Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2557
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
3 สิงหาคม 2557
 
All Blogs
 
ซาลาเปาลาวา

 

เป็นอีกเมนูที่ไม่ขอทำรอบสอง....ดูเหมือนง่าย แต่ไม่ง่ายเลย นึ่งนานไปก็กลายเป็นซาลาเปาไส้ครีมซะ ต้องห่อซาลาเปาเร็ว ๆ มากกกกกกก เพราะถ้าช้า ไส้ซาลาเปาละลาย ทำให้เปื้อนแป้ง และจะห่อไม่สนิท ดังนั้นใครจะทำเมนูนี้ ต้องอุทิศเวลาอย่างน้อย 2 วันค่ะ เพราะต้องทำไส้ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน และ ต้องทิ้งไส้ไว้ในตู้เย็นให้ไส้แข็งตัว 1 คืน มิฉะนั้นคุณจะได้ซาลาเปาไส้ครีม แทนซาลาเปาลาวา

และอีกปัญหาคือ ถ้าคุณอุ่นซาลาเปา เมื่อทานครั้งแรกไม่หมด เตรียมใจเลยว่าคุณจะได้ทานซาลาเปาไส้ครีมแทนลาวา กลายเป็น 2 อิน 1 เลย ทำหนึ่งได้ 2 ตอนแรกก็ว่า พอเปลี่ยนสัดส่วนของส่วนผสมแล้ว จะทำให้แก้ปัญหานี้ได้ แต่พอลองทำดูแล้ว ไม่สำเร็จค่ะ

จริง ๆ แล้ว เราสองทำมาสองครั้ง แล้วครั้งนี้ครั้งที่สอง ครั้งแรกประสบความล้มเหลวอย่างแรง ทำแล้วเป็นไส้ครีม พอลดไฟลงกลายเป็นลาวาที่กำลังแข็งตัว ไม่เป็นน้ำเยิ้ม เลยคิดว่า น่าจะเพราะปริมาณส่วนผสมที่เป็นแป้งมันเยอะเกินไป ทั้งผงคัสตาร์ด และแป้งข้าวโพด ใส่เยอะมาก เราเลยลดปริมาณลง ทำให้กลายเป็นลาวาได้

ใครทำแล้วสามารถแก้ปัญหาเรื่องที่อุ่นครั้งที่สองแล้วยังเป็นลาวาอยู่ช่วยแจ้งด้วยนะคะ

สูตรที่เราใช้เป็นสูตรจากหนังสือแม่บ้าน ฉบับที่ 542 กรกฎาคม 2557 (ซื้อฉบับนี้เพราะซาลาเปาลาวาเลย) เราหาสูตรทั้งในเน็ตทั้งในและต่างประเทศ สูตรตัวไส้จะคล้าย ๆ กันมากเลย แทบจะไม่ต่าง แต่ของต่างประเทศจะใช้กะทิ แทนนมสด เราเห็นมีคนเอาสูตรที่มีในเมืองไทย ไปทำส่วนใหญ่จะกลายเป็นไส้ครีมมากกว่าลาวา และอุ่นครั้งที่สองก็ไม่เป็นลาวาแล้ว

สูตรแป้งซาลาเปาเป็นสูตรเดียวกับซาลาเปาไส้กระเพราหมูสับไข่เค็ม

ส่วนผสมแป้งเชื้อ

 1. แป้งซาลาเปา   150 กรัม
 2. แป้งสาลีเอนกประสงค์  50 กรัม 
 3. เกลือ  1/8 ช้อนชา 
 4. ยีสต์  1/2 ช้อนชา 
 5. น้ำอุ่น  110 กรัม 

ผสมส่วนผสมทั้งหมด นวดให้เข้ากันจนกระทั้งหมดฝุ่นแป้ง (ใช้เวลานวดประมาณ 2 นาที) แล้วพักไว้ทั้ง 24 ชั่วโมง โดยใช้พลาสติกแร็บ หรือฝาปิดให้มิดชิด ไม่ให้ลมเข้าไป

