ขยันทำงาน...ดูแลครอบครัวให้ดี....มีความสุขทุกวัน..พอเพียงแล้วคะ
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
14 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 
แอบนินทาเจ้าของร้านอาหารไทย...

วันนี้ว่าง ๆ อยากเขียนคะ...

.........อยู่เมืองไทย เรามันผู้หญิงทำงาน บางวันทานข้าวมื้อเดียว อาการโรคกระเพาะ มาเป็นระยะ ๆ ...ชักไม่ไหวก็หาซื้อขนมปังมีไส้ ติดไว้ในรถทุกวัน บางทีลืมทาน มันหมดอายุก็มี ..ดูสิ ..เป็นคนทำงานขนาดไหน...งานวิทยุที่ทำในเมืองไทย มันไม่เป็นเวลา จัดรายการเสร็จ ว่าจะไปทานข้าว อ้าว..ลูกค้าเรียกไปคุยเรื่องสปอตอีก...ก็ต้องรีบไป เพราะเค้าเป็นคนจ่ายตังค์นี่นา...เอาเงินไว้ก่อน งกพอควร...หุ่นดิฉันก็จะแกร็น ๆ ผอมก็ไม่ใช่ อวบก็ไม่เชิง..แบบว่าพุงป่อง 555 .เหมือนร่างกายขาดสารอาหารทำนองนั้นเลย...ซื้ออาหารเสริมหลายชนิด ที่ว่าดีนักดีหนา แต่ก็ลืมทานบ้างเป็นบางวันอีกแล้ว ..เฮ่อ.. (แต่ ตอนนี้น้ำหนักขึ้นมา 5 กิโลละมั้ง )

........พอแต่งงาน ย้ายมาอยู่ที่นี่...ชีวิตมันเปลี่ยนไปเลยนะ ...แทบจะหน้ามือเป็นหลังมือเชียวละ วัน ๆ นอกจากทำงานบ้านเสร็จ ก็ไม่มีอะไรทำ สมองมันกลวง ๆ ชอบกล....มาถึงเดือนแรก สามีกลัวเราจะบ่นอยากกลับเมืองไทย เพราะแอบร้องไห้ตอนกลางคืนอยู่หลายครั้ง คิดถึงทุกอย่างที่เมืองไทย..ทำไมน้อ ฉันต้องดั้นด้นมาอยู่ที่นี่ คิดผิดหรือเปล่าว้า...เลยอยากให้รู้จักคนไทย จะได้คุยกันบ้างและมีเพื่อน แล้วจะไปหาที่ไหนเนี่ย...สามีก็นึกถึงร้านอาหารไทยสิ..เพราะมันต้องมีคนไทยใช่ไหม.............
สามีน่ารัก จริง ๆ ......

.......สามีก็พาไปทานอาหารที่ร้านไทยใกล้ ๆ บ้านแค่ขับรถ 5 นาทีก็ถึง...ทานไปคุยก็กับสาวไทยที่เสริฟอาหารอยู่..น้องเค้าก็ถามว่า พี่เหงาไหม อยู่บ้านเฉย ๆ จะเบื่อเอานะ..มาทำงานที่นี่ไหมละ เพราะเจ้าของร้าน (ผู้ชายอังกฤษ) อยากได้คนทำงานเพิ่ม ถ้ายิ่งเป็นคนไทย ยิ่งดีเลย..เคยมีสาวฝรั่งมาทำงานเสริฟที่นี่ แต่หล่อนไม่ค่อยขยัน พอเลิกงาน ห้าทุ่มตรง หล่อนเปลี่ยนชุดกลับบ้านเลย ไม่ยอมช่วยเคลียโต๊ะ..นิสัยฝรั่งไงละ ตรงเวลามาก ...ไม่มีทำงานแถมให้ว่างั้นเถอะ...ทุกคนเลยไม่ค่อยชอบ...ถ้ามีคนใหม่มาทำ ก็จะไม่เรียกเด็กคนนั้นมาทำงานอีก..............

