3 เรื่อง 3 เล่ม ของ แมรี่ บาล็อก
หวัดดีค่า............. แหมมม..... ไม่เจ๊อะกันนานคิดถึงจังเล้ยยย.........
ปล่อยบล็อคร้างซะนานเชียวเรา หยากไย่เงี้ยย...เพียบบบ...... ห่างหายไปนานแบบนี้ ทำเอาตั้งต้นเมาท์แบบไปไม่ค่อยเป็นเลยล่ะค่ะ แหะ แหะ....
ที่หายไปเพราะปัญหาชีวิต (ครอบครัว) และสุขภาพจิต (ตก) หดหู่ค่ะ มันเลยทำให้สติหดหาย สมาธิแตกซ่าน จนต้องอยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียววว....ไปพักนึง
แต่ตอนนี้ (คิดว่า) ดีขึ้นแล้วล่ะค่ะ ปัญหาต่าง ๆ ที่มีก็ดูกระเตื้องขึ้น และก็หวังว่ามันจะจบไปได้ซักทีนะ โอมเพี้ยงงงง......ซ๊าธุ.......
เลิกบ่นดีกว่า สลดจิตมานานแล้ว เรามาพักใจด้วยนิยายสนุก ๆ ให้มันบันเทิงใจกันดีกว่านิ อิอิ.... 
ช่วงที่ผ่านมาเราอ่านหนังสือเยอะมากค่ะ ทั้งเรื่องใหม่แล้วก็เรื่องเก่า ๆ ที่ไปขุดมาอ่าน เพราะบางครั้งหนังสือใหม่บางเรื่องก็ไม่ค่อยจะล่ายหลั่งจายเล้ยยย... . แต่ก็มีหนังสือหลาย ๆ เรื่องที่น่าสนใจและเราก็อยากจะเอามาคุยมาก ๆ แต่ก็อย่างที่บอกไปตอนต้นนั่นแหละค่ะ เลยทำให้เราไม่ได้มาคุยอย่างที่คิดไว้
แต่พอมาถึงวันนี้วันที่เราเข้าสู่โหมดอารมณ์ลั้ลลาตามปกติ งานการก็ไม่ค่อยจะมีเพราะเคลียร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว และก็เป็นเวลาเดียวกับที่เราอ่านหนังสือทั้ง 3 เรื่องนี้จบพอดี เพราะงั้นจะช้าอยู่ใย รีบเอามาเมาท์โดยเร็วซะเลยดีกว่าเนอะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า 
******************************
= กำแพงใจ =

แปลมาจาก The Temporary Wife ของ Mary Balogh โดย กัญชลิกา สนพ.แก้วกานต์
(คำโปรยจากปกหลังค่ะ)
การลงประกาศรับสมัครภรรยาในหนังสือพิมพ์ลอนดอนเป็นสิ่งที่สังคมรับไม่ได้ ดังนั้นมาร์ควิสแห่งสตอนตันจึงลงประกาศรับสมัครครูพี่เลี้ยงแทน ผู้หญิงที่เขาต้องการจะต้องยากจน จืดชืด สงบเสงี่ยม และเงียบเชียบเหมือนหนูตัวหนึ่ง
เขาตั้งใจจะแต่งงานกับหล่อนเพื่อทำให้บิดาต้องอับอาย!
แชริตี้ ดันแคน เป็นคนตรงไปตรงมาและทนไม่ได้กับความอยุติธรรม แต่นั่นคือคุณสมบัติที่ทำให้หล่อนถูกไล่ออกจากงาน เพราะฉะนั้นในการสมัครครูพี่เลี้ยงครั้งนี้ หล่อนจะต้องทำตัวให้สงบเสงี่ยมที่สุด
แล้วหล่อนก็ต้องตกตะลึง เมื่อชายหนุ่มรูปงามผู้นี้ขอหล่อนแต่งงาน...
