someday we write , someday we wrong









ไร้เลือด : ขอร้องล่ะ



ไร้เลือด : อเลซซานโดร บาริกโก (เขียน)
งามพรรณ เวชชาชีวะ (แปล) (นักเขียนรางวัลซีไรต์จากหนังสือความสุขของกะทิ) : สำนักพิมพ์ผีเสื้อ




“คุณอยากนอนกับฉันไหม”
“คุณอยากให้เราไปโรงแรมใช่ไหม” เขาถาม
“ใช่ค่ะ อยากไป พาฉันไปโรงแรมเถอะค่ะ”
... ... ...เขาพูดช้าๆ ว่า “ห้องพักในโรงแรม” เขาพูดออกมาราวกับว่าเมื่อหลุดออกจากปากแล้วก็จะทำให้เขาวาดภาพห้องพักได้ง่ายขึ้น
ห้องนั้น เขาเห็นภาพห้องนั้น จะได้เข้าใจว่าเขาพอใจตายในห้องนั้นไหม


ทั้งในฐานะคนอ่านและคนรีวิว…ผมอดนึกสงสัยไม่ได้ว่า “ทางสำนักพิมพ์หรือคนรีวิวจะต้องทำอย่างไรให้คนอ่านเชื่อว่าหนังสือสักเล่มเป็นหนังสือดี”
จะมีวิธีไหนที่ทำให้คนอ่านไม่คิดว่าเราต้องการหลอกขายของหรือแอบล้างสมอง แล้วเชื่อว่าสิ่งที่เราพูด “เป็นความจริง”
ในส่วนของผมคนรีวิวยังคิดไม่ออก แต่ในส่วนของสำนักพิมพ์ – สำนักพิมพ์ผีเสื้อเลือกที่จะบรรยายข้อดีของนิยายเรื่องไร้เลือดเอาไว้ดังนี้

[1] ผ่านคำนำของสำนักพิมพ์ที่ยกยอปอปั้นว่า “ผลงานของนักเขียนผู้นี้ประสบความสำเร็จถึงขั้นถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์แล้ว”
(ทั้งนี้นิยายที่ถูกนำไปสร้างเป็นหนังคือ “ไหม” ซึ่งเขียนโดยอเลซซาโดร บาริกโกคนเดียวกัน...ส่วนไร้เลือดนี่...ยังไม่ถูกใครเอาไปสร้างเป็นหนังนะ)

[2] ในคำนิยม (หรือหมายเหตุนักวิจารณ์) ที่ยกประโยคคมคายมากมายมาอ้างอิงประกอบเหตุผล
และชมเชยการเล่าเรื่อง เนื้อหา และสำนวนภาษาในหนังสือ รวมไปถึงตัวผู้เขียนว่าฉลาดเฉลียวในการสื่อสาร(ผ่านสื่อหนังสือ)ได้โดยไม่ต้องผ่านตัวอักษร(?)

[3] โปรยสรรพคุณเอาไว้บนหลังปกว่า นี่คือนิยายสั้นๆหนาเพียง 87 หน้า
ที่ถูกบรรยายด้วยสไตล์ประหยัดถ้อยคำ ซึ่งบรรจง “เขียนเพียงน้อยแต่สื่อสารได้มาก”
จนไร้เลือด(ในคำโฆษณา)จึงเป็นหนังสือที่กระชับ ทิ้งแง่ปมไว้ในความคิด และสร้างความประทับใจแก่ผู้คนที่อ่านมัน

[4] เพื่อให้แลดูดีมีชาติตระกูลเป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือ
สำนักพิมพ์จึงอุทิศรายได้ส่วนหนึ่งของหนังสือในอัตรา 1 เล่มต่อ 3 บาทมอบให้ UNICEF เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ

