เรื่องวุ่นวายของชีวิตในแต่ละวัน
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2552
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
23 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 

เพื่อนรัก My Best Friend

“โอ๊ะ...ขอโทษครับ” เสียงเขานุ่มนวลและจริงใจสุดซึ้งพร้อมประคองฉันที่เซถลาจากการเดินชนไม่ให้ทรุดลงไปกองกับพื้น

ฉันเงยหน้าขึ้นมองหน้าคมเข้มที่อยู่ห่างออกไปเพียงคืบด้วยอาการใจสั่นขึ้นมาทันใด รู้โดยทันทีว่าเราเกิดมาคู่กัน เพราะเพียงแค่สบตาเขาก็ทำให้ฉันรู้สึกทุกอย่างรอบตัวหายไปทั้งโลกมีเพียงสองเรา ผมสีดำเข้ม ใบหน้าดูสะอาดสะอ้านรับกับคิ้วเข้มที่ขับให้ดวงตาดูคมและมีเสน่ห์อย่างประหลาด ฉันเพลินจ้องเขาจนกระทั่ง

“เมมาแล้วเหรอจ๊ะ” เสียงหวานใสดังขึ้นข้างตัวพร้อมกับร่างบอบบางอ้อนแอ้นของเจ้าของเสียงปรากฏกายขึ้น “นี่รู้จักกันรึยัง พี่แทนคะนี่เมเพื่อนรักของเพลงเองค่ะ เมจ๊ะนี่พี่แทนคู่หมั้นของเราจ๊ะ” เพลงพริตตาแนะนำ

ฉันมองหน้าเขาสลับกับใบหน้าสวยแอร่มของเพื่อนสลับไปมา อีกครั้งที่เพลงพริตตาผู้เลอโฉมได้ทุกอย่างที่ฉันต้องการไปครอบครอง ฉันบอกตัวเองอย่างเศร้าๆแม้นี่จะเป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกหวั่นไหวอย่างที่ไม่เคยมีใครที่ทำให้ฉันรู้สึกเช่นนี้มาก่อน นี่หรือพรหมลิขิต โชคชะตามักเล่นตลกกับเราเสมอ มันมักจะจู่โจมเราแบบไม่ให้ตั้งตัวและครั้งนี้ก็เช่นกัน ก่อนที่ฉันกับเขาจะได้รักและแต่งงานครองรักกันจนกว่าความตายจะมาพราก เขาก็อยู่เกินสุดเอื้อมของฉันแล้ว

“คู่หมั้น...” ฉันทวนคำอย่างหวั่นไหวเป็นที่สุด

“คู่หมั้นที่เพลงเล่าให้ฟังไงว่าเราหมั้นกันที่อังกฤษ” เพลงพริตตาทวนความจำฉันยิ้มๆ ทำให้ฉันหวนนึกไปถึงเรื่องที่หล่อนเคยเล่าให้ฟัง “ตอนเพลงไปเรียนต่อที่อังกฤษเลยได้มีโอกาสเจอพี่แทน พี่แทนได้ทุนตำรวจไปเรียนด้านการสืบสวนที่อังกฤษ เราเลยเจอกัน พี่แทนเป็นไกด์แสนดีให้เพลงแล้วดูแลเพลงตลอดเวลาที่เรียนที่โน่น”

“อ้อ” ฉันพยักหน้า รู้สึกน้อยใจในโชคชะตาของตนเองเงียบๆนี่ก็เป็นชายหนุ่มอีกคนที่หลงติดกับดักความงามของเจ้าหญิงเพลงพริตตา ในฐานะเพื่อนรักฉันจะพูดสิ่งใดได้เล่านอกจากความยินดี

เพลงพริตตาเป็นเพื่อนร่วมแก๊งค์สมัยเรียน จนกระทั่งเรียนจบและพ่อหล่อนส่งไปเรียนต่อที่เมืองนอก เมื่อหล่อนกลับมาและเข้าทำงานที่บริษัทที่พ่อหล่อนเป็นเจ้าของที่ที่ฉันทำงานอยู่ ทั้งยังมีตำแหน่งที่เป็นหัวหน้าฉันอีก เราจึงรื้อฟื้นความสัมพันธ์ขึ้นมาอีกครั้งแต่เป็นไปแบบหลวมๆ จนกระทั่งเมื่อหล่อนรู้ว่าอาชีพอิสระอีกอย่างของฉันคือแปลนิยายฆาตกรรม หล่อนก็กรี้ดกร้าดเกิดอยากจะเป็นนักเขียนนักแปลขึ้นมาบ้าง ขอให้ฉันแนะนำบรรณาธิการให้รู้จัก

เพื่อเห็นแก่เพื่อน(และตำแหน่งของฉันเอง) ฉันจึงจำต้องแนะนำบรรณาธิการให้หล่อนรู้จักอย่างพะอืดพะอม นั่นจึงทำให้ฉันจึงต้องมาติดแหง็กที่หล่อนตลอดเวลา หล่อนมักจะเที่ยวบอกใครๆเสมอว่าฉันเป็นเพื่อนรักของหล่อน ช่วยให้หล่อนรู้จักตัวเองและความสามารถในการเขียนของหล่อนขณะเดียวกันหล่อนก็มักพูดถ่อมตัวเพื่อเปรียบเทียบงานกับฉันเพื่อให้ได้รับคำตอบมาว่า

