เรื่องวุ่นวายของชีวิตในแต่ละวัน
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
15 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 

สุดสายปลายรุ้ง บทที่ 10

บทที่ 10

คืนนั้นครอบครัวเก็จถวากลับไปมีความสุขอีกครั้งเช่นหลายๆปีก่อน ความสุขง่ายๆ จากการได้พูดคุยกันอย่างสนิทสนมจนทำให้เก็จถวาอดคิดวอบแวบไปถึงความเหนื่อยยากที่หล่อนพยายามขวนขวายตลอดมามิได้ซึ่งสุดท้ายแล้วมันอาจจะเป็นแค่ความสุขง่ายๆแบบนี้


แต่เมื่อเริ่มพูดคุยกับอินถวาถึงอนาคต เก็จถวาก็ตระหนักว่าหล่อนคงต้องต่อสู้ต่อไปและให้มากเพื่อว่าชีวิตหนึ่งที่จะเกิดมาต้องมีต้องได้อย่างสมบูรณ์พร้อม


เก็จถวาวางแผนจะขยายห้องด้านหลังเพื่อเป็นห้องเด็ก พวกหล่อนพูดคุยถึงห้องเด็ก โรงเรียน ชื่อ และเสื้อผ้า


ส่วนแม่ก็นั่งมองหน้าพวกหล่อนสลับไปมา ในใจแม่คงคิดว่านานมากแค่ไหนที่พวกหล่อนสองพี่น้องไม่ได้พูดคุยกันอย่างสนิทสนมเช่นนี้


อินถวาที่ผ่านมาดูเหมือนจะโกรธพี่สาวลึกๆ โดยที่นางกรองทองไม่รู้สาเหตุ คิดว่าก็คงเป็นเรื่องของสาวๆ เก็จถวาเองก็เอาแต่หมกมุ่นทำงานจนไม่มีเวลาสุงสิงกับน้องกับแม่เช่นเคยจนบางครั้งพูดจาก็กลายเป็นห่างเหิน แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะดีเหมือนเดิม


โทรศัพท์มือถือเก็จถวาดังขึ้น เบอร์ที่ไม่คุ้นเคย เธอกดรับสาย


“สวัสดีค่ะ” เธอกรอกเสียงลงไป


“คุณเป็นบ้าอะไร นัดแล้วทำไมไม่มา” เสียงนิพนธ์ตะคอกมาในโทรศัพท์


เก็จถวาเดินออกมาพูดที่ระเบียงด้านนอก “นี่ ฉันมีเรื่องด่วนที่บ้านต้องรีบกลับมาจัดการ แต่ตอนหลังฉันพยายามโทรหาคุณแล้ว โทรไม่ติด”


“เบอร์นั้นผมทิ้งไปแล้ว มันติดตามผมได้ เอางี้นะ คุณหาอีกเบอร์โทรเข้ามาเบอร์นี้ แล้วผมจะใช้อีกเบอร์โทรกลับเข้าหาคุณในเบอร์ใหม่ ทำแบบนี้มันก็จะตามรอยได้ยากขึ้น”


“คงต้องเป็นพรุ่งนี้แล้วละ นี่มันดึกมากแล้วฉันไม่มีซิมโทรศัพท์เบอร์อื่น”


“เก็จถวา คุณเห็นบัญชีนั่นไหม” เขาถาม


หล่อนได้แต่อ้ำอึ้ง ลังเลใจว่านี่เป็นแผนการอะไรของใครหรือไม่ “ก็ไม่เชิงนะ”



“มันมีบัญชีจริงๆ แล้วคุณ...ช่วยผมด้วย ตอนนี้ผมเดือดร้อนมาก คุณต้องโทรเข้าหาผมจริงๆนะ ผมต้องวางสายแล้ว พวกมันอาจดักฟังโทรศัพท์คุณแล้วตามมาถึงผมได้ ”



“ฉัน...ไม่รับปากนะเพราะฉันไม่รู้ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร เอาเป็นว่าถ้าคุณอยากให้ฉันช่วยก็ต้องบอกความจริงกับฉันทั้งหมด”



“พรุ่งนี้เช้าโทรหาผมเบอร์นี้โดยใช้เบอร์อื่นผมจะเล่าทุกอย่างที่คุณอยากฟัง” เขากำชับก่อนวางสาย



คืนนั้นทั้งคืน เก็จถวานอนไม่หลับ คำพูดของนิพนธ์ดังก้องในหัวจนหล่อนต้องลุกขึ้นมาดูเอกสารที่แอบถ่ายจากตู้เซฟนายนิพนธ์ จากนั้นเปิดคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คลองเข้ารหัสบัญชีธนาคารที่ได้มา



รหัสนั้นยังไม่ได้ถูกเปลี่ยนเมื่อเก็จถวาเข้าไปตามขั้นตอนในการเข้าถึงบัญชีอย่างระมัดระวัง ตัวเลขที่ปรากฏในบัญชีทำให้หัวใจหล่อนเต้นแรง ตัวเลขมหาศาลที่เก็จถวาไม่คิดว่ามันจะอยู่ในบัญชีนี้ หล่อนไม่รู้ว่ามันมีที่มาอย่างไรแต่ก็รู้ว่ามันมาไม่ดีแน่ แวบหนึ่งที่รู้สึกกลัวถ้านายวิชิตรู้ว่าหล่อนล่วงรู้บัญชีลับนี้ คนอย่างนายวิชิตจะจัดการอย่างไรไม่ต้องสงสัย เขาต้องทำลายหล่อนอย่างที่ทำกับนิพนธ์ แต่...นาทีนี้เขายังไม่รู้


ปัญหาก็คือว่าแล้วหล่อนจะทำอย่างไร?


