ปลาทองครีบหยิก
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Anida : Aqua18
ซาหวัดดีจ้า เพื่อนๆ ที่น่ารักทุกคน เมื่อแวะมาแล้ว คราวหน้าก็แวะมาอีกบ่อยๆ น่ะจ๊ะ เข้ามาแล้วก็ทิ้ง comment ไว้ด้วยน่ะ
New Comments
Group Blog
 
<<
มกราคม 2549
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
12 มกราคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ปลาทองครีบหยิก's blog to your web]
Links
 

 
สองเราและภูกระดึง

เราสองคน (สุทิน&อนิดา) นัดเจอกันที่หมอชิต รถออกเวลา สี่ทุ่ม กับอีกสิบห้านาที นั่งๆ นอนๆ บนรถด้วยอากาศที่โคตระหนาวสั่นมาจนถึงชัยภูมิ บัสโฮสเตส(มั้ง) ก็ทำการไล่ผู้โดยสารลงจากรถ ให้ไปขึ้นรถคนใหม่ (เพราะรถคนเดิมเสีย) เราเลยกระซิบกันว่าที่รถเสียเนี๋ย มันเสียตรงแอร์นี่แหล่ะ เพราะมันหนาวมากๆ จนควบคุมอุณหภูมิไม่ได้ เปลี่ยนรถแล้วเลยดีขึ้น หลับมาจนถึงผานกเค้า (เวลาห้านาฬิกา)

ลงจากรถมาแล้ว รู้สึกได้ถึงความหนาวที่พัดผ่านมาเป็นระยะ มองตากันแล้ว มองหาอุปกรณ์กันหนาวเพิ่มเติมกันดีกว่า ขนาดข้างล่างยังหนาวขนาดนี้ แล้วบนภูจะเหลือรึ ระหว่างรอให้เช้าก็ไปล้างหน้าล้างตากันก่อน จองรถกลับด้วย พอเช้าก็นั่งสองแถวไปที่ทำการอุทยานศรีฐาน จ่ายค่ากางเต็นท์ ค่าขึ้นภู ชั่งน้ำหนักของที่จะจ้างหาบ แล้วก็พร้อมเดินทาง

เริ่มเดินทางขึ้น 7.30 น. ถึงซำแฮก 8.00 น. ไม่เห็นจะเหนื่อยเลยซักนิด (จริงจิ้งงงงงงงงงง) ดูรูปเป็นหลักฐานได้



เดินต่อไปแบบเรื่อยๆ ถ่ายรูปดอกไม้ แวะซื้อไข่ปิ้งกะข้าวเหนียว อร่อยดี จนถึงซำแคร่ซำนี้สุดยอดดดดดดดดดดดด กว่าจะผ่านไปได้ เกลียดบันไดไปอีกนาน

ในที่สุดเราก็ถึงหลังแป (10.50 น.)



เราคือผู้พิชิตภูกระดึง แต่เดี๋ยวก่อน! เรายังเหลือทางเรียบให้เดินอีก สามโลกว่า เพื่อกางเต็นท์พักนอน ทามมายระยะทางเรียบสามโลมันเดินนานจังฟ่ะ! เจอคนผ่านมาก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เกือบแล้วอีกนิดเดียว แต่โชคดีที่อากาศหนาวเลยไม่ค่อยเหนื่อย เดินไปขี้มูกไหลไปเป็นระยะ จมูกแดง แก้มแดง (คนอื่นน่ะ เพราะตัวเองไม่มีให้แดง)



เดินถึงที่ทำการอุทยาน 11.40 น. นั่งตากแดด(เพราะหนาวววว) รอลูกหาบประมาณชั่วโมงนึง จัดการกางเต็นท์ อาบน้ำ แล้วไปเที่ยวกัน ที่แรกนี่เลย ผาหมากดูก ตอนแรกตั้งใจจะไปผาหล่มสักแต่บ่ายมากแล้วกลัวไม่ทันเพราะไกลสุด (9 กม.) ถึงผาหมากดูก 15.20 น. รอดูพระอาทิตย์ตก แต่โชคร้าย มานนนม่ายตกให้เห็น เล่นตัวชะมัด