........เราก็ถามสามีว่า เอาไงดี...สามีบอกตามใจเธอนะ เธอจะได้มีเพื่อนคนไทย..ได้คุยกันไงละ (สามีกระซิบว่า..มาแอบหาข้อมูลเพื่อร้านของเรา อิอิ) ...พออีก 2 สัปดาห์หลังจากนั้น....เจ้าของร้านก็โทรติดต่อ ให้มาสัมภาษณ์...ถามโน่นนี่ นานประมาณ 30 นาที...งานที่ทำคือ เสริฟ /รับลูกค้า /เทคออร์เดอร์ /ทำเครื่องดื่มในบาร์ /คิดเงินลูกค้า /คุยกับลูกค้าได้บ้างถ้าเค้าอยากรู้เรื่องอาหารไทยหรือประเทศไทย (ข้อนี้เป็นธรรมชาติของสาวไทยอย่างเรา ที่อยากโปรโมทอยู่แล้ว) ..ทำงานด้านนอกแบบเหมาหมดว่างั้นเถอะ..เราจะทำแค่เสาร์-อาทิตย์ หรือวันที่พนักงานขาด สามีไม่อยากให้ทำทุกวันเพราะไม่มีเวลาให้กันและกันไงละ....(มันดีนะ ทำให้เราทำงานเป็นมากขึ้น) นายคนนี้เค้าบอกว่า ว้าวว...ฉันเปิดร้านมา 3 ปี กว่า ๆ แล้วยังไม่เคยมีพนักงาน ความรู้สูงถึงระดับ ปริญญาโทมาทำงานด้วยเลย..เธอเป็นคนแรก ..เฮ่อ ๆ ...มันชมหรือสมน้ำหน้าเราว่ะ...

........แต่เค้าไม่รู้หร็อกว่า นอกจากฉันจะได้ เพื่อนคนไทย ...ได้เงินช็อปปิ้ง ...ได้กินอาหารไทยรสชาดถูกปากแล้ว...ฉันยังแอบครูพักลักจำ กับการบริหารร้านของนายไปด้วย...(การบริหารของร้านนี้ไม่ค่อยน่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างสักเท่าไหร่ ) .... หัวเราะทีหลังดังกว่าอีก.เฮ่อ ๆ ๆๆ....

........เจ้าของร้านคนนี้ เป็นหนุ่มโสด โสดมานานมาก อายุ 45 ปี..คนอังกฤษแท้ ๆ ไปเมืองไทยทุกปี บางที่ไปปีละ 2-3 ครั้ง เค้าบอกว่า ชอบสาวไทยมาก แต่ไม่ยักกะมีสาวไทยคนไหนอยากเป็นแฟนด้วย...แต่สาวไทยที่จะเป็นแฟนเค้าต้องไฮโซนะ..ความรู้ดี สวย เพอร์เฟค...คงรออีกหลายชาติกว่าจะเจอ ( เพื่อนคนไทยในร้านแอบนินทาเอา ).....ช่างเค้าเถอะเพราะมันเรื่องส่วนตัวเนอะ...คนไม่มีวาสนามั้ง...นายคนนี้ชอบดูถูกผู้หญิงไทยพอๆ กับคนอื่น...ตอนที่คุยกับสามีเรา ยังแอบนินทาผู้หญิงไทยให้สามีเราฟังเลย มันบอกว่า ผู้หญิงไทยเห็นฝรั่งแล้วตาโต..เอาเงินฟาดหัวไม่เท่าไหร่ ก็บริการเราเต็มที่ ....ดีนะ...สามีไม่ใช่นักเลง ไม่งั้นโดนชกปากแตกไปแล้ว ...นิสัยนายคนนี้ชอบดูถูกคนมาก ๆ ยิ่งคนไทยด้วย จะว่าเค้าหมด แต่ลืมดูตัวเอง...จนหลายคนในร้านไม่อยากทำงานที่นี่กันแล้ว...แปลกคนนะ เพราะนิสัยแบบนี้ไง ไม่เห็นมีเพื่อนมาหาเลย..คงไม่มีใครคบด้วย.....ไม่รู้มีปมด้อยอะไรรึเปล่า..

