someday we write , someday we wrong









[1] ลางร้ายเริ่มปรากฏ : คุณจะอ่านหนังสือเล่มนี้สนุกขึ้น ถ้าพ่อแม่ของคุณตายในกองไฟ



• ลางร้ายเริ่มปรากฏ : เล่มที่ 1 ของหนังสือชุดอยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย •
• เลโมนี สนิกเก็ต (เขียน) : อาริตา พงศ์ธรานนท์ (แปล) : สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่น : ราคา 85 บาท •



ตอนเด็กๆ เคยได้ดูการ์ตูนเรื่อง อะลาดิน ไหมครับ
ผมจำได้ว่าตัวเองหลงใหลการผจญภัยของเด็กข้างถนนกับยักษ์ในตะเกียงเรื่องนี้มาก
มากถึงขนาดว่า ถ้าได้นั่งหน้าจอทีวีดูความตระการตาตอนที่ยักษ์จินนี่ปรากฏกายครั้งแรก
เฝ้าชมอะลาดินขี่พรมวิเศษพาเจ้าหญิงไปขับร้องท่วงทำนองกันบนท้องฟ้า
หรือกำลังลุ้นตัวโก่งไปกับการต่อสู้ในช่วงท้ายเรื่อง
ในภวังค์นั้น...ต่อให้พ่อแม่มาไล่ให้ไปนอน เด็กชายชุดนอนคนนี้ก็จะขอขัดขืน ดื้อดึง และไม่ปฏิบัติตาม



ใครที่จำการ์ตูนเรื่องนี้ได้ คงจะทราบถึงความหรรษาที่ตอกก้นของเราให้ติดกับเก้าอี้
มัดลูกตาให้จับจ้องไปยังจอทีวี และเอาแขนมาโอบกอดหัวใจของเราไว้ตลอดทั้งเรื่อง
สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือความหรรษาใน “แบบอะลาดิน อะลาดิน” ที่ผมว่ามานั้น...หาไม่ได้ในหนังสือเล่มนี้ครับ
(ไม่ใช่แค่เล่มนี้ แต่รวมไปถึงหนังสือทุกๆ เล่ม ที่บรรจุอยู่ในชุดอยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย)

เรื่องราวการผจญภัยของ 3 พี่น้องโบดแลร์จึงไม่ได้คาบเกี่ยวกับมนต์ตราและเจ้าหญิง
จุดเริ่มต้นของลางร้ายที่จะดำเนินต่อเนื่องไป 13 เล่มซ้อนคือ เหตุเพลิงไหม้ที่คฤหาสน์โบดแลร์
เปลิวเพลิง...ที่เผาข้าวของเครื่องใช้เป็นเถ้าถ่าน พรากชีวิตพ่อแม่จากไป
และปล่อยเขม่าควันหนาทึบบดบังแสงสว่างทุกชนิดในชีวิตของ 3 พี่น้องตระกูลโบดแลร์
แต่เพลิงนี้ก็ยังไม่เก่งพอที่จะลามเข้าไปถึงสมบัติจำนวนมหาศาลของตระกูลโบดแลร์ที่อยู่ในธนาคาร!




