someday we write , someday we wrong









ขั้วโลกเหงา : เราจะเหงาถึงขนาดนี้ไหม หากเราเราไม่เคยเดินเคียงข้างใครมาก่อน

หากใครได้มีโอกาสสัมผัสรีวิวหนังสือจดหมายรักของ’ปราย พันแสงที่ผมเคยเขียนไว้
รายงานสถานการณ์ล่าสุด ณ ตอนนี้ ผมกับผู้หญิงในจดหมายได้เลิกรากันไปแล้วครับ

พอได้ย้อนกลับไปอ่านอีกครั้ง...ผมรู้สึกว่ามนุษย์เรานี่ใช้บริการจดหมายรักได้ตลกดี...
เราใช้มันแต่งแต้มเรื่องราวธรรมดาให้หวานเกินจริง วาดฝันอนาคตของคนสองคนในแง่ดี
และบันทึกความรู้สึกที่มีต่อกันไว้เป็นหลักฐานลายลักษณ์อักษรราวกับว่ามันจะคงอยู่ชั่วนิรัน
แต่ก็เปล่า ความรู้สึกนั้นถูกเจือปนผสมจนเป็นสิ่งอื่น บ้างจางหายไปช้าๆอย่างเงียบๆ และบางครั้งก็หายไปอย่างรวดเร็วโดยที่เราไม่รู้สึกตัว
หลังจากนั้น จดหมายรักจะเป็นเหมือนเครื่องช่วยจำในสิ่งที่เราอยากลืม
มันจะทำให้เราสงสัยในตัวเองว่าเหตุใดเราจึงไม่สามารถเดินเคียงข้างกันไปสู่จุดที่เคยเขียนบรรยายเอาไว้ได้
ทำไมเราจึงไม่สามารถเข้าอกเข้าใจ ตกหลุมรัก และมีชีวิตอยู่เพื่อกันและกันตามที่แผนการหวานๆเคยวางไว้
และในท้ายที่สุด จดหมายรักจะเป็นหลักฐานยืนยันว่า มนุษย์เราไม่เคยเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองเขียน...

จดหมายรัก 1 ฉบับใน Blog นี้ บวกกับอีก 4 - 5 ฉบับที่ผมเก็บสะสมไว้
บางฉบับผมเขียน บางฉบับเธอเขียน บางฉบับเราอ่านเคียงข้างกัน
และบางฉบับทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่เคียงกันแม้จะนั่งอ่านกับอยู่คนละฝั่งของตัวเมือง
ผมพอฉลาดพอที่จะไม่หยิบจดหมายมาอ่านให้ใจเสีย (แต่โง่พอที่จะอ่านไปหลายเที่ยวแล้วค่อยคิดได้)

สำหรับคนหนังสือ...คงจะทราบดีว่าตัวหนังสือทำร้ายเรามากได้ขนาดไหน...

ในทีแรกผมคิดว่า การดูทีวีน่าจะล่อหลอกความสนใจของผมให้ออกห่างจากการจมปลักได้สักระยะ
การฟังวิทยุคงจะช่วยมอบเพลงดีๆ เปี่ยมกำลังใจ มาช่วยซ่อมแซมหัวใจที่สึกหรอได้สักห้องสองห้อง
หรือการอ่านหนังสือดีๆสักเล่มน่าจะช่วยถ่วงเวลาร้องไห้ให้ถอยห่างออกไปอีกสักพัก (ใครๆก็รู้ว่าผมอ่านหนังสือช้ามาก)
แต่ที่ผมคาดหวังที่สุดคือการเดินออกไปสูดอากาศเปลี่ยนบรรยากาศนอกบ้านที่น่าจะช่วยให้อะไรๆผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
ดังนั้นผมจึงละจากข้อความต่างๆในจดหมาย หันไปนั่งดูทีวี นอนฟังเพลง จุ้มปุ๊กอ่านหนังสือ และออกเดินดูถนนหนทางไปตามเรื่องตามราว

แต่ผลที่ได้นั้นว่างเปล่ามากมาย ราวกับทีวีของผมปราศจากเสาอากาศขาดเคเบิล
คลื่นวิทยุมีเพียงภาพแต่ไร้เสียง(?)(ภาพของน้องเค้าโพล่มาไง)
ตู้หนังสือว่างโล่งราวกับชาตินี้ไม่เคยเสียเงินให้กับหนังสือ (ถ้าเป็นจริงผมคงมีเงินเก็บมหาศาล)
และท่ามกลางผู้คนมากมายบนถนน รถรานับร้อยที่วิ่งผ่าน
ผมกลับทำได้เพียงยืนล้มเหลวในการเยี่ยวยาตัวเองแล้วปล่อยให้หัวใจแตกสลาย

ใครที่ประสบการณ์คงทราบ...ว่าไม่มีที่ไหนเหงาไปกว่าบนถนนที่เต็มไปด้วยผู้คน...

