someday we write , someday we wrong









Ballet Shoes : ชีวิตสวมข้างซ้าย ความฝันใส่ข้างขวา



Ballet Shoes – รองเท้าบัลเลต์ : โนเอล สตรีทเฟลด์ (เขียน)
งามพรรณ เวชชาชีวะ (แปล) (นักเขียนรางวัลซีไรต์จากหนังสือความสุขของกะทิ) : สำนักพิมพ์ร่วมด้วยช่วยกัน




หากผู้รู้เขาตั้งฉายาให้ชีวิตว่า “คือการเดินทาง” …แล้วอย่างนี้จะเป็นอะไรไหม?
ถ้าผมจะเหมาเอาว่าชีวิตที่ดีควรจะเป็นเรื่องของการ “เดิน” ทาง “ไปข้างหน้า”
เพราะสังคมทุกวันนี้ปั้มชื่อการประสบความสำเร็จด้วยการดูจากความก้าวหน้า(ที่ยิ่งเร็วก็ยิ่งดี)
เรียกอุปสรรคด้วยชื่อเล่นว่าการล้มหรือสิ่งกีดขวาง และตีตราผู้คนที่ล้มแล้วไม่อาจลุกขึ้นใหม่ได้ว่าพวกขี้แพ้

ถ้าการเปรียบเปรยนี้ฟังดูมีเหตุผล - คำถามที่ผมสนใจและสงสัยก็คือ
“เพื่อความคล่องตัวและสบายเท้าตลอดการเดินทาง...คุณเลือกที่จะให้ชีวิตสวมรองเท้าอะไรครับ?”
ค่อยๆคิดไม่ต้องรีบร้อนนะครับ คำถามนี้ไม่ออกข้อสอบแต่โปรดตอบไว้ในคอมเม้นต์

ใน Ballet Shoes พอลลีน , เพโทรวา และโพซี สามพี่น้องตระกูลฟอสซิลไม่มีสิทธิ์ในการเลือกรองเท้าให้กับชีวิตของพวกเธอเอง
เพราะด้วยความเป็นไปของสังคม ฐานะทางการเงิน และโชคชะตาให้สิทธิ์กับรองเท้าในการเลือกพวกเธอแทน


เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ คุณปู่กัม นักโบราณคดีผู้ใช้ชีวิตหมดไปกับการเดินทาง โดยจะแวะกลับมาที่บ้านบ้าง ก็เพียงเพื่อนำซากฟอสซิลที่หาได้มาเก็บสะสม
เดือดร้อนถึง ซิลเวีย - หลานสาว นาน่า – แม่บ้าน และเหล่าคนรับใช้ที่ต้องช่วยกันดูแลเก็บรักษาเจ้าฟอสซิลจำนวนมหาศาลที่กินเนื้อที่ของบ้านเกือบทั้งหลัง
จนอยู่มาวันหนึ่ง ฟอสซิลที่ควรจะเป็นแค่ซากพืชซากสัตว์โครงกระดูกไดโนเสาร์ของคุณปู่กัมก็กลับกลายเป็นเด็กทารกหน้าตาน่ารักน่าชัง
คุณปู่กัมตั้งชื่อให้กับเธอว่า...พอลลีน...ก็เหมือนกับสิ่งอื่นๆที่เขานำกลับมาบ้าน คุณปู่กัมฝากพอลลีนไว้ให้อยู่ในการดูแลของซิลเวียและนาน่า

หลังจากนั้น คำนิยามของฟอสซิลในบ้านก็เปลี่ยนไป เมื่อคุณปู่กัมนำเด็กทารกกลับมาอีก 2 คน เบ็ดเสร็จแล้วทั้งบ้านจึงมีเด็กกำพร้าแฮตทริกครบ 3 คน
และด้วยความที่ทารกถูกนำมาในวิธีแบบเดียวกับการมาของฟอสซิล เมื่อโตขึ้นเด็กๆทั้ง 3 จึงพร้อมใจกันตั้งนามสกุลให้กับตัวเองว่า “ฟอสซิล” ไปโดยปริยาย


• • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • •


Ballet Shoes เป็นวรรณกรรมเยาวชนที่เต้นรำอยู่บนเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ (แต่สนุกสานสำหรับทุกเพศทุกวัย)
เนื้อหาของหนังสือจึงกระทบกระทั่งผสมผสานกันออกมาเป็นโลกที่ตั้งคำถามว่าจะเกิดอะไรขึ้น “หากเด็กๆต้องใช้ชีวิตด้วยกฎเกณฑ์เดียวกันกับผู้ใหญ่”
ในขณะที่เด็กๆยังเพิ่งรู้สึกตื่นเต้นกับการมี “ความฝัน” และพร้อมที่จะหายใจเข้าออกเพื่อทำความฝันเหล่านั้นให้กลายเป็นจริง
แต่โลกกลับบีบบังคับให้เด็กๆต้อง “เดิน” ไปข้างหน้าและมุ่งแต่จะใช้ “ชีวิต” ออกตามหาเงินตรา อำนาจ การยอมรับ และปัจจัยสี่เพื่อเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว
โดยป้ายสีความฝัน ความต้องการส่วนตัว และแรงปรารถนาให้กลายเป็นความผิดแปลก แตกต่าง และเห็นแก่ตัว


อย่างที่บอกเอาไว้ว่าคุณปู่กัมมักเอาแต่เดินทาง แถมคราวล่าสุดดูท่าจะไปเนินนานแล้วไม่กลับมา เงินเก็บที่ซิลเวียมีจึงเริ่มไม่เพียงพอต่อการดูแลบ้าน
เด็กๆจึงได้รับรู้ว่าลำพังแค่มีความฝันยังไม่เพียงพอ แต่พวกเธอต้องมีชีวิตให้รอดด้วย...แต่คำถามคือ “เด็กๆจะใช้ชีวิตอย่างไรให้ความฝันยังคงอยู่”
เด็กๆทั้ง 3 ใน Ballet Shoes จึงเป็นเหมือนแนวทางในการใช้ชีวิต 3 แบบให้คนอ่านได้จ้องมอง เอาใจช่วย และนำมาศึกษาเปรียบเทียบกับตัวเอง

• พอลลีน
เด็กหญิงผู้รักในบทกวีและหลงใหลในการละคร เปรียบเสมือนผู้คนที่ก้าวเดินไปข้างหน้าโดยมีชีวิตสวมรองเท้าข้างหนึ่งและความฝันสวมอีกข้างหนึ่ง
สิ่งที่พอลลีนรู้ก็คือเธอได้ใช้ความฝันในการแสดงสร้างรายได้และชื่อเสียงเพื่อค้ำจุนชีวิต
แต่สิ่งที่เธอยังไม่รู้ก็คือ หากเธอเผลอ...ชีวิตจะเข้ากัดกินความฝันจนเธอต้องสูญเสียมันไป...อย่างที่ผู้ใหญ่หลายคนเคยสูญเสีย

• โพโทรวา
เด็กหญิงผู้ชื่นชอบเครื่องจักรกลไก เปรียบเสมือนผู้คนที่ความฝันไม่ดำเนินสอดคล้องไปกับชีวิต เธอเกลียดทั้งการแสดงและการเต้นรำ
แต่การเข้าเรียนในโรงเรียนสอนการแสดงและเต้นบัลเลต์คือหนทางเดียวที่เด็กอายุ 12 อย่างเธอจะหาเงินเข้าบ้านได้
เธอจึงเหมือนถูกสถานการณ์บีบบังคับให้ต้องสวมชีวิตลงในรองเท้าทั้งสองข้างเพื่อความอยู่รอด...ทั้งของตัวเธอเองและคนที่เธอรัก...

• โพซี
น้องคนเล็กที่มีรองเท้าบัลเลต์อยู่ข้างกายมาตั้งแต่เกิด เปรียบเสมือนผู้คนที่สวมความฝันลงในรองเท้าทั้งสองข้าง
ซึ่งนั่นคือการหายใจอยู่ท่ามกลางโลกแห่งความฝัน โดยไม่อาจจะที่ค้นพบหนทางกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง


