ลั้น ลัล ลา เด็กน้อยสารภี ลั้น ลัล ลา ไม่ยอมฟังครู
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2552
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
12 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 
ถึงพี่ชายที่แสนดี

โดนเพื่อนด่ามาค่ะ สบายใจ 555 +
คุยเรื่องความรักกับเพื่อนค่ะ เพื่อนบอกว่า
"ใช่ซี่ ก็แกมันไม่มีหัวใจ"
เง้ออ...อ หนูเปล่าน๊า ก็แค่คิดว่า รักไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต แล้วมันผิดตรงไหนเนี่ย


กอปรกับ ได้อ่านกระทู้หนึ่งในเวปบอร์ด ว่าด้วยเรื่อง การที่คนที่เรารักเห็นเราเป็นตัวสำรอง (ต้องอ้างอิงถึงกระทู้นั่นด้วยรึเปล่าน๊า)

จู่ๆก็เลยคิดถึง "พี่ต้อม"

อย่างที่คนที่รู้จักฉันหลายๆคนจะรู้ในสิ่งที่ฉันเป็น

ว่าฉันน่ะไฮเปอร์ ท่าทางก๋ากั่น เปรี้ยวจี๊ด ปรู๊ดปร๊าด และก็ดูกล้าหาญชาญชัย

พี่ต้อมเคยบอกว่า "ไม่น่าเชื่อนะ ว่าหนูจะเป็นคนแบบนี้ ตอนแรกพี่คิดว่าหนูจะเป็นแบบเพื่อนหนูซะอีก เห็นสนิทกันนึกว่าจะหมือนกัน" ก็ เออ... แล้วมันดีหรือไม่ดีกันนะเนี่ย

ยอมรับว่าแรกๆ ฉันก็หวั่นไหวกับพี่ต้อมไม่ใช่น้อย แต่ฉันมันก็คือฉัน ที่ผู้ชายมีเจ้าของ ฉันไม่สน แค่มีกิ๊กๆกั๊กๆกันอยู่ ฉันก็ไม่เอาแล้ว
ฉันเคยบอกพี่ต้อมไปว่า "ถ้าพี่เลิกหมดเมื่อไหร่ หนูจะพิจารณา" ไงล่ะ คำพูดฉันดูถือดีไม่ใช่น้อย 555+

และฉันก็คือฉัน ไม่คิดว่าคนกิ๊กเยอะๆอย่างพี่ต้อมจะเป็นโสดได้ และฉันก็ยังเป็นฉันที่ร่าเริง ลั๊นลาตลอดศก

และวันหนี่ง
"น้องอั๊ง ตอนนี้พี่เลิกกับทุกคนหมดแล้วนะ" พี่ต้อมบอกฉันในเย็นวันหนึ่ง
และฉันก็อึ้ง ... พูดไม่ออก
"ขอโทษค่ะ ตอนนี้อั๊งคบกับคนอื่นเป็นแฟนแล้ว" และนั่นก็ทำให้พี่ต้อมหน้าหมองไปชั่วขณะ
"ไม่เป็นไรจ้ะ" พี่ต้อมหันมายิ้ม และบรรยากาศก็ดูเงียบไปทันตา
"เออ..พี่ต้อมวันนี้เราไปกินบาบีคิวกันดีกว่า" ฉันเปลี่ยนเรื่องคุย แล้วพี่ต้อมก็หันมายิ้มให้ฉันเหมือนเคย แล้วบอกว่า "อืม ก็ดีนะ" แล้วก็คุย เล่นหัวเหมือนเดิมทุกประการ

