Group Blog
 
 
สิงหาคม 2550
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
5 สิงหาคม 2550
 
All Blogs
 

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม




เมื่อหนังสือเสร็จ และมีกำหนด จะวางจำหน่าย 20 ก.ค. 2005


ในวันที่ 4 ก.ค. 2005 ยายรีบจัดส่งหนังสือฉบับหนึ่งเข้าวัง เพื่อขอพระราชทานพระวโรกาส ถวายเงินจาก การทำหนังสือ จำนวน 160,000 บาท แด่สมเด็จพระเทพฯ เพื่อช่วยเด็กกำพร้า Ysunami ในนาม Jerry Yan


ต่อมาเมื่อหนังสือออกวางแผงแล้ว มีแฟนคลับคนหนึ่ง คือ ป้าฮู ขอร่วมซื้อหนังสือ 100 เล่ม เป็นเงิน สามหมื่นบาท และคุณย่า ซื้ออีก 20 เล่ม เป็นเงิน 6,000 บาท และ จจ ซื้อ เพื่อมอบให้เด็ก ๆ อีก 5 เล่ม ยายก็ทำไงดี เพราะทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเลขต่าง ๆ จัดการบันทึกไว้หมดแล้ว ก็จึงตัดสินใจ นำเงินเหล่านั้น เพิ่มในยอดถวาย

โดยส่งหนังสือตามไปอีกหนึ่งฉบับ อ้างถึงหนังสือฉบับเดิม เพิ่มยอดเป็น สองแสน หากไม่เพิ่มเข้าไป ก็คงจะเจ็บตัวน้อยลงเยอะ




17 July 2006

คณะแฟนซวี่ชาวไทย กลุ่มสีม่วง 8 คน และ แฟนจาก HK 2 คน ก็ได้มาพบกันที่ พระราชวังสวนจิตรลดา
เข้ารายงานตัว เพื่อเข้าเฝ้า ก่อนหน้านั้น ยายได้ร่างคำถวายรายงาน และส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจเรียบร้อยแล้ว
ส่วนเสื้อผ้าไหมไทยสีม่วงก็นัดกันไปเลือกซื้อผ้าที่ The Old Siam นำทีมโดยป้าฮู ผู้ดูแลการตลาด อิ อิ ขอบคุณมา ณ ที่นี่อีกครั้งฮับ


ไปตัดเสื้อกันที่ร้าน Choi’Son

ร้านฝีมือเยี่ยมมีชื่อเสียงมาจนถึงรุ่นลูกแล้ว เจ้าของร้านพอทราบว่ายายจะเข้าเฝ้า เพื่อการใด ก็อุดหนุน My Jerry ไปหนึ่งเล่ม

เช้าวันเข้าเฝ้า ยายไปรับพวงมาลัย แต่เช้ามืด เจ้าของร้านสุรัตน์ ที่อยู่หน้าประตูวัง พอเห็นหนังสือ MJ ที่ยายเตรียมไปถวาย ก็ขอซื้ออีกหนึ่ง และเมื่อหนังสือบนพานทองเดินทางเข้าไปถึง จนท.วัง ก็มีการขอกันอีกหลายคน อีกสองวันต่อมายายจึงได้ขับรถนำหนังสือไป ให้ตามรายการต่าง ๆ จนครบถ้วน




วันเข้าเฝ้านั้นน่ะ ขอบอก ยายรออยู่หนึ่งปีเต็ม ๆ ด้วยความกระวนกระวายใจ ... ยิ่งแล้ว


ในช่วงเวลาที่รอให้ถึง วันที่ 17 ก.ค. อยู่นั้น

คุณย่า
คงได้ยินเสียงยายฟังหงอย ๆ กระมัง ( วันที่โทรไปชวนท่านเข้าเฝ้าด้วยกัน 555 ล้อเล่ง ๆ ) จึงโทรกลับมาบอก ขอร่วมทำการกุศลเพิ่มอีก 20,000 (สองหมื่นบาท) ยายก็หน้าบานจิคะ เพราะกะลังเลียแผลแผล็บ ๆ อยู่พอดี


คุณแม่ที่ห้า ( Chin11) กรุณาช่วยรับผิดชอบค่าพวงมาลัย 2 พวง ๆ ละ 500 บาท


คุณแม่ที่สี่ ก็ร่วมทำกุศลเพิ่มมาอีก ซาบซึ้งมาก ๆ คร้าบบบบ

และหลาน ๆ อันมี จจ ป้าฮู หนูปิ๊บ หนูนี และหนูแบม ได้ช่วยเรื่องค่าพาหนะที่ใช้ในวันเข้าเฝ้า ขอบคุณมาก ๆ อีกครั้งค่า


เมื่อรู้กำหนด วันเข้าเฝ้า ยายรีบเมลบอก หลาน ๆ ที่ HK เพราะพวกเขาเป็นกำลังใจเชียร์ยายมาตลอด

เขาก็ดีใจกันมาก อุตส่าห์ทำตัวให้ว่างเพื่อจะได้มาเข้าเฝ้า

ตรงนี้ยายซาบซึ้งมาก ๆ ทั้ง Joyce และ Sibala


เพราะลำพังยายเองไม่กล้าเชิญเขามาเด็ดขาด มันหลายอัฐไง แต่เขา 2 คน คือ Joyce และ Sibala ยินดีจะมาอย่างมาก ๆ เพราะต้องการเข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพฯ ยายดีใจมาก ปลื้มใจมาก

และหลาน ๆ HK ยังได้แนะนำว่า ยายควรจะบอก Jerry และที่ถูกควรเชิญเขาด้วย

ยายก็ร่างหนังสือภาษาไทย แล้วให้ ป้าฮูนางฟ้า ทั้งด้านการต่างประเทศ การคลัง การท่องเที่ยว และการปกครองส่วนท้องถิ่น 5555