[5] เพื่อตอกย้ำให้เห็นว่าไร้เลือดคือหนังสือดีที่ควรมีไว้ในครอบครอง ทางสำนักพิมพ์จึงสละหน้ากระดาษท้ายๆเล่มตอกย้ำในทำนองว่า
“มันเป็นการยากที่สำนักพิมพ์จะบอกว่าหนังสือที่พวกเขาตีพิมพ์นั้น มันดีอย่างไรและดีมากแค่ไหน แต่ถ้าคนอ่านมีลูกมีหลาน
ลูกหลานของท่านจะสำนึกในพระคุณของท่าน หากท่านได้เก็บหนังสือหนังสือของสำนักพิมพ์นี้ไว้เป็นมรดกให้พวกเขาอ่าน!”
(แสดงให้เห็นข้อดีของหนังสือไปยันถึงตอนที่พวกเราแก่เฒ่าหรือตายไปแล้วเลยคิดดูก็แล้วกัน)

และเพื่อให้หนังสืออึดถึกถึงขีดสุดสอดรับกับคอนเซป “เก็บไว้เป็นมรดกตกทอด”
ทางสำนักพิมพ์จึงจัดทำหนังสือเล่มนี้ขึ้นด้วยกรรมวิธีเย็บกี่(ร้อยเส้นด้าย) โดยหากผู้ใดพบเจอหนังสือเล่มใดที่ไม่ได้มาตรฐาน
ไม่ว่าจะมีหน้าสลับ ไม่ชัด เลขหน้าผิด บางส่วนขาดหาย หรือไม่ชอบขี้หน้าคนขาย(อันนี้ผมเติมเอง)
ทางสำนักพิมพ์ยินดีที่จะรับผิดชอบ ด้วยการเปลี่ยนเล่มใหม่ให้ พร้อมจ่ายค่าตอบแทนเพื่อเป็นการขออภัยและขอบคุณ

ยัง...ยังไม่พอ สำนักพิมพ์ยังแสดงความห่วงใยต่อคนอ่านผ่านวัตถุดิบผลิตภัณฑ์ ด้วยข้อความที่บอกว่า
“เพื่อถนอมดวงตาของผู้อ่าน สำนักพิมพ์จึงผลิตหนังสือเล่มนี้ด้วยกระดาษชนิดพิเศษ ฟอกสีแต่น้อย
ดูดซับแสงเก่งแต่สะท้อนกลับน้อย” (กระดาษหรือสีทาบ้านเนี่ย -*-) ก่อนที่จะเตือนแบบพ่อดีสอนลูกว่า
“อย่างไรก็ตาม ไม่ควรอ่านหนังสือกลางแสงแดดจ้า ในที่ที่แสงสว่างไม่เพียงพอ รวมไปถึงอ่านในขณะที่มีลมพัด!!!”

เกิดมาทั้งชีวิตเพิ่งจะเคยเจอหนังสือที่ห่วงใยคนอ่านชนิดนอกรอบถึงขนาดนี้
นี่ถ้าโพล่ออกมาลูบหัวเราได้เจ้าของโรงพิมพ์คงมาด้วยตัวเองแล้ว


ฟู่...แทบไม่น่าเชื่อว่าหนังสือเล่มบางๆเล่มนึงจะบรรจุโฆษณาชวนเชื่อได้เยอะขนาดนี้...
ถึงตอนนี้เมื่อเราอ่านข้อดีครบ 5 ข้อแล้ว โดยไม่เฉียดเข้าใกล้ตัวเนื้อหา
เป็นคุณ...เป็นคุณจะเชื่อไหมว่า ไร้เลือดคือหนังสือดีที่น่าหยิบมาอ่านและสะสม?

