Group Blog
 
 
กันยายน 2552
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
17 กันยายน 2552
 
All Blogs
 
@.....^.^.....หนุ่มในเครื่องแบบ....โสดด้วยนะ

อยากกลับมาอ่านเอง แต่ก็อยากแบ่งปันประสบการณ์คนเล่าถึงความทุกข์ ก็ไม่ได้หมายความว่ากำลังทุกข์ เพราะมันได้ผ่านไปแล้ว แต่ทางที่เขาได้เดินผ่านมา และวิธีการที่เขาใช้มันก็น่าสนใจ บางทีคนที่รู้จักเส้นทาง กับคนที่อยู่บนเส้นทาง มันก็ต่างกันมิใช่หรือ


แนะนำสถานที่ อุดมไปด้วยหนุ่มๆในเครื่องแบบ
ขอย้ำโสดด้วยนะ





คนเราเวลาไม่ป่วยก็มักไม่คิดจะไปหาหมอ รอจนงอมนั่นแหละค่อยหามส่งโรงพยาบาล แต่ก่อนร่อนชไร ไม่รู้เขียนยังงี้มั๊ย จะเขียนให้ยุ่งยากทำไมก็ไม่รู้แฮะ ก็ไม่คิดว่าจะต้องไปนอนค้างที่อื่น แต่มาครานี้เจ็บปางตายจึงตัดสินใจยังไงก็ต้องรักษา แต่เราไม่ได้ป่วยกายแต่ป่วยใจ ไปไหนดีล่ะ


>>>พอดีหน่วยงานเขามีนโยบายพาข้าราชการไปปฎิบัติธรรมสัญจร ขอกล่าวถึงหัวหน้าโปรเจ็คและผู้สนับสนุนทุนรอนในครั้งนี้หน่อย

ท่าน พลอากาศโท.. ยศปัจจุบันของท่าน..อาคม กาญจนหิรัญลุงหมึกของเด็กๆขณะนั้นท่านเป็นผู้บัญชาการ อีกท่านก็ลุงเหนียวขณะนั้นท่านเป็นรอง พลอากาศโทดนัย นันทะศิริ ท่านอยากให้ข้าราชการและครอบครัวไปฝึกจิตฝึกใจก็เลยเกิดโครงการนี้และอีกหลายๆโครงการดีๆฝากไว้ให้

เอาเป็นว่าชมแค่นี้ก่อน เกิดท่านรู้เข้า จะยุ่งว่าเอาเรื่องของท่านมาตีแผ่ คนเขาจะว่าได้ว่าเราลิ้นดีขี้ประจบ ครั้งนั้นท่านก็ไปร่วมปฏิบัติด้วย แอบเห็นท่านคำนับพระประธานอยู่หงึกหงัก ..เช้าขนาดนั้นก็มีเผลอกันบ้าง.. อิอิ เราก็ด้วย

ต่อเลยนะ เราก็เลยขอไปด้วยโดยไม่เสียเวลาคิดสักกะนิด ครั้งที่เราไปเขาจัดให้ไปที่ วัดสุนันทวนาราม คงรู้จักกันเป็นอย่างดีสำหรับบางคน ใครไม่รู้จักวันนี้จะมาเล่าให้ฟัง วัดนี้มีเจ้าอาวาสเป็นพระญี่ปุ่น พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก วัดอยู่อำเภอสังขละ จังหวัดกาญจนบุรี เลยน้ำตกไทรโยคน้อยไปไม่หน่อย มากเชียว เอ คุยมาตั้งนาน ไหนล่ะหนุ่ม วกไปวนมาไหงพาเข้าวัดซะงั้น



เรื่องมันมีอยู่ว่า เรากำลังมีความทุกข์หนัก ใจคอมันวังเวง อยากไปก็อยากแต่มันก็เหงาๆพิกล เลยชวนน้องที่ทำงานให้ไปด้วยกัน ทุกคนก็ส่ายหน้า ถามว่ามีอะไรน่าสนใจ เราก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน แต่หลังจากกลับจากวัดมาแล้ว เอาบุญมาฝากอนุโมทนาบุญกันเรียบร้อย บรรดาชะนีทั้งหลาย ก็ถามว่าเป็นไงบ้าง เราก็บอก.... "หนุ่มตรึม" ...


...คนหนอคน...

หลังจากนั้นยังกับนกกระจอกแตกรัง รัวคำถามถี่ยิบ หล่อไหม มาจากไหน กี่คน อายุเท่าไหร่ เราก็บรรยายให้ฟัง มาจากหลายจังหวัด ต่างประเทศก็มี ได้ยินเสียงโอโฮ เป็นระยะ เราก็เล่าต่อ"ประมาณซักห้าสิบเห็นจะได้"ถามอีก
"อายุเหรอ ทำไมแก่จังฟะ" ถามต่อ เราก็ตอบ "เปล่าห้าสิบคน "แล้วก็ตอกย้ำให้ช้ำใจ "อายุก็ประมาณยี่สิบกว่าไม่เกินสามสิบ"
เสียงบ่นกระปอดกระเจ็ด(แปด)

"กินก็กินฟรี ค่าที่พักก็ไม่ต้องเสีย วันลาก้ไม่โดนตัด แถมมีอาหารตาเพียบ
รู้งี้ไปด้วยก็ดีแระ" มีเสียงลอยมาตามลมว่าจะไปได้บุญหรือบาปกันแน่

"จะฟังมั๊ย"ทุกคนก็เลยเงียบให้เราเล่าต่อ


...วันนั้นยังจำ...