ในตอนหนึ่งของหนังสือ โพโทรวาได้เอ่ยถามลอยๆว่า “ฉันสงสัยว่าถ้าเด็กๆเลือกที่เป็นเราคนใดคนหนึ่งได้ เขาจะเลือกเป็นคนไหนกันนะ”
น้องเค้าแค่ถามลอยๆครับ แต่หากคุณได้ลองอ่าน Ballet Shoes ผมรับรองว่าคำถามนี้มันจะลอยไปชนคุณเข้าเต็มๆ

ดังนั้นไม่ว่าเราจะเลือกรองเท้าอะไรเพื่อใส่เดินย่ำโลก เราก็ควรที่จะเผื่อรองเท้าไว้สักข้างสำหรับให้ความฝันได้มีส่วนร่วมเดินคู่ไปกับชีวิต
โดยไม่ตะบี้ตะบันวิ่งไปข้างหน้าจนทำความฝันตกหล่นหาย ดูอย่างพี่น้องฟอสซิลสิครับ เด็กๆเหล่านี้ไม่ได้เอาแต่วิ่งๆๆไปข้างหน้า
...แต่พวกเธอทั้งร้อง เล่น และเต้นรำอยู่ในชีวิตท่ามกลางความฝัน...ด้วยรองเท้าบัลเลต์ที่เลือกที่จะให้พวกเธอได้สวมมัน



• • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • •





ด้วยความเข้าถึงประเด็นทางสังคม เนื้อหาใสซื่อน่ารักน่าชัง และเป็นวรรณกรรมที่ครองใจผู้คนมายาวนานกว่า 70 ปี
ปัจจุบัน Ballet Shoes ได้ถูกนำไปดัดแปลงเป็นละครทางทีวี (ฉายทางช่อง BBC)
แสดงนำโดย เอ็มม่า วัตสัน (หรือเฮอร์ ไมโอนี่จาก Harry Potter) ในบทพอลลีน






Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 6 ธันวาคม 2552 15:28:03 น. 21 comments
Counter : 1828 Pageviews.

 
น่าอ่านจังเลยค่ะ ชอบงานคุณงามพรรณ ชอบความละเมียดละไมและการบรรจงเลือกหนังสือแปลของเธอ


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:1:51:08 น.  

 
ชอบเพลง Angel ของซาราห์ มากๆ
ฟังได้ไม่เบื่อ


โดย: grappa วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:9:10:11 น.  

 
อือมมมม....อ่านหนังสือชุดนี้เมื่อนานนนนนมาก ๆ แล้ว จนแทบจะลืมเลือนเนื้อหาและสาระสำคัญไปหมดสิ้น ...ทั้ง ๆ ที่ตอนอ่านก็รู้สึกซาบซึ้งใจอยู่...แต่เป็นการอ่านจากห้องสมุด รีบอ่านรีบคืน...

เห็นทีจะต้องไปหาฉบับแปลของคุณงามพรรณมาอ่านอีกครั้ง...ท่าจะดี


โดย: แม่ไก่ วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:31:41 น.  

 
เข้ามาทักทายค่ะ

งานยังยุ่งๆ อยู่เลย

อีกซักพักจะมาตามอ่านนะคะ


โดย: skywriter วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:55:13 น.  

 
เพื่งอ่านจบไม่นาน ชอบมากเลยค่ะ

เพิ่งจะรู้ว่าทำเป็นละคร แถมเอมม่า วัตสันเล่นด้วย ต้องรีบตามไปดูที่ youtube อย่างด่วนเลย


โดย: BoOKend วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:43:55 น.  

 
ตอนแรกเลยเราคิดว่าเรื่องนี้คงคล้าย "สี่ดรุณี"

เอาเข้าจริงๆไม่เหมือนแฮะ แถมชอบเรื่องนี้มากกว่าซะอีก


โดย: Jevanni วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:16:05:22 น.  

 
ลืมบอกไป เพลง Angel เพราะมากค่ะ
เสียงซาร่าห์ทำให้ขนลุกได้เสมอ
เคยได้ดูและได้ฟัง เธอเดี่ยวเปียโน พร้อมทั้งร้องเพลงนี้แบบสดๆ ...สุดยอดเลย

ปล. เข้ามาป่วนให้บล็อกนี้กลายพันธุ์


โดย: Jevanni วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:16:48:31 น.  

