คลังความรู้เรื่องวิศวกรรมและการเกษตร ที่คนทั่วไปก็สามารถเข้าใจได้

<<
ธันวาคม 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
3 ธันวาคม 2555
 

ไม้ตัดดอกเขตร้อน "สร้อยทอง"

ชื่อสามัญ : Golden Rod
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Solidage caradensis
ตระกูล : COMPOSITAE
ชื่ออื่น : ทองอุไร
ถิ่นกำเนิด : ทวีปอเมริกาเหนือ
การขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด, แยกหน่อ

ลักษณะทั่วไป
      สร้อยทองเป็นพรรณไม้ล้มลุกที่มีลำต้นเตี้ยลำต้นมีความสูงประมาณ 30-100 เซติเมตรการเจริญเติบโตของลำต้นมีการแตกแขนงรอบ ๆ ต้นกิ่งก้านมีขนาดเรียวเล็กใบออกตามลำต้นใบรียาวมีสีเขียวแก่ขนาดใบกว้างประมาณ 2-3 เซนติเมตรยาวประมาณ 8-12 เซติเมตร ออกดอกเป็นช่อตามโคนใบและส่วนยอด มีดอกย่อยรวมกันเป็นกลุ่มเล็กๆติดอยู่บนก้านดอกมีสี เหลืองดอกมีกลิ่นหอมเล็กน้อยขนาดดอกบานเต็มที่โตประมาณ1 เซนติเมตรเวลาออกดอกจะแน่นและสวยงามมากมีสีเหลืองคล้ายทอง


การเป็นมงคล
 คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นสร้อยทองไว้ประจำบ้านจะทำให้มีทองเพราะสร้อยทอง หรือทองอุไรเป็นไม้มงคลนาม นอกจากนี้คนไทยโบราณได้นำดอกสร้อยทองเพื่อไปบูชาพระในงานพิธีมงคลทางศาสนาอีกด้วยเพราะโบราณเชื่อว่าดอกสร้อยทองเปรียบเสมือนทองที่มีค่าสูงนั่นเองและเวลาถึงช่อดอกบานลักษณะของดอกสร้อยทองจะออกดอกแน่นเต็มต้นดู สวยงามมาก มีสีเหลืองคล้ายกับสีทองคำ

     สร้อยทองเป็นไม้ตัดดอกที่ปลูกในประเทศไทยมานาน เป็นไม้ตัดดอกประเภทข้ามปี ปลูกครั้งหนึ่งสามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณ 3 ปี จึงรื้อแปลงปลูกใหม่ ในรอบปีสามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณ 3 ครั้ง ในประเทศไทยใช้สร้อยทองประกอบกับดอกไม้อื่น เพื่อบูชาพระหรือพิธีกรรมทางศาสนา

   แหล่งผลิตที่สำคัญ ได้แก่ อ.บางกรวย อ.บางใหญ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี อ.สามโคก จ.ปทุมธานี อ.สามพราน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม และเขตตลิ่งชัน เขตหนองแขม เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

ต้น

    ลำต้นแตกแขนง มีพุ่มสูงประมาณ 30-100 ซม.

ใบ

    มีรูปร่างยาวรี ยาวประมาณ 10-12 ซม. ใบมีสีเขียวเข้มใบช่วงบนลำต้นจะเล็กกว่าใบช่วงล่างของลำต้น

ดอก

    มีสีเหลืองอ่อนถึงเหลืองเข้ม ช่อดอกเป็นแบบกลุ่ม คือมีดอกย่อยเล็ก ๆ อยู่ภายในช่อดอก โดยช่อดอกเหล่านี้จะมีก้านดอกสั้น ๆ ติดอยู่กับก้านชูดอก ก้านช่อดอกจะตั้งฉากกับลำต้น ขนาดของดอกคอนข้างเล็ก เมื่อดอกบานเต็มที่จะมีขนาดประมาณ 1 ซม.

พันธุ์

    พันธุ์ที่นิยมปลูกคือ Solidago canadensis ให้ลำต้นสูงประมาณ 45-100 ซม. ใบมีสีเขียวเข้ม รูปหอก ดอกมีสีเหลือง ให้ดอกในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน

การขยายพันธุ์

      ใช้เมล็ด, การแยกกอ


การปลูก
      นิยมปลูกในแปลงปลูก เพื่อประดับบริเวณบ้านและสวน ขนาดหลุมปลูก 30 x 30 x 30 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก: ดินร่วน อัตรา 1: 1 ผสมดินปลูก ถ้าจะให้สวยงามควรปลูกรวมกันเป็นกลุ่ม หรือเป็นแปลงเพราะจะทำให้ดอกมีความสวยงาม และเด่นชัดขึ้นมาก

การดูแลรักษา
แสง               ต้องการแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง
น้ำ                ต้องการปริมาณน้ำปานกลาง ควรให้น้ำ 3-5วัน/ครั้ง
ดิน                ชอบดินร่วนซุย
ปุ๋ย                  ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 0.5-1 กิโลกรัม/ต้น ควรใส่ 1-2 เดือน / ครั้ง

การขยายพันธ์  การใช้เมล็ด การแยกกอ
โรค                  โรคใบจุด
ศัตรู              ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องศัตรู เพราะเป็นไม้ที่ทนต่อการทำลายของศัตรูพอสมควร
อาการ           ใบเป็นจุดสีน้ำตาล ต่อมาใบแห้งตาย
การป้องกัน       รักษาความสะอาดบริเวณแปลงปลูก เพื่อไม่ให้เชื้อราระบาด
การกำจัด         ใช้ยาแคปแทน อัตราและคำแนะนำระบุไว้ตามฉลาก

ขอขอบคุณแหล่งความรู้จาก

  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • ห้องสมุดความรู้การเกษตร
  • กรมส่งเสริมการเกษตร

ชอบกด Like & Share เป็นกำลังใจให้ด้วยน่ะจ๊ะ




 

Create Date : 03 ธันวาคม 2555
0 comments
Last Update : 3 ธันวาคม 2555 15:27:37 น.
Counter : 1830 Pageviews.

 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

Mr.Evo_IV
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




[Add Mr.Evo_IV's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com