วันแรกที่ไปถึงมีรถบัสไปสองคัน ทุกคนลงจากรถก็ไปกราบนมัสการพระอาจารย์ที่ศาลา แบ่งเป็นสองกลุ่ม มีกลุ่มญาติโยมที่มากันเองและที่มาเป็นหมู่คณะ มีหนุ่มในเครื่องแบบสองกลุ่ม สวมเครื่องแบบคนละสี สีขาวกับเหลือง มีคนถามว่าสีเหลืองนี่มันเครื่องแบบหน่วยไหนล่ะพี่

"พระไง ยัยบ๊อง" มีปล่อยก๊าก ฮาตรึม

ไปวัดจะเจอใครได้นอกจากพระ มีพระฝรั่งด้วย ไม่ได้มุสา
ส่วนเครื่องแบบสีขาวก็ศิษย์การบินชั้นอนุบาล ที่เขาให้มาร่วมปฏิบัติธรรมฝึกจิต เพื่อเป็นประโยชน์ ในการพัฒนาตนเอง ให้มีสติในการเรียน เพราะการเรียน ต้องพบกับความกดดันหลายอย่างเมื่ออยู่ บนอากาศ



.... วันแรก แต่ไม่ใช่ครั้งแรก....


...หอมเอยหอมกลิ่น..


วันแรกหลังจากกราบนมัสการพระอาจารย์ ก็แยกย้ายเข้าอาคารพัก พลบค่ำก็มารวมกันที่ศาลาปฏิบัติธรรมเพื่อทำวัตรเย็น และฟังธรรมจากหลวงพี่ ต่อจากนั้นก็ลงมาเดินรอบศาลาปฏิบัติธรรมเดินจงกลม ที่นี่เดินตามปกติที่เราเดินนั่นแหละ เพียงแต่ช้ากว่าและเอาสติมากำกับทุกจังหวะที่ก้าวเดิน

รอบแรกๆก็ดี เดินตามกันไปเงียบๆช่างเป็นบรรยากาศที่สงบอะไรเช่นนี้ จู่ๆก็ได้กลิ่นดอกปีบโชยมา จิตก็เกิดหลงในกลิ่นต้นมันอยู่ไหนวะ พอนึกได้ก็มาจดจ่อกับการเดินใหม่ เลนข้างๆเขาเริ่มแซง ได้กลิ่นหอมอ่อนๆโชยมาเตะจมูก อ้อ สงสัยหนุ่มเมื่อตะกี้จะทาโคโลญจ์หรือไม่ใช่ จะใส่ทำไมวะ ก็รับศีลแปดไปแล้วแต่จะอะไรก็ช่าง หอมหนอ หอมหนอ เวรก๊ำ เวรกรรม อามิตตาพุทธ


...น้ำปานะ..หลากรส..ใครอดได้..


ก็บอกแล้วว่าอุดมไปด้วยหนุ่มๆ เสร็จจากเดินจงกลม ก็แยกย้าย ใครใคร่อยู่ปฎิบัติต่อก็อยู่ ใครจะกลับไปปฎิบัติที่อาคารพักนอนนั่นแหละ ก็ไม่มีใครว่า

เราเป็นผู้ใหม่อยู่ไม่เคยอดข้าวก็แวะไปดื่มน้ำปานะซะหน่อย ที่นี่เขาอนุโลมยึดหยุ่นผ่อนปรน ไม่อยากให้เข็ดขยาดจนไม่อยากมาวัด น้ำปานะจึงมีให้เลือกหลากหลาย กาแฟ โอวัลติน โกโก้ น้ำขิง น้ำมะตูม น้ำชา น้ำแดง เก้าลอเก้า หาไม่เจอพิมพ์เต็มยศเลย

ที่กล่าวได้ละเอียดเพราะอยู่มาห้าวันก็ลองซะทุกน้ำไป แต่ยังดีใจที่กินแค่มื๊อเดียว อันนี้ก็ไม่บังคับใครจะสองมื๊อก็ไม่ว่า แต่มันอิ่มบุญหรือเพราะอะไรก็ไม่รู้ เราก็ทำได้ อยู่บ้านมีสี่มื๊อ ระหว่างดื่มเขาห้ามยืนต้องนั่งให้เรียบร้อย



.....ลุกนั่งต้องตั้งใจ.....