 
อ่านรีวิวของเอวันนี้แล้ว
ชักอยากไปหาซื้อมาอ่านบ้างแล้ว


โดย: กาแฟเย็น (อาจารย์บ้านนอก ) วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:22:00 น.  

 
สวัสดี สุภาพบุรุษชุดนอน
คิดถึงนะค่ะ
รักษาสุขภาพด้วย
หอบกำลังใจใหญ่ๆมาฝากค่ะ
แฮปปี้วาเลน์ไทน์ค่ะ
ขอให้สมหวังในความรักนะค่ะ
เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ


โดย: rizzonte วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:48:14 น.  

 
จดรายชื่อได้ตั้งแต่อ่านบล็อกคุณJevanniแล้วค่ะ
พอมาที่บล็อกนี้...ถือว่าเป็นการยืนยันอีกเสียงจากคุณว่าเป็นหนังสือที่น่าสนใจ

ยังไม่ได้อ่านอะ...ไม่รู้จะออกความเห็นว่าอย่างไร....
ถือว่าเป็นการมาเยี่ยมเยียนเพื่อนบล็อกก็แล้วกันนะคะ

ในตอนหนึ่งของหนังสือ โพโทรวาได้เอ่ยถามลอยๆว่า
“ฉันสงสัยว่าถ้าเด็กๆเลือกที่เป็นเราคนใดคนหนึ่งได้ เขาจะเลือกเป็นคนไหนกันนะ”
น้องเค้าแค่ถามลอยๆครับ แต่หากคุณได้ลองอ่าน Ballet Shoes
ผมรับรองว่าคำถามนี้มันจะลอยไปชนคุณเข้าเต็มๆ

เอาเป็นว่าแล้วจะไปหาคำตอนในหนังสือ เมื่อมีโอกาสได้อ่านนะคะ
ถ้าให้ตอบตอนนี้ คงยาก เพราะดูแล้ว เด็กทุกคน
ก็ไม่ได้มีความสุขที่สุดกับชีวิตทั้งความจริงและความฝัน
จากที่อ่านจากรีวิว..เป็นพอลลีนคงดีกว่า..
อย่างน้อยเธอก็อยู่ก้ำกึ่งกับชีวิตที่เป็นความจริงและได้ทำในสิ่งที่ใฝ่ฝัน
ในขณะที่น้องอีกสองคนอยู่ไกลกันสุดกู่ คือคนหนึ่งหลุดไปในโลกของความฝันมากเกินไป
ใจขณะที่อีกคนถูกบังคับให้อยู่ในโลกของความจริงที่เธอไม่ต้องการ(การแสดง)

“เพื่อความคล่องตัวและสบายเท้าตลอดการเดินทาง...คุณเลือกที่จะให้ชีวิตสวมรองเท้าอะไรครับ?”
ตอบยากจัง
ความจริงรองเท้าที่ใส่สะดวกและสบายมันก็มีหลายแบบนา
ขอเลือกรอลเท้าสันสูงได้มั้ยค่ะ.......ใส่แล้ว....ทนเจ็บหน่อย...เพราะมันกัด
แต่ใส่แล้วมัน สวย,สง่า,ใส่ได้หลายโอกาส...ละยังเป็นอาวุธได้อีกด้วย(ถ้าเจอพวกโรคจิต)

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำเวลาเริ่มเบื่อการอ่านค่ะ
แต่ไม่เป็นไร...ข้อดีของหนังสือ...ดองนานเท่าไหร่..มันก็ไม่เน่า

ความเห็นอาจมั่วๆ...เพราะยังไม่เคยอ่านเลยค่ะ...อ่านแต่รีวิวข้างบน
ถ้าจะโทษ....โทษคนรีวิว....เด้อค้า.......


โดย: nikanda วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:23:35:18 น.  

 
งั้นถ้าข้าพเจ้าจะถือรองเท้าทั้งสองข้างไว้ในมือ
แทนที่จะสวมใส่... แล้วเดินต่อไปด้วยเท้าเปล่า
จะเกิดอะไรขึ้นหนอ อืม...

555+

สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะเจ้าคะ



glitter-graphics.com


/* ขอให้ข้าพเจ้าได้รับจดหมายรักดั่งที่ท่านอัศวินในชุดนอน
ทำนายไว้... ภายในเดือนนี้ยิ่งดี 555+ */


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:0:29:23 น.  