เสียดายที่ที่นี่ประเทศไทยไม่ใช่นอร์เวย์ เพราะถนนของที่นั่นคงไม่เหงาเท่าที่นี่
ก็ที่นอร์เวย์...ถนนของเขาคือห้องนั่งเล่นครับ
คงไม่เกี่ยวกับใครสักคนผิดหวังในความรักเพียงแต่แค่พวกเขาเป็นคนรักสะอาด
ในวันแรกที่ความเหงาบนถนนเริ่มอ่อนตัวลง
มันเป็นวันที่ นายโทรนด์ ซิกวัลเซ็น ย้ายม้านั่งของพ่อออกมาทำความสะอาดบนถนนวิเกสดาลสตาเตอ
ทันใดนั้นร่มกันความเหงาของคนแถวนั้นก็ถูกกางออก...
จู่ๆ คนที่ยืนดูอยู่ก็เสนอไอเดียว่าเรามาเปลี่ยนถนนสายนี้ให้กลายเป็นห้องนั่งเล่นกันดีไหม
ไอเดียนี้ได้รับเสียงตอบรับจากนอร์เวย์มุงอย่างเป็นทางการจนพวกเขาพากันไปยื่นข้อเสนอกับรัฐบาลท้องถิ่น
เพื่อให้ถนนสายนี้เป็นห้องนั่งเล่นของคนในชุมชนอย่างถาวร

เมื่อได้รับการอนุมัติ คนในเมืองก็คนละไม้คนละมือ นำเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะเก้าอี้ ต้นไม้ บอร์ดประกาศ
รวมไปถึงคอมพิวเตอร์พร้อมอินเตอร์เน็ตมาประดับ จนถนนมีหน้าตาละม้ายคล้ายห้องนั่งเล่นอย่างกับเกิดมาจากไข่ฟองเดียวกัน
และนี่เป็นที่มาของถนนที่คนในชุมชนพากันมารวมตัวกัน...ถนนที่น่าจะไม่มีความเหงาตกชุก...

บางครั้งการดูแลโลกก็ทำกันง่ายๆ แค่ร่วมกันช่วยทำให้โลกมันน่าอยู่ขึ้น


แม้ความเป็นจริงจะมีหน้าตาไม่น่าคบหา
แต่มันกลับเป็นเพื่อนแท้คนเดียวที่คอยเตือนให้เราหยุดเพ้อฝัน
ถึงตอนนี้ผมหยุดเพ้อฝันไปตามถ้อยคำในจดหมายรักแล้ว
แต่จะให้ถึงขั้นชวนความเป็นจริงไปกินเหล้ากันนั้นคงยังไม่สนิทใจนัก

ด้วยผมไม่มีหนังในใจเรื่องไหนจะมาช่วยแก้สถานการณ์ ไม่มีเพลงโปรดเพลงใดที่ตุนไว้ใช้รับมือกับสภาพอันย่ำแย่
ไม่มีหนังสือใดมาคอยโอบกอดแล้วบอกกับผมว่า “ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง”
และถนนทุกสายรอบตัวบ้านก็มีแต่บรรยากาศความเหงาที่กระโชกแรง
ผมจึงอยากจะขออุปมาว่าหน้า Blog นี้เป็นถนน 2 เลนสักสายหนึ่ง
ว่าแล้วผมก็ขอย้ายม้านั่งออกมาวางที่หน้า Blog ...ไม่ได้จะเอาออกมาทำความสะอาดหรอกครับ ผมแค่ผิดหวังในความรัก...
ใครที่แวะผ่านมา โปรดช่วยหยิบ DVD หนังติดมือมาแนะนำ บอกชื่อเพลงพร้อมชื่อศิลปินไว้เป็นวิทยาทาน
หรือเล่าให้ฟังถึงหนังสืออบอุ่นๆสักเล่มที่จะช่วยให้ผมรอดผ่านความโหดร้ายของความรักในครั้งนี้

คนละไม้คนละมือ...เพื่อเติมเต็มเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นให้กับท้องถนน
คนละไม้คนละมือ...เพื่อให้หน้า Blog นี้เปลี่ยนจากถนนไปเป็นห้องนั่งเล่น
และคนละไม้คนละมือ...เพื่อให้คนที่ผิดหวังในความรักคนนึงไม่ต้องยืนเหงาอยู่กลางถนนอีกต่อไป




Create Date : 26 พฤษภาคม 2551
Last Update : 6 ธันวาคม 2552 15:26:17 น. 19 comments
Counter : 872 Pageviews.

 
เคยโดนตัวหนังสือทำร้ายจนถ้าตายซ้ำซากได้ ตอนนี้ก็เหลือแค่สองสามชีวิต จากทั้งหมดเก้า...

