ลั้น ลัล ลา เด็กน้อยสารภี ลั้น ลัล ลา ไม่ยอมฟังครู
Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
14 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
น้องรักกับห้องปริศนา และไอ้หมาแบงค์

วันสงกรานต์ที่เที่ยวที่ไหน(ยกเว้นกรุงเทพฯ) ห้องพักคงจะถูกจองเต็มจนเกือบหมด เหลือไว้แต่ห้องที่แพงหูฉี่ล่ะมั๊ง จึงทำให้ฉันเริ่มถอดใจ ที่จะออกเดินทางไปพักผ่อนหย่อนใจที่ต่างจังหวัด

จนกระทั่งเย็นวันหนึ่ง น้องรักก็โทรศัพท์มาหา
"เธอ พี่เอ๋ชวนไปนอนบ้านที่หัวหิน" น้องรักโทรมาชวนในเย็นวันจันทร์ ทำให้ฉันเกิดอาการสงสัยนิดหนึ่ง
"อ้าว ก็เค้าขายบ้านไปแล้วไม่ใช่หรือ" ฉันนึกไปถึงบ้านลังที่ติดถนน และใช้เวลาเดิน 3นาทีก็จะถึงชายหาดหัวหิน
"เค้าซื้อบ้านใหม่แล้ว อยู่ตรงข้ามฟากถนนบ้านเก่า" พอรักเฉลย ฉันเลย ถึงบางอ้อ และก็รีบกลับบ้านเพื่อเตรียมตัวจัดเก็บเสื้อผ้า

วันเดินทาง

จากกรุงเทพฯไปหัวหิน ที่ปกติฉันใช้เวลาขับรถแค่2-2ชั่วโมงครึ่งถึง กลับกลายเป็น 4ชั่วโมง เพราะรถติดมาก(เป็นหย่อม) และแค่วันนี้วันเดียว ฉันผ่านจุดที่เกิดอุบัติเหตุ ตั้ง 5ครั้งแน่ะ

และเมื่อมาถึงบ้านใหม่

เปิดประตูรั้วเข้าไป ก็เจอ เจ้าทาโร่ หมาตัวใหญ่ขนปุกปุย ก็วิ่งเข้ามาดมมือ เลียแข้งเลียขา ตามปกติวิสัยของหมา ที่จะใช้การดมแทนการเชคแฮนด์ทำความรู้จักอย่างหมนุษย์สากล

และพอก้าวเท้าเข้าบ้าน พี่เอ๋ ก็พาไปดูห้อง .. นั่นก็คือห้องปริศนาที่จะพูดถึงในวันนี้นี่ล่ะ

หลังจากเข้าไป และฉันก็ได้ยินเสียงพูดคุยกันตามประสาพี่น้อง ของน้องรักและพี่เอ๋ ซึ่งพี่ต่อ(สามีพี่เอ๋) ก็เดินไป เดินมา และนิวกับน้องนูนก้นั่งดู แชลแนลวี อยู่ที่โซฟากับฉัน

รักก็เดินออกจากห้องนั้น พร้อมเสียงที่ดังว่า

"ไม่ ฉันไม่นอนหรอก"
"โห..ไอ้น้องรัก แกจะกลัวอะไรว๊า ปู่กับย่าเค้าก็ตายไปตั้งนานแล้ว" เสียงพี่เอ๋ ดังออกมา พร้อมกับตัวที่ก้าวออกมา
"อั๊ง ฉันนอนไม่ไหวหรอก ดูสิ ไม่รูปปู่กับย่า เค้าแขวนไว้อ่ะ น่ากลัวจะตาย" รักบอกแค่นั้น ฉันก็นึกในใจว่า แค่รูป จะกลัวอะไรว๊า

และหลังจากที่เค้าเถียงๆกัน เรื่องพี่เอ๋จะให้นอน แต่รักก็ยืนยันจะกลับ ในขณะที่มือน้องรัก ก็ง่วนกับการต่อสายลำโพง 5.1 ที่พี่เอ๋เพิ่งซื้อเข้าบ้าน โดยมีพี่ต่อ ขวนขวายในการหาที่วางลำโพง เพื่อเอาไว้ดู DVDคอนเสิร์ตที่พี่เค้าชื่นชอบ