 
Happy Valentine's Day ค่ะ


โดย: Jevanni วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:1:30:12 น.  

 
เข้ามาพิมพ์ทั้งชุดนอนเลยครับ 555

เพลงเพราะดีนะครับ

ขอให้มีความสุขกับความรัก Happy Valentine's Day นะครับ


โดย: เพกร วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:6:22:43 น.  

 
ชอบรองเท้าผ้าใบค่ะ หุหุ
(ออกแนว ชีวิตสมบุกสมบัน)



โดย: i_lllive วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:10:42:49 น.  

 
เอ..ไม่แน่ใจ

เห็นชื่อหนังสือแล้วเลยนึกถึงหนังเรื่องหนึ่งที่เม็กไรอันแสดงอ้ะ ที่เป็นเจ้าของร้านหนังสือเล็กๆ (เรื่องไรหนอ You've got mail ปะ)

แล้วตอนหลังที่ร้านเจ๊งแล้วนางเอกไปนั่งที่ร้านสาขาใหญ่ๆ ที่มาเปิด เสร็จแล้วก็มีคนถามหาหนังสือ ใช่หนังสือเล่มนี้เปล่าหนอ


จะไปหาซื้องานหนังสือ แต่จะหาซื้อได้ที่บู๊ทไหนหนอ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:36:18 น.  

 


มีความสุขมากๆนะจ้ะ


โดย: กาแฟเย็น (อาจารย์บ้านนอก ) วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:52:05 น.  

 
ช่วงนี้ ผม ก็ หยิบ งานเขียน งานแปล ของ คุณ งามพรรณ มาอ่านอยู่บ่อยๆ เหมือนกันนะ แต่ เล่มนี้ ยังไม่เคยเห็นเลย
ก็ น่าสนใจอีกเล่มนึงแระ

Happy Valentine ด้วยนะครับ


โดย: แคปซูลสีฟ้า วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:17:22:09 น.  

 
ขอให้มีความสุขในวันแห่งความรักค่ะ


โดย: nikanda วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:28:12 น.  

 
แนะนำหนังสือหน้าอ่านอีกแล้ว เกิดอาการอยากซื้อหนังสืออีกแล้วววว



โดย: ..ยออู.. วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:44:47 น.  

 
ต้องขออภัยจริงๆครับที่ช่วงนี้ไม่ว่างเข้าไปเยี่ยมเยียนใครเลย
ทั้งนี้เป็นด้วยเพราะเน็ตผมติดๆดับๆสามวันดีสี่วันไข้ แถมพอมันดีผมก็ดันติดธุระงานรัดตัวติ้วมั่กๆ
วันนี้ขอแวะมาตอบก่อนแล้ววันหน้าจะรีบบึ่งไปเคาะประตูตามบ้านนะครับ
(อยากจะวิ่งไปเม้นต์ใจจะขาดแล้ววววววววววววว T-T)


# คุณแพนด้ามหาภัย
นอกเหนือไปจากสำนวนแปลไทยที่ละมุมละไมแล้ว เนื้อหาของหนังสือก็เอื้ออำนวยให้รื่นรมย์เอามั่กๆครับ
คราใดได้ลองอ่าน สังเกต “นาน่า” ให้ดีนะครับ ตัวละครตัวนี้นี่ตัวขโมยซีนเลย ^^

# คุณ grappa
Angel นี่ถือเป็นเพลงที่ทำมาให้คนฟังแล้วฟังอีก - ซ้ำไปซ้ำมาจริงๆครับ


# คุณแม่ไก่
ผมไม่ทราบว่า Ballet Shoes เคยมีใครแปลมาก่อน แต่เวอร์ชั่นนี้ถือว่าอ่านเพลินดีไม่หยอกครับ
ถ้ามีโอกาสอยากจะรื้อพื้นความหลัง งานแปลของมือซีไรต์เล่มนี้ก็น่าจะตอบโจทย์ได้ตรงประเด็น

