บทสวดโพชฌงค์๗ ทำให้หายป่วยได้อย่างไร
บทสวดโพชฌงค์๗ ทำให้หายป่วยได้อย่างไร

ผู้ที่ใฝ่ธรรมทั้งหลายคงจะทราบกันดีแล้วนะครับว่าโพชฌงค์ ๗ นั้นเป็นองค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ ดังบทสวดอาณาปานสติปาฐะ มีความตอนหนึ่งว่า
สตฺต โพชฺฌงฺคา ภาวิตา พหุลีกตา,
โพชฌงค์ทั้งเจ็ด อันบุคคลเจริญทำให้มากแล้ว.
วิชฺชาวิมุตฺตึ ปริปูเรนฺติฯ,
ย่อมทำวิชชาและวิมุตติให้บริบูรณ์.

นั่นคือถ้าเราเจริญโพชฌงค์ ๗ ให้ถึงที่สุดแล้วย่อมตรัสรู้ได้ องค์ธรรมนี้ยังมีอานิสงส์อีกประการหนึ่งซึ่งชาวพุทธรู้กันดีนั่นคือการทำให้ผู้ป่วยทุเลา และหายจากอาการป่วยไข้ได้ ถ้าได้สวดหรือฟังเสียงสวดมนต์โพชฌังคปริตร ดังครั้งหนึ่งในสมัยพุทธกาล พระมหากัสสปะ และพระโมคคัลลานะ เกิดอาพาธ พระพุทธองค์ทรงทราบ จึงทรงแสดงธรรมโพชฌงค์ ๗ ให้สดับ พระเถระทั้งสองท่านก็หายจากอาการอาพาธนั้น และแม้แต่พระพุทธองค์เองครั้งหนึ่งทรงประชวรได้รับสั่งให้พระจุนทเถระสวดมนต์บทนี้ถวาย พระอาการก็ทุเลาและหายจากการประชวรในเวลาต่อมา




เรามาดูกันนะครับว่าโพชฌงค์ ๗ ทำให้หายป่วยได้อย่างไร

ก่อนอื่นก็ต้องรู้ว่าผู้ที่จะได้อานิสงส์นี้ จะต้อง
๑.เป็นผู้ที่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา และที่สำคัญคือต้องรู้ธรรมที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนอย่างดีมาก่อน หรือถ้าเคยปฏิบัติธรรมมาก่อนได้ยิ่งดี เพราะมิฉะนั้นแล้วก็จะไม่เข้าใจหัวข้อธรรมทั้ง๗ ที่ได้ยินหรือที่สวดอยู่
๒.ต้องเป็นผู้ป่วยที่มีสติสัมปชัญญะอยู่ ไม่ใช่อยู่ในขั้นวิกฤตจนไม่สามารถรับรู้อะไรได้แล้ว เช่นสมองตายแล้วแต่ยังมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการให้ออกซิเยนทางสาย เป็นต้น

ผู้ป่วยเมื่อได้สวดหรือได้ฟังเสียงสวดโพชฌังคปริตร แล้ว ต้องมีสติ ต้องระลึกรู้ว่าตัวเองกำลังป่วยไข้อยู่ ที่สุดของการป่วยคือทุเลาแล้วหาย หรือเสียชีวิต ซึ่งเป็นสัจจะธรรมที่ใครก็หนีไม่พ้น ดังบทสวด อภิณหะปัจจะเวกขะณะ ตอนหนึ่งที่ว่า

พยาธิธัมโมมหิ พยาธิง อะนะตีโต
เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดาจะล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปไม่ได้
มะระณะธัมโมมหิมะระณัง อะนะตีโต
เรามีความตายเป็นธรรมดาจะล่วงพ้นความตายไปไม่ได้




