม 2556 เวลา:22:48:09 น.  

 
สูตรนี้ไม่ใส่แอมโมเนียได้มั๊ยคะ?


โดย: ouan suchinda IP: 115.67.194.193 วันที่: 11 มิถุนายน 2556 เวลา:11:04:22 น.  

 
คุณ Ouan suchinda ค่ะ ถ้าไม่ใส่เกรงว่าซาลาเปาจะไม่ขึ้นฟูแตก อย่างที่เห็นค่ะ เพราะตัวแอมโมเนียจะช่วยทำให้เกิดการขึ้นฟูของซาลาเปาค่ะ แต่ถ้ากลัวเรื่องกลิ่น ถ้าใส่ปริมาณตามสูตร มันจะไม่มีกลิ่นเหลือเลยนะคะ


โดย: EskimoPie วันที่: 11 มิถุนายน 2556 เวลา:13:22:02 น.  

 
อยู่ออสเตรเลียนะคะ มีใครรู้บ้างหาซื้อแอมโมเนียได้ที่ไหน


โดย: เดือน IP: 27.33.122.94 วันที่: 20 มิถุนายน 2556 เวลา:2:42:28 น.  

 
ทำแล้วo.kเลยคับ นุ่มๆๆฟูๆๆ หน้าแตก..เบาๆ



โดย: wut&chef IP: 115.87.173.232 วันที่: 21 มิถุนายน 2556 เวลา:14:44:30 น.  

 
คุณเดือนค่ะ ตอนที่เราเรียนที่ออสเตรเลียส่วนใหญ่จะมุ่งมั่นในการทำอาหารไทย ขนมไทย ส่วนอุปกรณ์เบเกอรี่ก็ซื้อเอาจาก supermarket เราไม่เคยเห็นอุปกรณ์เบเกอรี่ขายตามร้านค้าทั่วไปเลย คุณเดือนลองไปถามตามร้านขายของชำของคนจีนไหมค่ะ ถ้าเขาไม่ขายก็อาจจะรู้ว่าสามารถหาซื้อได้ที่ไหน


โดย: EskimoPie วันที่: 22 มิถุนายน 2556 เวลา:23:28:39 น.  

 
เอาไปลองทำแล้วคะ หน้าแตกสวยคะ ขอบคุณมากคะ เนื้อนุ่มอร่อยมากคะ


โดย: คุณอิ่ม IP: 110.169.200.79 วันที่: 23 มิถุนายน 2556 เวลา:11:36:21 น.  

 
ยินดีด้วยค่ะ คุณอิ่ม


โดย: EskimoPie วันที่: 23 มิถุนายน 2556 เวลา:20:53:07 น.  

 
ถามร้านขายอุปกรณ์ทำขนมย่านสะพานหันน้ำกานโส่ยเขาไม่่รู้จักแต่เขาบอกว่า
มีน้ำด่าง ขวดละ 90 บาท ไว้ทำขนมเปี๋ย ใช่ตัวเดียวกันไหมคะ ช่วยตอบด้วย
นะคะ


โดย: คุณ ตุ๊ก IP: 14.207.33.92 วันที่: 12 กรกฎาคม 2556 เวลา:18:00:35 น.  

 
คุณตุ๊กค่ะ เราไม่แน่ใจว่าใช่อันเดียวกันหรือเปล่า แต่น้ำก้านโส่ยมันก็คือน้ำด่างชนิดหนึ่ง ที่สำคัญเราก็คิดว่าน้ำที่เราซื้อมาก็น่าจะเป็นน้ำด่างเหมือนกัน เพราะราคาค่อนข้างใกล้เคียงกันมาก ถ้าไม่แน่ใจลองทำโดยไม่ใส่ดูซิค่ะ อาจจะได้ผลออกมาดีก็ได้ หรือจะลองนำมาใส่ดูก็ได้ เพราะปริมาณที่ใส่มันน้อยมาก ๆ

ถ้าทำออกมาแล้วได้ผลอย่างไรช่วยบอกด้วยนะคะ เพราะตอนที่ไปซื้อ เราก็ให้คนอื่นไปซื้อให้ เลยไม่ได้ถามคนขายว่ามันคือน้ำด่างหรือไม่


โดย: EskimoPie วันที่: 12 กรกฎาคม 2556 เวลา:21:56:32 น.  

 
ขอบคุณมากนะคะสำหรับสูตร ทำได้แล้วค่ะ. หน้าแตกสวยงามแต่ไม่รู้ว่าทำผิดขั้นตอนไหนเนื้อแน่นไปหน่อย คงต้องทำอีกแน่ๆ. ค่ะ.


โดย: พิม IP: 124.122.230.148 วันที่: 18 กรกฎาคม 2556 เวลา:17:55:27 น.  

 
ดีใจมากเลย และขอขอบคุณมากนะคะ ทำตอน 1 ทุ่ม พื่ใช้น้ำกานโส่ยซื้อที่ตลาดเก่า ทำเสร็จวันนี้เปิดมาดูซาลาเปาแตกสวย หวานอร่อย เนื้อแน่นหน่อย (ไม่่รู้ว่าตอนทำแป้งเชื้อหรือเปล่าเพระแป้งแฉะเติมแป้งเพิ่ม) วันหลังจะลองทำใหม่คะ


โดย: คุณ ตุ๊ก IP: 27.130.0.151 วันที่: 18 กรกฎาคม 2556 เวลา:20:52:39 น.  

 
อยากทำขึ้นมาทันทีเลยค่ะ น่ากินมากกกกกกกกกกกก


โดย: Meow IP: 119.46.176.222 วันที่: 25 กรกฎาคม 2556 เวลา:11:50:45 น.  

 
ลองทำใหม่แล้วคะ ครั้งหลังนวดแป้งจนเนี่ยน ใช้แป้งตรากิเลนเเหลืองซาลาเปา ฟู นุ่ม เบา เหมือนที่เขาขายตามร้า่นติมซำ
ขอบคุณน้องมากนะคะที่ไม่หวงสูตร


ขออวยพรให้น้องคิดอะไรสำเร็จทุกประการนะคะ


โดย: คุณ ตุ๊ก IP: 171.7.30.232 วันที่: 27 กรกฎาคม 2556 เวลา:17:07:16 น.  

 
ยินดีด้วยค่ะคุณตุ๊ก ที่ในที่สุดก็ทำจนนิ่มฟูเป็นผลสำเร็จ และขอบคุณสำหรับคำอวยพรค่ะ ก็ขอให้สิ่งดี ๆ เกิดขึ้นกับคุณตุ๊กและทุกคนด้วยเช่นกันค่ะ


โดย: EskimoPie วันที่: 27 กรกฎาคม 2556 เวลา:19:49:42 น.  

 
เตาที่ใช้นึ่งซาลาเปา ใช้ตาแก๊สธรรมดาตามบ้านก็ได้ใช่มั๊ยคะ?
หรือว่า ต้องใช้เตาแก๊สแบบฟู่แรงๆตามร้านอาหารใหญ่ๆคะ ?
ขอบคุณมากค่ะ (จะลองทำให้คุณแม่ทานค่ะ แม่ชอบซาลาเปาแบบนี้มาก)


โดย: เจ้าส้มทอง IP: 125.25.4.39 วันที่: 8 สิงหาคม 2556 เวลา:8:42:52 น.  

 
ไม่ทราบว่าถ้าเราใช้สูตรนี้แต่เราไม่ต้องการให้หน้ามันแตกอ่ะค่ะ เราจะสามารถทำได้มั้ยคะ ต้องตัดส่วนผสมไหนออกรึเปล่าคะ ?


โดย: ก้อ IP: 110.168.93.187 วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:1:40:18 น.  

 
คุณเจ้าส้มทองค่ะ เตาที่เราใช้นึ่งก็เป็นเตาแก๊สธรรมดาตามบ้านแหละค่ะ


โดย: EskimoPie วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:10:58:58 น.  

 
คุณก้อค่ะ ถ้าตัดส่วนผสมตัวใดตัวหนึ่งออกไป เกรงว่าตัวเนื้อขนมมันจะไม่ขึ้นฟูนุ่มค่ะ ถ้าจะไม่ให้หน้ามันแตกอย่างที่เห็นก็ให้ลองห่อเป็นก้อนกลมธรรมดาแล้วคว่ำด้านเนียนขึ้นก็ได้ค่ะ เพราะที่มันแตกอย่างที่เห็นเพราะเราจับจีบให้ส่วนของแป้งตรงส่วนบนมีปริมาณเยอะ ๆ มันเลยแตกได้มากอย่างที่เห็น


โดย: EskimoPie วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:11:00:59 น.  

 
ขอบคุณมาก ๆเลยค่ะ จะลองกลับไปทำดูแล้วจะมาบอกต่อนะคะ :)


โดย: ก้อ IP: 49.231.96.146 วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:12:01:18 น.  

 
ขอทราบรายละเอียดเพิ่ม แป้งMam Made ว่าเป็นแป้งอเนกประสงค์ ราคา 81 บาท หรือ แป้งทำขนมปังราคา 91 บาท คะ เพราะแป้งที่ใช้ไม่ค่อยจะขาวเท่าใด

ขอความกรุณา ตอบให้ด้วยนะคะขอบคุณค่ะ่


โดย: คุณตุ๊ก IP: 27.130.6.101 วันที่: 12 สิงหาคม 2556 เวลา:20:26:02 น.  