นั่งแล้วต้องกราบพระประธานก่อน พอจะลุกเอาแก้วไปล้างก็กราบอีกที่แล้วค่อยไป กราบแบบเบญจางคประดิษฐ์เลยเชียว ยิ่งมื๊ออาหารถ้าลืมแก้วน้ำ หรือต้องการขนม ลืมช้อนก็กราบทุกครั้งที่นั่งทุกครั้งที่ลุก

ฝึกสติไม่ให้พลั้งเผลอดีนักเชียว วันแรกๆกราบซะพุงยุบกันไปเลย เพราะตะครุบจิตไม่ทัน อีกอย่างก็คือให้ปฎิบัติมากๆพูดน้อยๆเพราะฉนั้นห้าวันจึงได้แต่มองตากัน แล้วอมยิ้มน้อยๆ

ยกมือไหว้แทนคำขอบคุณเมื่อได้รับความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆจากกันและกัน เล่าซะเพลิน ดึกแระ ยังไม่โชว์รูปแต่รับรองวัดสวยเหลือเกิน แล้วจะเอารูปบรรยากาศมาลงให้ชมวันหลัง


...เบื้องหน้ามาเบื้องหลัง เอ๊ะยังงัย


.......ภาพด้านล่างยืมเขามาให้ดู ตอนไปไม่ได้พกกล้อง ตั้งใจไปรักษาจิตให้เต็มที่ไม่อยากให้ซัดส่ายออกนอกทาง โทรศัพท์ก็ไม่เปิดสาย อยากปลดปล่อยทุกอย่างไว้เบื้องหลังสักพัก แต่หนุ่มๆที่อยู่เบื้องหน้านี่สิ






วัดนี้เป็นวัดป่า เน้นปฏิบัติ สายเดียวกับหลวงปู่ชา พระอาจารย์มิตซูโอะท่านเป็นศิษย์สายตรงเลยหละ ท่านกรุณาเล่าเกี่ยวกับหลวงปู่มากมาย ถึงความเป็นมาว่าเพราะอะไรหลวงปู่จึงออกบวช

เราไปครั้งแรกเป็นช่วงเดือนมกราคม อากาศหนาวได้ใจ ต้องพกพาถุงนอน เพราะเป็นคนทนกับความหนาวไม่ค่อยได้ ที่วัดก็มีผ้าห่มให้แต่ค่อนข้างบางไปสำหรับเรา ลมหายใจมีไอเป็นควันละเหยออกมา คิดว่าอยู่เมืองนอก หรือก็เมืองในหมอกเพราะหมอกลงจัด เช้าตรู่ต้องเดินตามกันไปติดๆกลัวหลง เพราะห่างกันสองเมตรก็มองไม่เห็นแล้ว



ตะลอนทัวร์สองรายการ

เช้าวันแรกมีทัวร์สองรายการให้เลือก หนึ่งไปบินกับพระ...บินทบาต เขียนไม่ถูกขึ้นมาดื้อๆ...รายการที่สองตะลอนทัวร์รอบวัด เราไม่อยากเดินเท้าเปล่บนถนนลาดชันลัดเลาะไปตามเนินเขามุ่งสู่หมู่บ้านที่ห่างไปประมาณสามกิโลเบื้องล่าง

มารู้ตัวอีกที่ก็วันสุดท้ายว่าคิดผิดที่ไม่ไป พวกที่ไปก็ไม่ยอมเล่า ก็อย่างที่บอก เขาให้ปฎิบัติมากกว่าพูด มานึกอีกที่ เขาน่าจะอุบไม่ยอมบอกเราซะมากกว่า เพราะไปบินทบาตกับพระมีขนมกินด้วย





ไหนก็ล่วงเลยมาจนป่านนี้ เรามาเล่าบรรยากาศทัวร์ของเราดีกว่า ตั้งแต่ตีอะไรไม่รู้ ไม่มีนาฬิกา ตื่นมาตามเสียงระฆังของวัด ทางวัดจะปิดไฟตอนสองทุ่ม ตามไฟด้วยเทียนพรรษาไว้หน้าที่พักละเล่ม สลัวๆโรแมนติคสุดๆส่วนใครจะไปทำธุระส่วนตัว แนะนำพกไฟฉายไว้กับตัว เทียนพรรษายังเป็นที่ต้องการกว่าหลอดไฟ เพราะต้องการใช้มากกว่า


ช่างกล้านะเรา


พอระฆังดังก็ทะยอยมาอาบน้ำ มันให้ความรู้สึกยังกับออกรบเลยมั๊ง ภาคภมิใจเป็นที่สุดที่น้ำราดรดลงแต่ละขัน อูย มันหนาวเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ ไม่ได้ ไม่ได้ เมื่อคืนก็ยกยอดมาหนแล้ว เดี๋ยวกลิ่นไอชลบุรี ระยอง จะโชยชื่น ขายหน้าแย่เลย อดทนไว้ แฮ่





....เช้าวันใหม่....

ทำวัตรเช้าร่วมกัน ก็นั่งเจริญกรรมฐานต่ออีกหน่อย เบาะสีขาวใครมาก่อนก็นำมาวางเรียงเป็นแถว เลือกนั่งตามใจ มุมข้างเสาเราจอง บรรยากาศเงียบสงัดเหมือนไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่แถวนั้นเลย ใครอย่าเผลอตดเชียว ดู คิดไปได้

พอเสร็จก็แยกย้าย ใครจะทัวร์รายการไหนก็แบ่งเฉลี่ยกันไป ส่วนใหญ่จะมากับเรามากกว่า เพราะอยากชมวัด ภาพที่ลงไว้เป็นงานอะไรน๊า นูนสูง นูนต่ำ อะไรประมาณเนี้ย พูดผิดอายตายเลย ดูเองเหอะ


....ราวกับว่า..องคุลีมานกลับใจ..