เมื่อมีสติอยู่กับตัวแล้ว ต่อไปพิจารณาข้อธรรมที่เกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วยมาเจริญ เช่นบทอภิณหะปัจจะเวกขะณะ ดังกล่าวแล้วข้างต้น หรือจะใช้ข้อธรรมอื่นๆ เช่น ไตรลักษณ์ โดยพิจารณาให้เห็นว่าขันธ์ ๕ หรือรูปนาม หรือกายใจ นี้เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ทนอยู่ไม่ได้ บังคับให้เป็นไปตามใจปรารถนาไม่ได้คือไม่ใช่ตัวตนเราเขา แล้วเพียรที่จะพิจารณาเช่นนี้อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเจ็บ จะปวดอย่างไรแค่ไหน เมื่อเพียรจนเกิดปัญญาเห็นแจ้งถึงความไม่เที่ยงของสังขารร่างกายนี้แล้ว จะเกิดความอิ่มเอมใจ ปลาบปลื้มใจที่เข้าถึงความจริง ธรรมชาติของมนุษย์นั้นกายกับใจอาศัยและเกื้อกูลกันและกัน เมื่อใจดีใจสบายแล้ว กายจะดีจะสบายด้วย (ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดๆว่าใจกายสัมพันธ์กันก็คือ เมื่อเราโกรธมากๆใบหน้าจะซีดขาว ปากเขียว ตัวสั่น เป็นต้น) คนป่วยที่เข้าถึงข้อธรรมดังกล่าวมีใจอิ่มเอม กายก็จะสงบระงับผ่อนคลาย ที่เจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆ จะหายได้ ถ้ามีอาการมากขึ้นมาหน่อยจะทุเลา ถ้ามีอาการหนัก จะละวางความทุกข์กายทุกข์ใจที่รุมเร้าได้ จิตจะตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวว่าอะไรจะเกิดกับตัวเอง พร้อมที่จะวางเฉยต่อความตายที่จะมาถึงในที่สุดพร้อมที่จะตายอย่างสงบ ไม่ทุรนทุรายด้วยจิตที่เศร้าหมองแม้ร่างกายจะทรมานสักเท่าใดก็ตาม ผมคิดว่าโพชฌงค์๗ ช่วยได้อย่างนี้ละครับ






สุดท้ายนี้ผมขอนำโพชฌังคปริตร ทั้งบทพร้อมคำแปลมาให้ไว้สวดกันดังนี้นะครับ

โพชฌังคปริตร

โพชฌังโค สะติสังขาโต ธัมมานัง วิจะโย ตะถา
โพชฌงค์ ๗ ประการ คือ สติสัมโพชฌงค์ ธรรมวิจยะสัมโพชฌงค์
วิริยัมปีติ ปัสสัทธิ โพชฌังคา จะ ตะถาปะเร
วิริยะสัมโพชฌงค์ ปีติสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์
สะมาธุเปกขะโพชฌังคา
สมาธิสัมโพชฌงค์ และอุเบกขาสัมโพชฌงค์
สัตเตเต สัพพะทัสสินา มุนินา สัมมะทักขาตา
๗ประการเหล่านี้ เป็นธรรมอันพระมุนีเจ้า ผู้ทรงเห็นธรรมทั้งปวงตรัสไว้ชอบแล้ว
ภาวิตา พะหุลีกะตา
อันบุคคลเจริญแล้วกระทำให้มากแล้ว
สังวัตตันติ อะภิญญายะ นิพพานายะ จะ โพธิยา
ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ และเพื่อนิพพาน
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้
โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา
ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ
เอกัสมิง สะมะเย นาโถ โมคคัลลานัญจะ กัสสะปัง คิลาเน ทุกขิเต ทิสวา
ในสมัยหนึ่ง พระโลกนาถเจ้า ทอดพระเนตรเห็นพระโมคคัลลานะ และพระมหากัสสปะเป็นไข้ ได้รับความลำบาก
โพชฌังเค สัตตะ เทสะยิ
จึงทรงแสดงโพชฌงค์ ๗ ประการ ให้ท่านทั้งสองฟัง
เต จะ ตัง อะภินันทิตวา
ท่านทั้งสองนั้น ชื่นชมยินดียิ่ง ซึ่งโพชฌงคธรรม
โรคา มุจจิงสุ ตังขะเณ
โรคก็หายได้ในบัดดล
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้
โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา
ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ
เอกะทา ธัมมะราชาปิ เคลัญเญนาภิปีฬิโต
ในครั้งหนึ่ง องค์พระธรรมราชาเอง (พระพุทธเจ้า) ทรงประชวรเป็นไข้หนัก
จุนทัตเถเรนะ ตัญเญวะ ภะณาเปตวานะ สาทะรัง
รับสั่งให้พระจุนทะเถระ กล่าวโพชฌงค์นั้นนั่นแลถวายโดยเคารพ
สัมโมทิตวา จะ อาพาธา ตัมหา วุฏฐาสิ ฐานะโส
ก็ทรงบันเทิงพระหฤทัย หายจากพระประชวรนั้นได้โดยพลัน
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้
โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา
ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ
ปะหีนา เต จะ อาพาธา ติณณันนัมปิ มะเหสินัง
ก็อาพาธทั้งหลายนั้น ของพระผู้ทรงคุณอันยิ่งใหญ่ทั้ง ๓ องค์นั้น หายแล้วไม่กลับเป็นอีก
มัคคาหะตะกิเลสาวะ ปัตตานุปปัตติธัมมะตัง
ดุจดังกิเลส ถูกอริยมรรคกำจัดเสียแล้ว ถึงซึ่งความไม่เกิดอีกเป็นธรรมดา
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้
โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา
ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ เทอญ.





Create Date : 23 กันยายน 2553
Last Update : 23 กันยายน 2553 13:55:30 น.
Counter : 18051 Pageviews.