 
คุณตุ๊กค่ะ ที่เราใช้เป็นแป้ง Mam Made สำหรับซาลาเปาโดยเฉพาะค่ะ ไม่ใช่แป้งอเนกประสงค์ หรือ แป้งทำขนมปังค่ะ ด้านหน้าถุงจะเขียนชัดเจนว่าเป็นแป้งทำซาลาเปาค่ะ แป้งจะขาวกว่าแป้งขนมปังหรือแป้งอเนกประสงค์ ที่เท่าที่ดูแล้ว แป้ง Mam Made ทำซาลาเปาจะไม่ค่อยมีขาย อย่างที่ Tops ก็จะมีบางสาขาเท่านั้น ดังนั้นบางครั้งถ้าหาไม่ได้ เราก็ใช้แป้งซาลาเปายี่ห้ออื่นแทนค่ะ ใช้ได้เหมือนกัน


โดย: EskimoPie วันที่: 12 สิงหาคม 2556 เวลา:21:46:32 น.  

 
ทดลองทำแล้วค่ะ ใช้แป้งสาลีธรรมดา และแป้งฮะเก๋า ใช้ แป้งถั่วเขียว 1 ชต แป้งข้าวเจ้า 2ชต แป้งข้าวโพด 1ชต รวมกัน 4ชต ตามสูตร แอมโมเนียไม่ใส่ น้ำขี้เถ้า ใช้ Baking soda 1/8 ชช

ผลออกมา ซาลาเปา นุ่มมาก หน้าแตก อร่อยมากค่ะ แต่แป้งออกมาสีน้ำตาลอ่อนๆๆ อ่านในเน็ต บอกว่าเป็นผลจากน้ำตาลและผงฟู ทำปฎิกิริยา กัน แต่ก็ละลายกับน้ำก่อนแล้วนะค่ะ
ขอบคุณมากๆๆสำหรับสูตรค่ะ ทานทุกวัน เป็นอาหารเช้าไปเลยค่ะ


โดย: pa die IP: 47.65.21.52 วันที่: 17 สิงหาคม 2556 เวลา:14:52:59 น.  

 
ขอบคุณสำหรับสูตรนี้ค่ะลองมาหลายวิธีแล้วไม่ได้ผลค่ะลองวิ๊นี้ได้ผลออกมาสวยน่ารับประทานคะ


โดย: มอน IP: 203.172.197.5 วันที่: 30 สิงหาคม 2556 เวลา:22:12:04 น.  

 
ขอบคุณสำหรับสูตรมากนะคะ อร่อยมากๆและสวยมากๆเลยคะ มีแต่คนชม ขอถามอีกนิดนึงนะคะ ว่าพอจะทำซาลาเปาไส้ครีมเป็นมั้ยคะ พอดีทำเองแล้วออกมาไม่ค่อยอร่อยอะคะ

ขอบคุณมากๆนะคะ ที่เปิดเผยสูตรโดยไม่หวงเลย ขอให้สวยๆรวยๆมีความสุขยิ่งๆขึ้นไปนะคะ^^


โดย: น้ำตาล IP: 171.7.249.169 วันที่: 9 ตุลาคม 2556 เวลา:18:18:03 น.  

 
ขอบคุณมากๆนะคะ เดี๋ยวจะลองไปทำดู :D


โดย: แพม IP: 223.206.210.14 วันที่: 16 ธันวาคม 2556 เวลา:16:53:40 น.  

 
ทดลองทำแล้วตามท่านที่58 ก็นุ่มหน้าแตก และก็อร่อยดีครับ แต่ก็แก้ไขสูตรนิดหน่อยเพราะอยากรู้ว่าสาเหตูจริงๆที่ทำให้หน้าแตกกับไม่แตกมันอยู่ที่ตรงไหน สิ่งที่แก้ไขคือไม่ใส่แป้งถั่วเขียว และไม่ใส่ BakingSoda เพราะใส่แล้วทำให้ซาลาเปาเป็นสีน้ำตาลคล้ายสีกาแฟ ในความคิดเห็นของผมคิดว่าที่มันหน้าแตกเพราะมีส่วนผสมของแป้งข้าวจ้าว ข้าวโพด(แป้งฮะเก๋า)นั่นละที่ทำให้แป้งนุ่มไม่เหนียวเวลานึ่งจึงหน้าแตกได้ ผมหมักแป้ง2-3ชั่วโมงในอุณภูมิอุ่นๆช่วยให้แป้งขึ้นเร็วแล้วก็ทำตามขั้นตอนที่2เลย แต่ยังคงสัดส่วนต่างๆให้ไกล้เคียงที่สุด ต่อไปจะหาผงเชื้อให้ครบแล้วมาประลองใหม่ครับ ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความรู้และนำสิ่งดีๆมาเสนอแนะ ฝีมือดีๆทำเป็นอาชีพได้เลยนะครับ


โดย: มานะ เจริญพงษ์ IP: 171.97.15.144 วันที่: 7 มกราคม 2557 เวลา:18:01:35 น.  

 
ก่อนปรึกษา ขอแสดงความรู้สึกขอบคุณคุณน้านามากครับ ที่แบ่งปันความรู้ในการทำซาลาเปาที่ได้ค้นคว้าและทดลองทำ นำมาถ่ายทอดให้เราได้ศึกษาต่ออย่างละเอียดละออ ไม่มีกั๊กเลย ข้าน้อยขอคารวะ^^

ผมได้นำสูตรแป้งซาลาเปาหน้าแตกที่คุณน้านาแนะนำไว้ไปลองทำครับ แต่ผมยังอ่อนหัดมาก เลยพบปัญหาว่า แป้งที่ผสมกับแป้งเชื้อนั้น นวดเท่าไรก็ยังเหนียวติดมือ ครั้งล่าสุด ดีใจที่ใส่เนยขาวลงนวด แป้งค่อยๆ เนียนขึ้นจนไม่ติดมือ แต่พอเอาน้ำละลายผงฟูชะโลมแล้วนวดเป็นขั้นสุดท้ายของการเตรียมแป้งหล่ะ คราวนี้ เหนอะติดมือเลยครับ ลองเพิ่มบัวแดงเข้าไปทีละนิดๆ แล้วนวด ก็ยังไม่หาย เลยตัดใจแบ่งก้อนชั่งน้ำหนักเลย มันก็พอถูๆไถๆครับ มีติด ถาดบ้าง ติดไม้คลึงบ้าง ทุลักทุเลบ้าง ก็เอานวลช่วยบรรเทาแก้ขัด จากนั้นผมห่อไส้จับจีบแล้วเอาไปนึ่ง ผลพบว่าแตกดีครับ แต่จากสองครั้งที่ทำ เหมือนแป้งผมจะแน่นหน่อย ดูไม่ฟูเหมือนรูปของคุณน้านา แต่ถ้ากินตอนนึ่งใหม่ๆ ก็นุ่มดีครับ (สำหรับผม ผมชอบนะแป้งไม่โปร่งเกินไป ความรู้สึกเหมือนกินตามร้านอาหารจีนตอนเด็กๆ) แต่ประเด็นมันอยู่ที่พออุ่นให้แม่เอาไปให้เพื่อนที่ทำงานชิม ไม่ได้กินร้อนๆ ทั้งสองปาก feedback มาว่า แป้งแข็ง ผมก็เลยเสียเส้นนิดหน่อย เพราะสูตรนี้กว่าจะได้ต้องลงแรงเหมือนกัน แต่ก็ไม่คิดจะหยุดปรับปรุงฝีมือครับ เลยว่าจะขอปรึกษาคุณน้านาสักหน่อยครับว่า ผมน่าจะพลาดจากจุดไหน ควรจะปรับอย่างไร และขอความรู้เพิ่มเกี่ยวกับธรรมชาติเฉพาะตัวที่เป็นจุดแข็งจุดอ่อนของซาลาเปาสูตรนี้ที่แตกต่างจากซาลาเปาชนิดอื่น เพื่อที่ผมจะได้เข้าใจและไม่คาดหวังผิดไปจากลักษณะเฉพาะตัวของมันครับ ขอขอบคุณมาล่วงหน้านะครับ


โดย: แป๋ม IP: 111.84.115.21 วันที่: 15 มกราคม 2557 เวลา:15:02:10 น.  