หลวงพี่เดินนำอยู่ข้างหน้า อาการสำรวมทอดเท้าก้าวย่างดูเนิบช้า แต่ทำไมไปไวมาก ศิษย์การบินยังหนุ่มแท้ๆ ถึงกับสาวเท้าเดินแกมวิ่งยังตามแทบไม่ทัน แล้วเราจะเหลืออะไร ตามไปตามไป ก็ชักจะทิ้งห่างเพราะมีสาวน้อยหลายนางที่ต้องทั้งลากทั้งจูงทั้งประคอง และสุดท้ายก็ถอดใจ วกกลับไปเป็นหย่อมๆ เราไม่ย่อท้อขอเดินต่อ ทั้งวิ่งทั้งเดิน หนุ่มๆเขาก็มีน้ำใจ กลุ่มท้ายๆก็ชลอฝีเท้า รอสาวน้อย...สาวเหลือน้อย....ที่ตามมา ตอนนี้เหลือห้าคนซาละตะอายุรวมกันน่าจะเกินสองร้อยขวบปีแค่นั้นเอง








...แล้วจะรู้เอง..ได้งัย...


นี่คือโบสถ์ เล็กกระทัดรัดไว้ประกอบพิธีทางศาสนา จุคนได้นิดหน่อย ด้านหน้าเป็นลานหินไม่มีหลังคาคลุม เราเข้าไปชมด้านในเสร็จก็ออกมา นั่งฟังหลวงพี่บรรยายถึงที่มาที่ไป และวันปิดทองฝังลูกนิมิตแบบเรียบง่าย แต่ตื่นเต้นมาก เพราะลูกนิมิตมีลูกเดียวแต่ใหญ่มากกก กว่าจะกลิ้งลงหลุมก็ทุลักทุเลกันจนเหงื่อหยด หลวงพี่หยุดให้ซักถามเป็นระยะ เล่าว่าพระอาจารย์ไม่สอนอะไรมาก เน้นให้ปฎิบัติแล้วรู้เอง แล้วตูจะรู้เองได้ไงฟะ งงอะดิ แต่ไม่กล้าถาม แล้วจะเล่าให้ฟังว่ารู้เองได้จริงๆ ถ้าขี้เกียจอ่านไปย่อหน้าสุดท้ายเลย





.....ทางสายเอก....

คณะทัวร์ของเราเดินซ้อนท้ายกันมาเป็นทิวแถว แบบเงียบๆ ได้ยินเสียงฝีเท้ากับลมหายใจฟืดฟาดเพราะหอบแฮกๆๆ ลัดเลาะตามเนินเขาหกล้มหกลุก ในวันแรกๆ ขอย้ำเฉพาะวันแรกๆ วิ่งบ้างเดินบ้างสลับกันไป ต้นไม้ร่มครึ้มสองข้างทางดูสดเขียว บ้างก็ทิ้งใบลงสู่พื้น ชมเพลินเผลอไปเหยียบดังกร๊อบ ต้องดึงสติกลับมาไว้กับตัว

หลวงพี่หยุดตามจุดต่างๆ และอธิบายธรรมสลับกับเล่าเรื่องราวต่างๆว่าแรกๆก่อนที่จะมาสร้างวัดบริเวณนี้ถูกแผ้วถางจนเป็นภูเขาหัวโล้น พอวัดมาตั้งอยู่ก็เริ่มปลูกต้นไม้ ป่าจึงกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง


ครึ่งนึงก็ซึ้งใจ

นี่ยังไม่รอบวัดหลวงพี่พาวกกลับเพราะเริ่มสาย หิวก็หิว น้ำปานะหมดไปตั้งแต่โค้งแรก โค้งที่ทุกสายตาหันมามองสาวๆเดินกระย่องกระแย่ง มันเป็นโค้งที่หัวแถววกกลับ เหมือนงูเลื้อย หัวแถวมองมาที่หางได้ถนัดตา หนุ่มๆอมยิ้ม สาวๆหน้าบาน ตาสบตา โอย....ป้าจะเป็นลม




....ตาลาย..ใยจึงเห็นธรรม....

กลับมาถึงก็หิวจนตาลาย ที่นี่เป็นแบบบุปเฟ่ท์ ข้าวมีสองชนิดให้เลือกทั้งข้าวขาวข้าวซ้อมมือ ตักกับข้าวที่เรียงรายบนโต๊ะ ต่อด้วยขนม ผลไม้ รวมมาในกะละมังเดียวจบ ตักเสร็จก็ยกมาวาง กราบพระสามครั้ง อ้าวลืมน้ำ กราบอีกสามครั้ง ลุกไปหยิบแก้วน้ำแล้วมานั่งกราบต่อแล้วค่อยหม่ำ อร่อยมากเพราะความหิว นี่ก็พบธรรมะอีกข้อ กินอะไรดีนะ วันวันก็จะหาแต่ของอร่อย กินอะไรดี เราติดกับเรื่องการกินจนเกิดทุกข์ ต้องปรุงแบบนั้นต้องเติมแบบนี้ แล้วก็กินเข้าไปจนเกินขนาด แล้วต้องมาเสียเงินไปลดความอ้วน เฮ้อ สาธุ







....สัมผัสที่ใจ...