“ไม่หรอก งานของเพลงน่ารักดี ภาษาก็สวยอ่านเพลิน ของเมเขาก็เป็นแค่งานแปลภาษาก็คงตามผู้เขียน”

หล่อนเป็นแบบนั้นเสมอ บางทีก็บอกว่าตัวเองอ้วน ตัวเองน่าเกลียดทั้งๆที่ฉันควรจะพูดแบบนั้นมากกว่า หล่อนพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เห็นว่าหล่อนน่ะแสนจะธรรมดา ไม่ได้เลอเลิศอย่างที่คนอื่นคิดทั้งยังใสซื่อที่ขนาดว่าแม้หล่อนจะโดนกลั่นแกล้งจากเพื่อนๆ หล่อนยังสร้างภาพว่าเพราะเพื่อนรักดอกจึงแกล้งเล่น ไม่รักคงไม่แกล้งและทุกคนก็ชื่นชมความน่ารักน่าเอ็นดูของหล่อนไปหมด

เพลงพริตตาได้ใจชายหนุ่มทุกคนที่หล่อนหมายตาไปครองโดยไม่สนใจสักนิดว่าเขาเคยเป็นของใครมาก่อน ฉันเคยกรีดร้องสุดเสียงในใจเมื่อพี่วิทรุ่นพี่ที่ฉันคบหามาเป็นปีตกเป็นทาสรักหล่อนอย่างถอนตัวไม่ขึ้นเพียงแค่หล่อนหยิบยื่นไมตรีให้ ฉันเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นพี่วิทเดินตามต้อยๆเหมือนลูกหมาหิวนม

เพลงพริตตาเกิดมาเพื่อความสมบูรณ์แบบอย่างเจ้าหญิงเราดีๆนี่เอง ไม่ว่าหล่อนปรารถนาสิ่งใด หล่อนมักได้มาครอบครองเสมอ ฉันยอมจำนนความจริงข้อนี้ ต่อให้พยายามแค่ไหนฉันก็ไม่สามารถมีอะไรเทียบเคียงหล่อนได้

“เพื่อนๆมาแล้ว นั่งอยู่ด้านโน้นแน่ะ พี่แทนเดินไปส่งเมที่โต๊ะหน่อยซิคะ” หล่อนหันไปอ้อนเขาเสียงหวาน “เพลงจะไปดูแขกของคุณพ่อสักประเดี๋ยว ดูแลเพื่อนเพลงให้ดีๆนะ”

“ได้สิจ๊ะ” เขาตอบยิ้มๆ “พี่ยินดีเป็นบอดี้การ์ดให้เพื่อนแสนสวยของเพลงอยู่แล้ว” เขาหันมาสบตาฉัน

เขารู้! เขารู้ว่ามีอะไรบางอย่างระหว่างเรา ! ใจฉันเต้นโครมครามรู้โดยพลันว่าบางทีโชคชะตาอาจพลิกผันให้เขาเป็นของฉัน ของฉันคนเดียว ทุกอย่างดูสวยงามโดยฉับพลัน
****************************************

เราสนิทสนมกันอย่างรวดเร็วนั่นก็เพราะเพลงพริตตามักดึงเราสองคนมาเจอกันเสมอๆ ฉันเป็นเพื่อนรักหล่อนส่วนเขาก็เป็นคนรักของหล่อนจึงทำให้เราเจอกันบ่อยๆ ฉันได้พบว่าทั้งฉันและเขามีอะไรหลายๆอย่างเหมือนกันเหลือเกิน เราชอบอ่านหนังสือแนวสืบสวนลึกลับเหมือนๆกัน เราเกิดวันเดือนเดียวกัน เราชอบฟังเพลงเหมือนๆกันและเพลงโปรดของฉันก็เป็นเพลงโปรดของเขา และที่สำคัญที่สุดฉันกลายเป็นคนกลางที่ให้คู่รักทั้งสองปรับทุกข์และไกล่เกลี่ยเวลามีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกัน

เพลงพริตตามักชอบปรับทุกข์เรื่องที่เขาไม่มีเวลาให้เนื่องจากงานตำรวจของเขา หล่อนเปรยว่าถ้าแต่งงานแล้วหล่อนจะขอให้พ่อหาตำแหน่งงานที่เหมาะสมให้เขาเพื่อเขาจะได้อยู่เคียงข้างหล่อนทุกครั้งที่หล่อนมองหา และเมื่อฉันเผลอหลุดปากพูดเรื่องนี้กับเขา แทนไทถึงกับโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ

แต่หลังจากนั้นเพลงพริตตาก็ร้องห่มร้องไห้งอนง้อเขาจนแทนไทใจอ่อนทั้งสองปรับความเข้าใจกันในที่สุด แต่กระนั้นเขาก็ย้ำว่าจะไม่พูดเรื่องงานตำรวจที่เขารักอีกและเพลงพริตตารับปากที่จะไม่พูดเรื่องนี้เช่นกัน หล่อนบอกเขาว่าหล่อนยินดีที่จะเป็นแม่บ้านตำรวจหนุ่มเช่นเขา

