www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

My Blueberry Nights , การเดินทางของหญิงสาวที่เป็นพายบลูเบอรี่




ชายหนุ่มกับโหลกุญแจ



...เขาจำชื่อลูกค้าไม่เคยได้ แต่ถ้าบอกชนิดอาหารที่ลูกค้ากินเขาจะนึกหน้าออกในทันที มีลูกค้ามากหน้าหลายตา แวะเวียนเข้ามาในร้านของเขาแล้วก็ลืมกุญแจทิ้งไว้ เขาจะเก็บกุญแจใส่ขวดโหล รอเจ้าของมารับคืน กุญแจแต่ละดอกก็จะมีเรื่องเล่าของตัวมันเอง

เช่น บางดอก ที่เป็นเรื่องของ ชายหนุ่มที่มีความรักกับหญิงสาวแต่แล้วหญิงสาวก็เลือกบางสิ่งที่สำคัญมากกว่ากุญแจ ฯลฯ ชายหนุ่มเจ้าของกุญแจเลือกที่จะไม่ออกเดินทางตามหาหญิงสาว เพราะ แม่ของเขาเคยบอกว่าเวลาหลงทางให้อยู่กับที่ เดี๋ยวแม่จะตามหาเอง ครั้นเขาอยู่เฉยๆแม่ที่เดินทางตามหากลับกลายเป็นคนที่หลงทาง ดังนั้น อาจเป็นไปได้ว่า ถ้าเขาตามหาเธอโดยที่เธอมิได้รออยู่กับที่เสียด้วยซ้ำ โอกาสที่เขาจะหลงทางจนหาทางกลับไม่ได้ยิ่งมีโอกาสมากเหลือเกิน

ลูกค้าคนหนึ่งถามว่า เมื่อเป็นเช่นนั้น เมื่อไม่มีใครมารับกุญแจกลับไปทำไมถึงไม่ทิ้งกุญแจเหล่านั้นไปเสีย คำตอบคือ เขาไม่สามารถตัดสินใจแทนใครได้ว่า ประตูบานไหนสมควรถูกปิดตลอดกาล วันหนึ่ง เจ้าของกุญแจอาจต้องการกลับมาไขประตูที่ปิดตาย

กระนั้นก็ดี บางคนถือกุญแจไว้ในมือก็เลือกที่จะไม่เปิดประตูบานนั้นตลอดกาล กุญแจจึงอาจไม่สำคัญเท่าความรู้สึกที่อยู่ภายในว่ายังต้องการจะก้าวผ่านประตูบานนั้นอีกต่อไปหรือเปล่า


หญิงสาวกับพายบลูเบอรี่



หลังจากแน่ใจว่าชายคนรักไปกับหญิงคนอื่น เธอก็จมอยู่ในร้านอาหารเล็กๆกับเจ้าของร้านและอาหารที่เหลือประจำวัน เจ้าของร้านบอกเธอว่า อาหารในร้านที่ขายดีที่สุดคือ ชีสเค้ก ส่วนขนมที่เหลือทิ้งท้ายเสมอคือ พายบลูเบอรี่

หญิงสาวจึงถามว่า What’s wrong with bluberry pie ? ชายเจ้าของร้านตอบว่า ไม่มีอะไรที่ผิดปกติหรอก มันก็แค่ลูกค้าเลือกขนมอันอื่นก็แค่นั้น ไม่ใช่ว่า พายบลูเบอรี่จะไม่ดี หรือ ไม่อร่อย

บางคนมักสงสัยว่าตัวเองไม่ดีตรงไหน ทำไมเราถึงไม่มีใครมองแต่เพื่อนในกลุ่มกลับถูกจีบอยู่เสมอ เราไม่ดีหรืออย่างไร ทั้งที่ความเป็นจริง การไม่ถูกเลือกไมได้แปลว่า เรานั้นไม่ดี

และในบางครั้ง เมื่อเราถูกทิ้ง เราก็คิดว่า ตัวเองเป็น บลูเบอรี่พาย ที่ไม่ดีจึงไม่มีใครต้องการ แท้จริงนั้น คนที่ไม่ต้องการเราต่างหากที่มีปัญหาไม่ชอบกินของดีอย่าง บลูเบอรี่พาย




