ชื่อ อทิตยา มี ลูกชาย 1 ชื่อ อเล็กซานเดอร์............... มีหลานชาย ( เป็นลูกหมา ) 2 ตัวชื่อ โจอี้ กับ จูเนียร์............... เราทั้ง 4 ใช้นามสกุล เดียวกันว่า มังกร ................... มีบ้านอยู่ ใกล้คลอง เจ้าหญิง เมืองอัมสเตอร์ดัม.................. 2แม่ลูก แบกกระเป๋าเที่ยวบ่อย ทำนองว่า ทัศนศึกษา.................... เที่ยวไปมา แม่ติดลม แล้วก็มาติดบลอค บางที ก็ยกขโยงไปทั้ง4 เป็น มังกรแฟมิลี่ สัญจร ............................. รู้จักกัน พอเป็นกระสัย จะได้ ทักทายกัน พอสมควร เจ้า

บาร์เซโลน่า ใต้กลิ่นอาย"อาร์ต นูโว"บาย"เกาดี้" โดย จุฬาลักษณ์ ภู่เกิด

บาร์เซโลน่า ใต้กลิ่นอาย"อาร์ต นูโว"บาย"เกาดี้"

คอลัมน์ บันทึกเดินทาง

โดย จุฬาลักษณ์ ภู่เกิด


มีโอกาสโฉบชมสีสันของ "บาร์เซโลน่า" เมืองหลวงของแคว้นคาทาโลเนีย และเมืองใหญ่อันดับ 2 ของสเปน ก็เมื่อต้องติดสอยห้อยตามคณะทำงานด้านการเปลี่ยนถ่ายไต ที่ประกอบด้วยคุณหมอจากหลายหน่วยงานไปถ่ายทอดประสบการณ์เรื่องการจัดการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะของที่นี่

"ซึ่งถือว่ามีประสิทธิภาพระดับโลก เพื่อนำมาใช้รองรับคนไข้ไตวายที่กำลังทวีจำนวนมากขึ้นทุกที"

ที่ต้องใช้คำว่า "โฉบ" ก็เพราะมีเวลาได้ทำความรู้จักกับบาร์เซโลน่าจริงๆ แค่วันครึ่ง ซึ่งไฮไลต์จะอยู่ที่ความงามด้านสถาปัตยกรรมสไตล์ อาร์ต นูโว อันเป็นผลงานของสถาปนิกและศิลปินดังของสเปน "อันโตนิโอ เกาดิ" (Antonio Gaudi)

ว่ากันว่า "เกาดี้" เป็นสถาปนิกที่มีความเป็นส่วนตัวสูง ชอบเก็บเนื้อเก็บตัว เลยต้องจบชีวิตอย่างอนาถ เพราะจู่ๆ ออกมาเดินถนนแล้วบังเอิญถูกรถรางชน แต่ไม่มีใครรู้จักว่าเขาเป็นคนดัง จึงไม่กระตือรือร้นช่วยเหลือได้ทันเวลา

วันแรกในบาร์เซโลน่าท่ามกลางอากาศอุ่นจัดและแดดจ้า ทำให้ฝืดนิดๆ ที่สำคัญทริปนี้ไม่มีไก๊ด์คนไทย มีแต่สาวสเปนมาดลุยมาพากย์ภาษาอังกฤษสำเนียงสเปนให้ฟัง

สเปนเคยเป็นอาณาจักรที่ปกครองตนเองมาก่อน- ก่อนตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของกรีกและโรมันยาวนาน กระทั่งตกมาอยู่ในมือฝรั่งเศส ก่อนที่จะเป็นสเปนในปัจจุบัน




จุดแรกที่คุณไกด์ปูพื้นให้รู้จักรากที่มาของสเปนคร่าวๆ ก็คือ Poble Espanyol De Barcelona หรือ "หมู่บ้านสเปน" ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ปี 1929 เพื่อเป็นไฮไลต์ให้คนที่มาเที่ยวงาน "บาร์เซโลน่า อินเตอร์เนชั่นแนล เอกซ์ฮิบิชั่น" (หรือสมัยนี้ก็คืองาน เอ็กซโปนั่นเอง) ได้รู้จักศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และหัตถกรรมที่โดดเด่นจากเกือบทุกแคว้นของประเทศ ภายในพื้นที่ 49,000 ตร.ม. รวมทั้งสิ้น 117 จุด ทั้งอาคาร ถนน จัตุรัสที่มีชื่อเสียง โดยใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 13 เดือน





Poble Espanyol De Barcelona จึงคล้ายๆ เอาเมืองโบราณมารวมกับศูนย์ศิลปาชีพฯ แต่มีสีสันและมีชีวิตชีวามากกว่า เพราะมีกิจกรรมรูปแบบต่างๆ มาดึงดูดนักท่องเที่ยวให้รู้จักความเป็นสเปนจริงๆ ที่ไม่ใช่แค่สิ่งปลูกสร้าง