ฉันเองรู้ดีว่าแทนไทรักงานเขามากเพียงใด ก็จากเหตุบังเอิญว่ามีจดหมายจากแฟนหนังสือลึกลับที่ส่งถึงฉันไปที่สำนักพิมพ์น่ะสิ ฉบับแรกๆก็ดูเหมือนจะดีหรอกทำให้ฉันปลื้มเต็มประดาและทำให้กองบรรณาธิการมองฉันมีค่าขึ้นมาอีกนิด แต่พอฉบับที่สองที่สามทำให้ฉันถึงกับหน้าถอดสี

‘ผมชอบชุดนอนของคุณเมื่อคืนมาก สีชมพูเป็นสีโปรดของผม เหลือเชื่อที่เราใจตรงกัน’

ฉันยื่นจดหมายให้พี่บก. ดู คงไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้ว เราคงต้องขอความช่วยเหลือจากตำรวจ และตำรวจคนแรกที่ฉันนึกถึงคือแทนไท แล้วเขาก็ดีใจหายรีบบึ่งมาที่สำนักพิมพ์ทันที

“เขาเคยเขียนถึงนักเขียนคนอื่นๆบ้างไหมครับ” เขาซักถามสุนิสา หัวหน้ากองบรรณาธิการ

“ไม่ค่ะ เพิ่งมีคุณเมเป็นคนแรก ปกตินักอ่านจะเขียนมาชมเชยให้กำลังใจนักเขียนผ่านทางหน้าเวบไซต์เท่านั้น” สุนิสาตอบเสียงเบา สีหน้าวิตก “โดยทั่วไปนักอ่านจะไม่รู้จักชื่อหรือที่อยู่นักเขียนเลยค่ะถ้าจะส่งอะไรก็ส่งมาที่สำนักพิมพ์นี่ละ”

แทนไทพยักหน้านิ่ง สีหน้าครุ่นคิด “คุณมีศัตรูไหม” เขาหันมามองหน้าฉัน

ฉันส่ายหน้า เหลือบตามองเขาผ่านม่านขนตาที่รื้นด้วยน้ำตา “ฉันไม่เคยมีศัตรูที่ไหนเลยค่ะ ทุกวันฉันก็ไปทำงานเย็นก็กลับบ้าน นานๆก็ออกไปสังสรรค์กับเพื่อนๆเท่านั้น”

“อืมม์ผมว่าคุณเมอย่าเพิ่งกังวลหรือตกใจกลัวไปก่อนเลยนะครับ ทางตำรวจจะรีบสืบหาร่องรอยเจ้าของจดหมาย แต่ตอนนี้ผมอยากให้คุณเมระวังตัวให้มาก” เขาปลอบเมื่อเห็นฉันกระพริบตาถี่ๆเพื่อไล่น้ำตา

“ไม่รู้สิคะ ตอนนี้ฉันรู้สึกกลัวเหลือเกินเพราะฉันอยู่บ้านคนเดียว” ฉันตอบเสียงเบา ตัวสั่นขึ้นมาน้อยๆอย่างช่วยไม่ได้

“เอางี้ดีไหมครับ เดี๋ยวเย็นนี้ผมไปส่งคุณเมที่บ้านเองแล้วจะได้ตรวจดูรอบๆบ้านคุณดูว่าตรงไหนจะแก้ไขให้ดี แล้วจะส่งสายตรวจให้หมั่นแวะไปแถวบ้านคุณ” เขาเสนอ

“ไม่ค่ะ ฉันไม่อยากรบกวนคุณ งานคุณแทนเองก็คงยุ่งอยู่แล้วอีกอย่างวันนี้คุณแทนมีนัดทานอาหารกับคุณพ่อยัยเพลงไม่ใช่หรือคะ อย่าให้ฉันมาเป็นภาระคุณอีกเลยค่ะ” ฉันอดรู้สึกซาบซึ้งไม่ได้ เขาช่างเป็นสุภาพบุรุษเสียจริงเชียว

“ยังไงตวามปลอดภัยของคุณก็สำคัญกว่า อีกอย่างแค่ทานอาหารจะไปทานเมื่อไหร่ก็ทานได้” เขายักไหล่ ตามองจดหมายอย่างพิเคราะห์

“คุณแทนคะฉันขอร้องอย่างหนึ่งได้ไหมคะ ฮย่าบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้แม้แต่ยัยเพลง ฉันไม่อยากให้เพลงต้องมากังวลใจ คุณก็รู้นิสัยเธอนี่คะ” ฉันพูดและขอคำมั่นจากพี่สุนิสาด้วย ทั้งสองยิ้มอย่างนึกเอ็นดูผู้ที่เราพูดถึงก็เพลงพริตตาน่ะขี้กลัวขี้กังวลเจ้ากี้เจ้าการวุ่นวายกับคนจะตายไป ฉันน่ะไม่อยากให้เพลงพริตตาตระหนกตกใจจนถึงขั้นหวาดผวา หล่อนเองก็ยุ่งๆในการเตรียมตัวแต่งงานอยู่แล้ว

หลังจากที่เขายืนยันอย่างหนักแน่นรวมถึงการคะยั้นคะยอเนื่องจากความเป็นห่วงจากสุนิสาทำให้เย็นนั้นฉันจึงนั่งเคียงข้างเขาในรถบีเอ็มดับเบิลยูคันงามของเขาที่เพลงพริตตาซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดกลับบ้าน