ภาพพระอาจารย์มิตซูโอะกำลังบรรยายธรรม หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาววว เวลาทุกข์ใจสิ่งใดมากระทบ ให้หยุดทำ หยุดพูด หยุดคิด หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ แล้วเราจะพบทางออก ของปัญหาทุกปัญหา

สำเนียงท่านฟังแล้วดูน่ารัก รู้ได้ว่าท่านไม่ใช่คนไทยจากสำเนียงที่เปล่งออกมาแปล่งๆแต่ลึกซึ้งในความหมาย ท่านใจดีเปี่ยมด้วยเมตตา เราสัมผัสได้








<<<นี่ก็ไปหยิบยืมรูปเขามา ไม่มีอะไรเป็นของตัวเองเลยนะงานนี้ ต้องขอขอบคุณเจ้าของภาพไว้ ณ ที่นี้เป็นอย่างสูง คุณดอกไวโอเล็ตกับเจ้าเด่าทอง ขอบุคุณเจ้าค่ะ ไหนๆเราก้ศิษย์สำนักเดียวกันแล้วนี่ ..พูดเป็นหนังจีนกำลังภายใน สำนักบู๊ตึ๊งหรือง๊อไบ๊ กันล่ะ เจ๊ เจ๊.. ได้ยินเสียงคุณพุดเดิ้ลก้องอยู่ในโสตประสาท

.....เช้าวันต่อต่อมา......


จะรอดไหมเรา ตั้งใจจะเล่าติดต่อไปทีละวัน แต่มือมันดันพิมพ์หัวเรื่องเหมือนจะรีบๆจบยังไงยังงั้น พักก่อนแระกัน เด่วมีเวลาจะมาเล่าต่อ เมื่อยหนอ พักก่อนหนอ สาธุ






นี่ก็หนุ่มในเครื่องแบบ แต่คนละชุดที่อยู่วัดด้วยกัน หยิบมาให้ดูพอกล้อมแกล้ม ไม่รู้สังกัดทัพบก เรือหรืออากาศ ก็บอกแล้วไม่ได้เอากล้องไป เสียดายจัง แต่ชุดนี้ก็หล่อใช้ได้...ใช้ไปซื้อของที่ตลาด...หุ หุ หุ





<<<<....ค่ำคืนที่แสนหวาน.....>>>>

วันนี้มีอาจารย์ผู้หญิงจากมหาวิทยาลัยศิลปากร กรุณามาเสวนาธรรมกับพวกเรา ทุกคนก็วาดภาพไปต่างๆสองนา(นานา) หนุ่มๆก็ชะแง้แลหา ผลปรากฎว่าท่านเกษียณอายุราชการแล้ว เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆแต่ใจใหญ่ มุ่งสร้างผลบุญด้วยการให้ธรรมะเป็นทาน ท่านอธิบายไว้น่าสนใจและใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย สมกับเป็นครูบาอาจารย์


...เพื่อนชื่อ...สติ...

ท่านขับรถจากนครปฐมมาที่วัด มาช่วยงานต่างๆตามแต่จะทำได้ ทางวัดจัดที่พักให้เผื่อวันไหนต้องค้าง ท่านอาจารย์มิตซูโอะเคยบอกท่านว่า เวลาเดินทางให้พาเพื่อนไปด้วย ท่านก็ทำตามแต่ไม่ค่อยสะดวกเกรงใจ กลัวคนอื่นลำบาก ก็เลยขับไปกลับเองตลอด มารู้ภายหลังว่า เพื่อนที่พระอาจารย์บอกน่ะ หมายถึง สติ ให้พาไปด้วยทุกครั้งที่ขับรถหรือจะทำอไรก็ตาม


...หวานจับใจ...


เสวนาธรรมเสร็จภาคกลางวัน ก็มีภาคกลางคืน คืนนั้นเดินขึ้นไปที่ศาลาธรรมยอดแหลมๆ หลังจากทำวัตรเย็น เจริญกรรมฐาน ฟังธรรม เสร็จก็เดินกลับที่พัก ลืมไฟฉาย เพราะชะล่าใจคิดว่าเป็นศาลาหลังเดิม คืนนั้นมืดสนิทดาวสักดวงยังไม่มี แต่โชคยังดีที่หนุ่มๆบางคนมีไฟฉาย จึงส่องนำทางให้ มีบางกลุ่มหลงทางเดินหลงเข้าไปในป่า กว่าจะหาทางออกก็เสียเวลาอยู่นาน ที่ตั้งเรื่องไว้ว่าค่ำคืนที่แสนหวาน ก็หวานเอาตอนจบนี่แหละ ก่อนกลับที่พักแวะน้ำปานะมาหนึ่งแก้ว น้ำแดง หว๊านหวาน ก็เดินมาเหนื่อยๆชื่นใจจัง อิอิ คิดอะไรน่ะ




