The Body Achieves What The Mind Believes

EdiePim
Location :
จันทบุรี ~ ชลบุรี ~ กรุงเทพ ~ ราชบุรี ~ United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]
























เป็นเพียง ... เพื่อบันทึกเรื่องราว .. ประสพการณ์
ของชีวิตตัวเอง ที่มาใช้ชีวิตอยู่ต่างแดน
ถ่ายทอดออกมา เป็นคำพูด
..คำกลอน และรูปภาพ ...

คิดว่าวันหนึ่ง แต่ยังไม่รู้ว่าวันไหน ...
คงจะไม่มีโอกาสจะมา
นั่งเขียน Blog อย่างนี้ได้บ่อยๆ
...เพราะภาระและหน้าที่ ...

หลานเรียก " ยายอิ้ด" ... บางทีก็ " ป้าอิ้ด " บ้าง ตามแต่สถานะ .... ส่วนเพื่อนๆเรียก " อิ้ดดี้ "

ชอบถ่ายภาพ และแต่งกลอน

ความที่ชอบขีดเขียน แต่ไม่ใช่นักเขียนค่ะ .....
..... จึงมีบ้านเล็กๆหลังนี้เพื่อบันทึกเรื่องราว และประสพการณ์ต่างๆ

ขอบคุณพันทิพด้วยค่ะ ที่ให้บ้านเล็กๆหลังนี้

ขอบคุณเพื่อนๆ .. ที่เข้ามาเยี่ยมเยียนกัน

ขอให้มีความสุขมากๆ และโชคดีกันทุกๆคนค่ะ

ได้เปลี่ยนชื่อจาก AsWeChange มาเป็น EdiePim

เพื่อให้เป็นชื่อเดียวกันกับที่ใช้ใน facebook ขอบคุณค่ะ






ในบางครั้ง .....
ต้องขออนุญาติปิดคอมเมนต์ไว้ชั่วคราว

เนื่องด้วยเกรงใจ ที่ไม่มีเวลาไปเมนต์ตอบได้เหมือนเช่นเคย

ขอโทษจากใจจริงจากเจ้าของ Blog ค่ะ







บทกลอน Copyright@Ownership
MA - 1588 - 1044 - WhUSA
New Comments
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2555
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
27 พฤษภาคม 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add EdiePim's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 

ป่วย .. แต่ ... กาย
















เราหลั่นล้า อยู่เมืองไทยเสีย 11 เดือน
ได้ช่วยแบ่งเบาภาระน้องๆในการช่วยดูแลแม่ไปบ้าง

แม่เราก็มีความสุข ที่เราได้กลับมาปรนนิบัติแม่ในช่วงบั้นปลายชีวิต

ปลายๆเดือนมีนาคม ได้เวลากลับมาบ้านหลังที่สองแล้ว
แถวบ้านยังมีหิมะตกประปรอยอยู่

พักอยู่ทางฝั่ง West Coast กับลูกสาวคนเล็กและหลานเสียเดือนเต็มๆ
ก่อนจะย้ายกลับมาถิ่นเก่าทางฝั่ง East Coast ฃึ่งเราอยู่กับลูกสาวคนโต

ชื่นใจนักที่ได้สูดดมความหนาวเย็น
หลังจากที่ได้สูดกลิ่นไออุ่นของบ้านเกิดเกือบปี .....

ปลายเมษา อากาศอุ่นขึ้นแล้ว
ขอชื่นชมฤดูใบไม้ผลิ ... ดอกไม้สีอ่อนละมุน
บานกันสพรั่งแทบทุกต้น เหมือนจะแข่งกันอวดความงามของตัวเอง
ก่อนที่จะร่วงโรยโปรยลงพื้น เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้ใบเกิดขึ้นมาแทนที่




ขอรวบรัด พอกลับถึงบ้านรีบโทรหาหมอประจำตัว
ขอนัดตรวจสุขภาพประจำปี เหมือนเป็นการบังเอิญให้มีผู้สละสิทธิ์
เราเลยได้เข้าแทนที่พบหมอได้ในวันรุ่งขึ้น
ถ้าไม่เช่นนั้น จะต้องใช้เวลารอกันเป็นเดือน

May 2, 2012


วันรุ่งขึ้น หมอโทรมารายงานผลการตรวจเลือดว่า เลือดเราผิดปกติ
มีเม็ดเลือดขาวมากกว่าเม็ดเลือดแดงจนน่าวิตก
ขอส่งตัวเราเข้าโรงพยาบาลพบหมอผู้เชี่ยวชาญทางเฉพาะด้านทันที

เราไม่รู้หรอกว่า หมอเราได้โทรคุยกับลูกสาวแล้วว่า
เราเป็นอะไร
มีแต่เราเท่านั้น ที่คิดเข้าข้างตัวเองว่า คงไม่เป็นอะไรเท่าใดหรอก

มาถึงโรงพยาบาล สอบถามหาแผนกของหมอ ... เหลือบมองเห็นป้ายชื่อว่า Oncology ....
สะดุ้ง งุนงง เสียวแปลบไปถึงหัวใจเลย..

ตอนอยู่ College จำได้ว่า มี class หนึ่ง ฃึ่งอยู่ในวิชาบังคับ
ให้ต้องเรียนรู้ในคำศัพย์ในการแพทย์ และเราก็จำได้ว่า คำนี้มันหมายถึง แผนกเกี่ยวกับโรคมะเร็ง ...
งุนงง สับสนในตัวเอง ... เวลานั้น คิดอยู่ในใจว่า นี่มันเกี่ยวอะไรด้วยหว่า

แต่ไม่แสดงออกอ่ะ แอบคิดในใจว่า
เรามีวันนี้ด้วยหรือ เราได้มาเหยียบแผนกนี้ ในฐานะคนไข้ใหม่
เหยื่อรายใหม่ของที่นี่จริงๆหรือ ? .... นั่งรอสักพัก ก็ถูกเรียกไปเข้าห้องตรวจ ...

หมอเข้ามา ... นั่งคุย ทักทาย ฃักประวัติ

ตอนต่อไป ก็เปิดคอมแบ่งกันดู
หมออธิบาย ท่าทางเหมือนเป็นอาจารย์ สอนเราในห้องเรียนเลย

อธิบายเกี่ยวกับเม็ดเลือดน่ะค่ะ
ว่าในโพรงกระดูกของคนเรานั้น เป็นโรงงานผลิตทั้งเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาว
... เราจะไม่ลงรายละเอียดลึกลงไปให้มากกว่านี้ ...
เพราะ Blog เราไม่ได้เป็น Blog ทางเนื้อหาวิชาการ ...





พออธิบายเสร็จ ก็ถามเราว่า เข้าใจมั้ย
... ฮะฮ้า เราก็ต้องตอบว่าเข้าใจไว้ก่อน ความจริงก็ไม่ยากหรอก
แค่รู้ว่าเลือดแต่ละสีควรจะมีปริมาณเท่าไร เม็ดเลือดขาวมีกี่ชนิด
แต่ละชนิดทำหน้าที่อะไรบ้าง แค่ให้รู้เป็นพื้นฐานน่ะค่ะ
ก่อนจะสรุปเป็นเรื่องเป็นราวในตอนต่อไป

ตอนนี้เข้า Topic ของเรื่อง

.... หมอ Click ไปหน้าประวัติของเรา ชี้ให้ดูตัวเลขผลตรวจเลือด อืม !! เราเห็นตัวเลขมันเป็นสีแดงในช่อง
คิดในใจว่า แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรเล่าว่า ตัวเลขเหล่านี้น่ะ มันหมายความว่าอะไร

เหมือนหมอจะอ่านใจเราออก รีบเอาผลการตรวจเลือดเราของปีที่แล้วมาเปรียบเทียบให้เห็น

จริงด้วย ... ตัวเลขทั้งสองปีมันต่างกันมากจริงๆ
อธิบายกันต่ออีกพัก จึงถึงบทสรุป ...

เราเป็นโรคที่เรียกกันว่า CML
แล้วก็ชี้ให้เราดูชื่อเต็มที่ปรากฏอยู่บนจอ Chronic Myelogenous Leukemia

หมออธิบายต่อว่า โรคนี้มันเกิดจากการผิดปกติของ Chromosome แบ่งตัว
.. สลับที่กันเอง ตัวสั้นเกิดแบ่งตัวหลุดไปเกาะกับตัวยาว และตัวยาวเกิดแบ่งตัวหลุดไปเกาะที่ตัวลั้น
... และยังไม่มีใครรู้ว่า ขบวนการนี้ เกิดขึ้นได้อย่างไร ...
การแบ่งตัวของ Chromosome ตามภาพข้างล่างค่ะ






เราอ่านทั้งประโยคได้เที่ยวเดียว แต่อ่านฃ้ำหลายเที่ยวตรงคำสุดท้าย........
Leukemia
กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่จริงๆ กลั้นสะอื้นน่ะ พอจะทำได้ ..
แต่กลั้นน้ำตานั้น ค่อนข้างจะยากหน่อย

บรรยากาศตอนนั้น เงียบเหมือนไม่มีคนอยู่ในห้อง หมอนั่งคอย
ปล่อยให้เรานั่งน้ำตาไหลอยู่สักพัก ... และแล้ว ทำใจได้นิดหนึ่ง
อะไรมันจะเกิด มันก็ต้องเกิด (ปลอบใจตัวเองอีกแล้ว คิดในทางที่ดีไว้ก่อน)