แป้งเชื้อที่ได้หลังจากหมัก 24 ชั่วโมง

หมายเหตุ จะได้แป้งเชื้อ 300 กรัม ให้แบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนละ 100 กรัม ใช้ 100 กรัมที่เหลือให้ใช้พลาสติกแร็บไว้โดยแยกต่างหาก แล้วนำเข้าแช่ช่องแช่แข็ง ไว้ใช้งานครั้งต่อไปได้

แป้งโดว์

 1. แป้งเชื้อ  100 กรัม 
 2. แป้งสาลีเอนกประสงค์  150 กรัม 
 3. แป้งซาลาเปา  250 กรัม 
 4. น้ำตาลทราย  80 กรัม 
 5. ยีสต์  5 กรัม 
 6. เบกกิ้งโซดา  1/4 ช้อนชา 
 7. ผงฟู  1 ช้อนชา 
 8. น้ำเย็น 200 ml 
 9. เนยขาว  25 กรัม 

หมายเหตุ เห็นหลายท่านเอาสูตรทำซาลาเปาไส้หมูสับไปใช้ แล้วใส่นมสดแทนน้ำเย็น แล้วบอกว่านุ่มขึ้น เราเลยลองทำดู แต่เราว่าไม่ต่างกัน ดังนั้นใครจะใช้นมสดหรือ น้ำเย็นก็ได้ แตสำหรับเรา เราชอบแบบเป็นเย็นมากกว่า

ใส่ส่วนผสมทั้งหมด ยกเว้น เนยขาว ปั่นส่วนผสมจนกระทั่งหมดฝุ่นแป้ง แล้วค่อยใส่เนยขาว แล้วนวดต่อประมาณ 20 นาที

เมื่อแป้งได้ที่แล้ว ให้ปั้นเป็นก้อนกลม ใส่ในภาชนะที่ทาเนยขาว ใช้พลาสติกแร็บ ปิดไม่ให้ลมเข้า แล้วทิ้งไว้จนกระทั่งขึ้น 2 เท่า ใช้เวลาประมาณ 50 - 60 นาที

เมื่อแป้งขึ้นได้ที่แล้วให้คลึงแป้งเป็นแท่งยาว ตัดแบ่งแป้งเป็นก้อน ๆ ละ 30 กรัม แล้ววางเรียงตามลำดับก่อนหลัง แล้วให้ใช้ผ้าเปียกหมาด ๆ คลุมปิดกันลมไว้ด้วย

หลังจากนั้นให้หยิบก้อนแป้งโดว์ก้อนแรก แล้วใช้ไม้คลึงแป้งให้แผ่ออก โดยให้ตรงกลางนูน ๆ กว่าด้านรอบ ๆ

ตักไส้วางตรงกลาง แล้วห่อให้มิด ๆ อย่าให้มีช่องเด็ดขาดมิฉะนั้น ไส้จะทะลักออกมาตอนที่พักแป้งและตอนที่นึ่ง และที่สำคัญต้องห่อเร็วมาก ๆ เพราะไส้จะละลายไว

หมายเหตุ ให้เอาไส้ลาวา ออกมาทีละน้อย ส่วนที่เหลือให้แช่ไว้ในช่องแช่แข็งเหมือนเดิม หมดแล้วค่อยไปหยิบ เพราะถ้าเอาออกมาเยอะจะละลาย ห่อยาก และถ้าแป้งเปื้อนไส้แล้ว จะทำให้ แป้งลื่นปิดไม่มิด

ห่อจนมิดแล้วให้วางลงบนกระดาษซาลาเปา แล้วพักแป้งไว้ประมาณ 50 - 60 นาที หรือจนขึ้น 2 เท่าตัว

ระหว่างที่พักแป้งให้ขึ้น 2 เท่าให้ต้มน้ำโดยใช้น้ำ 3/4 ส่วน (หรือต่ำกว่าขอบบนประมาณ 1 นิ้ว) ใช้ไฟแรง ใส่น้ำส้มสายชูลงไปในน้ำประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ

ก่อนเอาซาลาเปาลงนึ่ง ให้ฉีดน้ำลงไปบนซาลาเปาเล็กน้อย อย่ามาก แล้วนำซาลาเปาลงนึ่ง 6 นาที แล้วให้รีบเอาออกจากเตา ถ้านึ่งนานกว่านั้นจะทำให้ไส้สุกเกินไป กลายเป็นไส้ครีมได้

ไส้ซาลาเปาลาวา

ส่วนผสม

 1. ไขเค็มต้มสุก (เฉพาะไข่แดง)  5 ฟอง 
 2. นมผง  7 ช้อนโต๊ะ 
 3. น้ำตาลทราย  1 ช้อนโต๊ะ 
 4. ผงคัสตาร์ดสำเร็จรูป  2 ช้อนโต๊ะ 
 5. นมสด  1/4 ถ้วยตวง 
 6. นมข้นหวาน  2 ช้อนโต๊ะ 
 7. เนยสดชนิดจืดละลาย  120 กรัม 

หมายเหตุ ส่วนผสมในหนังสือ จะใส่ผงคัสตาร์ด 6 ช้อนโต๊ะ และใส่แป้งข้าวโพดด้วย 1 ช้อนโต๊ะ แต่เราเคยทำแล้วครั้งแรก ไส้ไม่เป็นลาวาหลังจากนึ่ง เราเลยลดปริมาณผงคัสตาร์ดลงเหลือ 2 ช้อนโต๊ะ และ ไม่ใส่แป้งข้าวโพด

ปั่นส่วนผสมทั้งหมดจนกระทั่งเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน

เทใส่ภาชนะก้นแบน (อย่าใช้ชามก้นลึก เพราะจะใช้เวลาแข็งตัวนาน)

แล้วนำเข้าแช่ในช่องแช่แข็งประมาณ 1 1/2 - 2 ชั่วโมง หรือจนกระทั่งเซ็ทตัว อย่าให้แข็งมาก เพราะจะทำให้ตักช้า ทำให้ไส้ที่ตักไว้แล้วเริ่มละลาย

ก่อนที่จะตักไส้มาวาง ให้ใช้กระดาษไขที่ใช้รองอบเค้ก รองที่ถาดที่จะใช้วางไส้ (อย่าใช้กระดาษฟอร์ย เราใช้แล้วมันติด คราวก่อนเราใช้กระดาษรองอบเค้กมันร่อนกว่ากัน)

ใช้ที่ตักไอศกรีมขนาดเล็ก ตักส่วนผสมให้เป็นก้อนแล้ววางเรียงในถาด

ตักไส้แล้วให้วางลงบนถาดที่รองกระดาษไว้ ต้องตักให้ไว ๆ เพราะไส้จะละลายเร็วมาก เมื่อตักเสร็จแล้วให้เอาพลาสติกแร็บ ๆ ไว้ แล้วรีบเอาไปแช่ในช่องแช่แข็ง 1 คืน จะทำให้นำไปห่อไส้ได้ง่ายขึ้น

 

เสร็จแล้วค่ะ ซาลาเปาลาวา แต่ขอทำแค่ครั้งเดียวนะคะ เห็นเหมือนง่าย แต่ไม่ง่ายเลย และที่สำคัญไม่เคยทานเลย เพิ่งมาลองทานตอนทำเนี่ยแหละ

รสชาติจะออกมัน ๆ เค็ม ๆ หวาน ๆ อร่อยมากค่ะ แต่ต้องทานตอนที่นึ่งออกมาร้อน ๆ เลย ถึงจะอร่อย ถ้าอุ่นครั้งต่อไปก็กลายเป็นไส้ครีมแล้วค่ะ

ใครสามารถทำสูตร หรือมีเคล็ดลับที่ทำให้อุ่นครั้งต่อไปแล้วไม่กลายเป็นไส้ครีมเอามาแชร์กันได้นะคะ

ของแถมคะ ลูกหมูตัวน้อย ๆ




Create Date : 03 สิงหาคม 2557
Last Update : 3 สิงหาคม 2557 18:40:16 น. 8 comments
Counter : 9833 Pageviews.

 
น่าลองทำมากเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับสูตรนะคะ


โดย: Maeboon วันที่: 3 สิงหาคม 2557 เวลา:19:25:16 น.  