กลับมาหาข้าวกินแถวที่พักเจอพ่อค้าใจดี ให้น้ำร้อนฟรี ข้าวจานใหญ่มากกินไม่หมด 40 บาท ถือว่าไม่แพงเลย เพราะร้านเจ็กิมข้างล่างจานละ 30 ข้าวติ๊ดเดียว น้ำก็ไม่มีให้ คืนนี้หนาวจัง (5 องศา) กะจานอนเบียดกันซ่ะหน่อย แต่พอเบียดเข้าไปสะดุ้งโหยงเลย! ถุงนอนแต่ละคนเย็นมั้กมากกก คิดถึงไซด้ากับน้องเกดเป็นที่สุด เสื้อหนาวที่ซื้อมา 400 อยากเอาไปคืนมากเลย มันไม่เห็นจะช่วยอะไรได้เลย

วันรุ่งขึ้นยังไม่ไปดูพระอาทิตย์ขึ้น (ยังเมื่อยอยู่) ล้างหน้าล้างตา กินข้าว โปรแกรมวันนี้ ตะลุยน้ำตกกัน เริ่มจากน้ำตกวังกวาง น้ำตกเพ็ญพบใหม่ (ที่แรกที่เห็นเมเปิ้ล ตื่นเต้นเจงเจง ถ่ายรูปกันเป็นการใหญ่) น้ำตกโผนพบ น้ำตกเพ็ญพบ





แล้วก็น้ำตกถ้ำใหญ่ ที่นี่เมเปิ้ลเยอะกว่าที่แรกซ่ะอีก พลาดเลยเรา ถ่ายรูปที่แรกซ่ะเยอะเลย ที่นี่สวยกว่าอีก เสียดายน้ำตกแต่ละที่น้ำน้อยไปหน่อย แต่ถ้ามาตอนน้ำเยอะก็ไม่เห็นใบเมเปิ้ลแดงๆ อย่างงี้



ชักรูปสักพักก็ไปต่อ เป้าหมายสุดท้ายวันนี้คือผาหล่มสัก เดินไปเรื่อยๆ ผ่านลานกินรีและสระอโนดาต พยายามหาพระสุธน (เราจะได้แปลงเป็นมโนราห์ ฮิฮิฮิ.......) พักเที่ยงกันที่น้ำตกถ้ำสอเหนือ



มีหนุ่มน้อยกลุ่มนึงมาบ่นหิวข้างๆ ขณะเรากะลังกิน แต่หิวต่อไปเถอะน้องเสบียงพี่มีจำกัด กินเสร็จไปต่อถึงหล่มสัก 14.10 น. วันนี้แดดร้อน หน้าตึงมากยิ้มทีกาบินว่อนเลย สุทินอ่อยช้าง กวาง เก้ง แถวนี้ เธอทำหมวกหล่นต้องเดินกลับไปหา แต่เดินไปไม่ทันถึงไหนก็เจอคุณลุงที่เดินตามมาข้างหลัง เก็บมาให้ ก็อยู่รอจนอาทิตย์ตก ถ่ายรูปที่นี่เยอะมาก





ออกเดินทางกลับประมาณ 18.00 น. ระหว่างเดินกลับก็โทรหาเพื่อนๆ ที่ร้ากกกกกกกกไปด้วย ดูดาวไปด้วย ทำโคมไฟกระป๋องน้ำไปด้วย (เพราะไฟฉายแสงริบหรี่ลงทุกที) ถึงที่พักประมาณสองทุ่ม

วันที่ 3 ไปดูอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น แหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ตีห้า (ถึงนอนไปก็ไม่หลับหรอกหนาวซ้า) ไปรอนานพอสมควร หนาวด้วย หามุมรอถ่ายรูปกันใหญ่ วันนี้คนเยอะหน่อย แล้วคุณเธอก็ค่อยๆ โผล่ขึ้นมา แย่งกันถ่ายรูปอุตลุด



กลับจากผานกแอ่นแวะไหว้พระที่ลานพระแก้ว แล้วกลับมาที่พักกินข้าว ไปไหว้พระที่ลานองค์พระ เลยไปน้ำตกธารสวรรค์