หากการผจญภัยของอะลาดินนำพาเขาไปพบกับสิ่งของที่ต้องมนต์ขลัง
สิ่งที่ตามมามักจะเป็นพร 3 ข้อเหมือนตะเกียงวิเศษที่บรรจุยักษ์ตัวสีฟ้าจอมขี้เล่น
แต่ในกรณีนี้ การผจญภัยของพวกเด็กๆ โบดแลร์ นำพวกเขาไปพบเจอแต่เหตุการณ์สยองขวัญที่น่าเศร้าสลด
และเงินในธนาคารก็ไม่มีแผนการจะมอบพรวิเศษให้ 3 ข้อ
แต่มันกลับมอบปัญหา 3 ข้อที่ถือเป็นปัญหาใหญ่ แก้ยาก และคุกคามชีวิตของพวกเด็กๆ แทน
ปัญหาแรกที่เกิดขึ้นคือ พวกเด็กๆ จะได้รับมรดกนั้นก็ต่อเมื่อ ไวโอเล็ต พี่สาวคนโตบรรลุนิติภาวะ (นั่นหมายถึงอีก 4 ปี)
ปัญหาที่ 2 คือเมื่อยังเอาเงินออกมาสร้างบ้านใหม่ไม่ได้ พวกเด็กๆ ต้องไปอาศัยกับญาติๆ ตามที่ถูกกำหนดไว้ในพินัยกรรมธ์
และปัญหาข้อสุดท้ายก็คือ...มีญาติบางคนพยายามที่จะโชว์ว่าตัวเองเก่งกว่าเปลิวเพลิง
ด้วยการพยายามแย่งกรรมสิทธ์ในมรดกจากพวกเด็กๆ โบดแลร์มาเป็นของตัวเอง


ในเล่มนี้นอกจากจะเปิดตัว เคาต์โอลาฟ ญาติห่างๆ ที่เป็นเจ้าของคณะละครผู้ชั่วร้ายแล้ว
หนังสือยังแนะนำให้เราได้ทำความรู้จักกับเด็กๆ โบดแลร์ 3 ตัวละครหลัก
ทั้ง ไวโอเล็ต พี่สาวคนโตผู้ชื่นชอบสิ่งประดิษฐ์ และมีความสามารถในการสร้างสรรค์เครื่องจักรกลไก
เคลาส์ พี่ชายคนกลาง หนอนหนังสือผู้รอบรู้ จับตาดูให้ดีเพราะความรู้ที่สมองเล็กๆ ของเคลาส์สะสมไว้
มักจะสามารถช่วยให้พวกเด็กๆ โบดแลร์รอดพ้นได้ในยามคับขัน
และสุดท้าย ซันนี่ น้องสาวคนเล็ก เด็กทารกที่มาพร้อมกับฟันหน้า 4 ซี่อันทรงพลัง…

โดยรวมๆ แล้วอาวุธที่พวกเด็กๆ จะมีไว้ใช้ต่อกรกับเคาต์โลลาฟและพรรคพวก
จึงประกอบไปด้วยจินตนาการ ความรู้ และการขบเคี้ยว(?)



ดังนั้นหากใครที่อยากสัมผัสการผจญภัยที่มีภัยคุกคามที่หนักข้อกว่าในอะลาดิน
(ด้วยผู้ร้ายเหลี่ยมจัดกว่า กะเล่นถึงตาย และตัวเอกไม่มีพรมวิเศษ ลิงแสนรู้ หรือยักษ์ในตะเกียงมาคอยช่วย)
“ลางร้ายเริ่มปรากฏ” รอคุณอยู่ด้วยความหนาเพียง 109 หน้า และราคาเพียง 85 บาท
ลองอ่านดู...แล้วคุณจะพบว่าลางร้ายที่เริ่มปรากฏในหนังสือไม่ได้เปลี่ยนแค่ชีวิตของตัวละคร...

จากประสบการณ์ส่วนตัว
จากเด็กดื้อที่คนเคยนั่งติดหน้าจอเอาใจช่วยอะลาดิน พลางตระโกนบอกพ่อแม่ให้ไปนอนก่อนไป๊!
หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบ เขาวางมันลงอย่างแผ่วเบา และเดินไปโอบกอดพ่อแม่อย่างสำนึกผิด...



Create Date : 14 มิถุนายน 2551
Last Update : 6 ธันวาคม 2552 15:25:40 น. 15 comments
Counter : 2049 Pageviews.