และอีก 2 รายการใหญ่ที่เป็นไฟลท์บังคับว่าต้องไป ไม่งั้นเหมือนมาไม่ถึงบาร์เซโลน่า นั่นคือ "มหาวิหาร ลา ซากราดา ฟามีเลีย" ผลงานก่อนเสียชีวิตของเกาดี้ และ คาซา มิลล่า บ้านเศรษฐีที่เกาดี้ออกแบบเพื่อสะท้อนจินตนาการและแรงบันดาลใจสไตล์ "อาร์ต นูโว" ของเขา




ท่าเรือบาร์เซโลน่า

ศิลปะจากแรงบันดาลใจของ "เกาดี้" บนดาดฟ้า "คาซา มิลล่า" ดูคล้ายมนุษย์ต่าวดาว

โรงแรมและพลาซ่าบนเขา "มองเซอร์รัต"




แต่นั่นคือช่วงบ่ายไปจรดเย็น หลังมื้อกลางวันที่ตั้งต้นตอน 14.00 น.ไปแล้ว (ขณะที่มื้อค่ำ ตามมาตรฐานของชาวสเปนทั่วไปคือ 22.00 น. ซึ่งในช่วงฤดูร้อนนี้ เพิ่งจะย่ำค่ำ )

เมนูอาหารกลางวันตามแบบฉบับสเปนเริ่มต้นที่ออร์เดิฟคล้ายติ่มซำ แต่เน้นของทอดที่ออกรสเค็ม จนบรรดาคุณหมอร่วมทริปแอบเม้าธ์ "สงสัยคนสเปนกินเค็มจนเป็นโรคไตกันเยอะ เลยกลายเป็นผู้บุกเบิกเรื่องรณรงค์รับบริจาคไตมาเปลี่ยนถ่าย"

มหาวิหาร ลา ซากราดา ฟามีเลีย ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของบาร์เซโลน่าก็ว่าได้ ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1882 ในสไตล์ "นีโอ โกธิค" เดิมทีมี "ฟราสซิส บิลาร์" เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง มาถึงปี 1892 อันโตนิโอ เกาดี้ ก็มารับช่วงต่อและออกแบบหอคอยสูงโดยใช้โมเสคหรือเซรามิคชิ้นเล็กๆ มาประดับตกแต่งจนเป็นเอกลักษณ์ แถมต่อเติมเพิ่มความสูงของยอดวิหารไปถึงระดับ 150 เมตร

แต่ปรากฏว่าเกาดี้ก็มีอันต้องจบชีวิตไปในอีก 34 ปีต่อมา งานชิ้นมหึมานี้เลยค้างคาสร้างไม่เสร็จจนทุกวันนี้ แต่....นี่กลับเป็นจุดขาย ใครมามองด้านนอกก็จะเห็นเครนยักษ์ทำงานอยู่ตลอดเวลา ส่วนด้านในวิหารที่กำลังต่อเดิมก็ระเกะระกะไปด้วยอุปกรณ์และวัสดุในการก่อสร้างโดยเฉพาะ "หิน" จากแหล่งที่มีคุณภาพเกรด เอ จากทุกภูมิภาคของสเปน




The Virgin of Montserrat รูปพระแม่มารีกับพระเยซู แกะสลักด้วยไม้สีดำ

"มหาวิหาร ลา ซากราดา ฟามีเลีย" งานสร้างมาราธอนจนใช้เป็นจุดขายนักท่องเที่ยว

ตึกรูปทรงเป็นเอกลักษณ์สไตล์เกาดี้

เด็กนักเรียนโชว์คอรัสกล่อมนักท่องเที่ยวใน "หมู่บ้านสเปน"



"ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าอีกกี่ปีวิหารนี้จึงจะแล้วเสร็จ ว่ากันว่าอาจจะไปเสร็จในอีก 21 ปีข้างหน้าหรือ พ.ศ.2572 โน่น"

ความโด่งดังของคุณเกาดี้นี่เอง ทำให้ไก๊ด์มาดเท่ของเรานำเสนอด้วยความภาคภูมิใจ ว่าต้องไปดูต้นทางความคิดของสถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่นี้ที่ "คาซา มิลล่า" หรือบ้านของตระกูลมิลล่า ที่ให้เกาดี้ช่วยออกแบบ พอสร้างเสร็จก็เปิดขายตั๋วให้คนเข้าดูความแปลกแหวกแนวจนรวยไม่รู้เรื่อง

แรกๆ มองจากภายนอกก็ยังงงๆ ว่าก็เหมือนตึกสไตล์อาคารสเปนทั่วไปที่แต่ละหลัง "ไม่ธรรมดา" แต่ทำไมคนเข้าแถวรอชมยาวจัง ร้อนก็ร้อน พอดีเราจองตั๋วไว้ล่วงหน้า เลยไม่เสียเวลารอ