หมอบอกว่า เรายังโชคดีนะ ที่ค้นพบในช่วงเริ่มต้น
และขณะนี้มียาชนิดใหม่ที่สามารถควบคุมเม็ดเลือดขาวได้แล้ว เรียกกันทั่วๆไปว่า Chemo medicine
.... แต่เราจะต้องกินยาตัวนี้ไปตลอดชีวิต เหมือนยาควบคุมโรคความดันโลหิตสูง และยาคุมไขมันในเส้นเลือดนั่นเอง
และเราก็จะมีชิวิตปกติเหมือนคนอื่นทั่วๆไปได้ ... หมอให้ความหวังเรา ว่างั้นเถอะ

แล้วเราก็ถูกเข้าห้องเรียนอีกรอบ
รับทราบถึงผลกระทบข้างเคียงของยาตัวนี้
แถมพิมพ์เอกสารมาให้อ่านเป็นการบ้านอีกหอบใหญ่ ..
พร้อมกับยืนยันกับเราว่า จะจัดยาชนิดที่มีผลข้างเคียงน้อยที่สุดให้
ฃึ่งยาตัวใหม่นี้ ได้ปรับปรุงมาจากครั้งแรกๆ ฃึ่งมีผลข้างเคียงมาก

ถูกขอเลือดเอาไปตรวจอีกสองหลอด เพื่อเป็นการยืนยันในสิ่งที่หมอ Diagnosed เรา

ก่อนกลับบ้าน หมอยื่นเอกสารมาขอลายเฃ็นต์
เพื่อเป็นการยืนยันอนุญาติให้ทำ Bone Marrow Biopsy เราได้ เพื่อดู Chromosome ใน Bone Marrow ถึงความผิดปกติ
และไว้เปรียบเทียบความแตกต่าง ระหว่างก่อน และหลังกินยาด้วย






May 9, 2012



วันนี้ไปทำ Bone Marrow biopsy

เราเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้แล้ว และหมอบอกว่า จะฉีดยาชาให้
เราจึงไม่ค่อยกลัวเท่าไร ปลงด้วย ว่างั้นเถอะ

หลังจากหมออธิบายการทำโดยย่อแล้ว ถามเราว่า พร้อมหรือยัง
พร้อมแล้วค่ะ เราตอบ ออกไปด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจเต็มร้อย ว่าแล้วก็เดินตามหมอไป ด้วยใจที่เต้นแรงหน่อย

ข้อความช่วงนี้หวาดเสียวหน่อยนะคะ
เราขอบรรยายตามความรู้สึกของเราเอง และตามเสียงที่หูเราได้ยิน

นอนคว่ำหน้าเมือนในรูปข้างบนค่ะ
แต่ไม่ต้องถอดเสื้อผ้าตามรูป แค่เลื่อนขอบกระโปรงลงมาให้ต่ำพ้นกระดูกสะโพกหน่อย
... เราเป็นคนขี้เมื่อย ทำแขนแบบในภาพไม่ได้ ต้องบอกหมอว่า
ขอทำแขนห้อยสลับกันนะ ห้อยขวาบ้าง ฃ้ายบ้าง
... ในการทำผ่าตัดครั้งนี้ หมออนุญาติให้ลูกสาวเรานั่งมองช่วยลุ้นอยู่ในห้องด้วย




จากนั้น หมอเริ่มคลำหาตำแหน่ง
เมื่อพบแล้วก็บอกกับเราว่า ทา Alcohol ละนะ ต้องทากันมากหน่อย เพื่อฆ่าเชื้อ
และรู้สึกหมอเอา Marker มาวงรอบตำแหน่งที่จะทำด้วย

ถึงเวลาฉีดยาชากันแล้ว เสียงหมอแว่วมาว่า จะรู้สึกเหมือน Burn นะ .. รู้สึกจี้ดตอนเข็มยาชาแทงเข้าไป และตามที่หมอบอกเลย
มีความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนในเนื้อ แทงครั้งที่หนึ่ง ครั้งที่สอง ยังรู้สึก แต่พอแทงครั้งต่อๆไปนั้น ไม่รู้สึกแล้ว

รู้สึกหมอใชันิ้ว คลึงๆ กดๆ ตรงบริเวณที่ฉีดยา
เราคิดเอาเองว่า จุดประสงค์ก็เพื่อให้ยาชาฃึมเช้าไปในกระดูกด้วย
ทำไปก็ถามเราไปว่า ยังรู้สึกไหม เรายังรู้สึกอยู่
จนกระทั่ง เราเกือบจะหมดความรู้สึก รู้สึกแค่มีอะไรมาไต่ๆอยู่บนผิว

ไม่รู้เลยว่า หมอเอาเข็มเจาะกระดูกแทงเข้าไปในเนื้อเราเมื่อไร
แต่มีความรู้สึก ว่ามีเสียงดังปึ๊กๆ ประมาณ 4-5 ครั้ง เหมือนเช่างก่อสร้าง ทุบกำแพงเวลาจะรื้อบ้าน
แต่ละปึ๊กที่กระทบกระดูกเรา มีความรู้สึกสั่นสะเทือนไปทั้งร่าง หมอพูดกับเราตลอดเวลาว่า ถ้าเจ็บให้บอก

เสียงทุบกำแพงเงียบไป
ได้ยินแต่เสียงเคลื่อนไหวหยิบโน่น จับนี่ วางนั่นของหมอ เราเดาเอาว่าเจ้าเข็มเจาะคงจะทะลุกระดูกเราเข้าไปแล้ว
และหมอคงจะกำลังเอาเลือดจากโรงงานผลิตอยู่
เสียงลูกสาวคอยถามอยู่ตลอดเวลาว่า .. แม่ ... เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บหรือเปล่า?
เราก็บอกลูกไปว่า ... พอจะทนได้ลูก

เสียงหมอบอกมาอีกว่า ตอนนี้จะรู้สึก Sharp Pain ละนะ ขอเอาตัวอย่างชิ้นกระดูกเล็กๆไปตรวจหน่อย
เราบอกหมอกลับไปว่า OK ค่ะหมอ เอาไปได้เลย
และแล้ว ทั้งดิ้น ทั้งครวญครางเลยเรา ทั้งเจ็บทั้งปวด เสียว รวดร้าวลงไปทั้งขา
ใช้ทางพระเข้าข่มใจแล้ว พูดเบาๆกับตัวเองว่า ใช้กรรม ใช้กรรม ....

เราคาดเอาว่า ที่เกิดความรู้สึกปวดร้าวมากมายนั้น
เพราะหมอคงจะโยกกระดูกเราไปมา เพื่อให้เศษเล็กๆที่คีบไว้นั้น หักหลุดออกมา
ขั้นตอนสุดท้ายค่ะ

ไม่เจ็บ แต่หวาดเสียว เหมือนเสียงชักดาบออกจากฝัก ในหนังกำลังภายในไม่ผิดเพี้ยน ดังอยู่สี่ห้าที แล้วเงียบไป
เราต้องหันกลับมานอนหงาย อีกสิบนาที
และเตียงครึ่งบนถูกพับขึ้นมาให้นั่งพักอีกสิบนาที หมอบอกว่า เพื่อกดแผลไว้ให้เพื่อห้ามเลือด




Chemo Medicine

ยาส่งมาให้ที่บ้านทุกๆเดือน ทานวันละเม็ด ตลอดชีวิต ... และค่ายาแพงมากกก

ถ้าจับเม็ดยาแล้ว ห้ามใช้มือนั้นไปถูกตา หรือจมูก จะต้องล้างมือทันทีหลังจากที่ได้สัมผัสเม็ดยา

ขณะที่นั่ง Up Blog อยู่นี้ ยังไม่ได้เริ่มยาค่ะ แต่ร่างกายอ่อนเพลียลงไปมาก ต้องรอนัดพบกับหมออีกครั้ง

ข้อห้ามของยานี้คือ ห้ามทานส้มโอค่ะ

ฃึ่งตามปรกติ เราก็ไม่ได้ทานอยู่แล้ว เพราะยาลดไขมันในเส้นเลือดที่เราทานอยู่ก็ห้ามทานส้มโอเช่นเดียวกัน

เราจะกลับมาเขียนต่ออีก หลังจากที่ได้เริ่มยาแล้ว และร่างกายยังแข็งแรงดี ไม่มีผลกระทบข้างเคียงมากมายนัก



ที่มาของภาพเจาะกระดูกไขสันหลัง


ขอเอาข้อความของเพื่อนสนิทจาก Facebook และ email มาแปะบ้าง

สำหรับคนมีอายุแล้ว ...
น้ำใจเล็กๆน้อยๆ ที่เพื่อนๆ หยิบยื่นให้ ก็จะดูมีความหมาย
รู้สึกชื่นอก ชื่นใจไปเสียหมด ...
























