ตุลาคม 2556

 
 
1
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
ลองยิงธนูแบบเอเชีย 6
ได้เวลาที่ฝรั่งเรียกว่า moment of the truth เสียที

นั่นคือเวลาปล่อยสายธนู

ที่ทำมาทั้งหมดนั่นจะดีหรือไม่วัดกันตรงนี้   นั่นคือเมื่อปล่อยสายไปแล้ว   ลูกธนูวิ่งไปหาเป้าที่หมายตาไว้หรือเปล่า

หลักการปล่อยสายเมื่อยิงด้วยแหวนรองนิ้วโป้งนั้นมี 2 จังหวะ คือ  จังหวะแรกให้ผ่อนน้ำหนักที่นิ้วชี้กดนิ้วโป้งไว้ก่อน   แล้วจึงคลายกล้ามเนื้อให้สายธนูดันนิ้วโป้งพ้นทาง

พูดง่ายแต่ทำยาก   สาเหตุเพราะน้ำหนักน้าวสายธนูไม่ใช่น้อยๆ   คันที่เราใช้นั่นหนักเข้าไปตั้ง 40 ปอนด์   การจะรั้งสายธนูไว้ได้ต้องเกร็งกล้ามเนื้อกันพอสมควร   จู่ๆ จะให้ผ่อนน้ำหนักทีละนิ้วไล่กันต้องอาศัยการฝึกประสาทกันพอสมควร   แรกๆ นั้นทำอย่างไรก็เป็นการปล่อยพร้อมกันทั้งสองนิ้ว   ซึ่งผลก็คือ   มันไม่นิ่มนวลพอ   ทำให้สายสะบัดส่งลูกธนูกระจาย

ตำราจีนบอกว่า   การปล่อยสายที่ดีนั่นต้องนุ่มนวลเฉกเช่นแมลงปอบินขึ้นจากผิวน้ำ   คือแทบไม่ได้ก่อให้เกิดระลอกคลื่นขึ้นบนผิวน้ำเลย   ฉันใดก็ฉันนั้น

ถ้าปล่อยไม่ดี   ลูกจะสะบัดตีหน้าต่างคัน   กระเด็นกระดอนไม่รู้ทิศทาง

เรื่องลูกธนูตีหน้าต่างคันนี้แก้ได้โดยเทคนิคที่รียกว่า สะบัดคัน   คือตวัดข้อมือให้คันบิดออกมาทางด้านมือข้างที่ถือ   ซึ่งประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ถกกันมากมายในเว็บบอร์ดที่เป็นที่ชุมนุมผู้นิยมการยิงธนูด้วยแหวนรองนิ้วโป้ง

บ้างก็ว่า   แค่ปล่อยสายให้เนียนเท่านั้นพอแล้ว   การสะบัดคันเกิดขึ้นในภายหลังเมื่อลูกธนูพ้นไปแล้ว   ไม่ได้มีส่วนช่วยอะไร   บ้างก็ว่าต้องเกิดขึ้นพร้อมกัน   ลูกธนูจึงไม่ตีหน้าต่างคัน   ถึงขั้นถ่ายวิดีโอแบบไฮสปีดมาแสดงหลักฐานโต้แย้งกันทีเดียว

เรานั้นมีความคิดโน้มเอียงไปทางอย่างหลัง   คือต้องอาศัยการสะบัดคันช่วยลูกจึงจะพุ่งออกไปโดยไม่สะดุด   ประเด็นปัญหาอยู่ตรงที่ว่า   จะทำอย่างไรให้การปล่อยสายและการสะบัดคันเกิดขึ้นพร้อมกัน

หลังจากค้นคว้าความเห็นชาวบ้านและลองทำด้วยตัวเองอยู่พักหนึ่งก็ได้คำตอบว่า   เทคนิคที่ถูกนั้นไม่ใช่การสะบัดข้อมือแบบตั้งใจพร้อมกับการปล่อยสาย   เคยลองทำอย่างนั้นแล้วปรากฏว่าบางครั้งตั้งสติไม่ดีปล่อยคันธนูหลุดมือไปเลย   

เทคนิคที่ได้ผลสำหรับเราอยู่ที่การจับ grip ให้ถูกดังได้อธิบายไว้ข้างต้น   คือวางน้ำหนักไปที่นิ้วก้อย นาง กลางลดหลั่นกันตามลำดับ   และกดนิ้วโป้งชี้ไปที่เป้า   เหยียดกล้ามเนื้อท้องแขนด้านบนให้ตึง   ในท่านี้เมื่อน้าวสาย   มือและคันธนูจะอยู่ในสมดุลเพราะมีน้ำหนักดึงสวน   แต่ทันทีที่สายเลื่อนหลุดจากแหวนรองนิ้วและปลายคันดีดกลับ  น้ำหนักที่ดึงต้านแรงกล้ามเนื้อจะหายไป   คันจะสะบัดออกไปทางด้านมือที่ถือเองโดยอัตโนมัติ   สอดคล้องกับจังหวะที่ลูกธนูหลุดจากสาย

ยิงลูกไหนได้ถูกต้องสมบูรณ์   จะได้ยินเสียงปีกลูกธนูแหวกอากาศ   ได้เห็นลูกธนูเสียบกลางเป้าแบบสะใจพิลึก

ปล. การยิงธนูด้วยแหวนรองนิ้วโป้งนั้น   เมื่อฝึกเทคนิคการยิงจนเป็นธรรมชาติแล้ว   มันให้ความรู้สึกคล้ายคลึงกับการยิงหนังสะติ๊กสมัยเป็นเด็ก   ยิงได้สนุกกว่าวิธีเกี่ยวสายด้วยสามนิ้วของฝรั่งมาก

ปล. 2   หลังจากทดลองอยู่อีกพักหนึ่ง   จึงจับหลักการได้ว่า   การจะสะบัดคันได้พอดีนั้น   นิ้วโป้งมือข้างที่ถือคันต้องแตะนิ้วกลาง   ถ้าเผลอยกนิ้วโป้งพ้นน้ิวกลางขึ้นมา   กล้ามเนื้อท้องแขนจะล็อคโดยอัตโนมัติ   แม้จะกดนิ้วก้อยช่วย   การสะบัดคันก็เกิดไม่มากพอและไม่เป็นธรรมชาติ   แต่ตราบใดที่นิ้วโป้งกดอยู่บนนิ้วกลาง   เมื่อปล่อยสายคันจะสะบัดหนีลูกเอง   

ข้อนี้ยังกังขาอยู่ว่ากับคันธนูแบบยุโรปตะวันออกจะใช้เทคนิคอย่างเดียวกันได้หรือไม่   เพราะดูใหญ่โตเทอะทะกว่าคันเกาหลีมาก   ไว้วันไหนเงินเหลือคิดว่าจะซื้อมาลองยิงดู



Create Date : 02 ตุลาคม 2556
Last Update : 1 มกราคม 2557 20:37:07 น.
Counter : 1417 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



Tanis
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]