ชื่อ อทิตยา มี ลูกชาย 1 ชื่อ อเล็กซานเดอร์............... มีหลานชาย ( เป็นลูกหมา ) 2 ตัวชื่อ โจอี้ กับ จูเนียร์............... เราทั้ง 4 ใช้นามสกุล เดียวกันว่า มังกร ................... มีบ้านอยู่ ใกล้คลอง เจ้าหญิง เมืองอัมสเตอร์ดัม.................. 2แม่ลูก แบกกระเป๋าเที่ยวบ่อย ทำนองว่า ทัศนศึกษา.................... เที่ยวไปมา แม่ติดลม แล้วก็มาติดบลอค บางที ก็ยกขโยงไปทั้ง4 เป็น มังกรแฟมิลี่ สัญจร ............................. รู้จักกัน พอเป็นกระสัย จะได้ ทักทายกัน พอสมควร เจ้า

เยือนปราสาทบูดา คารวะท่านArthur Görgey

พาเที่ยว บูดาเปสท์ คงเป็น แบบ รถเข็น ขาย น้ำแข็งใสใส่น้ำหวาน ค่อยๆเข็น ค่อยๆไส ( น้ำแข็ง ) หวานเย็น ฉ่ำใจ หรือ จืดชืด ต้องคอยชม





เริ่มกันที่ ทางเข้า มีหลายทาง แต่เย็นนี้ เลือก ขึ้น รถราง ( น่าเรียกงี้เนาะ ) รถเขาหรูหรา มีประวัติ ว่าแต่ว่า ถ้าเล่า ประวัติรถ คงไปไม่ได้ไกล ครานี้ คงยิ่งช้า กว่ารถเข็น ซะอีกน่ะ









อย่ากระนั้นเลย ขึ้นรถกันเหอะ




















ขอหยิบรูปนี้ จาก Wikipedia, มาให้ชม จะได้ เห็น ภาพรวม ชัดหน่อย แต่ รูป อื่น กระจัด กระจาย แม่ซานเดอร์ เดิน เก็บเอง ขอรับรอง ยืนยันค่า







Buda Castle (Hungarian: Budai Vár) is the historical castle of the Hungarian kings in Budapest, Hungary. Buda Castle was built on the southern tip of Castle Hill, next to the old Castle District. It is part of the Budapest World Heritage Site, declared in 1987.


แปลว่า ปราสาทบูดา เป็น ส่วนหนึ่ง ของมรดกโลก นับแต่ปี คศ. 1987 ใช่เปล่าคะ หาคน ช่วยแปล ไม่มีใครยอมช่วย ลองๆ เปิดดิก แกะคำดู ผิดพลาดไง อาจมีคนช่วย คราวนี้แหละ







ออกจากรถ ก็ เดิน มาเข้าประตู ตรงนี้ แหละค่ะ เดิน 3 นาที ถ้าวิ่งเอา ก็ ครึ่ง นาที








เข้าไปข้างใน โห มี ปราสาทใหญ่ อยู่ข้างหน้า มีพื้นที่ กว้าง ให้เดินอีกเยอะ แต่ เรา เพิ่งเดิน ลิ้นห้อย มาจาก ในเมือง อย่ากระนั้นเลย นั่งดื่มน้ำ ร้านเก๋ไก๋ วิวสวย ข้างซุ้มประตู จะประเสริฐ เลิศเข้าท่า







ตอนแรก ก็ จะดื่ม แต่ น้ำ แต่นั่งชมวิวเพลิน แล้ว น่า สลัด อีก จาน ก็ ไม่เลว










ดู สิคะ วิว 1 ใน 100 ที่เห็น และ เก็บรูปมา







เดิน เดิน เดิน ชาติจะก้าวหน้า เราต้องพากันเดิน ที่เมืองไทย เขา เดินกู้ชาติกัน คนอยู่ไกล ได้ แต่เอาใจช่วย ไม่กล้า ฟันธง ว่าใครผิด ใครถูก แต่บางคน นั้น ผิดชัดเจน จนไม่ต้องเอาธงไปฟัน ขอให้วันร้ายๆ ของเมืองไทย ได้ผ่านพ้น แต่โดยดี