ทั้งโฆษณาชวนเชื่อก็แล้ว ห่วงใยดูแลผู้บริโภคก็แล้ว ทำบุญทำกุศลก็แล้ว
สำนักพิมพ์ไม่รู้จะทำอะไรยังไงอีกแล้ว...เพื่อจะบอกกับคุณว่า “นี่คือหนังสือดี”
ผลของพยายามทั้งหมดคงหนีไม่พ้นการที่พวกเขาอยากจะ “ขอร้อง” ให้คุณลองเปิดใจหยิบไร้เลือดติดกลับบ้าน
เพื่อเนื้อหาของหนังสือจะได้ทำหน้าที่กระตุ้นให้คุณได้บอกกับตัวเองว่า “นี่คือหนังสือดี(จริงๆแฮะ)”

ในฐานะที่คนรีวิวยังนึกไม่ออกว่าจะสื่อสารอย่างไร
จะผิดไหมถ้าผมจะขอร่วมหัวจมท้ายไปกับสำนักพิมพ์...แล้วขอร้องคุณด้วยอีกคน
เพราะตอนที่อ่านหนังสือเล่มนี้จบ ผมถึงกับพูดขึ้นมาลอยๆว่า “หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ดี”
ผมพูด...ราวกับว่าเมื่อหลุดออกมาจากปากแล้วก็จะทำให้ผมวาดภาพหนังสือดีๆสักเล่มได้ง่ายขึ้น
ในตอนนั้นไร้เลือดในมือแสดงภาพของหนังสือดีไว้ได้อย่างชัดเจน
จนผมเข้าใจแล้วว่า ทำไมสำนักพิมพ์ถึงได้ขอร้องให้ผู้คนอ่านมันราวกับว่านี่เป็นคำขอร้องก่อนตายอย่างนั้น



Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 6 ธันวาคม 2552 15:27:25 น. 21 comments
Counter : 853 Pageviews.

 
ก๊ากกกกค่ะ ฮามากมาย


โดย: the grinning cheshire cat วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:23:48:48 น.  

 


น้องสาวผมก็พูดถึงหนังสือเล่มนี้บ่อยมากๆ

หลังๆ คงเบื่อที่จะพูดเลยเอาหนังสือเล่มนี้

ไปวางให้ผมที่โต๊ะทำงานในห้อง

ผมก็ยังให้เค้าวางไว้เฉยๆ

แต่เมื่ออ่านที่คุณเขียนถึงหนังสือเล่มนี้แล้ว

ผมคงต้องไปหยิบเค้ามาเปิดอ่านบ้างแล้วไหมครับนี่


โดย: ห่วงใย วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:3:08:14 น.  

 
ว่าจะซื้อตั้งนานแล้วแล่มนี้ แต่หนังสือในตู้ยังรอเคลียร์อีกแยะมาก คงต้องรอไปก่อน...อีกนาน


โดย: rsamlha IP: 124.120.210.26 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:24:49 น.  

 
พี่ขอรบกวน เอาหนังสือน่าอ่านมาให้อีกแล้ว..

อ่านรีวิวแล้วอยากอ่านขึ้นมาตะหงิดๆ เลย

ต้องไปทำห้องหนังสือในบ้านซะแล้ววว((เพราะซื้อซะจน กองหนังสือจะล้มทับตายแล้ววว))


โดย: ..ยออู.. วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:33:33 น.  

 
"ฉลาดเฉลียวในการสื่อสารได้โดยไม่ต้องผ่านตัวอักษร"

งงอันนี้เหมือนกัน??

เล่มนี้หยิบๆ จับๆ วางๆ อยู่ในร้านหนังสือหลายครั้งค่ะ แต่สุดท้ายก็ไม่ซื้อ

ไปยืนอ่านคร่าวๆ...กลัวช้ำใจ (ในฐานะผู้หญิง)

ส่วนสรรพคุณหนังสือ (แข็งแรง อดทน และหวังดี) สนพ.นี้เป็นมานานแล้วค่ะ บางเล่มของเราเก็บไว้ 10 กว่าปี ผ่านมือเพื่อนมาหลายคน ปกยับๆเยินๆ แต่ยังไม่หลุดเป็นแผ่น

อ้อ...มี "ผีเสื้อและดอกไม้" ที่แบะๆหน่อย แต่ยังไม่ร่วง

โดยรวมก็คุ้มค่านะ

ปล.หนังสือสนพ.นี้ราคาถูกกว่าสนพ.อื่น โดยเทียบมาตรฐานเดียวกัน


โดย: Jevanni วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:16:50:53 น.  

