......ยังมีอะไรอีกตั้ง 999,995 อย่างที่เราอยากจะทำก่อนตาย......
3 เรื่อง 3 เล่ม ของ แมรี่ บาล็อก

หวัดดีค่า............. แหมมม..... ไม่เจ๊อะกันนานคิดถึงจังเล้ยยย.........

ปล่อยบล็อคร้างซะนานเชียวเรา หยากไย่เงี้ยย...เพียบบบ...... ห่างหายไปนานแบบนี้ ทำเอาตั้งต้นเมาท์แบบไปไม่ค่อยเป็นเลยล่ะค่ะ แหะ แหะ....

ที่หายไปเพราะปัญหาชีวิต (ครอบครัว) และสุขภาพจิต (ตก) หดหู่ค่ะ มันเลยทำให้สติหดหาย สมาธิแตกซ่าน จนต้องอยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียววว....ไปพักนึง

แต่ตอนนี้ (คิดว่า) ดีขึ้นแล้วล่ะค่ะ ปัญหาต่าง ๆ ที่มีก็ดูกระเตื้องขึ้น และก็หวังว่ามันจะจบไปได้ซักทีนะ โอมเพี้ยงงงง......ซ๊าธุ.......

เลิกบ่นดีกว่า สลดจิตมานานแล้ว เรามาพักใจด้วยนิยายสนุก ๆ ให้มันบันเทิงใจกันดีกว่านิ อิอิ....

ช่วงที่ผ่านมาเราอ่านหนังสือเยอะมากค่ะ ทั้งเรื่องใหม่แล้วก็เรื่องเก่า ๆ ที่ไปขุดมาอ่าน เพราะบางครั้งหนังสือใหม่บางเรื่องก็ไม่ค่อยจะล่ายหลั่งจายเล้ยยย... . แต่ก็มีหนังสือหลาย ๆ เรื่องที่น่าสนใจและเราก็อยากจะเอามาคุยมาก ๆ แต่ก็อย่างที่บอกไปตอนต้นนั่นแหละค่ะ เลยทำให้เราไม่ได้มาคุยอย่างที่คิดไว้

แต่พอมาถึงวันนี้วันที่เราเข้าสู่โหมดอารมณ์ลั้ลลาตามปกติ งานการก็ไม่ค่อยจะมีเพราะเคลียร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว และก็เป็นเวลาเดียวกับที่เราอ่านหนังสือทั้ง 3 เรื่องนี้จบพอดี เพราะงั้นจะช้าอยู่ใย รีบเอามาเมาท์โดยเร็วซะเลยดีกว่าเนอะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

******************************

= กำแพงใจ =



แปลมาจาก The Temporary Wife ของ Mary Balogh โดย กัญชลิกา สนพ.แก้วกานต์

(คำโปรยจากปกหลังค่ะ)

การลงประกาศรับสมัครภรรยาในหนังสือพิมพ์ลอนดอนเป็นสิ่งที่สังคมรับไม่ได้ ดังนั้นมาร์ควิสแห่งสตอนตันจึงลงประกาศรับสมัครครูพี่เลี้ยงแทน ผู้หญิงที่เขาต้องการจะต้องยากจน จืดชืด สงบเสงี่ยม และเงียบเชียบเหมือนหนูตัวหนึ่ง

เขาตั้งใจจะแต่งงานกับหล่อนเพื่อทำให้บิดาต้องอับอาย!

แชริตี้ ดันแคน เป็นคนตรงไปตรงมาและทนไม่ได้กับความอยุติธรรม แต่นั่นคือคุณสมบัติที่ทำให้หล่อนถูกไล่ออกจากงาน เพราะฉะนั้นในการสมัครครูพี่เลี้ยงครั้งนี้ หล่อนจะต้องทำตัวให้สงบเสงี่ยมที่สุด

แล้วหล่อนก็ต้องตกตะลึง เมื่อชายหนุ่มรูปงามผู้นี้ขอหล่อนแต่งงาน...