ป้าฮู กับ เพื่อน HK ช่วยกันส่งเทียบไป TW แล้ว ตั้งแต่วันส่งจนถึงวันได้รับคำตอบ ยายมีลมหายใจแค่รวยริน
จิตตกหวูบไปอยู่ใต้ดิน คือใต้เท้าลงไปเยอะเลย เตรียมหากำลังคุ้มกันให้ลูกชาย เตรียมใจเตรียมทางหนีทีไล่สารพัด อ้อ !!! ลืมบอกว่า ขณะนั้นไม่มีใครรู้เหตุการณ์นี้เลย นอกจาก คนไทย 2 คน กะ คน HK 2 คน เท่านั้น

เหตุการณ์ที่ว่านั้น ดำเนินอยู่ในช่วงกลางเดือน พ.ค. 2006 ถึง ปลาย มิ.ย. 2006 แล้วก้ได้รับคำตอบจาก TW
ดีใจมากที่ Auntie Pan แฟนไทยจะได้ทำการกุศล ครั้งสำคัญ Jerry อยากมาร่วมเข้าเฝ้าด้วยอย่างมาก แต่ไม่สามารถ มาได้ต้องขอโทษด้วย ที่ติดงานหลายเรื่อง

ยายยกมือท่วมหัว สาธุขอบคุณทุก ๆ อย่าง หายใจทั่วท้องซะที รีบตักข้าวเปิบเป็นกาละมัง หลังจากที่กลืนอะไร ไม่คล่องคอมาเกือบเดือน 55555


ขอบคุณป้าฮูมาก ๆ คร้าบบบ ต่อไปอาม้าจะหาเรื่องมาให้ เจ๊กอั่กอีก ^-a-^









วันเข้าเฝ้า มีรายละเอียดมากมาย ยายไม่เล่าเองดีกว่า แอบไปสูบจากคุณหลานปิ๊บ ซึ่งเล่าไว้ละเอียดดีมากมาเลย อิ๊ก อิ๊ก แท้งค์หลาย ๆ น้าค้า



//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=pippip&group=3


รอวันที่ 17 กรกฎาคม 2549 มา 2 เดือนกว่า ...ไม่น่าเชื่อว่าจะมาถึงและผ่านไปแล้ว

... จริงๆแล้ว ความฝันว่า อยากให้คุณชายเข้าเฝ้าพระเทพฯ มีมาตั้งแต่เริ่มชอบเธอใหม่ ๆ แต่เป็นความฝันของน้องน้อยหน่อย ... ไม่อยากเชื่อว่า วันนี้ฝันจะเป็นจริง ถึงเธอไม่ได้มาด้วยตัวเอง แต่เธอรับรู้งานครั้งนี้ของพวกเรา เพียงแต่ข้อจำกัดและปัจจัยอีกหลายอย่าง ที่เธอไม่สามารถจะมาร่วมได้จริงๆ (แต่คิดว่าเธออยากมา ... แน่นอน)

… การเข้าเฝ้าของพวกเราครั้งนี้ ต้องขอบพระคุณน้าปานอย่างสูง ที่อดทน มุ่งมั่นทำเพื่อลูกชายทำเพื่อคนรักเจอรี่ทุกคนและทำเพื่อสังคมอย่างแท้จริง … ขอบคุณคนรักเจอรี่ทุกคน ที่มีจิตใจงดงาม พร้อมจะร่วมทำสิ่งดีดีด้วยกัน

… ความรัก ก่อให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์ได้เสมอ




ขอเล่าย้อนไปที่จุดเริ่มต้น ...

...หลังจากที่ทราบเรื่องว่า ทางสำหนักพระราชวังมีจดหมายแจ้งน้าปาน ถึงวันเข้าเฝ้า เราทราบเรื่องนี้ในวันมีทติ้ง 8 ซึ่งพี่ ๆ บอกว่า ควรจะถือโอกาสประกาศให้ทราบในงานและขอทุกคนร่วมทำบุญตามศรัทธา...

เรามาทราบหลังจากประกาศว่า ตัวเอง ก็ได้รับเกียรติและความกรุณาจากน้าปาน ให้อยู่ในกลุ่มเข้าเฝ้า ร่วมกับมามาและพี่ ๆ ด้วย


… ณ ตอนนั้น คงยังนึกภาพเป็นรูปธรรมไม่ออกเท่าไหร่ ...

... แต่หน้าที่ ๆ ต้องทำคือ ประกาศเรื่องทำบุญครั้งนี้ ให้ทราบทั่วกัน โดยประกาศทางบ้านใหญ่ และบ้านเช่าเป็นระยะ โดยเราจะทำบุญในนาม Jerry Yan โดยกลุ่ม Thailand Love Jerry Family .. .ตอนนั้น เรานึกกังวล ว่า จำนวนเงินที่จะทำบุญ จะสิ้นสุดที่ยอดเท่าไหร่ ถึงจะเรียกว่าพอเหมาะพอดี


… ต้องขอบพระคุณผู้ร่วมทำบุญทุก ๆ ท่าน จำนวนเงินมาก-น้อย ไม่สำคัญ แต่สำคัญที่ “ใจ” ที่ต้องการทำบุญครั้งสำคัญนี้ด้วยกัน จนปิดรับวันที่ 20 มิ.ย. ได้ยอดที่ 88,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนที่เราตั้งใจให้เป็นเลข 8


… เรื่องชุดที่จะเข้าเฝ้า หลังจากผ่านการปรึกษาหลายหน ก็สรุปได้ว่า เราจะนัดไปดูผ้าซื้อผ้ากัน และไปตัดร้านเดียวกัน คือร้าน Choi’s Son ซึ่งเป็นร้านที่น้าปานแนะนำ ว่าตัดเนี้ยบมาก (แม้ราคาจะสูงไปนี้ด)

… เรานัดกันไปเลือกผ้าที่ ดิ โอลด์สยามพลาซ่า ซึ่งเป็นการนัดนอกสถานที่ครั้งแรกของกลุ่มมามา ^^