........การบริหารร้านของนายคนนี้...มักจะประเภท ตามใจฉันซะมากกว่า เช่นเรื่องในครัว...เชฟ หรือพ่อครัว คือผู้ที่รู้ทุกอย่างว่าต้องซื้ออะไรเพิ่ม หรือของชนิดไหนที่เหมาะกับอาหาร แต่ละประเภทต่าง ๆกันไป ....เชฟบอกอะไรไป นายคนนี้ก็จะดื้อดึง ไม่ค่อยเชื่อ ให้ซื้ออย่างหนึ่ง ดันไปซื้ออีกอย่าง...จนของมาค้างในสต็อกเต็มไปหมด คือไม่ได้ใช้เลย เสียเงินเปล่า ๆ เวลาใครบอกหรือแนะนำอะไรไป ก็จะหน้างอ ไม่สนใจ ...เออ คนแบบนี้ก็มี....ยิ่งอาหารไทยทุกชนิดในเมนู..ไม่เคยคิดที่จะลองทำหรือสนใจว่ามันมีส่วนผสมอะไรบ้าง หรือวิธีทำแบบไหน.........เปิดร้านมา 3 ปีกว่า ไม่เคยที่จะหัดทำอาหารไทยดูบ้าง (คนเป็นเจ้าของร้าน มันต้องรู้เรื่องอาหารไทยสิ ) ...เวลาลูกค้าถามจะได้ตอบถูก ...แต่นี่เวลาลูกค้ามีปัญหา ให้แต่พวกเราไปคุยตลอด ....ตัวเองเดินขึ้นห้องชั้นบนไปซะงั้น..แปลก.......หน้าไม่ค่อยรับแขก ต้องรอให้ลูกค้าทักก่อนถึงจะคุยด้วย แต่นิดเดียวนะ....(ไม่น่ามาทำธุรกิจงานบริการเลยนะเนี่ย....)

.......เคยมีลูกค้ากลุ่มหนึ่ง..เป็นหนุ่มสาวอายุประมาณ 30 ปี มาถึงก็สั่งไวน์บ้าง เบียร์ไทยบ้าง...ดื่มรออาหารมาเสริฟ ...วันนั้นเป็นวันเสาร์ ต้องจัดโต๊ะให้ลูกค้า 3 รอบ มีรอบ 18.00/19.30/21.30 ...เวลาลูกค้าโทรมาจองต้องให้เลือกว่าจะมาเวลาไหน..แล้วควรจะออกจากร้านเวลาไหน...(แกมบังคับ) ...ลูกค้าก็โอเคมาตรงเวลา ออกตรงเวลาเปะ ชอบคนที่นี่นะ เรื่องเวลาสำคัญเชียวละ...พอดีว่า วันนั้นงานในครัว มันวุ่นวายมาก..เด็กที่มาทำสตาทเตอร์ อายุแค่ 16ปี (เด็กฝรั่ง)....ความคล่องตัว หรือความชำนาญยังไม่ดีพอ..แต่หาคนทำงานไม่ได้ไงละ ...ออร์เดอร์อยู่เต็มหน้า แต่ งง...ทำทีละอย่าง ทีละจาน ..มันเลยช้า พอของออกช้า อาหารหลัก..ก็ช้าตาม...ลูกค้าก็ดื่มซะจนจะเมา คุยกันเสียงดังพรึบ ๆ หนวกหูมาก พวกเราที่ทำงานด้านนอกก็ได้แต่เดินไปบอกลูกค้า เป็นระยะ ๆ ต้องตะโกนคุยกันเพราะไม่ได้ยินอีกต่างหาก โกลาหลมาก......