บริเวณแถบบ้านฉันนั้นเป็นซอยเปลี่ยวและมืด เนื่องจากแถบนี้เป็นทุ่งกว้างที่ยังไม่พัฒนา ถนนซอยก็ยังคงเป็นลูกรังอยู่ ทั้งซอยมีบ้านอยู่ไม่กี่หลังเท่านั้น หลังที่ใกล้ที่สุดก็เห็นเพียงหลังคาลิบๆเท่านั้น

“บ้านคุณเมเปลี่ยวจัง คุณเมไม่กลัวเหรอครับเวลากลับบ้านมืดๆ”

“ไม่หรอกค่ะ เมอยู่ที่นี่ตั้งแต่เล็กเลยไม่ค่อยรู้สึกอะไร”ฉันตอบ ตามองเขาที่เดินไปก้มๆมองๆรั้วกระถินรอบบ้านไม้เก่าๆสองชั้น

“นี่คุณเมอยู่กับใครบ้างครับ” เขามองบ้านที่ปิดไฟมืด หน้าต่างงับปิดทุกบาน
“อยู่คนเดียวค่ะ” ฉันตอบเสียงเศร้านึกถึงพ่อแม่ นี่ถ้าพ่อแม่เข้าใจฉันสักนิดชีวิตฉันคงสมบูรณ์แบบกับเขาบ้าง

“อันตรายมากนะครับแบบนี้” ท่าทางเขาเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด ฉันยิ้มอย่างปลาบปลื้มที่เขาใส่ใจฉันเสียเหลือเกิน ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดอะไรต่อเสียงมือถือเขาก็ดังขึ้น จะเป็นใครที่ไหนเล่าถ้าไม่ใช่เพลงพริตตา คู่หมั้นสาว เขารับโทรศัพท์ด้วยสีหน้าสดชื่นราวลูกแมวได้กลิ่นนมเย็นๆ

แทนไทเดินเลี่ยงไปพูดโทรศัพท์ห่างออกไปสักหน่อยแต่กระนั้นฉันก็ยังแอบได้ยินอยู่ดี เพลงพริตตาคงกระเง้ากระงอดเรื่องนัดทานอาหารเย็นนี้ ฉันยิ้มน้อยๆเมื่อนึกถึงคำพูดที่หล่อนมักจะพูดเสมอเวลางอน

‘ต้องให้เพลงตายก่อนใช่ไหมพี่แทนถึงมา’

เขาเดินสำรวจประตูหน้าต่างที่บ้านก่อนจะสัญญาว่าเขาจะมาซ่อมแซมกลอนที่ชำรุดให้ฉันอย่างด่วนจากนั้นเขาก็ขอตัวกลับไปโดยทิ้งเบอร์โทรศัพท์มือถือของเขาไว้พร้อมย้ำว่าฉันโทรหาเขาได้ทุกเมื่อที่ต้องการความช่วยเหลือ

แทนไททำตามสัญญาที่ให้ฉันไว้ทุกอย่าง เขามาซ่อมกลอนประตูหน้าต่างในวันรุ่งขึ้น บางทีก็มาอยู่เป็นเพื่อนฉันเวลาที่ฉันโทรไปหาในกลางดึกเมื่อได้ยินเสียงแปลกๆบ่อยเสียด้วยซิและเขาก็แสนดีที่ไม่ปริปากบอกเรื่องนี้กับคู่หมั้น เขาช่างรักษาคำพูดจริงๆ

********************************************


“เมื่อวานพี่แทนก็ผิดนัดกับเพลงอีก” เพลงพริตตาร้องไห้สะอึกสะอื้น “พอเพลงซักเขามากๆเขาก็บ่นว่ารำคาญเพลง เขาบอกว่าเพลงไม่รู้จักโต เอาแต่ใจตัวเองและเซ้าซี้เขาอย่างน่ารำคาญ” หล่อนซับน้ำตา

เฮ้อ ! น่ารำคาญอย่างที่แทนไทว่าจริงๆแหละ การนั่งมองเพื่อนร้องไห้กระซิกๆ พร่ำพรรณนาความรัก ความน้อยเนื้อต่ำใจที่มีต่อคนรักผู้ห่างเหินไป ไม่สนุกนักหรอกนะถ้าคุณต้องมาฟังสามชั่วโมง

“เมื่อคืนตอนที่นั่งทานอาหารเย็นกับคุณพ่อ พอรับโทรศัพท์เขาก็ผลุนผลันออกไป” หล่อนสะอื้นพลางเล่าถึงความโกรธของผู้เป็นพ่อจนขนาดที่พ่อหล่อนก็ยังหยิบยกเรื่องที่ท่านได้ช่วยเหลือทั้งเงินทองและเส้นสายให้แก่นายตำรวจหนุ่มผู้ยากจนอย่างแทนไทอีก

ฉันแอบมองนาฬิกาข้อมือเรือนเก่าของตนเอง นี่ฉันเสียเวลากว่าสามชั่วโมงเพียงเพื่อมารับฟังปัญหาไร้สาระอย่างนี้หรือ