… เราเดินเข้าออกไม่กี่ร้าน ก็เจอร้านนึง ถูกใจกับอัธยาศัยเจ้าของร้าน และความต้องการของพวกเราคือ จะใส่เสื้อสีม่วง พวกเราดูสีม่วงที่ร้านนี้ ชี้มาพับนึง ม่วงสวยมาก เจ้าของร้านพูดเองเลยว่า เนี่ย สีม่วงพระเทพ ...อ้าว ! เข้าทางพวกเราซิ่คะ หลังต่อรองราคา ซึ่งไม่ได้ผล 55555 พวกเราก็ได้ผ้าสีม่วงสวยยกพับ หอบหิ้วไปที่ร้าน Choi ที่บางลำภูต่อ ... ถึงเป็นมีทติ้งสัญจรครั้งแรก แต่พวกเราอยู่ตรงไหน มุมไหนของโลกนี้ก็คุยเรื่องพ่อคนนี้ได้ตลอดเวลาค่ะ

… เรามาได้เสื้อกันประมาณกลาง มิ.ย. ใส่แล้วสวยค่ะ แต่ของเราหลวมไปนิด ... แม้มีหลายคนบอกว่า ใส่แล้วป้า 55555 ไม่เป็นไร ก็ป้าด้วยกันทั้งกลุ่มแหละ …ส่วนกระโปรง จะใส่สีดำ และรองเท้าคัทชูดำ (อันนี้ของเก่าค่ะ)





แล้ววันสำคัญก็มาถึง..

...เช้าวันที่ 17 ...ตื่นตี 4 ...ตื่นเต้น ๆ อาบน้ำแต่งหน้า (ไม่ค่อยลงทุนเลย อุตส่าห์ซื้อรองพื้นใหม่ ลิปใหม่ เหะๆ) ...แต่งตัว เราไม่กล้าใส่เสื้อไปเลย ก็เอาไปเปลี่ยน ...กราบขอบพระคุณพ่อกับแม่ ที่ตื่นเช้าพร้อมลูก ตื่นเต้นกับลูก ...ระหว่างหวัดดีแม่กอดแม่ก่อนออกจากบ้าน ก็...ดันทำให้แม่เครียดซะนี่...บอกแม่ไปว่า “เดือนหน้าไปไต้หวันนะคะ” ...แหะ ๆ สงสัยยังเช้า แม่เลยยังอึ้ง ๆ ยิ้ม ๆ ไม่ว่าอะไร

...พ่อขับรถไปส่ง เช้ามาก ๆ เลยถึง 6 โมงพอดี แถวนั้นเราไม่รู้ทางหรอกค่ะ ...อืม บรรยากาศกลางเมืองตอนเช้าๆก็สะอาดสงบดีนะคะ เห็นพระออกบิณฑบาตหน้าวัดเบญจฯ

...ไปถึงจุดนัดพบคือสหกรณ์ทหาร รถตู้มาก่อนแล้วค่ะ บนรถมี ป้าฮู แบมและสองสาว...เราขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อบนรถ รถใหญ่กว้างขวางดีจังเลย

...พ่อยังอุตส่าห์รออยู่ตั้งนาน ไม่ยอมไป ...ความรักความห่วงของพ่อกับแม่ ยิ่งใหญ่เกินเราจะเข้าใจจริง ๆ


…รอจนครบทีม ก็ออกเดินทาง ไปรับน้าปานและซื่อมามา ที่ร้านดอกไม้ใกล้วัง รถว่างมาก เราไปถึงวังเร็วมากค่ะ

ไม่ได้เข้าประตูสวย ๆ นะคะ มาเข้าประตูเล็ก เข้าไปแล้วต้องไปติดต่อตึกข้างประตูก่อนว่าเรามาทำอะไร

...เรียบร้อยแล้วก็วนไปโรงอาหาร เล็ก ๆ ค่ะ แต่เข้าไปแล้วเนี่ย กลิ่นอาหารตลบอบอวล ร้อนด้วย ...พี่หน่อยตามมาสมทบ ชอบเสื้อพี่หน่อยจัง พี่หน่อยออกแบบเอง เลยต่างไป แต่ตัดที่ Chio เหมือนกัน แบบสวยชอบ ๆ ๆ

...เราลืมใส่สร้อยลูกโลกมาอ่ะ บนตัวไม่มีเครื่องประดับซักชิ้น แต่ก็ติดเข็มกลัดบิ๊กบอส (Mia) เด่นเป็นสง่า อิอิ (คุณย่าอุปถัมภ์)

...จริง ๆ เราหม่ำข้าวมาจากบ้านแล้ว แต่เพื่อความชัวร์ เลยไปจิ้มข้าว+ไข่ดาวมารองท้อง ซิบาล่าเธอตื่นเต้นกับกองไข่ดาวในถาด เธอหันมาหัวเราะกับเรา แล้วไปลากจอยซ์มาดู 555 สงสัยที่ฮ่องกงไม่มีเนอะ ...เห็นสองสาวทานก๋วยเตี๋ยว แต่เรามะสามารถกลัวกระเด็น (ขนาดทานข้าว ยังมีอะไรกระเด็นเลอะเสื้อจนได้ กับเผลอเอาแขนเสื้อโดนปาก เลอะลิปไปอีก เฮ้อ...

…เห็นสองสาวแต่งตัวแล้วชอบค่ะ สีเรียบร้อยกลมกลืนกับพวกเรา แบบน่ารักสมตัวทั้งคู่ค่ะ


...ถ่ายภาพเล็กน้อยเป็นที่ระลึกด้วยค่ะ

...ก่อนที่เสื้อและผมจะอบอวลชวนดม เราเคลื่อนกองทัพเสื้อม่วงไปที่ศาลาดุสิดาลัย...ผ่านหน่วยงานต่าง ๆ ของพระราชวัง ... 2 สาว เองไม่รู้ตัวเลยว่าเข้ามาในวังแล้ว เพราะวังในหลวง ไม่เหมือนวังประเทศอื่น...

