www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

Bridge to Terabithia , Just close your eyes but keep your mind wide open



Bridge to Terabithia

...ไม่ได้เป็นหนังแฟนตาซีประเภทเจ้าชายเจ้าหญิง ที่จะพาคุณเข้าสู่โลกจินตนาการในวัยเด็กเหมือน นาร์เนีย เพราะ ความแฟนตาซีในหนังเรื่องนี้เป็นแค่ น้ำจิ้ม

...ไม่ได้เป็นหนังสงครามอลังการงานสร้างตื่นเต้นกับเหล่าตัวละครประหลาดๆอย่าง ลอร์ด ออฟ เดอะ ริง เพราะ ฉากแอคชั่นในหนังเรื่องนี้มีแค่ สิวๆ

ตัดภาพความคาดหวังเหล่านั้นออกไป แล้ว จะพบว่า นี่คือ หนังดราม่าน้ำดี+แนวการก้าวข้ามวัย(coming of age) ที่มีเด็กเป็นตัวดำเนินเรื่องโดยแฟนตาซี ทำหน้าที่เป็นเพียงตัวรองรับเนื้อความของหนัง สิ่งที่คนดูจำเป็นต้องเตรียมตัว คงต้องทำตามคำของตัวละครในหนังที่บอกไว้ว่า

Just close your eyes but keep your mind wide open.




...เจส พระเอกของเรื่องเป็นเด็กนักเรียนชั้นประถม ที่โรงเรียนใครๆหลายคนเรียกเขาว่า ไอ้ขี้แพ้ - Loser

ดูแล้วก็ชวนให้สงสัยว่า พระเอกเป็น Loser ตรงไหน เพราะ งานศิลปะก็แจ่ม กีฬาอย่างวิ่งก็ฉลุย เรื่องเรียนหนังก็ไม่ได้บอกว่าห่วย มีเพียงแค่ บ้านยากจนต้องใช้ของเก่าๆสืบทอดมาเช่นรองเท้าสีชมพูจากพี่สาว

Loser ในหนังและในหลายๆครั้ง ไม่ใช่ศัพท์ที่มีความหมายมาตรฐาน เพราะมันแปรเปลี่ยนตามสิ่งแวดล้อมและค่านิยม เจส อาจเป็นคนเด่นดังหากไปอยู่ในสังคมที่ให้ความสำคัญกับนักกีฬาวิ่งแข่ง บางรร.ที่เน้นการเรียนเก่ง เด็กเรียนอ่อนก็จะกลายเป็น loser สังคมที่เน้นวัตถุ คนที่ไม่มีข้าวของมาอวดเพื่อนๆก็กลายเป็น loser

ดังนั้นสถานภาพ Loser ไม่เคยมีอยู่จริง เพราะชีวิตรอบตัวไม่ใช่การแข่งขันวิ่งแข่งที่จะมี winner หรือ loser ความหมายผิดๆที่เกิดขึ้นนี้ เป็นแค่ภาพที่สังคมรอบตัววาดขึ้นมา เป็นการนิยามเพื่อเหยียดให้อีกคน เป็นชนชั้นที่ต่ำต้อยกว่า หากเราไม่ยอมรับก็ไม่มีใครทำอะไรได้

การแบ่งแยกเช่นนี้เอง เมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่มันก็จะพัฒนาแปรเปลี่ยนไปเป็น อคติทางสังคมเชื้อชาติ อย่างที่ คนผิวดำ ,คนเอเชีย ถูกกระทำใน Crash หรือ สาวใบ้ , ป้าแก่ชาวเม็กซิโก ต้องเผชิญใน Babel

และในสังคมของเด็กๆหรือในโรงเรียนนั้น การล้อเลียนไม่ได้เป็นการกระทำแค่อย่างเดียว หลายโรงเรียนที่ปัญหาลุกลามใหญ่โตไปสู่ การรีดไถ การทำร้าย หรือ การกลั่นแกล้งรังแก(Bullying)

ทางออกของเด็กที่โดนกระทำนั้น

-บางคนก็ยอมให้กระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า

-บางคนก็ยอมให้กระทำแล้วกลับมาจินตนาการไปว่า เราเป็นเจ้าชายจัดการกับพวกปีศาจร้ายในดินแดนมหัศจรรย์

-บางคนก็เลือกที่จะโต้ตอบกลับอย่างรุนแรง ใครแกล้งมาก็แกล้งกลับ ใครแรงมาก็แรงตอบ

วิธีใดดีที่สุด ?