หนังสือแนะนำ ...ขอแนะนำเล่มนี้ค่ะ
จิ้มรูปได้เลยนะคะ เพิ่งรีวิว

ส่วนเพลง อาจจะหายากสักหน่อยค่ะ แต่แนะนำอัลบั้มชื่อ "Tone" เพลงบรรเลงของค่ายแปซิฟิก มูน



โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 26 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:29:56 น.  

 
สวัสดีจ้ะ
แวะมาให้กำลังใจก่อนนะ
เดี๋ยวดึกๆจะหาเพลงมาให้
เผื่อฟังแล้วสบายใจขึ้น


โดย: อาจารย์บ้านนอก วันที่: 26 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:49:17 น.  

 
เรารู้สึกว่าปีนี้...คงถึงเวลาที่ "รัก" จางหายซะแล้วล่ะ
ตั้งแต่ต้นปีมานี้ รับรู้เรื่อง "รักสลาย" ของเพื่อนๆ
ประมาณว่า โลกร้อนรักละลาย
นากีสถล่มหัวใจ ทำให้เจ้าของชิ้นเนื้อที่ใหญ่เท่ากำปั้นนี้ เจ็บไปตามๆ กัน

ครั้นจะปลอบใจ ก็ทำไม่เป็นเพราะความรู้สึกเช่นนี้ ไม่เคยสัมผัส
ครั้นจะแนะนำอะไร ก็คงพูดยากเต็มที
ด้วยสายตาและความรู้สึกของคน "ไร้คู่เคียง" แต่ "เพื่อนเพียบ" เนี่ย ....โลกรอบตัวค่อนข้างอบอุ่น

แต่เมื่อแวะเข้ามาแล้ว จะละเลยการสร้างห้องนั่งเล่นใน blog แห่งนี้ คงไม่ได้
หยิบเอาชิ้นโปรดออกมาวางก่อนเลย ...
หนังสือ "รักแท้" รวมเรื่องสั้นของ "ยาขอบ" ที่สนพ.อัมรินทร์ นำมาพิมพ์ใหม่
อาจช่วยเยียวยารักษาหัวใจที่บาดเจ็บได้บ้าง
เพราะรักในหนังสือเล่มนี้ มีทั้งหวาน ทั้งขม ทั้งสมหวัง ทั้งผิดหวัง
แต่แม้กระนั้นชีวิตของตัวละคร ก็ต้องเดินหน้าต่อไป แม้จะไร้คนที่ก้าวไปเคียงกัน

หากต้องการเติมกำลังใจอีกนิด ก็หยิบ "100 มีความสุขใจในรัก - The 100 Simple Secrets of Great Relationships" (แปลโดย ชานชาลา สนพ.ชานชาลา) มาอ่านดู
หนังสือแปลที่เล่าเรื่องสั้นๆ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของผู้คน โดยเฉพาะคู่รัก
อ่านเพื่อปรับตัว ปรับใจ เตรียมรับมือกับรักครั้งใหม่ ที่ผ่านเข้ามา

หากต้องการเพิ่มความหวานในหัวใจ ไปไล่ความขม
ก็อยากให้หยิบ "บันไดแห่งความรัก ของ สันต์ เทวรักษ์" มาอ่านเล่นๆ
เราเคยเขียนถึงหนังสือเล่มนี้ไว้แล้วล่ะ
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=bookkii&month=12-2004&date=26&group=1&gblog=4
และ
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=bookkii&month=09-2007&date=23&group=1&gblog=27

เท่านี้แหละ.....อยากอ่านเล่มไหน แล้วไม่มี หรือหาไม่ได้
บอกว่า ...จะส่งไปให้อ่านค่ะ


โดย: นัทธ์ วันที่: 26 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:13:00 น.  

 
ชื่อบล็อกวันนี้น่าคิดค่ะ
เราจะเหงาขนาดนี้ไหมหนอถ้าไม่เคยเดินเคียงข้างใครมาก่อน
โดยส่วนตัวคิดว่าคงไม่...
เวลาเหงาส่วนมากก็มักเป็นเพราะว่าคิดถึงใครสักคนที่เคยมีแต่ตอนนี้ไม่มี...

เวลาโสดๆ เพื่อนๆ ถามกันให้เกรียวว่าแกไม่เหงาบ้างเหรอ
ก็ได้แต่ตอบเขาไปว่า...ไม่เหงาเพราะไม่มีใครทำให้เหงา

แต่ยอมรับว่าช่วงนี้ความคิดถึงก็เข้ามาเยี่ยมบ่อยเหมือนกัน

++++++++++++++
หนังสือแนะนำหรือคะ อ่านอะไรก็ได้ค่ะ แค่อย่าว่างก็พอ...



โดย: BeCoffee วันที่: 26 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:30:49 น.  

