Sticky Fingers..."Go Over Time And Spaces"
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2552
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
24 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 

เงินที่ใช้ต้องมีที่มาที่ไป

สืบเนื่องมาจากการเกิด “ภูมิคุ้มกันทางการเงินบกพร่อง” ทำให้เราคิดจะวาง

แผนการจัดการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน ไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก โดยในครั้งแรกต้องรู้ “เงินที่ใช้ต้องที่มาที่ไป”

“จดแล้วไม่จน” คุ้น ๆไหมครับ จริง ๆ แล้วมันมาจากโฆษณาชิ้นหนึ่งที่

สนับสนุนให้มีการทำบัญชีครอบครัว จนมีการแจกสมุดบัญชีครอบครัวให้ไปทำกัน (ตอนนั้นก็อยากได้มาสักเล่ม จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ไปขอ)

อ่านมาถึงตรงนี้ ท่าน ๆ ก็จะต้องร้อง อ๋ออออ!! โถ่เอ๋ย... ที่แท้แกก็จะให้ฉันทำ

บัญชีรายรับรายจ่ายนี่เอง..ใช่แล้วครับ แต่จะให้ทำเฉพาะบัญชีรายจ่าย เท่านั้นครับ เพราะตัวผมเอง โดยปกติ เราจะใช้จ่ายไม่เกินรายได้ที่ได้รับอยู่แล้วครับ เป็นนิสัยตั้งแต่เด็กที่เกลียดการเป็นหนี้ครับ และคิดเสมอว่า เป็นหนี้แล้วไม่มีความสุข แต่ปัญหาของผมคือ “เงินเอาไปใช้ทำอะไรหมด” ดังนั้นรายจ่าย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้าสำหรับใช้ในการอุปโภค บริโภค รายวัน เสื้อผ้าข้าวของที่ซื้อเป็นพิเศษ ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ ค่าอุปกรณ์เครื่องใช้ เครื่องไม้เครื่องมือ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเช่า ให้จดเอาไว้ ที่สำคัญคือต้องจดให้ละเอียดว่าได้ใช้จ่ายอะไรไปบ้าง แม้แต่เดินเล่นซื้อขนม ซื้อไอศกรีมรับประทาน 5 บาท 10 บาท ก็ต้องจด และควรจดวันต่อวันเพราะถ้าข้ามวันอาจจะทำให้ลืม และถ้าจะให้ดีต้อง รวมเงินค่าใช้จ่ายในแต่ละวันไปด้วยเลย

แต่ก่อนที่จะจดรายจ่าย เราต้องแยกลักษณะของรายจ่ายที่ทำให้เงินเรา

กระเด็นออกไปจากกระเป๋าเราก่อนว่ามีกี่แบบ โดยที่คุณ โจ มณฑานี ตันติสุข เขียนไว้ในหนังสือชื่อ “เงินเรื่องใหญ่ ที่โรงเรียนไม่เคยสอน” แบ่งลักษณะค่าใช้จ่ายเอาไว้ แต่ผมได้เอามาเรียบเรียงใหม่เพื่อความสะดวกของตัวเอง โดยแบ่งเป็น 5 ประเภท คือ

1) รายจ่ายที่จำเป็นและตัดออกไม่ได้ เช่นค่าผ่อนบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ

ค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ รายจ่ายพวกนี้คือประเภทที่ตกงานก็ต้องหาเงินมาจ่ายให้ได้

2) รายจ่ายที่จำเป็น แต่ตัดออกหรือลดลงได้เมื่อถึงคราวฉุกเฉิน เช่น

ค่าเคเบิลทีวี ค่าโทรศัพท์มือถือรายเดือน ค่าอินเตอร์เน็ต Hi-Speed สูง ๆ ค่าสบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก หรือค่าซักรีด ค่าของใช้ส่วนตัว

3) รายจ่ายจำเป็นแบบขาจร คือรายจ่ายที่ไม่จ่ายไม่ได้ แต่บางทีมาแบบ

ไม่ตั้งตัว เช่น ค่าซ่อมรถ ค่าซ่อมต่าง ๆ ค่าหยูกยาสารพัด แม้แต่ค่าทำบุญ ซองผ้าป่า งานบวช งานแต่งงาน งานศพ