…มีลานจอดรถข้าง ๆ พวกเรามาถึงค่อนข้างเช้า รถยังไม่มาก ลงมาเตรียมข้าวของ จัดพาน โดยน้องนี ผู้อยู่เบื้องหลังหลาย ๆ อย่าง ...ทุกคนจะมีพาน

ตรงนี้ ยายขอเติมหน่อย คือ ยายเตรียมพานทอง และผ้าทองคลุมพานไป 10 ชุด ครบคนเลย ขอบคุณ อ.เจตนา แห่งประถมสาธิตสวนสุนันทา และท่าน ผศ. หัวหน้าภาควิชาศิลปะและวัฒนธรรม ม. ราชภัฏสวนสุนันทา มาก ๆ ค่ะ

พอจะถ่ายรูป จนท. บอกว่า ห้ามถ่ายรูปในเขตพระราชฐาน อ้าวววว....อด ...แป๊บนึง พี่หน่อยมาบอกว่า จัดที่ถ่ายรูปให้แล้วค่ะ …ท้ายรถพี่หน่อยเอง ^__^ พี่หน่อยมีแผ่นโฟมบาง ๆ สีฟ้า จัดวางให้อย่างดี เราก็เอาพานที่มีซองเช็ค พานพวงมาลัย พาน My Jerry จัดวางถ่ายรูป ...โลเคชั่นจำเป็นเวิร์คมากค่ะ


ขอบคุณพี่หน่อยมาก ๆ เลยค่ะ ...ในกลุ่มเราก็มีพี่หน่อย ที่มีประสบการณ์ในการเข้าวังบ่อยสุด ...อย่าให้บอกเลยว่างานพี่หน่อยนั้น ใกล้ชิดราชวงศ์แค่ไหน







รายการถวาย มี 2 รายการ คือ

1. รายได้จาก หนังสือ My Jerry จำนวน 200,000 บาท

2. เงินบริจาค จาก Thailand Love Jerry Family จำนวน 88,000 บาท



...เราเคลื่อนขบวนเข้าไปที่ศาลา เข้าไปแล้ว จะมีโต๊ะให้เซ็นชื่อ น้าปานเป็นคนเซ็น แล้วก็ตรวจพานที่ถวาย เอาไปเข้าเครื่องเช็คแบบสนามบินเลยค่ะ ทุกพานด้วยนะ แล้วก็มีสติ๊กเกอร์กลม ๆ มาแปะว่าผ่านการตรวจแล้ว

...เราเข้าห้องน้ำกันตรงนี้ เปิดเข้าไป โอ้ว ! หอมมาก ๆ ค่ะ อโรม่าสุด ๆ ในห้องน้ำมีกระจกบานใหญ่ 2 บานตั้งไว้ให้แต่งตัว มีแป้งกระป๋องเตรียมให้ด้วยนะคะ ผ้าเช็ดมือสีฟ้า ปักลายดอกไม้ พาดราวเตรียมให้เช็ดมือ (แต่ไม่กล้าใช้อ่ะ)

…ขนาดห้องน้ำยังสะอาดสวยงาม เป็นบุญที่ได้เข้าห้องน้ำในวัง ^__^

…พวกเราต้องเดินผ่านเครื่องตรวจตื๊ด ๆ ด้วยค่ะ (ดันไปนึกถึงใครไม่รุ ยืนกางแขนกางขาให้ดูที่สิงคโปร์)

...จนท. นำพวกเราเข้าไปที่ห้องโถงกลางของศาลาฯ ที่เราเคยเห็นกันทุกวันเฉลิมฯ นั่นแหละค่ะ พวกเราวางพานกันไว้บนเวที ยกเว้นซองเช็ค ที่ต้องติดตัวไปด้วย ...จนท. พากลุ่มเราออกไปพักผ่อนคอยที่ห้องกระจกด้านข้าง บรรยากาศดีจังเลยค่ะ ชอบๆๆๆ คือเป็นห้องกระจกใสทุกด้าน มองออกไปเห็นสวนสวย เพดานก็เป็นกระจก แต่มีผ้าสีเหลือง-ฟ้า พาดยาว สวยค่ะ ...



…มีน้ำไว้บริการด้วยค่ะ ทั้งน้ำเปล่า แล้วก็น้ำอะไรไม่รู้ ...แต่ข้าง ๆ มีนมกล่อง มีแซนด์วิช เป็นของสมาคมอะไรไม่รู้ค่ะ เค้าจัดมาสำหรับกลุ่มเค้า

...ห้องน้ำจะอยู่แยกออกไป ต้องดินข้ามสะพาน สะพานยังสวยเลยอ่ะ ...เราเดินย่องแย่งออกไปเข้าห้องน้ำ (ก็ปวดนิ้วเท้าอ่ะ) ห้องน้ำตรงนี้แอร์เย็นเจี๊ยบ แต่ไม่หอมเท่าข้างนอกที่เข้าเมื่อกี๊



…พวกเรานั่งคอยกันประมาณชั่วโมงได้มังคะ นั่งคุย นั่งมองกลุ่มต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ ไม่มีกลุ่มไหนแต่งตัวเหมือนพวกเราหรอก ...ถ้าเป็นราชการ ก็เห็นใส่เสื้อเหลืองข้างในแล้วเป็นสูททับ ...เสื้อพวกเราสวยสุดแล้วค่ะ อิอิ

...นั่ง ๆไป เอ๊ะ ! ทำไมกลุ่มข้าง ๆ เอากล้องออกมาถ่ายรูปเช็ครูปซองกันได้ล่ะ ....ดังนั้น เราก็เลยเอามือถือมาถ่ายบ้าง ^__^





ขอบคุณภาพแจ่ม ๆ จาก หนูปิ๊บ มาก ๆ ค่า


…จากนั้นมีเจ้าหน้าที่สตรีท่านหนึ่ง มาถามน้าปานเรื่องเช็คและใบเสร็จรับเงิน ว่าเราจะออกแยกหรือรวม เราบอกขอให้ออกแยกเป็น 2 ใบ และน้าปานจะมารับด้วยตนเอง …ในซองเช็คที่จะถวาย จะต้องมีใบทูลเกล้าถวายเงิน ที่เรากรอกรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว พับใส่ลงไปด้วยเพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ทราบที่มาที่ไปของเช็ค ทางเจ้าหน้าที่ท่านนี้ จะมีใบสรุปของแต่ละกลุ่มมาด้วย ก็พยายามดู ๆ กันว่าเนื้อความโอเคมั้ย แต่ใบนี้เป็นคนละใบกับที่จะให้สื่ออ่าตอนข่าวในพระราชสำนัก

