ทำอย่างไรจึงจะเห็นพระพุทธเจ้า
ทำอย่างไรจึงจะเห็นพระพุทธเจ้า

ถ้าถามชาวพุทธว่าอยากเห็นพระพุทธเจ้าองค์จริงหรือไม่ คงได้คำตอบเหมือนกันว่าอยากเห็น เพราะความที่อยากเห็นนี่แหละจึงได้มีการสร้างพระพุทธรูปแทนพระองค์ แต่พระพุทธรูปส่วนใหญ่ที่สร้างกันทั้งในสมัยหลังพุทธกาลสืบมาจนถึงยุคร่วมสมัยมักใช้จิตนาการว่าท่านน่าจะรูปร่างอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วบรรจงสร้างขึ้น
พระพุทธรูปถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในอินเดียสมัยพระเจ้ามิลินท์หรือพระเจ้าเมนันเดอร์ที่๑กษัตริย์ ผู้สืบเชื้อสายมาจากชาวกรีกทรงครองปกครองอินเดีย หลังพุทธกาลประมาณ ๕๐๐ ปี (ถ้าใครเคยฟังปุจฉา-วิสัชนา ระหว่างพระนาคเสนกับพระยามิลินท์ แล้วละก็คงจะรู้จักกษัตริย์อินเดียพระองค์นี้) พระพุทธรูปในยุคแรกนี้จึงมีพระพักตร์กระเดียดไปทางฝรั่ง พระสรีระก็ดูสมส่วนอย่างของจริง รวมทั้งจีวรสังฆาฏิ ที่ทรงครองด้วย เพราะนำเอาความรู้ด้านประติมากรรมนี้มาจากวัฒนธรรมกรีกโบราณ ต่อมาเมื่อพระพุทธศาสนาได้เผยแพร่เข้ามาในสุวรรณภูมิและในจีนแล้ว พระพุทธรูปที่สร้างขึ้นก็มีพุทธลักษณะที่เปลี่ยนไป ถ้าชาวไทยสร้างพระพักตร์ก็เป็นไทยๆ ถ้าเป็นชาวจีนหรือญี่ปุ่นสร้างก็เป็นจีนๆ เป็นต้น ส่วนพระสรีระนั้นมักไม่เน้นความสมจริงเท่าใดนัก






ทั้งสามภาพเป็น พระพุทธรูปคันธารราฐ มีพุทธลักษณะออกไปทางฝรั่งๆ




พระพุทธรูปมีพุทธลักษณะแนวจีน ๆ

นี่ก็ทำพวกเราชาวพุทธได้เห็นพระพุทธเจ้าแล้วจากจินตนาการ นอกจากนี้ยังมีภาพจิตรกรรมพระพุทธเจ้าในยุคร่วมสมัยอีกมากมายที่รังสรรค์โดยศิลปินไทยและต่างชาติ ทำให้ได้ภาพของพระพุทธองค์ที่แตกต่างกันไป แล้วแต่จินตนาการ ประสบการณ์ และภูมิหลัง ของศิลปินนั้นๆ







ภาพวาดจากศิลปินหลายๆท่าน

ทั้งหลายทั้งปวงนี้เป็นแต่ภาพที่สร้างขึ้นเท่านั้น แต่ถ้าเราอยากจะเห็นพระพุทธเจ้าจริงๆแล้ว ท่านตรัสไว้ว่า จะต้องเข้าถึงธรรม ดังภาษาบาลีที่ว่า
“โย ธมฺมํ ปสฺสติ โส ม ํ ปสฺสติ, ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าย่อมเห็นเราตถาคต,
โย ม ํ ปสฺสติ โส ธมฺมํ ปสฺสติ, ผู้ใดเห็นเราตถาคต ผู้นั้นชื่อว่าย่อมเห็นธรรม,
โย ธมฺมํ ปสฺสติ โส ปฏิจจสมุปฺปทามํ ปสฺสติ, ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นชื่อว่าเห็นปฏิจจสมุปบาท,
โย ปฏิจจสมุปฺปทามํ ปสฺสติ โส ธมฺมํ ปสฺสติ, ผู้ใดเห็นปฏิจจสมุปบาท ผู้นั้นย่อมเห็นธรรม,
เพราะฉะนั้น การเห็นพระพุทธเจ้า คือการเห็นปฏิจจสมุปบาท, คือเห็นความเกิดขึ้นของทุกข์, และการดับไม่เหลือของทุกข์ในขณะจิตหนึ่งๆ”

(ปฏิจจสมุปบาท คือธรรมอันเป็นธรรมชาติ อาศัยกันแล้วเกิดขึ้น)*
ครับพระพุทธรูปก็ดี ภาพวาดของพระองค์ ก็ดี เป็นแค่สิ่งที่เตือนเราให้ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ถ้าเราจะเข้าให้ถึงพระองค์ท่านจริงๆแล้วก็คือการเข้าถึงธรรม อันเป็นคำสั่งสอนของพระองค์นั่นเอง

*จากหนังสือสวดมนต์ คู่มือพุทธบริษัท ฉบับสมบูรณ์ ของธรรมสภา




Create Date : 14 กันยายน 2553
Last Update : 14 กันยายน 2553 14:56:15 น.
Counter : 5999 Pageviews.

2 comments
  
“โย ธมฺมํ ปสฺสติ โส ม ํ ปสฺสติ, ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าย่อมเห็นเราตถาคต,
โย ม ํ ปสฺสติ โส ธมฺมํ ปสฺสติ, ผู้ใดเห็นเราตถาคต ผู้นั้นชื่อว่าย่อมเห็นธรรม,
โย ธมฺมํ ปสฺสติ โส ปฏิจจสมุปฺปทามํ ปสฺสติ, ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นชื่อว่าเห็นปฏิจจสมุปบาท,
โย ปฏิจจสมุปฺปทามํ ปสฺสติ โส ธมฺมํ ปสฺสติ, ผู้ใดเห็นปฏิจจสมุปบาท ผู้นั้นย่อมเห็นธรรม,
เพราะฉะนั้น การเห็นพระพุทธเจ้า คือการเห็นปฏิจจสมุปบาท, คือเห็นความเกิดขึ้นของทุกข์, และการดับไม่เหลือของทุกข์ในขณะจิตหนึ่งๆ”
โดย: อุบาสก IP: 58.11.211.213 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2555 เวลา:22:10:22 น.
  
อยากเห็นเหมือนกันค่ะ
โดย: ฝน IP: 171.6.251.241 วันที่: 30 พฤษภาคม 2559 เวลา:17:48:24 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

อุษา
Location :
แพร่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]



กันยายน 2553

 
 
 
1
2
3
4
5
7
9
10
11
13
15
16
17
18
20
21
22
24
25
26
28
29
30
 
 
All Blog