 
ได้่อ่านไปตอนปีที่แล้วค่ะ อยากลองเพราะมีคนบอกว่าดีเยอะมาก

ส่วนตัวคิดว่าเป็นหนังสือที่ดี พอจะเข้าใจว่าต้องการสื่ออะไร แต่ยอมรับว่ายังงงๆ

ถ้าไม่เคยมีใครบอกมาก่อน ว่าหนังสือเล่มนี้ดี อ่านจบแล้วคงยังนั่งงงอยู่

เอ๊ะยังไง แต่ของดียังไงก็ดีอยู่วันยังค่ำ สงสัยต้องลองอ่านอีกสักรอบสองรอบ

เคยคิดจะอ่านไหมต่อ เลยยังต้องรอไปก่อน


โดย: January Friend วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:20:31:19 น.  

 
อยากอ่านเรื่องไหมค่ะ

ปล.ชอบหนังสือสำนักพิมพ์นี้


โดย: BoOKend วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:15:50 น.  

 
ไม่ได้แวะเข้าร้านหนังสือนานมากกกกกกก
เลยไม่เคยเห็นหน้าตาหนังสือเล่มนี้เลย
อีกอย่างช่วงนี้ภาระเยอะ เลยไม่มีเวลาอ่านด้วย
สงสัยต้องไปหาดูบ้างละ


โดย: ตุ๊กตาซัง วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:6:56:35 น.  

 
เคยอ่านแต่ "ไหม" อ่ะ คนเขียนคนเดียวกัน คนแปลคนเดียวกัน สนพ.เดียวกันเลย...

ก็รู้สึกว่า "ดี" นิ...ไม่ได้คิดอะไรมากมายอย่างจขบ.เลยแฮะ...

แต่ฮากะรีวิวจริง ๆ



โดย: แม่ไก่ วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:9:04:37 น.  

 
ข้อ 4-5 เป็นพื้นที่โฆษณาปกติของ สนพ นี้อยู่แล้วค่ะ (แปลว่า มีทุกเล่ม)

.. แต่จะว่าไป หนังสือเค้ามันก็อึดถึกจริงๆ นั่นแหละ ..


ไร้เลือดอ่านไปแล้ว ตอนนี้อยากอ่านไหม


โดย: แม่มดพันปี วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:10:54:19 น.  

 
รีวิวฮาดีค่ะ อ่านแล้วก็..เอ๊ะ นี่ชมรึเปล่าเนี่ย?

ระยะหลัง เวลาเปิดหนังสือ มักจะเปิดข้ามไปอ่านเนื้อเรื่องเลยค่ะ อ่านจบแล้วค่อยมาดูพวกหน้าย่อย ๆ พวกที่เป็นการโปรโมทหรือเชื้อเชิญของสนพ. ค่ะ เพราะเคยอ่านไล่ตามลำดับมา แล้วเหมือนจะโดนสปอยล์ยังไงไม่รู้


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:46:15 น.  

 
ฮ่าๆๆๆ ตลกมากมาย จริงด้วยแฮะ

ไร้เลือดว่ากันว่าเป็นหนังสือที่ดีค่ะ ว่าจะอ่านอยู่เหมือนกัน อ่านแค่เรื่องไหมเอง จริงๆ ไร้เลือด ออกจะดูน่าสนใจกว่า ไหม นะ

แต่เห็นด้วยมากว่านักเขียนเป็นคนที่ “เขียนเพียงน้อยแต่สื่อสารได้มาก” จริงๆค่ะ


โดย: TaMaChAN (narumol_tama ) วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:53:32 น.  