จริงๆ คำตอบหนึ่งก็มีอยู่ในใจ ถ้าหล่อนตัดสินใจทำเท่ากับว่าหล่อนกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด แล้วถ้าเกิดอะไรขึ้น...เก็จถวาลังเลชั่วขณะ ตามองจำนวนเงินมหาศาลตรงหน้า มันมากขนาดที่ว่าเก็จถวาตายไปอีกสิบชาติยังหาไม่ได้


แล้วถ้าเกิดหล่อนทำไม่รู้ไม่เห็นกับบัญชีนี้ เก็จถวารู้ดีว่าหล่อนอาจจะพลาดเผลอพูดอะไรไปให้นายวิชิตจับได้สักวันแน่แล้วถึงวันนั้นเก็จถวาอาจสูญเสียทุกสิ่งเหมือนนิพนธ์โดยไม่ทันรู้ตัว



ชั่ววินาทีนั้นหล่อนตัดสินใจปิดระบบอินเตอร์เน็ตแล้วใช้วิธีเข้าเวบไซต์ผ่านการกรองที่คนจะหาหมายเลขผู้ใช้ได้ยากจากนั้นเข้าเปลี่ยนพาสเวิร์ดบัญชีธนาคารทันที การใช้เส้นทางในอินเตอร์เน็ตในการพรางตัวและค้นหาข้อมูลทางคอมพิวเตอร์เป็นเรื่องที่เก็จถวาคุ้นเคยดี หล่อนสร้างสมความรู้ในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลเพื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งในเวลาหลายปีที่ผ่านมา ใช้เวลาชั่วอึดใจหล่อนก็จัดการได้เรียบร้อย


จากการตรวจสอบประวัติการโอนเงินเก็จถวาพบว่านายวิชิตเคยโอนเงินเข้าบัญชีคนหนึ่งที่มีนามสกุลพัวพันกับนักการเมืองใหญ่คนหนึ่งที่กำลังมีคดีพัวพันกับบริษัทฯ หล่อนสั่งพิมพ์รายการทั้งหมดออกมาใส่ซองจ่าหน้า


เก็จถวาทดลองเปิดบัญชีทรัสต์ออนไลน์ที่นามีเบียและบังคลาเทศโดยใช้ชื่อเด็กอร แล้วลองโอนเงินไป สักพักตัวเลขแจ้งว่าตัดบัญชีเรียบร้อยแล้วและเมื่อหล่อนลองเปิดบัญชีที่เพิ่งเปิดดูพบว่ามีเงินจำนวนที่โอนมา นั่นแสดงว่าตอนนี้หล่อนยังมีเวลาที่จะจัดการเงินจำนวนนี้ให้เร็วที่สุดก่อนที่ภัยจะถึงตัว



เก็จถวาศึกษาธนาคารออนไลน์ในต่างประเทศที่มีกฏหมายในการเก็บความลับลูกค้าแล้วพบว่านอกจากธนาคารที่นายวิชิตเปิดที่เกาะแห่งนี้ นี่ยังมีอีกหลายแห่งโดยที่ไม่ต้องเดินทางไปและสามารถเปิดทางออนไลน์ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ชื่อจริง แต่อาจจะต้องใช้เวลาสำหรับการนัดสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวทางโทรศัพท์เพื่อป้องกันการฟอกเงินบ้างบางแห่งแต่บางแห่งก็สามารถเปิดได้เลย แล้วที่สำคัญบริการพิเศษเช่นนี้ยังมีในประเทศที่อยู่ใกล้กับเมืองไทยขนาดที่ถ้าหล่อนไปก็ไม่ผิดสังเกตนั่นคือที่สิงคโปร์ เก็จถวาตัดสินใจเปิดบัญชีทุกธนาคารที่มีการป้องกันความลับลูกค้าเท่าที่จะทำได้ตอนนี้



จากนั้นหล่อนก็โอนเงินสลับไปมาหลายสิบรอบเพื่อให้แน่ใจว่าหากใครจะติดตามเส้นทางการเงินเหล่านี้อาจจะติดตามยากสักหน่อย จนเกือบรุ่งเช้าเก็จถวาจึงเข้านอนด้วยความอ่อนเพลีย