จากประตู เดินมา สัก 500 เมตร จะเป็น ด้านหน้า ปราสาท ตรงนี้ ล่ะค่ะ ( จริงๆ แล้วก็ สงสัย ตรงนี้ ปราสาท เปล่าหวา แต่ เห็น มัน กว้าง ใหญ่โต กว่าเพื่อน คงใช่ล่ะน่ะ ) ชม ตึก ชมวิว ชม เด็กๆ วัยรุ่นกลุ่มใหญ่ เกาะ อนุสาวรีย์ ดื่ม และ เฮฮากัน ลูกเอย หลานเอย ปู่ย่า สร้างบ้าน ทำเมือง พวกหนู เอาแต่ เฮฮา ชม หนุ่มสาว โรแมนติค จริงๆ ก็ เรื่อง ธรรมชาตินิ ชื่นชม ก็แล้วกัน








The first royal residence on the Castle Hill was built by King Béla IV of Hungary between 1247 and 1265[2].

The oldest part of the present-day palace was built in the 14th century by Prince Stephen, Duke of Slavonia[3], the younger brother of King Louis I of Hungary. The Gothic palace of King Louis I was arranged around a narrow courtyard next to Stephen's Tower.

King Sigismund Luxemburg of Hungary greatly enlarged the palace. During his long reign it became probably the largest Gothic palace of the late Middle Ages. Buda was also an important artistic centre of the International Gothic style.

The last phase of grand-scale building activity happened under King Matthias Corvinus) when Italian humanists, artists and craftsmen arrived at Buda. The Hungarian capital became the first centre of Renaissance north of the Alps.

After the Battle of Mohács the medieval Kingdom of Hungary collapsed. On 29 August 1541 Buda was occupied again by the Ottomans without any resistance. The Hungarian capital became part of the Ottoman Empire as the seat of the Eyalet of Budin.

The new Ottoman government left the palace decaying. It was partially used as barracks, a storage place and stables, otherwise it stood empty.

The medieval palace was destroyed in the great siege of 1686 when Buda was captured by the allied Christian forces. In the heavy artillery bombardment many buildings collapsed and burned out.

In 1715 King Charles III ordered the demolition of the ruins. Luckily the southern fortifications, zwingers and rooms were only buried under tons of rubbish and earth.

In 1715 a small Baroque palace was built which is identical with the core of the present-day palace.









ยกประวัติ ของปราสาท มาให้อ่านเอง คั่นรายการบ่น ต้องมี สักคน แหละน่า ที่ ชมรูป แล้ว แม๊ อยากรู้ ที่มาที่ไป จังเลย แล้วขี้เกียจ คลิก กูเกิล ก็เลย หยิบมาวาง ตรงนี้เลยค่ะ และ ถ้าอ่าน ประวัติ ตาลาย มีร้านหรูหรา หน้ามิวเซียม ให้ชม

In 1748 Count Antal Grassalkovich, President of the Hungarian Chamber appealed to the public to finish the derelict palace by means of public subscription. The new Royal Palace became the symbol of peace and friendship between the Habsburg dynasty and the nation.

The plans of the splendid, U-shaped Baroque palace with a cour d'honneur were drawn by Jean Nicolas Jadot, chief architect of the Viennese court. They were later modified by his successor, Nicolaus Pacassi. The foundation stone of the palace was laid on 13 May 1749. In 1769 the palace was finished.

In 1791 the palace became the residence of the Habsburg Palatines of the Kingdom of Hungary. The palatinal court in Buda Castle was the centre of fashionable life and high society in the Hungarian capital.