 
ยินดีค่ะคุณแป๋ม
สำหรับแป้งโดว์ที่มีเนื้อเหลวมันเกิดได้หลายสาเหตุค่ะ เท่าที่พอจะทราบก็มี

1. แป้งที่ใช้ แป้งบางยี่ห้อใช้สูตรเดียวกันแต่ผลที่ออกมาไม่เหมือนกัน อย่างเช่นเราเคยใช้แป้งทำซาลาเปาของยี่ห้อกิเลน เราต้องเพิ่มปริมาณแป้งเยอะพอสมควรเพราะแป้งค่อนข้างจะเหลว แต่พอใช้แป้งยี่ห้อ Mam made แทบไม่ต้องลด/เพิ่มน้ำเลย

2. ความเก่าใหม่ของแป้งที่ใช้ ก็มีผลต่อตัวแป้งด้วยค่ะ

3. ใส่ปริมาณของเหลวผิด ในสูตรที่เราเขียนช่วงบนที่เป็นส่วนผสม ระบุว่าใช้น้ำ 3 ช้อนชา แต่ต้องมีการแบ่งใช้เป็น 2 ช้อนชา กับ 1 ช้อนชา ไม่แน่ใจว่าทำตามนี้ไหมค่ะ หรืออาจจะเข้าใจผิดใช้เป็น 3 ช้อนชาทั้ง 2 ครั้งหรือไม่

ปกติเวลาที่เราทำขนมปัง เราจะไม่ใส่ปริมาณของเหลว (น้ำ) ทั้งหมดในคราวเดียว เราจะแบ่งใส่แค่ประมาณ 70-80% ก่อน ถ้าแป้งแห้งไปค่อย ๆ ใส่ที่เหลือ ถ้าเหลวไปก็ค่อย ๆ เพิ่มแป้งลงไป ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ (ทั้งเพิ่มน้ำและเพิ่มแป้ง)

อย่างในสูตรครั้งแรกให้ใส่น้ำ 2 ช้อนชา ก็อาจจะเป็น 1 ช้อนชาแทนก่อน แล้วค่อยเพิ่มที่หลังอีก 1 ช้อนหรือมากน้อยกว่านั้น

อีกอย่างคือ ต้องทำบ่อย ๆ แล้วเราจะรู้เองว่าแป้งโดว์ได้ที่หรือยัง ต้องเพิ่มหรือลดแป้ง/น้ำหรือไม่อย่างไร

กว่าเราจะทำขนมจำพวกที่ต้องทำแป้งโดว์ได้นี้ฝึกหลายครั้งจนท้อไปหลายรอบเลยค่ะ เพราะทำออกมาขนมแข็งทานไม่ได้ แต่พอทำบ่อยเข้า มันก็ทำได้เองและก็ไม่ค่อยมีปัญหาเลยค่ะ

ใครที่พอจะรู้สาเหตุอื่นที่แนะนำกันได้ช่วยแชร์ประสบการณ์และข้อมูลด้วยนะคะ เพราะเราก็ไม่ได้เก่งเรื่องทำขนมมาก แค่ลองผิดลองถูกเอา แล้วก็คอยภาวนาให้ขนมออกมาดีทุกครั้งที่ทำ ฮาๆๆๆๆ

เป็นกำลังใจให้คุณแป๋มนะคะ อย่าเพิ่งท้อไปก่อน


โดย: EskimoPie วันที่: 16 มกราคม 2557 เวลา:21:56:25 น.  

 
คุณแป๋มค่ะ ที่ซาลาเปามีเนื้อแน่นก็มีสาเหตุจากตัวแป้งโดว์เหลวไปด้วยค่ะ ดังนั้นอันดับแรกแนะนำให้ลดปริมาณของเหลวก่อนเลยค่ะ และต้องนวดจนมั่นใจว่าแป้งเนียนดีแล้ว


โดย: EskimoPie วันที่: 16 มกราคม 2557 เวลา:22:10:47 น.  

 
ขอขอบคุณคุณน้านามากๆ ครับ กำลังใจและคำแนะนำนี้จะนำไปฝึกฝนพัฒนาต่อให้ก้าวหน้าครับ
สำหรับการแบ่งน้ำใช้ละลาย ผมทำตามคำแนะนำแล้วครับ เพราะใช้วิธีจดสูตรลงสมุดทุกเม็ดที่คุณน้านาแนะนำ แต่อาจเป็นเพราะผมยังไม่ค่อยมีศิลป์เลยทำไม่ได้จังหวะจะโคน ผลเลยยังไม่ดีเท่าที่คุณน้านาทำออกมาให้เราได้ชม แต่ผมจะลองทำอีกครับ
สำหรับแป้งผมใช้บัวหิมะแดง เพราะห้างใกล้บ้านลงไม่หลากหลายครับ แล้วดันซื้อตุนไว้หลายถุงครับ อาจเป็นส่วนหนึ่งที่คลาดเคลื่อนครับ แต่จะทดลองดูใหม่ครับ

ฝากไว้ตรงนี้นิดนึงครับ สำหรับการหาซื้อก๋านโส๋ยกับแอมโมเนีย ตอนนี้ที่เยาวราช เหลือร้านที่ขายอีกร้านนึง อยู่ปากซอยเล่งโบ่ยเอี๊ยะ(ชื่อซอยภาษาไทย อิศรานุภาพ หรือเปล่าไม่แน่ใจ ซอยนี้ที่มีพวกวัตถุดิบอาหารขายเยอะๆ หน่ะครับ) ร้านจะอยู่ปากซอยฝั่งทางถนนเยาวราช หน้าร้านจะมีซีอิ๊วจากเมืองจีนขายเยอะๆ ครับ อันนี้เอามาแชร์ครับ เพราะวันนั้นเดินทั่วเลย ไม่มีใครรู้เลยว่าร้านไหนยังมีขาย มีแต่คนบอกว่า เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีแล้ว แต่โชคดีครับ ที่ยังมีร้านนี้ขายอยู่ ก๋านโส๋ยขวดละ 90 ส่วนแอมโมเนียขายยกโล 45 บาทครับ

ถามคุณน้านาอีกสักคำถามครับ ไม่ทราบว่าคุณน้านาเคยลองผสมผงฟูใส่ลงไปทีเดียว แบบไม่ต้องแบ่งไว้นวดหลังเนยขาวไหมครับ ไม่ทราบว่าเมื้อทำอย่างนี้ ผลจะต่างไปเช่นไรครับ คือจากครั้งล่าสุด แบบนวดเนยขาวซะได้ที่ ดีใจ แต่พอชะโลมน้ำผงฟูล็อตสองเข้าไป งานเข้าเลย ก็เลยเกิดความคิดว่า เอ! ถ้าใส่ผงฟูหมดรอบเดี๋ยวจะได้ไหมหนอ อันนี้คุณน้านา แนะนำ ห้ามปรามได้ครับ อยากทราบความเห็น

คุณน้านาครับ ขอนอกสูตรอีกสักเรื่องครับ คือก่อนหน้าจะมาพบสูตรจากคุณน้านา ผมทำซาลาเปาอย่างง่าย เป็นแป้งขั้นตอนเดียวที่ใช้นมสดแทนน้ำครับ (ส่วนผสม แป้งบัวแดง 500 กรัม นมสด 260 กรัม ยีสต์แห้ง 5 กรัม น้ำตาล 60 กรัมผงฟู 1/2 ชต. เกลือ 1/4 ชช. น้ำมัน 50 กรัม ครับ) ทำหลายรอบครับ มันก็นุ่มฟูใช้ได้ แม่ชอบกลิ่นสูตรนี้มากกว่าสูตรน้ำเปล่า แต่ด้านนึงคือ รู้สึกว่านึ่งกินแล้ว แป้งเหนียวครับ คนอื่นติมา เลยอยากขอความเห็นหรือคำแนะนำหน่อยครับว่า โปรตีนในนมมันมีส่วนทำให้เหนียวไหมครับ ถ้าต้องการแบบไม่เหนียวควรใช้สูตรไหนดีครับ ผมว่าจะลองสูตรแป้งที่คุณน้านาแนะนำไว้ในหน้าซาลาเปาหมูสับ แต่มันต้องทำ 2 ขั้นตอน ถ้ามันทำออกมาไม่เหนียว ก็คุ้มค่ากับเวลาที่เพิ่มขึ้นครับ เดี๋ยวขอนำมาลองนะครับ

ทั้งหมดทั้งมวล ขอขอบคุณมากๆ อีกสักครั้งนะครับ


โดย: แป๋ม IP: 111.84.39.138 วันที่: 17 มกราคม 2557 เวลา:13:28:51 น.  

 
ขอสอบถามหน่อยครับ การนวดแป้งซาลาเปาหน้าตึง กับ ซาลาเปาหน้าแตกนี่นวดเหมือนกันหรือเปล่าครับ คือ มีอาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านบอกว่าเวลานวดซาลาเปาหน้าแตกให้นวดแบบฉีกแป้ง ผมลองแล้วปรากฎว่ามันแน่นและเหนียว หลังจากนึ่งเสร็จแล้วแถมไม่ค่อยฟูหน้าก้อแตกหน่อยเดียว (ผมเพิ่งหัดทำน่ะ ว่าจะทำเป็นอาชีพ)กำลังคิดว่า จะตัดสินใจไปเรียนที่ กทม ดีมั๊ย (ตอนนี้ก้อหัดเรียนจากในเว็บ จากยูทูป จากหนังสือ) แต่เขาสอนแค่ วันเดียว อีกอย่างผมนวดมือ ไม่ได้นวดเครื่อง ถ้าไปเรียน ไม่รู้เขาจะสอนแบบนวดมือหรือเปล่า
คือรวมๆ สงสัยเรื่องวิธีการนวด น่ะครับ รบกวนบอกด้วยนะครับ


โดย: หนุ่มอุดร IP: 1.4.170.117 วันที่: 17 มกราคม 2557 เวลา:21:53:35 น.  