เพราะหาก เจอกี่ครั้งก็ยอมให้แกล้งให้รังแก เราก็อาจกลายเป็นคนซึมเศร้าเหงาหงอ ในอีกด้านหนึ่งตามทฤษฎีทางจิตวิทยา ผู้ถูกกระทำเมื่อโดนซ้ำๆก็จะแปรเปลี่ยน (identifying with aggressor) กลายมาเป็นผู้กระทำเสียเองเหมือน เด็กสาวรุ่นพี่ในหนังที่มีปัญหากับพ่อ หรือ ตัวละครสำคัญใน All about Lily Chou-chou

เพราะหาก อยู่ในจินตนาการมากเกินไปจนกู่ไม่กลับมาสู่โลกของความเป็นจริง ก็มีสิทธิป่วยเป็นโรคจิตฟุ้งซ่านจมอยู่แต่ในจินตนาการและประสาทหลอน

เพราะหากเลือกโต้กลับรุนแรงทุกครั้งไป ผลลัพธ์ก็อาจยิ่งต่อสายชนวนจุดส่งความรุนแรงเป็นเป็นทอดๆ นำไปสู่ความรุนแรงที่เลวร้ายหนักกว่าเดิม และในหนัง ก็ทำให้เห็นว่า การแกล้งกลับจากที่นึกว่าจะมีความสุข กลับต้องมานั่งเสียใจ เมื่อเราเห็นว่าพี่เบิ้มนั้นก็ต้องเจ็บปวดจากกการกระทำของเรา

...ในโลกของความเป็นจริง ผู้อยู่รอดไม่ใช่ผู้ที่แข็งแรงหรืออดทนได้มากกว่า แต่ คือผู้ที่มีความสมดุลและรู้จักหาทางออกที่เหมาะสม

และ นี่คือ ตัวตนของหนัง ที่พยายามบอกเล่าผ่านตัวละครทั้งหลายในหนัง

ถ้าเราใช้ชีวิตอาศัยอยู่กับแต่จินตนาการ เราก็ไม่มีวันจะลุกขึ้นสู้หรือกล้ารับกับเรื่องเลวร้ายในชีวิต เราต้องหนีกลับโลกจินตนาการส่วนตัวเมื่อเจอกับอุปสรรคหรือเรื่องแย่ๆ และ คนที่จมอยู่กับมันมากไปก็อาจหาทางกลับโลกความเป็นจริงไม่เจอ

เด็กเล็กๆเราอาจใช้จินตนาการล่อหลอก อาจใช้เป็นทางหนีหรือทางออกของปัญหา แต่เมื่อเขาโตขึ้น เขาเองก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ในโลกของความเป็นจริง เช่น เมื่อพ่อแม่หรือสัตว์เลี้ยงตายไปก็ย่อมต้องรู้ว่า ความตาย คืออะไร ไม่ใช่แค่ ไปเที่ยวสวรรค์ หรือ เมื่อถูกแกล้งถูกรังแกก็ไม่ใช่ว่า จะกลับมานั่งใส่ชุดสไปเดอร์แมนกระโดดถีบผู้ร้ายในจินตนาการจนถึงม.1 ฯลฯ พวกเขาต้องเรียนรู้ที่จะรับมือและเผชิญกับเรื่องราวเลวร้ายในชีวิต

แต่ ในเวลาเดียวกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องทำลาย ‘จินตนาการ’ ที่เคยมีทิ้งไป เพียงแต่ จะทำอย่างไรให้เด็กได้เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมๆกับ เลี้ยงดู จินตนาการในตัวให้เหมาะสมกับวัย จะทำอย่างไรจึงจะใช้จินตนาการให้เป็น




Spoilers Alert : ข้อความถัดจากนี้ เฉลยจุดหักมุมสำคัญในเรื่อง ยกเว้น ช่วงสรุปตอนท้าย




เจส โชคร้าย ที่การเรียนรู้ของเขามาพร้อมกับการสูญเสีย

เจสเติบโตมากับครอบครัวขนาดใหญ่ เขาเป็นผู้ชายคนเดียวท่ามกลางพี่สาวสามน้องสาวอีกหนึ่ง เขาเป็นเด็กดีมีความรับผิดชอบ คอยช่วยงานครอบครัว มีสำนึกรู้ผิดชอบชั่วดี เขาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวที่มีกันครบ แม้จะมีทะเลาะมีความยากลำบากแต่ก็อยู่กันด้วยความรัก คนที่เขาขาดไปในชีวิตคือ ‘เพื่อน’

ใครได้ดูหนัง อาจรู้สึกว่า บางส่วนของเจสมีอยู่ในตัวเอง

...สมัยเด็กๆที่ไม่ได้เจ๋งไม่คูลไม่โก้ไม่เท่ เป็น แค่ คนๆหนึ่งที่เติมจำนวนให้ครบห้อง

เวลาไปโรงเรียนเล่นอะไร ก็ถูกจับเป็นตัวสำรอง หรือ ตัวแถมอยู่เรื่อยๆ

เวลาอยู่โรงเรียนก็โดนรีดโดนไถ หรือ โดนใช้งานโดยไอ้พวกตัวใหญ่ๆ

เวลานั่งเรียนแอบชอบครูคนสวยที่สอนอย่างใจดีและเขินเวลาครูมาคุยด้วย

เวลานั่งกินข้าวหาโต๊ะไม่ค่อยได้ เพราะโต๊ะนั้นโต๊ะโน้น ก็มีพวกมีกลุ่มประจำนั่งอยู่แล้ว

...ความโดดเดี่ยว ความเบื่อหน่าย ความเหงา ทั้งหลายทั้งมวลนั้นสามารถอันตรธานหายไปได้ในพริบตา เมื่อเราค้นพบใครสักคนที่ก้าวมาในชีวิตและหยิบยื่น ‘มิตรภาพ’ ให้