“เขาอาจจะงานยุ่งมาก” ฉันพยายามปลอบ

“ไม่จริง!ฉันโทรไปหาเขาที่โรงพัก ทางโน้นบอกว่าเขาไม่ได้กลับเข้ามาตั้งแต่เย็นแล้ว” เพลงพริตตาสวนทันควัน หน้าตาหม่นหมอง

“เธอแน่ใจเหรอ” ฉันถามย้ำ

“แน่ใจซิ ฉันว่าเขาต้องแอบนอกใจฉัน...เขาอาจจะแอบมีคนอื่น ยิ่งเขาห่างเหินแบบนี้ฉันยิ่งนึกถึงพี่วิท” หล่อนร้องไห้คร่ำครวญอย่างหนักอีกครั้ง ใจฉันกระตุกวาบเมื่อเพลงพริตตาพูดถึงพี่วิท ความรักครั้งแรกของฉัน

“เธอคงเข้าใจผิดน่ะเพลง เขาจะไปมีผู้หญิงอื่นได้ไงในเมื่อเธอเองก็สมบูรณ์พร้อมขนาดนี้ทั้งสวยทั้งรวยแถมยังใจกว้าง ไหนจะรถยนต์ เงินทอง เสื้อผ้าที่เธอให้เขาอีกละไม่มีใครโง่พอที่จะทิ้งเธอไปได้หรอก” ฉันพยายามอธิบายให้หล่อนเห็นความจริง

“นั่นน่ะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่” หล่อนร้องไห้โฮ “เท่ากับว่าเขาไม่เคยรักฉันเลยน่ะซิ ฉันกลายเป็นตัวตลกให้เขาหลอกใช้เป็นบันไดสู่ความร่ำรวยอย่างนั้นเหรอ”

“อย่าคิดอะไรร้ายๆแบบนั้นเลย เธอก็รู้นี่ว่าทุกอย่างในโลกมันซื้อขายได้ทั้งนั้นละ แม้แต่ความรักก็แลกกับความสุขสบายได้” ฉันพูดเสียงเรียบชี้ให้เพลงพริตตาผู้อ่อนต่อโลกเห็นความจริงของชีวิต ทอดตามองเพื่อนด้วยความสงสารปนสมเพช

หล่อนร้องไห้โฮ บ่นงึมงำ “ตอนที่พี่วิททิ้งฉันไปโดยไม่ล่ำลาฉันก็คิดว่าฉันเจ็บแทบตาย แต่ครั้งนี้ซิแค่คิดว่าต้องอยู่แบบไม่มีเขา ฉันก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่”

“แล้วเธอคิดว่าเขาสนใจไหมละ ถ้าเขาไม่สนใจ เธอจะยังอยากตายอยู่อีกหรือไง เธอยังสาวยังสวยและมีพ่อที่รักเธอเหมือนแก้วตาดวงใจ เธอคิดดูดีๆคนที่ปากกัดตีนถีบมาตลอดอย่างเขาก็ต้องสนใจตัวเขามากกว่าอย่างอื่นทั้งนั้นละแล้วแบบนี้เธอยังอยากจะตายเพราะเขาอีกเหรอ” ฉันถามอย่างเหลืออดพร้อมทั้งเจ็บจิ้ดขึ้นมาตอนที่เพลงพริตตาพูดถึงพี่วิทขึ้นมาอีก ฉันเหลือบตามองนาฬิกาบนข้อมือ ฉันเหลือเวลาอีกไม่มาก “เพลง...ถ้าเธอคิดจะมีครอบครัวกับเขา เธอต้องยอมรับความจริงข้อนี้ให้ได้”

ในช่วงวินาทีนั้นฉันเชื่อว่าเพลงพริตตาคงได้คิดเสียที ดวงตาแดงช้ำของหล่อนมีประกายแห่งความหยิ่งในศักดิ์ศรีที่ถูกโยนทิ้งไปในนาทีก่อน

“จริงซินะเม ฉันลืมคิดถึงข้อนี้ไป ฉันมีพ่อมีเธอเป็นเพื่อนรัก มีงานที่ฉันชอบ ยังจะมีใครในโลกมีพร้อมเท่าฉันอีก ถ้าคนอย่างพี่แทนไม่เห็นค่าของฉัน ฉันก็ควรจะลืมเขาไป” หล่อนพูดแบบคนมีสติและได้คิดแต่น้ำเสียงหล่อนช่างไม่หนักแน่นเอาเสียเลย

ผู้หญิงที่ร้องไห้ปริ่มว่าโลกจะดับสลายไปตรงหน้ากลับทำท่าสงบนิ่ง

“ฉันไม่คิดว่าเพลงจะคิดได้ไวขนาดนี้” ฉันพูดอย่างงงๆ

“ขอบใจมากนะจ๊ะเม ที่ช่วยเตือนสติฉัน” หล่อนโผเข้ากอดฉันแน่น “เธอเป็นเพื่อนรักของฉันจริงๆ”

“แล้วเธอจะทำยังไงต่อไป” ฉันถาม ใจวูบขึ้นมา

“ก่อนที่ฉันจะเลิกกับเขา ฉันก็ยังอยากพิสูจน์ก่อนว่าเขารู้สึกอย่างไรกับฉัน” ดวงตาหล่อนมีแววหมายมาด