และฉันก็ต้องหัวเราะ เมื่อฉันได้เห็น ห้องปริศนากับตาตัวเอง เมื่อรักชวนเดินเข้าไปสำรวจ

"เธอดู ดูสิ" รักบุ้ยบ้ายไปทางหลังตู้เสื้อผ้าแบบโบราณ ที่มีกรอบรูป 2ใบใหญ่ตั้งอยู่ และในรูปนั้น รูป1ก็เป้นรูปขาวดำของผู้ชายคนหนึ่ง และอีกรูปหนึ่งก็เป็นรูปผู้หญิงวัยกลางคน ซึ่งรูปใบนั้นคงนานมาก เพราะขอบรูปเป็นสีน้ำตาลและมีรอยแหว่งไปบ้างแล้ว
"อั๊ง ดูสิ เวลาตายน่ะ ปู่กะย่าเค้าก็เสียไปตั้งนานแล้วจะกลัวอะไร ไอ้น้องรักนี่" พี่เอ๋เดินตามเข้ามาสมทบ พร้อมมาบลัฟน้องรักให้ฟัง
"นู่น ก็แค่เสื้อผ้าตัวเก่งของปู่ กับ ย่าที่เค้าชอบใส่ แขวนไว้เฉยๆ" พี่เอ๋มองไปทางหน้าต่าง ที่มี เสื้อยืด ชุดข้าราชการ ผ้าซิ่น และเสื้อคอกระเช้าสีส้มที่แขวนอยู่
"นั่นไงอั๊ง เสื้อผ้าก็มีแขวนไว้พร้อม" รักกระตุกมือ เหมือนกับจะฟ้อง
"แล้วก็แค่อัฐฐิเท่านั้นเอ๊ง" พี่เอ๋เฉลยอีกอย่าง ทำเอาฉันหันไปมองที่รูปภาพอีกครั้ง จึงพบว่า มีอัฐฐิวางไว้จริงๆ

แล้วน้องรักก็ลากฉันออกมาจากห้องปริศนานั่น
"น้องรัก ฉันยังเคยเอาอัฐฐิปู่ไปไว้ที่บ้านที่กรุงเทพฯนอนข้างๆกัน ฉันยังไม่กลัวเลยนะ" พี่เอ๋ก็ออกจากห้องนั้นตามหลังน้องชายมา แล้วพูดต่อ
"คืนนั้นฉันยังฝัน ว่าปู่มา แล้วพูดว่า 'เออ บ้านไอ้เอ๋เนี่ย มันเย็นสบายดี พ่อขออยู่ด้วยคนนะลูก' ฉันยังเฉยๆเลย" พี่เอ๋พูดจบ น้องรักก็ทำหน้าปุเลี่ยนๆ
"เออ...แต่ว่าไปตอนย่าเสีย ไอ้เอ..ก็เจอย่ามาโบกมือบ๊ายบายนี่หว่า" พี่เอ๋พูดต่อ ซึ่งพี่เอที่ว่าเนี่ย คือคนขับรถตู้ ที่ที่บ้านน้องรักจะใช้บริการเป็นประจำ
"ใช่ ใส่เสื้อคอกระเช้ามีส้มที่แขวนอยู่นี่เลย" น้องนิว (ลูกสาวพี่เอ๋ หลานสาวน้องรัก) ก็เล่าต่อ
"โห โห โห งั้นก็ยิ่งอยู่ไม้ไหวล่ะคร้าบ ผมกลับไปนอนบ้านก็ได้คร้าบ" น้องรักก็ทำเสียงโอดครวญ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของทุกคน และฉันก็นึกในใจว่า
'ตกลงนี่พี่เอ๋อยากให้อยู่จริงไหมเนี่ย' 555++