 
วันนี้ทดลองทำสูตรที่เจ้าของ บล็อกให้มาคือใส่ แป้งฮะเก๋า กับแป้งซาลาเปา ผลที่ได้คือ ฟูนุ่ม แต่ว่าเนื้อแป้งจะร่วนๆ แห้งๆ ครับ อีกอันผมทำไม่ใส่แป้งฮะเก๋า แต่ใช้แป้งบัวแดงอย่างเดียว ปรากฎว่า ฟูนุ่มเหมือนกัน เนื้อสัมผัสจะดีกว่าคือนุ่มกว่าเล็กน้อย และไม่ร่วนเท่า แบบผสมแป้งฮะเก๋า(อาจเพราะผมเพิ่มเนยอีกเล็กน้อย และเพิ่ม น้ำอีก 3 ช้อนชา ตอนทำโด เนื้อเลยเนียร นุ่มกว่า คือมันเป็นหน้าหนาว น่ะครับ น้ำเลยระเหยเร็วคิดว่านะ)อ้อส่วนที่ใช้แป้งบัวแดงอย่างเดียว ควรพักแป้งก่อนคลึงแบนห่อใส้สัก 15 นาที และหลังห่อใส้แล้ว ทิ้งไว้สัก 20 นาที ทำให้แป้งฟูดีครับ (เพราะแป้งบัวแดงมันจะเหนียว กว่าแบบผสมแป้งฮะเก๋า) อันนี้จากที่ผมทดลองทำ สอง อย่างเปรียบเทียบนะครับ ผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยครับ ปล ผมใช้ เบกกิ้งโซดาแทน น้ำก๋านโส ที่อุดรหาซื้อไม่ได้


โดย: หนุ่มอุดร IP: 1.4.170.236 วันที่: 18 มกราคม 2557 เวลา:17:58:03 น.  

 
ดีจังเลยตรับคุณหนุ่มอุดรที่ศึกษาทดลองแล้วมาแชร์ให้เราได้ร่วมรับรู้ด้วย อ้อ สูตรที่คุณหนุ่มอุดรใช้บัวแดงล้วน นอกจากนุ่มขึ้นแล้ว เรื่องการแตกหน้า กับความเหนียวของแป้งที่นึ่งออกมา เป็นอย่างไรบ้างครับ

น้ำก๋านโสย หากคุณหนุ่มอุดรต้องการทดลองใช้จริงๆ ฝาซื้อแล้วส่งผ่านไปรษณีย์ได้นะครับ หรือถ้ามีพวกเปลือกฝักนุ่นในละแวกเผาเป็นขี้เถ้าเอามาแช่น้ำทิ้งสักคืนสองคืนก็จะได้น้ำด่างที่คนจีนใช้ทำขนมซึ่งน่าจะพอเทียบเคียงกับก๋านโสย ในต้นทุนที่ประหยัดด้วยตนเองนะครับ สู้ๆ ครับ^^


โดย: แป๋ม IP: 111.84.66.205 วันที่: 18 มกราคม 2557 เวลา:20:46:32 น.  

 
คุณแป๋มค่ะ เรายังไม่เคยลองทำแบบใส่ผงฟูในครั้งเดียวเลยค่ะ

ส่วนน้ำก้านโสย ถ้าไม่มีจริง ๆ ไม่ต้องใส่ก็ได้ค่ะ เพราะเราเคยลองทำโดยไม่ใส่แล้ว ตัวแป้งก็หน้าแตกและนุ่มดีค่ะ

ส่วนนมใส่แทนน้ำในซาลาเปา เรายังไม่เคยทำค่ะ แต่เคยใช้นมแทนน้ำในการทำขนมปัง ตัวเนื้อขนมปังจะนุ่ม ชุ่มชื้น หอมกว่าใช้น้ำค่ะ แต่มาใช้ในซาลาเปาไม่แน่ใจค่ะว่าผลจะเป็นอย่างไร

ส่วนสูตรซาลาเปาหมูสับไข่ต้ม ที่ต้องทำแป้งเชื้อ(แป้ง starter)ไว้ก่อนมันจะช่วยทำให้ขนมฟูนุ่มมากกว่าขั้นตอนเดียวค่ะ ถ้าสูตรนี้พัก 50 นาทีนาน ถ้าคุณแป๋มไปดูสูตรซาลาเปาไส้กระเพาหมูสับไข่เค็ม ที่ใช้สูตรเดียวกัน แต่พักแป้งเป็น 24 ชั่วโมง จากที่ว่านาน น่าจะกลายเป็น โค-ต-ร จะนานเลยค่ะ 555 แต่การพักแป้งเชื้อนานมันได้ผลดีนะคะ เพราะตัวแป้งจะนุ่มกว่าเยอะอย่างเห็นชัดเลยค่ะ ดังนั้นเวลาทำซาลาเปาหมูสับ เราจะพักแป้งเชื้อ 24 ชั่วแบบสูตรซาลาเปาไส้กระเพาหมูสับไข่เค็มค่ะ ยิ่งทำเป็นหมั่นโถร้อน ๆ นี่ ประมาณ 10 ลูก หลาน 2 คนทานหมดภายใน 20 นาทีเลยค่ะ


โดย: EskimoPie วันที่: 18 มกราคม 2557 เวลา:21:42:07 น.  

 
คุณหนุมอุดรค่ะ การนวดของแป้งซาลาเปาหน้าแตก กับไม่แตกนี่ เรานวดเหมือนกันเลยค่ะ แต่เป็นการนวดโดยใช้เทคนิคที่เราเรียนจากเว็บไซด์หนึ่งที่สอนการนวดแป้งพิซซ่าค่ะ เราเคยใช้การนวดแบบที่นิยมทำในเมืองไทย คือการนวดโดยการใช้สันมือดันแป้งออกไป แล้วพับแป้งเข้าหากัน แล้วใช้สันมือดันแป้งออกไปอีกครั้ง ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ตัวแป้งจะเหนียวขึ้น ๆ ทำแป๊บเดียวจะเมื่อยมือมากเลยค่ะ

เราเลยเอาเทคนิคการนวดแป้งพิซซ่ามาใช้ค่ะ เวลานวดแป้งจะไม่เหนียวจะนุ่มและง่ายต่อการนวด ให้นวดเป็นสิบ ๆ นาทีก็ไหว ค่ะ เทคนิคที่ว่าคือ

1. ใช้สันมือด้านขวากดและดันแป้งออกจากตัวเฉียงไปทางซ้ายมือ หลังจากนั้นใช้ฝ่ามือขวารูด (ดึง) แป้งกลับมาโดยไม่ต้องใช้แรงในการดึงมาก แค่ให้แป้งกลับมาเข้าหาตัวก็พอ

2. ใช้สันมือด้านซ้ายกดและดันแป้งออกจากตัวเฉียงไปทางขวามือ หลังจากนั้นก็ใช้ฝ่ามือซ้ายรูดแป้งกลับมา

ให้ทำสลับกันไปเรื่อย ๆ จนกว่าแป้งจะเนียนนุ่มค่ะ วิธีนี้บอกได้เลยว่า นวดไปนานไม่เมื่อยและเหนื่อยง่ายค่ะ แต่แป้งเนียนเหมือนกัน ถ้านึกภาพไม่ออก แนะนำให้ไปดูวิดิโอในสูตรพิซซ่าหน้าทะเล (Seafood pizza) นะคะ เราแปะวิดิโอเอาไว้ให้ดูด้วย

ถ้าทำขายได้แล้ว ขออวยพรให้ขายดี ลูกค้าเยอะ ๆ กำไรงาม ๆ นะคะ


โดย: EskimoPie วันที่: 18 มกราคม 2557 เวลา:21:55:06 น.  

 
ขอบคุณสำหรับ reply นะคร้าบคุณน้านา เดี๋ยวผมจะไปฝึกดู คืบหน้าอย่างไรจะมารายงานนะครับ

ปล.โพสต์ตะกี้ซ้ำ ไปกดย้อน เครื่องเลยโพสต์ข้อมูลเก่าซ้ำ ขอโทษด้วยนะคร้าบ


โดย: แป่ม IP: 111.84.66.205 วันที่: 18 มกราคม 2557 เวลา:22:07:20 น.  

 
ไม่เป็นไรค่ะค่ะแป๋ม ลบออกให้แล้วค่ะ ขอให้ทำซาลาเปาสำเร็จนะคะ


โดย: EskimoPie วันที่: 18 มกราคม 2557 เวลา:22:13:45 น.  

 
ขอบคุณครับ หน้าตากเหมือนกันกับแบบใช้แป้งฮะเก๋า ครับ ความนุ่ม ความปุยของตัวขนมโอเค ครับ เก็บไว้ไม่โดนลม ก้อยังนุ่มพอประมาณ แต่พอเอากลับไปอุ่นใหม่ นี่นุ่มกว่าตอนนึ่งครั้งแรกครับ (ยังแปลกใจว่าเพราะอะไร)แต่เรื่องความร่วนของแป้งยังมีพอประมาณ ครับ ตอนนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนทดลองสูตรครับ ไว้เปิดร้านได้เมือ่ไรจะ ถ่ายภาพมาให้ดูผลงานครับ (เสียดาย ในนี้ไม่เห็นมีให้ ใส่ภาพ) ขอบคุณสำหรับสูตรครับ
อ้อ มีคำถามครับ
1 การทำแป้งเชื้อ จำเป็นหรือเปล่าครับที่ต้องกรีด ถุงพลาสติกที่คลุมแป้งไว้ครับ เพราะ ว่า พอครบเวลาแล้วแป้งเชื้อที่ขึ้น แล้วหน้ามันยุบตัวลงไปประมาณ 1 ใน 3 จากขอบแป้งที่ฟูแล้ว คือที่เคยทำสูตรอื่น ไม่ได้กรีด ถุงพลาสติกที่คลุมนะครับ แป้งมันก้อฟูฟ่องดีผิวหน้าไม่ยุบตัว (แป้งเชื้อยังคงใช้ได้อยู่)
2 หลังจากผสมแป้งเชื้อกับน้ำตาลแล้ว คนให้น้ำตาลละลาย ของผมไม่เหลวแบบในภาพ มันจะเหนียวๆเป้นก้อนมากกว่า ผมเลยแก้ปันหาด้วยการเติมน้ำไปเพื่อให้มันเหลว(หลังจากเติมน้ำที่ละลายแอมโมเนีย ผงฟู และ เบกกิ้งโซดา ) เนื่องจาก ดูแล้ว แป้งแห้งแน่ๆ ซึ่งก้อยังแห้งอยู่ เลยเติมน้ำไปเรื่อยๆ (อย่างที่บอก อาจจะเพราะอากาศแห้งในหน้าหนาวทำให้อากาศดูดน้ำออกไปจากแป้งเร็วมาก โดยเฉพาะปีนี้ หนาวแรง )ขอบคุณครับ


โดย: หนุ่มอุดร IP: 1.4.161.166 วันที่: 19 มกราคม 2557 เวลา:22:39:22 น.  