ยังจำกันได้หรือเปล่า เมื่อคราวแรกที่มีคนมาชวนคุย มาชวนเล่น มาชวนร่วมทำกิจกรรมตอนเข้าไปอยู่ในที่แปลกใหม่ ตอนที่เราเคว้งคว้าง มันทำให้เรารู้สึกดีเพียงใด

เพื่อนที่คบๆกันตอนนี้ ยังจำได้หรือไม่ ว่าจุดเริ่มต้นของการทำความรู้จักกันทำให้เรารู้สึกอย่างไร

และนั่นก็เกิดกับ เจส เช่นเดียวกันตอนรับหมากฝรั่งจากเลสลี่



....โลกใบใหม่ของเขาถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อพบเลสลี่

จากวันอันเหี่ยวเฉา เขาค้นพบความสุขสนุกสนาน

จากการต้องเผชิญปัญหาการโดนกลั่นแกล้ง เขาค้นพบเพื่อนที่เคียงข้างที่จะคอยปลอบใจและหาทางช่วยเหลือ

จากการต้องอยู่ในโลกศิลปะอย่างโดดเดี่ยวแต่เลสลี่ก็มาเปิดประตูให้เข้าอ้าแขนรับคนภายนอกเข้าไปเยี่ยมเยือน และ ได้รับของขวัญเป็นสีน้ำที่มาแต่งแต้มชีวิตและภาพวาดให้งดงามมีสีสัน

และ เขายังได้พบดินแดนใหม่ที่อยู่ใกล้เพียงถัดจากรั้วหลังบ้าน



เลสลี่พาเขาเข้าไปพบกับ ทิราบิเทีย

...ดินแดนแห่งความลับที่ไม่เคยมีใครค้นพบ มีเพียงเขาและเลสลี่ที่จะปลีกตัวมาอยู่ที่นี่

...ดินแดนที่เขาและเลสลี่จะกล้าหาญลุกขึ้นต่อสู้ เอาชนะ สัตว์ประหลาดทั้งหลายแหล่ที่เข้ามารังแกก่อกวน

...ดินแดนที่เขาและเลสลี่ได้เติบโตที่นั่น และ นำความเติบโตนั้นมาสู่โลกภายนอก เมื่อเขาเริ่มกล้าที่จะยืนหยัดต่อสู้กับปัญหาที่วิ่งเข้ามาเผชิญ



...เลสลี่ เป็น เด็กเก่งและดูมีความสุขตลอดเวลา ก่อนที่หนังจะมาเฉลยว่า ไม่ใช่แค่ เจส หรอกที่ดีใจกับการได้มีเพื่อน แต่สำหรับ เลสลี่ การได้รับ มิตรภาพ ตอบกลับมาเป็นของขวัญที่ล้ำค่าสำหรับเธอจนอาจจะมากกว่าเจสเสียด้วยซ้ำ

เพราะ เจส อาจเบื่อหน่ายความรำคาญความวุ่นวายภายในครอบครัว แต่ มันก็ทำให้เขาไม่เปลี่ยวเหงา เขายังมีทีวี มีน้องสาว มีพ่อแม่ มีงานให้ทำ ตรงข้ามกับ เลสลี่ ที่เป็นลูกคนเดียว พ่อแม่อยู่บ้านบ้างไม่อยู่บ้าง แถม ยังไม่มีทีวีดูอีกต่างหาก ไม่ใช่แค่นั้น สำหรับ เลสลี่ แล้ว เจสคือเพื่อนคนแรกและคนเดียวที่เธอเคยมี

ชีวิตที่โดดเดี่ยวของเธอ ทำให้คนที่น่าจะเหงายิ่งกว่า คือ เลสลี่ เพียงแต่ เธออยู่รอดด้วยการหลบลี้เข้าไปในโลกจินตนาการ จนบางครั้งดูเหมือนกับว่า เลสลี่จะใช้ชีวิตอยู่ในจินตนาการมากจนเกินไป

และ โลกจินตนาการนี้เองก็คร่าชีวิตเธอไป ในวันหนึ่งที่เธอคิดจะเดินทางกลับไปหามัน



...ความตายของเลสลี่

ทำให้เจส จมกับ ความรู้สึกผิด กับความคิดที่เราสามารถเดาได้ว่า “วันนั้นผมน่าจะชวนเธอไปพิพิธภัณฑ์ด้วยกัน” แต่เป็นเพราะ เขานั้นอยากไปกับครูในฝันเพียงสองต่อสอง

ความผิดที่กัดกินใจ พาเขากลับไปทิราบิเทีย แต่ที่นั่นกลับเป็น ป่าร้างที่ว่างเปล่า เขาตามหาเหล่าสัตว์ประหลาดแต่ไม่มีใครขานรับเขาแม้แต่คนเดียว

ความตายของเลสลี่ คือ ความเป็นจริงที่จินตนาการก็ไม่อาจพาเธอกลับมา และ วันนั้น ทีราบิเทีย ก็จากเจสไป

แล้วเราก็จะได้เห็นว่า โลกจินตนาการไม่ใช่สีขาวบริสุทธิ์ไม่ใช่นางฟ้าที่จะทำให้เรามีความสุขไปชั่วนิรันดร์ และ โลกแห่งความจริงน้นก็ไม่ใช่สีดำไม่ใช่ปีศาจที่จะมีแต่ความทุกข์ตลอดเวลา