On 4 May 1849 the Hungarian revolutionary army of Artúr Görgey laid siege on Buda Castle. The Hungarians captured Buda with a great assault, but the palace completely burned out.

The palace was soon rebuilt between 1850 and 1856. Later in 1867 after the Ausgleich Franz Joseph was crowned to the king of Hungary. The palace played an important part in the lavish ceremony, symbolizing peace between the dynasty and the nation.

In the last decades of the 19th century the autonomous Hungarian government intended to create a royal palace that matches any famous European royal residence. The process of rebuilding lasted about forty years between 1875 and 1912, and caused sweeping changes in topography of the whole area.

The new Royal Palace, designed by Alajos Hauszmann, was officially inaugurated in 1912. Contemporary critics praised it as the most outstanding Hungarian building of the turn of the century. Indeed it was a magnificent Gesamtkunstwerk of architecture, sculpture, applied arts and gardening.

After the 1918 revolution and the dethronization of the Habsburg dynasty the Royal Palace became the seat of the new regent of the Kingdom of Hungary, Miklós Horthy.

Buda Castle was the last major strongpoint of Budapest held by Axis forces during the siege of Budapest between 29 December 1944 and 13 February 1945. Heavy fights and artillery fire rendered the palace once again into a heap of ruins.







ไหนๆ ก็ หยิบมาแล้ว อ่านจนครบข้อมูล เลยแล้วกัน


Immediately after the war archeological research was begun to unearth the remains of the medieval castle. It came out that important parts of the former Sigismund and Matthias palace survived under the thick level of earth fill.

The grand-scale reconstruction of the medieval fortifications substantially changed the cityscape of Budapest. It is considered a highly successful project which managed to reconcile historical authenticity with urban planing demands.

The fate of the ruined Neo-Baroque palace was different. The new Communist government of Hungary considered the Royal Palace a symbol of the former regime. During the 1950s the palace was gutted and all the interiors were destroyed. Important exterior details were also demolished. Buda Castle became a cultural centre with three museums and the home of the National Széchényi Library.

The modernist dome was designed by Lajos Hidasi in 1961. The palace was rebuilt by 1966 but the interior spaces got ready only in the 1980s.

In March 2006 the National Office of Cultural Heritage finalized the long term development plan of Buda Castle. Asserting that the modernization in 1952-66 caused irreversible damage they proposed the partial reconstruction of the outer façades including the dome and the Habsburg Steps. [2] There is no decision about the realization of the management plan.

In 2008 an underground garage for 700 cars were built by an international consortium under the former Csikós Court. The developer was granted permission to demolish a 4,5 m long section of the 15th century castle wall. The agreement was criticized by archeologists and the public alike but the demolition was carried out. [4] Previously the whole area was excavated by archologists. After the completion of the garage the formerly derelict Csikós Court will be landscaped and the medieval zwingers restored.








เดิน ชมด้านหน้า จนพอใจ มุดประตู ออก มามุมนี้

ปล. ใคร อ่าน ที่หยิบมาให้ ไม่หนำใจ ตามอ่านต่อได้ //en.wikipedia.org/wiki/Buda_Castle เจ้า







กลางวัน อาจมีการ เปิดน้ำพุ แต่ เวลาที่มาเยือน นี่ 2-3 ทุ่ม










เลี้ยวซ้าย จะมาตรงนี้






เดินเข้าไปดู ก็จะเห็น อย้าง นี้ล่ะค่ะ แต่ ไม่กล้า ส่ง ทุกรูป หรอกนะคะ ดูพอเป็น กระสัย