 
ตามคุณอ้อนมาติดๆ

พร้อมกับคำตอบในใจตัวเองทันที

เมื่อเห็นที่คุณโปรยหัวบล็อกเอาไว้เสียน่าสนใจ

ว่า..เราจะเหงาขนาดนี้ไหมหนอถ้าไม่เคยเดินเคียงข้างใครมาก่อน



ไม่..คือคำตอบที่เราคิดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น

เวลาที่เราเคยเดินคนเดียว..มันอาจเป็นเพียงความเย็นสบาย

แต่เมื่อวันนึง...มีใครซักคนมาร่วมเดินเคียงข้าง...มันเริ่มมีความอบอุ่น

และเมื่อเค้าจากไป..เราต้องกลับมาเดินคนเดียวอีกครั้ง

วันนั้น...ควมเย็นสบายอย่างที่เคยเป็น...มันกลับกลายเป็นความหนาวเย็นยะเยือกไปซะแล้ว

หนังติดมือมาหรือ...อืมม์..ม..ม..เห็นหลายคนแนะนำมา

แต่ตัวเราเอง..ก็ยังไม่มีโอกาสได้ดูหรอกนะคะ...แต่เราชอบแนวคิดของเรื่อง

ที่เพื่อนบล็อกคนนึง เคยมารีวิวที่บล็อกให้อ่าน นั่นก็คือเรื่องONCE...แค่ครั้งหนึ่ง

เรียกว่าเรื่องนี้...เป็นหนังในดวงใจ..ตั้งแต่อ่านแค่รีวิวที่คุณแป๋ง..เพื่อนบล็อก..มาแปะไว้





"เมื่อสิ่งที่ยังขาด ต่างอยู่ในตัวของคนที่อยู่ตรงหน้า ความฝันที่วาดไว้ ก็ไม่ไกลเกินเอื้อม

แต่บางครั้ง การเป็นส่วนเติมเต็มให้กันและกัน ก็ไม่ได้หมายความว่า จะได้ร่วมทางชีวิตกันในบั้นปลายเสมอไป"




บางครั้ง..คนบางคนที่เรารัก...ก็ก้าวเข้ามา เพื่อเติมเต็มวันเวลาที่งดงามชั่วคราวเท่านั้น

และซักวัน...เค้าก็อาจจากไปโดยทิ้งความเศร้าไว้เบื้องหลัง

แต่เราเชื่อนะคะ...ว่าในความเศร้าของคุณ ก็ยังมีความทรงจำที่เคยมีความสุขกับเธอคนนั้นซ่อนอยู่


เป็นกำลังใจให้ค่ะ...ไม่รู้จะปลอบว่าอย่างไรดี

แต่สิ่งเดียวที่รู้...คือเวลา จะเยียวยวทุกสิ่งทุกอย่าง

แค่คุณชุดนอน ปล่อยให้เวลาผ่านไป..แล้วความเจ็บลึกๆในใจจะเบาบางลงเอง



ส่วนเพลง..ไม่มีติดมือมาหรอกค่ะ...แต่ว่าจะมาดึงคุณชุดนอนฯ

ไปฟังเพลงประกอบบล็อกของเราค่ะ...ชื่อเพลง"ฉันเหงา"ของอ๊อฟ ปองศักดิ์

เป็นเพลงฟังสบายๆ...และความหมายดีทีเดียวฟังแล้ว...อาจอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง

ฟังแล้ว..อาจจะกลับมามองเห็นหนังซักเรื่องสนุก..หรือหนังสือซักเล่มน่าอ่านก็ได้


โดย: nikanda วันที่: 27 พฤษภาคม 2551 เวลา:6:23:48 น.  

 
นึกว่าตายอีกแล้ว หายหน้าไปซะนานเชียว หมายความว่างัยว่าไม่มีเพื่อนร่วมทีม ผมร่วมทีมคุณได้น่ะ เพื่อนร่วมสาบาน 555


โดย: beerled IP: 203.154.188.177 วันที่: 27 พฤษภาคม 2551 เวลา:12:02:00 น.  

 




ก็เข้าใจครับ
เมื่อวันนึงมรสุมความรัก มาถึงชายฝั่งหัวใจ
...
ก็ย่อมมี ใจดวงใดดวงนึงได้รับความเสียหาย

แต่ถ้าลองคิดในแง่ดีนะครับ

ผมว่า...


ใจเราเจ็บ น่าจะยังดีกว่า ใจคนที่เรารักเจ็บ


เก็บไว้แต่ความรู้สึก และ ความทรงจำดีๆ ดีกว่าครับ

ความรัก.... ก็คงไม่ต่างกับสายลมครับ
เราจะรู้สึกดี เมื่อมีมันอยู่
แต่ไม่อาจไขว่คว้า
กักเก็บ
บังคับ
หรือแม้ปั้นแต่ง
ให้มันเป็นไปอย่างที่เราต้องการ

ความรัก.... เก็บไว้แต่ความทรงจำ
เมื่อวันที่มีมันอยู่ดีกว่าครับ
ว่าครั้งหนึ่ง เคยได้รัก เคยได้รู้จัก ....คนๆนั้น


โดย: Withlove IP: 58.137.14.198 วันที่: 27 พฤษภาคม 2551 เวลา:14:42:46 น.  