แชริตี้กำลังอยู่ในภาวะอับจน และข้อเสนอของเขายั่วใจเกินกว่าจะปฏิเสธได้ จนกระทั่งเมื่อก้าวเข้าสู่ชีวิตแต่งงานจอมปลอมนั่นเอง หล่อนจึงรู้ว่าทุกอย่างไม่ได้ง่ายเหมือนอย่างที่คิด เมื่อมาร์ควิสผู้หยิ่งยโสกอดหล่อนไว้ในอ้อมแขน ไม่ใช่เพียงสัญญาการแต่งงานเท่านั้นที่ทำท่าว่าจะถูกทำลาย... แต่ยังรวมถึงหัวใจของหล่อนด้วย...
******************************
ก่อนที่เราจะเมาท์ถึงเนื้อหานิยาย ขอเมาท์ถึงความรู้สึกที่ได้อ่านนิยายของ แมรี่ บาล็อก ซะหน่อยเถอะค่ะ 
ตอนแรกเราก็ไม่แน่ใจว่าจะเคยอ่านนิยายของแมรี่ บาล็อก มาก่อนหรือเปล่า เพราะพอไปลองค้นรายชื่อหนังสือโรมานซ์ที่พิมพ์แล้วในเมืองไทยใน "คู่มือโรมานซ์" ที่คุณตุ๊กน้องสาวที่น่ารักคนนึงรวบรวมเอาไว้แล้วให้มา ก็ไม่ยักจะเจอว่ามีเรื่องของเธอด้วย ส่วนเรื่อง "เมียเก็บดยุค" ของพาเพลิน ที่คุณอินบอกว่าเป็นเรื่องเดียวกับ "กำแพงใจ" เรื่องนี้เราก็มีนะ แต่ยังซุกอยู่ในกองดองนู่นนนน...... เพราะงั้นก็การันตีได้ว่าเรายังไม่เคยอ่านนิยายของเธอเลย
แล้วพอเราได้มาอ่านเรื่องนี้เป็นเล่มแรก เราก็รู้สึกแปลก ๆ กับการบรรยาย การดำเนินเรื่อง และสำนวนของนิยายเรื่องนี้มาก ตอนแรกก็คิดว่าน่าจะเป็นคนแปลใหม่ เพราะได้ข่าวมาว่าเรื่องของบาล็อกจะมีนักแปลหน้าใหม่มาแปล แต่พอไปพลิกดูหน้าปก เอ๋... ก็คุณกัญชลิกาเจ้าเก่านี่เองนี่นา เอ...แล้วมันแปลกตรงไหนหว่า
จนกระทั่งมาอ่านเรื่องที่ 2 แผนรักเทพบุตร ที่เป็นเรื่องที่มีนักแปลหน้าใหม่คุณมัณฑุกาเป็นคนแปล เราก็ยังรู้สึกแปลก ๆ อีกนั่นแหละ แต่คราวนี้แปลกเยอะด้วย (เยอะยังไงไว้รอตอนท้าย ๆ ก่อน แล้วจะบอกนะจ๊ะ)
เราก็เลยต้องมานั่งค้นข้อมูลของ แมรี่ บาล็อก และพอรู้ว่าเธอเป็นคนเวลล์เท่านั้นแหละ เราก็ต้องร้อง อ๋อออออ........... เพราะอย่างนี้นี่เอง ที่ทำให้เรารู้สึกแปลก ๆ
คงจะเป็นเพราะเราคุ้นเคยกับนิยายของนักเขียนชาวอเมริกันมากกว่านักเขียนอังกฤษ ซึ่งหลัง ๆ มานี่คนเอามาทำน้อยมาก และเพราะสไตล์ที่แตกต่างกัน มันก็เลยทำให้เรารู้สึกไม่คุ้นเคยไปซะงั้นไป อิอิ
มาเข้าเรื่องของนิยายเรื่องนี้กันดีกว่าค่ะ
เรื่องนี้ตอนแรกที่ได้อ่านปกหลัง มันก็ทำให้เรานึกถึงนิยายเรื่อง เจ้าสาวจำเป็น ของ ซาแมนธา เจมส์ จัง เพราะเรื่องนั้นพระเอกก็จ้างนางเอกให้ไปเป็นเมียเพื่อแก้แค้นพ่อเหมือนกัน แต่พอได้อ่านแล้ว โทนเรื่องมันคนละฟีลกันเลยค่ะ เรื่องโน้นจะร้อนแรง จี๊ดจ๊าดกว่า แต่เรื่องนี้ออกแนวเนิบ ๆ นัว ๆ เป็นอังกริ๊ด..อังกฤษ จริง ๆ เลย