<<<<....กินผลที่ขึ้นต้นว่ามะเป็นยา....>>>>



>>>>อยู่มาก็หลายวัน ระบบขับถ่ายเริ่มรวน ท้องเริ่มอึดอัดแต่ไม่มีอะไรออก ทำไงล่ะทีนี้ พี่ที่นอนห้องเดียวกัน ไปฝากที่โรงครัวให้ซื้อมะขามหวานมาให้ เราก็อิดออดพอเป็นพิธี จะดีเร้อมันเลยเพลแล้วนะพี่ พี่คนนี้ชื่อพี่เพ็ญแกใจดีสุด สุด เอาใจใส่ทุกอย่าง แกเอามะขามไปแบ่งแม่ชีที่อยู่อาคารถัดไป เลยได้มะขามป้อมแช่อิ่มมาอีกกระปุกใหญ่ เรียกใครกินก็มีแต่คนส่ายหน้า แรกๆก็หยั่งท่าทีจะดีเหรอพี่ พี่เพ็ญก็ยืนยันขันแข็งว่าไม่เป็นไร ในพระไตรปิฏก พระพุทธเจ้าได้อนุญาตไว้ว่าเป็นยา เราสองคนก็เลยกินยามะขามไปเกือบสองกิโล มะขามป้อมครึ่งกระปุกอย่างเมามัน และปลอบใจกันไปมาว่ามันเป็นยา มันเป็นยา มาตกม้าตายเอาวันนี้ พุทโธ ธรรมโม สังโฆ...



>>>>.....ที่ว่ารู้รู้อะไร....>>>>


วันนี้วันสุดท้ายที่เราตะลอนทัวร์ในตอนเช้าด้วยความสงบเรียบร้อยเป็นที่สุด เดินหลบหินทุกก้อน ไม่มีเสียงใบไม้สักกร๊อบ ไม่ต้องวิ่งตามหลวงพี่ เดินก็ยังดูสำรวมระวังแต่ยังคงไปได้เร็ว รักษาจังหวะได้ทุกก้าวเดิน เคยเหยียบลงไปบนรังมดทั้งรัง ไม่มีอีกต่อไป ไม่ใช่เพราะเดินมาหลายวันเลยเก่ง แต่เป็นเพราะจิตต่างหาก ที่หลอมรวมเป็นหนึ่ง จดจ่อทุกย่างก้าว แบบเบาๆสบายๆ ไม่เกร็งเหมือนวันแรกๆ ไม่ปล่อยจิตออกนอก ไม่เหลือบแลไปสนใจโน่นนี่ นี่เองที่หลวงพี่บอกว่าปฎิบัติแล้วก็จะรู้เอง รู้แค่ความสงบ ก็ดีแล้วสำหรับหนแรก พอกลับมารับประทานอาหารเช้าเสร็จ ก็แยกย้ายเก็บสัมภาระ มากราบลาพระอาจารณ์ ขึ้นรถกลับบ้าน ออกมาไม่ทันจะถึงทางแยกขึ้นถนนใหญ่ เกิดอุทกภัยขึ้นบนรถที่เรานั่งมา ก็ลองเอาห้าวันคูณด้วยคำพูดที่คนเราต้องพูดต่อวันดูสิ โดยเฉพาะผู้หญิงมากกว่าผู้ชายสักสามเท่าตัว อุแม่เจ้าไอ้ที่มันเก็บกักกันไว้ ได้ทะลักทะลายกันบนรถ(คำพูดนะเจ้าคะ อย่าเข้าใจผิดเป็นอย่างอื่น) พอเจอร้านของฝาก เสียงต่างๆค่อยๆจางลง เพราะหมกมุ่นกับการกิน กิน กินเพื่อชดเชยไอ้ที่หายไปสิบมื๊อ โอโห ไปทำบุญฝึกจิตกันมานะเนี่ยยยย ท่านผู้ชม ยังไงก็ช่วยอนุโมทนาสาธุด้วยนะจร้า...



Create Date : 17 กันยายน 2552
Last Update : 19 ตุลาคม 2552 18:01:35 น. 24 comments
Counter : 1943 Pageviews.

 
มาทักทายตอนบ่ายๆ ค่ะ

มีความสุขกับวันพฤหัสบดีนะคะ


โดย: oRanGIsM วันที่: 17 กันยายน 2552 เวลา:15:03:53 น.  

 
น่าไปมากๆ เลยค่ะ


โดย: บรรณารักษ์789 วันที่: 17 กันยายน 2552 เวลา:18:16:14 น.  

 
พา เอน้อย มาวิ่งเล่นบล็อกนี้ตอนเย็น ๆ จร้า



โดย: aenew วันที่: 17 กันยายน 2552 เวลา:18:29:03 น.  

 
แอบมาดูหนุ่มๆ ในเครื่องแบบ กิ๊ดดดด ชุดรัดติ้ว 55+

อยู่ใกล้วัด ใกล้พระ จะกล่อมเกลาให้จิตใจเราสุงขึ้น



โดย: peeshin วันที่: 17 กันยายน 2552 เวลา:19:35:59 น.  

 
โอ้....น้องแมลงสาป ยังไม่ได้เห็นตัวเลยค่ะ

ที่บ้านเลี้ยงหมากับแมวรวมกันด้วยเหมือนกัน

แมวเห็นหมาไม่ได้ จะต้องร้องไปอ้อน...

แมวที่บ้าน 8 ตัว หมา 4 ตัวจร้า


โดย: aenew วันที่: 17 กันยายน 2552 เวลา:22:29:40 น.  