พี่ต้อมเป็นคนแรกที่บอกให้ฉันรู้ว่า ฉันเป็นคนยังไง
"หนูน่ะ เป็นพวกคนกระล่อน ถ้าไม่อยากตอบอะไร ก็ชอบเปลี่ยนเรื่องคุย"
"น้องอั๊งต้องหัดปฏิเสธคนอื่นบ้างนะจ้ะ ไม่งั้นเราน่ะจะเป็นคนลำบากคนเดียว"
"หนูชอบแสดงออกว่า ฉันน่ะเก่ง ฉันน่ะรู้ ฉันน่ะห้าวหาญ แต่ความจริงแล้วหนูน่ะเด็กมาก ไม่รู้อะไรเลยสักอย่างต่างหาก น้องอั๊งน่ะเด็กกว่า เด็กสมัยนี้ที่อายุ16-17ด้วยซ้ำ"
ฯลฯ
นี่คือตัวอย่างที่พี่ต้อมเคยบอกความเป็นตัวฉันให้ฉันรู้

และเวลาที่ฉันมีปัญหา คนแรกที่ฉันคิดถึง
"พี่ต้อม อั๊งมีปัญหาค่ะ"
คนแรกที่ฉันนึกถึงเวลาเสียใจ
"พี่ต้อม อั๊งเสียใจค่ะ"
คนแรกที่ฉันโทรไปหา หลังจากทะเลาะกับแฟน
"พี่ต้อม อั๊งทะเลาะกับเค้าค่ะ"
แล้วถึงพี่ต้อมจะติดธุระอยู่ พี่เค้าก็จะรีบมาหา

เช่นวันหนึ่ง ฉันทะเลาะกับแฟนเก่าค่อนข้างรุนแรง ฉันขับรถไป คับข้องใจจนร้องไห้ (สมัยก่อน เลเวลการต้านทานด้านความรักฉัน ค่อนข้างจะต่ำ)
และพอพี่ต้อมรับสาย เราก็นัดกันที่ลานจอดรถในห้างแห่งหนึ่ง
และพอฉันขับเข้าไปจอด ไม่นานนัก พี่ต้อมก็เลี้ยวรถมาจอดข้างๆรถของฉัน

จำได้ว่า ฉันเปิดประตูฝั่งคนขับออกและนั่งอยู่อย่างนั้น พี่ต้อมก็ลุกมาเปิดประตูข้างคนนั่งของรถพี่ต้อมออกและลุกมานั่งตรงนั้น

ฉันก็ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้ โดยไม่มีสักคำพูดเดียว
ส่วนพี่ต้อมก็ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ มองฉันอย่างอดทน และยิ้มน้อยๆให้เวลาฉันสบตา

เรานั่งในรถคนละคัน ที่จอดติดกัน ฉันนั่งในตำแหน่งคนขับในรถของฉันและร้องไห้อย่างเดียว ในขณะที่พี่ต้อมนั่งในรถพี่ต้อม ที่เบาะข้างคนขับ โดนวางเท้าไว้นอกตัวรถ

เรานั่งกันเงียบๆอย่างนั้น จนฉันเลิกร้องไห้และเริ่มยิ้มให้พี่ต้อม
"ดีขึ้นแล้วใช่ไหม" พี่ต้อมถาม และฉันก็เหมือนเดิม
"ค่ะ"
"อืม..งั้นกลับบ้านได้แล้วนะ ขับรถดีๆล่ะ เข้าใจไหม" ว่าแล้วก็เอาทิชชู่เช็ดหน้าฉันให้ 1ที เพราะผ้าเช็ดหน้าพี่ต้อมเปรอะไปหมดแล้ว ด้วยน้ำตาและน้ำมูกฉัน
"แล้วพี่ต้อมจะไปไหนต่อคะ" ฉันถาม
"พี่จะไปบ้านเพื่อนต่อน่ะ ตอนที่หนูโทรมา พี่อยู่กับพวกนั้นอยู่น่ะ จู่ๆก็ออกมา ไอ้พวกนั้นคงนั่งรออยู่" และด้วยคำตอบของพี่ต้อม มันก็ทำให้ฉันรู้สึกทั้งเกรงใจ ทั้งขอบคุณ