 
เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกว่านี้แล้ว เพื่อให้รู้ว่าของเขาดี

ถ้าอ่านไม่ถึงสองย่อหน้าสุดท้าย ต้องเคืองจขบ แน่เลย นึกว่าด่า สนพ


โดย: อั๊งอังอา วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:25:01 น.  

 
อ่านๆไปชักงงงง....แล้วมันดีจริงไหมนี่
อ่านคำชวนเชื่อแล้วก็ฮา....เค้าคงกลัวคนไม่เชื่อมังคะ...ว่าดีจริง
ถึงจะชวนเชื่อเวอร์ไปหน่อย...แต่ถ้าหนังสือดีจริงๆ
ก็ถือซะว่าดียกกำลังสองแล้วกันค่ะ


โดย: nikanda วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:20:39 น.  

 
อ่านจบ ก็ไม่รู้ว่า มันดียังไง
ความสงสัย ทำให้เราต้องไปหามาอ่านบ้างล่ะสิ


โดย: นัทธ์ วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:33:50 น.  

 


อยากให้หนังสือเล่มนี้ฮาอย่างนี้จังอ่ะค่ะ

แต่ก็จริงนะคะ สำนักพิมพ์ผีเสื้อใส่ใจผู้อ่านเสมอ
หนังสือหลายเล่มดีมากกกกกกกกกกกกกกกกก
แต่บางเล่มก็ลึกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวจากที่ประสบมาค่ะ...
สรุปแล้ว สนพ.นี้หนังสือ "ดี" ค่ะ

เอาเป็นว่า คิดว่า มัน "ดี" จะผิดไหมคะเนี่ย
ถ้าสนพ.จ้างคุณเขียนคำนิยม อาจจะขายดีกว่านี้นะคะ
อ่านเสร็จแล้วซื้อแหง ๆ อ่ะค่ะ เหอะ ๆ ๆ ๆ ๆ


โดย: นางสาวดุ่บดั่บ วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:6:40:21 น.  

 
สวัสดีคะ
ตอนเด็กที่เริ่มอ่านงานของสำนักพิมพ์นี้
ก็งงๆกับคำโฆษณาอยู่เหมือนกันคะ
แต่เมื่ออ่านไปหลายเล่มๆเริ่มชิน
โฆษณาของสำนักพิมพ์แบบนี้มีทุกเล่มแหละคะ
ส่วนเล่มนี้ยังไม่เคยอ่านว่างๆจะไปหาอ่านบ้าง


โดย: กาแฟเย็น (อาจารย์บ้านนอก ) วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:7:42:49 น.  

 
โดยส่วนตัวแล้วผมชอบเพลง Love is Color Blind ที่นำมาประกอบรีวิวมากๆเลยครับ
ยิ่งเมื่อนำมารวมกับเรื่องราวของ “ไร้เลือด” ในบางแง่มุม ผมว่ามันสวยงามมากจริงๆ
ด้วยอารมณ์รักถวินหาไม่เพียงแค่ก้าวข้ามเรื่องราวของสีผิวขาว ดำ เหลือง
แต่มันยังสามารถก้าวข้ามสีแดงของเลือดไปได้อย่างง่ายดาย...ตอนที่อ่านไร้เลือดจบผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหนังสือถึงใช้ชื่อนี้
แต่พอได้มาฟังเพลงนี้ตามหลัง ผมเลยได้เข้าใจความหมายของ “ไร้เลือด” มากขึ้น อย่างน้อยๆก็ในความรู้สึกและแนวทางของตัวเอง
ลองดูนะครับ ผมว่าไร้เลือดกับเพลงนี้เป็นเคมีที่เข้ากันได้เป็นอย่างดี