เนื้อเรื่องก็พอจะเดาได้ค่ะ ไม่ได้มีอะไรที่ตื่นเต้นหักมุมนัก พระเอกที่ขัดแย้งกับพ่อและน้อง ๆ จนต้องออกจากบ้านมาหลายปี ต้องกลับบ้านไปเพราะพ่อป่วย และต้องการให้ไปแต่งงานกับคนที่พ่อตัวเองหมั้นไว้ให้ พี่แกก็เลยแก้ลำพ่อด้วยการแต่งงานกับผู้หญิงที่ต่ำชั้นกว่าและสุดแสนจะจืดชืด ไม่มีปากไม่มีเสียงเหมือนกับหนูสีน้ำตาลที่เงียบเชียบตัวหนึ่ง
แต่พอได้อยู่ด้วยกันจริง ๆ หนูสีน้ำตาลคนนี้ก็กลับทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง เธอทำให้ครอบครัวผู้ดีเลือดสีน้ำเงินเข้มข้น ที่สุดแสนจะถือตัว เปิดใจให้แก่กัน ทำให้คนที่เหมือนกันที่สุด และก็ชังน้ำหน้ากันที่สุด ได้เปิดเผยความรู้สึกส่วนลึกออกมา ว่าจริง ๆ แล้วทั้งสองต่างก็รักกัน เพียงแต่ต่างก็ใจแข็งและยึดในศักดิ์ศรีของตัวเองมากเกินไป จนทำให้เป็นกำแพงอันสูงใหญ่ที่แยกพวกเขาออกจากกัน
อ่านเรื่องนี้แล้วทำให้นึกถึงความจริงที่ว่า ถ้าเรารักใครซักคน ก็ควรจะแสดงให้เค้ารู้ซะก่อนที่จะสายเกินไป.... ศักดิ์ศรีน่ะ ถ้ามันหนักนัก ก็วางมันลงบ้างก็ได้นิ จริงแม๊ะ... 
เรื่องนี้สำหรับเราก็สนุกพอใช้ค่ะ อ่านได้เรื่อย ๆ เพลิน ๆ แถมตอนจบก็ยังจบแบบเทรดดิชั่นของนิยายแนวนี้ซะอีกด้วย แต่ก็น่ารักดีค่ะ
******************************
= แผนรักเทพบุตร =

แปลมาจาก Dark Angel เล่มที่ 1 ในชุด Dark Angel ของ Mary Balogh โดย มัณฑุกา สนพ.แก้วกานต์
(คำโปรยจากปกหลัง)
เจนนิเฟอร์ วินวูด มาถึงลอนดอนเพื่อเปิดตัวสู่วงสังคม หล่อนตื่นเต้นเป็นพิเศษเพราะในที่สุดก็จะได้หมั้นหมายกับ ลอร์ดไลโอเนล เคอร์ซีย์ ชายในฝันที่หล่อนหลงรักมาเนิ่นนาน
และแล้ว เกเบรียล เอิร์ลแห่งธอร์นฮิลล์... เทพบุตรผู้อื้อฉาวแห่งวงสังคมลอนดอน... ก็ก้าวเข้ามา
ทำไมเสือผู้หญิงที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ จนแม้กระทั่งชื่อของเขาก็ยังทำให้วงสังคมอกสั่นขวัญแขวน จึงพยายามใช้เล่ห์เพทุบายเพื่อล่อลวงคนบริสุทธิ์อย่างเจนนิเฟอร์ และทำไมเจนนิเฟอร์จึงลืมคู่หมั้นผู้ไร้ที่ติของหล่อนเมื่อตกอยู่ในอ้อมแขนของท่านลอร์ดผู้ไร้ศีลธรรม ทั้ง ๆ ที่เขาคือทุกสิ่งที่กุลสตรีพึงชิงชัง
มีหลายสิ่งเหลือเกินที่เจนนิเฟอร์จะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับผู้ชาย... และตัวหล่อนเอง และเหนือสิ่งอื่นใด... เรียนรู้ถึงความแตกต่างระหว่างรักแท้และความจอมปลอม...