# คุณ skywriter
ผมแวะไปที่บ้านของคุณบ่อยๆ แต่ยังไม่พบการเคลื่อนไหวในกลุ่มเมฆ แสดงว่ากำลังยุ่งมากจริงๆ
ช่วงนี้ผมก็ยุ่งไม่แพ้กันครับ จนหาเวลาออกตระเวนไปบ้าน(บล็อก)คนอื่นๆไม่ค่อยจะเป็นชิ้นเป็นอัน
แต่ไม่ต้องห่วงครับ ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาผมจะถนัดการเขียน(บล็อก)แล้วลบทิ้งเป็นประจำ
แต่คราวนี้รับรองว่าไม่ลบแน่ ว่างและอยากฆ่าเวลา(ให้ไร้ค่าสุดๆ)เมื่อไหร่ ค่อยแวะเข้ามาอ่านได้เลยครับ


# คุณ BoOKend
กลับกัน ผมทราบก่อนอ่านว่าเอ็มม่านั้นแสดงละครจาหนังสือเรื่องนี้
แต่ด้วยภาษาและบริบทแล้ว ผมกลับมองไม่เห็นหน้าของเอ็มม่าในระหว่างที่อ่านถึงพอลลีนเลย
เหมือนหนังสือพาเราหลุดเข้าไปในโลกของ Ballet Shoes เฉพาะฉบับนิยายจริงๆ
ซึ่งถือว่าให้อรรถรสที่เพลิดเพลินจนอ่านได้อย่างไม่สะดุด
Ballet Shoes จึงถือเป็นนิยายเล่มแรกที่ผมอ่านคืนเดียวจบด้วยความที่วางไม่ลง

# คุณ Jevanni
ด้วยความบังเอิญบนปฏิทิน + กับเพลงประกอบที่ผมเลือกจะหยิบยกมาลง
ผมว่า...หน้าบล็อกนี้กลายพันธุ์สมใจคุณแล้วล่ะครับ 555+

นอกจากจะเต็มไปด้วยคำอวยพรวันแห่งความรัก(ซึ่งขอบคุณมากๆครับ) เพลงประกอบก็ขโมยซีนเนื้อหารีวิวไปจนหมดจริงๆ
ซึ่งถือเป็นโชคดีของผม เพราะพอกลับมาอ่านอีกรอบรู้สึกว่าครั้งนี้ผมรีวิวได้มั่วและไม่ดีเอาเสียเลย
แต่อย่างน้อยๆเพลงประกอบก็เพราะจนเบี่ยงเบนความสนใจไปได้
แถมยังอยู่ในช่วงเทศกาลผู้คนเข้ามาอวยพรมากกว่าจะเข้ามาอ่าน ผมก็เลยโชคดีไป 555+


# คุณกาแฟเย็น
Happy Valentine's Day (ย้อนหลัง) ขอให้มีความสุขเช่นกันครับ

# คุณ rizzonte
ต้องขอภัยที่ขาดหายไป ช่วงนี้คอมกับผมห่างเหินกันน่าดู
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ พอผมรวบรวมกำลังใจจากฝั่งนี้ได้มากพอเมื่อไหร่จะรีบอุ้มไปส่งเลยครับ


# คุณ nikanda
เมื่อเลือกรองเท้าที่สวย(และเป็นอาวุธในตัว)อย่างรองเท้าส้นสูงก็อาจจะต้องลำบากนิดๆ ตอนที่พื้นดินขรุขระนะครับ
ขอแนะนำให้เอาคนเดินร่วมทางเก็บไว้ใกล้ตัว เผื่อไว้ช่วยประคองตอนที่เดินไม่สะดวกครับ(หรือไม่ก็อุ้มนางฟ้าไปด้วยก็ได้ไม่ว่ากัน ^^)

# สาวปลิว
ผมไม่ได้ทำนายนะครับ แต่ผมเชื่อว่าภายในเดือนนี้รับรองว่าจะต้องมีจดหมารักไปส่งถึงมือสาวปลิวอย่างแน่นอน
Happy Valentine's Day (ย้อนหลัง) ครับ


# คุณเพกร
Happy Valentine's Day (ย้อนหลัง) เช่นกันครับ เข้ามาที่บล็อกนี้ ฟังเพลงเยอะๆอ่านตัวหนังสือน้อยๆนะครับ
เซลล์สมองจะได้ไม่ชำรุดเพราะสำนวนภาษาของผม 555+