 
คุณหนุ่มอุดรค่ะ ตามข้อสันนิฐานของเรา ที่ต้องกรีดพลาสติกเพื่อไม่ให้ตัวแป้งเชื้อโตเร็วเกินไปค่ะ โดยเฉพาะถ้าเรานวดแป้งด้วยเครื่อง ตัวแป้งเชื้อที่ได้จะมีความร้อนในตัว เวลาที่เราเอาไปใส่ในโหล แล้วปิดด้วยพลาสติกแร็ปโดยไม่กรีดหน้า ตัวแป้งเชื้อจะขึ้นไวมากค่ะ ยิ่งถ้าอากาศร้อนมาก ๆ ตัวแป้งเชื้อยิ่งโตเร็วและจะเหลวมากกว่าปกติ ถ้ายิ่งปล่อยให้ขึ้นนาน ๆ อาจกลายเป็นอัลกอฮอร์ได้เลย ที่สำคัญที่บ้านเราอากาศไม่ค่อยเย็นมากนัก ค่อนข้างจะร้อน

และยิ่งตัวแป้งเชื้อเหลวมากเท่าไร สูตรของส่วนผสมที่ใช้ทำแป้งโดว์ที่กำหนดไว้ ต้องมีการปรับเปลี่ยนตามด้วยค่ะ อาจต้องมีการเติมแป้งเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ อันนี้จากการที่เราทดลองเพิ่มเวลาการหมักแป้งเชื้อให้นานขึ้น เพื่อให้ขนมนุ่มฟูมากขึ้น ตอนทำซาลาเปาไส้กะเพราหมูสับไข่เค็มค่ะ จากเดิมหมักแป้งเชื้อ 50 นาที เราเพิ่มเป็น 24 ชั่วโมง แป้งเชื้อที่ได้จะเหลวกว่า ต้องเติมแป้งเพิ่มขึ้นพอสมควรในขั้นตอนการทำแป้งโดว์

คราวก่อนเราลืมกรีด ผ่านไปแค่ประมาณ 10 นาที นึกขึ้นได้กลับมาดู ตัวแป้งเชื้อขึ้นไปเกือบถึงพลาสติกแร็ปที่ปิดไว้ ตัวแป้งเชื้อจะค่อนข้างเหลวกว่าปกติ

ที่ของคุณหนุ่มอุดรทำแล้วแป้งเชื้อยังใช้ได้ โดยที่ไม่ต้องปรับส่วนผสมแป้งโดว์ น่าจะเป็นเพราะอากาศเย็นด้วยมั้งค่ะ ที่ทำให้ตัวแป้งเชื้อไม่โตไว้เกินไป


โดย: EskimoPie วันที่: 21 มกราคม 2557 เวลา:1:15:22 น.  

 
ครั้งแรกที่ทำโดยที่ไม่มีแป้งฮะเก๋า และน้ำกานโซ่ยแต่ซาลาเปาออกมาฟูนุ่มมากค่ะ ทุกคนชอบมากแต่ที่บ้านเป็นครอบครัวใหญ่อยู่กันสิบกว่าคน ทำครั้งละแปดลูกไม่พอก็เลยเบิ้ลสูตร ผลออกมาปรากฏว่าแป้งเหนียวและแน่นมากค่ะ รบกวนช่วยแนะนำวิธีปรับสูตรสำหรับยี่สิบลูกได้มั้ยค่ะ


โดย: ซัน IP: 14.207.22.82 วันที่: 21 มกราคม 2557 เวลา:20:37:52 น.  

 
คุณซันค่ะ ปกติเวลาที่เราต้องการทำในปริมาณที่มากขึ้นเราก็จะเบิ้ลสูตรขึ้นไปตามสูตรด้านบนเลยค่ะ เช่นต้องการ 24 ลูก ก็ต้องคูณ 3 เลยค่ะ แต่อาจจะมีการปรับเพิ่มลดส่วนผสม เช่น แป้ง หรือ น้ำ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าแป้งโดว์ที่ได้แห้งไปหรือเหลวไปด้วยค่ะ ดังนั้นต้องทำบ่อย ๆ แล้วจะพอทราบว่าควรจะเพิ่มลดปริมาณส่วนผสมเท่าไร ที่แป้งเหนียวอาจจะเพราะตัวแป้งโดว์เหลวเกินไปค่ะ แนะนำว่าเวลาใส่ส่วนผสมน้ำ อย่าเพิ่งใส่หมดในครั้งเดียว ให้เก็บไว้ส่วนหนึ่ง ถ้าแป้งแห้งไปค่อยใส่ส่วนที่เหลือ อย่าใส่ให้หมดในครั้งเดียว และต้องนวดให้แป้งโดว์เนียนและนุ่มด้วยค่ะ

อย่างที่ได้ตอบ คห ข้างต้น ความชื้นของแป้ง อุณหภูมิห้อง ฯลฯ มันมีส่วนที่ทำให้เราต้องปรับเพิ่มหรือลดส่วนผสมด้วยค่ะ

แต่ถ้าไม่มั่นใจ แนะนำให้ทำแป้งโดว์เป็น 3 ครั้งแทนก่อน จนกว่าจะพอจำสัมผัสตัวเนื้อของแป้งโดว์ที่นวดจนได้ที่ดีแล้ว จึงค่อย ๆ เพิ่มปริมาณการทำเป็นครั้งเดียว เพราะยิ่งทำในปริมาณที่เยอะขึ้น ตัวแป้งต้องการเวลาในการนวดที่นานขึ้น ซึ่งทางคุณซันอาจจะนวดแป้งไม่นุ่มเนียนพอ จึงทำให้ซาลาเปามีเนื้อสัมผัสที่เหนียวและแน่นค่ะ


โดย: EskimoPie วันที่: 21 มกราคม 2557 เวลา:22:53:37 น.  

 
สวัสดีครับคุณน้านา ผมลองกลับไปทำซาลาเปาหน้าแตกดูอีกครั้งครับ คราวนี้ก็ระมัดระวังในการเติมของเหลวลงไปในการผสมแป้งโดว์ ผลที่ได้ บวกกับประสบการณ์ที่เข้าใจมากขึ้นทำให้ได้แป้งที่ปั้นง่าย ห่อง่ายขึ้น และนึ่งออกมาดูฟูร่วนกว่าครั้งก่อนๆ ครับ ข้อนี้ขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำที่คุณน้านาให้ไว้ครับ

แต่ว่าในครั้งนี้ผม improvise นิดหน่อย เป็นความรู้สึกอยากทดลองว่าซาลาเปาจะยัง work ไหม คือผมหมักแป้งเชื้อทิ้งไว้โดยไม่เจาะรูพลาสติกแร็พ เป็นเวลาเกือบ 10 ชม. มันฟูขึ้นไปมากกว่าเท่าตัว พอผมเจาะรูด้วยปลายเข็ม ก็เรื่มเห็นมันยุบตัวลง ผมก็ทิ้งมันข้ามคืนจนอีกวันหนึ่ง รวมๆ แล้วก็ถือว่าหมักเชื้อเกือบ 1 วันได้ครับ พอจะใช้เชื้อมันก็ยุบตัวลงมาเหลือเกือบๆ เท่าตัว กลิ่นก็เปรี้ยวอ่อนๆ พอใช้ได้ จริงๆ การทดลองนี้ก็มาจากข้อมูลที่คุณน้านาบอกว่า สูตรซาลาเปาไส้กระเพราหมัก1 วันผมก็เลยคิดว่า อย่างนี้ คงไม่มีตายตัวกับเวลา เลยเอาบ้างเผื่อ work ผลก็พบว่าแป้งเชื้อนี้หมัก 1 .วันก็โอเคนะ
อย่างที่สอง ผมลองเอาน้ำที่ละลายผงฟู ใส่ก่อนนวดเนยขาวทั้งหมด นึ่งออกมา โดยใช้การห่อซาลาเปาแบบลูกจิ๋ว (จากแป้ง 8 ลูก แบ่งย่อยเป็น 16ลูกเล็ก) ผลก็พบว่าซาลาเปสยังแตกดีเป็นส่วนใหญ่ครับ มี 1-2 ลูกที่แตกบางๆ นอกนั้นแตกหมด ส่วนใหญ่แตกแบบรูปยิ้ม บางลูกที่แตกสามแฉก ก็น่ารักดีครับ

ก็มารายงานผล ผมไม่ได้สมัครบล็อกแกงค์ เลยอัพรูปให้ดูไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณคุณน้านาอย่างมากครับที่แชร์ข้อมูลประสบการณ์ให้ใครหลายคนได้เรียนรู้ตามด้วย ขอบคุณครับ^^


โดย: แป๋ม IP: 111.84.87.217 วันที่: 22 มกราคม 2557 เวลา:12:22:11 น.  