แชริตี้กำลังอยู่ในภาวะอับจน และข้อเสนอของเขายั่วใจเกินกว่าจะปฏิเสธได้ จนกระทั่งเมื่อก้าวเข้าสู่ชีวิตแต่งงานจอมปลอมนั่นเอง หล่อนจึงรู้ว่าทุกอย่างไม่ได้ง่ายเหมือนอย่างที่คิด เมื่อมาร์ควิสผู้หยิ่งยโสกอดหล่อนไว้ในอ้อมแขน ไม่ใช่เพียงสัญญาการแต่งงานเท่านั้นที่ทำท่าว่าจะถูกทำลาย... แต่ยังรวมถึงหัวใจของหล่อนด้วย...

******************************

ก่อนที่เราจะเมาท์ถึงเนื้อหานิยาย ขอเมาท์ถึงความรู้สึกที่ได้อ่านนิยายของ แมรี่ บาล็อก ซะหน่อยเถอะค่ะ

ตอนแรกเราก็ไม่แน่ใจว่าจะเคยอ่านนิยายของแมรี่ บาล็อก มาก่อนหรือเปล่า เพราะพอไปลองค้นรายชื่อหนังสือโรมานซ์ที่พิมพ์แล้วในเมืองไทยใน "คู่มือโรมานซ์" ที่คุณตุ๊กน้องสาวที่น่ารักคนนึงรวบรวมเอาไว้แล้วให้มา ก็ไม่ยักจะเจอว่ามีเรื่องของเธอด้วย ส่วนเรื่อง "เมียเก็บดยุค" ของพาเพลิน ที่คุณอินบอกว่าเป็นเรื่องเดียวกับ "กำแพงใจ" เรื่องนี้เราก็มีนะ แต่ยังซุกอยู่ในกองดองนู่นนนน...... เพราะงั้นก็การันตีได้ว่าเรายังไม่เคยอ่านนิยายของเธอเลย

แล้วพอเราได้มาอ่านเรื่องนี้เป็นเล่มแรก เราก็รู้สึกแปลก ๆ กับการบรรยาย การดำเนินเรื่อง และสำนวนของนิยายเรื่องนี้มาก ตอนแรกก็คิดว่าน่าจะเป็นคนแปลใหม่ เพราะได้ข่าวมาว่าเรื่องของบาล็อกจะมีนักแปลหน้าใหม่มาแปล แต่พอไปพลิกดูหน้าปก เอ๋... ก็คุณกัญชลิกาเจ้าเก่านี่เองนี่นา เอ...แล้วมันแปลกตรงไหนหว่า

จนกระทั่งมาอ่านเรื่องที่ 2 แผนรักเทพบุตร ที่เป็นเรื่องที่มีนักแปลหน้าใหม่คุณมัณฑุกาเป็นคนแปล เราก็ยังรู้สึกแปลก ๆ อีกนั่นแหละ แต่คราวนี้แปลกเยอะด้วย (เยอะยังไงไว้รอตอนท้าย ๆ ก่อน แล้วจะบอกนะจ๊ะ)

เราก็เลยต้องมานั่งค้นข้อมูลของ แมรี่ บาล็อก และพอรู้ว่าเธอเป็นคนเวลล์เท่านั้นแหละ เราก็ต้องร้อง อ๋อออออ........... เพราะอย่างนี้นี่เอง ที่ทำให้เรารู้สึกแปลก ๆ

คงจะเป็นเพราะเราคุ้นเคยกับนิยายของนักเขียนชาวอเมริกันมากกว่านักเขียนอังกฤษ ซึ่งหลัง ๆ มานี่คนเอามาทำน้อยมาก และเพราะสไตล์ที่แตกต่างกัน มันก็เลยทำให้เรารู้สึกไม่คุ้นเคยไปซะงั้นไป อิอิ


มาเข้าเรื่องของนิยายเรื่องนี้กันดีกว่าค่ะ

เรื่องนี้ตอนแรกที่ได้อ่านปกหลัง มันก็ทำให้เรานึกถึงนิยายเรื่อง เจ้าสาวจำเป็น ของ ซาแมนธา เจมส์ จัง เพราะเรื่องนั้นพระเอกก็จ้างนางเอกให้ไปเป็นเมียเพื่อแก้แค้นพ่อเหมือนกัน แต่พอได้อ่านแล้ว โทนเรื่องมันคนละฟีลกันเลยค่ะ เรื่องโน้นจะร้อนแรง จี๊ดจ๊าดกว่า แต่เรื่องนี้ออกแนวเนิบ ๆ นัว ๆ เป็นอังกริ๊ด..อังกฤษ จริง ๆ เลย