# คุณ the grinning cheshire cat
ดีใจที่ทำให้คุณหัวเราะได้ครับ มันเป็นเพราะความตลกน่ารักๆของสำนักพิมพ์นี้ทีเดียวเชียว

# คุณ ห่วงใย
อย่างงี้แปลว่าน้องสาวคุณหลงรักในเรื่องราวของหนังสือ และติดกับแผนการตลาดของสำนักพิมพ์เข้าเสียแล้วครับ 555+
โดยส่วนตัวแล้วผมเป็นเพียงคนแปลกหน้าสำหรับคุณ ผมว่าคงจะดีกว่าถ้าเราเชื่อในรสนิยมของคนใกล้ตัว
คราวหน้าที่น้องเค้านำหนังสือมาตื้อให้อ่าน ลองแอบอ่านให้จบแล้วนำไปพูดคุยกับเค้าดูนะครับ
เพราะในฐานคนรีวิว คนอ่าน และคนที่เคยแนะนำให้คนอื่นอ่านหนังสือสักเล่ม
ผมค้นพบว่าไม่มีอะไรมีความสุขเท่ากับเขาหรือเธอเหล่านั้นได้อ่านหนังสือที่เราแนะนำจริงๆ
มันเป็นความสุขที่เราเห็นพวกเขามีความสุขจากการอ่านหนังสือที่เรารักน่ะครับ


# คุณ rsamlha
ตามคำโฆษณา หนังสือของสำนักพิมพ์นี้สามารถเก็บเอาไว้ได้นานแสนนานโดยไม่บุบสลาย…นานเท่าไหร่ก็รอได้ครับ ^^

# คุณ..ยออู..
โดนกองหนังสือล้มทับตายนี่มองดูจะเป็นการตายที่มีสาระและคงรื่นรมย์เอามากๆ
เพราะอุดมไปด้วยสำนวนภาษาสละสลวยตามร่างกาย และมีสาระ(หมึก)จากหนังสือละลายไหลออกมาผสมกับเลือด
แต่จะให้ดีรีบเก็บเข้าตู้ก่อนที่มันจะเกิดขึ้นดีกว่าครับ -*-


# คุณ Jevanni
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ทำความรู้จักกับหนังสือของสำนักพิมพ์นี้น่ะครับ
แต่ก็พอจะเดาออกว่าเล่มอื่นจากสำนักพิมพ์เดียวกันคงจะมีข้อความไม่ต่างกัน
เห็นด้วยเลยว่าราคาของหนังสือของสำนักพิมพ์นี้ต่ำกว่าสำนักพิมพ์อื่นจริงๆ อุ่นกระเป๋าดี ชอบๆ 555+

# คุณ January Friend
อ่านรอบแรกผมก็งงๆเหมือนกันครับ มันไม่ใช่ว่างงเพราะตามเรื่องไม่ทันนะ
แต่งงเพราะเราถูกคนเขียนจูงให้หลง(อย่างจงใจ) ก่อนที่จะปล่อยให้เราหาทางกลับมาตะลึงและประทับใจให้ได้เอง


# คุณ BoOKend
ผู้รู้บอกกับผมว่า เรื่อง “ไหม” นี่ถือว่าเป็นผลงานที่สร้างชื่อให้กับอเลซซานโดร บาริกโกเลยครับ
ถ้าชื่นชอบงานของเขา ผมว่าไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง (แต่ผมก็ยังไม่เคยอ่านนะครับ เอาไว้จะตามไปหาอ่านเหมือนกัน)

# คุณตุ๊กตาซัง
ผมเองก็หาหนังสือเล่มนี้อยู่นานเหมือนกันครับ ไปทั้งซีเอ็ดและบุ๊ควาไรตี้ก็ไม่พบ
แต่ไปเจอน้ำตื้นที่ร้านดอกหญ้าในเมเจอร์รังสิตนี่เอง วางหลาเลย
ข้อดีของไร้เลือดก็คือ มันสั้นครับ แค่ 87 หน้าแถมยังใช้ตัวหนังสือใหญ่ หน้านึงอ่านแป็บเดียวจบ
ภาษาก็สั้นห้วน และเนื้อเรื่องก็ไม่เตะถ่วง หากวันไหนว่างๆ ลองดูนะครับ