 
ชื่อบล็อคนี้น่ากลัวไปหน่อยนะครับ

เล่มแรกก็คือเล่มที่ได้ทำเป็นหนังแล้วใช่ไหมครับ ถ้าผมจะเริ่มอ่าน ก็น่าจะเป็นตั้งแต่เล่มที่สองเป็นต้นไป

ส่วนอะลาดิน ผมยังจำได้ดีกับเพลง A Whole New World เวอร์ชั่นของพี่เบิร์ดที่ได้ฟังในโรงหนังเลยนะครับ จำได้ดีพอๆกับเวอร์ชั่นของ พีโบ ไปซันกับ...(ใครหว่า) เลย


โดย: BloodyMonday วันที่: 15 มิถุนายน 2551 เวลา:10:40:48 น.  

 
อ่านหนังสือชุดนี้เล่มแรกเพราะบอกเพื่อนว่าอยากอ่าน แล้วเพื่อนมีพอดีเลยเอามาให้
แถมบอกว่า แกเอาเล่ม 1 ไปอ่านก่อน ชอบไม่ชอบค่อยซื้อ แต่ว่า เราว่าเศร์ไม่ชอบ

พออ่านดู ก็เออ จริงอ่ะ มันมีแต่ทุกข์ โชคร้าย อยู่ในเล่ม อ่านแล้วจิตตก
เผอิญเอาไปอ่านตอนไปทะเลกันด้วย หมดสนุกเลย 555

แต่ดูหนังแล้วสนุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆ แต่จะให้กลับมาอ่านเล่มนี้อีกครั้ง ไม่เอาอ่ะ ขอบาย

อะลาดินก็ขึ้นหิ้งไปแล้ว เพลงเพราะมากๆๆๆๆๆ


โดย: ปลาทองแก้มยุ้ย IP: 124.121.160.40 วันที่: 15 มิถุนายน 2551 เวลา:18:34:42 น.  

 
ปากก็บอก..ไม่ชอบ
แต่ก้ตามาอ่านรีวิว...อีกแล้ว
ถือคติ..รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม
หนังสือเรื่องนี้..ไม่รู้..รู้แต่ว่า ขอบการ์ตูนอาลาดินค่ะ
เอ..ถ้าเรมีตะเกียงวิเศษอย่างพ่อหนุ่มคนนี้..เราจะขอพรวิเศษอะไรดีน้า
คุณชุดนอนล่ะคะ...จะขอดินแดนแห่งรัก...ให้กลับคืนมาเหมือนเดิมไหม




โดย: nikanda วันที่: 16 มิถุนายน 2551 เวลา:6:50:04 น.  

 
โฮ่...ทำไมหัวบล็อกถึงตั้งซะ...ซาดิสม์แบบนั้นอ่ะคุณชุดนอน...


โดย: แม่ไก่ วันที่: 16 มิถุนายน 2551 เวลา:21:07:21 น.  

 
คุณทำให้เราอยากอ่านก่อนซื้อครบชุดแล้วล่ะ


โดย: นัทธ์ วันที่: 16 มิถุนายน 2551 เวลา:22:29:55 น.  

 
เขียนได้สวยงามจังเลยค่ะ
ผนวกเอาเรื่องราวสองเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวกัน(ความเห็นคนอ่าน)
เข้ามาเป็นเรื่องเดียวกันได้อย่างแนบเนียนสนิทสนมกลมกลืน

เรื่องนี้ยังไม่ได้อ่านเลยค่ะ แต่ดูหนังจบแล้ว
แน่นอนว่าคงต่างกันยกใหญ่เชียวใช่ไหมคะ
เพราะว่าหนังไม่สามารถสร้างเหมือนหนังสือได้
อรรถรสที่รับรู้ได้ก็ต่างออกไปด้วยเช่นกัน
หนังสือคงจะหดหู่ หม่นเศร้า และทำร้ายจิตใจกว่า


ตอนเด็ก ๆ นั่งดู little mermaid ในชุดนอนน่ะค่ะ

ป.ล.มีคำผิดนิดหน่อยนะคะ


โดย: นางสาวดุ่บดั่บ วันที่: 17 มิถุนายน 2551 เวลา:4:02:39 น.  

