someday we write , someday we wrong









ต้นไม้ใต้โลก : นอกจากต้องทำบ่อยๆแล้ว การช่วยโลกควรที่จะถูกพูดถึงบ่อยๆด้วย



ต้นไม้ใต้โลก : ทรงกลด บางยี่ขัน (เขียน) : สำนักพิมพ์ a book



สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการหยิบหนังสือมาพลิกดูผ่านๆ ก่อนการตัดสินใจพากลับบ้าน
วันนี้ผมจะมาช่วยคุณประหยัดเวลา...ด้วยการไปพลิกดูอย่างละเอียดแล้วมาเล่าต่อให้ฟังกัน...

“หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ช่วยดูแลโลก มันแค่นำเรื่องของคนที่ทำหน้าที่นั้นมาเล่าต่อ” เป็นคำพูดออกตัวเอาไว้ก่อนของหนังสือเล่มนี้
ส่วน “โลกนี้ดูแลได้หลายวิธี” เป็นคำพูดติดปากที่ต้นไม้ใต้โลกพูดถึงอยู่บ่อยๆ
และการกระทำที่สนับสนุนคำพูดนั้นก็คือ 100 ตัวอย่างการดูแลโลกด้วยวิธีการที่ชวนแปลกตาแต่น่าเย้ายวนใจภายในเล่ม



โดยหากเปรียบวิธีการช่วยเหลือโลกที่เราคุ้นเคยอย่างการออกไปลุยพื้นที่ทุรกันดารสุดๆ แคมเปญรณรงค์สิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ดาษๆ
ไล่ยาวไปจนถึงสามัญสำนึกในการแยกขยะในห้องครัวของแต่ละบ้าน ว่าเป็นการดูแลโลกด้วยวิธีการใน “แบบปลูกต้นไม้บนดิน” แล้วล่ะก็
100 วิธีการดูแลโลกที่คุณทรงกลดรวบรวมมาไว้ในหนังสือ ก็จะเปรียบได้กับเป็นวิธีการช่วยโลกใน “แบบปลูกต้นไม้ใต้โลก”
ที่ฉีกภาพลักษณ์เดิมๆของฮีโร่ผู้กู้ แหกทุกกฎการรณรงค์แบบเดิมๆ และเข้าถึงได้ทุกครัวเรือน

ผมจะขอยกตัวอย่างแบบไม่ต้องเปิดไกลเอาแค่ “บทแรก” ของหนังสือ
จากกรณีเรือเดินสมุทรที่ทำให้เกิดน้ำมันรั่วไหลลอยปกคลุมพื้นผิวของทะเล ส่งผลร้ายแก่สัตว์น้ำ
แกล้งปะกาลังด้วยการบดบังแสงอาทิตย์ และทำลายสภาพแวดล้อมโดยรวม

ใน “ถักไหม” บทแรกของหนังสือจึงหยิบยกเอานกเพนกวินขึ้นมาเล่าในฐานะหนึ่งในเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายและผู้เสียหาย
เมื่อคราบน้ำมันไปเกาะขนของนกเพนกวินจนทำให้พวกมันต่อสู้ รับมือ และต้านทานภูมิอากาศอันหนาวเย็นได้ไม่ดีอย่างที่เคย
ภาพแรก ความคิดแรก หรือทางออกของปัญหาแรกที่วิธีการเดิมๆแบบปลูกต้นไม้บนดินจะคิดออก
ก็คงหนีไม่พ้นการส่งอาสาสมัครไปไล่จับนกเพื่อช่วยกันเช็ดคราบน้ำมัน
เจอแบบนี้เข้าหลายคนคงส่ายหน้าขอเอาเวลาไปนั่งถักไหมพรมอยู่กับบ้านดีกว่า

ต้นไม้ใต้โลกจึงเอานิ้วชี้หน้าแล้วบอกกับผู้คนเหล่านั้นว่า “คุณได้รับสิทธินั้น...เดี๋ยวนี้”

ในต้นไม้ใต้โลกบอกกับว่า หลังจากที่มีคนใจดี(ที่มีน้อย)ช่วยเช็ดนกเพนกวินจนสะอาดปราศจากคราบน้ำมันแล้ว
พวกนกจะสูญเสียไขมันที่มีไปกับขบวนการทำความสะอาด นั่นหมายถึงพวกมันจะต้องทนหนาวไปจนกว่าจะสะสมไขมันใหม่ได้เพียงพอ
โดยถ้าไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น วิธีปลูกต้นไม้ใต้โลกจึงแนะว่า พวกเรามาช่วยรณรงค์ให้คนถักเสื้อหนาวส่งไปให้นกเพนกวินใส่กันดีกว่า!!