เพราะ ในวันที่มืดหม่นที่สุดในชีวิตของเขา โลกจินตนาการ ไม่อาจพาเขาให้หลุดพ้นจากความเลวร้าย แต่ สิ่งที่ช่วยเขาคือ โลกความจริง อันได้แก่ ครูที่มาปลอบใจให้ข้อคิด , คำพูดของพ่อที่บอกเขาว่าความตายของเลสลี่ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลย เธอตายเพราะอุบัติเหตุ และ ท่าทีเข้าใจลูกของพ่อในเช้าวันถัดมา ทำให้เราได้เห็นภาพของพ่อและครู ตัวแทนของโลกแห่งความจริง ที่ไม่ได้มีแต่ความใจร้ายใจดำ และ พยายามจะช่วยให้ เจส ผ่านพ้นวันเวลาที่เลวร้าย

จนกระทั่ง เจสเริ่มเข้าใจ

ทีราบิเทีย ไม่มีวันหายไปไหน ทีราบีเทีย เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา



เพราะมีเพื่อนในวัยเดียวกัน เพราะมีครูในฝันที่เฝ้าชื่นชม ทำให้เขาหลงลืมคนใกล้ตัวที่สำคัญที่สุด เมื่อเขาหันกลับมามองเขาก็จะเห็นน้องสาว ที่มองหาพี่มาตลอด น้องที่มองหาพี่ น้องที่ชื่นชมและมีพี่เป็นฮีโร่ในดวงใจ แต่พี่เองก็วุ่นวายเกินไปกว่าจะสนใจน้องสาวซนๆคนนี้

เมื่อเขาชักชวนเธอมาสู่ดินแดนแห่งความลับ เมื่อเขาหยิบยื่นความรักและเห็นคุณค่าของเธอ เหมือนที่ เขากับเลสลี่ต่างมองมอบมิตรภาพและเห็นคุณค่าของกันและกัน เมื่อนั้น พวกเขาก็ควรค่ากับการมีชีวิตอยู่ในทิราบิเทีย

และเมื่อนั้น ทิราบีเทีย ก็จะมีตัวตน

เช่นเดียวกัน เลสลี่ เธออาจจะจากไป แต่หากเขายังคิดคำนึงถึง เธอก็จะยังมีชีวิตอยู่ในความทรงจำ


สะพานที่เขาสร้างขึ้นมา สะพานนี้จะพาเขาเข้าข้ามไปทิราบิเทีย

สะพานนี้จะพาพวกเขาเดินผ่านโลกอันโหดร้าย ไปสู่ โลกในจินตนาการอีกซีกหนึ่ง

และ

สะพานนี้จะพาเจสก้าวไปพบกับเลสลี่

Bridge to Terabithia ไม่ใช่แค่ พาเขาข้ามผ่านไปมาระหว่างโลกสองใบ แต่ยังมีความนัยหมายถึง คนสำคัญที่สุดอีกคนในชีวิตที่อาจจะตายไปในโลกความเป็นจริง แต่มีชีวิตอยู่ตลอดกาลในทีราบิเทีย


เมื่อหนังจบทำให้เราเชื่อมั่นว่า เจสเองจะเข้าใจโลกมากขึ้น เขาเรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับจินตนาการและได้รับรู้ว่า ความจริงก็ไม่โหดร้ายเกินกว่าจะรับมือ


....ใน Bridge to Terabithia นักแสดงเด็กๆในเรื่องแสดงกันได้ดีอย่างร้ายกาจ เจสเด็กที่เก็บกดอารมณ์ คือ เด็กคนเดียวกับที่ขึ้นรถไฟไปกับทอมแฮ้งค์ใน Polar express ได้เล่นเกมส์ออกนอกโลกใน Zathura ส่วน เลสลี่เด็กสาวจอมมั่นที่เปี่ยมไปด้วยจินตนาการ ก็มาจาก โรงงานช็อกโกเลตของจอห์นนี่เดปป์ ในตอนนั้นที่เธอเป็นยัยหนูผู้รักการแข่งขัน เมื่อบวกกับ เมย์เบลล์ น้องสาวจอมแก่น ก็จะได้เป็น ทีมนักแสดงเด็กที่เล่นกันได้เข้าขาและเล่นได้ดีที่สุดเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

ฝั่งนักแสดงผู้ใหญ่ พ่อที่รับบทโดย โรเบิร์ต แพทริค เล่นได้เข้มข้น และ ครูที่ผมคุ้นหน้าเหลือเกินแล้วก็ไปค้นจนเจอว่า เธอคือเพื่อนสาวสุดต๊องของนางเอก โซอี้ เดสชาแนล จากเรื่อง Failure to launch

...หนังดัดแปลงมาจากวรรณกรรม ผมซึ่งไม่เคยอ่านต้นฉบับไม่รู้ว่าดีแค่ไหน แต่จากตัวหนังบอกได้ว่าดีมาก หนังแสดงให้เห็นพัฒนาการของตัวละครทีละนิด และ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครได้อย่างน่าจดจำ ไม่ว่าจะเป็น คู่ เจสและเลสลี่ ที่ทำให้เราได้กลับไปสัมผัสความรู้สึกดีๆเมื่อมีเพื่อน คู่ เจสและพ่อ หรือจะเป็น คู่เจสและน้องสาว คนมีน้องดูแล้วอาจรักน้องมากขึ้น น้องมันอาจน่ารำคาญคอยกวนใจแต่ในสายตาน้องพี่คือฮีโร่ตลอดมา