 
รู้จักเรื่องนี้จากหนัง หลงรักตัวน้องเล็กมากมาย

แต่อ่านแล้วเรารู้สึกว่ามันร้ายน่ะ เลยคิดว่าไม่น่าจะถูกจริตสำหรับการอ่าน แหะๆ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 17 มิถุนายน 2551 เวลา:12:04:23 น.  

 
คุณ BloodyMonday
ชื่อตอนมันต้องโหด เพราะเรื่องราวมันบังคับให้โหดครับ 555+
เพลง A Whole New World นี่ ผมชอบเวอร์ชั่นที่ร้องในการ์ตูน(แบบพูดภาษาไทยนะ)
มากกว่าของพี่เบิร์ด หรือออริจินอลอีกครับ 1 คงเพราะมันมีภาพประกอบให้อินมากกว่า
และ 2...มันเพราะกว่าด้วยครับ

ปล ใครร้องในเวอร์ชั่นออริจินอลนี่ ผมก็ไม่รู้จักเหมือนกันครับ 555+


ปลาทองแก้มยุ้ย
อย่าไปอ่านมันเลย 555+
เอาจริงๆ บางตอนอ่านบล็อกเราไปเที่ยวยังฮากว่าเลย

เวอร์ชั่นหนังนี่...มันเอาเล่ม 1 – 3 ไปจับรวม เน่ามากอะพี่ว่า -*-
ไม่ได้เทียบกับหนังสือเลยนะ หนังมันเน่าในตัวเอง
ดูอะลาดินร้องเพลงเดียวยังมันกว่าหนังทั้งเรื่องเลย (ขนาดนั้น)

ปล อ่าน SP เจอชื่อเราบ่อยๆ แล้วคิดถึงเมื่อก่อนจัง...พี่นี่เริ่มแก่แล้วสินะ

คุณ nikanda
ถ้าได้รับพร 3 ข้อจริงคงไม่ขอดินแดนที่ว่าให้กลับมาหรอกครับ ^^
(แถมจินนี่มีกฎนะ ว่าห้ามขอให้คนรักกัน)
เพราะโลกนี้ยังมีอะไรให้ผู้ชายได้ตกหลุมรักมากกว่าแค่ผู้หญิงดีๆ สักคน
ผมไม่เข็ดในความรักนะครับ ความรักที่ผ่านมาเป็นแค่ความหลงที่ผมไปสำคัญมันผิดเป็นความรักเท่านั้นเอง
ที่สำคัญเวลาที่ความรักผ่านไป สิ่งที่ผ่านมาคืออิสรภาพอันแสนจะหอมหวาน
หอมหวานจนเราลืมไปเลยว่าเราจะเสียใจเรื่องความรักไปทำไม

แถมโดยตารางชีวิตแล้ว ผมว่าผมยังไม่อยู่ในช่วงที่เหมาะกับการมีใครสักคน
(ช่องก่อนหน้านี้ก็ไม่เหมาะครับ แต่ก็ฝืนไปหน้าตาเฉย 555+)
เหมือนกับคนที่ไม่อยากรับผลของการกระทำที่รุนแรงก็ควรอยู่ในห่างไกปืน
คนที่ขับรถไม่เป็นและไม่คิดจะขับก็ควรจะอยู่ในห่างพวงมาลัยรถ
และผม คนที่ยังไม่พร้อมสำหรับการมีความรัก ก็ควรอย่าให้อะไรๆ เข้ามาทำให้ไขว้เขว ^^

ปล ถ้าไม่สนใจหนังสือ ไม่ต้องทนฝืนอ่านก็ได้ครับ 555+ (เกรงใจมั่กๆ)
หากอยากจะแวะมา แค่แวะมาทักทายกันก็พอ
ตัวหนังสือของผมมันไร้สาระและพาลทำลายเซลสมองนะครับ ^^


คุณแม่ไก่
ช่วงนี้ชุดนอนฮาร์ทคอครับ 555+
แต่ก็จริงๆ นะครับ ถ้าเข้าข่ายที่ว่านี่รับรองอ่านเรื่องนี้มันยกร่องเลย!!