ทันทีที่ลืมตาตื่นจากเสียงปลุกของแม่ เก็จถวารีบอาบน้ำแต่งตัว



อินถวาที่ใบหน้าแจ่มใสขึ้นยกข้าวต้มพร้อมกาแฟ ขนมปังปิ้งมาให้ถึงในห้อง


“ตายละ ขืนพี่กินหมดนี่สงสัยต้องคลานไปแน่ ขอแค่ขนมปังกาแฟเถอะนะแล้วอินน่ะกินเข้าไปเยอะๆ เผื่อเจ้าตัวเล็ก”


“อินกินแล้วละค่ะ พี่เก็จ นี่นัดกับแม่ว่าจะไปฝากท้องเลยรีบกินก่อน ว่าแต่ทำไมพี่เก็จตื่นสายละคะวันนี้” อินถวาถาม


“อ๋อ เมื่อคืนพี่นั่งทำโน่นนี่จนดึกไปหน่อย เอางี้ไหมพี่ไปส่งอินกับแม่ที่โรงพยาบาลก่อนค่อยเลยไปทำงาน” เธอพูดพลางจิบกาแฟ


“ไม่ต้องหรอกค่ะ อินไปเองสะดวกกว่า เรียกแท็กซี่มารับถึงบ้าน พร้อมเมื่อไหร่ก็ไปเมื่อนั้น” อินถวาส่ายหน้า


เก็จถวาเอื้อมมือไปแตะแก้มน้องสาวเบาๆ “อิน เข้มแข็งนะ แม่กับพี่เป็นกำลังใจให้อินเสมอแล้วพี่จะดูแลอินกับลูกเอง” หล่อนบอกอย่างมั่นใจ


“พี่เก็จขา อินขอโทษที่ผ่านมา...ที่ไม่เชื่อฟังพี่” อินถวายกมือไหว้


“ไม่...อินไม่ได้ทำอะไรผิดต่อพี่สักหน่อย เอาละพี่ต้องไปแล้ว”


หลังจากกระวีกระวาดออกจากบ้าน เก็จถวาขับรถไปสวนสาธารณะที่อยู่ระหว่างทางเพื่อเปลี่ยนซิมโทรศัพท์ที่ซื้อมาใหม่แล้วโทรหานิพนธ์ที่เบอร์ที่เขาให้ไว้ นิพนธ์ตัดสายแล้วโทรมาหาเธออีกเบอร์หนึ่ง


“คุณเก็จ ขอบคุณที่ยังโทรมาหาผม” น้ำเสียงเขาสั่นเครือท้อแท้


“ก็คุณขอให้ฉันโทร ฉันก็โทร ว่าแต่ว่าคุณเป็นยังไงบ้าง” หล่อนถามเสียงอ่อนโยน ในใจอดไม่ได้ที่จะสงสารชะตากรรมของเขา


“หนีหัวซุกหัวซุน ไปหลบนอนที่บ้านเช่าแถวคลองเตย มันทั้งลำบากทั้งทรมาน...เงินทองก็โดนอายัติหมด นี่ผมอยากจะหลบไปต่างจังหวัดสักพัก พอตั้งสติแล้วหาหลักฐานได้ก็จะกลับมาต่อสู้คดี ผมจะแฉให้หมด” น้ำเสียงเขาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น


“ใจเย็นๆ ก่อนเถอะ คุณนิพนธ์ ค่อยๆ คิดหาทางแก้ไข คุณเล่าให้ฉันฟังได้ไหมเรื่องนี้”


“ได้สิ แต่คุณต้องรับปากผมว่าจะช่วยผม ผมไม่เหลือใครแล้ว” เขาคร่ำครวญ หมดสิ้นความจองหองอวดดีที่ผ่านมา


เมื่อเก็จถวารับคำ เขาจึงเริ่มเล่าตั้งแต่การเปิดบริษัทใหม่ขึ้นมาเพื่อเข้ารับช่วงหนี้สินต่างๆ ของเอสพี สาขาเวียตนาม จากนั้นเอสพีก็สามารถเข้าตลาดหุ้นที่เวียตนามด้วยผลประกอบการยอดเยี่ยม นอกจากนั้นนายวิชิตยังสั่งให้เขาเปิดบริษัทหลอกๆ ขึ้นมาอีกบริษัท แสร้งเปิดออร์เดอร์ต่างประเทศสั่งสินค้าจากเอสพี เวียตนามเข้าไป

เอสพีต้องสั่งซื้อสินค้าเพื่อผลิตตามออร์เดอร์นั้นโดยโอนเงินค่าสินค้าเข้าบริษัท ผู้ผลิตสินค้าหลอกอีกบริษัท จากนั้นจึงโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวที่เป็นบัญชีที่นิพนธ์เปิดให้รวมถึงนายนิพนธ์ยังจัดการโอนเงินส่วนแบ่งของเขาเข้าบัญชีของเขาเองอีกด้วย ทั้งหมดนี้เป็นการแต่งบัญชีซื้อขายเท่านั้นไม่ได้มีการซื้อขายจริงแต่อย่างใด และการจะตามถึงแหล่งต้นตอก็ทำได้ยากเพราะผู้ผลิตผู้ซื้อล้วนอยู่นอกประเทศ จึงทำให้การกอบโกยเป็นไปอย่างง่ายดายและรวดเร็ว