จุดเด่นของการออกแบบสไตล์อาร์ต นูโว ของเกาดี้ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่มีใครเหมือน เพราะเน้นเรื่องทิศทางของแสงและเส้นโค้งมนมากกว่าเส้นตรงตามสไตล์ขรึมเข้มแบบดั้งเดิมของสเปน รวมทั้งการตกแต่งด้วยโมเสคที่เป็นจุดเด่น (แม้จะมีบ้านสไตล์นี้มาสร้างแข่งภายหลังหวังแย่งคนดู แต่ก็ยังไม่อาจเทียบชั้นเขาได้ ) อาจเป็นความแปลกแตกต่างเช่นนี้เอง ที่ทำให้คนสเปน โดยเฉพาะคนบาร์เซโลน่า หันมาปลื้มสไตล์เกาดี้ อาคารสิ่งก่อสร้างหลักๆ ในช่วงหลังจึงเป็นอิทธิผลของเกาดี้เสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่ของชิ้นเล็กชิ้นน้อยและของที่ระลึกที่ทำจากโมเสค โดยเฉพาะ "อีกัวน่า" ที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเกาดี้และบาร์เซโลน่า

ไฮไลต์สุดท้ายสำหรับการได้เที่ยวบาร์เซโลน่าแบบ "โฉบ" ครั้งนี้ คือ "วิหารแห่งมองเซอร์รัต" ที่ต้องนั่งรถออกไปนอกเมืองราว 40 นาที เพื่อไปขึ้นกระเช้าสู่เขามองเซอร์รัตที่สูงถึง 1,236 เมตรจากน้ำทะเล (ซึ่งที่จริงก็มีรถไฟวิ่งถึงแต่ไม่น่าตื่นเต้นเท่ากระเช้า)

ที่นี่ มีหินรูปทรงแปลกประหลาดเป็นสัญลักษณ์ ว่ากันว่าบริเวณนี้เดิมเคยเป็นทะเลมาก่อนเพราะยังมีซากเศษหอยอยู่ทั่วไป หินรูปทรงประหลาดก็คาดว่าเกิดจากแรงดันตามธรรมชาตินับล้านปีมาแล้ว ที่นี่มี The Virgin of Montserrat หรือ รูปพระแม่มารีกับพระเยซูแกะสลักด้วยไม้สีดำเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว ที่จะต้องเข้าแถวยาวตั้งแต่หน้าโบสถ์แล้วเดินขึ้นไปตามช่องแคบๆ เพื่อแตะมือพระแม่มารีเป็นการแสดงความเคารพตรงช่องกระจกที่เปิดไว้ให้

และที่น่าสนใจสำหรับคนนิยมศิลปะก็คือพิพิธภัณฑ์ที่สะสมรูปวาดหลากสไตล์ที่มีผู้บริจาค

ถ้าไม่ได้คุณไก๊ด์คนเก่ง เราก็คงไม่รู้ว่าสมัย ปาโปล ปิกัสโซ่ ศิลปินสเปนชื่อก้องโลกยังเป็นวัยรุ่นแค่ 14-15 ปี เคยวาดรูปชาวประมงผู้เฒ่าที่เราเห็นของจริงที่นี่แล้วต้องอึ้งทึ่ง รู้สึกประทับใจมากกว่าภาพอิมเพรสชั่นนิสม์อันโด่งดังในช่วงหลังของเขาเสียอีก

เวลากระชั้นอีกตามเคย เลยได้แค่มองรูปวาดอันสวยงามละลานตาด้วยแววละห้อย ก่อนอำลากลับเข้าเมือง ก่อนที่จะมาปิดท้ายที่ "ลา แรมบล้า" ถนนสายช็อปปิ้งอันน่ารัก มีเสน่ห์ และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ประมาณว่ารอบๆ บริเวณนั้น คือการเอาถนนข้าวสารมารวมกับจตุจักร แต่งเติมสีสันด้วยถนนสีลม ผสมกับถนนคนเดินของเชียงใหม่ เพราะเป็นย่านที่ไม่เคยหลับใหล ไม่เคยร้างผู้คนไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน

"วันที่อำลาบาร์เซโลน่า อาณาจักรแห่งเกาดี้ อากาศเริ่มร้อนระอุเดือดเฉียด 38 องศา แอบฝันว่าค่ายูโรเหลือเท่าดอลลาร์เมื่อไหร่ จะกลับมาตะลุยเที่ยวแบบซำเหมาให้สุดสุดอีกสักครั้งในชีวิต"






 

Create Date : 12 ตุลาคม 2551
2 comments
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2552 17:22:00 น.
Counter : 908 Pageviews.

 

น่าสนใจดีจัง

 

โดย: หนูริวจัง 12 ตุลาคม 2551 22:07:48 น.  

 

ตามมาอ่านด้วย

 

โดย: tuk-tuk@korat 14 ตุลาคม 2551 11:01:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


แม่ซานเดอร์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2551
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
12 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ซานเดอร์'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.