King of the white chips & His wife





ชายหนุ่มที่เคยคิดตั้งใจเลิกเหล้าแต่กลับไม่สามารถตัดขาดจากมันไปได้ เขาสะสมชิปสีขาวไว้มากมายอันเป็นเครื่องหมายของการหลุดไปดื่มทุกๆครั้ง

การดื่มเหล้าคือพฤติกรรม แต่ สิ่งที่ฝังเขาไว้กับชิปสีขาว คือความรู้สึกที่ยังจมกับความสัมพันธ์ ของตัวเองกับภรรยาที่ขอแยกทาง

เขาพบกับเธอตั้งแต่เป็นหญิงสาวแรกรุ่น พอคบไปนานปีหญิงสาวกลับวาดฝันว่าวันหนึ่งจะไปจากเขา แต่เมื่อถึงที่สุดแล้วก็พบว่าตัวเองไปแล้วก็ต้องกลับมา หญิงสาวไม่ได้เกลียดชายหนุ่ม เธอแค่อยากจะให้เขา ปล่อยเธอไป เธอเองไม่รู้ตัวว่า สายใยที่เขารั้งเธอไว้ ก็มีเส้นด้ายอีกสายหนึ่งที่เธอพาดคล้องไว้ที่เขาเช่นกัน


ลูกสาวนักพนัน



เรื่องขำๆที่เธอเล่าให้คนร่วมทางฟังคือ เรื่องที่พ่อสอนเธอนับเลขต่อจาก 10 แทนที่จะเป็น 11 กลับเป็น jack และสอนเธอให้รู้จักกับการเล่นพนัน

พ่อสอนให้เธอเรียนรู้ที่จะไม่ไว้ใจใคร ปัญหาคือความสัมพันธ์ของเธอกับพ่อก็ใช่ว่าจะไปด้วยดี ครั้นรู้ว่าพ่อป่วยเธอก็คิดว่าเป็นแผนการที่จะหลอกเธอ ปัญหาของความไว้วางใจ ทำให้เธอไม่สามารถผูกสัมพันธ์กับใครได้มั่นคง

ความไม่ไว้ใจใครทำให้เธอไม่เหลือใครที่จะร่วมเดินทาง จนบางครั้งต้องโกหกอีกฝ่าย เพียงเพื่อหวังให้เส้นทางที่ต้องเดินนั้นไม่เปลี่ยวเหงาเกินไป






... ประสบการณ์ผมกับหนังของเฮียหว่องคือ ทุกเรื่องที่ได้ดู ผมมีอันต้องหลับในรอบแรกเสมอ ขนาดเรื่องที่ชอบที่สุดอย่าง In the mood of love หรือ ครึ่งหลัง ของ Chunking express ที่กว่าผมจะได้ดูจบก็ทิ้งช่วงปิดๆเปิดๆไปหลายรอบ

หนังเฮียหว่องเหมือนหนังชุนจิ อิวาอิ อยู่สองประการ หนึ่งคือ หนังของทั้งคู่เน้นการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกโดยไม่ต้องพร่ำพรรณนามากความ และ ทั้งคู่เป็นผู้กำกับที่ตาถึงเสมอในการเลือกนักแสดงนำหญิง

อ่านผ่านๆตาก่อนดูหนังเห็นว่าหนังเรื่องนี้เป็นกึ่งๆงานรีเมค Chunking express ของตัวเฮียหว่องเอง พอได้ดูหนังแล้วตัวเองไม่รู้สึกเช่นนั้น มีเพียงแค่โครงเรื่องเล็กน้อยที่หยิบยืมมา แต่ เนื้อหาและทิศทางของหนังค่อนข้างแตกต่างกัน

ปรัชญาความรักกับไดอะล็อคที่คมคาย + การถ่ายภาพในสไตล์หนังหว่อง(คาไว) + หลายชีวิตที่มาซ้อนทับกันบนความเปล่าเปลี่ยวและรวดร้าว ยังคงเป็น สูตรเดิมๆของหนังหว่องคาไวที่แฟนๆคาดหวังได้ในหนังเรื่องนี้