 
"เราจะเหงาถึงขนาดนี้ไหม หากเราไม่เคยเดินเคียงข้างใครมาก่อน"
บอกได้เลยว่า ไม่
ความเหงามักจะเคาะประตูทักทายหลังจากที่ความรักเดินจากไป
บางทีความรักอาจจะสงสารเรา หรือคิดถึงเรา หรืออะไรก็ไม่รู้แหละ ถึงได้ส่งความเหงามาเป็นเพื่อนแทน
ความเหงาเป็นเพื่อนที่น่ารังเกียจ แต่ถ้าไม่มีมัน เราก็ไม่รู้ว่าครั้งหนึ่งเราเคยรักได้และรักเป็น

อย่างน้อยพี่ก็รักเป็นนะ คิดในแง่ดีเข้าไว้

ยังไม่รู้จะให้อ่านหนังสือเล่มไหน หรือฟังเพลงอะไร หรือจะดูหนังเรื่องไหนดี
ของพวกนี้ยังช่วยไม่ได้หรอก ถ้าจิตใจเรายังไม่สู้
ถือคติหนามยอกต้องเอาหนามบ่งไง


แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง เอาใจช่วยนะ


โดย: ปลาทองแก้มยุ้ย IP: 124.121.159.214 วันที่: 27 พฤษภาคม 2551 เวลา:15:16:08 น.  

 
ยินดีด้วยนะคะ
ในที่สุดก็จะมีหนุ่มโสดให้เราหลีเพิ่มอีกคน

แนะนำให้ฟังเพลงเร็วหรือเพลงช้าแนวสมหวังในรัก
มองโลกในแง่ดี เหมือนตอนรักกันใหม่ๆ
เพราะหมวยเป็นคนชอบฟังเพลงเร็วมากกว่าเพลงช้า
และถ้าเป็นเพลงช้าก็เป็นเพลงแนวที่ว่ามา
เลยไม่ค่อยรู้จักเพลงอกหักอ่ะค่ะ แต่รับรองว่าวิธีของหมวยได้ผล

แต่ถ้าอยากฟังเพลงเศร้าล่ะก็ ฟังเพลงและคิดตามแบบเพลงนี้ค่ะ "ช่วงที่ดีที่สุด"

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=amthinkin&month=12-2007&date=01&group=6&gblog=15

...ฉันนั้นไม่ได้มีเธออยู่ข้าง ๆ เหมือนวันที่เราเคยเดินข้ามผ่าน
ทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่าง มาด้วยกัน นับเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุด
แม้เป็นแค่เพียงเวลาสั้น ๆ ที่เคยเกิดขึ้นกับฉัน...เพราะเธอ

เพราะอย่างน้อยเราควรเก็บความทรงจำดีๆ ที่มีต่อกัน
ไว้เพื่อระลึกถึงให้ใจเรามีสุข จริงไหมคะ


โดย: หมวยอินเตอร์ IP: 58.8.85.98 วันที่: 29 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:50:00 น.  

 
ไม่ได้เที่ยวเยี่ยมบล็อกเพื่อน ๆ นานแล้วนะ... แต่
พอวันนี้ตระเวน... ก็อ่านเจออะไรใหม่ ๆ เยอะมาก
เยอะ... จนแทบตั้งรับไม่ทัน ..งง..

อย่างเช่น...
ไม่คิดว่า มาบล็อกนี้ ณ เวลานี้ ต้องมาอ่าน อารมณ์นี้...

ก็ปกติ เจ้าของบล็อกนี้ร่าเริง เป็นกำลังใจให้ใครต่อใคร
ได้เป็นอย่างดี แต่... กลับมีมุมเหงาลึกแบบเย็นวาบเลย

ก็นะ... นับเป็นรีวิวหนังสือที่เหงามาก จริง ๆ
ฤดูฝน... เป็นฤดูที่ทำให้คนเหงารึไงกัน?
รีวิวนี้ เขียนกลางสายฝนรึเปล่า?
(ล้อเล่น... ถ้าเป็นจริงคุณคงถูกไฟช็อตตายไปแล้ว 555+)

พยากรณ์ทางในว่า แดดจะออกเร็ว ๆ นี้ ยิ้มได้แล้วจ้า...



ได้แค่นี้แหละ ..ปลอบใครไม่เป็นเฮ้ย..


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 31 พฤษภาคม 2551 เวลา:11:19:29 น.  