......... อันที่จริงร้านก็ไม่ใหญ่แค่ 5-60 ที่นั่งเอง พนักงานก็ไม่มากนะ ..คือดูแลทั่วถึง ก็ไม่ต้องใช้คนมาก...เดิน 2-3 ก้าวก็ถึงในครัว...ลูกค้าเริ่มเมา และเริ่มไม่พอใจหลายโต๊ะ พอดีว่าโต๊ะที่ว่านั้น มันคงชอบกวนทีนเป็นหลัก..บอกให้เรียก เจ้าของร้านมานั่งคุยเลย...นายคนนี้ก็ช่วยคิดเงินอยู่...เดินมานั่งคุยสักพัก ก็คงขอโทษที่ช้า.... หรือพูดไงก็ไม่รู้นะ อาจพูดไม่เป็น และไม่รู้แก้ปัญหายังไง ดันไปลดราคาในบิลให้ตั้ง 70 ปอนด์มั้ง...เงินตั้งแยะ เรายังคุยกันว่า น่าจะให้ไวน์หรือเบียร์ ฟรี ๆ ไปเลย ให้พวกมันเมาไม่รู้เรื่องไปเลยจะดีกว่าอีก เพราะไม่กี่ตังค์เอง...แต่พวกนั้นมันก็กินจนหมดจานนะเออ.......แทบจะกินอาหารฟรีเลยละ...และลดอีกหลายโต๊ะ ..(เพิ่งรู้ว่านายคนนี้แก้ปัญหาโดย..ลดราคา )

..........พอร้านปิด ลูกค้ากลับหมดเราก็เหนื่อย และหิว เชฟทำอาหารหลายอย่างมาให้ทาน (ถ้าวันไหนขายดีเกิน 2000 ปอนด์ เราจะทานเต็มที่ ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม) ....กำลังอร่อยพอดี...นายคนนี้ก็เรียกมาคุยทั้งหมด บอกว่า วันนี้เห็นแล้วใช่ไหมว่ามีปัญหา ฉันต้องเสียเงินฟรี ๆ ไป 200 ปอนด์ (ลดหลายโต๊ะ ) ....อย่าให้มีแบบนี้อีกนะ...พูดแบบห้วน ๆ เฮ่อ ๆ...เราทุกคนมองหน้ากันแล้วก็พูดภาษาไทยมันซะเลยว่า...ทำไมมันพูดกับพวกเราแบบนี้ว่ะ มันเองเป็นคนไปลดราคาลูกค้า ส่วนปัญหานะมันต้องเข้ามาแก้สิ บอกให้หาเชฟมาเพิ่ม มันก็ไม่หา เอาเด็กมาทำมันเก่งซะที่ไหนละ ...เราเป็นพนักงานก็ทำตามที่มันบอกเท่านั้น จะไปช่วยมันแก้ปัญหาได้ไง เวลาแนะนำมันไป มันเคยฟังเราไหม บลา ๆๆๆๆๆ....นินทาต่อหน้าเลย ด้วยภาษาไทยที่ฟังไม่ออก...แบบมีโมโหกันหมด ตรูเหนื่อยให้มันขนาดไหน ยังมาโดนว่าใส่หน้าอีก .พี่เชฟ..แกเป็นคนขี้โมโห และตรง แกก็สวนกลับไปว่า.." ยูนั่นแหละไม่เห็นช่วยอะไรได้เลย มีแต่ชวนเด็ก ๆ มันคุยไร้สาระ จนงานออกมาช้า บอกให้ซื้อของก็เพิ่งไปซื้อวันศุกร์ ." .(วันศุกร์เชฟจะไม่เตรียมสตาร์ทเตอร์ เพราะต้องพร้อมตั้งแต่พฤหัสแล้ว รอขายอย่างเดียว มันจะขายดีมากช่วงศุกร์และเสาร์เย็น ...และก็ บลา ๆๆๆ พูดอังกฤษปนไทย..ภาษาอังกฤษแกไม่ค่อยเก่ง ก็ตะกุกตะกัก...นายนั่นก็ตอบมาว่า ..ก็ออกไปเลยสิถ้าไม่แฮปปี้ ไอไม่สนใจอยู่แล้ว...ดูมันพูดสิ..ถ้าแกออกจริง ๆ พรุ่งนี้ร้านปิดแน่ เพราะไม่มีคนทำครัว... แกบอกว่า พี่ไม่ไหวแล้วนะ เกลียดหน้ามันจัง.....เราก็บอกว่า ใจเย็น ๆ ค่อยคุยกัน ได้เงินก่อนค่อยออกละกัน (งานเชฟนะหาง่าย มีหลายร้านต้องการแกด้วย เพราะเพื่อนเยอะ..) ......แล้วทุกคนก็ทะยอยกลับบ้าน ไม่กินไม่เกิน มันแล้ว...เหลือเรากับน้องอีกคน...รอแฟนมารับ นายคนนี้คงนึกได้ รีบพูดเลยว่า... วันนี้ขอบคุณมากนะที่ทำงานให้ฉันและก็เหนื่อยด้วย คงกลัวว่าจะไม่มีใครมาทำงานกันอีกแล้วละมั้ง....คงเพิ่งนึกได้..ทีแรกทำเป็นกร่าง.....เห็นไหมละคนเอาแต่ใจตัวเอง ...ลืมนึกถึงหัวอกคนอื่น....คิดว่าตัวเองแน่อยู่คนเดียว....