จากมุมที่เมื่อกี้ เราเลี้ยวซ้าย ใช่ไหมคะ ถ้า เลี้ยวขวา จะเป็น ตรงนี้







เห็น ซากปรักหักพังของเมือง ที่ไหน ก็ คิดถึง อยุธยา และ สุโขทัย ของเรา






เขาว่า ประวัติศาสตร์ มีไว้สอนสั่ง แต่ พวกเรา ก็ไม่เคย พ้นวังวน มันได้ นึกว่า เห็นความเสียหาย ของสงคราม เราจะพากัน ไม่ก่อ เหตุร้าย สุดท้าย เราแพ้ ความโลภ โกรธ หลง ของเราเอง วิ่ง เข้าไป ในวังวน อุบาทว์ จนได้ ไม่รู้ทำไง วิ่ง อิง พระธรรม คำสอน ของพระพุทธเจ้า ดีกว่า สัตว์โลก ย่อม เป็นไปตามกรรม







บ่นไป ปลงมา เข้าเรื่อง ปราสาท ต่อ เพิ่งคิดได้ เวบ คุณนัทไง มีข้อมูล เป็น เรื่อง เป็นราว

ขอหยิบ มาเผยแพร่ ตรงนี้ หน่อย นะคะ คุณนัทขา


Castle Quarter and Castle Hill

ส่วนของ Castle Quarter and Castle Hill นี่ถูกสร้างขึ้นมาในตอน ต้นศตวรรษที่ 13 โดย King Bela IV หลังจากการถูกรุกรานจากพวก Tartar ( เจงกิสข่าน ) ค่ะ

Castle Quarter and Castle Hill นี้อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 180 เมตร มีความยาว 1.5 กิโลเมตร และกว้าง 500 เมตร

มีโบสถ์ทั้งหมด 3 หลัง
พิพิธภัณฑ์ 6 แห่ง
อาคารเก่าๆที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง รวมถึงอนุสาวรีย์ โรงละคร
โรงแรมอีก 4 แห่ง
ภัตคารร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก







เดิน จน ออกมา ถึง ลานกว้าง มีผู้คน ขับรถ เข้ามาจอด ชมวิว บางคัน พา หมาน้อย มาชมวิว เป็นเพื่อน แน่นอนจ้า หมาน้อย สุขใจ





จริงๆ รูปนี้ ต้องส่ง ก่อน หน้า 3-4 รูป แล้ว แต่ แม่ซานเดอร์ เริ่ม ตาลาย มั่วเรื่อง มีรูป ซ้ำด้วย แต่ไม่กล้า ลบออก ผิดแล้ว ผิดเลย เดินหน้า ต่อไป










สามทุ่มกว่า พระอาทิตย์ เริ่ม โบกมือลา เราก็ได้เวลา ลงเขา จะไปขึ้นเรือ แล้วสิ






ก่อนมาเที่ยว กลั๊ว กลัว หญิงชรา มาเดินท่อมๆ ลำพัง บนเนินเขา ในยามใกล้ราตรี จะมีชีวิตรอด กลับ ไปหาลูกรัก เปล่าหวา พอไปเดินจริง ผู้คน ยิ้ม แย้ม แจ่มใส มีทุกวัย ทุกรุ่น และ มากพอควรด้วย รู้สึก อบอุ่น สบายใจ ราวกับ เดิน บนเชิงเขา ไหว้ครูบา ก่อนขึ้นดอยสุเทพ






ขอขอบคุณ คุณนัท และทุกข้อมูลที่ได้มา

ขอไหว้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าที่ เจ้าทาง เจ้าบ้านเจ้าเมือง ทุกวิญญาณ ทุกวีรชน ที่ สร้างบ้านแปงเมือง สวยงาม มาให้ได้ชื่นชม ด้วยใจเคารพยิ่ง

และ รูปส่งท้าย ท่านArthur Görgey

The Columbia Encyclopedia, Sixth Edition | Date: 2008
Arthur Görgey , 1818-1916, Hungarian revolutionary general. He fought the Austrians in 1848-49 as a commander of the Hungarian republican army and distinguished himself as a strategist. He captured Buda (May, 1849), but when Russia sent aid to the Austrians, Görgey decided to surrender to the Russians rather than continue a lost cause. He forced Louis Kossuth , with whom he had often differed, to resign. Görgey was interned in Austria until 1867.