******************************
การแก้แค้นไม่เคยแสนหวาน ซ้ำแล้วก็ยังอาจพลาดพลั้งทำให้ทั้งตัวเราและคนอื่นที่เป็นผู้บริสุทธิ์ต้องพลอยเจ็บปวดไปด้วย
นั่นคือสิ่งที่เกเบรียล ท่านเอิร์ลแห่งธอร์นฮิลล์ ได้พบเมื่อเขาเลือกที่จะทำตามความต้องการของตัวเอง
เรื่องนี้ก็พอจะเดาได้เหมือนกันว่าจะดำเนินไปยังไง เจนนิเฟอร์สาวน้อยผู้อ่อนโลก ไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นแค่เบี้ยตัวหนึ่ง ที่ถูกเล่นโดนผู้ชายสองคน เกเบรียล เอิร์ลแห่งธอร์นฮิลล์ เคียดแค้นไวส์เคานท์เคอร์ซีย์ ที่บังอาจล่อลวงแม่เลี้ยงของเขาจนตั้งท้อง และทำให้เขาต้องเสียชื่อ เพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นคนที่ทำให้แม่เลี้ยงตัวเองท้องและพาหนี
หลังจากที่ต้องจากอังกฤษไป 2 ปี เมื่อกาเบรียลกลับมา เขาก็พบว่าลอร์ดเคอร์ซีย์ ผู้ชายที่เขาเกลียดชัง กำลังจะหมั้นหมายกับเจนนิเฟอร์ สาวงามที่เขารู้สึกพึงใจตั้งแต่เมื่อได้พบครั้งแรก กาเบรียลจึงได้เริ่มแผนการแก้แค้นของเขาทันที แต่ในที่สุดแผนการก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ แถมยังถูกตลบหลังซะจนชีวิตและชื่อเสียงของเขารวมทั้งหญิงสาวที่เขาพึงใจเกือบจะต้องพังทลายลง
ตอนที่อ่านค่อนเรื่องแรก เราว่ามันอืด ๆ อ่ะ ทั้ง ๆ ที่มันควรจะสนุกตื่นเต้น เพราะว่าในค่อนเรื่องแรกมันเป็นการแก้แค้นของพระเอก และการตอบโต้ของลอร์ดเคอร์ซีย์ แต่อาจจะเป็นเพราะการดำเนินเรื่องที่เป็นสไตล์ของแมรี่ บาล็อก ที่ชอบจะบรรยายความรู้สึกของตัวละครอย่างละเอียด มันก็เลยทำให้เรารู้สึกว่ามันอืด เอื่อย และอึดอัด เพราะความรู้สึกของตัวละครแต่ละคน โดยเฉพาะ เจนนิเฟอร์ และ ซาแมนธา ญาติของนางเอกที่ถูกดึงตัวให้ต้องเข้ามาอยู่ในวังวนนี้ด้วย มันช่างเต็มไปด้วยความสับสนซะเหลือเกิ๊นนนนน...........
แต่พอมาถึงตอนหลังที่พระเอกโดนแก้ลำกลับมา ตอนนี้แหละค่ะที่เริ่มจะสนุกและบางช่วงก็บีบคั้นหัวใจมาก ๆ ทีเดียว เพราะทุกอย่างมันดูเหมือนกับว่าพระเอกจะแพ้ และไอ้เจ้าตัวร้ายจะชนะ...
ซึ่งคนที่ถือคติธรรมะย่อมชนะอธรรมอย่างอะฮั้นนั้นยอมมะด้ายยยยย..........