 
เก่งจุง


โดย: บี IP: 124.122.210.82 วันที่: 28 ตุลาคม 2557 เวลา:9:12:16 น.  

 
ทุกวันนี้ก็ประสบปัญหาเหมือนกันค่ะ เคยทำขาย แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิด ล้มเหลวบ้าง ขาดทุน ยังแก้ไม่ได้เลย


โดย: Mony IP: 49.49.70.131 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:22:56:30 น.  

 
ดิฉันคิว่า ถ้าลองนำไส้ที่ผสมเสร็จแล้วเข้าแช่ช่องฟรีชกะให้พอเราตักเป็นก้อนได้ก่อน แล้วนำออกมาตักให้เป็นก้อนๆตามต้ิองการแล้วจึงนำเข้าแช่ให้แข็งเลย จึงนำมาห่อแป้งน่าจะได้นะค่ะ


โดย: อัจฉรา IP: 49.230.147.250 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:15:13:15 น.  

 
พอผสมเสร็จยังไม่ต้องทำให้สุกก็นำเข้าช่องฟรีช ตัองขอโทษค่ะพิมพ์ข้อความตกไปเพราะแก่แล้วค่ะ


โดย: อัจฉรา IP: 49.230.147.250 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:15:19:03 น.  

 
คุณอัจฉราค่ะ เราก็ทำอย่างที่คุณอัจฉราแนะนำแหละค่ะ แต่ครั้งแรกแช่นานไป ไส้แข็งมาก จนตักไม่ได้เลย จนกระทั่งไส้ละลาย ครั้งที่สองเลยลดเวลาลง เพื่อใหเตักง่ายขึ้น แต่กลายเป็นละลายไวขึ้นซะ แป้งซาลาเปาเราก็แผ่ซะบาง เพื่อไม่ให้หนาเกินไป จะได้สุกไวขึ้น ไม่งั้นไส้สุกเกินอีก ถึงได้บอกว่า ขอทำครั้งเดียว ไม่ทำอีกรอบค่ะ เพราะไม่ง่ายเลย


โดย: EskimoPie วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:20:04:17 น.  

 
นึ่งลาวาไม่ไหลทำไงดี ช่วยบอกที


โดย: ปวิณา IP: 192.95.30.51 วันที่: 9 ธันวาคม 2559 เวลา:16:35:01 น.  

 
คุณปวิณา อย่างที่ระบุในสูตรว่ามันไม่ง่าย เราเข้าไปดูวิธีทำของเว็บหนึ่ง https://m.youtube.com/watch?v=znzyHRl9ggQ เขาไม่พักแป้งหลังจากที่ห่อไส้ ถ้ายังไม่นึ่ง จะต้องเอาซาลาเปาพักไว้ในตู้เย็นเสมอ คือพูดง่าย ๆ ว่า ต้องให้ไส้แข็งตัวเสมอ เพื่อที่ไส้จะได้ไม่สุกเร็วกว่าเนื้อซาลาเปา ดังนั้นตอนที่แช่ไส้หลังจากปั้นเป็นก้อน จะต้องแช่ให้แข็งมาก ๆ อย่างในเว็บไส้ที่เขาทำออกมามันเหมือนเนื้อแป้งจนสามารถใช้มือปั้นได้เลย เมื่อห่อเสร็จจะต้องนึ่งทันที ส่วนตัวไส้ที่เราลดปริมาณคัสตาร์ดลง และไม่ใส่แป้งข้าวโพด ให้ใส่เหมือนสูตรต้นฉบับ เพื่อให้แป้งสามารถปั้นได้ แล้วไม่ต้องพักแป้งหลังห่อ ถ้าทำตามนี้น่าจะประสบผลสำเร็จ

เข้าไปดูที่เว็บไซด์ที่ใส่มานะคะ เขาบอกเทคนิคการทำอย่างละเอียดเลยค่ะ



โดย: EskimoPie วันที่: 10 ธันวาคม 2559 เวลา:9:00:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
LcWitch
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 123 คน [?]






New Comments
Friends' blogs
[Add LcWitch's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.