.........เคยมีนักเรียนไทยคนหนึ่งเป็นชาย มาเรียนตั้งแต่ปริญญาโท และต่อปริญญาเอก.. มีเวลาว่างเยอะเพราะจะเรียนแค่ 1 วัน/สัปดาห์ คงส่งงานอาจารย์เท่านั้น ก็มาทำงานที่ร้าน..ทำเสริฟแบบเหมาทุกวันแทน ผจก ที่ออกไป...น้องคนนี้ก็เป็นลูกคนมีตังค์ ไม่เคยลำบาก ..หัวดื้อด้วย เอ๊า.. ดื้อกับดื้อมาเจอกัน ก็พังสิ ไม่ยอมลงให้กัน ...มาทำได้ 2 อาทิตย์ เก็บเสื้อผ้าออกไปเรียบร้อย....เพราะไม่ทำตามกฎที่เค้าวางไว้ก่อนหน้านั้น....

.........ทุกคนที่อยู่ด้านนอกทำงานเอาใจลูกค้าเสมอ...จนลูกค้าบางคนมาทุกอาทิตย์ และสนิทกันไปเลย เราจะรู้ใจลูกค้าไปหมด ...นี่เป็นเสน่ห์ของการบริการ.....เราทำงานที่นี่ได้ 5 เดือน พอดีเรากลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่เมืองไทย...ก็เลยให้เค้าหาคนมาทำแทนละกัน ...เพราะ ตอนหลังเราทำช่วงกลางวันทุกวันด้วยแทน ผจก ร้าน เค้าก็อยากให้เรามาช่วยก่อนที่จะหาคนใหม่......ตอนนี้ร้านนี้ปิดไปแล้ว.. นึก ๆ ก็น่าสงสารเจ้าของร้านนะ...คงบริหารต่อไปอีกไม่ไหว.....เฮ่อ...



Create Date : 14 สิงหาคม 2551
Last Update : 4 สิงหาคม 2552 22:15:10 น. 3 comments
Counter : 349 Pageviews.

 
มาอ่านเป็นความรู้คะ

เอามาเล่าอีกนะคะ ชอบๆๆอิอิ


โดย: เปิ้ล (saiple ) วันที่: 15 สิงหาคม 2551 เวลา:17:03:38 น.  

 
อย่างนี้นี่เอง นิสัยที่ติดตัวคนเรามามันแก้ยากเนอะว่ามั้ยน้องอ้อย
พี่ยังอยากรู้เลยว่าร้านอาหารเขามีกฎหรือไม่ว่า ห้ามคุยกับลูกค้าเป็นภาษาไทย เพราะสามีของพี่แกพูดไทยง่ายๆได้ไงค่ะ ทีนี้แกก็ทักทายกับเด็กเสริฟผู้ชาย เขาไม่ยักกะอยากคุยด้วยอ่ะค่ะ แกก็จะทักว่า
สัวสดีครับ
สยายดีมั้ยครับ แค่นี้ค่ะ เด็กคนนั้นเดินหนีไปคุยกับแขกฝรั่งโต๊ะอื่นอ่ะค่ะ
พี่ไปทานที่ร้านนั้น 3 ครั้งแล้ว เจอเด็กเสริฟไม่ซ้ำหน้ากัน คงจะเป็น นักเรียนที่มาทำงานพาร์ทไทม์มั้ง บอกว่าขออาหารไม่เค็มก็ไม่ได้ดั่งใจ เค็มเหมือนค้างคืนอ่ะ จนเดี๋ยวนี้ไม่ไปทานแล้วค่ะ