และรักก็พูดตอนอยู่กัน 2คนว่า
"อั๊ง เข้าใจใช่ไหม เค้าอยู่ไม่ไหวหรอก คิดดูนะ ตอนนอน ก็ต้องนอนจ้องหน้ารูป มีอัฐฐิไม่พอ ยังมีเสื้อผ้าแขวนอยูพร้อม แล้วยังมีตำนานหลังเค้าตาย ว่ามีคนเจอตั้งเยอะ มันเหมือนห้องนั้นเป็นห้องเค้าอ่ะ แล้วหัวนอน แล้วไหนข้างๆ ก็เป็นหน้าต่าง เค้าฟังเดอะช๊อคมาเยอะ เค้ามีประสบการณ์ ว่าถ้านอนนะ เจอแน่" รักพูดเสร็จ ก็ได้คำตอบจากฉันป็นเสียงหัวเราะอีกครั้ง

และหลังจากที่ทุกคน ไมว่าพี่เอ๋ พี่ต่อ นูน หรือ นิว จะชวนแกมขอร้อง แกมขู่ยังไง รักก็ยืนยันกระต่ายขาเดียวว่าจะหลับเท่านั้น

"อั๊งคิดดูสิ .. พี่ต่อ ลูกเค้าเองแท้ๆ ยังกลัวเล้ย ดูสิเปิดไฟทุกดวงในบ้านให้สว่างโร่ พี่เอ๋เห็นพูดงั้น ทำไมไม่แลกห้อง ให้ฉันไปอยู่ห้องเค้าแทนล่ะ แล้วนิวมันยังยอมนอนที่โซฟาเลย ให้ตายยังไงฉันก็ไม่ค้าง อั๊งขับรถไหวใช่ไหม ไม่งั้นเดี๋ยวเราหาโรงแรมที่อื่นพักก็ได้นะ เท่าไหร่เดี๋ยวฉันจ่ายเอง" แน่ะ...ยอมทุ่มทุนค่าโรงแรมด้วยแฮะ น้องรักนี่

จบ



ต่อไป คือเรื่องไอ้หมาแบงค์



ไอ้หมาแบงค์ที่จะพูดถึง ไม่ใช่คนชื่อแบ๊งค์ที่เราไปเติมคำนำหน้าว่า "ไอ้หมา" หรอกนะ แต่มันคือ หมาจริงๆ

ก้าวแรกที่ฉันเหยียบเข้าไปบ้านใหม่ของพี่ต่อกับพี่เอ๋ ก็มีหมาพุดเดิ้ลตัวหนึ่งวิ่งกระโจนเข้าหารัก พร้อมเห่ากรรโชกอย่างน่ากลัว

ตอนแรกรักก็ตกใจอยู่หรอก แต่ดูท่าทางกระโดดเห่าถอยหลังของมันแล้ว ก็ทำเอากลัวไม่ลง

และหลังจากที่พี่ต่อลากไอ้เจ้าแบงค์ไปหลังบ้าน แล้วปิดประตูทั้งประตูเหล็กดัดแล้ว ก็ยังต้องปิดประตูไม้ เพื่อให้ไอ้หมาแบงค์ไม่ต้องเห็นหน้าน้องรัก เพื่อที่มันจะได้หยุดเห่าเสียที ฉันก็มีธุระต้องเปิดประตูไปหลังบ้าน

และทันทีที่ไอ้เจ้าแบงค์มันเจอหน้าฉัน มันก็เห่าใส่1ที พร้อมกระโดดเกาะขา เลียแข้ง เลียขา ต้อหน้าต่อตาที่มีคำถามของรัก
"เฮ๊ย..ทำไมมันไม่เห่าอั๊ง แถมยังไปเลียขาอั๊งด้วย ไอ้หมาเจ้าชู้ ไปไป๊" รักชี้หน้าไล่ไป้หมาแบงค์ ที่ตอนนี้ มันสนใจแต่จะกระโดดเกาะขาฉันลูกเดียว

