Group Blog
 
 
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
14 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
The Good, the Bad, and the Ugly (1966) …หนังคาวบอยที่ดีที่สุดตลอดกาล



เนื้อเรื่องของหนังดำเนินเรื่องราวอยู่ในช่วงสงครามกลางเมืองอเมริกา ว่าด้วยเรื่องราวของขุมทอง...และชายสามคนที่ต้องการมัน

คนหนึ่งเป็น“ไอ้เก่ง (The Good)” บุรุษนิรนามผู้มีฝีมือยิงปืนแม่นราวจับวาง (Clint Eastwood)

อีกคนหนึ่งเป็น“ไอ้เลว (The Bad)” นายทหารยศสูงผู้มีอีกโฉมหน้าหนึ่งเป็นมือปืนรับจ้างผู้หวังจะฮุบทองคำทั้งหมดเอาไว้คนเดียว (Lee Van Cleef)

และอีกคนหนึ่งเป็น“ไอ้อัปลักษณ์ (The Ugly)” โจรกระจอกผู้ไม่ยอมให้อะไรมาขวางทางระหว่างตัวเองกับขุมทองทั้งนั้น (Eli Wallach)

สุดท้ายแล้ว ใครจะได้ความมั่งคั่งนี้ไปครอบครองกันแน่? โปรดติดตามต่อได้ใน The Good, the Bad, and the Ugly …



The Good, the Bad, and the Ugly คือหนังปิดท้ายไตรภาค The Dollars Trilogy ไตรภาคหนังคาวบอยสปาเก็ตตี้ (Spaghetti Western เป็นคำที่ใช้เรียกหนังคาวบอยที่อำนวยการสร้างและกำกับโดยชาวอีตาลี) ของผกก. Sergio Leone (ต่อจากนี้ผมขอเรียกชื่อหนังเรื่องนี้สั้นๆว่า GB&U)

GB&U เป็นหนังที่ได้รับการยอมรับ(โดยคนดูส่วนใหญ่)ให้เป็นหนังภาคที่ดีที่สุดในไตรภาค และได้รับการยกย่อง(โดยคนดูส่วนใหญ่)ให้เป็นหนังคาวบอยสปาเก็ตตี้ที่ดีที่สุดตลอดกาล(สูสีกับงานมาสเตอร์พีซอีกเรื่องของผกก. Leone เองอย่าง Once Upon a Time in the West)

และได้รับการยกย่องขึ้นไปอีก(โดยคนดูส่วนใหญ่)ให้เป็นหนังคาวบอยที่ดีที่สุดตลอดกาล(คราวนี้นอกจากจะสูสีกับ Once Upon a Time in the West แล้ว ยังต้องสูสีกับทั้ง The Searcher, High Noon,หรือแม้กระทั่งหนังที่กำกับโดยตัว Eastwood เองอย่าง Unforgiven)

แต่สำหรับผมนะ...ครับ GB&U คือหนังคาวบอยที่ดีที่สุดตลอดกาลอย่างไม่ต้องสงสัย(ขนาดเฮีย Quentin Tarantino ยังยกให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังสุดโปรดอันดับหนึ่งในใจพร้อมกับให้เหตุผลว่า“เพราะหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างมาในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์”)



นักแสดงนำทั้งสามคนในหนังเรื่องนี้ต่างรีดความ“แมน”ในตัวมาแข่งกันแบบเต็มที่ ทั้ง Clint Eastwood ผู้กลับมารับบทบุรุษนิรนาม (The Man With No Name) บทบาทที่เปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของเขาจากคาวบอยคนซื่อในซีรี่ส์ทางโทรทัศน์ Rawhide ไปเป็นคาวบอยขรึมเท่(และเจ้าเล่ห์)เป็นครั้งที่สามและเป็นครั้งสุดท้าย

(หลังจากนั้น แม้จะเคารพซึ่งกันและกันมากขนาดไหน แต่คู่ผกก.-นักแสดงคู่บุญคู่นี้ (Leone กับ Eastwood) ก็ไม่ได้กลับมาร่วมงานด้วยกันอีกเลย...)

การแสดงของปู่ Clint ใน GB&U ก็ไม่ต่างอะไรไปจากการแสดงของปู่แกในหนังสองภาคก่อน...หรือหนังเรื่องอื่นๆของปู่แก(ไม่ว่าจะหมายถึงหนังคาวบอยหรือหนังชุดมือปราบปืนโหดก็ตาม)

ถ้าเป็นกับนักแสดงสมัยนี้ การแอ็คติ้งแบบนี้คงโดนหาว่า“เล่นแข็ง”ไม่ก็“ขี้เก๊ก” แต่ถ้าเป็นกับปู่ Clint ผู้ที่เราเคารพรัก…มันคือเสน่ห์อันไม่เคยจางหาย,