ชื่อบทที่ว่า “ถักไหม” จึงถูกแปลได้ทั้งในรูปประโยคบอกเล่าว่า ถักไหม(พรม) และในรูประโยคคำถามว่า ถักไหม(ครับ)?

ก็อย่างที่ผมบอก...ด้วยวิธีการแบบปลูกต้นไม้ใต้โลกนี้ โลกของเราจะมีฮีโร่เป็นแม่บ้านก้นครัว อุดมไปด้วยแคมเปญแปลกตา
และมีวิธีการดูแลโลกที่สามารถทำร่วมกันได้ทุกครัวเรือน...ทั่วทุกแห่งบนโลก

อีกบทที่ผมชอบมากเป็นพิเศษคงหนีไม่พ้นปฏิบัติการของกองกำลังสีเขียวแนวใหม่ “Guerrilla Gardening”
ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ใช้วิธีแบบ “ก่อการร้าย” (แต่เป็นการก่อการร้ายเพื่อช่วยโลกอย่างแท้จริง)
ด้วยการร่วมตัวกันแอบบุกเข้าไปในพื้นที่สารธารณะ ริมรั้วบ้านคนอื่น หรือที่ว่างข้างทางเท้าในยามค่ำคืน
แล้วลงมือปลูกต้นไม้จัดสวนให้คนแถวนั้นตื่นมาได้ตะลึงงันในความเขียวที่เข้ามาบุกถึงบ้านในชั่วข้ามคืน
หรือบางครั้งก็แค่โปรยเมล็ดเอาไว้ แล้วค่อยๆปล่อยให้ต้นกล้าเกิดขึ้นมาจ๊ะเอ๋กันทีหลัง...

เราสามารถเยี่ยมชมภาพภารกิจของพวกเขาได้ที่ //www.guerrillagardening.org
ซึ่งมีภาพที่เกิดเหตุ “ก่อน” และ “หลัง” การลงมือของพวกเขาให้ดูกันจนพาลให้รู้สึกคันไม้คันมืออยากจะโพกหัวสวมถุงมือแล้วออกไปลุยกับเขาบ้าง


เอาล่ะ...อีก 98 วิธีที่เหลือ คุณออกแรงอ่านด้วยตาตัวเองนะครับ


• • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • •


สำหรับผู้ที่ได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วก่อเกิดเป็นแรงบัลดาลใจ
คุณทรงกลดเขาก็ได้ทำเว็บไซต์ เครือข่ายต้นไม้ขี้เหงา ไว้เป็นพื้นที่สำหรับพูดคุยบอกเล่า
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีแรงบันดาลใจอยากช่วยดูแลโลกในแบบ ”ใต้โลกๆ” ของตัวเอง ก็ให้ลงมือแล้วไปบอกต่อกันที่เว็บไซต์นี้
ที่สำคัญคุณทรงกลดยังขยันคอยมาอัพเว็บด้วยวิธีการดูแลโลกใหม่ๆ นอกเหนือไปจาก 100 วิธีการที่มีอยู่ในหนังสือให้ได้อ่านกันอีกด้วย


• • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • •



ในส่วนของผม หลังจากที่อ่านแล้ว ผมเชื่อในคำพูดติดปากของหนังสือที่ว่า “โลกนี้ดูแลได้หลายวิธี”
เพียงแต่ผมไม่เชื่อและไม่มีวันเชื่อคำออกตัวไว้ก่อนของหนังสือที่บอกว่า “หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ช่วยดูแลโลก...”
เพราะในความคิดของผม การอ่านหนังสือเล่มนี้ก็ถือเป็นการช่วยโลกใน “แบบปลูกต้นไม้ใต้ดิน” เช่นกัน

ด้วยความรู้สึกว่า ถ้อยคำของหนังสือสามารถส่งมอบแรงบันดาลใจในการดูแลโลกไปยังผู้คนได้
ดังนั้นการที่เราแนะนำ บอกต่อ หรือส่งมอบหนังสือออกไปในวงกว้าง ก็น่าจะถือเป็นการช่วยโลกในทางอ้อม (นอบน้อม และอ้อมค้อม)
ส่วนจะได้ผลขนาดไหนก็ขึ้นอยู่กับปริมาณแรงบันดาลใจในกระแสเลือดของผู้คนที่รับหนังสือไปอ่านอีกที