เรื่องผิดพลาดเกิดจากการที่ออร์เดอร์จากต่างประเทศล่าสุดที่เขาทำสั่งเข้าไปมีข้อผิดพลาดและให้บังเอิญว่าทางการเวียตนามเริ่มมีการตรวจสอบเพราะมีหลายบริษัทฯ ที่เข้าซื้อขายในตลาดหุ้นมีการตบแต่งบัญชี แจ๊กพ๊อตมาลงที่เอสพีเวียตนามเพราะบังเอิญนายนิพนธ์ไปมีเรื่องขัดใจกับนายกสภาหอการค้าเป็นการส่วนตัว


เรื่องทั้งหมดเลยยุ่งยากมากขึ้นจนในที่สุดเขาจึงรีบหลบกลับมาเพื่อแจ้งข่าวนายวิชิตและให้นายวิชิตช่วยเหลือ แต่การณ์กลับกลายเป็นว่านายวิชิตส่งรายละเอียดเรื่องการโอนเงินเข้าบัญชีของนายนิพนธ์ให้กับทางการ ที่เป็นอีกบัญชีหนึ่งเป็นเหมือนส่วนแบ่งรายได้ที่ตกลงกันไว้ค่าจัดการของเขาในการทำงานให้นายวิชิตซึ่งก็นับว่าไม่น้อยเลยและที่สำคัญนายวิชิตให้นายนิพนธ์เป็นคนแบ่งออกและโอนเอง


เรื่องทั้งหมดจึงดูเหมือนว่านายนิพนธ์เป็นคนยักยอกแต่ผู้เดียว “มันหักหลังผมแล้วลอยลำ” นิพนธ์คำรามด้วยความแค้น



เก็จถวามือเย็นเฉียบจากเรื่องที่ได้ฟัง เรื่องราวมันมากกว่าที่คิด แล้วที่หล่อนทำไป...


“คุณเก็จ ตอนนี้ผมไม่มีเงินติดตัวเลย ขอผมยืมเงินคุณสักหน่อยเถอะเพื่อหนีไปกบดานชั่วคราว แล้วจากนั้นผมจะหาทางเอาคืนกับตาแก่ มันจะต้องได้รับกรรมอย่างสาสม คุณรู้ไหมมีเงินในบัญชีชื่อพี่สาวผมเท่าไหร่ ผมเองก็ไม่รู้หรอกนะแต่เดาว่าน่าจะมากโข”



เก็จถวานิ่งฟัง นิพนธ์พล่ามต่อ “บัญชีนั้นเป็นเงินที่มันไว้จ่ายพวกนักการเมือง จ่ายค่าเส้นสายสัมปทานที่มันได้ ผมอยากจะเห็นน้ำหน้ามันนักตอนที่โดนจับ” เขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง



“คุณจะเอาเงินเท่าไหร่” เก็จถวาตัดบท หล่อนเริ่มไม่อยากเข้ามาพัวพันเรื่องนี้แล้วซิ หัวใจเต้นแรงอย่างน่ากลัวว่าจะหลุดกระเด็นออกมานอกอก



“สองแสน” เขาตอบทันควัน


เก็จถวานิ่งไปชั่วครู่ “ได้ แล้วจะเอาให้ที่ไหน”



“บ่ายโมง คุณไปพบผมที่...” เขาบอกสถานที่นัดพบ จากนั้นก็วางสายไป
เก็จถวาโทรเข้าบริษัทฯ สั่งงานอานนท์ทางโทรศัพท์พอเป็นพิธีเพื่อไม่ให้ใครผิดสังเกตที่หล่อนยังไม่เข้าออฟฟิศ



“คุณเก็จ วันนี้ท่านประธานคนใหม่มาแล้ว ยังมาที่นี่ถามหาคุณเก็จเลย ทั้งยังสั่งว่าถ้าคุณเก็จมาให้รีบไปพบ” น้ำเสียงอานนท์สดใส “ท่านบอกว่าไม่มีนโยบายให้ใครออก”



แสดงว่าที่เขาบอกว่าเขาซื้อหุ้นที่นี่แล้วก็เป็นความจริงน่ะสิ เก็จถวาคิด นี่ถ้าหัสดินทร์รู้ว่าเขาซื้อของเก๊จะเป็นไงนะ



“งั้นเรียนท่านแล้วกันว่า ฉันไม่สบายแล้วจะเข้าไปตอนบ่ายอีกที” เก็จถวาบอกก่อนวางสาย อย่างไรเสีย คงต้องจัดการธุระยุ่งๆของนิพนธ์ให้เสร็จสิ้นไปก่อน