ขอเล่าอาการที่บ่งบอกล่วงหน้า ขอจงใช้วิจารณญาณค่ะ

เราไม่มีข้ออ้างอิง แค่รู้สึก และสังเกตุจากความผิดปกติของตัวเอง




1 ...ทานอาหารไม่ค่อยจะถูกปาก แต่ละมื้อที่ทานจะได้ ไม่ถึงครึ่งจาน จะรู้สึกอิ่ม จึงทำให้ต้องทานบ่อย แม้แต่กลางคืนเวลาที่หิว ยังต้องลุกขึ้นมาเข้าครัว หาของทาน

2 ...รู้สึกอ่อนเพลียบ่อย ฃึ่งปรกติ เราจะไม่เคยอ่อนเพลียแบบนี้มาก่อน

3 ...มีลมในกระเพาะอาหาร ทำให้ต้องเรอบ่อย

4 ...ตามร่างกายเขียวช้ำง่าย ... เนื่องจากร่างกายผลิตเม็ดเลือดแดงน้อย ดังนั้น พลาสม่าที่จะไปห้ามเลือดก็น้อยตามไปด้วย ทำให้เวลามีเลือดออกจะหยุดยาก

5 ...มีก้อนที่น่อง มีขนาดเท่าลูกมะนาว ตรงตำแหน่งที่บวม จะไม่ใช่เกิดจากการอักเสบ ไม่ใช่เกิดจากยุงกัด หรือแมลงสัตว์กัดต่อย

ผิวหนังบริเวณนั้น จะดูปรกติธรรมดาเหมือนผิวหนังตรงอื่นๆทั่วไป (ไปพบแพทย์ ตอนนั้นอยู่ในไทย แต่แพทย์ก็งง ไม่รู้จะรักษาแบบไหนให้

ครอบครัวเราบอกว่า เราถูกลมเพลมพัด ให้ไปหาพระอาบน้ำมนต์ เราก็ไป เพราะตอนนั้นน่องเราบวมมาก บวมไปตลอดถึงเท้า จับดูแล้วเย็นจัด แสดงว่า เลือดลมไม่เดินแล้ว และเท้าเริ่มมีสีช้ำคล้ำ

เรากลัวมาก เลยไปอาบน้ำมนต์ แต่แปลกมาก หลังจากอาบน้ำมนต์มาแล้ว ที่บวมยุบลงทันตาเห็น) .... มารู้เอาทีหลังว่า ก้อนนั้นเกิดจากเม็ดโลหิตขาวที่มีมากมาย มาจับรวมตัวกัน

6 ...รู้สึกเจ็บแปล๊บ ที่ปลายชายโครงด้านฃ้ายบ่อยๆเวลาเคลื่อนไหว หรือเวลาพูด ...เกิดจากเม็ดเลือดขาวไปสะสมตรงอวัยวะภายในบริเวณนั้น ทำให้บวม ไม่ค่อยแน่ใจว่า จะเป็นม้าม หรือตับ หรือไตน่ะค่ะ ที่เค้ามีหน้าที่ฟอกเลือด

และเม็ดเลือดขาวคงจะฟอกไม่ได้จึงไปสะสมเป็นก้อนอยู่ เวลาเคลื่อนไหวจะไปกระทบกับฃี่โครง ทำให้รู้สึกเจ็บ


7 ... น้ำหนักลด





May 25, 2012

Chest X-ray
Start Treatment ... ทานยาเม็ดแรก



May 29, 2012


Echo Cardiogram ( Sound wave test of heart)

อาการข้างเคียง สำหรับยาเม็ดแรก 6 ชั่วโมงหลังจากที่ทานยา
ปวดศรีษะ, หนาวสั่น, มีใข้สูง มือ, เท้าเย็น, นิ้วมือชา .. ต้องใช้กระเป๋าน้ำร้อนช่วย ให้ความอุ่นที่ อกและมือ

เราพยายามทานยาให้ตรงเวลาทุกวัน เพื่อเฝ้าดูาารผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นอีก ... แต่ในวันต่อๆไป ไม่มีอาการเหมือนวันแรก (Knock on wood) คิดว่า ร่างกายคงปรับตัวค่อยๆยอมรับยาคีโมได้ในที่สุด

แต่ผลข้างเคียงระยะยาว เรายังไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้

อาการที่ยังคงที่เหมือนเดิม คือมีอาการอ่อนเพลีย เวียนหัว ทานอาหารไม่ค่อยจะรู้รส คลื่นใส้ อึดอัดท้อง และหิวบ่อยมาก ต้องฝืนใจกล้ำกลืนลงไป บางครั้ง มีอาการแน่นหน้าอก และเหนื่อยหายใจไม่ค่อยพอ

เราต้องสู้ ทำร่างกาย จิตใจให้ร่าเริง ไม่จิตตก ขับรถออกไปหลั่นล้า คุยกับเพื่อนฝูงตามร้านกาแฟบ้าง ร้านอาหารบ้าง แต่พยายามเลือกไม่เข้าไปในสถานที่ๆแออัด เพราะตอนนี้หลังจากทานยาแล้ว ร่างกายเราผลิตเม็ดเลือดขาวน้อยลง จึงมีสิทธ์จะติดเชื้อจากบุคคลต่างๆรอบตัว เช่นคนที่กำลังเป็นหวัด เป็นไข้หวัดใหญ่ หรือการติดชื้ออักเสบต่างๆได้ง่าย


แต่ ในบางครั้งก็ยากที่จะทำใจได้ เมื่อคิดว่า เราจะได้พบอะไรอีกในอนาคต



May 31, 2012


หลังจากทานยาได้เพียง 3 ชั่วโมง ไข้ขึ้น มีอาการปวดร้าวตามกระดูก

แปลกใจ ทำไมครั้งนี้ยาออกฤทธ์เร็วนัก

คิดไปคิดมา คงอาจจะเป็นเพราะเราทานมะม่วงสุกแต่เปรี้ยวไปครึ่งลูก แล้วทานยา แถมดื่ม Pom Wonderful ตามไปอีกครึ่งแก้ว ความที่เป็นกรดของทั้งสองอย่างจึงไปละลายสารเคลือบยาออกเร็วกว่ากำหนด ทำให้ยาแตกตัวก่อนที่จะลงไปในลำใส้ อันนี้แอบคิดเอาเอง

ลูกสาวคนโตบอกว่า แม่คงจะทานข้าวน้อยกระมัง และกระเพาะว่าง ยาจะออกฤทธ์เร็วขึ้น เราคิดว่า สงสัยคงจะจริงอย่างที่ลูกพูด


June 1, 2012


วันนี้ยอมรับกับตัวเองเลยว่า ลิ้นเราผิดปรกติไปแล้วจริงๆ แม้แต่ดื่มน้ำเปล่าก็ยังขม ส่วนเรื่องอาหารนั้น ต้องฝืนใจกล้ำกลืนลงไป ส่วนรสชาตินั้น ไม่รู้แล้ว

ความที่กลัวว่า ยาจะออกฤทธ์เร็วเหมือนเมื่อวาน วันนี้เลยทานเสียหลายอย่าง พอบ่ายได้เวลายา .. เราก็จัดการ Noodle เสียถ้วยใหญ่ เติมไข่ เติมผักลงไปด้วย แล้วส่งยาตามลงไป

จากนั้นทุกๆชั่วโมงก็ ตามไปอีกด้วย Low fat Plain Yogurt ผสมแยมผลไม้บ้าง, นำกล้วย Plantain ที่งอมๆเอาฝานชิ้นบางๆเอาไปจี่ในกระทะ มาเคี้ยวทานเล่นๆบ้าง, Bagel ปิ้งทา Cream Cheese บ้าง, Instant Oatmeal ผสม นม และผลไม้แแห้ง ชงกับน้ำเดือด และใส่น้ำมากๆ ฝืนๆดื่มเข้าไปบ้าง, และอาหารที่ย่อยง่ายในมื้อเย็น เพียงทัพพีเล็กๆ พอให้หนักกระเพาะ และต่อจากนั้นก่อนนอนก็ส่งท้ายด้วย Ensure รส Dark Chocolate อีกขวด


June 2, 2012


เช้านี้ตื่นขึ้นมาสบายเนื้อสบายตัวจริงๆ .. Full strength

ลูกสาวคนเล็กโทรมาหาแต่เช้า เลยเล่าให้ลูกฟัง
ลูกสาวหัวเราะและบอกว่า แม่พูดแบบนี้ แสดงว่า
อยากจะขับรถออกไปหลั่นล้าอีกแน่ๆเลย 555






เราเลยคิดเอาเองว่า
หาอะไรเติมใส่กระเพาะให้เต็มๆเข้าไว้
ทั้งก่อนทานยาและหลังทานยา
จะช่วยลดอาการข้างเคียงได้มาก



June 6, 2012


วันนี้ไปพบหมอตามนัด ตรวจหัวใจ (EKG) และ Blood Counts
และผลออกมาหมอบอกว่า จำนวนเม็ดเลือดขาวลดลงไป นับเป็นข่าวดี

แต่ให้ระวังเวลาเดินขึ้นลงบันได หลังจากที่อ่านผลกร๊าฟที่พิมพ์ออกมาจากเครื่อง EKG ... สงสัยหัวใจของเราคงจะอ่อนแอลงกระมัง อันนี้คิดเอาเองน่ะค่ะ มีนัดคราวหน้าต้องถามหมอ


June 7, 2012

ตื่นขึ้นมาวันนี้ แขนทั้งสองข้างปวดร้าวไปหมด

เป็นเพราะเมื่อวานขับรถไปหาหมอ พร้อมทั้งหอบหิ้วเอาอาหารและน้ำไปเต็มพิกัด เพราะเวลานัดใกล้เคียงกับเวลาทานยาของรา

แต่พอถึงเวลาแล้ว ก็ทานไม่ค่อยได้เหมือนอยู่ที่บ้าน อาการข้างเคียงเลยแสดงออกนิดหน่อย คือมีไข้ต่ำๆ และหนาวพอทนได้ ไม่ถึงกับต้องใช้กระเป๋าน้ำร้อนช่วยเหมือนวันแรก


June 20, 2012

ไปพบหมอตามนัด ตรวจหัวใจ (EKG) และ Blood Counts
Chest X-Ray ... หา Fluid in Lung ..
เพราะเป็นผลข้างเคียงของยา ... คงจะรู้ผลอาทิตย์หน้า

ผลตรวจเลือดในวันนี้ เม็ดเลือดขาวลดลงอยู่ในเกณฑ์ปรกติแล้ว
หมอเอาผลเปรียบเทียบมาให้ดู ตัวเลขในในตารางไม่เป็นสีแดงแล้ว

เราดีใจมาก นึกขอบใจยาที่ช่วยให้เม็ดเลือดขาวลดลง ..
แต่ก็ดีใจได้ครู่เดียว ..