ส่วนผม สิ่งที่ผมทำได้หลังจากพิษแรงบันดาลใจแล่นเข้าสู่หัวใจก็คือ “ผมจะทำการลบหน้าบล็อกนี้และอัพรีวิวหนังสือเล่มนี้ใหม่ทุกเดือน”
เพื่อให้ชื่อของหนังสือไปปรากฏที่หน้าหลักของเว็บบล็อก รอให้มีผู้คนหลงกดเข้ามาอ่าน ก่อตัวเป็นความสนใจ
ส่งผลให้ออกไปตามหาหนังสือ แล้วกอดรัดรับเอาแรงบันดาลใจในการดูแลโลกไปนอนกอด

เพราะบางครั้งเส้นแบ่งระหว่างฮีโร่ผู้ดูแลโลกกับคนธรรมดาอาจจะเป็นแค่เพียง “หนังสือที่พวกเขาอ่าน”







Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 6 ธันวาคม 2552 15:27:13 น. 13 comments
Counter : 550 Pageviews.

 
คุณชุดนอน พูดจริงทำจริงแฮะ


โดย: Jevanni วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:41:20 น.  

 
โฮ่ๆ


เส้นแบ่งระหว่างฮีโร่ผู้ดูแลโลกกับคนธรรมดา อาจจะเป็นแค่เพียง “หนังสือที่พวกเขาอ่าน”

------ สุดยอดจริงๆ ค่ะ ชอบประโยคนี้จัง


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:43:43 น.  

 
เล่มนี้เราอ่านผ่านๆ ที่ร้านหนังสือ
มีตอนหนึ่งเกี่ยวกับโครงการหนังสือในรถไฟใต้ดินที่เม็กซิโก
เค้ามีแนวคิดว่า ถ้าคนได้อ่านหนังสือดีๆ ทำให้มีความคิดดีๆ และเป็นคนดี
อ่านแล้วโอ้...พระเจ้า ความคิดแบบนี้ อยากให้มีที่เมืองไทยมั่งจัง

อ่านรีวิวเล่มนี้แล้วต้องรีบหามาอ่านด่วนเลยนะนี่ำ

อ้อ...การรีวิวหนังสือดีๆให้ได้หามาอ่านกัน
เราว่าก็เป็นการทำความดี ช่วย(เพื่อนร่วม)โลกอย่างหนึ่งนะคะ



โดย: January Friend วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:57:53 น.  

 
เพราะบางครั้งเส้นแบ่งระหว่างฮีโร่ผู้ดูแลโลกกับคนธรรมดาอาจจะเป็นแค่เพียง “หนังสือที่พวกเขาอ่าน”


อือม...อ่านประโยคนี้ของคุณแล้วโดนเต็ม ๆ...
เราคงต้องหันกลับมาดูตัวเองมั่งเสียแล้ว


โดย: แม่ไก่ วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:16:20:51 น.  

 
(คงจะ) ออกงานหนังสือนี้แหละค่ะ


โดย: the grinning cheshire cat วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:19:28:06 น.  

 
เราซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่านแล้วหละ ดีมากๆเลย


โดย: cium IP: 58.8.99.111 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:19:29:13 น.  

 
เชื่อแล้ว... ว่าคุณทำจริง !

สมกับเป็น อัศวินในชุดนอน นะคะ

ด้วยความชื่นชม จากใจจริง


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:13:50 น.  

 
ว่าแล้วเชียวว่ารู้สึกคุ้นๆเหมือนเคยอ่านรีวิวนี้แล้ว

ตอนนี้ก็กำลังช่วยโลกร้อนเท่าที่ทำได้อยู่ค่ะ


โดย: BoOKend วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:18:24:55 น.  

 
# คุณ Jevanni & สาวปลิว
ผมไปบันทึกคำมั่นสัญญานี้ไว้ที่เว็บของคุณทรงกลดเขาด้วยน่ะครับ จะให้ผิดคำพูดนี่เห็นท่าจะไม่ดี
แต่คราวหน้าว่าจะลบทั้งบางแล้วเขียนใหม่ยกรีวิวไม่ใช่ยกตัวอย่างใหม่แบบนี้ คราวหน้ารออ่านนะครับ
หนังสือดีรีวิวได้หลายรอบครับ ^^(เอาให้เบื่อกันไปข้างเลย)