# คุณแม่ไก่
ในไร้เลือดเนื้อหามันคมคายมากครับ
มากจนปัญญา(อ่อนๆ)ของผมไม่สามารถหยิบยกมาเล่าเกริ่นได้โดยไม่ทำลายแก่นของมัน
จึงเลือกที่จะรีวิวถึงความน่ารักของสำนักพิมพ์แทน ^^

# คุณแม่มดพันปี
อึดถึกโหดมากเลยครับ ยิ่งรวมตัวกับปกพลาสติกด้วยแล้ว ขาดแค่กันไฟเท่านั้นไม่งั้นเป็นหนังสืออมตะแล้ว 555+


# คุณยาคูลท์
แสดงว่าผมยังรีวิวได้อ่อนหัด ความชื่นชอบและชื่นชมที่ผมมีต่อหนังสือและสำนักพิมพ์จึงส่งไปไม่ถึงคนอ่าน
จะพยายามแก้ไขให้รีวิวอ่านเข้าใจง่ายในคราวต่อๆไปครับ แต่คราวนี้นี่ผม “ชม” จริงๆครับ
เห็นด้วยเลยที่หนังสือบางเล่ม เปิดอ่านคำนำกลับเจอสปอยเข้าให้เต็มๆ
อันนี้ก็ต้องอาศัยประสบการณ์โยกหลบกันเอาครับ อ่านๆแล้วเห็นท่าไม่ดีก็ต้องรีบชิ่งหนีไปหน้าอื่นโดยไว 555+

# คุณ TaMaChAN
ในส่วนของการเขียนน้อยแต่สื่อสารได้มากนี่ ผมว่ามันคงเป็นจุดแข็งและจุดขายของคนเขียนไปแล้ว
ไม่ว่าเล่มไหนถ้าคนนี้เขียนก็คงสั้นห้วนแต่หลากความหมายไปซะทุกเล่มแน่นอน
ดีครับ เพราะหากใครชอบอะไรแบบนี้จะถือว่าเจอนักเขียนคนโปรดเข้าให้แล้ว


# คุณอั๊งอังอา
ถ้า “เขียน” ไม่ถึง 2 ย่อหน้าสุดท้าย ผมก็คงเคืองตัวเองเหมือนกันครับ 555+

# คุณ nikanda
มันเป็นแผนการตลาดที่ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมหรือจงใจหลอกขายของจริงๆครับ
มันเป็นสิทธิของเขาในการโฆษณาได้เต็มกำลังและในทุกวิธีการ
แต่ในขั้นตอนสุดท้ายก็เป็นหน้าที่ของพวกเราคนอ่านครับว่าจะชอบหนังสือเล่มนี้ไหม
ถ้าชอบ...ก็จะยิ่งดียกกำลัง 2 อย่างที่คุณว่าจริงๆครับ ^^


# คุณนัทธ์
แม้ผมจะมีประสบการณ์การเขียนรีวิวเพียงน้อยนิด(เพียง 6 เล่ม)
แต่จากการไล่อ่านรีวิวของคนอื่นๆ ผมรู้สึกว่า “เจ้าความสงสัย” นี่แหละที่มักเจ้ากี้เจ้าการจูงมือเราไปหาซื้อหนังสือมาอ่าน
ฉะนั้นโปรดระวัง คราวหน้าที่เจ้าตัวความสงสัยจะไปเที่ยวร้านหนังสือ มันอาจจะพาเราไปด้วยโดยไม่ถามความสมัครใจ

# คุณนางสาวดุ่บดั่บ
ไม่รู้ว่าเล่มอื่นของสำนักพิมพ์นี้จะลึกเหมือนไร้เลือดไหม
แต่ถ้าคนเขียนยังชื่ออเลซซานโดร บาริกโกนี่รับรองเลยว่า “ลึก” แน่
คงมีแต่รีวิวที่ขี้เล่นและสำนักพิมพ์ที่ห่วงใยครับ แต่ตัวหนังสือในไร้เลือดนี่ถือว่าดุดันและคมคายเอามากๆ
ส่วนเรื่องจ้างไปเขียนคำนิยมนี่ ผมว่าพอผมเขียนส่งไปแล้ว พวกเขาจะรีบไล่ผมออกแทบไม่ทันเอาสิครับ 555+