...ไดอะล็อกของหนังมีที่เขียนน่าประทับใจอยู่หลายตอน เช่น ตอนสีน้ำที่เลสลี่ซื้อให้เจสแล้วเจสเกรงใจเนื่องจากราคาที่น่าจะแพง แล้ว เลสลี่เสนอทางเลือกว่าตัวเองจะไปซื้ออันที่ถูกกว่ามาให้ดีหรือไม่ ถูกหรือแพงไม่สำคัญ สำคัญคือน้ำใจที่เพื่อนยินดีที่จะให้ เช่นเดียวกับตอนที่ เจส สรุปว่าเลสลี่น่าจะเก่งเหมือนพ่อกับแม่ที่เป็นนักเขียน เลสลี่ตอบกลับว่า แล้วเจสเก่งเหมือนพ่อหรือเปล่า เธอกำลังจะบอกว่า ไม่จำเป็นเลยที่ลูกจะต้องถูกครอบด้วยพ่อแม่ เราทุกคนต่างก็เป็นตัวของตัวเอง

ยังมีไดอะล็อกดีๆอีกมาก ที่หนังสอดแทรกคอยให้ข้อคิดสอนใจ

และทำให้ ไม่ใช่แค่หนังแฟนตาซีที่จะเข้ามาดูแล้วรู้สึกสนุกสนาน แต่พอกลับออกจากโรงไปก็ตัวว่างเปล่าเหมือนก่อนเข้ามา

แฟนตาซีในหนังเป็นแค่เครื่องมือที่พาเราสำรวจและเข้าใจความรู้สึกนึกคิดตัวละคร

เราจะไม่ได้เข้าไปดู โลกสีลูกกวาดหวานแหวว หรือ โลกแห่งจินตนาการ แต่ เรากำลังเข้าไปสัมผัส โลก ที่ จินตนาการ ความฝัน อาศัยอยู่ร่วมกับ ความจริง และ ความโหดร้ายในสัจธรรมของชีวิต


สิ่งที่ชอบ

1.บทหนัง ...ขอปรบมือให้ บทหนังเรื่องนี้ ซึ่งเขียนได้ดีมาก ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง และ คอยเตือนคนดูตลอดเวลาไม่ให้หลุดเข้าไปสู่โลกเหนือจริงแบบเต็มตัว แต่ก็ไม่ขึงขังจริงจังเกินไป บทของหนังสร้างเรื่องราวที่สมเหตุสมผลตามช่วงวัยของเด็กได้ดี หลายตอนมีหักมุมแบบคาดไม่ถึง แต่หักแล้วก็ตามมาด้วยข้อคิดดีๆ

ตัวละครผู้ใหญ่ในเรื่องก็ดูสมจริง หนังไม่ได้วาดภาพ พ่อที่โหดร้ายไม่ฟังเหตุผลชนิดเป็นสีดำสนิท หรือ ครูที่ใจโหดไม่ฟังใคร แต่ ทุกตัวละครล้วนเป็น คน ที่มีตัวตน มีชีวิตมีจิตใจ และ มีที่มาที่ไป ไม่เว้นแม้แต่ตัวละครจอมอันธพาล

2.ตัวละครเลสลี่ ... เธอคือองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้หนังกระแทกใจคนดูช่วงท้าย และ ทำให้ผมต้องนั่งปาดน้ำตาป้อยๆแบบไม่อายใคร ตัวละครเลสลี่ถูกสร้างขึ้นมาดูน่ารักทั้งภาพภายนอก จากการแสดงที่เนียนตา ดูฉลาดจากความรู้สึกนึกคิด และ ก็น่าสงสารทั้งก่อนและหลังเสียชีวิต เธอคือตัวละครที่เปลี่ยวเหงาตลอดเวลาแม้ว่าใบหน้าจะฉาบด้วยรอยยิ้ม ดังนั้นการที่คาแรกเตอร์เธอแจ่มชัดส่งมาถึงคนดูขนาดนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่เราสัมผัสความรู้สึกสูญเสียของเจสได้มากมายเมื่อเธอจากไป

3.ซาบซึ้งกินใจ ... ขอเพียง Just close your eyes but keep your mind wide open.

4.ข้อคิดมากมายและเข้าใจเด็กได้ดี ... ขอเพียง Just close your eyes but keep your mind wide open.