เนื้อเรื่องก็พอจะเดาได้ค่ะ ไม่ได้มีอะไรที่ตื่นเต้นหักมุมนัก พระเอกที่ขัดแย้งกับพ่อและน้อง ๆ จนต้องออกจากบ้านมาหลายปี ต้องกลับบ้านไปเพราะพ่อป่วย และต้องการให้ไปแต่งงานกับคนที่พ่อตัวเองหมั้นไว้ให้ พี่แกก็เลยแก้ลำพ่อด้วยการแต่งงานกับผู้หญิงที่ต่ำชั้นกว่าและสุดแสนจะจืดชืด ไม่มีปากไม่มีเสียงเหมือนกับหนูสีน้ำตาลที่เงียบเชียบตัวหนึ่ง

แต่พอได้อยู่ด้วยกันจริง ๆ หนูสีน้ำตาลคนนี้ก็กลับทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง เธอทำให้ครอบครัวผู้ดีเลือดสีน้ำเงินเข้มข้น ที่สุดแสนจะถือตัว เปิดใจให้แก่กัน ทำให้คนที่เหมือนกันที่สุด และก็ชังน้ำหน้ากันที่สุด ได้เปิดเผยความรู้สึกส่วนลึกออกมา ว่าจริง ๆ แล้วทั้งสองต่างก็รักกัน เพียงแต่ต่างก็ใจแข็งและยึดในศักดิ์ศรีของตัวเองมากเกินไป จนทำให้เป็นกำแพงอันสูงใหญ่ที่แยกพวกเขาออกจากกัน

อ่านเรื่องนี้แล้วทำให้นึกถึงความจริงที่ว่า ถ้าเรารักใครซักคน ก็ควรจะแสดงให้เค้ารู้ซะก่อนที่จะสายเกินไป.... ศักดิ์ศรีน่ะ ถ้ามันหนักนัก ก็วางมันลงบ้างก็ได้นิ จริงแม๊ะ...

เรื่องนี้สำหรับเราก็สนุกพอใช้ค่ะ อ่านได้เรื่อย ๆ เพลิน ๆ แถมตอนจบก็ยังจบแบบเทรดดิชั่นของนิยายแนวนี้ซะอีกด้วย แต่ก็น่ารักดีค่ะ

******************************

= แผนรักเทพบุตร =



แปลมาจาก Dark Angel เล่มที่ 1 ในชุด Dark Angel ของ Mary Balogh โดย มัณฑุกา สนพ.แก้วกานต์

(คำโปรยจากปกหลัง)

เจนนิเฟอร์ วินวูด มาถึงลอนดอนเพื่อเปิดตัวสู่วงสังคม หล่อนตื่นเต้นเป็นพิเศษเพราะในที่สุดก็จะได้หมั้นหมายกับ ลอร์ดไลโอเนล เคอร์ซีย์ ชายในฝันที่หล่อนหลงรักมาเนิ่นนาน

และแล้ว เกเบรียล เอิร์ลแห่งธอร์นฮิลล์... เทพบุตรผู้อื้อฉาวแห่งวงสังคมลอนดอน... ก็ก้าวเข้ามา

ทำไมเสือผู้หญิงที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ จนแม้กระทั่งชื่อของเขาก็ยังทำให้วงสังคมอกสั่นขวัญแขวน จึงพยายามใช้เล่ห์เพทุบายเพื่อล่อลวงคนบริสุทธิ์อย่างเจนนิเฟอร์ และทำไมเจนนิเฟอร์จึงลืมคู่หมั้นผู้ไร้ที่ติของหล่อนเมื่อตกอยู่ในอ้อมแขนของท่านลอร์ดผู้ไร้ศีลธรรม ทั้ง ๆ ที่เขาคือทุกสิ่งที่กุลสตรีพึงชิงชัง

มีหลายสิ่งเหลือเกินที่เจนนิเฟอร์จะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับผู้ชาย... และตัวหล่อนเอง และเหนือสิ่งอื่นใด... เรียนรู้ถึงความแตกต่างระหว่างรักแท้และความจอมปลอม...