... ก่อนที่ จนท. สตรีท่านนั้น จะจากไป ก็ได้ติดสติ๊กเกอร์ไว้ที่ ปากซองเช็คด้วยค่ะ มีความรอบคอบกันทุกขั้นตอน


…คอยไปเรื่อย ๆ เห็นกลุ่มใหญ่กลุ่มนึง ออกไปยืนตรงลานกลางห้องกระจก คงไปซักซ้อมกัน เราก็นึกว่าของเราต้องซ้อมด้วย ...ก็มีซ้อมเหมือนกันค่ะแต่ซ้อมกันเอง คือถอนสายบัว ว่าชักเท้าไหน สรุปว่า เท้าไหนก็ได้ แล้วแต่ความถนัดและคิดว่าทำแล้วมั่นคงที่สุด ของเราต้องชักขวาไปข้างหลังค่ะ


พอดีหันไปเห็นนกยูงเดินตะคุ่ม ๆ ข้างกระจก กำลังจะลุกไปดู พอดีกับเจ้าหน้าที่มาเชิญให้เข้าไปข้างใน ของเราจะได้เฝ้าเป็นกลุ่มที่ 5 ...กลุ่มที่ 1 จะยืนด้านบน หน้าประตูเลย จนท. บอกให้ยืนดูเส้นบนพรมนะ อย่าให้เกินเส้นเหลือง แล้วก็ชี้แจงขั้นตอน คนถวายเช็คจะอยู่คนแรก ถัดไปเป็นพวงมาลัยและหนังสือ เราเลยยืนติดน้าปานเป็นคนที่ 2 …

…จนท. ให้ยืนซ้อน 2 แถว เพราะที่ไม่พอ ทีนี้พวกเราถวายของทุกคน ก็เลยจะเป็นว่าแถวแรกถวายเสร็จ ก็ถอยลงไป ให้แถว 2 ขึ้นมาถวาย ...(แต่พอเอาเข้าจริง ไม่เลยค่ะ ลืมหมด) พวกเราก็นัดแนะกันเองว่า จะถอนสายบัวกี่ครั้ง



…หลังจากชี้แจงกลุ่มย่อยแล้ว ก็ชี้แจงกลุ่มใหญ่ จนท.ผู้ชายท่านนึง ออกไปอธิบายกลางห้อง ถึงหมายกำหนดการ ระเบียบต่าง ๆ ว่า เมื่อเสด็จพระราชดำเนินมาถึงให้พวกเราหันหน้าไปทางประตู เมื่อเสด็จเข้ามาในศาลา ต้องถวายความเคารพพร้อมกัน จากนั้นกลุ่มที่ด้านข้าง ให้หันหน้ากลับมาทิศเดิม แต่กลุ่มสุดท้าย ที่ยืนแนวขวาง ยังคงหันหน้าไปทางประตูอยู่ ...แล้วก็อธิบาย การถวาย การถือพาน เวลาถวายเช็คให้วางซองเหลื่อมทางซ้ายเพื่อพระองค์จะได้ทรงรับไปได้ง่าย และควรใช้นิ้วหนีบไว้ เผื่อหล่นหรือผ้าเลื่อนหลุด แต่อย่าจับแน่นจนทรงหยิบไม่ไป

...จนท. มาเอาพานเช็คของเราไปสาธิตด้วย พวงมาลัยด้วยค่ะ มีชมด้วยนะว่า วางพวงมาลัยแบบนี้ถูกต้องนะคร้าบ คือเอาปลายออก แล้วก็บอกให้ปิดเสียงมือถือ แหม พอพูดจบแว้บเดียว มือถือสุภาพสตรีท่านนึงก็ดัง หุ หุ

...จนท.อีกท่าน ถือเอกสารมาให้น้าปานดู เป็นข่าวที่จะให้สื่อ ตรวจดูกันแล้ว ก็ขอให้เปลี่ยนคำว่าและคณะ เป็น และผู้แทนจาก Thailand ... ได้มั้ยคะ ...เค้าก็เขียนแก้ไขให้ ส่วนตรงท้าย น้าปานชี้แจงว่าเราระบุว่าเงินทูลเกล้านี้ เพื่อช่วยเด็กกำพร้าสึนามิ ถ้าสามารถเปลี่ยนได้กรุณาเปลี่ยนด้วย ... แต่สุดท้ายก็ออกมาตามข่าวที่เห็นนั่นแหละค่ะ

(ต้องขออภัย หากการใช้ราชาศัพท์ของเราไม่ถูกต้อง ทั้งนี้เจตนาการเล่าเรื่องของเราคือการแบ่งปันประสบการณ์ ที่ชีวิตนี้คงหาไม่ได้อีกแล้ว หากมีข้อความใดไม่เหมาะสม ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้)



…ใกล้เวลาเสด็จฯ มาถึง จนท. บอกให้เตรียมพร้อม พวกเราก็หันไปทางประตู พอเห็นแว้บ ๆ ตอนรถพระที่นั่งมาถึง (เบนซ์สีงาช้าง) ตอนนั้นเงียบบบ มากกก เลยค่ะ

เมื่อสมเด็จพระเทพฯ เสด็จเข้ามาข้างในแล้ว ไฟตรงประตูก็สว่างขึ้น พวกเราก็ถวายความเคารพโดยการถอนสายบัว ผู้ชายก็โค้งคำนับ

...จากนั้น ท่านก็เสด็จ ตรงไปที่ กลุ่มที่ 1 …มีนักข่าวทุกช่องอยู่ข้าง ๆ

กลุ่มแรก ๆ เราไม่ได้ยินเสียงหรอกค่ะ จนถึงกลุ่มที่ 4 ถึงได้ยินตอนถวายรายงานว่ามาจากเภสัช มหิดล (เพื่อนที่ทำงานคุณย่าเอง) กลุ่มนี้สูงวัยค่ะ ...ตอนนั้นเราใจเต้นตึ้กๆๆๆ ตื่นเต้นแล้วอ่ะ หันไปเห็นช่างกล้อง กำลังซูมเช็คเราด้วยแหละ