4) รายจ่ายที่ไม่จำเป็นขั้นพื้นฐาน เป็นรายจ่ายที่ช่วยเพิ่มความสุขเล็ก ๆ

น้อย ๆ สร้างสีสันให้ชีวิต ถ้าไม่มีก็ไม่ตาย เช่นค่าเสื้อผ้า (ที่ใส่) ค่าสันทนาการ ค่าอาหารนอกบ้าน ค่าท่องเที่ยว ค่ารถแท็กซี่ ค่าเฟอร์นิเจอร์ กล่องเก็บของ ค่าใช้จ่ายหมวดนี้คือสินค้า และบริการที่เราได้ซื้อมาแล้วใช้จริง ๆ นี่เอง

5) รายจ่ายที่ไม่จำเป็นและฟุ่มเฟือยขั้นเทพ เป็นรายจ่ายที่เกิดจากอารมณ์

อยากซื้อ และอยากได้มาไว้เป็นของตนเอง เช่น ค่าทำสปา ค่าเสื้อผ้า (ที่อยู่เต็มตู้แต่ไม่เคยได้เอามาใส่) ค่ากระเป๋า รองเท้าที่มียี่ห้อแพง ๆ ค่าเครื่องประดับ และของที่ซื้อมาทันทีเพราะอยากได้ ค่าใช่จ่ายในข้อ 4 ที่เกิดอยู่สม่ำเสมอ ไม่ใช่นาน ๆ ครั้งแล้ว และค่าใช้จ่ายหมวดนี้คือสินค้า และบริการที่เราได้ซื้อมาแล้วใช้จริง ๆ

การที่เราแยกประเภทค่าใช้จ่ายในแต่ละครั้งที่จ่ายเงินออกไป (ไม่ว่าจะกี่บาท)

จะเพิ่มคุณค่าในการจดค่าใช้จ่ายของเรามากขึ้น ที่แน่ ๆ เลยคือจดก็ทำให้รู้ เมื่อรู้จะได้เตือนตนและไตร่ตรองได้ว่า สิ่งใดจำเป็นต่อการดำรงชีวิต สิ่งใดที่เป็นของฟุ่มเฟือย ยืดระยะการจับจ่ายออกไปก่อนได้ นอกจากนี้ การจดรับรายจ่ายจะทำให้มีความรอบคอบและรัดกุมในการใช้จ่ายเงินมากขึ้น ความผิดพลาดในการใช้จ่ายก็จะลดลง บางทีอาจจะสามารถนำมาคาดการณ์การใช้จ่ายในอนาคตให้เหมาะสมได้ (นี่คิดเผื่อไว้) เพราะเมื่อไรก็ตามที่มีปัญหาทางการเงิน รายจ่ายในช่องข้อที่ 5 จะถูกตัดออกเป็นลำดับแรก ลองลงมาก็เป็น 4 และ 3 ส่วนข้อ 2 ก็จะถูกลดลง และข้อ 1 ที่ตัดไม่ได้เลย

และนี่ก็เป็นที่มาว่า ทำไมการทำบัญชีค่าใช้จ่ายที่ผมนำเสนอนั้นไม่เหมือนการ

จดค่าใช้จ่ายทั่ว ๆ ไป แต่เราต้องเอาค่าใช้จ่ายนั้นไปแยกประเภทลงในสมุดจดเราด้วย ถ้าเป็นไปได้ ควรจะจดลงสมุดมากกว่าพิมพ์ลงใน Excel แต่ถ้าทำได้ทั้ง 2 อย่างพร้อมกันจะดีมาก (ซึ่งผมทำอยู่) เพราะการจดลงสมุดผมรู้สึกว่า มันอินไปกับการแยกค่าใช้จ่ายมากกว่าพิมพ์ลง Excel น่ะ แต่ Excel จะช่วยเราในการคำนวณ และวิเคราะห์ข้อมูลได้ง่ายกว่า แรก ๆ ผมคิดนะว่าจะทำไปได้สักกี่น้ำ นี่ก็ผ่านมาถึง 2 อาทิตย์ละ ส่วนตัวผมเองถ้าผมทำอะไรที่เป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอได้เกิน 2 อาทิตย์ ก็แปลว่าผมเองปรับตัวให้ชินกับการทำสิ่งนั้นได้แล้วล่ะ (นั่นคือไม่รู้สึกว่าเป็นภาระ แต่รู้สึกว่าเป็นหน้าที่ไปแล้ว) แล้วคุณ ๆ ล่ะใช้เวลากันนานเท่าไรครับ