เก็จถวาขับรถวนไปวนมาและแวะหลายๆที่ หล่อนแวะซื้อเสื้อผ้าซื้อข้าวของ แวะเข้าห้างสรรพสินค้าเล็กๆ สองสามแห่งจนแน่ใจว่าไม่มีคนตาม จากนั้นหล่อนก็เอาข้าวของในถุงช๊อปปิ้งออกใส่จดหมายที่เตรียมไว้และโน๊ตบุ๊ค จากนั้นหล่อนก็แวะร้านคอมพิวเตอร์เพื่อเปลี่ยนบางอย่างในโน๊ตบุ๊คจนไม่เหลือความจำใดๆไว้และซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่อีกเครื่อง ทั้งหมดนี้เก็จถวาทำโดยใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง


การคิดอะไรล่วงหน้าดูเหมือนจะเป็นวิตกจริตแต่เก็จถวาก็อยากจะให้แน่ใจจริงๆว่าหล่อนจะปลอดภัยที่สุด จากนั้นก็แวะเบิกเงินตรงไปที่นัดหมายทันที ระหว่างนั้นเก็จถวาเปลี่ยนซิมโทรศัพท์กลับสู่เลขหมายเดิม การที่บริษัทฯจะติดต่อหล่อนไม่ได้นานหลายชั่วโมงจะเป็นเรื่องผิดสังเกตได้



ทันทีที่เปิดสาย อานนท์โทรเข้ามาทันที “ท่านประธานตามหาคุณเก็จอยู่นะครับ เห็นบอกว่ามีเรื่องสำคัญผมก็พยายามตามให้แต่ติดต่อไม่ได้ คุณเก็จรีบโทรหาท่านเถอะครับ นี่ขนาดว่าเดินมาตามเองเลยนะครับ” น้ำเสียงอานนท์ร้อนรน


นี่แสดงว่านายวิชิตรู้เรื่องเงินในบัญชีแล้ว เก็จถวาใจเต้นแรง หล่อนไม่น่าเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์กลับเลย หมายเลขของหล่อนเป็นหมายเลขของบริษัทฯซึ่งอาจจะติดตามได้ง่ายจากเครือข่าย เก็จถวาปิดโทรศัพท์ทันทีขณะที่ขับรถใกล้ถึงที่หมาย



นิพนธ์รออยู่แล้วด้วยท่าทีกระสับกระส่าย สารรูปเขาดูแล้วไม่เหลือเค้าผู้บริหารระดับสูงเลย หนวดเครารกรุงรัง เสื้อผ้ายับยู่ยี่ หน้าตาอิดโรยเศร้าหมอง เขาเดินเข้ามาหาเก็จถวาอย่างระแวง


“มีใครตามมาไหม” เขาถาม


“ไม่มี” หล่อนส่ายหน้าพร้อมยื่นซองใส่เงินให้เขา



“ผมมีเรื่องอยากรบกวนคุณอีกสักเรื่อง ลูกเมียผมก็กำลังลำบาก ผมอยากจะขอยืมคุณอีกสักหน่อยให้ลูกเมียผมได้ไหม ผมอยากให้เขาพาลูกย้ายไปอยู่กับพ่อแม่ไปก่อน” น้ำตานิพนธ์คลอเต็มเบ้าตา “ผมสั่งเขาไว้แล้วว่าคุณจะช่วยเหลือคนเดียวเท่านั้น สงสารแต่ลูกสาวสองคนของผม ผมไม่น่าหลงเชื่อไอ้เฒ่าอสรพิษนั่นเลย”



เก็จถวาพยักหน้ารับอย่างหดหู่ หล่อนถามทางไปบ้านเขาและรับปากว่าจะดูแลลูกเมียเขาให้ระหว่างที่เขาซ่อนตัว



หลังจากที่เก็จถวาแยกจากเขาไปเพียงห้านาทีก็มีเหตุชุลมุนวุ่นวายขณะที่หล่อนเดินยังไม่ถึงรถที่จอดอยู่ เสียงเอะอะโวยวายเสียงกรีดร้องทำให้เก็จถวาวิ่งกลับไป มีคนนับสิบกรูเข้าไปจับกุมนิพนธ์ เขาทั้งสะบัดทั้งดิ้นรนกระแทกและไม่รู้ใครเป็นใคร เก็จถวาเองก็โดนผลักจนเซถลาศีรษะโขกกับพื้นเจ็บจนถึงขนาดต้องฟุบลง มีน้ำเหนียวเหนอะตรงบริเวณหน้าผากเมื่อแตะดูจงพบว่าเป็นเลือด เก็จถวาคลำป้อยๆ รู้สึกเจ็บแปลบๆ หูฟังเสียงเอะอะ สักพักเสียงทั้งหมดก็เงียบลงนิพนธ์ก็ถูกควบคุมตัวท่ามกลางไทยมุง



มีตำรวจนายหนึ่งมาประคองเก็จถวาที่ตัวสั่นเทาให้ลุกขึ้นยืน เป็นจังหวะที่นิพนธ์ที่ถูกใส่กุญแจมือเดินมาถึงพอดี