ถึงผลลัพธ์ที่ออกมาจะไม่ถึงระดับมาสเตอร์พีซอย่าง In the Mood of love หรือ Chungking express ก็จริง แต่ความชอบของผมกลับนำหน้าความดีงามของหนัง ออกจะชอบมากกว่างานล่าสุดอย่าง 2046 เสียด้วยซ้ำ ช่วงเวลานาตาลี พอร์ทแมน ทำเอาน้ำตาซึม เช่นเดียวกับประเด็นของ บลูเบอรี่ พาย ก็กินใจมิใช่น้อย

ป.ล. การเลือกนักแสดงหญิงในหนังเรื่องนี้คือส่วนที่ผิดหวังมากที่สุด เพราะที่ผ่านมา เฮียหว่องมักจะนัยน์ตาเทพ เลือกดาราหญิงครั้งใดเจิดจรัสในจอไม่ว่าจะเป็น เฟย์ หว่อง หรือ จางม่านอวี้ แต่ นอร่า โจนส์ ดูธรรมดาไปหน่อย และ ราเชล ไวส์ ก็ดูไม่ค่อยเข้าพวกกับภาพรวมของหนังเท่าไหร่นัก





แจ้งข่าวครับ :

1. เชิญชวนเพื่อนผู้อ่านทั้งใน Blog และ ใน Book มาพบปะพูดคุยและบังคับแจกลายเซ็น ที่ บูธซีเอ็ด ใน งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน เที่ยงครึ่งถึงบ่ายสองโมง จ้า (อย่าปล่อยข้าพเจ้านั่งหง่าวเพียงลำพังเลย)



2. "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" ได้รับคำชวนจาก www.yarisme.com มาเป็นพันธมิตรร่วมกัน แต่ ผมเองคนเดียวคงไม่สามารถจะมีเวลาให้มากพอ ผมจึงเกิดไอเดียชวนเพื่อนร่วม blog อีกห้าท่านที่เป็นคนรักหนังและสนุกกับการเขียนเหมือนๆกัน อันได้แก่ คุณบลูยอชต์ + Nanoguy + renton_renton + OncE UPoN'-'a MaN + เทพบุตรตบะแตก มาเปิด blog ร่วมกันที่ใช้ชื่อว่า

//vreview.yarisme.com


Vreview = We review = การรวมบทความรีวิวเกี่ยวกับหนังของแต่ละคน อาทิเช่น อัพเดตรีวิวสั้นๆถึงหนังโรงที่ได้ดูพร้อมคะแนนเพื่อช่วยตัดสินใจ พร้อม link ไปอ่านฉบับเต็มของแต่ละคน หรือ รีวิวเต็มๆตามสไตล์ใครสไตล์มัน

ซึ่งนั่นจะทำให้เพื่อนผู้อ่าน มีตัวช่วยในการเลือกดูหนังมากขึ้น เพราะด้วยตัวเองแล้วไม่มีเวลาสามารถพอที่จะเขียนถึงหนังได้ครบทุกเรื่อง

ด้วยความหลากหลายของแต่ละคน คาดว่า ถ้าเว็บไม่บอกลาเราไปเสียก่อน น่าจะเป็น blog ที่รวบรวมรีวิวหนังไว้ได้มากพอสมควร จึงเชิญชวนแวะมาเยี่ยมเยือนพร้อมติดตามเรื่องรางวัลได้ที่ blog นั้นคู่กันไปครับ



องศาที่ 361 คลอดอย่างเป็นทางการแล้ววววว




อ่านเบื้องหลัง ที่มาที่ไป ไขเบื้องหลังของหนังสือ คลิกได้ที่นี่เลยครับ

เบื้องหลัง 'องศาที่ 361' - พ็อกเก็ตบุ้คเล่มที่ 2 ของ “ผมอยู่ข้างหลังคุณ”

อ่านจบเมื่อใด ขอเชิญชวนมาพูดคุยแสดงความเห็นเกี่ยวกับหนังสือ คลิกที่ลิงค์ข้างล่างนี้เลยครับ