... จากนั้นพระองค์เสด็จมาถึงกลุ่มเรา ทรงประทับยืนหน้าเราเลยค่ะ มานึกออกทีหลังคือ หัวหน้ากลุ่มจะถวายรายงาน แล้วคนที่ 2 จะถวายเช็ค ...ทีนี้กลุ่มเรา น้าปานทั้งถวายรายงานและถวายเช็ค+หนังสือ แต่พอดีเราถือพานเช็ค ท่านก็เลยมาอยู่หน้าเราอ่ะค่ะ อย่าให้บอกเลยว่า ตื่นเต้นขนาดไหน ...จริง ๆ แล้วในชีวิต เคยได้เข้าเฝ้าพระองค์ท่านหลายครั้ง นับว่าเป็นพระราชวงศ์ที่เรามีโอกาสเข้าเฝ้า (แบบไม่เป็นทางการ) บ่อยสุดแล้วนะคะ ไม่เคยได้ยืนอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ใกล้และนานขนาดนี้มาก่อน


… เราเลยยืนนิ่ง ไม่กล้ามองพระองค์ท่านตรง ๆ แต่ก็มองค่ะ ท่านทอดพระเนตรที่น้าปานตลอดเวลา และทอดพระเนตรที่ใบถวายรายงานด้วย เราเองก็ได้แต่มองเช็คบ้าง มองใบถวายรายงานบ้างว่าน้าปานอ่านถึงไหนแล้ว เพราะก็ค่อนข้างยาวนี้ดนึง แต่ว่าน้าปานสรุปคุณความดีคุณชายมาไว้ครบเลยค่ะ


...จริง ๆ เราก็ขอบอกว่า แอบมองพระองค์ท่านนิดนึงค่ะ ขณะที่ก้มมองเช็ค สายตาก็เลยไปมองฉลองพระบาท เป็นหนังสีดำ เรียบง่ายและดูพร้อมจะทรงงานไปได้ทุกที่ ...ดูนาฬิกา (ไม่ทราบราชาศัพท์) สีดำเรือนใหญ่ ...และพระองค์ท่านห้อยอะไรไว้ที่คอไม่ทราบค่ะ ด้วยความไม่กล้ามองมาก แต่ในใจตอนนั้นคิดว่าเหมือน thumb drive อะค่ะ...ฉลองพระองค์ผ้าไทยสีเหลืองอ่อนมีลาย (ไม่สามารถบอกได้ว่าผ้าไหม หรือผ้าไทยชนิดใด) สายพระเนตรจะอยู่ที่น้าปาน จนกระทั่งน้าปานอ่านจบ (เราไม่เห็น แต่พี่ ๆ เห็นตอนที่น้าปานกล่าวถึงตัวแทนจากฮ่องกง พระองค์มองทันทีว่าคนไหน)






…เมื่อน้าปานอ่านจบ จริง ๆ แล้วน้าปานจะเป็นคนถวายเช็คกับหนังสือก่อนเรา แต่คิดว่าคณะอื่นเค้าคงจะ คนอ่านก็อ่านไป คนถวายคนละคน พระองค์ก็เลยมองเช็คเรา คล้าย ๆ ทรงเตรียมจะรับ แต่เราก็อึกอัก อึ้ง ๆ อยู่เพราะไม่ใช่คิวเรา แต่แป๊บเดียวค่ะ แบมก็ส่งเช็คมาให้น้าปานถวาย เสร็จแล้ว เราก็นั่งลงทูลเกล้าถวายเช็ค บอกตรง ๆ ค่ะ เราไม่ทราบเลยว่า พระองค์ทรบรับไปตอนไหน เบลอค่ะ ...และพอเรานั่ง พี่ R ก็นั่ง น้าปานก็ยังนั่งถวายหนังสือต่อ เราก็เลยนั่งคอยจนถวายเสร็จทุกคน .. (พอดูในทีวี ก็ดีใจ ความเรียบร้อยยอดเยี่ยมค่ะกลุ่มเรา) กลุ่มเราถวายทุกคน ท่านก็ทรงรับจากทุกคนด้วยพระพักตร์ยิ้มแย้ม


...เมื่อทูลเกล้าฯ ถวายครบทั้ง 10 คนแล้ว พระองค์ก็ทรงหันมาถามน้าปาน 2 ประโยค (ตามที่น้าปานเล่าไว้ในมหากาพย์) เป็นความปลาบปลื้มของเกล้ากระหม่อมทุกคนจริง ๆ ค่ะ








…พวกเราหันกลับออกไปทางเดียวกับที่เข้ามา เดิน ^_____^ ไปตลอด เจอคุณย่ากับนีนั่งคอยอยู่หน้าห้องน้ำ (ที่มีกลิ่นหอม ๆ) ดีใจกันใหญ่ งานสำคัญผ่านไปอย่างสวยงาม ปลาบปลื้มยินดี ...



…เดินกลับไปที่รถ (แทบจะถอดรองเท้าเดินแล้วค่ะ ปวดนิ้วสุด ๆ) เก็บข้าวของ รอคนขับรถ โทรบอกแม่กะพ่อว่าเรียบร้อยแล้ว ^_____^

…รถตู้ของเราออกได้ แต่รถพี่หน่อยโดนบล็อค ก็หาทางอยู่พักนึง มีรถคันข้างหน้าใจดี เลื่อนรถเพื่อให้ พวกเราจัดการสะดวก ขอบคุณมากค้าบ ...รถพี่หน่อยเลยออกได้ นัดไปเจอกันที่ลานพระรูปฯ จะถ่ายรูปหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคมกันค่ะ