 
ขอถามนิดนึงนะค๊ะ ถ้าใช้น้ำมันพืชแทนเนยขาวจะได้มั้ยค๊ะ


โดย: O IP: 110.164.66.233 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:15:27:52 น.  

 
คุณ ฯ ค่ะ เรายังไม่เคยลองใช้น้ำมันพืชแทนเนยขาว แต่ตอนที่เข้าไปหาสูตรทำซาลาเปาชนิดหน้าไม่แตก มีคนใช้น้ำมันพืชแทนเนยขาวต่างจากสูตรต้นฉบับ เขาเข้ามาแจ้งผลที่ได้ในคอมเมนท์ว่า ตัวเนื้อแป้งซาลาเปาจะนุ่มชุ่มชื้นกว่า อันนี้เขาไม่มีให้แทรกซ์กลับไปที่บล๊อคเขา เลยไม่ทราบว่าที่เขาพูดจะจริงหรือไม่นะคะ

แต่ไม่เคยเห็นการใช้น้ำมันพืชในซาลาเปาหน้าแตกแทนการใช้เนยขาวนะคะ ถ้าคุณ O ลองทำแล้วได้ผลอย่างไร ช่วยแชร์ข้อมูลด้วยนะคะ อยากรู้เหมือนกันค่ะ



โดย: EskimoPie วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:21:55:33 น.  

 
ขอบคุณจริง ๆ ป้าหาสูตรซาลาเปาหน้าแตกมาก็หลายเวปแล้ว แต่ถูกใจและเข้าใจวิธีทำ ซึ่งคุณน้านาอธิบายได้ละเอียดและเป็นขั้นเป็นตอน ทำให้เข้าใจและสามารถทำตามได้อย่างไม่ยาก ต้องขอบคุณในความเอื้อเฟื้อที่มีให้แก่เพื่อน ๆ น่ารักมากค่ะ


โดย: ป้าพรรฆ์ IP: 27.130.80.103 วันที่: 7 มีนาคม 2557 เวลา:16:16:07 น.  

 
ยินดีค่ะ ป้าพรรฆ์ พอดีเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดีกับเจ้าของสูตรบางคนที่หวงสูตร เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจสร้างบล็อคเพื่อแชร์สูตรอาหารกับทุกคนค่ะ ก็ดีใจที่ข้อมูลที่เอามาแชร์เป็นประโยชน์ค่ะ


โดย: EskimoPie วันที่: 8 มีนาคม 2557 เวลา:1:12:40 น.  

 
ป้าพรรฆ์ขอส่งการบ้านนะค๊ะ ตามสูตรคุณน้านาเป๊ะ แป้งเชื้อเมื่อหมักแล้วสามารถแบ่งทำซาลาเปาได้ 3 ครั้ง
ในแต่ละครั้งที่ผสมแป้งเพื่อทำซาลาเปาจะได้น้ำหนักก้อนแป้งอยู่ที่ 300 กรัม ซึ่งจะทำได้ประมาณ 10-12ลูก
ป้าใช้แป้ง Mom Made ซื้อได้ที่ ท้อป ซุปเปอร์มาร์เกต ส่วนน้ำก๊านโส๋ย ซื้อที่ที่พาราไดร์ ขวดละ 100 บาท ส่วน แป้งฮะเก๋า ซื้อที่ขจรศักดิ์ กก.ละ 80 บาท ป้าส่งรูปซาลาเปาที่นึ่งเสร็จ มาให้ดู 3 รูป
รูปที่ 1 ใช้ตามสูตร แต่ก่อนนึ่งลืมฉีดพรมน้ำ หน้าจึงแตกมั่ง ไม่แตกมั่ง
//upic.me/show/50251557

รูปที่ 2 ใช้ตามสูตร แต่ไม่ใส่น้ำก๊านโส๋ย ก่อนนึ่งฉีดพรมน้ำ หน้าแตกดี สมใจค่ะ
//upic.me/show/50251628


รูปที่ 3 ใช้ตามสูตร แต่ไม่ใช้แป้งฮะเก๋า ใช้แป้ง Mom Made ล้วน ๆ น้ำก๊านโส๋ย ก็ไม่ใส่ ก่อนนึ่งฉีดพรมน้ำ หน้าก็แตก เหมือนกัน ขอบคุณนะค๊ะที่ทำให้ป้าทำซาลาเปาหน้าแตกเป็นครั้งแรก
//upic.me/show/50251660










โดย: ป้าพรรฆ์ IP: 14.207.247.165 วันที่: 24 มีนาคม 2557 เวลา:13:30:07 น.  

 
ป้าพรรฆ์ค่ะ ขอบคุณที่ส่งรูปมาให้ดูนะคะ ดีใจมาก จริง ๆแล้ว อยากเห็นรูปผลงานที่แต่ละคนที่นำสูตรไปทำว่าเป็นอย่างไร แต่ระบบไม่อำนวยให้เอารูปมาใส่ใน comment


โดย: EskimoPie วันที่: 25 มีนาคม 2557 เวลา:21:02:38 น.  

 
ไม่ใส่แอมโมเนียได้ไหมคะเพราะลองทำแล้วมีกลิ่นเหม็นมากไม่ชวนรับประทานแป้งที่ทำออกมาแล้วหน้าแตกแต่ไม่นุ่มนวลเนื้อแป้งแข็งเป็นเพราะอะไรและถ้าไม่ใส่แอมโมเนียจะทำให้หน้าแตกไหมคะกรุณาช่วยแนะนำด้วยค่ะ สูตรของคุณดีจริงๆนะคะติดตามอ่านอยู่เสมอเชื่อมั่นในวิธีการทำของคุณ ขอบคุณค่ะ


โดย: 123 20มิ.ย.57 IP: 114.109.235.152 วันที่: 20 มิถุนายน 2557 เวลา:13:19:48 น.  

 
คุณ 123 ค่ะ ถ้าไม่ใส่เกรงว่าซาลาเปาจะไม่ขึ้นฟูแตก อย่างที่เห็นค่ะ เพราะตัวแอมโมเนียจะช่วยทำให้เกิดการขึ้นฟูของซาลาเปาค่ะ

ส่วนเรื่องกลิ่นที่ยังมีค้างอยู่ ให้นึ่งต่ออีก 2 - 3 นาทีค่ะ และไฟที่ใช้ตอนที่นึ่ง 10 นาทีแรก ต้องแรงจริง และน้ำต้องเดือดจัด ๆ และต้องใช้ผ้าปิดรอบ ๆ ฝาหม้อไม่ให้ความร้อนระเหยออกมา เพราะความร้อนจะเป็นตัวทำให้กลิ่นของแอมโมเนียหายไป ที่กลิ่นยังอยู่น่าจะเป็นเพราะไฟไม่แรงและน้ำไม่เดือดจัดพอ

ที่แป้งแข็งนี่ น่าจะเพราะยังนวดแป้งได้ไม่เนียนพอค่ะ ถ้าตัวแป้งนวดจนเนียนแล้ว มันจะขึ้นฟูและนิ่มมาก

แต่ถ้าไม่อยากใส่แอมโมเนียก็คงต้องทำเป็นสูตรซาลาเปาไส้หมูสับ ชนิดหน้าไม่แตกแทนค่ะ อันนั้นไม่ใส่แอมโมเนีย แต่เนื้อซาลาเปาที่ได้จะไม่เหมือนกัน แต่รับรองนิ่มเหมือนกันค่ะ


โดย: EskimoPie วันที่: 20 มิถุนายน 2557 เวลา:19:49:43 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ สูตรหน้าไม่แตกดิฉันถือเป็นสูตรประจำบ้านค่ะแต่บางครั้งทำแล้วไม่นิ่มนวลมากแต่เนื้อแป้งอร่อยไม่นิ่มจนเนื้อเหนียวเหมือนบางสูตร อยากจะลองทำไส้ครีมดูบ้างกับไส้ที่เราแช่เย็นไว้ตามสูตรของคุณต้องใช้เวลาพักแป้งขั้นตอนสุดท้ายก่อนนึ่งอย่างไรกับการทำแป้งชนิดหน้าไม่แตกไส้ที่ความเย็นของไส้จะมีผลต่อการขึ้นของแป้งไหมคะช่วยกรุณาแนะนำด้วยคะว่าจะมีปัญหาต่อการขึ้นของแป้งไหม ขอบคุณสำหรับสูตรดีๆท่ีอร่อยเหลือเกิน


โดย: 123 IP: 114.109.235.152 วันที่: 20 มิถุนายน 2557 เวลา:20:56:48 น.  