Author not available, GÖRGEY, ARTHUR., The Columbia Encyclopedia, Sixth Edition 2008




The Columbia Encyclopedia, Sixth Edition. Copyright 2008 Columbia University Press


สวัสดีเจ้า




Clair de Lune - Claude Debussy




 

Create Date : 02 กรกฎาคม 2551
10 comments
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2552 17:54:48 น.
Counter : 930 Pageviews.

 

น้องแอร์ ต้องขอบคุณไหม ที่ไปแอ่วบลอค แบบหางเครื่องไง เสียงตบมือคือกำลังใจ ให้ต่อสู้ไป อย่าได้ถอยหนี ความภาคภูมิใจที่มี เกียรติยศศักดิ์ศรีดิ์ จาก คอมเมนท์ ทั้งปวง แม๊ ..............ปูว่า ชีวิต เริ่มจะลงตัว ตอน มีหลายบ้าน หื้อ เลือกใช้ได้ สดวก ( เริ่ม เข้าใจ คนมีหลายบ้าน ) ............จริงแท้ คือว่า จะพาเพื่อนรัก เที่ยว แบบแห้งๆ ไปก่อน ก่อ ยะจะได ต้องอดใจ ส่งลูกเรียนราม พอลูกจบราม ปี4 ( อีก 4 ปีใช่ไหม ) เรา2 ก็ลุยสด ถึงตอนนั้น เราก็เชี่ยวชาญ ทั้ง เรื่องบลอค เรื่องเวบ และ เรื่องเที่ยว แต่ ดีที่สุด พกคุณแป้น กะ แต๋ม ไปด้วย เรา จะได้ บลอคสวยสุดในโลก และ รูป ( ต้องให้เรา2 เป็นนางแบบแน่นอน ) ที่วัย 50 แต่ ผ่องราว 15 ใครผ่านมาชม ต้องขอร้อง อย่า เห็นตัวจริง พกอ้อมอีกคน ไปเขียนเรื่อง แม๊ คราวนี้ 2สาว ก็ จะสวยเลิศเลอ เที่ยว เพลิน ไม่ต้องทำ บลอค ถ่ายรูป เขียนเรื่อง โห อะไร จะฝันไกล ขนาดนั้น ไหนๆ ฝัน มาถึง นี้ พก เจ๊ตู่ สาวต่อ แม่กี๋ เอาไปตึงรุ่น ทุกคนเลย คอนเสปท์ ว่า รุ่น 7 ลุยยุโรป ครบรอบ 40 ปี ที่ ( กัดฟัน ) คบกันมา .............ลูกพี่ เห็นเป็นจะได เจ้า ..........น้องแดง พกลูกชาย พี่แอร์ พกแม่จ๋า เอ้า รุ่น 7 และ ครอบครัว พ่อแม่ พี่น้อง ลูกหลาน ก่อ เหมา เครื่อง เลย แล้ว ก่อ เหมารถไฟ รถถีบ .......หูยยยยย คุณปู วางแผน แล้ว ขอไป อยู่ วัดร่ำเปิง ให้ ลุงเปี๊ยก ดูแล แล้วกัน ไปละเจ้า

 

โดย: แม่ซานเดอร์ IP: 213.46.72.83 5 กรกฎาคม 2551 13:27:48 น.  

 

ไม่มีใคร มาเมนท์ เลย เรา เม้ง เอง ล้งเล้งเอง ก็ได้ ( ฟะ ) คือ ว่า เรื่อง บูดาเปสท์ เนี่ย จะคุย อีก 50 ตอน นะคะ ท่านผู้ชม ไม่มีใครชม เรา ก็จะ ชื่นชม ของเราเอง แบบ ไดอารี่จ๋า สวัสดีจ๊ะ สบายดีเปล่าจ๊ะ อะไร ทำนองนั้น แต่ ถ้า ได้ถไลไปสวิส ก็ อาจ มี รายการ บูดาเปสท์ มั่ง สวิสมั่ง แค่คิด ก็เริ่ม เห็นแวว ไดอารี่ มั่ว ..........เอ้อ ไปดูอาหารเช้าลูกชายดีกว่า

 

โดย: แม่ซานเดอร์ IP: 213.46.72.83 5 กรกฎาคม 2551 13:33:50 น.  