แต่นิยายโรมานซ์ก็ย่อมจะต้องจบลงอย่างมีความสุข เพราะงั้นมันก็ต้องมีทางออกเสมอสำหรับพระเอก และทางออกของเรื่องนี้ก็มาอย่างง้ายย...ง่ายยย......เลยล่ะค่ะหลังจากที่ต้องลุ้นมาซะตั้งนาน ว่าเจ้าผู้ร้ายจะโดนกรรมตามสนองยังไง ในที่สุดพี่แกก็โดนเข้าไปเต็มเปา ไหมล่ะ.. ยังไง ๆ ธรรมะก็ต้องชนะอธรรม (ในนิยาย) อยู่ดี ชิชิ...
******************************
= เจ้าสาวของท่านลอร์ด =

แปลมาจาก Lord Carew's Bride เล่มที่ 2 ในชุด Dark Angel ของ Mary Balogh โดย มัณฑุกา สนพ.แก้วกานต์
(คำโปรยจากปกหลัง)
ซาแมนธา นิวแมน เคยถูกหักอกอย่างโหดร้าย โดย เอิร์ลแห่งรัชฟอร์ดเมื่อหลายปีก่อน หล่อนจึงสาบานว่าจะไม่มีวันหลงเชื่อเขาอีกเป็นครั้งที่สอง
เมื่อ เจนนิเฟอร์ ญาติสาวของหล่อน ชวนหล่อนไปพักผ่อนในชนบท หล่อนก็ได้พบมิตรภาพอันอบอุ่นกับชายหนุ่มผู้อ่อนโยน โดยที่ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นใคร จนกระทั่งเมื่อกลับมายังลอนดอนนั่นเอง หล่อนจึงได้พบกับเพื่อนผู้แสนดีของหล่อนอีกครั้งในฐานะ มาร์ควิสแห่งคาริว
ทว่าอ้อมกอดอันแข็งแกร่งและจุมพิตอันนุ่มนวล ได้เปลี่ยนมิตรภาพฉันเพื่อนนั้น ไปเป็นอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า
ในขณะเดียวกัน เอิร์ลแห่งรัชฟอร์ดได้หวนกลับเข้ามาในชีวิตของหล่อนอีกครั้ง ซาแมนธาจะสามารถเพิกเฉยกับเถ้าปะทุของถ่านไฟเก่า...และจุดเปลวไฟแห่งรักใหม่ได้หรือไม่...
******************************
เราชอบเรื่องนี้มากที่สุดค่ะ 
เราว่าสไตล์ของแมรี่ บาล็อก ต้องนิยายแนวประมาณเรื่องนี้ถึงจะเข้ากั๊น เข้ากันค่ะ อ่านแล้วได้ความรู้สึกน่ารักและรื่นรมย์ บวกกับอารมณ์ขันแบบนิ่ม ๆ มันทำให้เรื่องนี้สนุกแล้วก็น่ารักมาก ๆ ในขณะเดียวกัน เธอก็ไม่ได้ลืมที่จะใส่ความเจ็บปวดรันทด ที่เกิดจากความโหดร้ายของคนเลว และความไม่เข้าใจของคู่รักเข้ามาทำให้คนอ่านได้ตื่นเต้นและคอยลุ้นไปด้วยว่าเรื่องจะจบยังไง
เรื่องนี้ก็เดาได้เหมือนเดิมแหละค่ะ เพราะว่าพล๊อตมันง่าย ๆ แต่ที่ทำให้เราชอบก็คือตัวพระเอกกับนางเอกของเรื่องนี้ ที่รูปลักษณ์ภายนอกช่างแตกต่างกันซะเหลือเกิน แต่กลับมีความรู้สึกที่ตรงกัน ถึงแม้ว่าตัวนางเอกจะรู้สึกถึงมันช้าไปซะหน่อยก็เหอะ