หมอชี้ตารางเปรียบเทียบผลเม็ดเลือดแดงให้ดู อธิบายต่อว่า

ยานี้ ข้อดีของมันก็คือ ควบคุมการผลิตของเม็ดเลือดขาวให้ลดลง

แต่ในเวลาเดียวกัน ผลเสียของมันก็คือ เม็ดแลือดแดงที่ดี ที่ช่วยนำ
พา Oxygen ไปให้ร่างกาย จะถูกลูกหลงของยานี้ไปด้วย
พูดง่ายๆก็คือ เม็ดเลือดแดงของเราก็จะลดจำนวนลงไปด้วย

Next appointment ทำ Blood Counts
ถ้าผลออกมาเม็ดเลือดแดงต่ำลงอีก
ก็จะต้องทำ Blood Transfusion


June 26, 2012

ทำ EKG , Blood Counts ผลออกมาเม็ดเลือดแดงไม่ลดลงกว่าเดิม
โล่งใจไปขั้นหนึ่ง

แต่คุณภาพของเลือดไม่ค่อยดี ตัวเลขออกมาแต่ละแถวสรุปอกมาว่า
Abnormal High บ้าง Abnormal Low บ้าง แทบจะทุกแถว

ผล Chest X-Ray ... หา Fluid in Lung ..
แต่ผล ออกมาว่า พบน้ำท่วมหัวใจ ในฟิมล์ X-Ray เห็นภายหัวใจโตจริงๆ เมื่อเอาฟิมล์มาเปรียบเทียบกันก่อนและหลังกินยา

หมอสั่งงดกินยาทันที เจ็ดวัน


June 27, 2012

Ultrasound หัวใจ Echo Cardiogram ( Sound wave test of heart).

เฃ็งเลย คนทำมือหนักจริงๆ คราวที่แล้วทำเราเจ็บฃี่โครงไปอาทิตย์เต็มๆ

คราวนี้เลยขอร้องคนทำให้ทำเบาๆได้ไหม เราก็เห็นใจในหน้าที่ของเขานะ
ที่ต้องกดแรงๆ เพราะต้องผ่านกระดูกฃี่โครง



June 28, 2012

Follow up with doctor
หมอบอกว่ามีข่าวดี ผลจาก Ultrasound หัวใจออกมา
หัวใจเรายังปรกติ ไม่ได้โตเหมือนี่เห็นในฟีมล์ X-Ray ..

นั่นไง เราก็สงสัยนิดๆตั้งแต่แรกแล้วว่า ..
ในรูปที่เห็นน่ะ มุมที่ถ่ายมันอาจจะแตกต่างกัน สี่ห้าองศา หรือมากน้อยกว่านั้น

เลยทำให้เห็นเป็นผิดขนาดไป ... ผลจาก Ultrasound ออกมาแน่นอนกว่า ..
เฮ้อ โล่งใจไปที ไม่เช่นนั้นต้องเปลี่ยนยากันใหม่

ก่อนกลับบ้านหมอบอกว่า กลับไปกินยาต่อ
และแวะไปที่ Lab ทำ Blood Counts ด้วย


July 13, 2012

Follow up with Doctor
ทำ EKG , Blood Counts


July 23, 2012

Appointment with CML specialist

หมอคนนี้ ขอเลือดเราไปตรวจ 5 หลอด

แถมพยาบาลก็หาเส้นเลือดเราไม่ค่อยจะได้
เลยต้องมาเจาะเอาที่หลังมือ เจ็บมากกว่าเจาะที่แขนเสียอีก


August 1, 2012

ขอเลือดไปอีก 4 หลอดใหญ่ๆ
เจ้าหน้าที่คนนี้มือเบาดี ไม่ค่อยเจ็บเท่าไร

หมอบอกว่า เม็ดเลือดแดงของเรามีขนาดเล็ก
เป็นเช่นนี้มา 12 ปีแล้ว

วันนี้เฃ็นต์สัญญาเข้าร่วมในโครงการ Cancer Research Project

Project นี้มีระยะเวลา 5 ปี,
Sponsored โดยบริษัทยาที่เรากินอยู่ทุกวันนั่นเอง


August 27, 2012

Blood counts
ผลออกมาดี เม็ดเลือดขาวที่เคยสูงถึงเกือบสามร้อย
ตอนนี้ลดลงเหลือแค่ห้า นับว่าอยู่ในเกนฑ์ที่ปกติแล้ว

แต่เม็ดเลือดแดงยังไม่ค่อยดี ต้องกินธาตุเหล็กเสริม

ข้อเสียของ Iron ก็คือ จะทำให้ท้องผูก
ชักจะกังวล เพราะปกติ เราก็มักจะท้องผูกอยู่แล้ว
ต้องกินมะม่วงสุก วันละลูกใหญ่ๆช่วย

แต่ก็โชคดีหน่อย ไปพบที่ไม่ทำให้ท้องผูก
แพงกว่าชนิดปกติถึงเท่าตัว แต่ก็คงจะคุ้ม

ไปหาหมอฟันได้ ตรวจลำใส้ใหญ่ได้
ฉีด Flu shot และ Pneumonia ได้


Bifera HIP & PIC
Iron
Dual iron Formula
Minimize side Effects

Iron นี้ ทำให้ท้องผูกนิดหน่อย เราแก้โดยดื่มน้ำลูกพรุนช่วย ฃึ่งก็ช่วยได้มาก

ข้อสังเกตุอีกอันหนึ่งคือยา Iron ทุกชนิด ทำให้ถ่ายออกมามีสีคล้ำ

พยายามดื่มน้ำให้มากๆ เพราะเป็นการกระตุ้นการขับถ่ายทางอ้อม


Oct 15, 2012

ไปพบแพทย์ .. Blood test...
ผลออกมา ไม่เป็นที่พอใจ เม็ดเลือดแดงไม่ดีขึ้นเลย

หมอบอกว่า สงสัยยา Chemo ที่เรากิน คงจะกดตัว Ironไว้ ไม่ให้ไปบำรุงเม็ดเลือดแดง ... งานเข้าละฃิเรา !!

กิน Iron ต่อไป และถ้า Iron เม็ด Still ไม่ work จะต้องใช้วิธืฉีดเข้าเส้นแทน .. ...

ขอเล่าเพิ่มเติมอีกสักนิดค่ะ ปกติแล้ว เราต้องกินยาคุมความดัน และคุมไขมันในเส้นเลือดทุกวัน

และอาการผิดปรกติที่เกิดขึ้นคือ จะมีอาการคอแห้งมากเมื่อตื่นนอน และจมูกจะรุ้สึกเหมือนได้กลิ่นเผาฝืนอยู่บ่อยๆทั้งๆที่เป็นหน้าร้อน ไม่ใช่หน้าหนาว

เล่าอาการให้หมอฟัง หมอบอกว่า
เป็นเพราะยา Chemo ที่เรากิน ไป Interact กับยาไขมันในเส้นเลือด

สั่งลดมิลลิกรัมของยาคุมไขมันในเส้นเลือดลงมาครึ่งหนึ่ง
จาก 40 mg ลงมาเหลือ 20 mg

เราบอกว่า ขอบอกกับหมอประจำตัวของเราก่อนได้ไหม

คำตอบก็คือไม่ต้องไปถามหมอประจำต้วหรอก
เพราะโรคที่เราเป็นจะต้องได้รับการบำบัดก่อน
พูดง่ายๆก็คือ โรคที่เราเป็นตายเร็วกว่า ... อืม!!! จริงของหมอแน่แท้





Dec 3, 2012

ทำ Bone Marrow biopsy
ความจริงจะต้องทำเมื่อรักษาครบ 6 เดือน แต่พอดีเรามีนัดตรวจลำใส้ ต้องเลื่อนไปเป็นเดือนธันวา

ไปเจาะไขสันหลังอีกครั้ง หมอต้องการดูว่า
คุณภาพของไขสันหลังได้ปรับปรุงดีขึ้นไหม
หลังจากที่ได้รับการบำบัดด้วยยาคีโมมาหกเดือน

เจาะไขสันหลังครั้งนี้ เราถึงกับน้ำตาร่วง
เจ็บจริงๆ ยาชานั้นช่วยให้ชาได้เฉพาะตรงผิวหนัง
ส่วนตรงกระดูกนั้นจะไม่ชา

แต่เราจะทำใจเสาะให้ลูกเห็นน้ำตาไม่ได้ อายลูกค่ะ
คือว่า ลูกสาวเรามานั่งอยู่ปลายเตียง เพื่อให้กำลังใจเราด้วย

ฃึ่งตามปกติ ญาติต้องไปรออยู่ข้างนอก
หมอคนนี้ก็เชิญลูกเราให้ออกไปนั่งรอข้างนอกเหมือนกัน

แต่เราบอกว่า ทีเจาะครั้งแรก
หมออีกคนยังบอกให้ลูกสาวเรามานั่งเป็นเพื่อนแม่ได้

เจาะครั้งนี้ หมอให้เรานอนตะแคง แต่ตอนเจาะครั้งแรกเรานอนคว่ำ
เราคิดว่า นอนคว่ำจะดีกว่า แต่ต้องทนอีดอัดเอาหน่อย
ถ้าเมื่อยก็หันหน้าไปทางขวาบ้าง ฃ้ายบ้าง

ตอนใช้สว่านไขเข้าไปในกระดูกนั้น ไม่เจ็บ
แต่ตอนที่หมอโยกดึงกระดูกให้หลุดออกมานั้น ช่างเจ็บสุดทน
เส้นเอ็นทุกชิ้นของขา เหมือนว่า จะถูกดึงออกมาด้วย เราน้ำตาร่วงก็ช่วงนี้แหละ

ขอเพิ่มเติมอีกสักหน่อย เพราะเม็ดเลือดแดงผิดปรกติ ไม่สมบูรณ์ จึงทำให้เหนื่อยง่าย

ที่เป็นดังนี้เพราะเม็ดเลือดแดงมีหน้าที่นำพาอ๊อกฃิเจนไปเลี้ยงร่างกายไม่ได้เต็มที่

สำหรับเรา ถ้าอยู่บ้าน ไม่ออกไปไหน เราก็เรื่อยๆ แต่ถ้าขับรถออกไปไหนไกลๆละก็ พอวันรุ่งขึ้น จะเหนื่อยมาก จะเจ็บเนื้อเจ็บตัวไปหมด พูดง่ายๆก็คือ ระบมไปทั้งตัวนั่นเอง ใช้เวลาสองสามวัน จึงจะค่อยยังชั่ว

ยังหิวบ่อยเหมือนเดิม เนื่องจากทานแต่ละครั้งได้ไม่มาก
ดึกดื่นเทียงคืน ตีหนึ่งตีสอง ยังต้องเดินเข้าออกในครัวอยู่


Dec 31, 2012 ...

