วิ่งอย่างไรไม่ให้เหนื่อยมาก ไม่เบื่อ ไม่ท้อ
วิ่งอย่างไรไม่ให้เหนื่อยมาก ไม่เบื่อ ไม่ท้อ




ผมชอบออกกำลังกายด้วยการวิ่งเหยาะมานานแล้ว โดยออกวิ่งในตอนเช้ามืดหลังจากตื่นนอน เข้า ห้องน้ำขับถ่ายของเสียเรียบร้อยแล้ว ระยะทางที่วิ่งประมาณ๕กม. บนถนนในชนบทใกล้บ้าน ระหว่างวิ่งก็มักจะชมท้องทุ่ง ราวป่าตามเส้นทางที่ผ่านบ้าง ชมนกชมไม้บ้างไปตามเรื่อง บางวันก็จะวิ่งไปท่องบทสวดมนต์ที่จำได้ไป บางวันวิ่งไปพร้อมกับพิจารณาธรรมะไปเช่น ไตรสิกขา มรรคมีองค์แปด โพชฌงค์เจ็ด เป็นต้น ว่ามีอะไรบ้าง ท่านให้ความหมายไว้อย่างไร เราทำตามได้บ้างหรือไม่ บางวันก็วิ่งไปพร้อมกับตั้งใจว่าจะไม่เหยียบเส้นรอยต่อบนถนน(ถนนคอนกรีต) โดยตั้งความคาดหวังว่าจะได้ไม่เหนื่อย ไม่เบื่อ ไม่ท้อต่อการวิ่ง






แต่เมื่อได้ปฏิบัติธรรมมาแล้ว ทราบว่าการเจริญสตินั้นทำในอิริยาบถใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นอิริยาบถใหญ่ คือการยืน การเดิน การนั่ง การนอน หรือในอิริยาบถย่อยต่างๆ เช่น การแล การเหลียว การเหยียด การคู้(พับเข้ามา) การก้าว การถอย การขับถ่ายของเสีย การเคี้ยว การกิน การดื่ม ฯลฯ คือมีสติอยู่ในทุกขั้นตอนของอิริยาบถ แต่ไม่เคยเห็นที่ไหนกล่าวว่าให้มีการเจริญสติด้วยการวิ่ง ผมเข้าใจเอาเองว่า พระพุทธเจ้ากำหนดให้พระสงฆ์ต้องเป็นผู้ที่มีจรณะ อยู่ในธรรมวินัย มีการสำรวมทางกาย วาจา ใจ การวิ่งเป็นกิริยาที่พระสงฆ์ไม่พึงกระทำ จึงไม่ได้กล่าวไว้ ผมคิดว่าสำหรับฆราวาสอย่างคุณอย่างผมเราสามารถเจริญสติด้วยการวิ่งได้ครับ





สำหรับคนที่ชอบออกกำลังกายด้วยการวิ่ง โดยเฉพาะนักวิ่งมินิมาราธอน หรือฮาล์ฟ หรือฟูลมาราธอน ผมคิดว่าเราควรเจริญสติไปด้วย จะด้วยการกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก ซึ่งกำหนดได้ชัดเจนกว่าตอนนั่งหลับตาทำสมาธิมากนัก เพราะตอนวิ่งเราจะหายใจค่อนข้างแรง ตามดูลมหายใจเข้าออกได้ชัดเจนมาก หรืออาจจะภาวนา "พุทโธ" ก็ได้ครับ คือหายใจเข้า ภาวนา “พุทธ” หายใจออก “โธ” แต่จังหวะการวิ่งกับการภาวนาอาจจะไม่สัมพันธ์กันแล้วจะทำให้เหนื่อย หรือจะกำหนดสติอยู่ที่จังหวะการก้าวขาซ้ายและขวา หรืออยู่ที่การสัมผัสของเท้ากับพื้นถนนทุกครั้งก็ได้ ถ้าทำได้ต่อเนื่อง คือตามดูจิตอยู่ตลอดเวลา ถ้าจิตจะหนีไปคิดในเรื่องอื่นก็พยายามรู้ตัวให้เร็ว แล้วกลับมามีสติอยู่กับอารมณ์ที่เรากำหนดอีก (ลมหายใจเข้าออก การก้าวขา การสัมผัสพื้นของเท้า) จิตจะเป็นสมาธิ คือสงบนิ่ง แล้วคุณจะไม่เหนื่อยมาก ไม่ท้อว่ายังเหลือระยะทางอีกตั้งไกล หรือเผลอๆ ก็จะเข้าเส้นชัยแล้ว ได้ประโยชน์ทั้งการออกกำลังกาย และการออกกำลังจิตไปด้วยพร้อมๆกัน




ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพกายเข้มแข็ง สุขภาพใจแข็งแรง ทุกทั่วหน้ากันนะครับ






Create Date : 12 ตุลาคม 2553
Last Update : 12 ตุลาคม 2553 15:52:32 น.
Counter : 2308 Pageviews.

5 comments
  
ขอบคุณครับ
โดย: nordcapp IP: 58.8.174.36 วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:17:39:47 น.
  

ขอบคุณครับ
โดย: ทาโบะจัง ! (boyalonejang ) วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:20:36:07 น.
  
ดีคร่า แววะมาไห้กำลังใจอ่ะคร่า
โดย: www.24hotcasino.com IP: 61.19.66.131 วันที่: 13 มกราคม 2554 เวลา:15:58:56 น.
  
ใช่ครับ ลองทำแล้ว เหนื่อยน้อยกว่าเดิม
โดย: mossy IP: 125.27.16.103 วันที่: 23 เมษายน 2554 เวลา:7:41:09 น.
  
ผมเป็น ร.ด

ฝึกวิ่ง 10 รอบสนาม

โ ค ต ร เหนื่อยเลยครับ

พอทำตามข้างบนแล้ว...มันก็เหนื่อยอยู่ดี

แต่เหนื่อยน้อยกว่า ขอบคุณมากๆเลยครับ

หวังว่าต่อไปคงมีเทคนิก ที่ดีกว่านี้นะครับ
โดย: momop IP: 49.229.49.74 วันที่: 19 พฤษภาคม 2554 เวลา:16:52:20 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

อุษา
Location :
แพร่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]



ตุลาคม 2553

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
7
9
10
11
13
14
15
17
18
19
20
21
22
26
28
29
30
31
 
 
All Blog