และพอพี่เอ๋ แยกมันออกจากฉันได้สำเร็จ มันก้แทรกเาหัวมุดมามองความเป็นไปภายในบ้าน พร้อมมองมาที่ฉัน ที่เดินไปนั่งข้างรักที่กำลังต่อสายลโดพงอยู่ และพอฉันนั้งลง รักก็เอามือจับหัวฉัน

และทันทีที่รักเอามือจับหัวฉัน
"โฮ่งๆๆๆๆๆๆ" ไอ้หมาแบงค์ลุกขึ้นมาเห้าแทบเป็นแทบตาย
และพอรักเอามือออก มันก็เลิกเห่าและกลับไปนอนท่าเดิม
และเมือรักเอามือแตะหัวฉันอีก ไอ้หมาแบงค์ก็เริ่มเห่าอีก เป็นอย่างนี้จนฉันเริ่มรำคาญ ที่รักก็ช่างเป็นคนช่างแหย่หมา และไอ้แบงค์ก็ช่างเป็นหมาที่นะ เจ้าชู้เสียจริง

และรักยังมีหน้ามีลอยหน้าลอยตา พูดกับไอ้หมาแบงค์ว่า
"เฮ๊ย...อัีงอ่ะแฟนกูเฟ๊ย มึงจะมาหวง มาแย่งอ่ะ ฝันไปเห้อะ 55555+"
เอากับเจ้าประคุนรุ่นช่องเธอสิ


แถม...

ตอนพิเศษ "หาดปริศนา"


หลังจากที่น้องรักอยากเล่นน้ำทะเลมากๆ และก็ชวนนิวกับนูนเป้นอันสำเร็จ รถ2คันก็เริ่มออกเดินทางไปชายหาด ซึ่งฉันก็ให้พี่เอ๋นำหน้าไป เพราะสามีเค้าเป็นคนพื้นที่ที่นี่

และหลังจากมาตามทาง ฉันก็รู้เลย ว่าพี่เอ๋กำลังไป หาดทราน้อย ที่เขาเต่า ที่ฉันเคยมาทีนึงกับเพื่อนๆ แต่ไม่ได้ลงเล่นหรอกนะ เพราะน้ำที่นี่มันลึก และฉันไม่ค่อยชอบเป็นการส่วนตัว
แต่พี่เอ่บอกว่า "ที่นี่แหละ คนไม่เยอะเท่าไหร่"
แต่ในสายตาที่ฉันกะคร่าวๆ ชายหาดสั้นๆ ไม่ยาวมาก ที่ฝั่งหนึ่งติดเขา อีกฝั่งหนึ่งมีพระอภัยมณีเป่าขลุ่ยอยู่ ว่าจำนวนผู้คนน่าจะประมาณสัก 200คน ไม่มาก-น้อยกว่านี้เท่าไหร่

หลังจากที่ยืนถกกันว่าจะเล่นน้ำฝั่งไหนดี เราก็เดินผ่านร้านค้าร้านหนึ่ง ที่จู่ๆคนขายก็ยืนหน้าออกมาบอกว่า
"อย่าไปเล่นน้ำผั่งที่ติดเขานะ เพราะมันมีน้ำวน วันก่อนเพิ่งตายไป 2ศพ"

และนั่นก็ทำให้ฉันสมหวัง

สมหวังอย่างไรนะเหรอ ก็ทุกคนต่างลงความเห็นด้วยกัน ว่าถ้าเพิ่งมีคนตาย อย่างนั้น เราควรเปลี่ยนหาดดีกว่า

ปล.เราก็เลยกลับไปที่ชายหาดเดิม ชายหาดที่บ้านพี่ต่อเคยอยู่ตรงนั้น




แถม ..... เรื่องบ้านอาถรรพ์ของแท้

จำได้ว่า บ้านพี่ต่ออยู่ติดถนน ซึ่งปลายซอยบ้านพี่ต่อนั้นจะเป็นชายหาด ซึ่งด้านขวามือ เคยมีบ้านโบราณที่มีต้นให้ใหญ่ขึ้นรกครึ้ม