ซาแมนธาสาวงามผู้ที่เจ็บปวดจากความรักในอดีต จนกลัวความรัก ได้พบกับชายหนุ่มผู้ที่หน้าตาแสนจะธรรดา แต่งกายซอมซ่อ แถมยังพิการเสียอีกโดยบังเอิญ แต่เธอกับเขากลับพูดคุยกันได้อย่างถูกคอ จนกระทั่งผูกพันกันเป็นเพื่อนที่รู้ใจ ในขณะที่ ฮาร์ทลีย์ เวด มาร์ควิสแห่งคาริว เมื่อเห็นเธอเป็นครั้งแรกเขาก็รู้สึกพึงใจในตัวหญิงสาว และเมื่อได้พูดคุยกัน ชายหนุ่มก็ตกหลุมรักเธอจนถอนตัวไม่ขึ้น เพราะนอกจากเธอจะสวยมากแล้ว เธอก็ยังไม่รังเกียจความพิการของเขาอีก
เราชอบพระเอกเรื่องนี้ค่ะ เค้าไม่ใช่พระเอกในแบบฉบับของพระเอกทั่วไปที่ต้องสูง หล่อ แมน มาดมั่นอะไรเทือกนั้น แต่ฮาร์ทลีย์ เป็นพระเอกที่ไม่สูง ไม่หล่อ แถมยังพิการขาเป๋มือแปซะอีก ขี้อาย ไม่มั่นใจในตัวเอง มีที่ดูพอจะเข้าแก๊ปพระเอกอยู่แค่ 2 อย่างคือ ชาติตระกูลสูง กับ รวย เท่านั้น แต่ว่าตัวฮาร์ทลีย์ก็มีอย่างอื่นที่ชดเชยความไม่หล่อ ไม่เท่ ด้วยความอบอุ่น ใจดี เข้าใจคนอื่น และมุ่งมั่น (ไม่เหมือนกับมาดมั่นน๊า.......)
ส่วนตัวซาแมนธา เธอเติบโตขึ้นมากจากเรื่องก่อนหน้านั้น เป็นสาวสวยมาดมั่นผู้เจนสังคม แต่เมื่อเธอต้องมาพบกับอดีตคนเคยรักที่เคยทำให้เธอเจ็บปวดอย่างมาก เธอก็รู้สึกสับสน และกลัวว่าจะตัดใจไม่ได้จากเขา จนเกือบจะทำให้ชีวิตรักครั้งใหม่ของเธอเกือบจะต้องล่มสลาย
และเจ้าตัวร้ายของเรื่องนี้ ซึ่งก็คือตัวร้ายของเรื่องก่อน พี่แกกลับมาคราวนี้ถึงจะไม่ได้ทำอะไรชั่ว ๆ ร้ายแรงแบบครั้งก่อนโน้น แต่ก็ยังแสบไม่สร่างเหมือนเดิมค่ะ แถมในเรื่องนี้ยังจะเผยถึงความเลวในอดีตของอีตานี่อีกด้วย สรุปว่าอีตานี่กมลสันดานเป็นคนเยี่ยงนี้เอง แบบแก้ไขอะไรไม่ได้จริง ๆ ประมาณพวกเดียวกับลูซิเฟอร์ ที่หล่อแต่เลววว... 
แต่สุดท้ายเรื่องก็คลี่คลายไปได้ด้วยดี แถมยังจบแบบสะใจคนอ่านซะด้วย เพราะทั้งฮาร์ทลีย์ และ ซาแมนธา ได้แก้แค้นอย่างสะใจจริง ๆ ค่ะ อยากรู้ว่าเป็นยังไงก็ต้องไปอ่านเองอ่ะ แต่แบบว่าโดนใจอะฮั้นมากกก.....ขอบอกกก..... 