เขาตะโกนด่าหล่อนดังลั่น ทั้งหยาบคายและเจือความเจ็บปวดหาว่าเก็จถวาเป็นนกสองหัว เป็นนังแพศยา จากนั้นเขาพยายามกระโดดใส่หล่อนก่อนที่เสียงปืนดังลั่นขึ้นมาสองนัด แล้วทุกอย่างสงบลง นิพนธ์นอนจมกองเลือดต่อหน้าเก็จถวา ดวงตาเขาเหลือกลาน


นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่เก็จถวาเห็นก่อนล้มลงพังพาบไม่ห่างจากดวงตาเหลือกลานคู่นั้น



เสียงพูดคุยเบาๆ ดังแว่วมาไกลๆ รอบๆ ตัวมัวไปด้วยหมอกสีขาว เก็จถวายืนอยู่คนเดียว ทำไมทุกคนหายไปหมด หล่อนรู้สึกกลัว



“เก็จ...เก็จ” เสียงแม่เรียกดังใกล้ๆ “เก็จ ฝันร้ายลูก...เก็จตื่นสิ”



เก็จถวารู้สึกว่าร่างโดนเขย่าเบาๆ เมื่อลืมตาขึ้นมองเห็นหน้าแม่ชะโงกเหนือเตียง



“เจ็บ...”



“เก็จฟื้นแล้ว...” นางกรองทองบอก ใบหน้าหลายๆคนเรียงรายรอบเธอ แม่ อินถวา นรีนารถ อานนท์และใบหน้าเครียดกร้าวของหัสดินทร์



“นี่ที่ไหนคะ...” หล่อนพีมพำเสียงเบา



“โรงพยาบาลลูก...เก็จสลบไปเป็นวันเลย” แม่ลูบแขนเบาๆ



เก็จถวาลำดับเหตุการณ์...นิพนธ์...เลือด...ร่างทั้งร่างกระตุกเฮือกขึ้นมาเมื่อนึกถึงแววตาเคียดแค้นที่สบตาก่อนสิ้นลมของเขา “นิพนธ์...” หล่อนพูดเบาๆ ในลำคอ



“ว่าอะไรนะลูก” นางกรองทองก้มลงถาม



“เปล่าค่ะ” เก็จถวาส่ายหน้า


แต่ทั้งหมดนี้เก็จถวาเห็นสายตาพินิจพิเคราะห์และเยือกเย็นของหัสดินทร์จับจ้องตลอดเวลา เส้นเลือดในกายเย็นเฉียบเมื่อได้ยินคำถามจากเขา



“เกิดอะไรขึ้นระหว่างคุณกับนิพนธ์ แล้วเรื่องยักยอกเงิน...”



เก็จถวาหลับตาลงเมื่อสบตาเขา นึกไม่ออกว่าจะตอบอย่างไร “ฉันปวดหัว...ปวดหัวมาก นึกอะไรไม่ออกเลย” อย่างน้อยหล่อนก็ขอเวลาคิดสักนิดยังดี



“หมายความว่าไง...อย่าบอกนะว่าสมองคุณได้รับความกระทบกระเทือนจนความจำเสื่อม” น้ำเสียงใจร้ายของเขาเจือเยาะหยัน ดวงตาเฉียบคมที่มั่นใจพรสวรรค์ในการจับโกหกทันทีที่เห็น บอกว่าเขาไม่เชื่อถือคำพูดหล่อน ริมฝีปากเขาบิดเบี้ยวเย้ยเยาะ


ก็ในเมื่อเขาคิดแบบนี้ เธอก็จะใช้ประโยชน์จากตรงนี้ ดีเหมือนกัน เก็จถวาต่อสู้กับความหวาดหวั่นในใจ ลืมตาขึ้นมาสบตาเขาแบบไม่กระพริบ พูดด้วยเสียงแหบพร่า “ฉันจำอะไรไม่ได้เลย คุณเป็นใคร” แล้วเธอเหลือบมองไปรอบๆ มองหน้าแม่ มองหน้านรีนารถ แล้วมองกลับมาที่เขาอีกครั้ง



แม่อ้าปากค้างจ้องหน้าเก็จถวา “เก็จ ลูกจำแม่ได้ไหม นี่น้องไง ลูก จำได้ไหม”


หล่อนส่ายหน้า



นรีนารถปราดเข้ามาใกล้ๆ “เก็จ นี่นารถเองจำได้ไหม?”