โดย: กวนฐานฮวา ณ อเบอร์ดีน วันที่: 16 สิงหาคม 2551 เวลา:0:04:58 น.  

 
พี่ไอรินคะ...ร้านอาหารไม่มีกฎอะไรมากคะ (ที่อื่นไม่รู้น้อ ) แต่ที่ไปทำมานะคะ เจ้าของร้าน เค้าก็ชอบนะเวลาเราคุยกับลูกค้า ดูมีความเป็นกันเอง..ยิ่งเราจำชื่อลูกค้าได้ ลูกค้าก็จะยิ่งปลื้มมาก..ก็จะมาบ่อย ๆ เพราะชอบการบริการของเราคะ...เค้าอยากได้อาหารรสชาดแบบไหนเราก็จะทำตามใจลูกค้าเสมอ...มีอะไรที่แถมได้ก็จะยกมาเสริฟคะ

เด็กที่ทำงานในร้านนั้น...อ้อยว่าคงเป็นเพราะนิสัยส่วนตัวมากกว่า...เจ้าของร้านคงไม่ทราบ...อาจจะไม่ชอบคนไทยด้วยกัน ที่นี่ก็มีนะคะ เด็กที่ร้านเคยทำเหมือนกัน ถ้าฝรั่งมากับสาวไทย หล่อนก็จะไม่ไปรับ บอกให้คนอื่นไปเอง.....แบบนี้ไม่ดีเลยคะ....บอกเจ้าของร้านไปเลยดีกว่า..ไม่มีมารยาทมาก แล้วสามีพี่จะคิดว่า คนไทยด้วยกันแท้ ๆ ทำไมถึงไม่อยากคุยด้วย มาต่างบ้านต่างเมืองแทนที่จะรู้จักกันไว้ดีกว่า...ต้องบริการลูกค้าเท่าเทียม...อ้อยก็เคยไปกินร้านที่แม่ลูกเค้าทำด้วยกัน..ลูกสาว เสริฟ แม่ทำครัว..ร้านเล็ก ๆ ลูกค้าก็เต็มร้านเหมือนกัน...เค้าก็มาทักทายด้วยดีคะ..อ้อยยังขอเข้าไปดูในครัวเลย...สองแม่ลูกก็มายืนคุยด้วยตั้งนาน ...ขากลับสามีก็ให้ทิปตั้งหลายปอนด์เพราะประทับใจ....มันอยู่ที่คนมากกว่านะคะพี่ไอริน..ไม่ต้องไปคิดมาก คนไทยมาอยู่ที่นี่ มีหลายประเภทคะ..บางคนใจกว้าง บางคนใจแคบ มีเยอะแยะ...


โดย: น้ำอ้อยสด วันที่: 16 สิงหาคม 2551 เวลา:19:17:06 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

น้ำอ้อยสด
Location :
เชียงราย-Lancashire United Kingdom

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ฉันเป็นคนที่กล้าทำในสิ่งที่ตัวเองฝัน...ในชีวิตที่ผ่านมา ฉันมีเจอแต่สิ่งดีดี..และโชคดีเสมอ ในวันนี้และวันต่อ ๆ ไป ฉันคงจะโชคดีอีกเช่นกัน... บันทึกเรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิต... กันลืม และแชร์ประสบการณ์กับผู้ผ่านมาเจอ ก็คงดีนะ...
Friends' blogs
[Add น้ำอ้อยสด's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.