“ทำไงละ”

“ฉันอยากรู้ว่าถ้าฉันขู่ฆ่าตัวตายแล้วเขาจะว่าอย่างไร”

“บ้าน่า เขาก็รู้อยู่ดีว่าคนขี้กลัวอย่างเธอไม่กล้าทำ เธอเองก็ชอบขู่ฆ่าตัวตายออกบ่อยไป”

“คราวนี้ เราก็ทำให้มันดูเหมือนจริงสิ” หล่อนตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ “วันก่อนแม่บ้านฉันเขาออกไปเก็บผ้าที่ปลิวออกไปชายคาระเบียง เธอคิดดูสิว่าฉันกรีดร้องแค่ไหนที่แกพลัดตกไปจากระเบียงชั้นสิบหกแบบนี้ ร้องยังไม่สุดเสียงเลยแกก็มาเคาะประตูห้อง ที่แท้แล้วแกตกไปที่กันสาดชั้นสิบห้า ก็แค่เคล็ดขัดยอกเท่านั้นแกว่ากันสาดชั้นสิบห้ากว้างขนาดเดินเล่นสองคนยังได้เลย ฉันเลยคิดว่าถ้าฉันแกล้งปีนขึ้นไปบนระเบียงแล้วขู่ถามเขา เวลาแบบนั้นเขาก็ต้องบอกความจริงกับฉันทุกอย่างละ” หล่อนบอกด้วยน้ำเสียงมีชัย

“อย่าเลยน่ากลัวออก”ฉันชะโงกไปมองที่ระเบียง ถึงแม้จะมีกันสาดอันใหญ่อยู่ด้านล่างแต่มันก็น่าเสียวไส้อยู่ดี “เธอถามเขาไปตรงๆก็ได้ไม่เห็นจำเป็นต้องสร้างเรื่องบ้าๆขึ้นมาเลย”

“น่า...นะ เม ช่วยฉันด้วย ฉันอยากรู้ว่าฉันมีความหมายกับเขาแค่ไหนเพราะถ้าไม่ฉันจะได้จบๆกับเขาไปอย่างไม่รู้สึกติดค้างในใจ”หล่อนบอกเสียงเครือ “ฉันรู้ว่าเธอไม่ชอบโกหกใคร เธอเป็นคนตรงไปตรงมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ฉันขอแค่ให้เธอโทรไปบอกพี่แทนว่าฉันขู่จะฆ่าตัวตายแล้วที่เหลือฉันจะจัดการเอง” เพลงพริตตาออดอ้อน เวลาที่หล่อนทำแบบนี้ไม่เคยมีใครปฏิเสธกิริยาน่ารักของหล่อนได้เลย

ฉันพยักหน้าอย่างเสียมิได้ เรื่องแบบนี้จะให้ใครทำให้ละถ้าไม่ใช่เพื่อนรักกัน ฉันบอกตัวเอง

“แล้วฉันจะโทรบอกเธอนะว่าเราจะเริ่มเมื่อไหร่” หล่อนกอดฉันไว้แน่น ฉันถอนหายใจอย่างหนักหน่วงก่อนกอดตอบเพื่อนรัก

เมื่อแยกจากเพลงพริตตามาได้ ฉันรีบกดโทรศัพท์ทันที

“คุณแทนคะ ฉันไปถึงสายสักสิบนาทีนะคะพอดีมีงานเข้าเลยเสร็จงานช้าไปสักนิด อย่าเพิ่งกลับนะคะรอฉันสักนิด มันส่งจดหมายมาหาฉันอีกแล้วค่ะ ฉันละกลัวจริงๆ”

******************************************


“เราไม่น่าจะทำแบบนี้เลย” ฉันลูบแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแรงของเขาอย่างใจลอย “เราจะทำอย่างไรดีคะ”

“ผมขอโทษ ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงทำอะไรเลวร้ายแบบนี้กับคุณได้ ผมไม่น่าดื่มเลย” เขาซบหน้าลงกับฝ่ามือ “ผมไม่ตั้งใจจริงๆเม คุณเมเชื่อผมนะ”

ฉันกลั้นน้ำตาไม่ได้กับประโยคนั้น ไม่ตั้งใจอย่างนั้นหรือ

“เม ยกโทษให้ผมนะ ผมสัญญาว่าเรื่องนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นอีก ผมไม่รู้ว่าอะไรเข้าสิงผมทั้งๆที่ผมรู้ว่าคุณเป็นเพื่อนรักของเพลง แล้วเพลงเองก็เป็นคนที่ผมรักที่สุด” เขาจับไหล่ฉันอย่างนุ่มนวล แต่วาจานั้นกรีดฉันออกเป็นชิ้นๆนับพันชิ้น

เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้กลางดึกที่ฉันได้ยินเสียงร้องโหยหวนแบบแปลกๆอีก ฉันจึงโทรหาเขาแล้วเขาก็มาเร็วทันใจ หลังจากเดินดุ่มๆหาที่มาของเสียงเป็นเวลานานแต่กลับไม่พบที่มาของเสียง ฉันจึงขอให้เขาอยู่เป็นเพื่อนฉันสักเดี๋ยวก่อน เราพูดคุยพร้อมดื่มกันอย่างเพลิดเพลินจนมึนเมา ในตอนที่ที่ฉันเบียดร่างที่อยู่ในชุดนอนบางเบาเข้าหาเขาอย่างตกใจเมื่อมีเสียงร้องครางดังขึ้นอย่างตกใจ แล้วทุกอย่างก็เลยเถิดไปบนเตียงจนกระทั่งมาถึงวินาทีนี้ที่เขาตื่นขึ้นมาแล้วบอกฉันว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ

ฉันก้มหน้าซ่อนความอดสูใจ “งั้นคุณต้องปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ อย่าให้เพลงรู้ไม่งั้นคุณต้องลำบากแน่” ฉันบอกเสียงเรียบ ลุกขึ้นไปแต่งตัวเงียบๆ


*****************************************

“เม เราจะลงมือกันวันนี้ละ” เพลงพริตตาโทรมาหาฉัน

“เพลง มันไม่ดีหรอกน่ากลัวจะตาย อย่าทำเลย”

“ไม่” หล่อนสวนทันควัน “เมื่อคืนฉันโทรหาเขาทั้งคืน เขาก็ไม่รับสาย ฉันก็เลยโทรไปที่บ้าน เห็นที่บ้านเขาบอกว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งโทรมาแล้วเขาก็รีบออกไปทันที อย่างนี้เธอยังจะให้ฉันทำใจเย็นอีกหรือ”

ฉันนิ่งเงียบ ว้าวุ่นใจรู้ว่าในไม่ช้าเรื่องทั้งหมดก็คง...

“วันนี้นะ เธอแวะมาหาฉันที่คอนโดก่อนแล้วค่อยโทรหาเขา” หล่อนบอกก่อนวางสายไป

อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ฉันบอกกับตัวเองก่อนเตรียมตัวไปคอนโด ถ้าเป็นอย่างที่ฉันคิดฉันคงเสียเพื่อนรักไปอีกคน คิดๆแล้วใจหายยังไงเราก็เป็นเพื่อนรักกันมานานเหลือเกิน

ตามแผนการของเพลงพริตตา สิ่งที่ฉันจะต้องทำก็เพียงโทรหาแทนไทแล้วบอกเขาว่าเพลงพริตตากำลังจะฆ่าตัวตาย แน่นอนว่าแทนไทวิ่งตาเหลือกมาทันทีที่ได้รับโทรศัพท์

“เพลง อย่าทำแบบนั้น” เขาบอกหล่อนเสียงนุ่มเมื่อเข้ามาในห้องและเพลงพริตตาปีนขึ้นระเบียง

“พี่แทนอย่าเข้ามาใกล้นะ ไม่งั้นเพลงโดดลงไปจริงๆด้วย” หล่อนบอกเขาเสียงเครือ น้ำตาไหลเมื่อพบปะหน้าคู่หมั้นหนุ่ม

“เพลง ลงมาก่อนมีอะไรค่อยๆพูดกันก็ได้” เขาอ้อนวอน สีหน้าหม่นหมอง

“พี่แทนตอบเพลงมาก่อนซิว่าเมื่อคืนพี่แทนไปไหนมา อย่าบอกเพลงนะว่าไปทำงานเพราะเพลงรู้ว่าไม่เป็นความจริง” หล่อนกรีดเสียง น้ำตาไหลพรากเป็นสายเปรอะเปื้อนใบหน้าสวยงาม

แทนไทอึกอัก เขามองหน้าเพลงสลับกับฉันไปมา “เพลงลงมาก่อนแล้วค่อยพูดกัน”

“ไม่ ตอบเพลงมาก่อน” หล่อนตะโกนใส่เขา

ฉันได้ยินเสียงเอะอะโหวกเหวกข้างล่าง ฝูงไทยมุงคงรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น มีคนกำลังจะฆ่าตัวตาย พวกนั้นชี้มือชี้ไม้กันใหญ่

“เพลงลงมาเถอะ อย่างที่คุณแทนว่า มีอะไรค่อยๆพูดกัน” ฉันเล่นบทปลอบตามที่เพลงพริตตาบอกบทไว้ก่อนหน้านี้

“ไม่ เมเห็นแล้วใช่ไหมว่าเขาไม่ตอบ พี่แทนต้องการให้เพลงตายจริงๆใช่ไหม พี่แทนไม่สนใจใช่ไหมว่าเพลงจะเป็นหรือตาย ตลอดเวลาที่ผ่านมาพี่แทนไม่เคยรักเพลงนอกจากเงินทองของเพลงเท่านั้น บอกเพลงมาว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร” หล่อนร้องไห้โฮๆเหมือนเด็ก ช่างเล่นสมบทบาทจริงๆฉันนึกชมในใจอีกใจก็หวาดหวั่น ลมกรรโชกมาจนร่างบางๆสั่นไหว

“ไม่นะเพลง พี่รักเพลงจริงๆ” เขาย้ำ “พี่ยอมรับว่าที่ผ่านมาพี่อาจเหลวไหลไปบ้างแต่พี่ขอให้เพลงให้โอกาสพี่แก้ตัวอีกสักครั้ง พี่ขอโทษนะเพลง ไม่มีใครที่พี่จะรักได้เท่าเพลงอีกแล้ว” เขาเดินเข้ามาใกล้อีกก้าว