อ่านแล้วมาคุยกัน ... "องศาที่ 361


ขอฝาก"หนังสือรัก" พ็อกเก็ตบุ้คที่ไม่ใช่ หนังสือวิจารณ์หนัง แต่เป็นการหยิบยกความรักและความสัมพันธ์ในภาพยนตร์ มาช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง ได้มากขึ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม



เพื่อนๆที่หาซื้อตามร้านไม่ได้ "หนังสือรัก"เข้าไปสั่งได้จากเว็บของสนพ.เลยจ้าที่ //www.bynatureonline.com/store/bookstore.php ส่วน องศาที่ 361 สั่งได้จากเว็บของซีเอ็ดครับผม






ชวนไปอ่านบทความเรื่องอื่นๆ คลิก >> หน้าสารบัญ

ชวนคลิก ชวนคุยกับเจ้าของ Blog ที่ --> หน้าแรก

รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง





ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป




 

Create Date : 21 มีนาคม 2551
17 comments
Last Update : 21 มีนาคม 2551 22:49:56 น.
Counter : 2610 Pageviews.

 

ชอบประเด็นเรื่องบลูเบอร์รี่พายค่ะ

 

โดย: หวานจ๋อยหยอด 22 มีนาคม 2551 0:02:44 น.  

 

สิ่งที่ดีที่สุดในหนังเรื่องนี้คือ นาตาลี พอร์ตแมน และชื่อเรื่อง 555+
รู้สึกว่า เรเชล ไวส์ กับ จู๊ด ลอว์ ดูประหลาดๆ หลุดออกจากเรื่องมากเกินไปหน่อย

 

โดย: nanoguy IP: 125.24.65.193 22 มีนาคม 2551 0:27:22 น.  

 

อยากดูค่ะ จะหาเวลาไปดูให้ได้

 

โดย: ลิปดา-พิลิปดา IP: 58.9.8.13 22 มีนาคม 2551 16:31:24 น.  

 

blueberry pie น่ากินออก ใครว่าไม่น่ากินหว่า..

 

โดย: alizm IP: 118.172.62.39 22 มีนาคม 2551 23:13:51 น.  

 

ผมชอบนะครับ ดูจบแล้วอินสุดๆ ฉุดไม่อยู่เลย แบบว่าเข้าใจ เข้าใจ และเข้าใจ ว่าการเสาะหาที่ไป ทั้งๆ ที่เราเองก็ไม่รู้ว่าที่ๆ เราควรจะไปอยู่ตรงไหน ก็ได้แต่เดินทางไปเรื่อย และมองหามันจนกว่าจะเจอ แม้ต้องใช้เวลา และพบปะกับผู้คนไปเรื่อย เพื่อให้เป็นกระจกที่สะท้อนตัวเราเอง จนมันมีสัญญาณบอกว่า เราเองรู้ที่ไปของเราแล้ว

ผมว่าในเรื่องลิซซี่โชคดี ที่ตอนนี้มีที่ไป และเดินทางกลับไปสู่ที่ไปแห่งนั้นได้ เพียงแต่หลายๆ คน และผมเองก็ยังคงหาที่ไปนั้นต่อไป และเป็นบลูเบอร์รี่พายอย่างนี้นี่แหละ

สิ่งที่ได้อีกอย่างจากเรื่องนี้เลย คือ ความเหงาครับ ที่มันลอยอย่างอ้อยอิ่ง ฟุ้งกระจายเต็มจอ จนเราสัมผัสได้ และรู้สึกร่วมไปกับมัน และผมยกนิ้วให้คนที่สื่อออกมาได้ถึงคำว่าความเหงาได้ถึงแก่นมากที่สุดเลย ก็คือ สาวยิ้มสวยอย่างนาตาลี พอร์ตแมน ที่เธอทำให้ผมรู้สึกว่า บางทีการเดินคนเดียวอย่างไร้เป้าหมาย มันไม่สวยซักเท่าไหร่ เราคงต้องหาเพื่อนร่วมทางบ้าง แม้ชั่วคราวก็ยังดี และชอบอย่างมากที่สุดเลย คือ ฉากที่ขับรถ แล้วโบกมือ โอย สีหน้านาตาลีช่างบั่นทอนจิตใจ ผมเข้าใจอย่างยิ่งเลยทีเดียว