14 comments
  
ต้องการหาอยู่พอดี ขอบคุณนะคะ จะเอาไปทดลองใช้
โดย: วงรัตน์ IP: 192.168.251.147, 61.7.241.94 วันที่: 23 กันยายน 2553 เวลา:17:31:42 น.
  
ขอบคุณครับ ขออนุญาตก็อปปี้นะครับ
โดย: pippojuve วันที่: 23 กันยายน 2553 เวลา:18:56:19 น.
  
ส า ธุ ครับ
โดย: P2wichai วันที่: 25 กันยายน 2553 เวลา:0:55:54 น.
  
โมทนา สาธุ ขออนุญาต copy ค่ะ
โดย: wannipha IP: 58.64.67.21 วันที่: 25 กันยายน 2553 เวลา:21:35:25 น.
  
เป็นครั้งแรกที่เข้ามาดูเวพนี้ จึงยังแสดงความคิดเห็นยังไม่ได้แต่ก็เห็นว่าเป็นที่น่าสนใจ จะลองศึกษาต่ออีกแล้วจึงจะมีความคิดเห็นในภายหลัง แต่ก็ต้องขอชื่นชมผู้ที่ทำเวพมาณที่นี้ด้วย ขอบคุณครับ
โดย: ป.เวชปาน IP: 124.121.98.33 วันที่: 26 กันยายน 2553 เวลา:8:31:17 น.
  
ขออนุญาตส่งคำกลอนมาแทนความคิดเห็นดังต่อไปนี้
โพชฌงค์ ๗
๑. สติ ระลึกงานทำคำพูดเสมอได้
๑.๑ สัปชัญญะ รู้ตัวพร้อมกายใจทุกแห่งหน
๒. ธัมมวิจยะ คัดเลือกธรรมหากหลายสมใจตน
๓.วิริยะ เพียรฝึกฝนล่วงทุกข์ภัย
๔.ปีติ อ่มเอมใจไร้โทษทุกข์
๕.ปัสสัทธิ จิตสงัดสงบสุดผ่องใส
๖. สมาธิ จิตแน่วแน่ไม่แกว่งไกว
๗. อุเบกขา ไม่หวั่นไหว ยุติธรรม(บูรณาการ)
โพชฌงค์+อริยมรรค คือ Society Based on Knowledge)
(สังคม +ปัญญา)
ตั้งสติทิฐิชอบกอบเหตุผล
คัดเลือกธรรม(นำตน)เริ่มดำริไม่เฉไฉ
วาจาชอบบ่งบอกความจริงใจ
พากเพียรนชอบร่วมมือได้สามัคคี
อาชีพชอบสุจริตอิ่มเอิบสุข
รักสังคมสันติสุขสุดสดใส
จิตแน่วแน่ไม่ฟุ้งซ่านกระแสใจ
อุเบกขาคู่ปัญญาผาสุขเอยฯ
ขอบคุณครับที่กรุณาอ่านจนจบฯ
โดย: ป.เวชปาน IP: 124.121.98.33 วันที่: 26 กันยายน 2553 เวลา:8:48:28 น.
  
สาธุ..ได้คลายข้อข้องใจแล้วค่ะ
โดย: สายจิตร์ IP: 125.24.98.250 วันที่: 28 ตุลาคม 2553 เวลา:17:54:35 น.
  
ขออนุญาติก๊อปปี้
โดย: laphol IP: 125.27.18.147 วันที่: 31 ธันวาคม 2555 เวลา:13:13:48 น.
  
ขออนุญาติcopy ครับ
โดย: suchon IP: 49.49.196.33 วันที่: 24 ตุลาคม 2556 เวลา:16:27:48 น.
  
สาธุ ขออนุญาต คัดลอกเพื่อจะได้นำไปเผยแผ่
โดย: PP IP: 171.4.250.66 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2556 เวลา:17:40:19 น.
  
ดีหลายๅเด้อ
โดย: wallop9899 IP: 49.230.166.52 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2556 เวลา:20:09:02 น.
  
สาธุฯ ขอบคุณมากๆเลยครับ
โดย: เต้ย IP: 115.87.65.223 วันที่: 6 มีนาคม 2557 เวลา:0:15:21 น.
  
สาธุ ขอบคุณครับ
โดย: bell IP: 124.122.31.81 วันที่: 22 เมษายน 2557 เวลา:21:09:48 น.
  
สาธุ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ
โดย: nut IP: 1.0.227.96 วันที่: 23 พฤษภาคม 2557 เวลา:16:45:16 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

อุษา
Location :
แพร่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]



กันยายน 2553

 
 
 
1
2
3
4
5
7
9
10
11
13
15
16
17
18
20
21
22
24
25
26
28
29
30
 
 
All Blog