 
อ้อ... ลืมบอกไป ไม่มี DVD หรือ ชื่อเพลง ติดมือมาปลอบใครได้



โดย: ปลิวตามลม วันที่: 31 พฤษภาคม 2551 เวลา:11:22:13 น.  

 
ส่วนตัวเจอเรื่องราวไม่สมหวังของความรักมาเล็กน้อย พอเข้าใจว่ามันรุนแรงแค่ไหนนะคะ ไม่รู้เป็นอะไร รับได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรืองเดียวนี่แหล่ะค่ะที่สมองมันแพ้หัวใจทุกที

แนะนำเรือง Love Actually ค่ะ เป็นหนังที่ดูทีไรก็อบอุ่นทุกที ความรักมันมีหลายรูปแบบนะคะ ไม่จำเป็นต้องเป็นความรักแบบหญิงชายอย่างเดียว แม้เราอาจจะผิดหวังบ้างระหว่างทาง แต่เราก็ยังเหลือความรักในรูปแบบอื่นๆมากมาย ทุกๆที่...มีความรักค่ะ แล้วถ้าเรายังมีความหวัง สักวันเราก็จะพบรักแท้นะคะ

มาสู้ต่อด้วยกันค่ะ เพราะเพิ่งกลับจากเกาหลี ย้ายมาอยู่เมืองไทย แน่นอนว่าถ้าอยู่กันคนละประเทศ ความรักมันก็ยากที่จะรักษาได้ตลอดเน้อ เสียใจเหลือเกิน


โดย: TaMaChaN (narumol_tama ) วันที่: 31 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:51:54 น.  

 
Photobucket

มัวแต่ฟูมฟายจนลืมระบุว่าข้อมูลของถนนห้องนั่งเล่นนี้
นำมาจากหนังสือผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของหน้าบล็อกในหมวดนี้ “ต้นไม้ใต้โลก”

ฟังดูแล้วมันก็ไม่ได้ช่วยลดโลกร้อน แก้น้ำท่วม หรือปลอดมลพิษแต่อย่างใด
แต่ก็อย่างว่าครับ การช่วยโลก...บางครั้งก็แค่ทำให้มันน่าอยู่ขึ้นก็พอ


Photobucketคุณแพนด้ามหาภัย
ขอบคุณสำหรับหนังสือที่นำมาเพิ่มกับห้องนั่งเล่นนี่
และขอบคุณอีกครั้งสำหรับบทเพลงที่ส่งมาให้นะครับ ^^

Photobucketคุณครูกาแฟเย็น
บทเพลงเป็นตัวแปรสำคัญในการสร้างบรรยากาศครับ
แต่กำลังใจเป็นผลลัทธ์ของสมการในการปลอบใจใครสักคน
ไม่ต้องเพลงหรอกครับ...แค่กำลังใจก็ซาบซึ้งแล้ว


Photobucketคุณนัทธ์
ผมอยากจะเป็นได้เหมือนอย่างตัวละครในนิยายของยาขอบบ้างจัง...ที่สามาถเดินหน้าได้เพียงลำพัง
ผมอยากจะอ่านหนังสือรักหวานๆแล้วนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เป็นไอ้บ้าอยู่คนเดียวอีกครั้ง
ผมอยากจะปรับตัวปรับใจใหพร้อมกับความรักครั้งใหม่ในเร็ววัน

แต่เอาเข้าจริงตอนนี้ยังทำอย่างที่อยากทำไม่ได้สักอย่าง
ที่ทำได้ตอนนี้มีเพียงแค่เป็นประชากรในเมืองของคุณเท่านั้นเอง (กดเข้าไปช่วยสร้างเมืองให้แล้วนะครับ ^^)
แต่พลเมืองคนนี้คงไม่ค่อยขยันทำงานหรือจ่ายภาษีตรงเวลานัก
ต้องขอเวลาอีกนิดในการกลับไปเป็นพลเมืองดีนะครับ

Photobucketคุณ BeCoffee
จะเหมาทุกเล่มคงไม่ไหว เพราะตอนนี้สมองยังไม่รับสารเท่าไหร่
อาจจะด้วยสมองกำลังวุ่นอยู่กับการปรึกษากับหัวใจว่าได้เรียนรู้อะไรจากความรักครั้งนี้บ้าง

ในบางจังหวะสมองกับหัวใจก็หัวเราะกันสนุกสนานถึงความโง่เขลาของตัวเอง
บางทีก็งงว่าทำอย่างนั้นอย่างนี้ไปได้ยังไง แต่ส่วนใหญ่แทบทุกจังหวะสมองจะจดบทเรียนที่ได้
ส่วนหัวใจมักจะเงียบนิ่ง...และเจ็บปวดครับ...