นอร่าห์ โจนส์ แม้จะดูดรอปๆ นะครับ แต่ผมว่าเธอค่อนข้างทำได้ดีเลยทีเดียว กับหนังเรื่องแรกที่เธอแสดง เธอสื่อออกมาไม่มากไม่มาย แต่เข้าที่ และ่ผมเข้าถึงได้ ผมว่า OK แล้วนะครับ แม้ช่วงกลางๆ เรื่องเธอจะโดนราเชล ไวซ์ กับนาตาลีกลบซะเกืือบมิด แต่ก็ยังประคับประคอง ไม่หลุดวงโคจรออกไปได้ดีเลยทีเดียว

ส่วนตาจู๊ด หล่อ ยอมรับว่าหล่อเกิ๊นนน แต่สื่อออกมาถึงความเหงาที่เอาสุขกลบทุกข์ พยายามยิ้มและมองโลกในแง่ดี ช่วงที่ชอบมากที่สุด และเหงาใช่ย่อยของตานี คือ การมองผ่านกล้องวงจรปิด ที่อยู่ตัวคนเดียว แบบว่า โอย เหงาแฮะ แต่สิ่งหนึ่งคือ สายตาของตาจู๊๊ด ดันเจ้าเล่ห์ไปหน่อย ผมเลยซึมซับความเหงาได้ไม่สุด เท่าไหร่

เห็นด้วยกับ จขบ. ครับ ว่าช่วงของราเชล ไวซ์ กับเดวิด ค่อนข้างที่จะลอยออกไปจากเรื่องพอตัว แต่สิ่งหนึ่งคือ ช่วงนี้บอกอะไรผมได้เยอะเลยทีเดียว แถมการแสดงของ 2 คนนี้ กินขาดทันควัน น้ำตาในต่างวาระ ทำให้ผมซึมไปได้เลย มนุษย์นี่หนา บางทีก็ไม่รู้หัวใจตนเอง กว่าจะรู้ เราก็สูญเสียสิ่งสำคัญไปแล้ว และบางทีความรักที่มากหรือน้อยเกินไปมันก็ไม่ดี โอย อินแฮะ

สรุป ผมชอบครับ ดูจบแล้ว อารมณ์ผมไม่จบจริงๆ นะ มานั่งเหงาต่อบนรถเมล์ นานเลย

ป.ล. วันนี้คุณเหงาแล้วหรือยัง

 

โดย: เข็มขัดสั้น IP: 124.120.233.99 23 มีนาคม 2551 12:44:31 น.  

 

อยากดู หนังหว่องซักเรื่องในโรง
ถ้าหนังเข้าต้นเดือนคงได้ดูครับ เสียดายจัง
่ตอนนี้คงต้องรอแผ่นอย่างเดียวเพราะกลับมาอยู่ ตจว.แล้ว

 

โดย: ice/ice/baby IP: 125.24.103.21 23 มีนาคม 2551 17:58:44 น.  

 



สามารถติดตามบทสรุป การให้คะแนน และบทวิจารณ์ของภาพยนตร์เรื่องนี้เพิ่มเติม
หรือบทวิจารณ์ภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ พร้อมความเห็นของเพื่อนร่วมบล็อคที่รักการดูหนัง
ได้ที่ //vreview.yarisme.com พร้อมลุ้นรับบัตร Major M Cash มูลค่า 500 บาท จำนวน 8 ใบ ทุกเดือน

 

โดย: ป๋องแป๋ง IP: 124.120.0.136 24 มีนาคม 2551 17:31:51 น.  

 

อ่านแล้วชักอยากดูค่ะ แต่ยอมรับว่า หนังของหว่องกาไว ต้องอ่านบทวิจารณ์ก่อน ไม่งั้นดูไม่เข้าใจจริงๆ

 

โดย: kenmania 26 มีนาคม 2551 13:58:26 น.  