 
ซาละเปาหน้าแตกสามารถใช้เครื่องนวดได้ไหมคะหรือต้องใช้มือนวดอย่างเดียวแป้งตอนผสมเนยขาวจะนวดยากหน่อยช่วยแนะวิธีนวดด้วยค่ะ อาอ้วนทำแล้วรู้สึกแป้งแข็งด้านแต่หน้าแตกนะคะไม่นุ่มไม่ฟูเหมือนของคุณไม่ทราบว่าผิดขั้นตอนไหน แป้งเชื้อที่ผสมกับน้ำตาลทรายต้องให้น้ำตาลทรายละลายเป็นเนื้อเดียวกับแป้งใช่ไหมแต่ละขั้นตอนใช้เวลานวดนานไหมต้องนวดให้แป้งเนียนใช่ไหมคะ ติดตามblogของคุณเสมอเชื่อมั่นว่าคุณต้องทดลองทำจนได้สูตรที่ดีจึงปล่อยสูตรออกมาจนอาอ้วนต้องทดลองทำตามด้วย ซาละเปาหน้าไม่แตกได้ทดลองทำแล้วเนื้อแป้งอร่อย นุ่มเคี้ยวแล้วไม่ติดฟันแป้งฟูดีแต่ขั้นตอนสุดท้ายก่อนนึ่งมีวิธีสังเกตแป้งอย่างไรถึงจะนึ่งได้ช่วยแนะนำ ขอบคุณค่ะ


โดย: อาอ้วน IP: 114.109.235.152 วันที่: 21 มิถุนายน 2557 เวลา:13:34:00 น.  

 
คุณอาอ้วนค่ะ จะใช้เครื่องหรือนวดด้วยมือก็ได้ค่ะ
ที่ขนมแข็งด้าน น่าจะเพราะนวดแป้งไม่เนียนพอ ต้องนวดจนแป้งเนียนไม่ติดมือค่ะ
ใช่ค่ะ ต้องผสมจนน้ำตาลละลายเป็นเนื้อเดียวกับตัวแป้งค่ะ
ส่วนเวลาในการนวดนี่ขึ้นอยู่กับแรงหรือกำลังในการนวดค่ะ แต่ละท่านจะไม่เหมือนกัน

ส่วนซาลาเปาหน้าไม่แตก อันนี้เราใช้วิธีสังเกตุเอาค่ะโดยสังเกตุจากระยะของซาลาเปาหลังขึ้นรูเสร็จกับกระดาษรองซาลาเปาค่ะ ปกติความหนาของแป้งตอนที่คลึงเพื่อห่อไส้จะหนาประมาณ 1/2 ซ.ม. เมื่อวางซาลาเปาบนกระดาษก็ต้องสังเกตุระยะห่างของซาลาเปาและกระดาษรอง ว่าถ้าขยายสองเท่า (1/2 ซ.ม.) ซาลาเปาควรขยายถึงจุดไหนของกระดาษรอง


โดย: EskimoPie วันที่: 2 กรกฎาคม 2557 เวลา:1:18:19 น.  

 
ลองทำสูตรของคุณแล้วมันแตกไม่เหมือนของคุณ แตกน้อย สาเหตุมาจาก แบ่งแป้งโดว์ ลูกละ 20 กรัม แล้วรีดบางไปรึเปล่าคะ ส่วนแป้งเชื้อที่หมักมันขึ้นเร็ว ตั้งแต่ยังไม่ได้แล๊ป แต่หลังจากนั้นถึงเช้าก็ยังอยู่ที่เดิม ขึ้นไม่ถึงเท่าตัวเหมือนของคุณเลย หรือเป็นเพราะกล่องพลาสติกที่ใส่เป็นทรงเตี้ย ไม่ใช่โหลทรงสูง คะ




โดย: แต้ว IP: 27.254.247.6 วันที่: 15 กันยายน 2557 เวลา:10:46:06 น.  

 
เนื้อแป้งที่ได้ ทุกคนชิมแล้วบอกว่ามันแห้งๆ เนื้อไม่ค่อยนุ่ม ออกจะสากๆ เป็นเพราะอะไรคะ หรือว่ายังนวดไม่ได้ที่คะ


โดย: แต้ว IP: 27.254.247.6 วันที่: 15 กันยายน 2557 เวลา:11:38:45 น.  

 
อยากสอบถามว่าแป้งเชื้อเอามาผสมกับแป้งโดว์ ตอนไหนค่ะ


โดย: ์๋NJ IP: 203.157.72.214 วันที่: 22 กันยายน 2557 เวลา:18:04:56 น.  

 
คุณแต้วค่ะ ซาลาเปาหน้าจะแตกสวย ปริมาณแป้งส่วนบนของซาลาเปาตอนที่ห่อแป้งตรงมีปริมาณเยอะพอควรค่ะ ยิ่งมีเนื้อแป้งตรงส่วนบนเยอะเท่าไร ยิ่งแตกสวยค่ะ เราถึงบอกไว้ตอนที่ห่อแป้งว่า ไม่ต้องสนใจว่าจะจีบออกมาสวยงามหรือไม่ ขอให้เหลือแป้งสวนหัวไว้เยอะ ๆ มันถึงจะแตกสวย

ส่วนที่เนื้อแป้งไม่นุ่ม สาก อันนี้ไม่แน่ใจค่ะ ที่เราทำออกมามันจะนุ่ม ฟู แต่ถ้าเนื้อแป้งไม่นุ่ม สากน่าจะเกิดจากใส่ ผงฟู หรือ เบคกิ้งโซดามากเกินไป แต่ถ้าตวงตามสูตรไม่น่าจะทำให้สาก อันนี้ บอกตรง ๆ ว่าไม่ทราบเลยค่ะ ยังไม่เคยประสบปัญหานี้


โดย: EskimoPie วันที่: 22 กันยายน 2557 เวลา:21:18:49 น.  

 
คุณ NJ แป้งเชื้อเป็นส่วนผสมหลักตัวหนึ่ง และเป็นตัวแรกที่ต้องนำมาทำแป้งโดว์ค่ะ หลังจากหมักไม่เกิน 12 ชั่วโมงต้องนำมาทำแป้งโดว์ต่อ ถ้าไม่ ต้องนำไปแช่แข็งค่ะ

ดูที่ภาพแรกในวิธีการทำแป้งโดว์ค่ะ ที่เอาแป้งเชื้อมาผสมน้ำตาล จะได้แป้งคล้าย แป้งเปียกเหลว


โดย: EskimoPie วันที่: 22 กันยายน 2557 เวลา:21:24:54 น.  

 
ดิฉันทำรอบที่สอง - สาม แล้ว ออกมาดีมากแล้วค่ะ ขอบคุณ คุณ EskimoPie มากๆ ค่ะ


โดย: แต้ว IP: 27.254.247.6 วันที่: 24 กันยายน 2557 เวลา:8:24:24 น.  

 
ทดลองทำใหม่หน้าแตกสวยงามมากเนื้อแป้งนิ่มแต่เหมือนแป้งไม่ฟูเท่าที่ควรไม่ทราบว่าเป็นเพราะหมักแป้งไม่ขึ้นหรือไรเพราะสังเกตุดูรอยขีดที่ข้างขวดโหลปริมาณแป้งไม่ขึ้นเลยใช้ขวดโหลทรงกว้างและอากาศวันที่หมักค่อนข้างเย็นไม่ทราบว่าจะเกี่ยวกันไหม เคยอ่านบล็อคของคนมาเลย์ทำสูตรเดียวกันแต่ปริมาณแป้งเชื้อมากกว่าวิธีการทำเหมือนกันแนะว่าเมื่อกรีดรอยพลาสติคแล้วให้หาผ้าชื้นหมาดๆคลุมพลาสติคไว้ไม่ทราบว่าคุณนาทำแบบนี้ไหม ปัญหาของดิฉันขนมไม่ฟูกลิ่นแอมโมเนียยังพอมี เคยทานที่ภัตตาคารแป้งจะนุ่มมากเปลือกบาง อยากให้คุณนาช่วยแชร์ความคิดเห็นและะแนะนำ ขอบคุณมากๆๆค่ะสำหรับสูตรดีๆ


โดย: อาอ้วน IP: 171.100.86.102 วันที่: 11 มกราคม 2558 เวลา:17:05:52 น.  

 
คุณอาอ้วนค่ะ สาเหตุหนึ่งที่ขนมไม่ขึ้นฟูเท่าที่ควรน่าจะเกิดจากแป้งเชื้อ เพราะตอนที่ทำ หลังจากนำแป้งเชื้อใส่ในโหลหมัก แล้วปิดด้วยพลาสติกใส พร้อมกรีดด้านบน แป้งจะขึ้นเร็วมากเนื่องจากความร้อนของแป้งเชื้อที่ผ่านการนวดมาหมาด ๆ มันยังมีความร้อนในแป้งอยู่ หลังจากนั้นมันจะเริ่มขึ้นช้าลง อาจจะเกินหรือต่ำกว่าที่ขีดก็เพีงเล็กน้อย

เราไม่ได้ใช้ผ้าชื้นหมาด ๆ คลุมที่พลาสติคค่ะ แค่กรีดพลาสติกแล้วทิ้งแป้งให้ขึ้นในอุณหภูมิปกติ ที่แป้งไม่ขึ้นมาก น่าจะเกิดจากอาการที่เย็น อาาจะต้องเพิ่มเวลาในการหมักมากขึ้น จนกว่าแป้งจะขึ้นถึงขีดที่กำหนดไว้

และอีกจุดหนึ่งเนื่องจากอากาศเย็น ตอนที่หมักแป้งโดว์ แป้งอาจจะยังขึ้นไม่พอ น่าจะต้องทิ้งไว้นานขึ้น

ส่วนน้ำที่นึ่งจะต้องแรงและเดือดจัด จริง ๆ จึงจะทำให้ขนมขึ้นได้ดี ปริมาณน้ำที่ใส่ต้องเยอะพอ หรือถ้าไม่มั่นใจว่าสูงพอหรือไม่ ให้ใส่น้ำสูงจนขอบน้ำต่ำกว่าขอบหม้อนึ่งประมาณ 1 นิ้ว

ปริมาณน้ำมีผลต่อการนึ่งขนมมากค่ะ เมื่อก่อนเวลาเรานึ่งขนมปุยฝ้าย เราใส่น้ำแค่ครึ่งเดียว เวลานึ่งขนมไม่เคยแตกฟูเลย แต่พอเราอ่านเจอเทคนิคในการนึ่งขนมจากหนังสือเล่มหนึ่ง เขาให้ใส่น้ำ ต่ำกว่าขอบหม้อ 1 นิ้ว และต้องเติมให้เท่านี้เสมอ เมื่อนึ่งแล้วในแต่ละครั้ง ตั้งแต่นั้นมาขึ้นนึ่งจะขึ้นฟูเสมอเลยค่ะ


โดย: EskimoPie วันที่: 12 มกราคม 2558 เวลา:20:13:42 น.  