เล่มหน้าไม่เอาละ ละมุนๆ เข้าว่าดีกว่า หนังสือเด็กด้วย ต้องระวังภาษาหน่อย ^^

คุณนัทธ์
ช่วงนี้หนังสือเกิดอาการหาซื้อยากแล้วครับ
ผมเดินหลายร้านมากกว่าจะได้เล่มท้ายๆ ข่าวร้ายคือเล่มท้ายๆได้ครบ แต่เล่มแรกๆ ไม่มีเลย
ที่ฟิวเจอร์รังสิตนี่เล่ม 1 – 7 หาไม่ได้แล้วครับ 8 – 13 นี่ก็มีนับเล่มได้ หากันรากเลือดเลย
ถ้ายังขาดแค่ 2 เล่มสุดท้ายต้องรีบหาหน่อยแล้วครับ
(หรือที่อื่นเขามีเยอะ แต่รังสิตบ้านนอกไปนิดเลยหายาก -*-)


คุณนางสาวดุ่บดั่บ
นอกเหนือไปจากคำผิดที่มีมากมายแล้ว ยังมี “คำหาย” ด้วยครับ 555+
อ่านทวนแล้วเจอเพียบเลย คำที่หายไปในบางประโยค
คือตอนอ่านทวนก่อนลงบล็อก หัวสมองมันเติมให้ตอนเราอ่านเองไง
แต่พอคนอื่นอ่านเลยเจอเพียบเลย ขอบคุณมากครับที่ตักเตือน

เวอร์ชั่นหนังนี่ เน้นไปที่ความบันเทิงและตลกขบขันครับ
เรียกว่าเน้นไปคนละจุดกัน ในหนังสือเน้นรันทด เสียดสีชีวิต และอารมณ์ตลกร้ายของคนเขียน

คุณสาวไกด์ใจซื่อ
แอบกระซิบนิดนึงว่า แท้จริงแล้วหนังสือชุดนี้ติดตลกร้ายให้เราได้ยิ้มมุมปากตลอดเล่มทีเดียวครับ
แต่หากต้องการเรื่องความบันเทิงเริงใจ อ่านแล้วมีกำลังใจฮึกเหิม ก็คงต้องมองข้ามไปเสียดีกว่าจริงๆ

ปล น้องคนเล็กในหนังสือก็น่าเอ็นดูไม่แพ้เวอร์ชั่นหนังเลยครับ ^^


โดย: ขอรบกวนทั้งชุดนอน วันที่: 17 มิถุนายน 2551 เวลา:13:55:18 น.  

 
"ปล ถ้าไม่สนใจหนังสือ ไม่ต้องทนฝืนอ่านก็ได้ครับ 555+ (เกรงใจมั่กๆ)"

-ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ..ถ้าไม่อยากอ่าน เราก็ไม่อ่านค่ะ ไม่ชอบฝืนใจตัวเองเหมือนกัน
-หนังสือ..ไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่..ไม่ใช่แนว แต่ชอบอ่านรีวิวของคุณชุดนอนค่ะ
-มันเป็นรีวิวที่ใช้ภาษาธรรมดาแต่เรียบเรียง อ่านแล้ว เข้าใจยาก(นิดหน่อย)แต่ชอบอ่านค่ะ พัฒนาสมอง..อิอิ
..ฮา ฮา

"ที่สำคัญเวลาที่ความรักผ่านไป สิ่งที่ผ่านมาคืออิสรภาพอันแสนจะหอมหวาน
หอมหวานจนเราลืมไปเลยว่าเราจะเสียใจเรื่องความรักไปทำไม"
-อันนี้เข้าใจค่ะ....และเห็นด้วยอย่างยิ่ง ความรัก ความหลง อะไรก็แล้วแต่ ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต เป็นเพียงส่วนหนึ่งชองชีวิตเท่านั้น
-เห็นคุณชุดนอน..โอเคแล้ว ก็ดีใจด้วยค่ะ...แต่


"เพราะโลกนี้ยังมีอะไรให้ผู้ชายได้ตกหลุมรักมากกว่าแค่ผู้หญิงดีๆ สักคน"
-ใจร้าย..ย..ย...ย..จังแค่ผู้หญิงดีๆสักคน ไม่มีค่าพอให้ผู้ชายตกหลุมรักหรือคะ???...แล้วในชีวิตหนึ่งของผู้ชายสักคน อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุด..เนี่ย..?????