 

+ ต้องขอสารภาพว่า นี่เป็นหนัง หว่องคาไว 'เรื่องแรก' ที่ผมมีโอกาสได้ดูเลยครับ ทั้งๆ ที่เคยได้ยินกิติศัพท์ 'ความเหงา' ที่อบอวลล่องลอยอยู่ในหนังทุกเรื่องที่พะยี่ห้อของผู้กำกับท่านนี้มานานนักหนาแล้ว และสำหรับเรื่องนี้ ถึงแม้จะเป็นหนังพูดภาษาอังกฤษเรื่องแรกของเค้า แต่บรรยากาศที่ว่าก็ไม่มีหล่นหายไปไหน และยังแทรกสัญลักษณ์สไตล์ หว่องๆ เช่น ขนมบลูเบอรี่ พาย, กุญแจที่ถูกทิ้งไว้ในขวดโหล, บิลของนายตำรวจ ฯลฯ เข้าไปด้วย

+ นอร่า โจนส์ ดูเพลินตา (หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักเหมือนรูปปั้นตุ๊กตาของเธอมีส่วนช่วยไว้เยอะ) กับการรับบทนำในหนังใหญ่เป็นครั้งแรก (และผมก็มีความรู้สึกว่าใบหน้าเธอช่างละม้าย เรเชล ไวส์ อย่างน่าประหลาด) เป็นหญิงสาวผู้ออกเดินทางเพื่อค้นหาความรู้สึกและหัวใจของตัวเองหลังจากโดนหักอก, เดวิด สแตรทเธิร์น และนาตาลี พอร์ตแมน ก็สามารถ 'เอาอยู่' ในบทบาทที่ได้รับ, จูด ลอว์ อาจดูแปลกตาไปนิดกับบทในทำนองนี้, แต่บทของเรเชล ไวส์ กลับดู 'โดด' ออกมาจากกลุ่มพอสมควร

 

โดย: บลูยอชท์ 27 มีนาคม 2551 19:41:05 น.  

 

ไปดูมาเมื่อวานครับ

ชอบช่วงเวลาของ นาตาลี พอร์ทแมน ที่สุด และก็ประเด็น บูแบอร์รี่ พาย กับ กุญแจ

สังเกตุว่า ชื่อร้านของ จู๊ด ลอว์ ที่เขียนไว้หน้าประตูว่า ключ (คลุช) ในภาษารัสเซียก็แปลว่า กุญแจ เหมือนกัน

และ ขอบคุณสำหรับบทความดีดี ครับ

 

โดย: bassethound IP: 77.66.167.137 28 มีนาคม 2551 17:02:57 น.  

 

อีกแล้วค่ะ อยากดูแต่ยังไม่ได้ดู

อยากดูฝีมือการแสดงของ นอร่าห์ โจนส์ เพราะรักเสียงเพลงของเธอ

ชอบดาราทุกคนในเรื่องนี้

จะขัดแย้งในอารมณ์มั๊ยนะ เพราะชอบหม่ำบลูเบอรี่พาย และเลือกสิ่งดีๆ ให้ตัวเอง

หนังอารมณ์เหงาฟุ้งๆ ภาพสวยๆ สไตล์เฮียหว่อง ... อยากดูเงียบๆ คนเดียว

 

โดย: บัวจ้า ^_______^ IP: 202.47.238.173 28 มีนาคม 2551 23:30:09 น.  

 

อ่านแล้วอยากดูขึ้นมาทันทีเลยค่ะ
เป็นหนังในสไตล์ที่ชอบเลย

 

โดย: ขนมผิง IP: 58.9.252.111 29 มีนาคม 2551 13:43:02 น.  