 
ยังไม่ได้ลอง แต่คิดว่าจะต้องดีแน่ๆเพราะเท่าที่ติดตามค้นหาสูตรมาก็มีของคุณน้านานี่ล่ะที่บอกอย่างเปิดเผยทุกขั้นทุกตอนไม่ต้องให้กราบกรานขอขอบพระคุณที่ให้สิ่งดีๆกับผู้ไม่รู้ ดิฉันขอเอาเยี้ยงอย่างความดีของคุณนะค่ะ เราช่วยกันทำความดีโลกของเราจะได้น่าอยู่)


โดย: อัจฉรา IP: 49.230.187.187 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:12:59:00 น.  

 
ชื่นชมครับ เก่งมากๆ ขออวยพรให้มีความสุขความเจริญ

ขอคาราวะด้วยความจริงใจ


โดย: นกชิด IP: 171.99.201.37 วันที่: 10 มีนาคม 2558 เวลา:0:40:04 น.  

 
ได้ลองทำตามสูตรนี้แล้วค่ะ ขอบคุณมากมากเลย ละเอียดและทำได้จริงๆ ตอนนี้ทำขายแล้วค่ะ แต่ไม่ใช้แอมโมเนีย กลิ่นแรง เวลานึ่งหน้าก็แตกน๊ะค๊ะ นิ่มนานด้วย


โดย: หวาน IP: 171.96.181.237 วันที่: 23 เมษายน 2558 เวลา:7:04:12 น.  

 
ขอถามอีกเรื่องนึงค่ะ เวลาส่งไปต่างจังหวัดต้องส่ง ems ข้ามวัน หลังจากที่เรานึ่งแล้วนำเข้าช่องฟรีซให้แข็ง เราส่งให้คนที่ตจว.ได้ไหมซาลาเปาจะเสียไหมค๊ะถ้าอยู่นอกตู้เย็น
เห็นซาลาเปาลาวาเขาบอกว่าของเขาอยู่นอกตู้เย็นได้ 3 วัน โดยไม่ได้ใส่สารกันบูด ขอบคุณค่ะ


โดย: หวาน IP: 171.96.181.237 วันที่: 23 เมษายน 2558 เวลา:7:08:57 น.  

 
ได้อ่านcommentของคุณหวานแล้วสนใจมากที่ไม่ใส่แอมโมเนียเวลานึ่งหน้าก็แตกและยังนิ่มไม่ทราบว่าคุณหวานใส่แป้งทุกอย่างตามสูตรของคุณนาและขั้นตอนการทำเหมือนเดิมทุกอย่างใช่ไหมคะยกเว้นแอมโมเนียเพราะที่บ้านไม่ชอบกลิ่นแต่ต้องการให้หน้าแตก ดิฉันก็ยัง
ไม่ได้ทดลองจนมาอ่านเจอของคุณหวานยอมรับว่าสนใจมาก อยากให้คุณหวานช่วยชี้แนะด้วยนะคะ ดิฉันจะรออ่านคำตอบ คุณนาคะถ้าแป้งwheatstarch หาซื้อไม่ได้จะทดแทนด้วยแป้งอะไรดีต่างจังหวัดบางครั้งหาซื้อไม่ได้ หวังว่าคุณหวานและคุณนาคงตอบด้วยนะคะขอบคุณค่ะ


โดย: อาอ้วน IP: 171.100.83.118 วันที่: 2 พฤษภาคม 2558 เวลา:17:50:58 น.  

 
คุณอาอ้วนค่ะ ขอโทษที่ตอบช้าค่ะ พอดีคุณพ่อป่วย เลยไม่มีเวลาเข้ามาตอบ

ถ้าหาแป้งตั้งหมิ่น (wheat starch) ไม่ได้ ลองใช้แป้งมันหรือแป้งข้าวโพดแทนดูนะคะ ใช้ทดแทนกันได้ค่ะ


โดย: EskimoPie วันที่: 27 มิถุนายน 2558 เวลา:1:48:41 น.  

 
อ่านเจอสูตรเเล้วรีบทำตามเลยผลปรากฎทำออกมาแล้วหน้าแตกนะคะแต่แป้งออกสีเหลืองมากและมีจุดสีนำ้ตาลขึ้นที่ผิวแป้งหลายจุดทีเดียวดิฉันคิดว่าเป็นผลจากผงฟูหรือไม่ก็น้ำโซดาดิฉันใช้น้ำโซดาแบบที่ใช้ทำขนมเป๊ยะทางร้านบอกเหมือนน้ำก้านโซ่ย ขั้นตอนการทำช่วงท้ายสุดที่ใส่ผงฟูผสมกับน้ำผสมกันแล้วจึงนำมาผสมกับแป้งขั้นตอนนี้ดิฉันว่านวดยากมากที่จะให้แป้งเข้ากันถ้าดิฉันจะใส่รวมกันหมดในขั้นตอนแรกจะได้ไหมคะดิฉันไม่ได้ใส่แอมโมเนียนะคะหน้าแตกสวยงามแป้งไม่ฟูนิ่มทานแล้วแป้งสากๆแห้งๆไม่ฟูนิ่มเหมือนของคุณนาอยากให้คุณนาช่วยแนะนำนะคะ ว่าดิฉันทำผิดขั้นตอนไหน ขอบคุณนะคะ


โดย: มล สวนสวย IP: 171.100.83.118 วันที่: 20 กรกฎาคม 2558 เวลา:13:10:39 น.  

 
ขั้นตอนสุดท้ายที่ให้ใส่ผงฟูผสมกับน้ำลงในตัวแป้งไม่ทราบว่าต้องใส่จนหมดหรือไม่ แอมโมเนียมีส่วนทำให้ขนมฟูใช่ไหมคะ การนวดแป้งซาละเปาวิธีการนวดนวดแค่พอเนียนนุ่มไม่เหมือนการนวดแป้งขนมปังใช่ไหมคะที่แป้งต้องมีลักษณะแผ่นฟิล์มบางๆ อยากให้คุณนาแนะนำด้วยคะ ขอบคุณนะคะ


โดย: มล สวนสวย IP: 119.76.70.123 วันที่: 27 กรกฎาคม 2558 เวลา:10:01:46 น.  

 
ขอบคุณในความละเอียดในสอนอย่างถี่ถ้วนค่ะยังไม่ได้ลองทำ..แต่ศรัทธาในการให้ (สอน)


โดย: Yii-i Buechner IP: 37.59.6.32 วันที่: 20 เมษายน 2559 เวลา:17:56:54 น.  

 
สวยงาม น่าทานมากค่ะ อยากลองทำมากๆ อยู่นอร์เวย์ แต่ลำบากในการหาวัตถุดิบ แต่จะพยายามลองหา คิดว่าต้องทำให้ได้
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับการสอน999


โดย: Darunee Pettersen IP: 188.165.201.164 วันที่: 14 สิงหาคม 2559 เวลา:2:55:48 น.  

 
สวยงาม น่าทานมากค่ะ อยากลองทำมากๆ อยู่นอร์เวย์ แต่ลำบากในการหาวัตถุดิบ แต่จะพยายามลองหา คิดว่าต้องทำให้ได้
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับการสอน


โดย: Darunee Pettersen IP: 188.165.201.164 วันที่: 14 สิงหาคม 2559 เวลา:3:01:02 น.  

 
กลัวไม่แตก ทำเป็นหมานโถว คือไม่ใส่ไส้ แตกยิ่งกว่าขนมถ้วยฟูอีก ตัวเนื้อสัมผัสเวลารับประทานยังไม่ค่อยนิ่มเท่าไหร่ คิดว่าคงเพราะนวดยังไม่เนียน ใช้เนยเหลืองแทนเนยขาวค่ะ เนื้อแป้งเป็นสีนำ้ตาลกาแฟค่ะ ใช้แป้งข้าวหมากแทน ซื้อไว้แยะค่ะ ส่วนทีใช้นำ้ส้มสายชูขาวดี พอดียีสต์ที่บ้านคงนานไม่ขึ้น ไม่ได้ทดลองสูตรนี้สูตรยีสต์ ทดลองเฉพาะแป้งข้าวหมาก และนำ้ส้มสายชูค่ะ ส่วนอื่นทำเหมือนแบบเดะขอบคุณมากนะคะ ให้สุขภาพดีๆ ค่ะ


โดย: วัช IP: 27.55.81.160 วันที่: 19 พฤษภาคม 2560 เวลา:20:56:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

LcWitch
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 123 คน [?]






New Comments
Friends' blogs
[Add LcWitch's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.