# คุณแพนด้ามหาภัย & คุณแม่ไก่
เหมือนๆกับประโยคสุดคราสสิกที่ว่า “เราเป็นอย่างที่เราอ่าน” (ที่คงแปลงมาจากเราเป็นอย่างที่เรากิน) -*-
ผมเชื่อแบบนั้นจริงๆครับ ว่าการอ่านหนังสือมันสร้างเสียงที่ก้องอยู่ในหัวของเรา
เปิดโอกาสให้เราได้พูดคุยกับตัวเองเกี่ยวกับทัศนคติและเรื่องราวใหม่ๆที่เข้ามาให้สัมผัส
ผมว่าการที่มันเป็นสารที่เข้าไปแตกตัวด้วยการอ่านในใจและต้องอาศัยความเงียบในการเสพนี่เอง
ที่ทำให้หนังสือทิ้งผลึกตกค้างเอาไว้ได้มากกว่าสื่ออื่นๆ (อย่างหนังหรือเพลง)

แต่ผมว่าหนังสือนี่มันมีอิทธิพลเหนือธรรมชาตินะครับ...
คือไม่ต้องถึงขั้นอ่าน แค่ ”ความตั้งใจที่จะหยิบจับมาอ่าน” ก็เปิดโอกาสให้มันสร้างอิทธิพลกับตัวเราแล้ว
...ใครที่เคยไล่ตามหาหนังสืออย่างขยันขันแข็ง และนั่งจินตนาการเรื่องราวจากหน้าปกคงเข้าใจดี...

# คุณ January Friend
เป็นอีกหนึ่งบทที่ผมชอบเหมือนกันครับ
เรื่องราวกันเกิดเพราะแถบรถไฟใต้ดินในเม็กซิโกนี่ถือเป็นแหล่งอาชญากรรมชั้นดี
ผู้อำนวยการรถไฟใต้ดินเลยสั่งนำเข้าปัญญามาแก้ไขปัญหาด้วยการสร้างห้องสมุดไว้ที่นั่นซะเลย

ในหนังสือบอกเราว่า “ผู้บริหารที่รักในงานวรรณกรรมเท่านั้นแหละ ที่เชื่อมั่นในพลังของวรรณกรรม”
อ่านแล้วก็พาลให้มองดูตัวเอง...ว่าแม้การกระทำของผมจะไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่าเขา แต่ในขณะที่ผมรีวิวหนังสือเล่มนี้ซ้ำ...
ผมคิดเอาเองว่าเราสองคน(ผมกับผู้บริหารคนนั้น)น่าจะกำลังอยู่ในอารมณ์(เชื่อมั่น)เดียวกัน


# คุณ cium
ไม่กี่วันก่อนผมเดินไปเจอหนังสือเล่มนี้ว่างขายอยู่ เห็นว่าจัดพิมพ์ใหม่เป็นรอบที่ 3 แล้ว
หนังสือดีก็แบบนี้ ต้องพิมพ์ใหม่บ่อยๆ (รวมไปถึงต้องรีวิวถึงบ่อยๆ และต้องช่วยๆกันมาอ่านรีวิวบ่อยๆด้วยนะครับ!!) 555+

# คุณ BoOKend
ต่อไปผมจะรีวิวชนิดใหม่เอี่ยมถอดด้ามเลยครับ
จะได้อ่านซ้ำได้โดยไม่รู้สึกคุ้นหูคุ้นตา แต่จะรีวิวซ้ำไปซ้ำมาชนิดเอาให้รู้สึกสนิทสนมคุ้นเคย



โดย: ขอรบกวนทั้งชุดนอน วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:19:27:19 น.  

 
ดูเรื่องกอดหรือยัง ดีมาก


โดย: beerled IP: 203.154.187.189 วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:24:05 น.  

 
โย่ว เอาจริงเนี่ย

แล้วเราเอาไงดี เราก็มาเม้นท์บลอกนี้ทุกทีไปไงคะ
ช่วยอะไรได้บ้างยะนั่น


โดย: อั๊งอังอา วันที่: 1 มีนาคม 2551 เวลา:3:27:24 น.  

 
ตามมาจากบ้านคุณปลิวคะ มาแล้วรู้สึกดีจังคะ คุณอัศวินในชุดนอน
ดีใจที่ได้มา รู้สึกดีจริงๆคะ ได้มองคนมีความคิดเหมือนกัน เดาจากงานนะคะ


โดย: mameehanako วันที่: 2 มีนาคม 2551 เวลา:15:02:15 น.  

 
โดนอ่ะพี่


โดย: แอนนี่ IP: 203.118.120.79 วันที่: 9 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:54:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ขอรบกวนทั้งชุดนอน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
 
27 กุมภาพันธ์ 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ขอรบกวนทั้งชุดนอน's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.