 

ชักอยากดู!"" อยากดูๆๆๆๆ
แต่เราไม่มีเวลามากพอที่ไปดูในโรงภาพยนตร์ แต่คงรอไหวกับการที่จะมีหนังแผ่นมาวางที่ ร้านสะดวกซื้อง่ะ แต่เราอยากดูเรยหลังจากที่เราอ่านบทวิจารณ์นี้แล้ว
อ้อ... ตอนท้ายอ่ะ ที่คุณอยู่ข้างหลังบอกว่า ผู้กำกับเลือกนางเอกไม่ถูกใจอ่ะ ...
เรากำลังจะบอกว่า มันอาจไม่ใช่ความผิดของนางเอกก็ได้ ไม่ใช่ว่านางเอกไม่สวย หรือไม่เข้าตาคุณ.. แต่ที่ผ่านมา คุณมองว่านางเอกคนอื่น น่าสนใจกว่า "น้องนาง" คนนี้อย่างไรล่ะ
ก้อ... "หญิงสาว.. กับพายพลูเบอรี่" งัยคะ อิอิ

ปล. เราว่า เรื่องนี้ น่าจะเป็นหนังอีกเรื่องที่เราซื้อเก็บ และดูมากกว่า 1 รอบอ่ะ

 

โดย: ปุ๊กปิ๊ก IP: 202.176.71.76 1 เมษายน 2551 2:13:57 น.  

 

ไม่รู้ว่า เฮียหว่องทำเรื่องนี้เพื่อลองตลาดหรืออะไร แต่สำหรับเราแล้วเรื่องนี้ ลดฟอร์มไปเยอะ ทั้งการเลือกนักแสดง และเนื้อหา

ข้อดีของการลดฟอร์มคือ หนังดูง่ายและน่ารัก อบอุ่น ไม่ dark มากเหมือนเรื่องอื่นๆ

นักแสดงที่เลือกมา ชอบนาตาลีพอร์ทแมน มากสุด ปกติไม่เคยชอบเธอเท่าไหร่ ออกแนวเฉยๆ แต่เรื่องนี้นี่เธอเล่นได้ กระแทกใจเหลือเกิน

ไม่รู้นะ เราสังเกตว่าความแตกต่างของนักแสดงตะวันออก
กับตะวันตกคือ การสื่ออารมณ์ ยิ่งในหนังที่อารมณ์ค่อนข้างเยอะแบบนี้ เห็นชัดเลยว่า จู๊ดล่อทำไรไม่ได้เลย แต่น้องนาตาลีสุดยอด

เทียบกับ in the mood of love หรือเรื่องอื่นๆ โหย
แต่ละคนนี่เล่นแบบ มองหน้านิดเดียวก็ได้อะไรมากมาย
ทั้งพี่เหลียง จางม่านอวี้ ชอบๆ

 

โดย: KIkkok IP: 202.28.183.9 1 เมษายน 2551 11:10:02 น.  

 

แวะมาอ่านค่ะ
ว่าจะไปดูยังไม่ได้ไปซักที

 

โดย: 004 IP: 58.9.130.130 9 เมษายน 2551 13:42:06 น.  

 

ตรงกันข้ามเลยค่ะ
เห็นด้วยมากที่หว่องกาไว เลือกนอร่าโจนส์ มาเป็น
นักแสดงนำฝ่ายหญิง
น่าจะเป็นเพราะมันเป็นหนังใหญ่เรื่องแรกของเธอ
ทำให้คนดูรู้สึกว่าเธอ"ธรรมดา"ไปหน่อย และฝีมืออาจจะยังเทียบนาตาลีพอร์ตแมน และราเชลไวส์ไม่ได้
แต่ประเด็นนี้แหละที่ทำให้หนังเรื่องนี้กินใจ "คนธรรมดา" หลายคน
แต่ อย่างไรก็ตามเธอก็ยังสามารถสื่อความต้องการของหว่องกาไวออกมาให้คนดูมีความรู้สึกเข้าถึงหนังได้
PS..แอบคิดเล่นๆว่า คุณหว่องอาจจะทำหนังเรื่องนี้
เพราะอยากให้คอหนังแมส หันมาสนใจกับหนังแนวนี้บ้าง เหมือนการเริ่มทำอะไรซักอย่างที่ค่อยๆเริ่มจากน้อยไปมากมั้งคะ

 

โดย: ง.งู IP: 203.131.213.180 8 มิถุนายน 2551 14:31:58 น.  

 

เพิ่งได้ดู แต่ดูแล้วโดน
.
ตามงานเฮียหว่อง เพราะหนังสือของมูราคามิ ครับ

 

โดย: i.am.Victor 19 ตุลาคม 2553 1:54:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
21 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.