******************************
เราว่าสำนวนของ แมรี่ บาล็อก มันดูได้ฟีลโบราณ ๆ ดีค่ะ อ่านแล้วทำให้เรานึกถึงนิยายของนักเขียนเก่า ๆ อย่าง บาร์บาร่า คาร์ทแลนด์ หรือ จอร์เจ็ตต์ เฮเยอร์ เลยล่ะ แล้วตัวละครของเธอก็ดูเป็นมนุษย์ธรรมดา ๆ ดี ไม่ได้เก่งกล้าสามารถจนเกินไป อ่านแล้วรู้สึกเชื่ออ่ะค่ะ
สองเรื่องหลังนี้เป็นฝีมือการแปลของคุณมัณฑุกา ที่เป็นนักแปลที่เราไม่เคยอ่านงานของเธอมาก่อน เราว่าเธอก็แปลใช้ได้นะคะ แต่อาจจะมีที่ขัดความรู้สึก และไม่คุ้นเคยอยู่บ้างก็ตรงที่เธอใช้คำศัพท์บางคำที่มันแปลกไปจากที่เราคุ้นเคย อย่างเช่น เธอใช้คำว่า คนสนิท แทน ต้นห้อง, บัทเลอร์ แทน พ่อบ้าน, โศกา แทน เศร้าโศก, อักโข แทน มาก, หัวเราะกึกกัก อะไรแบบเนี้ยอ่ะค่ะ มันก็เลยรู้สึกแปลก ๆ แปร่ง ๆ ไปกับการอ่าน 2 เรื่องนี้ไปมั่ง แต่คิดว่าถ้าอ่านบ่อย ๆ เดี๋ยวมันก็คงจะชินไปเองล่ะเนอะ อิอิ.....
| Create Date : 08 กันยายน 2554 |
| Last Update : 9 กันยายน 2554 2:27:16 น. |
|
8 comments
|
| Counter : 2880 Pageviews. |
 |
|
|
โดย: nikanda วันที่: 9 กันยายน 2554 เวลา:2:51:29 น. |
|
|
|
โดย: โอ-พิน (o_pinP ) วันที่: 9 กันยายน 2554 เวลา:15:10:46 น. |
|
|
|
โดย: โอ-พิน (o_pinP ) วันที่: 11 กันยายน 2554 เวลา:0:30:47 น. |
|
|
|
โดย: pocha_t วันที่: 12 กันยายน 2554 เวลา:17:35:41 น. |
|
|
|
โดย: amuro4ever วันที่: 12 กันยายน 2554 เวลา:23:05:16 น. |
|
|
|
|
|
|
|
|
Location :
[ดู Profile ทั้งหมด]
|
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]

|
ความชอบหรือไม่ชอบเป็นความรู้สึกเฉพาะของแต่ละคน เพราะฉะนั้นข้อความในบล๊อกของเราจึงเกิดจากความรู้สึกของเราเอง ซึ่งอาจจะเต็มไปด้วยอคติอันเกิดจากตัวเราเจ้าของบล๊อก และอาจจะไม่เห็นพ้องต้องใจกับใจของใครบางคน จึงอยากจะบอกไว้ก่อนว่า บุคคลใดที่ได้เข้ามาอ่านในบล๊อกนี้ ขอจงได้โปรดอ่านและเข้าใจไว้ด้วยนะจ๊ะ และถ้าจะโต้แย้ง ก็ขอให้โต้แย้งด้วยความใจกว้างที่จะรับฟังความเห็นที่แตกต่าง เรายินดีต้อนรับความเห็นที่แตกต่างค่ะ
|
|
|
|
|
| | 1 | 2 | 3 |
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
เราก็นึกถึง "เจ้าสาวจำเป็น"ทันทีเหมือนกัน
อาจจะเป็นเพราะ"เจ้าสาวจำเป็น" เราเพิ่งอ่านไปไม่นาน
"กำแพงใจ" มันใช่เรื่องเดียวกับ "เมียเก็บดยุค"จริงๆ เหรอ...
พอดีเราเคยอ่าน"เมียเก็บดยุค"นะคะ เราชอบมาก เราว่าสนุกดี
แต่"กำแพงใจ" ยังไม่เคยอ่าน...ถ้าคุณโอพินมี"เมียเก็บดยุค"อยู่ในมือ...
ลองหยิบมาอ่านดูสิคะ เราว่ามันสนุกนะ แต่เราสับสนว่าใช่เรื่องเดียวกันจริงๆ เหรอ