… เคลื่อนขบวนไปที่ลานพระรูปฯ ลงมากางแบนเนอร์ จอยซ์ถามใหม่รึเก่า ...พอเห็นก็บอกว่า อ้อ เก่า..(แต่จริงคืออันล่าสุดอะ) จัดมุมกันดีแล้ว ก็ขอให้คุณพี่คนขับรถช่วยกดให้ พี่ก็ดี เล็งมุมให้ด้วย มีกล้องน้าปานกับกล้องเรา (จะซื้อกล้องใหม่ก็เสียดาย เพราะกล้องตัวนี้เนี่ย ซื้อเพราะเธอแล้วก็รับใช้ชาติมานับไม่ถ้วน ถึงจะแค่ 3.2 pixel ก็เหอะ)


…ตอนท้ายน้าปานขอให้ถ่ายคลิป คุณพี่คนขับก็กดถ่ายตั้งแต่พวกเราถกเถียงว่าจะพูดอะไรดี ...ซิบาล่า ก้มมองแบนเนอร์บอกนี่ไง JBC Love you แต่คนไทยโวยวาย ไม่เอาๆๆ พูดบ่อยแล้วอ่ะ ...แล้วก็จะพูดอะไรนะ แบบว่า ไม่ถนัดภาษาจีนกลัวเขียนผิด สุดท้ายมาลงตัวที่จุ้ย อ้าย เหยียนเฉิงซวี่ กระจายรักออกไป...คิดโดยซิบาล่า ^____^






…วู้เย้...เสร็จครบถ้วนกระบวนความแล้วก็...กลับ แยกกับพี่หน่อยตรงนั้น


ยาย ... ขอขอบคุณ คุณหน่อยมาก ๆ น้าค้า

วันนั้นอ่ะ สวยบาดใจจริง ๆ ... ขออภัยที่ต้องทำให้บ่จอยกะกลิ่น อบอวลชวนวีน ในโรงอาหาร ...ก็นะ ใครจะนึกล่ะว่า จะเป็นเช่นนั้น จริงป่ะ



ต่อ ๆ ของหนูปิ๊บ ค่า 555 กินแรงเด็ก

...จากนั้น พา 2 สาวทัวร์กรุงเทพ วนไป ร.ร.น้าปานก่อน เพื่อคืนพาน แล้วก็ไปแวะที่ทำงานเรา เพื่อเอาของที่จะฝากไปให้เพื่อน ๆ ที่อินโด รถติดมากกกกกกกกกก ก็นั่งเมาท์ งัดขนมมาทานรองท้อง

พอไปถึงที่ทำงาน เราก็รีบไปเปลี่ยนเสื้อก่อน แวะโม้กะที่ห้องแป๊บนึงเพื่อเอารูปลงคอมไว้ก่อน ลงมาที่รถ เห็นป้ากำลังแจกจ่ายเสบียง อันได้แก่ น้ำส้มและข้าวเหนียวหมูปิ้ง (เจ้าประจำของเรา แต่เลิกอุดหนุน 1 ปี เพราะเรางดกินหมู 1 ปี ...เพราะใครเนี่ย ? ? ) แล้วก็เพิ่งรู้ว่าน้ำส้มคั้นเจ้าข้างที่ทำงาน อร่อยดีแฮะ อิ อิ



...ตรงไปที่พักของ 2 สาว Pan Pasific Htl. นั่งคุยนั่งเปิบข้าวเหนียวไปตลอด เฮฮามาก ๆ





…ถึงโรงแรม ก่อนเปลี่ยนเสื้อ น้าปานอยากให้ถ่ายรูปกันก่อน จนท.โรงแรม ที่ยืนเฝ้าลิฟต์ใจดีมาก พอขอให้ช่วยถ่าย เค้าก็ยินดี แถมช่วยจัดโลเคชั่นยกเก้าอี้ออกให้อีกตะหาก


...เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย ... ก็ไปพารากอน หม่ำๆ กันที่ food court ...ปล่อยให้ผู้เชี่ยวชาญทางภาษาจีนอังกฤษ นั่งคุยกะสองสาว แต่มาถ่ายทอดให้ฟังทีหลัง ฟังแล้วก็ เฮ้อออออ ...ห่วงน้องชายจัง.......... มีบางมุม ที่ตรงใจเราพอดี แบบว่า อยากบอกให้น้องชายรู้ถึงบางอย่างที่ง่าย ๆ ที่ควรจะทำ



…นีกะพี่สาย ขึ้นไปหาที่อัดรูป เพื่อให้สองสาว จากนั้นก็แยกย้าย ...มามา 4-5 แยกกลับก่อน ที่เหลือก็พา 2 สาวเดินช้อปต่อ เธอทั้ง 2 อยากเข้าร้าน boots มาก บอกว่า ถูกกว่าที่ฮ่องกง (ฟังแล้ว หุ หุ ...นึกถึงคนไทยแห่กันไปช้อปปิ้งที่ฮ่องกง แต่คนฮ่องกงมาเดินซื้อของถูกที่บ้านเรา ...ตลกดี)

…2 สาวเดินดูร้านนั้นร้านนี้ ...สาวตัวเล็กเหมือนเด็ก ๆ ลุย ๆ ห้าว ๆ น่ารักดีค่ะ ส่วนสาวตัวสูง คุ้นเคยกันมาหลายปีแล้ว


พวกเราปล่อยป้าให้ดูแลสาว ๆ เราไปนั่งคอย แล้วไปสยามดิสฯต่อ พาเข้าร้านภูฟ้า ร้าน ฯลฯ พวกเราก็ทิ้งให้ป้าเทคแคร์ตามเคย เราชิ่งลงไปนั่งคอยทีโอบองแปงต่อ นั่งหม่ำนั่งคุย (แบบตาจะปิด) เห็นฝนฟ้าเหมือนจะตก น้าปาน-ป้า-แบม อยู่เป็นเพื่อนสองสาวไปช้อปต่อ แถวสยามสแคว์ ที่เหลือกลับ...ร่ำลาสองสาว ซียูอินไทวาน ...