พี่ต้อมอดทนกับฉันมาก แม้กระทั่ง
"พี่ต้อมคะ แฟนอั๊งหึงมาก เค้าไม่อยากให้อั๊งคุยกับพี่ต้อมอีกแล้วค่ะ" ฉันโทรไปหาพี่ต้อมด้วยคำพูดนี้ เพราะแฟนฉันบังคับให้พูดให้เค้าได้ยิน
"อืม..ไม่เป็นไร มีปัญหาค่อยโทรหาพี่แล้วกันนะคะ พี่ยังเป็นพี่ของหนูเหมือนเดิมนะ จำเอาไว้" แล้วเราก็ห่างกันไป 4-5เดือน โดยที่มีข้อความเป็นห่วงจากพี่เค้าส่งมาให้นานๆที

และวันหนึ่ง
"พี่ต้อม อั๊งเลิกกับแฟนแล้วค่ะ ไม่รู้ว่าทนมาได้ยังไงตั้งนาน" ฉันเริ่มบทสนทนากับพี่ต้อมในวันที่ฉันตาสว่าง และเลิกกับแฟนเก่าได้แล้ว
และพี่ต้อมก็ยังคงเส้นคงวา เป็นพี่ต้อม พี่ชายที่แสนดีให้ฉันเหมือนเดิม

จนวันหนึ่ง
"อั๊ง พี่ว่าพี่จะไปอเมริกา" พี่ต้อมบอก
"พี่จะไปเที่ยวเหรอคะ"
"เปล่า พี่จะย้ายไปอยู่ที่นั่นเลยน่ะ" และนั่นก็ทำให้ฉันเศร้าไป
พี่ต้อมยกมือใหญ่ของเค้ามาขยี้หัวฉันพร้อมกับคำพูด "เอาน่า ยังอยู่กับเราอีกนานน่ะ"
และฉันก็ได้แต่เศร้า เพราะว่าพี่ชายที่แสนดีของฉัน จะต้องไปอยู่ในดินแดนที่มีเวลาต่างจากฉันตั้ง 12ชั่วโมงโดยประมาณ เลยนะ

ใกล้วันที่พี่ต้อมจะไปทุกที มีวันหนึ่ง ขณะที่พี่ต้อมรับฉันไปกินข้าวร้านหนึ่ง
"น้องอั๊ง"
"คะ" ฉันขานรับพลางเงยหน้าจากอาหารจานโปรด
"ไปอยู่นิวยอร์คกับพี่ไหม"พี่ต้อมถาม
"ไปยังไงอ่ะค่ะ" และฉันก็ถามกลับ
"แต่งงานกับพี่ แล้วไปอยู่ที่นั่นกับพี่ไง โอเคป่ะล่ะ" ท้ายเสียง พี่ต้อมทำเป็นเฮฮา ฉันรู้ เพราะมันดูเฮฮา รื่นเริงเกินไป ฉันสงสัยว่ามันเป็นเพราะพี่ต้อมเห็นอะไรบางอย่างจากหน้าฉันแน่เลย
"พี่ต้อมคะ จานนี้อร่อยจังเนอะ พี่ต้อมลองสิคะ" ฉันเลื่อนจานอร่อยอีกจานไปตรงหน้าพี่เค้า และพี่ต้อมก็ยิ้ม
"อืม..อร่อยจริงด้วย" พี่ต้อมบอก หลังจากได้ชิม

และพี่ต้อมก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องขอแต่งงานนี่อีกเลย

1วัน ก่อนที่พี่ต้อมจะไป
"พี่ต้อมมาได้ยังไงคะเนี่ย" ฉันดีใจมาก เมื่อพี่ต้อมมาหาฉันที่ทำงาน
"พี่มารับเราไปกินข้าวเที่ยง"
และวันนั้น เราไปกินพิซซ่าฮัท ที่เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์กัน