เพลงพริตตามองเขานิ่งอย่างคนที่กำลังจะตัดสินใจ หล่อนคงกำลังจะตัดสินใจว่าจะเชื่อเขาดีหรือไม่ หล่อนละล้าละลัง “ไม่ เพลงไม่เชื่อ บอกเพลงมาก่อนว่ามันเป็นใคร” หล่อนกระทืบเท้าอย่างขัดใจ “พี่แทนไม่บอกเหรอ งั้นพี่แทนต้องเสียใจไปตลอดชีวิต” หล่อนสบตาฉันอย่างที่นัดหมายกันไว้ว่าจังหวะนี้หล่อนจะทำเป็นกรีดร้องโงนเงนแล้วกระโดดลงไป ส่วนฉันก็เข้าไปจับแขนหล่อนไว้ตามแผน แม้ฉันจะคว้าแขนหล่อนไม่ทันเพลงพริตตาก็คิดว่ากันสาดชั้นล่างคงรับร่างหล่อนไว้ได้เป็นแผนสำรอง

ฉันรีบเข้าประชิตร่างที่กำลังยืนอยู่บนขอบระเบียงตามบทที่ได้รับทันที มือที่ควรจะคว้าแขนหล่อนไว้ฉันกลับคว้าพลาดอย่างไม่ให้มีพิรุธ เพลงพริตตาตาเหลือกลาน สองมือตะกุยอากาศ เราสบตากันในเสี้ยววินาทีที่หล่อนรับรู้ว่าไม่มีกันสาดอย่างที่คิดก่อนที่ร่างหลาอนจะลอยละลิ่วลงไปกระทบพื้นเสียงดังโพ๊ละ

ฉันทำเป็นกรีดร้องตะครุบตามร่างหล่อน แต่ไม่ทันหรอก เสียงไทยมุงด้านล่างกรีดร้องลั่นเมื่อร่างเล็กบางลงไปกระแทกพื้นแหลกเหลวคาที่

ฉันปาดน้ำตาอย่างสงสาร อ้อ ฉันลืมบอกเพลงพริตตาไปว่ากันสาดชั้นสิบห้าชำรุดตั้งแต่ตอนที่แม่บ้านร่วงลงไปแล้วและฉันเองก็มีน้ำใจพอที่จะไปบอกเจ้าของห้องอย่างคนมีน้ำใจว่ากันสาดนี้อาจจะร่วงหล่นใส่คนข้างล่างจนอาจเป็นอันตรายได้ อีกทั้งยังช่วยเป็นธุระให้เจ้าของห้องที่เป็นเพียงหญิงม่ายน่าสงสารด้วยการส่งช่างมาช่วยถอดกันสาดออกก่อนฉันขึ้นมาชั้นสิบหกนี้ประเดี๋ยวเอง

อันที่จริงแล้วเพลงพริตตาน่าจะฟังคำเตือนของฉันบ้างนะว่ามันอันตรายออก ฉันบอกแล้วไงว่าฉันน่ะไม่ชอบโกหก ฉันลูบหน้าตัวเองเหนื่อยๆล้วงมือเข้ากระเป๋าเสื้อเพื่อหาทิชชูซับน้ำตาแต่มีแค่จดหมายที่ยังไม่ได้ส่ง คงไม่ต้องส่งแล้วละมั้งฉันบอกตัวเอง วันนี้มีเรื่องมากมายเหลือเกินแล้วไหนคืนนี้ฉันยังต้องไปจัดที่จัดทางในห้องใต้ดินที่บ้านอีก พี่วิทที่ช่วงหลังๆเอาแต่กรีดร้องคร่ำครวญคงจะมีเพื่อนให้หายเหงาเสียที ฉันอมยิ้มเมื่อนึกภาพเนื้อคู่ฉันแทนไทและวิทยา สองคนนอนเกลือกกลิ้งในชั้นใต้ดินในสภาพถูกตัดเส้นเอ็นแขนขาและลิ้นอย่างเอ็นดู เสียดายที่พ่อแม่ตายไปเสียก่อนไม่งั้นฉันก็คงจะมีคนที่ฉันรักอย่างพรั่งพร้อมทีเดียว

****************




 

Create Date : 23 กรกฎาคม 2552
2 comments
Last Update : 23 กรกฎาคม 2552 13:04:13 น.
Counter : 342 Pageviews.

 

อู้ยยยยย ส์!!!! ใจร้ายมากกกก โรคจิต โค-ตะ-ระ ขอบอก โหดได้อีก นะเนี่ย
หักมุมสุด ๆ ทั้ง ๆ ที่เดาไว้แล้วนะว่าต้องเกิดซีน พลาด แต่มีเหนือชั้นกว่าอีก อึ๋ยยย

 

โดย: ขอแจม IP: 119.160.212.116 23 กรกฎาคม 2552 16:43:46 น.  

 

โหด มั๊ก จิตได้ใจ

 

โดย: นุ่มนิ่ม IP: 10.239.130.45, 203.170.231.233 29 กรกฎาคม 2552 19:19:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


สาวช่างถาม
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Friends' blogs
[Add สาวช่างถาม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.