******************************

การแก้แค้นไม่เคยแสนหวาน ซ้ำแล้วก็ยังอาจพลาดพลั้งทำให้ทั้งตัวเราและคนอื่นที่เป็นผู้บริสุทธิ์ต้องพลอยเจ็บปวดไปด้วย

นั่นคือสิ่งที่เกเบรียล ท่านเอิร์ลแห่งธอร์นฮิลล์ ได้พบเมื่อเขาเลือกที่จะทำตามความต้องการของตัวเอง

เรื่องนี้ก็พอจะเดาได้เหมือนกันว่าจะดำเนินไปยังไง เจนนิเฟอร์สาวน้อยผู้อ่อนโลก ไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นแค่เบี้ยตัวหนึ่ง ที่ถูกเล่นโดนผู้ชายสองคน เกเบรียล เอิร์ลแห่งธอร์นฮิลล์ เคียดแค้นไวส์เคานท์เคอร์ซีย์ ที่บังอาจล่อลวงแม่เลี้ยงของเขาจนตั้งท้อง และทำให้เขาต้องเสียชื่อ เพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นคนที่ทำให้แม่เลี้ยงตัวเองท้องและพาหนี

หลังจากที่ต้องจากอังกฤษไป 2 ปี เมื่อกาเบรียลกลับมา เขาก็พบว่าลอร์ดเคอร์ซีย์ ผู้ชายที่เขาเกลียดชัง กำลังจะหมั้นหมายกับเจนนิเฟอร์ สาวงามที่เขารู้สึกพึงใจตั้งแต่เมื่อได้พบครั้งแรก กาเบรียลจึงได้เริ่มแผนการแก้แค้นของเขาทันที แต่ในที่สุดแผนการก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ แถมยังถูกตลบหลังซะจนชีวิตและชื่อเสียงของเขารวมทั้งหญิงสาวที่เขาพึงใจเกือบจะต้องพังทลายลง

ตอนที่อ่านค่อนเรื่องแรก เราว่ามันอืด ๆ อ่ะ ทั้ง ๆ ที่มันควรจะสนุกตื่นเต้น เพราะว่าในค่อนเรื่องแรกมันเป็นการแก้แค้นของพระเอก และการตอบโต้ของลอร์ดเคอร์ซีย์ แต่อาจจะเป็นเพราะการดำเนินเรื่องที่เป็นสไตล์ของแมรี่ บาล็อก ที่ชอบจะบรรยายความรู้สึกของตัวละครอย่างละเอียด มันก็เลยทำให้เรารู้สึกว่ามันอืด เอื่อย และอึดอัด เพราะความรู้สึกของตัวละครแต่ละคน โดยเฉพาะ เจนนิเฟอร์ และ ซาแมนธา ญาติของนางเอกที่ถูกดึงตัวให้ต้องเข้ามาอยู่ในวังวนนี้ด้วย มันช่างเต็มไปด้วยความสับสนซะเหลือเกิ๊นนนนน...........

แต่พอมาถึงตอนหลังที่พระเอกโดนแก้ลำกลับมา ตอนนี้แหละค่ะที่เริ่มจะสนุกและบางช่วงก็บีบคั้นหัวใจมาก ๆ ทีเดียว เพราะทุกอย่างมันดูเหมือนกับว่าพระเอกจะแพ้ และไอ้เจ้าตัวร้ายจะชนะ...

ซึ่งคนที่ถือคติธรรมะย่อมชนะอธรรมอย่างอะฮั้นนั้นยอมมะด้ายยยยย..........

แต่นิยายโรมานซ์ก็ย่อมจะต้องจบลงอย่างมีความสุข เพราะงั้นมันก็ต้องมีทางออกเสมอสำหรับพระเอก และทางออกของเรื่องนี้ก็มาอย่างง้ายย...ง่ายยย......เลยล่ะค่ะหลังจากที่ต้องลุ้นมาซะตั้งนาน ว่าเจ้าผู้ร้ายจะโดนกรรมตามสนองยังไง ในที่สุดพี่แกก็โดนเข้าไปเต็มเปา ไหมล่ะ.. ยังไง ๆ ธรรมะก็ต้องชนะอธรรม (ในนิยาย) อยู่ดี ชิชิ...