…กลับถึงบ้าน อยากหลับสุด ๆ แต่ต้องคอยดูข่าวก่อน ไม่กล้าบอกญาติ ...พี่ชายคนโตเรายังมะบอกเล้ย...พอ 2 ทุ่ม เราลองกดเปลี่ยนทุกช่อง ช่อง 5 มาก่อนค่ะ ...พอเห็นหน้าตัวเอง กรี๊ดดดดๆๆๆ ส่วนพ่อชี้ใหญ่เลย นั่นๆๆ อีหนูๆๆๆ ...555555


ส่วนแม่นอนอมยิ้มดูอยู่ ...จากช่อง 5 ก็ไปช่อง 7 ทันอีกแล้ว ...แล้วไปช่องไอทีวี ...ช่อง 3 ...ช่อง 9 ...ช่อง 11 ...สรุปว่าเราได้ดูทุกช่อง แล้วก็อัดวีดีโอไว้ทุกช่อง โชคดีจริงๆเลย ...เห็นพวกเราในทีวีแล้วปลื้ม...ไม่คิดว่าพวกเราจะมีวันนี้ได้...ได้ยินชื่อ My Jerry ในทีวี ...ปลื้มๆๆๆๆ ...เสื้อสีม่วงสวยจังเนอะ อิ อิ


...น้อง ๆ โทรมาเมาท์หนุกหนาน ... เป็นวันที่ยิ้มอย่างมีความสุขจริง ๆ ค่ะ ...และดีใจมาก ที่เจ้าตัวเอง ก็รับรู้ล่วงหน้า ว่าจะมีงานนี้โดยน้าปานฝากจดหมายให้ป้าแปล ส่งให้ซิบาล่าช่วยแปลจีนและส่งให้ SJ ...และทาง SJ ตอบกลับมาทางซิบาล่า ว่าติดธุระมาไม่ได้จริง ๆ (แต่เฟนนี่อยากมานะ) รู้....ว่าเธอก็อยากมา แต่ ...ก็รู้ๆกันอยู่ว่า มันขึ้นกับอะไรหลาย ๆ อย่าง ๆ ...คนอย่างเธอ ไม่ใช่อยากไปไหนก็ไปได้ง่าย ๆ และเงียบ ๆ ...



… ตอนยืนในศาลาดุสิดาลัย นึกถึงเธอตลอด
...ถ้าเธอยืนอยู่ตรงนี้ จะเป็นไงนะ
...ตอนสมเด็จพระเทพฯ เสด็จเข้ามาแล้ว ใจเรานึกถึงพ่อกับแม่ก่อน
...แล้วนึกถึงเธอ
... “เราพาคุณมาเข้าเฝ้าแล้วนะ”



…อยากจบสั้น ๆ ง่าย ๆ ตรงนี้ว่า

...ความดีของเธอ ทำให้เกิดความรักที่ยิ่งใหญ่

...และพร้อมจะกระจายความรักนั้นให้กว้างไกลออกไป

...ขอให้มีความสุขทุก ๆ วัน นะคะ ...



ขอบคุณ คุณหลานปิ๊บมาก ๆ คร้าบ

จดบันทึกได้ละเอียดทุกเม็ด เหมาะแก่การคัดลอกดีมั่ก ๆ สบายน้าปานไปบทหนึ่งเล้ย คิก คิก


บันทึกต่อจากปิ๊บก็คือ ... เย็นวันเข้าเฝ้า สองสาวชาว HK พาน้าปาน ป้าฮู และหนูแบม ไปช้อปที่สยามสแคว์
จนถึงกว่าหนึ่งทุ่ม โดยเฉพาะสาวตัวเล็ก จำร้านแม่นมาก ๆ เดินซ็อกแซ็ก หลายซอย จนพบร้านกระเป๋าที่ต้องการ ขณะยืนรอสองสาวเลือกของ น้าปานต้องเอาขาพาดคอไว้ ฉงฉานป้าฮูที่เพิ่งพ้นเขียงคุณหมอมาไม่นาน ได้แต่ส่งใจไปช่วย แล้วก็นึกลงโทษไปถึงพ่อตัวต้นเหตุ อิ อิ ป่านนี้ทำไรอยู่ รู้ไหม อาม้า กะ จจ กะลังขาจะหลุด 5555



เข้าโหมดของยายต่อนะค้า ...

ยายรีบกลับบ้าน เพื่อให้ทันดูทีวี วันนั้นไม่มีรถเพราะเข้าซ่อม บอกแท็กซี่ว่า เอาแบบเกียร์ห้า ไม่แตะเบรค ก็ได้ดังใจหมาย ถึงบ้าน อีกห้านาทีสองทุ่ม วิ่งจากจุดที่ลงรถเข้าบ้าน แบบไม่คิดชีวิต ตั้งวีดีโออัด เย้ !!! ทันด้วยคร้าบบบ แต่ต้องหายใจทางเหงือก 555











 

Create Date : 05 สิงหาคม 2550
0 comments
Last Update : 20 มกราคม 2552 5:23:43 น.
Counter : 815 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


ยายอุ๊ดจัง
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




<. .> ตอนเด็กยิ่งกว่าไฮเปอร์
<. .> ตอนแก่ยิ่งกว่าป้ำเป๋อ
<. .> ตอนสาว ๆ มะมีช่วงนั้นอ่ะ
ชีวิตหายไปกับเศรษฐกิจ และ
การเมืองไทยยยย แง แง


*** สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พรบ. ลิขสิทธิ์
พ.ศ. 2539 ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่ และอ้างอิง
ส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดของข้อความในสื่อ
คอมพิวเตอร์แห่งนี้ เพื่อประโยชน์ทางการค้า
โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นลายลักษณ์อักษร

*** ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดี
ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

ป.ล.คำแปล หรือ ผลงานของนักร้องและนักแสดง
ต่างประเทศ ก็ได้รับความคุ้มครอง จาก พรบ. นี้
เช่นกัน (อ้างอิงจาก ม.61 พ.ร.บ.ลิขสิทธิื์ 2537)

(คัดข้อความจากบล็อกน้องแป้ง โดยเธออ้างอิง
มาจากคุณโทเค ... ขอบคุณมากทั้งสองท่านค่ะ)





Google
Friends' blogs
[Add ยายอุ๊ดจัง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.