# คุณกาแฟเย็น
ผมเพิ่งเจอเล่มนี้เล่มแรก เลยรู้สึกจั๊กกะจี้ๆชักกล(แต่ในทางที่ดี)
ถ้าเจอบ่อยๆผมว่ามันอาจจะเกิดเป็นความผูกพันกับสำนักพิมพ์ก็ได้ครับ
ก็แหม...เล่นห่วงใยนับญาติกันซะขนาดนี้ ไม่รู้ว่าถ้าซื้อครบ 5 เล่มจะมีการขึ้นค่าขนมให้ด้วยไหม ^^


โดย: ขอรบกวนทั้งชุดนอน วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:16:07:07 น.  

 
ขอบคุณที่ไปเยี่ยมบล็อคค่ะ คอมเม้นท์ซึ้งจับใจมากเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ จริงๆก็มาเยี่ยมบล็อคนี้บ่อยๆนะคะ แต่ไม่แน่ใจว่าเคยมาเม้นท์บ้างหรือเปล่า

คำตอบข้างบนสุดยอดมากๆ ตอบทุกคนเลย น่ารักดีทีเดียวเชียว


โดย: TaMaChAN (narumol_tama ) วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:19:26:05 น.  

 
กลับกัน ทุกคนต่างหากที่น่ารักและเข้ามาเยี่ยมเยียนครับ


โดย: ขอรบกวนทั้งชุดนอน วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:17:41:43 น.  

 
แวะมาเปิดชม...
เลยพบเอนทรี่นี้เข้า

ได้อ่านทั้ง ไหม และ ไร้เลือด หลายเดือนแล้ว

ชอบ ไหม มาก
ถึงขั้นเอามาเพ้อว่า ถ้าเราเขียนหนังสือได้อย่าง อเลซซานโดร เพียงเสี้ยว ก็ยังดี

ส่วน ไร้เลือด ถ้าทำออกมาเป็นหนัง ก็จะออกแนวโหดและเหงาได้ที่จริงๆ
จนตอนนี้ก็ยังนึกเห็นภาพเด็กหญิงขดตัว ลอยออกมาจากหนังสือเลยท่าน ^^

ความดีความชอบของหนังสือนี้ ต้องยกให้ คุณงามพรรณ ที่แปลมาได้ดีมาก

โดยส่วนตัวไม่ชอบอ่านงานที่แปลโดยคุณงามพรรณ เพราะสำนวนของเธอ ไม่ถูกจริตกับอิฉัน (เล่มแฮรี่ พ็อตเตอร์)

แต่สำหรับ ไหม และ ไร้เลือด
ทำให้ต้องหันกลับมามองคุณงามพรรณ เสียใหม่
ว่านอกจากจะแปลได้ดีแล้ว (คิดว่า) คุณงามพรรณเก็บรายละเอียด "ความน้อยแต่(สื่อสาร)มาก" จากตัวหนังสือของ อเลซซานโดร ได้เนียนดีค่ะ
(ถึงขั้นที่อยากไปหาเล่มภาษาต้นฉบับหรือภาษาอังกฤษมาอ่านกันเลยทีเดียว เพราะความน้อยแต่มากนี่ละ ว่ามันจะจริงไหม)

^^ พอแล้วดีกว่า ยาวไป เดี๋ยวท่านจะไม่ได้นอน (ฮ่าๆ)


โดย: pattararanee IP: 125.25.23.156 วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:0:16:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
ขอรบกวนทั้งชุดนอน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
 
17 กุมภาพันธ์ 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ขอรบกวนทั้งชุดนอน's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.