 

หวัดดีคร่า แวะมาเยี่ยมนะค๊า
อื้ม...เป็นอลังการงานสร้างเลยค่ะ สวยดี

 

โดย: primberry_me 5 กรกฎาคม 2551 18:22:57 น.  

 

มช. ช่วงนี้อากาศเย็นสบายดีคร่ะ
เมื่อวานไปเดินขึ้นดอยมาค่า เป็นประเพณีรับน้องใหม่ขึ้นดอย (สุเทพ) ทุกปี ไว้จาเก็บภาพมาฝากนะคะ

 

โดย: primberry_me 6 กรกฎาคม 2551 14:16:14 น.  

 

หวัดดีคับ

ขอบคุณที่ไปเยี่ยมกัน

และขอบคุณสำหรับภาพสวยๆพร้อมคำบรรยาย

 

โดย: chalawanman 6 กรกฎาคม 2551 15:38:44 น.  

 

รูปปราสาทแบบนี้ วินนี่ย์เห็นต้องชอบแน่ เพราะเหมือนปราสาทในเทพนิยาย เช่น ซินเดอเรลล่า อะไรแบบนั้น ขอบคุณสำหรับรูปสวยๆที่เอามาให้ดูนะคะ

เห็นด้วยกับความคิดเห็นของคุณแม่ซานเดอร์นะคะ เป็น single mom เหมือนจะลำบาก แต่เราไม่ต้องมาแบกรับปัญหาของผู้ชายอีกคน ซึ่งไม่ได้รักเรามากกว่าความสนุกสนานนอกบ้าน และมีความสุขกับการเลี้ยงลูก แม่หมวยก็เหมือนเป็น single mom ตั้งแต่ท้องแล้วค่ะ เพราะว่า เค้าก็ไม่ได้ดูแลใส่ใจเรา ตั้งแต่ท้องแล้ว แต่เลิกกันไปเลยก็ตอน วินนี่ย์อายุ 10 เดือนค่ะ ตอนนี้วินนี่ย์ 4 ขวบกว่าแล้วค่ะ...ขอบคุณที่แวะไปบ้านวินนี่ย์ และ ยินดีที่จะแชร์ความคิดอะไรก็ตาม เกี่ยวกับเด็กๆ และ single mom ค่ะ

 

โดย: วินนี่ย์หมีพูห์ 6 กรกฎาคม 2551 16:58:23 น.  

 

จะเป็นเพื่อนร่วมเดินทางตลอดไปนะคะ
เพราะรู้สึกจะเริ่มหัดทำบล็อกในเวลาใกล้เคียงกัน
เป็นกำลังใจให้ค่ะ

 

โดย: nLatte 6 กรกฎาคม 2551 19:11:28 น.  

 

สวยมาก ๆ ครับ

สวัสดีครับคุณแม่ซานเดอร์

 

โดย: พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง 7 กรกฎาคม 2551 12:56:12 น.  

 

สวัสดีค่ะ....เดินเที่ยวจนเมื่อย...เลยค่ะ
ขอบคุณนะคะ นำเมืองสวยงามน่าอยู่มาฝาก...

 

โดย: nu-an 8 กรกฎาคม 2551 18:05:20 น.  

 

ช่างงดงามอะไรเช่นนี้ ....แล้วจะแวะมาบ่อยๆนะครับ

 

โดย: MM (ongchai_maewmong ) 11 กรกฎาคม 2551 15:28:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


แม่ซานเดอร์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2551
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
2 กรกฏาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ซานเดอร์'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.