เดินตามลำน้ำมาพบ “น้ำตกอนิดาพบ” ตั้งชื่อโดยสุทิน อยู่ระหว่างน้ำตกถ้ำใหญ่กับธารสวรรค์ แล้วไปต่อกันที่สระแก้ว ไปผานาน้อย ผาเหยียบเมฆ ผาจำศีล ผาหมากดูก กลับที่พัก (คืนนี้อุ่นขึ้นมาหน่อย) นอนฟังเสียงช้าง กวาง หมา ไปตลอดคืน ต้องพักเอาแรงเยอะๆ พรุ่งนี้ลงกลับ อาจต้องแบกสัมภาระเอง



บรรยากาศทุ่งหญ้า ป่าสนและคนเหงา



ตื่นแต่เช้า เก็บของอย่างรวดเร็ว รีบไปหาลูกหาบ ออกเดินทาง 7.30 น. ฤกษ์ดีเหมียนเดิม ใช้เวลาเดินทางมาถึงหลังแปแค่ครึ่งชั่วโมง (ทำเวลาได้ดีมาก) แต่พอพ้นซำแคร่มา เริ่มแย่ปวดเข่าขึ้นเรื่อยๆ สงสัยแรงกระแทกเยอะไปหน่อย ถึงที่ทำการศรีฐานเที่ยงพอดี กลับมากินข้าวมื้อแรกที่ผานกเค้า รอขึ้นรถกลับกทม. มาถึงสามทุ่มครึ่งพอดี



Create Date : 12 มกราคม 2549
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2551 14:22:49 น. 13 comments
Counter : 569 Pageviews.

 
น่าอิจฉาจังเยย เห็นภาพแล้วอยากไปมักมากเยย แต่ทำไงได้งานมันท่วมหัว ขืนไปกลับมาโดนแขนวคอแน่ คงสนุกกันน่าดูเลยเนาะ เสียงได้ถ้าทีมนี้ไปกันครบแก๊ง หนุ่มๆแถวภูคงตกอยู่ในอันตรายครั้งใหญ่หลวง 555555! อิจฉา....อะ ได้ไปกะคนฉวยด้วย ไปเที่ยวที่ไหนอย่าลืมเอารูปมาลงให้เพื่อนๆดูบ่อยๆนะ ถึงตัวไม่ได้ไปแต่ก็รู้สึกประทับใจได้จากรูปภาพเหล่านี้ แล้วเจอกันเพื่อนๆ


โดย: มีโม่ IP: 61.47.110.119 วันที่: 13 มกราคม 2549 เวลา:15:39:22 น.  

 
เห็นภาพแล้วอยากไปเลยครับ


โดย: L-twin วันที่: 13 มกราคม 2549 เวลา:22:24:12 น.  

 
ต้องรีบไปซ่ะก่อนที่เค้าจาสร้างกระเช้าน้า ไม่งั้นเสียดายแย่ ขอบอก


โดย: ปลาทองครีบหยิก วันที่: 14 มกราคม 2549 เวลา:16:24:01 น.  

 
สวัสดี
จากการไปเที่ยวมาประทับใจมาก
หากใครอยากไปเที่ยวโทรบอกด้วยนะ
ยังพร้อมจะไปอีกได้เสมอหากร่างกายยังไหว
อย่าเพิ่งให้มีกระเช้าเลยนะ
เราไปมาแล้วรู้สึกว่าการได้เดินขึ้นประทับใจสุดๆ


โดย: tintin IP: 203.170.140.42 วันที่: 16 มกราคม 2549 เวลา:16:58:27 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะ...
อยากไปเที่ยวบ้างจัง...


โดย: brim IP: 203.170.234.8 วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:15:23:24 น.  

 
รูปนำตกบางรูป เค่าไม่น่าจะเรียกนำตก นาจะเรียกว่า เยีวยเด็ก หรือ ลำธาลตก


โดย: นายแห้ง IP: 61.7.141.172 วันที่: 20 มกราคม 2549 เวลา:17:09:14 น.  