 
ยินดีที่รู้จักนะค่ะ เห็นแวะไปทักทายกันเก่งจริงนะตัวแค่นี้ไปปฏิบัติธรรมด้วย หรือมีนัยยะแอบแฝง ล้อเล่นค่ะ มีความสุขทุกวันนะค่ะ หลับฝันดีนะ




โดย: พี่นู๋ดีค่ะ (kun_isara ) วันที่: 17 กันยายน 2552 เวลา:23:14:20 น.  

 
นางฟ้าเห็นจั่วหัว ... หนุ่มในเครื่องแบบ...โสดด้วยนะ รีบอ่านเลย
แต่กว่าจะเจอหนุ่ม ๆ...

พูดถึงหนุ่มในเครื่องแบบ แต่ก่อนสาว ๆ(คนงานที่บ้าน)ชอบแซวกัน
หนุ่มในเครื่องแบบ ไม่ใช่ ทหาร หรือตำรวจหรอก แต่เป็นไปรษณีย์...หุ..หุ..

----

ขอบคุณ คุณแอมอร สำหรับพรวันเกิดให้นางฟ้านะคะ...


โดย: นางฟ้าของชาลี วันที่: 18 กันยายน 2552 เวลา:0:53:36 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่แอม


เข้ามาอ่านอย่างตั้งใจ
ผมไม่เคยไปปฏิบัติธรรมที่วัดเลยครับ
หลวงพ่อชวนหลายครั้งแล้ว
แต่ขอปฏิบัติที่จิตตัวเองก่อนล่ะกันครับ 555








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 กันยายน 2552 เวลา:5:37:22 น.  

 





สุขสวัสดีในวันศุกร์ครับ


ชอบบรรยากาศครับ

จากบล็อก... มีคนแซวบ่อยว่าเป็นเด็กอนามัยครับ

มีความสุขมาก ๆ รักษาสุขภาพ นะครับ


โดย: เซียน_กีตาร์ วันที่: 18 กันยายน 2552 เวลา:7:48:07 น.  

 
อนุโมทนาบุญด้วยค่า
อ่านแล้วชุ่มช้ำหัวใจ

เราไม่เคยไปปฎิบัติธรรมที่นี้ แต่รู้จักเป็นอย่างดีเพราะชอบอ่านหนังสือของพระคุณเจ้า
ส่วนใหญ่เราไปที่วัดเขาพุทธโคดมและยุวพุทธ
ดีน่ะการที่ได้ไปเยียวยารักษาสุขภาพใจ

เมื่อก่อนต้องไปทุกปี ไปคราวละ 7-8 วัน
ตอนนี้มีลูกก็ไม่ได้ไปเลย
รอลูกโตจะไปและจะกระเตงลูกไปด้วย

อ่านแล้วก็คิดถึง (พูดเหมือนเป็นคนดีเนอะ ฮ่า ฮ่า)
คิดถึงความสงบอ่ะ



โดย: จ้าว..จอม วันที่: 18 กันยายน 2552 เวลา:8:35:13 น.  

 
จริงๆ เห็นด้วยกับคนข้างบนเลยค่ะว่า
เข้ามาอ่านแล้วชุ่มชื่นหัวใจ .. เรียกว่าฉ่ำเลยค่ะ

ตัวเราเองนี้โอกาสในการไปปฏิบัติธรรมแบบนี้
มีน้อยเลยคะ เพราะมาจากตัวเองหลักๆ เลยคือยังไม่
พร้อมด้วยประการทั้งปวง แต่ก็เริ่มๆ อ่านและก็
เริ่มจะมีการนั่งสมาธิบ้างแล้วเมื่อโอกาสที่บ้านเอื้ออำนวย
และมันก็ได้ผลจริงๆ นะคะ อย่างน้อยเมื่อได้เริ่มต้น
มันก็ทำให้เรารู้วา "เออ ตัวเองก็ทำได้เหมือนกันนิ"
แม้จะเป็นระดับอนุบาลแต่ก็คิดว่า เริ่มต้นวันนี้
ดีกว่าไม่เริ่มเอาซะเลยกับการฝึกจิตตัว ...


อนุโมทนาบุญครั้งนี้ด้วยนะคะ ไปปฏิบัติธรรม
และก็เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้เราได้ฟังฟันสนุกด้วย
ถือเป็นอะไรที่อ่านแล้วชื่นใจจริงๆ ค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 18 กันยายน 2552 เวลา:9:10:44 น.  

 
สนุกสนานดีค่ะ

ได้สมาธิมาดี ๆก็คืนท่านไปซะแล้ว


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 18 กันยายน 2552 เวลา:13:44:58 น.  

 
แวะมาทักทาย :)

เชิญที่บล็อกตามสะดวกครับ

บางเรื่องอาจตรงใจ บางเรื่องก็คงไม่
ธรรมดา... เพราะเราก็่ต่างเป็น "ใคร" ต่อกัน

หันองศาที่ต้องกันให้ตรง แค่นี้ก็พอคบกันไปได้แล้ว
จะลึกซึ้งสั้ันยาวแค่ไหน ไม่มีใครรู้
แต่สำหรับมิตร... มี ดีกว่า ไม่มี

ปล. ยังไม่ได้อ่านเรืองเลยครับ ไว้จะมาอ่านอีกที เม้นท์อีกหนครับผม


โดย: Mining Old Man วันที่: 18 กันยายน 2552 เวลา:14:10:53 น.  