******************************

= เจ้าสาวของท่านลอร์ด =



แปลมาจาก Lord Carew's Bride เล่มที่ 2 ในชุด Dark Angel ของ Mary Balogh โดย มัณฑุกา สนพ.แก้วกานต์

(คำโปรยจากปกหลัง)

ซาแมนธา นิวแมน เคยถูกหักอกอย่างโหดร้าย โดย เอิร์ลแห่งรัชฟอร์ดเมื่อหลายปีก่อน หล่อนจึงสาบานว่าจะไม่มีวันหลงเชื่อเขาอีกเป็นครั้งที่สอง

เมื่อ เจนนิเฟอร์ ญาติสาวของหล่อน ชวนหล่อนไปพักผ่อนในชนบท หล่อนก็ได้พบมิตรภาพอันอบอุ่นกับชายหนุ่มผู้อ่อนโยน โดยที่ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นใคร จนกระทั่งเมื่อกลับมายังลอนดอนนั่นเอง หล่อนจึงได้พบกับเพื่อนผู้แสนดีของหล่อนอีกครั้งในฐานะ มาร์ควิสแห่งคาริว

ทว่าอ้อมกอดอันแข็งแกร่งและจุมพิตอันนุ่มนวล ได้เปลี่ยนมิตรภาพฉันเพื่อนนั้น ไปเป็นอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า

ในขณะเดียวกัน เอิร์ลแห่งรัชฟอร์ดได้หวนกลับเข้ามาในชีวิตของหล่อนอีกครั้ง ซาแมนธาจะสามารถเพิกเฉยกับเถ้าปะทุของถ่านไฟเก่า...และจุดเปลวไฟแห่งรักใหม่ได้หรือไม่...

******************************

เราชอบเรื่องนี้มากที่สุดค่ะ

เราว่าสไตล์ของแมรี่ บาล็อก ต้องนิยายแนวประมาณเรื่องนี้ถึงจะเข้ากั๊น เข้ากันค่ะ อ่านแล้วได้ความรู้สึกน่ารักและรื่นรมย์ บวกกับอารมณ์ขันแบบนิ่ม ๆ มันทำให้เรื่องนี้สนุกแล้วก็น่ารักมาก ๆ ในขณะเดียวกัน เธอก็ไม่ได้ลืมที่จะใส่ความเจ็บปวดรันทด ที่เกิดจากความโหดร้ายของคนเลว และความไม่เข้าใจของคู่รักเข้ามาทำให้คนอ่านได้ตื่นเต้นและคอยลุ้นไปด้วยว่าเรื่องจะจบยังไง

เรื่องนี้ก็เดาได้เหมือนเดิมแหละค่ะ เพราะว่าพล๊อตมันง่าย ๆ แต่ที่ทำให้เราชอบก็คือตัวพระเอกกับนางเอกของเรื่องนี้ ที่รูปลักษณ์ภายนอกช่างแตกต่างกันซะเหลือเกิน แต่กลับมีความรู้สึกที่ตรงกัน ถึงแม้ว่าตัวนางเอกจะรู้สึกถึงมันช้าไปซะหน่อยก็เหอะ

ซาแมนธาสาวงามผู้ที่เจ็บปวดจากความรักในอดีต จนกลัวความรัก ได้พบกับชายหนุ่มผู้ที่หน้าตาแสนจะธรรดา แต่งกายซอมซ่อ แถมยังพิการเสียอีกโดยบังเอิญ แต่เธอกับเขากลับพูดคุยกันได้อย่างถูกคอ จนกระทั่งผูกพันกันเป็นเพื่อนที่รู้ใจ ในขณะที่ ฮาร์ทลีย์ เวด มาร์ควิสแห่งคาริว เมื่อเห็นเธอเป็นครั้งแรกเขาก็รู้สึกพึงใจในตัวหญิงสาว และเมื่อได้พูดคุยกัน ชายหนุ่มก็ตกหลุมรักเธอจนถอนตัวไม่ขึ้น เพราะนอกจากเธอจะสวยมากแล้ว เธอก็ยังไม่รังเกียจความพิการของเขาอีก