อ่านมาถึงตอนนี้แล้ว อยากจะทำความเข้าใจนิดนึงว่า ที่ผมจดรายการค่าใช้จ่าย

โดยแยกประเภทเอาไว้ด้วยนั้น ไม่ได้เพื่อรณรงค์ให้เราไม่ใช้เงินสักบาท หรือใช้เงินให้น้อยลงไปมากกว่าเดิมนะครับ บางคนทำแรก ๆ เครียดขึ้นมาทันทีเพราะเห็นรายจ่ายตัวเอง ไม่ต้องเครียดครับ อย่างที่ผมบอกตอนต้น ยังไงผมก็ไม่มีวันใช้เงินต่อเดือน เกินรายได้ต่อเดือนเด็ดขาด คือเราก็จะใช้เงินไปตามปกติเนี่ยแหล่ะ เพียงแต่ว่า เงินที่ใช้ต้องมีที่มาที่ไปไง ไม่ใช่สิ้นเดือนปุ๊บ เอ๊ะ! เงินจำนวนนั้นหายไปไหน เอ๊ะ! รายการนี้ใน Statement บัตรเครดิตฉันซื้ออะไรไป ในระยะแรกอาจจะใช้วิธีสรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นรายเดือนก็ได้ แล้วค่อยขยับมาเป็น 15 วัน สรุป และสรุปในทุกสัปดาห์ โดยการจดบันทึกค่าใช้จ่ายนี้แม้ไม่ได้ทำให้รายได้เพิ่มจากที่ได้รับคงที่ทุก เดือน แต่ทำให้เรามีวินัยในการใช้จ่ายมากขึ้น เพราะพอเราทำแล้วเนี่ย เวลาเรามาเห็น ก็จะค่อย ๆ ลดค่าใช้จ่ายไม่จำเป็น (ที่แต่เดิมเราคิดว่าจำเป็น) นั้นออกไปได้ในการใช้จ่ายครั้งต่อ ๆ ไป ได้รู้ว่าเดือนหนึ่งๆ ใช้จ่ายเรื่องเสื้อผ้าเกินไปหรือไม่ ซื้อข้าวของเครื่องประดับเกินไปหรือไม่ เราจะเห็นได้เองจากการจดบันทึกค่าใช้จ่ายนี้ อย่าลืมนะครับ...อยากมีเงินเพิ่มมี 2 ทาง คือ 1) หารายได้เพิ่ม และ 2) ลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยลง แต่ปัจจัยภายนอกเป็นสิ่งที่เราควบคุมยากดังนั้นต้องเริ่มที่ตัวเองก่อน ข้อที่ 2 จึงทำได้ง่ายกว่าข้อที่ 1 ครับ

ต่อจากนี้เราจะได้รู้ที่มาที่ไปของเงินแล้ว เย้ ๆ ๆ แล้วก็อย่าลืมนะครับ ทุกครั้งที่จะ

เอาเงินกระเด็นออกจากกระเป๋าไปแลกอะไรมาสักอย่าง ถามใจตัวเองนิดนึงว่า “จำเป็น” หรือ “อยากได้”

To Be Continued ||||>





 

Create Date : 24 มิถุนายน 2552
3 comments
Last Update : 24 มิถุนายน 2552 20:47:56 น.
Counter : 174 Pageviews.

 

ขอบคุน

 

โดย: ไปป์ (ไปป์ ) 24 มิถุนายน 2552 20:55:32 น.  

 

"อยากได้" มักพาชีวิตกรอบ

 

โดย: vimlookva 24 มิถุนายน 2552 23:42:41 น.  

 


ดีจังเลย
ไว้จะทดลองทำบ้างค่ะ
อาจจะมีสิ่งเปลี่ยนแปลงกับนิสัยการใช้เงินของตนเองบ้างแน่เลย..
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆนะคะ

 

โดย: silly 27 มิถุนายน 2552 15:50:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


armadius
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add armadius's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.