Lee Van Cleef ในบท Sentenza หรือฉายาในฐานะมือปืนรับจ้างว่า Angle Eyes ...ปู่ Van Cleef กลับมาแสดงในหนังไตรภาคนี้เป็นครั้งที่สอง(ครั้งแรกคือในหนังภาคสอง For a Few Dollars More) การแสดงของปู่ Van Cleef นั้นเข้าข่าย“ตัวร้ายสูตรสำเร็จ”คือ“ร้ายได้ ร้ายดี ไม่ต้องมีเหตุผล”ตามฟอร์มตัวร้ายยุคโบราณ

แต่สิ่งที่น่าชื่นชมก็คือ...การที่ปู่ Van Cleef สามารถสลัดคราบผู้พันคนดีในหนังภาคก่อน (For a Few Dollars More) มารับบทเป็นตัวร้ายในหนังภาคนี้ได้อย่างสนิทใจ ไม่เหลือเค้าความเป็นคนดีจากภาคก่อนเลยแม้แต่นิดเดียว...ไม่ชื่นชมก็คงจะไม่ได้,



Eli Wallach ในบท Tuco โจรกระจอกอัปลักษณ์ ตัวขโมยซีนประจำเรื่อง...จากนักแสดงนำชายทั้งสามคนในหนังเรื่องนี้ ปู่ Wallach คือคนที่ผมชอบมากที่สุด

นี่เป็นครั้งแรกที่ปู่ Wallach ได้มาแสดงในไตรภาคหนังคาวบอยชุดนี้ แต่ปู่แกกลับสามารถกลบคนที่อยู่(เล่น)มาก่อนอย่างปู่ Clint กับปู่ Van Cleef เสียมิดด้วยลีลายียวนกวนบาทา บางครั้งก็น่าสงสาร น่าเอาใจช่วย...แต่หลายๆครั้ง(มัน)ก็น่าเอาปืนยิงไส้กระจุย

น่าเสียดายแทนเป็นอย่างยิ่งที่ในปีนั้น ออสการ์ไม่แม้แต่จะเหลียวแลการแสดงปู่ Wallach ในหนังเรื่องนี้(ความจริงก็คือ...ออสการ์ไม่มีหนังเรื่องนี้อยู่ในสายตาตั้งแรกแล้ว) เพราะในสายตาของผม การแสดงใน GB&U คู่ควรแก่การวินออสการ์ให้ปู่ Wallach เป็นอย่างยิ่ง

(ผมจึงดีใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่าปีหน้าออสการ์จะมอบรางวัลทรงเกียรติ์ (Honorary Award) ให้ปู่ Wallach …ที่แท้ปู่แกอายุยืนขนาดนี้ก็เพื่อรอวันนี้นี่เอง)



ด้วยความที่ GB&U เป็นหนังภาคที่มีทุนสร้างหนาที่สุดจากทั้งสามภาค (A Fistful of Dollars – 200,000 เหรียญ, For a Few Dollars More – 600,000 เหรียญ, GB&U – 1,500,000 เหรียญ) ผกก. Leone จึงสามารถเนรมิตอเมริกาภาคตะวักตกระหว่างเกิดสงครามกลางเมืองขึ้นมาได้อย่างยิ่งใหญ่สมจริง รวมถึงฉากการรบระหว่างฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้ที่เป็นหนึ่งในฉากไคลแม็กซ์ของเรื่อง(ที่ใช้คำว่า“หนึ่งใน”เพราะหนังเรื่องนี้มีฉากไคลแม็กซ์มากกว่าหนึ่งฉาก)

ฉะนั้นจะว่าไปแล้ว นอกจาก GB&U จะเป็นหนังคาวบอย(ก็แน่ละ) หนังเรื่องนี้ยังเป็นหนังที่แฝงประเด็นการต่อต้านสงคราม (Anti-war) ด้วยเช่นกัน เช่นในฉากที่ Angel Eyes ยืนมองซากปรักหักพังของป้อมทหารโดยมีเพลงธีมของ Ennio Morricone คลอไปด้วย

หรือฉากที่บุรุษนิรนามพูดกับ Tuco ขณะดูการรบพุ่งของฝ่ายเหนือ-ฝ่ายใต้เพื่อแย่งชิงสะพานเล็กๆสะพานหนึ่งที่พวกทหารชั้นผู้ใหญ่เห็นว่าเป็นจุดยุทธการสำคัญว่า“ไม่เคยเห็นมีคนเอาชีวิตมาทิ้งได้ไร้ค่าเท่าครั้งนี้มาก่อนเลย”เป็นต้น

ชวนให้ผมตั้งคำถามกับตัวเองขึ้นมาเล็กน้อยว่า หรือว่าหนังเรื่องนี้ผกก. Leone ก็ได้นำเอาหลักการมนุษยนิยมตามแบบในหนังซามูไรของ Akira Kurosawa มาใช้อีกครั้ง? (เพราะผกก. Leone เองนั้นได้รับแรงบันดาลใจในการทำหนังภาคแรก A Fistful of Dollars มาจาก Yojimbo หนึ่งในหนังซามูไรชื่อดังของ Kurosawa)