"น้องอั๊งกินเยอะๆนะคะ" พี่ต้อมบอก พร้อมตักพิซซ่าขอบชีส 1ใน8ชิ้นใหญ่เบิ้มมาให้ฉัน โดยที่พี่ต้อมทานไปแค่1ชิ้น ขนมปังกระเทียวนิดหน่อย และก็ไก่นิดหน่อย โดยที่ฉันซัดไป 2-3เท่าของสิ่งที่พี่ต้อมกิน
"พรุ่งนี้อั๊งไปส่งพี่ต้อมนะคะ" ฉันบอกหลังจากที่กินเสร็จ
"ไม่เป็นไรหรอก มันดึกนะ"
"ไม่เอา อั๊งอยากไปส่งพี่นี่ แล้วพี่ต้องสัญญานะ ว่าเมล์หาอั๊งบ่อยๆนะ แล้วห้ามลืมอั๊งด้วย"

และวันสุดท้าย
ฉันก็ยังเป็นฉันเสมอ ที่สายตลอด ฉันไปถึงก่อนที่พี่ต้อมต้องเข้าGate ไม่กี่นาที
ฉันจำได้ว่า ฉันน้อยใจ ฉันยืนเรียงหน้ากระดานกับเพื่อน กับพี่ กับญาติๆ และพ่อแม่พี่ต้อม พี่ต้อมจับมือ กอดหลัง กอดไหล่ และร่ำลากันยาวนานกับทุกคนยกเว้นฉัน
และก่อนที่พี่ต้อมจะไป ฉันก็ยิ้มได้ เมื่อพี่ต้อมดึงฉันเข้าไปกอดแรงๆ 1ที
แต่ฉันก็ต้องนิ่วหน้า เมื่อพี่ต้อมไม่ได้เอ่ยคำลาอะไรกับฉันเลย

ฉันลาเพื่อนๆ ญาติๆของพี่ต้อม หลังจากที่พี่ต้อมเข้าไปแล้ว ฉันโบกแท๊กซี่และเข้าไปนั่งอย่างงงๆ หันไปมองสนามบินดอนเมืองอย่างสติไม่สมบูรณ์ รู้สึกน้อยใจเหลือเกิน ที่พี่ต้อมไม่พูดอะไรกับฉันสักคำ ในสมองฉันมันตื้อๆ

และเสียงโทรศัพท์ฉันก็ดัง ก่อนที่แท๊กซี่จะวิ่งออกจากดอนเมืองด้วยซ้ำ ...พี่ต้อมโทรมา...
"พี่ต้อมคะ"
"น้องอั๊ง น้องอั๊งต้องเป็นเด็กดีนะคะ" พี่ต้อมพูดเสียงเครือ
"พี่ต้อมอยู่ไหนคะ" ฉันตกใจ ยอมรับว่ารู้จักมาหลายปีดีดัก ฉันไม่เคยเห็นหรือได้ยินว่าพี่ต้อมจะร้องไห้
"พี่รอขึ้นเครื่องอยู่"
"อั๊งนึกว่าพี่ต้อมจะไม่คุยกับอั๊งแล้วซะอีก" ฉันบอก และพี่ต้อมก็เงียบไป
"พี่กลัวร้องไห้น่ะ" พี่ต้อมสารภาพ
แล้วพี่ต้อมก็พูดอะไรกับฉันมากมาย สั่งสอนฉันเยอะแยะไปหมดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ และน้ำตาฉันก็ไหล
"พี่ต้อมคะ เราจะได้เจอกันอีกไหม" ฉันถามพร้อมร้องไห้ ไม่สนใจว่าตอนนี้ฉันอยู่บนรถแท๊กซี่
"อืม อาจจะนะ เพราะพี่คงอยู่ที่นั่นเลย ถ้าจะกลับมาก็คงเพราะมาเที่ยว" พี่ต้อมบอก และฉันก็ยังคงร้องไห้ ให้ต้อมปลอบเหมือนเคย
จำได้ว่า ภาพความทรงจำเก่าๆมันตีย้อนขึ้นมาทีไร น้ำตาฉันก็ไหลมากขึ้นๆ
แม้พี่ต้อมจะวางสายไป แต่น้ำตาฉันก็ยังไม่หยุดไหล