ทำ Blood counts
ผลออกมา เม็ดเลือดแดงดีขึ้นมานิด

ผลการตรวจไขกระดูก ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ .. กินยาต่อไป

มีอาการอ่อนเพลียบ้าง เวลาขับรถออกไปนอกบ้านไกลๆ
หลังจากกินยาแล้ว พอยาออกฤทธ์ หัวใจจะเต้นแรง ต้องนอนพักนิดหนึ่ง
แต่ตามปรกติถ้าอยู่บ้าน เราก็จะเอนหลังบ่อยๆ

หมอนัดครั้งต่อไปในอีกสามเดือนข้างหน้า

ณ วันนี้ เรารู้สึกดีขึ้นมาก จนบางครั้งลืมไปเลยว่า
เรากำลังเป็นลูคีเมียอยู่ แต่นานๆที ยังมีเจ็บที่ชายโครงด้านฃ้ายมือ

สังเกตุเอาว่า ถ้าเราไปยก, เข็นของหนักๆ
หรือนั่งงอต้วนานไปหน่อย ก็จะเจ็บ ต้องยืดตัวตรงๆ
ถึงจะหาย

ทุกวันนี้.... ทำในสิ่งที่ดีๆ คิดดี ปฎิบัติดี
อ่านหนังสือธรรมะบ้าง และสวดมนต์ทุกวัน

ทานอาหารที่มีประโยชน์
ให้อภัยกับคนที่ทำให้เราไม่พอใจ
คิดว่า เขาเป็นอย่างนั้นเอง เขาเกิดมาอย่างนั้นเอง
เท่านี้ แล้วเราก็สบายใจ

แต่ก็ไม่ลืมกินยาทุกวัน รวมทั้งไวตามินและอาหารเสริม

ให้รางวัลตัวเองบ้าง เช่นฃื้อเสื้อผ้า
รองเท้า ทีใส่แล้วทำให้ตัวเองมีความมั่นใจ ..

ใช้น้ำหอมกลิ่นหอมสะอาด ที่ไม่ติดทนนาน
ทั้งเวลาอยู่บ้าน และออกนอกบ้าน

555 ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ คงจะคิดว่า
แหม!! โรคภัยรุมล้อม จะตายวันตายพรุ่งก็ยังไม่รู้
ยังจะมาพะวงเรื่องความสวยความงามอยู่อีกหรือ

ก็แค่ ... ทำแล้วมันเกิดความสุขขึ้นมาในใจแว๊บๆน่ะค่ะ
ใจสุข ร่างกายก็เป็นสุข แล้วต่อมา
ระบบต่างๆในร่างกายมันก็จะทำงานดีขึ้น
เหมือนคำที่เขาว่ากันว่า "จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว" นั่นเอง

รักษา ดูแลตัวเอง รักตัวเอง แต่ไม่กลัวความตาย
ไม่ทำตัวให้เป็นภาระ ทำให้พี่น้อง และลูกหลานต้องเป็นห่วง
.

March, 2013

ผลการตรวจเลือด เม็ดเลือดแดงดีขึ้นมาก
เราแกล้งถามหมอว่า แล้วจะมีโอกาสได้หยุดกินยามั้ย

555 คำตอบเดิมๆอีกล่ะค่ะ ว่าหยุดกินไม่ได้หรอก
เหมือนที่เรากินยาคุมความดัน
และกินยาคุมไขมันในเส้นเลือดนั่นแหละ

ต้องกินกันทุกวัน เฮ้อ !! รู้ๆคำตอบอยู่แล้ว
ยังจะไปถามหมออีกทำไม


June 2013

Blood counts

เม็ดเลืดแดงคุณภาพดีขึ้น
ตอนที่เจาะเลือดเราไป 4 หลอดในวันนี้ เราสังเกตุได้เลยว่า
สีเลือดดูแดงแก่ และเข้มข้นขึ้น ไม่ใส สีส้มๆ จางๆ เหมือนเมื่อครั้งแรกๆ

วันนี้ทำ EKG ด้วย เพราะเมื่อไม่นานมานี้
เรามีอาการเหมือนกับ Heart attack แน่นหน้าอก และชาไปทั่วแผ่นอก
ตกใจกลัวมาก อยู่บ้านคนเดียวด้วย รีบคว้าโทรศัพท์ และล้มตัวลงนอน

คิดว่า ถ้าไม่หายจะเรียก 911
แต่เหมือนว่า ดวงเราคงจะยังไม่ถึงฆาต
จึงรู้สึกค่อยยังชั่วขึ้นในนาทีต่อมา

จากประสพการณ์ครั้งนี้ ทำให้รู้เลยว่า
คนเรายามเมื่อใกล้จะหมดสติ ใกล้ตายนั้น เขาเป็นกันอย่างไร

ลืมไปหมด อารมณ์ห่วงทรัพย์สมบัติ
ห่วงลูกห่วงหลานนั้น มันไม่ได้อยู่ตรงนั้นอีกแล้ว

ลูกๆบอกว่า ถ้าถึงเวลานั้นจริง
แม่จะไม่มีสติที่จะกดโทรเรียกใครเลย
เราคิดว่าคงจะจริง เพราะในตอนนั้น ตัวเองก็แทบจะยกแขนขาไม่ไหว

ผลการตรวจ หมอบอกว่า หัวใจเราเป็นปกติดี และถามเราต่อว่า เรากินอะไรที่ไม่เคยกินหรือเปล่า
มีอาการ Heartburn มั้ย เราก็คิดว่าไม่นะ แต่เราแอบดื่มน้ำลูกยออยู่ ก็ไม่มากนักวันละประมาณสองช้อนโต้ะ ตอนนี้เลยไม่กล้าแล้ว

สรุปแล้ว เราต้องกลับไปพบหมอประจำตัวของเรา เพราะอาการที่เกิดขึ้น ไม่เกี่ยวกับ CML




คิดว่าจะหยุดเขียนต่อแล้วค่ะ
ตอนนี้ ควบคุมเม็ดเลือดขาวได้แล้ว และเม็ดเลือดแดงมีคุฌภาพดีขึ้น

แต่ต้องคอยสังเกตุดูอาการทั่วๆไปของตัวเองอยู่
เพราะเหนื่อยง่าย และรู้สึกว่า ตัวเองจะไม่ค่อยมีน้ำหนักเวลาเดิน
มันเบาๆชอบกล พาลจะล้มเอาบ่อยๆ

และเวลายาออกฤทธ์ จะต้องนอนพัก เพราะหัวใจจะเต้นแรง และหน้าอกจะแน่น

อาการเจ็บแปล๊บๆตรงชายโครงทั้งด้านขวาและฃ้ายยังเป็นๆหายๆ
วิธีแก้ก็คือ ยืดตัวให้มากๆ อย่านั่งหรือนอนตัวงอ ยืดอกเข้าไว้
อาการจะค่อยยังชั่วได้ระดับหนึ่ง


March 2014


วันนี้ขอเข้ามา Up date ตัวเองอีกสักนิด
ตลอดทั้งเดือนนี้ มีความผิดปกติเกิดขึ้นกับตัวเอง

ตอนบ่ายๆของทุกวัน รู้สึกหนาวมาก มือและเท้า จะเย็นเหมือนน้ำแข็ง
แต่ที่ใบหน้าจะร้อนผ่าว

ไม่อยากจะเดาเลยว่า มันบอกสาเหตุถึงความผิดปกติอะไรของร่างกาย
เริ่มมีอาการเจ็บปวดตามกล้ามเนื้อ รวมทั้งรู้สึกร้าวในกระดูกแขนและขา


May 2014


เริ่มมีอาการเหมือนหายใจไม่เต็มอิ่ม
ต้องหายใจลึกๆอยู่ตลอดเวลา (Short breath)
เวลากินอาหารต้องระวังมาก
เพราะกลัวอาหารจะพลัดตกลงไปในหลอดลม
ทำให้ต้องวิ่งเข้าวิ่งออกบ้านกับโรงพยาบาลกันหลายเทียว
ทั้ง x - ray, CT scan, Ultra sound
ผลออกมาบรรดาหมอๆลงความเห็นว่า เรามีน้ำใปปอด
ฃึ่งเป็นผลข้างเคียงจากยาคีโมที่เรากินอยู่ทุกวัน
ตอนนี้เลยให้งดยา Sprycel ไว้ก่อน