เราชอบพระเอกเรื่องนี้ค่ะ เค้าไม่ใช่พระเอกในแบบฉบับของพระเอกทั่วไปที่ต้องสูง หล่อ แมน มาดมั่นอะไรเทือกนั้น แต่ฮาร์ทลีย์ เป็นพระเอกที่ไม่สูง ไม่หล่อ แถมยังพิการขาเป๋มือแปซะอีก ขี้อาย ไม่มั่นใจในตัวเอง มีที่ดูพอจะเข้าแก๊ปพระเอกอยู่แค่ 2 อย่างคือ ชาติตระกูลสูง กับ รวย เท่านั้น แต่ว่าตัวฮาร์ทลีย์ก็มีอย่างอื่นที่ชดเชยความไม่หล่อ ไม่เท่ ด้วยความอบอุ่น ใจดี เข้าใจคนอื่น และมุ่งมั่น (ไม่เหมือนกับมาดมั่นน๊า.......)

ส่วนตัวซาแมนธา เธอเติบโตขึ้นมากจากเรื่องก่อนหน้านั้น เป็นสาวสวยมาดมั่นผู้เจนสังคม แต่เมื่อเธอต้องมาพบกับอดีตคนเคยรักที่เคยทำให้เธอเจ็บปวดอย่างมาก เธอก็รู้สึกสับสน และกลัวว่าจะตัดใจไม่ได้จากเขา จนเกือบจะทำให้ชีวิตรักครั้งใหม่ของเธอเกือบจะต้องล่มสลาย

และเจ้าตัวร้ายของเรื่องนี้ ซึ่งก็คือตัวร้ายของเรื่องก่อน พี่แกกลับมาคราวนี้ถึงจะไม่ได้ทำอะไรชั่ว ๆ ร้ายแรงแบบครั้งก่อนโน้น แต่ก็ยังแสบไม่สร่างเหมือนเดิมค่ะ แถมในเรื่องนี้ยังจะเผยถึงความเลวในอดีตของอีตานี่อีกด้วย สรุปว่าอีตานี่กมลสันดานเป็นคนเยี่ยงนี้เอง แบบแก้ไขอะไรไม่ได้จริง ๆ ประมาณพวกเดียวกับลูซิเฟอร์ ที่หล่อแต่เลววว...

แต่สุดท้ายเรื่องก็คลี่คลายไปได้ด้วยดี แถมยังจบแบบสะใจคนอ่านซะด้วย เพราะทั้งฮาร์ทลีย์ และ ซาแมนธา ได้แก้แค้นอย่างสะใจจริง ๆ ค่ะ อยากรู้ว่าเป็นยังไงก็ต้องไปอ่านเองอ่ะ แต่แบบว่าโดนใจอะฮั้นมากกก.....ขอบอกกก.....

******************************

เราว่าสำนวนของ แมรี่ บาล็อก มันดูได้ฟีลโบราณ ๆ ดีค่ะ อ่านแล้วทำให้เรานึกถึงนิยายของนักเขียนเก่า ๆ อย่าง บาร์บาร่า คาร์ทแลนด์ หรือ จอร์เจ็ตต์ เฮเยอร์ เลยล่ะ แล้วตัวละครของเธอก็ดูเป็นมนุษย์ธรรมดา ๆ ดี ไม่ได้เก่งกล้าสามารถจนเกินไป อ่านแล้วรู้สึกเชื่ออ่ะค่ะ

สองเรื่องหลังนี้เป็นฝีมือการแปลของคุณมัณฑุกา ที่เป็นนักแปลที่เราไม่เคยอ่านงานของเธอมาก่อน เราว่าเธอก็แปลใช้ได้นะคะ แต่อาจจะมีที่ขัดความรู้สึก และไม่คุ้นเคยอยู่บ้างก็ตรงที่เธอใช้คำศัพท์บางคำที่มันแปลกไปจากที่เราคุ้นเคย อย่างเช่น เธอใช้คำว่า คนสนิท แทน ต้นห้อง, บัทเลอร์ แทน พ่อบ้าน, โศกา แทน เศร้าโศก, อักโข แทน มาก, หัวเราะกึกกัก อะไรแบบเนี้ยอ่ะค่ะ มันก็เลยรู้สึกแปลก ๆ แปร่ง ๆ ไปกับการอ่าน 2 เรื่องนี้ไปมั่ง แต่คิดว่าถ้าอ่านบ่อย ๆ เดี๋ยวมันก็คงจะชินไปเองล่ะเนอะ อิอิ.....