ตามธรรมเนียมของหนังคาวบอยส่วนใหญ่ ฉากไคลแม็กซ์ของเรื่องมักจะมีเพียงฉากเดียวเท่านั้นคือฉากที่พระเอกดวลปืนกับผู้ร้ายตอนท้ายเรื่อง...แต่ GB&U กลับเลือกที่จะแหกธรรมเนียมนั้น(รวมถึงธรรมเนียมของหนังส่วนใหญ่ที่ว่า“ฉากดีๆต้องเก็บเอาไว้ท้ายๆ”)ด้วยการใส่ฉากสำคัญๆเข้ามาเรื่อยๆ ตั้งแต่ฉากดวลปืนในเมืองตอนกลางเรื่องยันฉากดวลปืนแบบสามต่อสามกลางสุสานตอนท้ายเรื่อง

ฉากเด็ดๆเหล่านี้จะฝังเข้าไปอยู่ในความทรงจำของคนดูหลังดูจบโดยอัตโนมัติ เชื่อได้เลยว่าใครที่เคยดูหนังเรื่องนี้มาก่อนจะต้องมีสักฉากในหนังเรื่องนี้ที่ติดตาตรึงใจเป็นแน่

สำหรับผม...ฉากที่ติดตาตรึงใจผมมากที่สุดคือฉากที่บุรุษนิรนามจุดซิการ์ให้นายทหารที่ใกล้ตายคนหนึ่งได้สูบ...เป็นฉากที่ออร่าความแมนโคตรและโคตรแมนของปู่ Clint ฟุ้งกระจายมากที่สุด และแสดงพัฒนาการ(Character development) ของตัวละครบุรุษนิรนามที่ตอนต้นเรื่องเป็นแค่มือปืนเห็นแก่ได้ธรรมดาไปเป็นชายคนหนึ่งที่เริ่มมีมโนธรรมในใจ

เพลงประกอบของ Ennio Morricone ก็มาพีคสุดๆสำหรับผมในฉากนี้ ชวนบีบน้ำตาลูกผู้ชายมากๆ...เป๊ะจริง อะไรจริง



สรุป...สมบูรณ์แบบในแทบทุกทาง คอหนังคาวบอยห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง




9.0/10


ป.ล. หนังเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องดูสองภาคแรกมาก่อนก็ดูรู้เรื่องได้นะครับ(เพราะนอกจากมีผกก. Leone กำกับกับมีปู่ Eastwood แสดงนำเหมือนกันแล้ว เนื้อเรื่องของหนังก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใดครับ)


Create Date : 14 กันยายน 2553
Last Update : 15 กันยายน 2553 2:10:34 น. 6 comments
Counter : 6125 Pageviews.

 
ผมเริ่มเป็นแฟนหนังปู่คลิ้นต์ตั้งแต่ Unforgiven ปลื้มปู่มากครับ


โดย: Nanatakara วันที่: 16 กันยายน 2553 เวลา:3:27:41 น.  

 
^
^
^
งั้นห้ามพลาด The Good, the Bad, and the Ugly เป็นอันขาดเลยครับ ขอย้ำ...ห้ามพลาด!!!


โดย: Apple101 วันที่: 16 กันยายน 2553 เวลา:11:31:12 น.  

 
ลุงก็ดูหลายรอบโดยไม่เบื่อเพราะมีฉากไคลแม๊คซ์ซึ่งดูแล้วทำให้คิดว่าตอนจบจะลงเอยอย่างไร? จาก ลุงหมึก(ผู้ชอบหนังคาวบอย)


โดย: lung.mouk@hotmail.com IP: 124.121.239.94 วันที่: 8 ตุลาคม 2553 เวลา:21:01:12 น.  

 
หนังเรื่องนี้..สมบูรณ์แบบจริงๆ ครับพี่น้อง
แค่เพลงประกอบของ ennio.. ก็กินขาดแล้ว มุมกล้อง..แบบ close up เท่ห์ๆ....ผู้กำกับ sergio leone
นักแสดง..ที่ลงตัว สุดๆ ...ทุกตัวละคร
มีมุขกวนๆ แทรก ตลอดเรื่อง...อีกร้อยปีข้างหน้า
จะมีใครทำได้แบบนี้หรือเปล่า ก็ยังไม่รู้..


โดย: little..frog IP: 223.207.99.91 วันที่: 28 มกราคม 2554 เวลา:23:42:19 น.  

 
can'not load


โดย: sab IP: 125.26.164.55 วันที่: 13 สิงหาคม 2556 เวลา:15:09:03 น.  

 
ทำอย่างไรถึงดูได้


โดย: sab IP: 125.26.164.55 วันที่: 13 สิงหาคม 2556 เวลา:15:11:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Apple101
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




เอาบทความที่เคยเขียน(และแชร์)ลงกระทู้มาลง(และแชร์ต่อใน)บล็อก...
Friends' blogs
[Add Apple101's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.