 
อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ
ขอบคุณสำหรับการถ่ายทอดประสบการณ์ดีๆนะคะ

ยามะขามเกือบสองโล กะ มะขามป้อมครึ่งกระปุกออกฤทธิ์ดีมั้ยคะ


โดย: silly วันที่: 18 กันยายน 2552 เวลา:20:25:19 น.  

 
แวะมาทักทายตอนค่ำๆครับพี่แอม

หมิงหมิงกำลังจะหลับครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 กันยายน 2552 เวลา:20:34:23 น.  

 
หลายๆ คนก็ชวนไปฝึกจิต ปฏิบัติธรรมเช่นนี้ แต่ยังได้แต่ปฏิเสธไปทุกๆ ครั้งล่ะครับ จากที่อ่านและชมภาพไปด้วย น่าจะเป็นสถานที่เหมาะกับการปฏิบัติธรรมจริงๆ และก็ดูอบอุ่นดีด้วยครับ
เรื่องชื่อ อย่าไปสนใจเลยครับ มันแปลงมาจากโค้ด อะไรสักอย่าง ลองแปลงดูเล่นๆ ช่วยให้จำรหัสตัวนั้นง่ายๆ ตั้งแต่เรียนมา พอมาเริ่มทำ blog ไม่รู้จะใช้ชื่ออะไร ก็เลยลองใส่ไปแบบนั้น../ เิิบิร์ท


โดย: ถปรร วันที่: 18 กันยายน 2552 เวลา:22:53:46 น.  

 

Good night ka



โดย: P" Nudee ka (kun_isara ) วันที่: 18 กันยายน 2552 เวลา:23:45:46 น.  

 


โดย: kun_isara วันที่: 18 กันยายน 2552 เวลา:23:46:48 น.  

 
จะเหลือเหรอ silly


กระจัดกระจาย ตัวใครตัวมัน


ไม่อยากเล่า อายเค๊า


หมิงหมิงรีบหลับนะ เอามือปิดหูด้วย



ไปนอนดีก่า ดึกมากแระ


ราตรีสวัสดิ์ค่ะ


แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 18 กันยายน 2552 เวลา:23:59:37 น.  

 
สวัสดีตอนเริ่มหาวครับ....

ผมยังจำบรรยากาศตอนไปปฏิบัติธรรม

ตอนยังเป็นเณรน้อยได้ครับ


ตอนกลางคืนเงียบๆ มันทำให้เราคิดอะไรดีๆได้เยอะมากครับ.

เสียดาย ตอนนี้ไม่ค่อยมีโอกาสแล้วล่ะครับ..

-----------------

บอกตรงๆ..

ผมเกลียดนักการเมืองยุคนี้มากครับ..

ไม่ได้เรื่องดี มีแต่สร้างเรื่องแย่..



น่าเอามือก่ายหน้าผากจริงๆ..



ยินดีที่ได้พบกันครับ..

คุณแอมอร..





โดย: ชายผู้หล่อเหลา..กว่าแย้นิดนึง.. (อสัญแดหวา ) วันที่: 19 กันยายน 2552 เวลา:0:47:24 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่แอม


หมิงหมิงเมื่อคืนเล่นจนถึง 5 ทุ่มครับพี่ หุหุหุ
ยิ่งมายิ่งดึก...









โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 กันยายน 2552 เวลา:5:46:23 น.  

 
มีอาชีพเดียวนะครับ
ที่เวลาบริการเสร็จ
แล้วเราต่อรองไม่ได้ 555

จะบอกหมอว่า
หมอครับ
ผมถอนตั้งสามซี่
ลดราคาให้ผมหน่อยสิครับก็ไมไ่ด้นะครับ 5555







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 กันยายน 2552 เวลา:11:07:18 น.  

 
อนุโมทนาบุญด้วยเจ้า....




บรรยากาศช่างน่าทำดีจริงๆเชียว


โดย: พระ....เอก (Jotivator ) วันที่: 6 ตุลาคม 2552 เวลา:22:58:21 น.  

 
อยากไปจัง เคยไปที่วัดอัมพวันคนเยอะไปหน่อยเลยดูไม่ค่อยสงบเท่าไร แต่ก็เหมาะสำหรับคนที่ไม่สามารถหยุดได้นานๆ จริงๆก็อยากไปที่โกเอ็นก้า
แต่ไม่สามารถหยุดงานได้นานค่ะ เลยอดไปปฎิบัติเลย


โดย: warniie วันที่: 9 ตุลาคม 2552 เวลา:18:17:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
peeamp
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 61 คน [?]




บางที ปลายทางก็ไม่ได้สำคัญมากไปกว่า


.....

สิ่งที่อยู่ระหว่างทาง


..............^^....
และความสุขในปัจจุบัน

ก็เป็นสิ่งที่เราจับต้องได้

....^^.....^^......


โดยไม่ต้องรอคอย

ความสุขของอนาคต



ปูปรุง








New Comments
Friends' blogs
[Add peeamp's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.