“ไม่ ฉันจำใครไม่ได้ทั้งนั้น ฉันปวดหัว” หล่อนส่ายหน้าไปมากับหมอนพลางหลับตา “ฉันเหนื่อย ฉันอยากนอน”


ดูเหมือนว่าทุกคนจะนิ่งอึ้งไป หัสดินทร์ได้สติเป็นคนแรก เขากดปุ่มเรียกหมอทันที


หมอเข้ามาตรวจอาการเก็จถวาที่หลับตาบ้าง ตอบคำถามหมอด้วยการส่ายหน้าบ้าง ลืมตาบ้างอย่างเหนื่อยเพลียที่สุด จนกระทั่งหมอพูดขึ้นว่า


“อืม ดูเหมือนว่าคนไข้จะได้รับความกระทบกระเทือนจนสูญเสียความทรงจำไป เรื่องนี้เกิดขึ้นได้บ่อยๆ แต่ดูจากอาการแล้วผมคิดว่าเป็นอาการชั่วคราวเท่านั้น อีกวันสองวันความจำเธอก็คงกลับคืนมา”



ดูเหมือนแม่จะถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยเก็จถวายังมีเวลาคิดไปเรื่อยๆ หล่อนคิดอย่างสบายใจ ปาฏิหาริย์จริงๆที่เขาให้ทางออกอย่างไม่ตั้งใจ



แต่ปาฏิหาริย์ที่ว่านั้นจบลงทันทีเมื่อประโยคต่อมาของผู้ที่มอบปาฏิหาริย์ให้ขณะก้าวมาก้มลงจูบที่หน้าผากแล้วประกาศด้วยเสียงดังฟังชัด



“คุณจำผมไม่ได้เลยหรือ เราหมั้นกันอย่างโรแมนติคมากเมื่อเสาร์ที่แล้วและตั้งใจจะแต่งงานทันทีที่ได้ขออนุญาตแม่คุณ คุณบอกว่าความรักของเราเป็นรักแรกพบ”



นี่เป็นสิ่งที่ไม่คาดคิด เป็นปาฏิหาริย์ที่มากเกินไป เกินกว่าที่เก็จถวาจะรับมือได้



“ไม่ เราไม่ได้หมั้นกัน ไม่ได้รักกัน” เก็จถวาตะโกนออกมา หัวเธอเริ่มปวดตุบๆ ขึ้นมาจริงๆ



“ที่รัก น่าสงสารจริงๆ ที่คุณจำไม่ได้ แต่เราหมั้นกันบนเรือไง” ดวงตาคมของเขาจับจ้องใบหน้าเธอ แววตาเป็นประกายระยิบระยับ แน่นอนไม่ใช่แววตาแห่งความรักอย่างที่เขาแสดงออก หากแต่เป็นประกายที่เขาสามารถเอาชนะหล่อนได้



“ไม่ ถ้าหมั้นกันฉันก็ต้องมีแหวนสิ ไหนละแหวน” เก็จถวายื่นมือพรวดไปตรงหน้า มองหน้าแม่ และคนอื่นๆอย่างจะขอความช่วยเหลือ แต่ดูเหมือนว่าทุกคนกำลังตกตลึงกับข่าวใหม่นี้จนไม่สนใจแววตาขอความช่วยเหลือจากหล่อน แม้แต่หมอและพยาบาลยังแย้มยิ้มไปกับเรื่องโกหกของเขาก่อนเดินออกไป



เขารั้งตัวเก็จถวาเข้ามากอดด้วยกิริยารักใคร่ “ที่รัก คุณเป็นคนขอฝากแหวนไว้กับผมเอง” เขาดึงสร้อยคอทองคำขาวที่ร้อยแหวนทองคำขาวฝังเพชรเม็ดเล็กออกมา “ผมเอามาคืนคุณ”



เขาปลดแหวนออกจากสร้อยแล้วสวมเข้าที่นิ้วนางของหล่อน “อาจจะคับไปสักหน่อยเพราะนี่เป็นแหวนของคุณยายผมที่เสียไปแล้ว” เขาทำท่าตื้นตัน คนเสแสร้ง


เก็จถวาบิดมือออกแต่มือแข็งแรงกว่าของเขาตรึงไว้จนยากที่จะหนีได้ “ไม่ ไม่มีทางที่ฉันจะหมั้นกับคุณ”


“ที่รัก เราหมั้นกันแล้วและตอนนี้เราก็หมั้นกันต่อหน้าญาติพี่น้องของคุณอย่างที่คุณฝันไว้” เขาส่งยิ้มกราดไปรอบๆ



“โอ้ แม่ดีใจเหลือเกินที่มีวันนี้” แม่ของหล่อนกราดเข้าจับมือพร้อมๆกับที่คนอื่นกรูเข้ามาจับมือแสดงความยินดี



“ฉันว่าแล้วเชียวว่ามีอะไรแปลกๆระหว่างพวกคุณสองคน” นรีนารถพูดยิ้มแย้ม “นี่ถ้าซื้อหวยต้องถูกแน่ๆเลย”



“นั่นสิครับ” อานนท์เออออห่อหมก “ท่านประธานคนใหม่มาที่ห้องคุณเก็จแต่เช้า ผมก็ยังตงิดๆในใจแล้วยิ่งได้ฟังเรื่องที่สุรัสวดีเอามาเล่าถึงงานเลี้ยงเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาถึงเรื่องระหว่างคุณเก็จกับท่านประธาน ผมก็ยิ่งทึ่งในรักแรกพบของพวกคุณทั้งสอง”