Photobucketคุณ nikanda
ONCE คือหนึ่งในหนังรักอีกเรื่องที่ควรดูครับ ผมเล็งจะดูอยู่นาน
จนได้มาอ่านถ้อยคำของคุณ ผมเลยมุ่งออกหาอย่างเป็นจริงเป็นจัง แล้วในที่สุดก็ได้ดู...

คำปลอบใจทั้งหมด...หนังทำหน้าที่บอกแทนคุณแล้วครับ ขอบคุณครับผม

Photobucketพี่ beerled
ยังครับยังไม่ตาย 555+
ความรักที่ผมเป็นฝ่ายตัดสินใจบอกเลิกก่อนไม่สามารถทำร้ายผมถึงขั้นนั้นหรอกครับ
(แต่ที่ตายในความหมายของคุณคือ แกล้งตายแล้วปิดบล็อหนีใช่ไหม 555+)

มีเพื่อนร่วมทีมแบบคุณแล้วอุ่นใจดีครับ
เดือนนี้ (มิ.ย.) ผมจะหันหลับมาเขียนถึงหนังแล้วนะครับ
อาจจะไม่ได้วิจารณ์ยาวๆ แต่จะเขียนเรื่องละสั้นๆแต่หลายๆเรื่องแทนครับ
แล้วเราค่อยดูกัน


Photobucketคุณ Withlove
เราเจ็บเองดีกว่าแน่นอนครับ...
เพราะถ้าเขาเจ็บด้วยเราจะทั้งเจ็บและรู้สึกผิด

จบแบบที่จบตอนนี้ถือว่าลงตัวดีแล้วครับ ^^
ขอบคุณสำรับเพลงเพราะๆความหมายดีๆครับ

Photobucketปลาทองแก้มยุ้ย
เอาหนามบ่งหรอ...?
โอเค! หาใหม่ๆ!!! 555+


Photobucketคุณหมวยอินเตอร์
ความทรงจำใช่วงเวลาที่อยู่กับน้องเค้า...ค่อนข้างจะตกนรกพอสมควร
ถ้าเลือกได้ผมขอไม่จำได้ไหมครับ จะขอจำแค่ประสบการณ์และบทเรียนที่ได้รับพอ

ปล ผมเองก็ยินดีที่ตัวเองเป็นโสดเช่นเดียวกันครับ ฟิ้ว~~ว ^^

Photobucketสาวปลิว
ขอบคุณที่แวะมาครับ
อาศัยเวลาอีกนิดชุดนอนก็จะกลับไปเป็นอัศวินอีกครั้งครับ
จนกว่าจะถึงตอนนี้ เจ้าหญิงปลิวรอก่อนนะครับ ^^


Photobucketคุณ TaMaChaN
Love Actually เป็นหนังที่ดูแล้วรู้สึกดีทุกครั้งไปจริงๆครับ
อ่านคำแนะนำของคุณเสร็จผมก็ไปหยิบมาดู...นับจำนวนดูแล้ว ผมยิ้มไปนับครั้งไม่ถ้วนเลย

ย้ายกันไกลห่างแต่ยังรัก ดีกว่าไม่รักกันแต่ต้องอยู่ใกล้กันนะครับ (ผมเจอมาแล้ว นรกดีๆนี่เอง)
เรามาพยายามด้วยกันนะครับ


โดย: ขอรบกวนทั้งชุดนอน วันที่: 5 มิถุนายน 2551 เวลา:18:40:08 น.  

 
"เราจะเหงาถึงขนาดนี้ไหม หากเราไม่เคยเดินเคียงข้างใครมาก่อน"


เป็นฉันไม่ใช้คำว่าเหงา หากฉันคงอ้างว้างและเคว้งคว้างเสียล่ะมากกว่า
รู้สึกว่าปริมาณความลึกมันกดทับความรู้สึกมากกว่าเหงานัก

ถ้าจำไม่ผิดฉันเห็นบล็อกคุณครั้งแรกกับรีวิวหนังสือ "ต้นไม้ใต้โลก" ของคุณก้อง
และเห็นคุณแว้บๆ ในเวปเครือข่ายต้นไม้ขี้เหงา

และวันนี้ที่บังเอิญเดินผ่านมา...ฉันเห็นต้นไม้ต้นหนึ่งที่บอกว่าตนเหงา



คุณดูหนังเรื่องนี้หรือยังคะ

ดูเฉพาะในบริบทของความเป็นมนุษย์ ไม่ต้องลงลึกไปถึงสัญญะที่ผู้กำกับใส่ไว้ในเรื่องการเมือง

ต้นไม้ซึ่งมีใบสีทองต้นหนึ่งมันคิดว่ามันโดดเดี่ยว แปลกแยกจากต้นไม้ต้นอื่น
เพราะมัวแต่คิดอย่างนี้ มันเลยมองไม่เห็นว่า
ใกล้ๆ กันนั้นมีต้นไม้อีกต้นหนึ่งซึ่งไม่ได้อยู่ห่างไกลจากมันเลย


โดย: นกที่ไม่มีเสียง วันที่: 5 มิถุนายน 2551 เวลา:22:50:34 น.  