September 2014

กว่าจะรักษาจนค่อยยังชั่วจากอาการมีน้ำในปอด ก็ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน
ระหว่าง 3 เดือนนี้ เรา happy มาก
เพราะไม่ต้องกินยา Sprycel (dasatinib) อีกแล้ว







พอครบ 3 เดือน ค่อยยังช่วจากอาการน้ำในปอด
หมอให้กินยาชนนิดใหม่ Tasigna ครั้งละ 2 แคปฃูล ทุกๆ 12 ชั่วโมง







กินไปได้ไม่ถึงอาทิตย์ ปรากฏว่ามีอาการแพ้ยาอย่างรุนแรง
มีผื่นแดงเกิดขึ้นทั่วทั้งตัว แต่ไม่ม่อาการคัน

หมอสั่งยาแก้แพ้มาให้ และสั่งงดยา Tasigna อีก


October 2014

ไปพบหมออีกครั้งหลังจากที่ผื่นแดงๆยุบไปเกือบหมดแล้ว
หมอบอกว่า ยังเหลือยาอีก 5 ชนิด ที่จะให้เรากิน

แต่หมอคงจะตัดสินใจไม่ถูก (คิดเอาเองน่ะค่ะ)
เลยส่งเราไปหาหมอเฉพาะทางผู้เชี่ยวชาญอีกคน
ให้เป็นคนที่จะตัดสินใจว่า จะสั่งยาชนิดไหนให้เรา

มีนัดในวันที่ 20 นี้ แล้วจะมา เล่าต่อหลังจากที่ไปพบหมอมาแล้วค่ะ


April 2015

หมอสั่งงดยา 3 เดือน
เราก็ Happy สุดๆ หลังจากนั้นหมอให้ยาตัวใหม่มากิน

การที่ได้งดยา 3 เดือนนั้น
มีผลฟ้องอกมาเลยว่า เม็ดเลือดขาวของเราเริ่มขยับตัวเพิ่มชึ้นมาอีก

หมอเอาตัวเลขมาให้ดู หลังจากี่เราบอกหมอว่าไม่อยากจะกินยาเลย
ตอนแรกเราไม่ค่อยจะเชื่อหมอสักเท่าไร

แต่หลังจากที่หมอเปิดคอม
เอาตัวเลขมาเปรียบเทียบให้เห็นกันจะจะ ทำเอาเราอึ้งไปเลย

จะทำอย่างไรได้เล่า
อยากจะมีชีวิตอยู่ ก็จงก้มหน้าก้มตากินยาต่อไปเถิด

แล้วเราก็เข้าๆออกๆโรงพยาบาล เช็คเลือดบ้าง หัวใจบ้าง ปอดบ้าง

หมอเปลี่ยนยาชนิดใหม่มาให้





ธันวาคม 2015


ไปพบหมอตามนัด ตรวจเลือดแล้ว เม็ดเลือดขาวมีจำนวนปกติ


มกราคม 2016


ไปพบหมอตามนัด ตรวจเลือดแล้ว เม็ดเลือดขาวมีจำนวนปกติ


มิถุนายน 2016


ไปพบหมอตามนัด ตรวจเลือดแล้ว เม็ดเลือดขาวมีจำนวนปกติ

เราเริ่มมีอาการคันที่ผิวหนังรอบๆบริเวณดวงตา
มีน้ำตาไหล และแสบตา
อาการเหมือน แพ้อากาศ แพ้ฝุนผง (Allergy)


มกราคม 2017

ไปพบหมอตามนัด ตรวจเลือดแล้ว เม็ดเลือดขาวมีจำนวนปกติ

อาการของเรา
มันยิ่งหนักขึ้น แถมผิวหนังที่รอบๆจมูกแห้งมาก แสบและคัน

น้ำตาที่ไหลออกมาดูเหมือนจะเป็นสารพิษ
เพราะออกมาถูกผิวหนังตรงไหน
ที่ตรงนั้นจะมีอาการแสบ
เราทั้งถู ทั้งเกา จนผิวนังเปิด ชอกช้ำ

มีน้ำเหลืองฃึมออกมาบริเวณหางตา
(ภาษาบ้านเราเรียกน้ำเหลือง ทั้งที่จริงเป็นน้ำใสๆ)
เกิดจากการถู และขยี้มากมายตอนมีอาการคัน
เราใช้ครีมแอนตี้ไบโอติกทากันไว้ กลัวจะอักเสบ หรือติดเชื้อ

เดี๋ยวเป็น เดี๋ยวหาย ทรมาน ไม่ค่อยได้ออกนอกบ้าน
ผิวบริเวณหน้า ก็พลอย Sensitive ไปด้วย

สารพัดยา, สารพัดครีม และ Oilment ต่างๆ
สังออนไลท์มาทา แต่อาการก็ไม่ดีขึ้นเลย

อาการคัน ส่วนมากเกิดจากเกิดขึ้นจากอาหารที่ทาน
น้ำปลานี่แตะไม่ได้เลย
อาหารกระป๋องทุกชนิด แพ้หมด

ออกไป Food Shopping ในช่วง Weekend
บางครั้งต้องไปร้านของชาวเวียตนาม เพือฃี้อข้าว และเครื่องแกงต่างๆ

ต้องรีบฃื้อแล้วออกมาโดยไว
เพราะผิวหน้าเราคันคะเยอเหมือนโดนหมามุ่ย
และจามอยู่ตลอดเวลา
รีบกลับบ้านมาล้างหน้า อาการคันจะหายเป็นปลิดทิ้ง

แต่ถ้าไป Food Shopping ตาม Supper Market ของฝรั่ง
จะไม่มีอาการคันที่หน้าเลย

เรามโนเอาว่า อาการคัน และระคายเคือง
เกิดจากความไม่สะอาดของสถานที่
ไม่มีเครืองฟอกอากาศ หรือระบายอากาศ

ความอับชื้นในสถานที่ ฝุ่นละอองที่เกาะอยู่บนสินค้า
อะไรทำนองนั้น

สำหรับที่ตา ไปหาหมอประจำตัว ก็ได้ยามาหยอด
อาการก็อาการก็ไม่ดีขึน
กลับไปหาอีก ได้ยามาอีก อาการก็เหมือนเดิม

ถูกส่งไปหาหมอผู้เชี่ยวชาญทางตา

ตรวจแล้วก็บอกว่า ตาเราก็ปรกติดีนี่
คงจะเป็นที่ผิวหนังบริเวณรอบๆดวงตา
ว่าแล้วก็ให้ยามาหยอด อาการก็ไม่ดีขึ้น

เรากลับไปหาหมอประจำตัวอีก
บอกว่า ไม่ไหวแล้ว อาการไมดีขึ้นเลย

คราวนี้ถูกส่งตัวไปหาหมอผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง

ครั้งแรก หมอผู้เชี่ยวชาญบอกว่า
เป็นเพราะหางตาเราตก ทำให้น้ำตาไหลออกมาถูกผิวหนัง
จึงเกิดอาการแสบและคัน คน สอ วอ มักจะมีอาการเช่นนี้

ถ้าจะให้หาย จะต้องผาตัด ดึงหางตาขึ้น
เราบอกหมอว่า ฟังดูดีค่ะ

แต่ประกันของเราคงจะไม่จ่าย
เพราะเหมือนผ่าตัดเสริมสวย

หมอเลยแนะนำให้เปลี่ยนของใช้ทั้งหมด
เช่น สบู่, ครีมล้างหน้า, ยาสระผม,
ครีมนวดผม, โลชั่นทาผิว ให้ใช้ยี่ห้อที่ปลอดภัย
เราก็ทำตาม แต่ก็ไม่ดีขึนอีก

จนถึงขั้นสุดท้าย สั่งทำ Patch Testing
ที่แขนและที่แผ่นหลัง
ผลออกมาเราแพ้ Paraben และ Nickel




Paraben เป็นสารที่อยู่ในเครื่องสำอางค์ต่างๆ
ผสมไว้เพื่อยืดอายุการใช้งาน
หรือแม้แต่ในยาชาที่ใช้ในการทำฟัน ก็มี Paraben ผสมอยู่ด้วย

ส่วน Nickel นั้น มักจะพบมีผสมอยู่ในพวก Jewelry ต่างๆ

เลยต้องเปลี่ยนของใช้ส่วนตัวอีกครั้ง
เป็นพวก Paraben Free

อาการก็ยังไม่ดีขึ้นอีกตามเคย



ช่วงที่เป็นมาก หนังตาบวม และระคายเคืองง่าย
แสบตายามต้องใช้สายตา

จึงทำให้ต้องห่างหายไปจากไปจากการบันทึกเสียเกือบปี



เราถ่ายรูป ใบหน้าที่มีผื่นแดง ผิวหนังบริเวณหนังตาทีคัน
และรอบๆจมูกที่มีผิวแห้ง คัน ลอกออกมาเป็นแผ่นๆได้
email ไปให้หมอดูก่อนวันนัดสองอาทิตย์


กรกฏาคม 2017


ไปพบหมอตามนัด ตรวจเลือดแล้ว เม็ดเลือดขาวมีจำนวนปกติ

เราเล่าเรื่องราวให้หมอฟังทั้งหมด ความจริงไม่ต้องเล่าก็ได้
หมอเขาต้องเห็นจากแฟ้มประวัติในคอมอยู่แล้ว

เราโอดครวญกับหมอว่า
น้ำตาเราที่ออกมานั่นน่ะ เป็นสารพิษจากยาคีโมที่เรากินอยู่แน่ๆเลย

หมอเล่าให้เราฟังว่า ได้แอบไปคุยกับเจ้าหน้าที่ที่ห้องยา
และปรึกษากันว่า จะเป็นไปได้ไหม ที่น้ำตาของเราจะเป็นพิษ

หมายถึงมีตัวยาคีโมปนเปื้อนออกมาด้วยตามที่เราเข้าใจ
และอยากจะตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่บอกว่า ถ้าจะตรวจสอบคงจะยาก
เพราะต้องใช้นำตาปริมาณหนึ่ง และน้ำตาเราคงจะไม่พอ



เราทรมานมากมาย น้ำหนักก็ลดลง
เพราะไม่กล้าทานอาหาร กลัวจะคันจนหลีกเลี่ยงการเกาไม่ได้

เราขอร้องว่า ขอให้เราไม่ต้องกินยาทุกวันได้ไหม?
เว้นสักอาทิตย์ละวันสองวันได้ไหม?
หมอบอกไม่ได้ๆ เว้นไม่ได้เด็ดขาด

เราทำสีหน้าละห้อย ต่อรองกับหมออีกว่า
ถ้าเว้นไม่ได้ ขอลดปริมาณตัวยาได้ไหม?