# คุณ i_lllive
อย่างนั้นขอแนะนำ “นันยาง” ครับ สมัยเด็กๆนี่ใส่เตะบอลได้ไม่มีขาดสึกแม้แต่น้อย อึดทึกทนทานเอามากๆ
ไม่รู้ว่าคุณ i_lllive จะเคยเตะฟุตบอลไหม แต่ก็ขอให้ชีวิตที่สวมรองเท้าผ้าใบสนุกสนานราวกับเด็กๆที่กำลังเตะฟุตบอลนะครับ


# คุณสาวไกด์ใจซื่อ
ใช่เลยครับ ต้องขอสารภาพด้วยเหมือนกันว่าผมได้รู้จักกับ Ballet Shoes ผ่านทางหนังเรื่องนี้เช่นเดียวกัน
เป็นอีกฉากที่ผมชอบมากในหนังเรื่องนี้ เพราะมันสะเทือนใจไม่น้อยเวลาคนเราต้องล้มเหลวกับสิ่งที่เราเก่งไม่มีใครเกิน
ช่วยให้เรามองเห็นภาพของโลกใบนี้ว่า “เก่ง” อย่างเดียวมันไม่พอจริงๆ (ในเรื่องนี่นอกจากเก่งและเชี่ยวชาญด้านหนังสือเด็กแล้ว
นางเอกที่ตกงานยังบริหารร้านอย่างดูแลเอาใจใส่ลูกค้า แถมเปิดมายาวนานอีกด้วย...แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอต่อการอยู่รอดบนโลกธุรกิจอันโหดร้าย)

วันนั้นเมื่อผมเดินไปเจอหนังสือเล่มนี้เข้า หน้าของนางเอกที่กำลังน้ำตาคลอพลางสะกดชื่อของโนเอล สตรีทเฟลด์จึงลอยมาทันที
ว่าแล้วผมก็เลยหยิบหนังสือไปจ่ายเงินโดยไม่เปิดอ่านแม้แต่หน้าเดียว...ผมเชื่อใจในรสนิยมของ “เคทเธอลีน” เธอนะครับ...

# พี่แคปซูลสีฟ้า
ถ้าเป็นแฟนสำนวนภาษาของคุณงามพรรณ เล่มหน้าโปรดอย่าพลาด
เพราะมีผมมีงานแปลของคุณงามพรรณอีกเล่มจะนำเสนอ
โปรดรอติดตาม...แต่อย่าคาดหวัง 555+


# คุณ...ยออู...
Happy Valentine's Day (ย้อนหลัง)ครับ ไม่ได้แวะที่บ้านคุณ ผมเลยไม่รู้ว่าอาการป่วยดีขึ้นบ้างหรือยัง
(รู้แต่ว่าปีนี้ได้ซองเท่าไหร่ 555+) สำหรับ Ballet Shoes นี่ผมว่าลองดูฟ้าฝนอารมณ์ก่อนอ่านด้วยจะดีมาก
เมื่อใดที่อยากได้เรื่องราวชวนฝันที่หม่นๆนิดๆ ตลกไม่หยอก และอบอุ่นให้กำลังใจ เมื่อนั้นหยิบมาอ่านได้เลยครับ


โดย: ขอรบกวนทั้งชุดนอน วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:15:36:24 น.  

 
คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่สนุกมากๆเรื่องนึงที่คอยอ่านมาเพราะการที่ได้อ่านเรื่องนี้เหมือนกับได้เข้าไปอยู่ในโลกเเห่งมายาที่สมจริง เรื่องนี้สอนสิ่งต่างๆมากมายโดยที่แฝงไว้ในประโยคนึงในเรื่องคือ ชีวิตสวมข้างซ้าย ความฝันสวมข้างขวา เเละฉันคิดว่าชีวิตคงไม่สมารถอยู่ได้หากขาดความฝัน


โดย: ลาวีญ IP: 117.47.140.170 วันที่: 24 กันยายน 2551 เวลา:18:03:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ขอรบกวนทั้งชุดนอน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
 
13 กุมภาพันธ์ 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ขอรบกวนทั้งชุดนอน's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.