สรุป ... ผมชอบและเชียร์หนังเรื่องนี้เต็มตัว ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้เหมือนเฉิ่ม คือ โฆษณาหน้าหนัง คนละเรื่อง กับตัวหนังจริง เป็น การหลอกคนดูแต่ก็เป็นการหลอกที่คุ้มค่า มันเหมือนกับเข้าไปซูเปอร์มาเก็ตอยากจะซื้อขนมอบกรอบกินเล่นซักหนึ่งถุง พนักงานดันหยิบผิดซองมาให้ พอถึงบ้านเราหงุดหงิดที่มันไม่ใช่อย่างที่อยากซื้อ แต่พอกินหมดเรากลับชอบใจในรสชาติและได้คุณค่าสารอาหารมากกว่า ขนมที่วางแผนซื้อในตอนแรก

หนังอาจไม่เหมาะกับเด็กเล็กๆแต่เหมาะมากกับเด็กที่โตแล้วประมาณประถมปลายๆขึ้นไป หรือ ผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลเด็ก เพราะนี่คือหนังที่ดูแล้วจะเข้าใจเด็กๆได้มากขึ้น แล้วจะไม่แปลกใจ ว่าทำไม หนังที่ดูเหมือนจะเป็นหนังแฟนตาซีบ้านๆ เอฟเฟคต์ก็งั้นๆ มาก็แบบเงียบๆ เรื่องนี้ ถึงกวาดกระแสคำวิจารณ์ไปในเชิงบวกแทบจะทุกสารทิศ (ที่รับได้ว่ามันไม่ใช่หนังแฟนตาซี)


ป.ล. ชวนมาร่วมแสดงความคิดเห็น และ เป็นหนึ่งในความเห็นเกี่ยวกับ ระบบเซ็นเซอร์เมืองไทยที่ไร้มาตรฐาน และ การจัดเรตหนังบ้านเราที่ --> คลิก



ขอฝาก"หนังสือรัก"ไว้กับผู้อ่านด้วยเน้อ กับ พ็อกเก็ตบุ้คเล่มแรก ที่หยิบยกความรักและความสัมพันธ์ในภาพยนตร์ มาช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง ได้มากขึ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม



(วางขายตามร้านหนังสือทั่วไป หาไม่เจอถามจากพนักงานขายได้เลยจ้า)






ชวนไปอ่านบทความเรื่องอื่นๆ คลิก >> หน้าสารบัญ

ชวนคลิก ชวนคุยกับเจ้าของ Blog ที่ --> หน้าแรก

รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง





ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป


Create Date : 22 มีนาคม 2550
Last Update : 24 มีนาคม 2550 1:18:49 น. 71 comments
Counter : 10824 Pageviews.

 
อ่านแล้วอยากดูเลยครับ


โดย: ฟ้าดิน วันที่: 22 มีนาคม 2550 เวลา:1:13:48 น.  

 
อึ้ง . . .
ไม่น่าเชื่อว่าจะได้นึกถึงวันวานเก่าๆจากหนังเรื่องนี้ . . .


โดย: lytEz IP: 61.7.168.181 วันที่: 22 มีนาคม 2550 เวลา:1:56:51 น.  

 
อ่านเป็นหนังสือค่ะ
ยังหารอบหนังซาวด์แทร็คดูไม่ได้

ตัวหนังสือเป็นหนังสือรางวัลค่ะ ตัวนักเขียนเองก็ได้รับรางวัลฮันส์ คริสเตียนแอนเดอร์สัน อันเป็นรางวัลใหญ่ในกลุ่มวรรณกรรมเยาวชนด้วย

ประเด็นที่จขบ. จับได้จากหนังจะอยู่ในหนังสือหมด เพียงแต่ไม่ได้อธิบายออกมา จะเป็นฉากเหตุการณ์ให้อ่านแล้วซึมซับกันเอง
และในหนังสือก็ไม่ได้เน้นแฟนตาซีเลย ตอนแรกที่เห็นภาพแฟนตาซีในตัวอย่างหนังก็งงไปเหมือนกัน ยิ่งเห็นคนพูดโยงไปถึงนาร์เนียหรือลอร์ดนี่ยิ่งงง


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 22 มีนาคม 2550 เวลา:2:38:22 น.  

 
+ นานๆ จะเห็น คำขยายความที่คุณจขบ. ใช้เป็นภาษาอังกฤษ ... แต่กับเรื่องนี้ ก็คงเลือกมาอย่างดีแล้ว เพราะประโยคที่ว่า คือประโยคสำคัญที่ถือเป็นใจความของหนังทั้งเรื่อง
+ คนที่ผิดหวังจากหนังเรื่องนี้ ... ส่วนใหญ่ก็น่าจะมาจากคาดหวังจากการโปรโมตและหนังตัวอย่าง ว่ามันเป็นแฟนตาซีเต็มเหนี่ยว ... แต่สำหรับผม ซึ่งชอบ drama/coming-of-age อยู่แล้ว ก็เลยดูได้ ถึงแม้จะรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยก็ตาม ที่ไม่ใช่อย่างที่คิดไว้ก่อนจะเข้าไปดู (แต่ก็ถือเป็นความแปลกใจที่ดีนะครับ) ... หนังดำเนินเรื่องแบบคู่ขนาน ระหว่างโลกแห่งความจริงกับโลกแฟนตาซี ดังนั้นเด็กเล็กๆ หรือคนไม่ชอบดูแนวนี้ อาจรู้สึกไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่
+ คุณ จขบ. เขียนครอบคลุมไว้หลายประเด็นแล้ว ... ขอเขียนเพิ่มอีกหน่อย จริงๆ แล้วหนังเรื่องนี้สอดแทรกนัยยะแฝงไว้หลายๆ อย่าง ... เพราะแม้แต่ดินแดน 'ธีราบิเตีย' เอง จริงๆ ก็อาจเป็นเพียงแค่ภาพจินตนาการของเด็กทั้ง 2 ก็เป็นได้ (นึกเอาจากป่าข้างๆ บ้านนั่นแหละ) ... ส่วน'สะพาน' ที่จอชสร้างให้น้องสาวเดินข้ามตอนท้ายเรื่อง (และกลายมาเป็นชื่อเรื่องด้วย) ก็อาจหมายถึงการเปิดใจยอมให้น้องสาวก้าวเข้าสู่โลกจินตนาการร่วมกับเขา (ซึ่งเธอเรียกร้องมานาน) โดยไม่ได้สร้างสะพานจริงๆ
+ จอช ฮัทเชอสัน และแอนนาโซเฟีย ร็อบบ์ เล่นได้ดีครับ ชอบ (ดูบางมุมคล้ายๆ สการ์เล็ต เหมือนกันนะนั่น โตขึ้นมาน่าจะสวยทีเดียว) ... รวมทั้งน้องสาวที่เล่นเป็นเมย์เบล ก็น่ารักดี / โรเบิร์ต แพทริค ... เห็นหน้าแล้วก็ยังนึกถึงหุ่นสังหารใน Terminator-II ทุกทีเลยครับ เหอะๆ / โซอี้ เดสชาเนล น่ารักมากมาย ... มีครูจ๋วยๆ ใจดีๆ แบบนี้ซักคนตอนเรียนก็ดีสิเนอะ