Create Date : 08 กันยายน 2554
Last Update : 9 กันยายน 2554 2:27:16 น. 8 comments
Counter : 1441 Pageviews.

 
555+จริงด้วย...อ่านพล็อตแล้ว
เราก็นึกถึง "เจ้าสาวจำเป็น"ทันทีเหมือนกัน
อาจจะเป็นเพราะ"เจ้าสาวจำเป็น" เราเพิ่งอ่านไปไม่นาน


"กำแพงใจ" มันใช่เรื่องเดียวกับ "เมียเก็บดยุค"จริงๆ เหรอ...
พอดีเราเคยอ่าน"เมียเก็บดยุค"นะคะ เราชอบมาก เราว่าสนุกดี
แต่"กำแพงใจ" ยังไม่เคยอ่าน...ถ้าคุณโอพินมี"เมียเก็บดยุค"อยู่ในมือ...
ลองหยิบมาอ่านดูสิคะ เราว่ามันสนุกนะ แต่เราสับสนว่าใช่เรื่องเดียวกันจริงๆ เหรอ


โดย: nikanda วันที่: 9 กันยายน 2554 เวลา:2:51:29 น.  

 
บาล็อก มาแรงมากช่วงนี้ ..

เห็นด้วยว่า กำแพงใจ พล็อตคล้าย เจ้าสาวจำเป็น แต่คนละโทนกันเลย .. เล่มนี้อ่านจบแล้วรู้สึกเฉยๆ กับบาล็อกแฮะ ..

จะอ่าน เจ้าสาวของท่านลอร์ด ต้องอ่านเล่ม 1 ก่อนหรือเปล่าคะ??

ว่าจะลองอ่านอีกซักเล่ม


โดย: ปลายทางของสายรุ้ง วันที่: 9 กันยายน 2554 เวลา:4:01:26 น.  

 
จริงๆค่ะป้าโอว่าสำนวนแปลมันแหม่งๆอ่านแล้วไม่ค่อยลื่นไหลเท่าไหร่ค่ะ
นึกว่าเป็นอยู่คนเดียวซะอีกหรือจะเป็นเพราะนักแปลใหม่
สำนวนเลยยังไม่ค่อยเข้าที่ก็ไม่รู้ แต่อ่านแล้วแอบขัดใจกับสำนวนค่ะ


แจง - เมียเก็บดยุค กับ กำแพงใจ คนละเรื่องแน่นอนจ้า

คุณหนิง -สำหรับเราแนะนำว่าถ้าจะอ่านเล่มลอร์ดคาริวต้องอ่านเล่มหนึ่งก่อนค่ะ
เพราะนางเอกทั้งสองเล่มเป็นญาติกันและนางเอกเล่มสองมีบทบาท
มาตั้งแต่เล่มหนึ่ง
ตัวร้ายในทั้งสองเล่มก็เป็นคนๆเดียวกันด้วยค่ะ และความต่อเนื่องเกี่ยวกับตัวร้ายในเล่มหนึ่งก็สำคัญมากๆค่ะ


โดย: อ้อมกอดของความเหงา วันที่: 9 กันยายน 2554 เวลา:10:04:30 น.  

 
คุณแจง - ถ้าคุณแจงว่าสนุก สงสัยจะได้ฤกษ์ไปขุดมาอ่านแล้วล่ะค่ะ ว่าแต่ว่าตอนนี้มันอยู่กองไหนละเนี่ยย.....