โดย: nikanda วันที่: 17 มิถุนายน 2551 เวลา:19:13:51 น.  

 
เราแวะเวียนไปร้าน 50% หลายครั้งก็ยังไม่ได้เล่ม 12-13 กับเล่มประวัติผู้เขียนนะ
สงสัยว่า ต้องยอมซื้อลด 5% จากร้านนายอินทร์แทนซะแล้ว จะได้สะสมแสตมป์ได้ด้วย

ปล. ...หยิบเล่ม 1 มาอ่านจบไปแล้ว ....หมายความว่า ลัดคิวอ่านไปเรียบร้อยแล้ว คืนนี้อ่านเล่ม 2 ต่อ

ปล. อีกที ...คนเขียนตั้งใจให้เป็นเรื่องร้ายจริงๆ ด้วย ...
แต่เรื่องนี้ดันเป็นเรื่องดีของคนเขียน เพราะขายดีซะอีก .....


โดย: นัทธ์ วันที่: 17 มิถุนายน 2551 เวลา:20:40:55 น.  

 
คุณ nikanda
รีบตอบก่อนคุณแจงจะเข้าใจผิด ^^
ประโยค "เพราะโลกนี้ยังมีอะไรให้ผู้ชายได้ตกหลุมรักมากกว่าแค่ผู้หญิงดีๆ สักคน" ที่ว่า
ผมหมายถึง บางสิ่งก็สามารถพร้อมจะมาให้ผู้ชายเราตกหลุมรักได้ในช่วงเวลาที่เรายังไม่พร้อมจะมีใครๆ ครับ
เช่น ถ้ายังไม่พร้อมกับการมีความรัก เราก็ตกหลุมรักการอ่าน การเขียน หรือรักการทำงานไป ประมาณนั้น

อยากจะสารภาพให้คุณแจงรู้ไว้ (แต่ห้ามเอาไปบอกผู้ชายคนอื่นนะครับว่าผมบอก)
ในชีวิตของผู้ชายเรานั้นไม่อาจ ไม่สามารถ และไม่ปรารถนาที่จะอยู่ได้โดยไม่มีผู้หญิงหรอกครับ
ความรักจากกันและกัน นิสัยน่ารักขี้อ้อนขี้งอนต่างๆ การซื้อรองเท้าเก็บที 20 คู่ ฯลฯ
ต่อให้ผู้ชายเราจะเคยบ่นว่าผู้หญิงอย่างไร แต่การได้ตกหลุมรักผู้หญิงคือที่สุดแล้วของชีวิตน้อยๆ ของผู้ชายเราครับ

ปากก็บ่นไปแต่ใจรักเป็นบ้าเป็นหลัง ผู้ชายเราก็แบบนี้เอง
บางจังหวะกับเรื่องหวานๆ พวกเราก็แกล้งปากแข็งไปซะอย่างนั้น ^^

และเมื่อการดูแลผู้หญิงสำคัญอย่างที่บอก
ถ้าเรา(พวกผู้ชาย)ยังไม่พร้อม เราก็ยังไม่ควรเร่งลงมือใช่ไหมครับ

เหมือนกับตอนนี้ที่ผมหันเหความรักมาให้การเขียน การอ่าน
และที่รักที่สุดก็คือคนอ่านครับ ^^

ปล. ภาษาของผมอ่านยากหรอครับ T-T (เศร้า)
รบกวนช่วยติชมด้วยนะครับ จะได้นำไปพยายามปรับปรุงต่อไปครับ