 
วันนี้ฤกษ์ดีเพราะกิ่งกลับบ้านแล้วขอแม่มาเล่นเน็ต เลยได้อานิสสงฆ์อออกมาด้วยจ้า เย้ยยยยย ภาพสวยจังแต่ยังไม่สวยที่สุดต้องมีเราไปด้วยภาพถึงจะเต็มๆ แล้วก็ไม่หนาว&เหงานะจะ คิดถึงทุกคนมากๆเลย ตอนนี้ใกล้ตรุษจีนแล้วเราต้องเก็บเนื้อเก็บตัวให้ดีๆไม่อย่างนั้นพวกสูเจ้าอาจไม่ได้เห็นเราอีกต่อไป เพราะต้องไปตั้งอยู่บนโต๊ะที่บ้านใหนบ้างก็ไม่รู้ ปีนี้หยุดวันศุกร์-อาทิตย์ ใครว่างๆก็มาช่วยทำขนมเข่งให้เพื่อนไปขายเป็นทุนแด่น้องน้อยผู้หิวโหยนะจะสาวๆทั้งหลาย บ๊ายบายก่อนนะได้ยินเสียงรถจับของไหว้มาแล้วจ้า


โดย: ลูกหมูตัวกลม IP: 202.176.106.83 วันที่: 21 มกราคม 2549 เวลา:21:47:59 น.  

 
นายแห้งมางัยเนี่ยยยยยย ที่น้ำตกมันเป็นเยี่ยวเด็ก เพราะว่ามันเป็นหน้าหนาวเฟ้ย! น้ำเลยน้อย ลองดูในโปสการ์ดตอนหน้าฝนดิ ถึงจาเป็นเยี่ยวผู้ใหญ่ ฮาฮาฮาฮา ที่แอบเข้ามาเนี่ยเพราะคิดถึงเรากะสุทินใช่ป่ะ


โดย: อนิดา IP: 61.19.52.38 วันที่: 23 มกราคม 2549 เวลา:15:23:53 น.  

 
สวัสดีค่ะ แวะมาทักทาย อิอิ จิงๆๆ เราก็เพิ่งไปภูกระดึงเหมือนกันอ่ะ ไปตอนธันวาที่ผ่านมา แต่ไปช่วงเทศกาล คนเลยเปนแสนเลยอ่ะ ได้รูปไม่ค่อยสวยเหมือนคุณลูกปลาเลยอ่ะ อากาศตอนนั้นก็ไม่หนาวเท่าไหร่ด้วย แต่เราก็นอนเพลิน เลยอดไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่นเลยอ่ะ อิอิ


โดย: Puppy_dog วันที่: 30 มกราคม 2549 เวลา:18:57:40 น.  

 
กี่องศาครับ


โดย: o_and_pum (o_and_pum ) วันที่: 31 มกราคม 2549 เวลา:12:49:19 น.  

 
ไว้ไปใหม่คราวหน้าน่ะคุณ Puppy dog

o and pum
อุณหภูมิต่ำสุด 5 องศา ค่า


โดย: ปลาทองครีบหยิก วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:13:46:13 น.  

 
อืมเห็นแล้วอยากไปเลยครับ ถ้ามีการสร้างกระเช้าเสน่ห์หดหายไปหมดแน่ๆ


โดย: นายเบียร์ วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:11:38:31 น.  

 
วิวสวยดีจังเลยค่ะ น่าไปจัง

ส่วน macro นี่มือใหม่เหมือนกันค่ะ แหะๆๆ ไม่รู้จะแนะนำอะไร
ที่ลองๆมาก็พยายามให้รูปมีฉากด้านหลังที่ไม่รกมากนักค่ะ
แล้วถ้าซูมเต็มที่แล้วมันไม่ชัดก็ขยับตัวเองถอยหลังมาจนจุดที่โฟกัสไว้มันชัดน่ะค่ะ
ส่วนที่เห็นรายละเอียดมากนี่ได้อุปกรณ์เสริมค่ะ
กับบางทีก็ ใช้ photoshop crop มาเฉพาะส่วนก็มีบ้างค่ะ

ยังปรับพวกค่ะ F ค่าความเร็วชัตเตอร์ไม่เป็นเลยค่ะ แหะๆ ยังมือใหม่เหมือนกัน มือมั่วซะด้วยสิ

ปล. อยากไปสงขลาจัง เคยไปเมื่อนานมาแล้วววว น้องที่รู้จักกันก็เรียน มอ. น้องเค้าบอกว่าสวยมาก ฟังจนอยากไปเที่ยวเลยหล่ะเนี่ย


โดย: จริง วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:12:15:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.