 
ดู Love Actually ไปแล้วเหรอคะ กำลังจะมาแนะนำเลยค่ะ
เป็น "หนังบำบัด" ของเราอันดับหนึ่งเลยนะคะ
เวลาเหงาจัดจับใจ เป็นต้องหยิบมาดูเป็นเรื่องแรกเลยค่ะ
แล้วก็ช่วยเยียวยาได้ทุกครั้งไป เพราะทำให้รู้สึกว่า
ชีวิตนี้ยังคงมีความหวัง และโลกนี้ไม่โหดร้ายกับเราคนเดียว

...

นึกภาพออกดีจัง ไม่มีอะไรเหงามากไปกว่าถนนที่เต็มไปด้วยคน
นั่นแหละ เหงาที่สุด อยากจะหลั่งน้ำตาออกมาให้กับความพลุกพล่าน
อยู่คนเดียวท่ามกลางคนและแสงสี แต่ก็เหมือนไร้ตัวตนและเดียวดาย

แม้ตอนนี้ไม่ได้กำลังตกอยู่ในอารณ์เดียวกับคุณซะทีเดียว
แต่ก็กลับเป็นความเหงาอีกแบบที่รุมทำร้ายไม่ต่างกัน
เอาเป็นว่า ไม่รู้จะช่วยยังไง พากันลงเหวไปด้วยกันแล้วกัน
มาเหงาเป็นเพื่อนแล้วกันค่ะ ทำได้แค่นี้จริง ๆ

....

อ่ออ เอาเพลงมาฝากนะคะ ฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกดีจัง

Smile - Madeleine Peyroux


คลิกเนื้อเพลงก็ได้ค่ะ

สู้ ๆ นะคะ


ยิ้มให้หนึ่งที


โดย: นางสาวดุ่บดั่บ วันที่: 6 มิถุนายน 2551 เวลา:2:58:15 น.  

 
ไปอ่านที่เม้นท์ให้ในบล็อคแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ แต่ว่าอ่านแล้วเศร้าจังเลย ยังไงพยายามต่อไปนะคะ

มันเป็นเรื่องยากค่ะที่เราจะรู้ว่าสิ่งที่เราต้องการคืออะไร ชีวิตเลยเหมือนเป็นการลองผิดลองถูกค่ะ ประสบการณ์ไม่ว่าดีหรือแย่ยังไงมันก็คุ้มค่านะคะถ้าเรามีสติเพียงพอ แล้วสุดท้าย มันก็จะทำให้เราเข้าใกล้เป้าหมายและเติบโตขึ้นทีละนิดค่ะ เรื่องความรักก็เหมือนกัน ถ้า TaMaChAN ไม่เจอกับตัวแรงๆ ก็ยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรเหมือนอย่างวันนี้หรอกค่ะ

ช่วงที่อกหักแรงๆ สองเพลงที่ฟังแล้วน้ำตาท่วมแต่ก็เป็นกำลังใจที่ดีก็คือ ฤดูที่แตกต่าง กับ Live and Learn ค่ะ มันเป็นสัจธรรมจริงๆ


โดย: TaMaChAN (narumol_tama ) วันที่: 6 มิถุนายน 2551 เวลา:13:53:07 น.  

 
^
^
สองเพลงนี้ เราฟังไม่ได้เลยง่าคุณทามะ

คนที่เราเคยรักยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ก่อนเขาจะจากไป (กับผู้หญิงคนใหม่) เขาทิ้งเพลงนี้เอาไว้ให้
ช่วงแรกๆ ก็แทบตาย ทำไมเขาช่างแสนดี ตอนนี้มาคิดอีกที โห มันใจร้ายนะเนี่ย จะจากไปยังต้องเล่นเป็นพระเอกอีก คนอะไร


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 6 มิถุนายน 2551 เวลา:16:39:40 น.  

 
ชอบสองประโยคนี้มากครับ

" เราจะเหงาถึงขนาดนี้ไหม หากเราเราไม่เคยเดินเคียงข้างใครมาก่อน "

" ไม่มีที่ไหนเหงาไปกว่าบนถนนที่เต็มไปด้วยผู้คน "

ขอเก็บไว้ จะเอาไปเขียนถึง
ได้นะครับ อิอิ


โดย: Leon-[Z] วันที่: 4 กรกฎาคม 2551 เวลา:7:14:50 น.  

 
เชื่อว่าพี่จะได้เจอคนที่ดีกว่านี้ค่ะ


โดย: ... IP: 203.146.192.136 วันที่: 9 กรกฎาคม 2551 เวลา:18:56:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ขอรบกวนทั้งชุดนอน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2551
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
26 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ขอรบกวนทั้งชุดนอน's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.