*** [Spoiler alert] นะจ๊ะ ***
+ มีตอนที่ผิดคาดผมหลายซีนเหมือนกัน ...
... อย่างตอนที่ เลสลี่ไปปลอบเจ๊ใหญ่ในห้องน้ำ ... ไม่นึกว่าผลจะออกมาเป็นแบบนั้น
... ตอนจอช บุกไปหาเจ๊ใหญ่หน้าห้องน้ำเพื่อเอาของคืนน้องสาว ... ก็ไม่นึกว่าจะถอยออกมาเฉยๆ (แต่ก็มีเหตุผลรองรับ) แบบนั้น
... ยิ่งตอนที่ครูอีกคนเรียกจอชออกไปหน้าห้องเรื่องที่จอชต่อยเพื่อน ... ตอนแรกนึกว่าจะทำโทษหรืออะไร ... พอครูพูดเรื่องสามีของเธอให้ฟังเท่านั้นแหละ ทำผมน้ำตาซึมเลย (แทบไม่มีใครในเรื่องมีพฤติกรรมเป็นสีขาวหรือดำสนิท - ยกเว้นครูดนตรี (ขาว) และพี่สาว 2 คนของจอช (ออกดำ))
... ตอนจอชง้อน้องก็น่ารักดี ... และตอนที่พ่อปลอบจอชเรื่องเลสลี่ก็ซึ้งอ่ะครับ
... ตอนที่ครูพาจอชไปดูอาร์ตมิวเซียม ... ตอนแรกก็งงสายตาจอชที่มองบ้านเลสลี่ตอนผ่านไป ที่แท้มันก็เป็นหักมุมจุดสำคัญของเรื่องนั่นเอง ... หนังปูเหตุผลไว้ดีมาก ว่าทำไมวันนั้นจอชถึงอยากไปกับครูแค่ 2 คนโดยไม่มีคนที่ 3 ไปด้วย ... แล้วตอนกลับบ้าน ขนาดทุกคนนั่งเศร้าร้องไห้กันอยู่ ผมยังนึกตามไม่ทันเลย ... จนเฉลยว่าทำไมนั่นแหละ ถึงได้น้ำตาซึมอีกครั้ง

+ สรุป เด็กโต-ผู้ใหญ่ สมควรดู เพื่อย้อนคิดถึงตัวเราสมัยเด็กๆ, เข้าใจเด็กมากขึ้น และได้ปลุกจินตนาการในตัวเองให้โลดแล่นขึ้นมาอีกครั้ง (ผมเป็นคนหลับยากตั้งแต่เด็กๆ (เคยนอนไม่หลับ ลุกขึ้นมานั่งร้องไห้กลางดึก จนคุณแม่ตกใจ) ... ทุกวันนี้ ก็เลยยังต้องใช้จินตนาการทุกคืนก่อนนอนเพื่อให้นอนหลับเลยครับ )


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 22 มีนาคม 2550 เวลา:11:09:05 น.  