แม่น้องรักบอกว่า นี่เป็นบ้านของใครสักคนนี่ล่ะ ที่แม่เค้ารู้จัก และเคยมานอน

และน้องรักก็บอกว่า บ้านหลังนี้เป็นที่พักอากาศ ไม่ค่อยมีคนมาหักหรอก แต่จะมีแม่บ้านมาทำความสะอาด

รักบอกอีกว่า คุณ..(ขอสงวนชื่อ) สนิทกันเพราะทำงานศิลปะเหมือนๆกัน เค้าเคยยัดเยียดกุญแจให้มานอนพักให้ได้ พอเข้าบ้านไป ก็เจอรูปเจ้าคุณยืนตระหง่านอยู่กลางบ้าน น่ากลัวมากๆ แต่บรรยากาสดี เพราะแค่เปิดหน้าต่างไป ชายหาดและทะเลก็อยุ่ตรงหน้าเลย และแม่รักก้บอกว่า "ใช่ลูก วิญญาณท่านเจ้าคุณยังอยู่ที่บ้านหลังนี้" บรื๋อออออ

และคงเป็นเพราะความที่คนในครอบครัวไม่ค่อยมีใครมาพักเท่าไหร่ และน้องรักเองถึงจะสนิทกับคุณเจ้าของบ้านมากเท่าไหร่ เวลามาหัวหิน รักก็เลือกจะไปนอนที่อื่นเสียมากกว่า คุณ..เจ้าของบ้านก็เลยตัดสินใจขาย

และก่อนหน้านั้น รักก็ไปหาคุณเจ้าของบ้านคนนี้ ที่โรงแรมแห่งหนึ่งแถวรัชดา เนื่องจากบ้านที่กรุงเทพฯของคุณเจ้าของrenovateอยู่
รักเล่าให้ฟังว่า คุณเจ้าของมีความคิดอยากจะเปิดแกลลอรี่แสดงงานศิลปะ และอยากให้รักช่วย

และหลังจากที่รักไปหาคุณเจ้าของบ้านนั้น แค่เพียง 3วัน ก็ได้ข่าวว่าเค้าป่วย ถึงกับขนาดเข้าไอซียู ทั้งที่ก่อนหน้านั้น เค้าคือผู้ชายที่แข็งแรงดีมาก และหลังจากนั้นไม่ถึงสัปดาห์ คุณเจ้าของบ้านก็เสียชีวิต

แม่รักบอกว่า "มันเป็นอาถรรพ์น่ะลูก บรรพบุรุษท่านไม่อยากให้ขาย แต่คุณ..เค้าไม่เชื่อขายไป ก็เลยเป็นแบบนี้ล่ะ"


และปัจจุบัน บ้านไม้แบบโบราณก็กลายเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ดูทันสมัย เก๋ และสวยมากแห่งหนึ่งที่ชายหาดหัวหิน ไม่รู้ว่าเป็นโรงแรมให้เช้่า หรือ ขายขาด แต่ทุกครั้งที่ฉันมองเข้าไป ฉันยังเห็นต้นไม้ใหญ่ เก่าแก่อยู่กลางสิ่งปลูกสร้าง มันทำให้ฉันมีคำถามหนึ่งเกิดขึ้น

"ถ้าวิญญาณบรรพบุรุษยังอยู่ในบ้านเก่าตอนนั้น และตอนนี้ล่ะ ท่านยังอยู่ อยู่ไหม"








Create Date : 14 เมษายน 2553
Last Update : 14 เมษายน 2553 12:36:23 น. 3 comments
Counter : 270 Pageviews.

 
มาเยือนเว็บจาก tttp://www.thai-school.net/wanarat


โดย: พริกดิบ (พริกดิบ ) วันที่: 14 เมษายน 2553 เวลา:13:35:04 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: TREE AND LOVE วันที่: 14 เมษายน 2553 เวลา:14:23:08 น.  

 


โดย: thanitsita วันที่: 14 เมษายน 2553 เวลา:19:41:25 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ปุ๊กกาป้า
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ปุ๊กกาป้า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.