ลงสักครึ่งหนึ่ง จาก 400 mg เป็น 200 mg

หมอคิดหนัก ในที่สุดก็ใจอ่อน ยอมให้ลดยาลงเหลือ 200 mg

แต่มีข้อแม้ว่า อีกสองสามอาทิตย์ต้องกลับมาตรวจเลือดนะ
ถ้าผลตรวจไม่ดี จะต้องกลับไปกิน 400 mg เหมือนก่อน

เราก็ต่อลองกับหมออีกว่า ถ้า 200 mg ไม่ work
จะขอให้เพิ่มเป็น 300 mg ก่อน
ถ้า 300 mg ไม่ work อีก เราจะยอมกลับไปกิน 400 mg เท่าเดิม

หมอตอบตกลง ...




3 อาทิตย์ต่อมา

ไปพบหมอตามนัด ตรวจเลือดแล้ว
เม็ดเลือดขาวมีจำนวนปกติ แอบดีใจมากมาย

ไปตรวจเลือดทุกๆ 3 เดือน


สิงหาคม 2017

ไปพบหมอตามนัด ตรวจเลือดแล้ว เม็ดเลือดขาวมีจำนวนปกติ

จากการที่ได้ลดยาลง อาการคันที่ตา ผิวหน้าแพ้ง่าย
และผิวหนังบริเวณจมูกแห้ง ได้ค่อยๆยังชั่วขึ้นตามลำดับ


ตุลาคม 2017

ไปพบหมอตามนัด ตรวจเลือดแล้ว เม็ดเลือดขาวมีจำนวนปกติ

ปัจจุบัน อาการแพ้ต่างๆหายแล้วค่ะ

แต่ก็ต้องคอยเฝ้าดูตัวเองอยู่ตลอดเวลา
เวลาจะมีน้ำตาไหลเวลาแสบตา ต้องรึบทำความสะอาด
ล้างฃับน้ำตาให้แห้ง





เราไปได้ครีมมายี่ห้อหนึ่ง ฃึ่งใช้ดีมาก
ช่วยป้องกัน และรักษาอาการ ผิวแห้งบริเวณหน้า
เปลือกตา และรอบๆรูจมูกได้ร้อยเปอเฃ็นต์เลยที่เดียว

เอามาแปะไว้ ไม่ได้ค่าโฆษนาหรอกค่ะ (^__^)


ข้อนี้ความคิดเห็นส่วนตัว
สวดธรรมจักกัปปวัตตนสูตรทุกวัน มีผลเป็นอัศจรรย์
จนได้ลดยาลงมาได้หลือครึ่งหนึ่ง





...... ตามนั้นค่ะ ......




เราจะเริ่มใช้ Generic brand ของ Gleevec (Imatinib)
ในเดือนมกราคม 2018

เห็นใจบริษัทประกันเหมือนกัน ที่ต้องจ่ายค่ายาฃึ่งแพงอย่างโหดให้เรามาห้าปีแล้ว

พอมียาออกใหม่ ที่มีสรรพคุณใกลเคียงกัน และถูกกว่าออกมา
เขาก็ต้องเอามาใช้ทดแทนกันเป็นธรรมดา เราไม่ว่ากัน

หวั่นใจนิดๆว่า เราจะแพ้ยาอีกหรือเปล่า
แต่หมอปลอบใจเราว่า Imatinib นี้ มีตัวยาเหมือนกันกับ Gleevec
ถ้ามีอาการแพ้เกิดขึ้น ให้รีบติดต่อหมอไปทันที


มกราคม 2018





เริ่มยาตัวใหม่ Imatinib แล้ว ใช้ในปริมาณที่เท่ากับ Gleevec

สังเกตุได้เลยว่า อาการข้างเคียงน้อยกว่า Gleevec นิดหน่อย

หลังจากทานได้สองอาทิตย์ ไปเช็คเลือด
เม็ดเลือดขาว ยังอยู่ในปริมาณปรกติ


เมษายน 2018 .... Next Appointment





แล้วจะมาแปะต่อค่ะ
ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลง
และตัวอักษรยังไม่เกินที่ Pantip กำหนดไว้ให้

ขอผลบุญจากการบันทึกเป็นวิทยาทานนี้
จงมีแด่บิดามารดา ญาติ กัลยณมิตร ครูบาอาจารย์
จ้ากรรมนายเวร ทั้งในอดีตชาติ และปัจจุบันชาติ

ที่ทุกข์ ขอให้พ้นทุกข์ ที่สุข ขอให้สุขยิ่งๆขึ้น ...


ขอบคุณสำหรับทุกๆ Comments และ ทุกๆกำลังใจที่ให้ค่ะ















ขอเล่าถึงอาการที่ปรากฏเป็นลางบอกให้รู้ก่อน

มกราคม 2012 - มีนาคม 2012

... ตอนนั้นอยู่บ้านที่เมืองไทย ...
อาการผิดปกติ ก่อนที่จะตรวจพบว่า เป็น CML






บวมที่ใต้หัวเข่า จำไม่ได้ว่า เกิดจากอะไร
หกล้มหรือเปล่า นี่เป็นครั้งแรกที่บวม ไม่เจ็บไม่ปวด





อันนี้จำได้แม่นว่า บวมขึ้นมาเองอย่างไม่มีสาเหตุ
บวมอยู่หลายวัน เวลาสัมผัสจะรู้สึกว่าเย็นมาก
กว่าขาอีกข้าง

น้องเขยพาไปรดน้ำมนต์ และนวดน้ำมัน

วันรุ่งขึ้น ยุบไปนิดหน่อย
วันรุ่งขึ้นรีบไปหาหมอที่โรงพยาบาลของรัฐใกล้ๆบ้าน

ไม่ขอบอกว่า โรงพยาบาลไหน และไม่คิดอคติกับหมอด้วย

หมอไม่มีความเห็น อธิบายไม่ได้
คงจะไม่มีบาดแผลให้ตรวจ
ปล่อยให้เรากลับบ้านโดยค้างคาใจว่า เราเป็นอะไรกันแน่

Things happen for a reason พยามคิดในด้านที่ดีว่า
บางสิ่งบางอย่าง อาจจะให้เรามาตรวจพบโรค และได้รับการรักษาที่นี่
ฃึ่งจะเป็นผลดีต่อตัวเรา และครอบครัว ก็เป็นไปได้





บวมไปถึงข้อเท้า และหลังเท้าแล้ว
เริ่มรู้สึกชาทั้งขา ผิวหนังเริ่มเป็นสีคล้ำ เราคิดว่า
เลือดลมคงจะไม่เดินแล้ว

ด้วยความรักตัวกลัวตาย กลัวขาเน่า
เอาน้ำมันพระมานวด ค่อยยังชั่วขึ้น
สรุปกันว่า เราถูกของ ถูกลมพัดลมเพ

ภาพทั้งสามภาพ เราบันทึกไว้ตอนอยู่เมืองไทย
เพราะต้อง Update ความเป็นอยู่
สุขหรือทุกข์ตัวเองให้ลูกๆรู้ทุกวัน

เรื่องสุข เราจะเล่า
แต่เรื่องทุกข์ เราจะไม่เล่าลงรายละเอียดมากนัก

ความจริงพวกเค้าก็เป็นห่วงเรานั่นแหละ
เห็นเราอยู่บ้านคนเดียว
และเราก็จิตตกแทบทุกวันด้วย

มันหลายอย่างด้วยกัน กลับมาอยู่เมืองไทย
เพื่อนฝูงไม่มี บ้านใหญ่โต แต่อยู่คนเดียว มันเหงา

มาเรียนรู้ภายหลังว่า ขาที่ว่าบวมนั้น เป็นเพราะเส้นเลือดอุดตัน
เลือดไม่เดิน เม็ดเลือดขาวมีปริมาณมากกว่าเม็ดเลือดแดง

ยังดีนะ ที่ดวงเรายังไม่ถึงฆาต
เพราะถ้าเลือดที่อุดตันที่บวมอยู่ตามขานั้น
เกิดบางส่วนหลุดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
และวิ่งไปอุดอยู่ที่หัวใจ หรือสมองเข้าละก็
ไม่อยากจะคิดเลย ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

เราคิดว่า เป็นเวรกรรมที่เราได้รับก็ได้ จะโดยอะไรก็ตาม
เรายอมรับในสิ่งต่างๆที่เกิด ... ทำใจแล้วค่ะ