**************************************
**************************************

และนั่นก็ยังเป็นความทรงจำดีๆ ที่ฉันมองเสมอว่าฉันโชคดี ที่ในชีวิตนี้เคยมีพี่ต้อม

พี่ต้อมเป็นพี่ชายที่แสนดีที่สุดในชีวิตฉัน ซึ่งความจริงแล้วฉันก็รู้แหละ ว่าพี่ต้อมคิดับฉันมากกว่าคำว่าน้องสาว

แต่ฉันก็ยังเป็นฉัน ที่ไม่ได้เป็นคนละเอียดอ่อนพอที่จะเห็นถึงความรู้สึกของพี่ต้อม

ในเมื่อพี่ต้อมบอกไม่เป็นไร สำหรับฉันคือ พี่ต้อมไม่เป็นไร

ฉันไม่เคยคิดกลับกันว่า ในขณะที่ฉันมีปัญหา ร้องไห วิ่งมาหาพี่ต้อม พี่ต้อมเค้าจะรู้สึกยังไง เมื่อเวลาฉันเศร้า ฉันก็วิ่งไปหา และพร้อมฉันยิ้มได้ฉันก็จากไป

ฉันเคยคิดว่าพี่ต้อมคงคิดกับฉันแค่น้องสาวจริงๆน่ะล่ะ จนกระทั่งตอนที่พี่ต้อมชวนฉันไปนิวยอร์คนั่นแหละ ฉันรู้ว่าเค้าชวนจริง ไม่ได้เอ่ยเล่นๆ แต่ก็นั่นล่ะ ฉันรักพี่ต้อมแบบที่ไม่ใช่รักเชิงชู้สาวนี่นา

พี่ต้อมเค้าจะดีใจไหมน๊า ที่ไม่ต้องมารับฟังปัญหาของไอ้เด็กบ้าๆบวมๆอย่างฉันอีกไหม ฉันคนที่ไม่รู้จักโต ฉันคนที่ไม่เคยคิดซับซ้อน หรือเข้าใจความรู้สึกลึกๆของคนใกล้ตัว ฉันที่อาจเผลอทำร้ายใจพี่เค้าไปตั้งหลายที

แต่ยังไงซะ ชีวิตนี้ พี่ต้อมก็คือพี่ต้อม เป็นความทรงจำดีๆ ที่อั๊งยังรักและไม่ลืมตลอดไปแน่นอนค่ะ


**พี่ต้อมคะ อั๊งขอบคุณ และอั๊งยังรักพี่ต้อมแบบเดิม เหมือนเดิมนะคะ**



Create Date : 12 กรกฎาคม 2552
Last Update : 12 กรกฎาคม 2552 2:31:57 น. 5 comments
Counter : 381 Pageviews.

 
ดีใจกับมิตรภาพค่ะ


โดย: โยเกิตมะนาว วันที่: 12 กรกฎาคม 2552 เวลา:9:28:08 น.  

 


โดย: หน่อยอิง วันที่: 12 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:32:25 น.  

 
อิจฉาจัง ที่เป็นคนไม่คิดอะไร อยากเป็นได้บ้างน่ะ


โดย: ForFanG วันที่: 12 กรกฎาคม 2552 เวลา:12:54:59 น.  

 
(สมัยก่อน เลเวลการต้านทานด้านความรักฉัน ค่อนข้างจะต่ำ)

555+ ชอบประโยคนี้จังค่ะ

แสดงว่าเด๋วนี้....เลเวลสูงขึ้นแล้วใช่มั๊ย?


โดย: เฮียตี๋ใหญ่ (destiny2way ) วันที่: 24 พฤศจิกายน 2552 เวลา:10:26:07 น.  

 
แวะมาฝากคำอวยพรจ้ะ "สุขสันต์ปี2010 มั่งคั่งความสุข มั่งมีความรัก พบเจอสิ่งดี ทุกข์โศกหลบหาย แข็งแรงกายใจ มากมายกว่าเดิม


โดย: p_tham วันที่: 1 มกราคม 2553 เวลา:4:03:59 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ปุ๊กกาป้า
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ปุ๊กกาป้า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.