คุณหนิง - มาแรงก็เพราะว่าแก้วกานต์ออกงานของเธอทีเดียว 3 เล่มรวดน่ะค่ะ
เจ้าสาวของท่านลอร์ดถ้าจะอ่านก็ควรจะอ่านเล่มแรกก่อนอย่างที่คุณอินบอกนั่นแหละค่ะ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกันมา อีกอย่างถ้าอ่านเล่มแรกแล้วจะรู้ว่าอีตาไลโอเนล เอิร์ลแห่งรัชฟอร์ด พี่แกเลวขนาดไหน แล้วพอมาอ่านเล่ม 2 มันก็จะเสริมความรู้สึกสาแก่ใจที่พี่แกโดนแบบนั้นมากยิ่งขึ้นอ่ะค่ะ อิอิ

คุณอิน - คิดว่าเล่มต่อ ๆ ไปทางกอง บก. อาจจะขัดเกลาให้เข้าที่เข้าทางมากกว่านี้ก็ได้ค่ะ


โดย: โอ-พิน (o_pinP ) วันที่: 9 กันยายน 2554 เวลา:15:10:46 น.  

 
เพิ่งอ่านจบแค่กำแพงใจเล่มเดียวเองค่ะ
เหลืออีกสองเล่ม ไม่รู้ว่าจะได้อ่านเมื่อไหร่

แต่ถ้าจะเทียบระหว่างกำแพงใจกับเจ้าสาวจำเป็น
ชอบเล่มหลังมากกว่าเยอะเลยค่ะ


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 10 กันยายน 2554 เวลา:13:49:06 น.  

 
คุณตูน - เราว่าเจ้าสาวจำเป็นมันตื่นเต้นกว่าเยอะเลยล่ะค่ะ

ส่วนกำแพงใจมันเรื่อย ๆ ไปหน่อย อ่านเพลิน ๆ ก็โอเคค่ะ แต่บางทีอ่าน ๆ ไปก็แอบปิดปากหาวด้วยเหมือนกัน อิอิ


โดย: โอ-พิน (o_pinP ) วันที่: 11 กันยายน 2554 เวลา:0:30:47 น.  

 
เพิ่งได้มาทั้งสามเล่มค่ะ ลองเปิดเรื่องแผนรักเทพบุตรสองสามหน้า
แล้วปิดตั้งที่เดิม เอาแองเจิ้ลครีก มาอ่านก่อน ดูแล้วเหมือนจะสนุกกว่าค่ะ


โดย: pocha_t วันที่: 12 กันยายน 2554 เวลา:17:35:41 น.  

 
อ่านไปสองเล่มแล้วค่ะ เหลือลอร์ดคาริว ว่าจะรอไปเก็บทีเดียวในงานเลย

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้อัพเดทบล็อคเพราะงานเข้ากระหน่ำชีวิตเหมือนกันค่ะ เลยนานๆๆๆๆ เข้ามาที

เรื่องความเนิบนาบแบบแปลกๆ นี่อาจจะเป็นไปตามเชื้อชาติ และอายุของ MB เธอด้วยป่ะคะ เห็นรูปแล้วก็ค่อนข้างจะมีอายุพอสมควร เนื้อเรื่องโทนเรื่องมันเลย เนิบนาบๆ อย่างอังกริ๊ดดด อังกฤษอย่างที่ว่าไว้ เห็นตามด้วยเลยค่ะ ^^


โดย: amuro4ever วันที่: 12 กันยายน 2554 เวลา:23:05:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

opinpp
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




ความชอบหรือไม่ชอบเป็นความรู้สึกเฉพาะของแต่ละคน
เพราะฉะนั้นข้อความในบล๊อกของเราจึงเกิดจากความรู้สึกของเราเอง ซึ่งอาจจะเต็มไปด้วยอคติอันเกิดจากตัวเราเจ้าของบล๊อก และอาจจะไม่เห็นพ้องต้องใจกับใจของใครบางคน
จึงอยากจะบอกไว้ก่อนว่า บุคคลใดที่ได้เข้ามาอ่านในบล๊อกนี้ ขอจงได้โปรดอ่านและเข้าใจไว้ด้วยนะจ๊ะ และถ้าจะโต้แย้ง ก็ขอให้โต้แย้งด้วยความใจกว้างที่จะรับฟังความเห็นที่แตกต่าง
เรายินดีต้อนรับความเห็นที่แตกต่างค่ะ
Group Blog
 
<<
กันยายน 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
8 กันยายน 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add opinpp's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.