“ไม่ ไม่จริง” เก็จถวาส่ายหัวดิกๆ



“เชื่อเถอะครับ” อานนท์หันมาพยักเพยิดกับเธอ ก่อนเล่าต่อ “คุณเลขาเธอว่าพวกคุณทั้งสองติดกันหนึบทีเดียว”



แววตาของเขาสาสมใจกับการลงโทษเธอตอนที่เขาหันมาสบตาเธอจนเก็จถวารู้สึกได้



“ฉันปวดหัว” เก็จถวาคิดว่าขอเวลาหล่อนสักพักที่จะเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ “ขอฉันนอนพักสักนิดได้ไหม” เก็จถวาบอกอย่างอ่อนแรง



“ปวดหัวมากเหรอลูก ขอยาแก้ปวดดีไหม” แม่มาลูบหน้า ตาเหลือบมองแหวนที่นิ้วเก็จถวาอย่างมีความสุข นี่คือทั้งหมดที่แม่ต้องการเสมอมา เก็จถวาอยากจะร้องกรี้ดเมื่อแม่หันไปปรึกษาคู่หมั้นขี้ตู่ของหล่อน



“ดีเหมือนกันครับ เผื่อตื่นขึ้นมาเธออาจจะจำอะไรได้บ้าง” เขาตอบ



เมื่อหมอเข้ามาและสั่งยาให้และดูเหมือนหมอจะเป็นคนเดียวที่รู้ใจเก็จถวาที่สุดจนเธออยากจะโดดกอดหมอ “ให้คนไข้นอนพักผ่อนเถอะค่ะ ไปบังคับให้คิดรื้อฟื้นความจำก็จะยิ่งปวดหัวไปใหญ่”



“งั้นเราไปนั่งคุยกันที่ร้านอาหารข้างล่างดีกว่า แม่ชักอยากรู้เรื่องหมั้นเต็มทนแล้ว” นางกรองทองเกาะแขนคุณหัสดินทร์อย่างสนิทสนม



ตอนแรกที่เห็นเขานางยังอดคิดไม่ได้ว่าเขาช่างดูเหมาะสมกับเก็จถวาเหลือเกิน แล้วดูสิ เรื่องที่คิดไว้เป็นจริงอย่างเหลือเชื่อ โดยเฉพาะระหว่างที่นั่งเฝ้าเก็จถวา นางยังเห็นคุณหัสดินทร์กระวนกระวายด้วยความเป็นห่วง ยิ่งนรีนารถกระซิบว่าเขาเป็นประธานคนใหม่ของบริษัทฯ ก็ยิ่งน่าแปลกใจที่เขายังมีแก่ใจมาเฝ้าอาการ ไม่มีสิ่งใดที่นางต้องการมากไปกว่าเห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝาโดยเฉพาะกับผู้ชายท่าทางดีคนนี้




 

Create Date : 15 พฤศจิกายน 2552
6 comments
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2552 14:36:43 น.
Counter : 258 Pageviews.

 


ตอนใหม่มาแล้ว อิอิ นางเอกโดนจับหมั้นแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ชักอยากอ่านตอนต่อไปแล้วอ่ะ ว่าเรื่องจะเป็นยังไง อิอิ มาอัพไวๆนะคะ

 

โดย: น้องพีน IP: 192.168.1.145, 203.172.129.131 17 พฤศจิกายน 2552 11:10:26 น.  

 

โอ้ มาย ก๊อด!!!!!! สุดยอดหาฏิหาริย์

 

โดย: นุ่มนิ่ม IP: 124.121.12.177 17 พฤศจิกายน 2552 23:54:13 น.  

 

เพิ่งได้อ่านเรื่องย่อละครเรื่องกุหลาบเหนือเมฆ อ่าน ๆ ไปคุ้น ๆจัง อ่ะ เรื่องปฎิบัติการรักต้องแย่งนี่เอง ยินดีด้วยนะคะที่ได้ทำละคร แถมได้นักแสดงดัง ๆ ทั้งนั้นมาเล่น ทั้ง อั้ม นุ่น สเตฟาน

 

โดย: นายหญิง IP: 180.183.144.7 9 ธันวาคม 2552 14:52:11 น.  

 


พี่ริสามาอัพต่อไวๆ นะคะ
น้องหนูคนนี้รออ่านอยู่ อิอิ

 

โดย: น้องพีน IP: 125.24.180.181 14 ธันวาคม 2552 0:28:48 น.  

 

^^ ละครเรื่องกุหลาบเหนือเมฆ สนุกมากๆค่ะ

 

โดย: พริมภิพัทรา 22 ธันวาคม 2552 23:16:56 น.  

 


พี่ริสา... T_T รออ่านอยู่นะคะ
(เป็นกำลังใจให้ค่ะ)

 

โดย: พีน IP: 125.24.174.212 22 พฤษภาคม 2553 18:25:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


สาวช่างถาม
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Friends' blogs
[Add สาวช่างถาม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.