คุณนัทธ์
เล่มประวัติผู้เขียนนี้ผมไม่เคยเห็นเลยครับ (เพิ่งจะมาได้ยินจากคุณวินี่แหละว่ามีด้วย)

ดีจังมีคนอ่านหนังสือเป็นเพื่อนแล้ว
รีวิวของเล่ม 2 จะมาพรุ่งนี้นะครับ
แต่หลังจากนั้นจะเป็นคิวของ “ต้นไม้ใต้โลก” ที่ผมสัญญาไว้ว่าจะรีวิวทุกเดือนครับ ^^


โดย: ขอรบกวนทั้งชุดนอน วันที่: 17 มิถุนายน 2551 เวลา:23:23:15 น.  

 
ฮ่ะๆๆๆ หัวสมองมีการเติมให้เองตอนอ่านทวนด้วยเหรอคะ

ถึงหนังจะสร้างให้ขบขันนะคะ แต่ก็ยังแอบหดหู่อยู่
ทั้งที่ดูโดยไม่รู้ว่าผู้เขียนเป็นคนมีความสุขที่เห็นเด็ก ๆ ทุกข์นะ
แต่ตอนดูจบแล้วถอนหายใจเฮือกเลยค่ะ เหมือนโล่งใจขึ้น
แทนที่จะเป็นหนังเด็ก ๆ ดูแล้วบันเทิงเริงใจ ลัลล้า น่ารัก
กลับเครียดปรี๊ดแปลก ๆ แต่หนังก็ทำสำเร็จอยู่อย่างที่ว่า
ทำให้คนดูจำได้แม่นนะคะ แม้จะจำแบบไม่ประทับใจก็ตาม
อิอิ

....

การบันทึกเรื่องราวที่ไม่เป็นถ้อยคำเนี่ย มันสุดยอดไปเลยค่ะ
ทำให้เราได้รู้ว่า อารมณ์ที่อยู่ภายใน สื่อสารออกมาได้
โดยไม่ต้องใช้คำพูด ตัวอักษร สายตา หรือท่าทางเลย
เพียงแต่ว่า จะสามารถสื่อให้เข้าไปถึงคนดูเหมือนกันหรือเปล่า
ตรงนี้เราว่าเป็นเสน่ห์ที่งดงามของภาพถ่ายอย่างยิ่งนะคะ

แต่จะมาแอบกระซิบว่า ไม่จำเป็นต้องถ่ายภาพเก่งหรอกค่ะคุณชุดนอน
เพราะว่าคุณเขียนเรื่องราวเก่งเหลือเกิน ชอบอ่านมากเลยค่ะ
เหมือนได้อ่านบทรีวิวดี ๆ สักบทหนึ่งจากนักเขียนหรือคอลัมนิสต์
ว่าแต่ว่า...เป็นนักเขียนหรือเปล่าคะ?


โดย: นางสาวดุ่บดั่บ วันที่: 18 มิถุนายน 2551 เวลา:7:03:00 น.  

 
สวัสดีอีกรอบค่ะ

อ่า..งั้นคงต้องลองอ่านดูแล้วจะได้รู้ว่าเป็นไงน่ะนะคะ แหะๆ



ส่วนที่ไปคุยที่บล็อก

อาจเป็นเพราะของเขาหาดสั้น ลงเล่นน้ำก็ลำบากกระมังคะ เค้าเลยทำสระว่ายน้ำประมาณนั้นไว้เป็นการชดเชยน่ะค่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 18 มิถุนายน 2551 เวลา:8:43:44 น.  

 
อ๋า ผมจำผิดเองครับ ผมก็ชอบเวอร์ชั่นที่ร้องในโรงหนังเลยน่ะ (แล้วพี่เบิร์ด์ก็เอามาร้องอีกทีนึง)

ดูๆแล้ว คิดถึงหนังการ์ตูนวาดด้วยมือจัง...


โดย: BloodyMonday IP: 124.120.65.158 วันที่: 18 มิถุนายน 2551 เวลา:12:58:43 น.  