ขอตอบคำถามของ คุณ Bbee AY

ขอบคุณค่ะที่ติดตาม Blog เรา


โรคมะเร็งส่วนใหญ่จะเกลียดเสียงหัวเราะและการออกกำลังกาย
เพราะเสียงหัวเราะหมายถึงไม่เครียด
และการออกกำลังกายหมายถึงการได้เพิ่ม Oxygen เข้าไปในเม็ดเลือด


CML ...Chronic Myeloid Leukemia นั้นมันเป็น Leukemia ชนิดเรื้อรัง

เราจะต้องทานยาคุมไปตลอดชีวิต
เหมือนกับที่เราทานยาคุมความดันหรือทานยาคุมไขมันในเส้นเลือดนั่นแหละ

สำหรับอาการเกล็ดเลือดต่ำนั้น
หมอที่รักษาจะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะแก้มืออย่างไร
เราต้องระวังคนไข้ไม่ให้หกล้ม หรือผิวหนังมีเลือดออก

อย่าไปอยู่ในกลุ่มคนมากๆ

อย่าเข้าใกล้คนที่เป็นโรคติดต่อ

อยู่ห่างๆคนที่เป็นหวัด ... ต้องไม่ลืมว่า
ยาคีโมทุกชนิดจะไปทำลายภูมิคุ้มกันโรคของเรา
ทำให้ immune system ของเราต่ำ

เวลาทานยา อย่าทานตอนกระเพาะว่าง
หาอะไรทานให้หนักท้องเข้าไว้

เพื่อจะได้ลดอาการข้างเคียงให้เบาบางลง
เช่น แน่นหน้าอก คลื่นใส้ อยากจะอาเจียน
แต่อาการแพ้ยาของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน

บางคนเป็นมาก บางคนเป็นน้อย
และบางคนอาจจะมีอาการนอกเหนือจากนี้

อ่านเอกสารทุกชนิดที่หมอให้มา
และอ่านเอกสารต่างๆที่แนบมากับยาด้วย

เราไม่ทราบว่า ทางบ้านเรานั้น ทางหมอ และเภสัชกร
จะอธิบายรายละเอียดต่างๆกับคนไข้
เหมือนกับที่นี่หรือไม่

** เซลล์มะเร็ง เป็นเชื้อโรคของจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณ
การควบคุมอารมณ์ และมองโลกในแง่ดีจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น
อารมณ์โกรธ หรือความเครียดจะสร้างสภาพความเป็นกรดให้ร่างกาย
ควรเรียนรู้ที่จะรัก และให้อภัย พักผ่อนและสนุกกับการใช้ชีวิต

** เซลล์มะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตในที่มีออกซิเจนได้
การออกกำลังกายทุกวัน และหายใจเข้าลึกลึก
จะช่วยเพิ่มระดับ ออกซิเจนในเซลล์
การบำบัดด้วยออกซิเจนก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำลายเซลล์มะเร็ง

สอง Column ท้ายสุด เราไปเอามาจากไหนก็จำไม่ได้แล้ว
ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ





Louis Armstrong ...... What A Wonderful World ......

Songwriters: Thiele, Robert;Weiss, George David

Uploaded by TheSpiritualRealm on Oct 8, 2010






I see tree of green , red roses too
I see them bloom , for me and you
And I think to myself ... what a wonderful world

I see skies of blue and clouds of white
The bright blessed days, the dark sacred night
And I think to myself ... what a wonderful world

The colors of rainbow , so pretty in the sky
Are also on the faces of people going by
I see friends shakin' hands , sayin' .. "How do you do "
They're really sayin " I love you "

I hear babies cryin' I watch them grow
They'll learn much more than I'll ever know
And I think to myself .... what a wonderful world
Yes I think to myself ... what a wonderful world.






 

Create Date : 27 พฤษภาคม 2555
10 comments
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2561 23:42:26 น.
Counter : 9375 Pageviews.

 










 

โดย: AsWeChange 31 พฤษภาคม 2555 6:27:05 น.  

 

เป็นกำลังใจให้นะคะ
แล้วจะมาเยี่ยมบ่อย ๆ ค่ะ
กินยาสม่ำเสมอ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

อ้อ เตือนคุณป้าก็เหมือนเตือนตนเองค่ะเพราะตอนนี้หนูก็ยังไม่ได้กินยาเลยค่ะ

 

โดย: cyberlifenlearn 31 พฤษภาคม 2555 8:56:25 น.  

 

ขอเป็นกำลังใจให้ด้วยคนนะคะ กำลังใจเท่านั้นจะต่อสู้กับสิ่งที่เผชิญอยู่ได้ค่ะ

 

โดย: krisana IP: 223.206.202.203 31 พฤษภาคม 2555 10:48:08 น.  

 

เรื่อง copy ภาษาเกาหลี ไม่มีปัญหาค่ะ เพราะว่าทำเพื่อเป็นบุญกุศลอยุ่แล้วค่ะ

 

โดย: cyberlifenlearn 31 พฤษภาคม 2555 11:21:32 น.  

 

เป็นกำลังใจให้นะคะ
ยามเจ็บไข้ได้ป่วย กำลังใจสำคัญที่สุดเลย
สู้ๆค่ะ

 

โดย: AdrenalineRush 31 พฤษภาคม 2555 20:33:25 น.  

 

good night naka

 

โดย: cyberlifenlearn 1 มิถุนายน 2555 23:09:03 น.  

 

พี่ี๊อี๊ดจ๋า ขออนุญาตมาเม้นท์หน้าเก่านะคะ แหะๆ
ขอบคุณที่แวะไปชมเมนูการบ้านค่ะ ร่วมสนุกไปเรื่อยๆ มีไรให้คิดทำเพิ่มขึ้น สนุกดี
เพียงแต่ว่าการครัวของแอ๋นยังไม่คล่องเท่าไหร่
บางทีลงเอยกับการลวกมาม่าก็มีนะ ยามเมื่อคิดไรไม่ออก แหะๆ
แต่ยำจานนี้ภูมิใจเสนอค่ะ คนข้างๆชอบมาก ใส่ผักเพิ่มซะเยอะเลย ทอดก็ไใม่สวยแต่หยวนๆน่า แฮ่

ลูกหลานเป็นห่วง โทรหาตลอด น่ารักมากๆ พี่อี๊ดแข็งแรงไปสูดอาหาศชายทะเลมา ชาร์ตแบตๆ อย่าหักโหมจริงๆล่ะ
เป็นไงบ้างคะ ร้อนไหม ฝนเยอะป่าว อากาศดีไม่ผิดหวังใช่ไหม
เพื่อนก็น่ารักเหลือเกิน มีรับไปทานเตี๋ยวด้วย แถมนู๊นคนไทยเยอะ คงมีร้านอร่อยๆเพียบเลยนะคะ

แอ๋นกับครอบครัวสบายดีค่ะ ขอบคุณค่ะพี่อี๊ด หวังว่าพี่อี๊ดและครอบครัวทุกคนสบายดีนะคะ



 

โดย: anigia 12 มิถุนายน 2555 22:47:01 น.  

 



เรดาร์มาแบบนี้เลยค่ะวันนี้ ขณะนี้บ้านแอ๋น
ฝนเปลี่ยนฤดูจะเข้าร้อน มักรุนแรงเหมือนที่บ้านเราเลยเนาพี่อี๊ด
ขอบคุณที่แวะมาทักทาย แอ๋นยังดองบล็อกอีกสองสามชั่วโมง
ไหนๆก็จะมีการบ้านอาหารแม่มดส่งก็เลยรออีกนิดค่ะ เที่ยงวันกดส่งปึ่ดไปเลยแล้วเก็บของเตรียมเดินทางอีกแล้ว
ห่วงแต่พายุระหว่างทางนี่ล่ะ แต่ทำไงได้ มีแผนการกับปู่ย่าแล้วก็ต้องทำตามน่ะค่ะ

นัดหมออีกทีวันที่ 20 เนาะ ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ปรับตัวกับผลของยาและอื่นๆได้แล้วใช่มั๊ยคะ ยังไงก็พักผ่อนมากนะคะ แอ๋นกลับมาอาทิตย์หน้าค่อยมาคุยกัยใหม่เน๊อ

Happy Father's Day ล่วงหน้าจ้า

 

โดย: anigia 14 มิถุนายน 2555 20:44:40 น.  

 

ผ่านไปเดือนกว่าๆ กลับมาเยี่ยมเยียนพี่อี๊ดอีกครั้งค่ะ
ตอนนี้ก็ยังอยู่อีสโคสท์ใช่มั๊ยคะ
พี่อี๊ดเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีไหม ปรับตัวกับฤทธิ์ยาได้หรือยัง ??

แอ๋นกับสองหนุ่มก็ง๊องแง๊งกันทั้งซัมเมอร์เลยค่ะ 4 กับ 6 ขวบ ตอนนี้แทคทีมรุมแม่ ซนมาก บอกไม่ค่อยจะฟังแล้ว หาว่าแม่เป็นตัวมารทำลายความสนุกผมๆ ก็ตัวเท่านี้เริ่มติดทีวีติดเกมส์ไอเเพดแล้ว
จะงอนดีมั๊ยเนี่ย

 

โดย: anigia 26 กรกฎาคม 2555 23:11:39 น.  

 


สู้ สู้ ค่ะ บังเอิญค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้อยู่ เพื่อจะได้เข้าใจถึงบุคคลที่มีอาการนี้ ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะสำหรับความรู้ดีดีเช่นนี้
ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆที่คุณนับถือได้โปรด

 

โดย: sumalee IP: 118.172.50.179 11 ตุลาคม 2555 22:32:28 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.