 
คุณนางสาวดุ่บดั่บ
จากฐานะทางบ้านการซื้อกล้องเป็นของตัวเองนี้ถือว่าเกินมือครับ
ทั้งบ้านเลยมีกลองดิจิตอลอันเดียว แต่ด้วยความที่ผมแยกตัวออกมาเฝ้าร้านอาหารอีกที่
กล้องเลยไม่ได้ตามมาด้วย ผมเลยได้แต่แอบหลงรักการถ่ายรูปข้างเดียวมาตลอด
ตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยแล้ว ที่เห็นคนอื่นเขาไปเข้าชมรม ไปเที่ยวกัน เพื่อเก็บรูปมาแปะบอร์ด

แต่เจ้ากล้องที่เลนต์ยาวๆ แบบนั้น ราคาก็แพงมหาศาลเกินกว่าจะเอาชุดนอนที่ใส่อยู่ไปจำนองซื้อมาได้
แต่ในอีกวันสองวันนี้อะไรๆ จะเปลี่ยนไปแล้วครับ เพราะ... ... ...



อีกไม่นานมือในภาพนี้ก็เป็นมือของผมครับ (วะฮ่าฮ่า)
แล้วพอได้มือถือที่มีกล้องกับเค้าบ้างแล้ว ผมจะได้ถ่ายให้สนุกไปเลย
(สนุกผม แต่คนดูอาจจะไม่เข้าใจ เพราะผมถ่ายเองก็คงไม่เข้าใจตัวเอง 555+)

ส่วนเรื่องเป็นนักเขียนนี่...ยังไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ
ดูคอมเม้นต์บนๆได้ คุณ nikanda เพิ่งบอกว่าตัวหนังสือของผมอ่านเข้าใจยากอยู่เลย
(แถมคุณย่อมรู้ดีกว่าใครว่า ผมเขียนหนังสือผิดเยอะขนาดไหน 555+)

แต่ก็มีแอบฝันบ้างเหมือนกันครับ
เพราะว่าทั้งฝันกลางวัน ฝันกลางคืน และฝันตอนตื่นของชุดนอนคนนี้คือการได้เป็นนักเขียน

การที่ผมเขียนรีวิวหนังสือนี้ เป็นกุศโลบายสำหรับหลอกตัวเองครับ
คือผมเป็นคนชอบเขียนแต่ไม่ชอบอ่าน แต่รู้ดีว่าการอ่านเป็นพื้นฐานที่ดีของการเขียน
เลยตั้งกฎกับตัวเองว่า ถ้าอยากเขียนนักจะให้เขียนถึงอะไรที่ต้องอ่าน
เมิ่อโจทย์นี้มารวมกับแรงบันดาลใจที่ได้รับจากบล็อกของคุณ Jevanni
ผมเลยมานั่งสวมชุดนอนเขียนรีวิวอยู่นี่ไงครับ ^^ (แต่มีแอบเขียนถึงหนังบ้างนิดๆ หน่อยๆนะ)


คุณสาวไกด์ใจชื่อ
ผมว่าสระว่ายน้ำนี่เข้าท่าตรงที่ เราสามารถได้บรรยากาศเหมือนเล่นน้ำทะเล โดยที่ตัวไม่ต้องเค็ม ^^

คุณ BloodyMonday
ยังพอมีให้ดูนะครับ ผมจำไม่ได้แล้วว่าชื่อเรื่องอะไร
แต่ถ้าจำไม่ผิด(นะ) น่าจะเป็นเรื่องของเจ้าหญิงผิวสีคนแรกของดีสนีย์ครับ (มั้งนะ) 555+
ไว้เข้าฉายแล้วก็คงรู้เอง


โดย: ขอรบกวนทั้งชุดนอน วันที่: 18 มิถุนายน 2551 เวลา:17:07:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ขอรบกวนทั้งชุดนอน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2551
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
14 มิถุนายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ขอรบกวนทั้งชุดนอน's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.