 
ชอบบบบบบ...
น้ำตาไหล (ดีนะเพื่อนไม่เห็น พวกนั้นมันใจแข็ง ไม่งั้นโดนล้อยันลูกหลานแน่ๆ 555+)

ขออนุญาต "โฮก" คุณครู Zooey Deschanel อีกซักสองรอบ

<>


ผมว่า สะพานอันหลังนั้นน่ะจอชสร้างขึ้นมาจริงนะครับพี่บลูยอชท์ ส่วนภาพจินตนาการทั้งโทรลล์ ทัพแมลง วัง หรืออะไรก็ตาม นั้นก็เกิดจากการที่เมย์เบลล์เปิดใจรับว่ามีอาณาจักรแห่งนี้อยู่จริง
ส่วนเรื่องราวต่างๆอาณาจักรตอนแรกนั้นผมว่าเป็นแค่จินตนาการของเขาสองคน
จากสภาพที่เห็นและกล่องสีน้ำนั้น พอจะทำให้รู้ได้ว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ณ ที่แห่งนี้ เด็กทั้งสองคนอาจจะแค่ไปซุกตัวอยู่ในป่า บนต้นไม้ แล้วก็คุยกันถึงเรื่องที่ประสบมาในแต่ละวัน โดยจินตนาการตัวร้ายในชีวิตจริงให้กลายเป็นตัวร้ายในโลกจินตนาการ

Bridge ในชื่อเรื่องก็น่าจะหมายถึงการที่เราเปิดใจให้กว้างกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แล้วเราก็จะได้เห็นสะพานที่พาเราเข้าไปหาสิ่งๆนั้น...

สิ่งนั้นอาจจะไม่ใช่แค่ Terabithia
สิ่งนั้น อาจจะหมายถึง ใครบางคน เช่น Janice
ถ้าหากเพื่อนเก่าของ Leslie เปิดใจให้กว้างและยอมรับอย่างที่เธอเป็น เธอก็คงไม่ประสบปัญหาอย่างที่เคยเป็นมา

ถ้าลองโยงกับโลกแห่งความเป็นจริง ยังมีคนอีกมากที่ไม่เคยเปิดใจ หรือแม้แต่รับฟังสิ่งที่ฝั่งตรงข้ามพูดถึง...
คนชอบทักษิณ พอเห็นสนธิ บุณยรัตกลิน หรือสุรยุทธ์ จุลานนท์ ออกมาพูดอะไรสักอย่าง ก็พาลบอกคนที่บ้านว่า "เปลี่ยนช่องเดี๋ยวนี้ รำคาญ"
คนเกลียดทักษิณ พอฟังนพดล ปัทมะพูด ก็ออกปากด่า "ไอ้ลิ่วล้อ" แล้วก็สั่งคนที่บ้านเปลี่ยนช่องทีวี

แล้วแบบนี้ Terabithia จะเกิดขึ้นได้อย่างไร? ในเมื่อเราได้ไม้ได้ค้อนมาสร้างสะพาน แต่กลับโยนมันลงน้ำ


โดย: nanoguy IP: 203.113.35.6 วันที่: 22 มีนาคม 2550 เวลา:13:32:37 น.  

 
ไอ่หยา...
ใน <> นั้นผมพิมพ์ว่า Spoil ไปแล้วมันหายไปง่ะ - -*


โดย: nanoguy IP: 203.113.35.6 วันที่: 22 มีนาคม 2550 เวลา:13:36:16 น.  

 

ท่องเที่ยวทั่วไทย...ไปทั่วโลก สนุกสุดแสนประทับใจ
ในบรรยากาศที่ไม่เหมือนใคร ที่นี่... มาคุยกับเราสิคะ
w w w. g r e e n t r i p h o l i d a y. n e t


โดย: greentripholiday@hotmail.com IP: 58.9.144.158 วันที่: 23 มีนาคม 2550 เวลา:11:19:02 น.  

 
เป็นหนังที่ดีมากจริงๆ ดูแล้วอิ่มแบบถูกเติมเต็มด้วยสรรพสิ่งต่างๆที่งดงามในชีวิต ทั้งภาพทิวทัศน์ชนบท, มิตรภาพ, ความรักความอบอุ่นในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นพ่อลูกหรือพี่น้อง, การเติบโต, ข้อคิดที่ดีและความจริงที่บางครั้งก็โหดร้ายแต่ก็มีด้านที่ดีงามน่าจดจำ เป็นหนังที่เปรียบได้กับกาแฟที่มีรสชาติละมุนละม่อมกลมกล่อมละเอียดอ่อนหอมหวานปนขมเล็กน้อยกินแล้วอบอุ่นทั้งร่างกายและจิตใจแบบที่คนปรุงตั้งใจทำให้คนกินได้รับสิ่งที่ดีที่สุด (ไม่เว่อร์นะเนี่ย)
แต่โฆษณาผิดทางไปหน่อยนะ มันเป็นหนังdramaชัดๆ เป็นหนังที่ดูแล้วรู้สึกขอบคุณคนสร้างหนังจริงๆ


โดย: รักเพื่อนๆทุกคน IP: 203.172.116.104 วันที่: 23 มีนาคม 2550 เวลา:22:26:55 น.  

 
ไปดูมาแล้ว หลังจากโดนสปอยด์เต็มๆ ยังน้ำตาไหลพลั่กๆ ถ้าไม่โดนสปอยด์(ซึ่งแน่นอน ว่าถ้าไม่โดนก็ไม่คิดจะไปดูแหงๆ) คงตาปูดตาบวมกว่านี้แหงๆ


โดย: มินเอง (มินเอง ) วันที่: 23 มีนาคม 2550 เวลา:23:39:13 น.  

 
ชอบมากเหมือนกันค่ะ และเสียน้ำตาไปหลาย ก่อนดูตัดสินใจไม่ถูกระหว่าง 300 กับ ทีราบิเทีย พอดีได้อ่านข้อความของคุณบลูยอชท์ ว่าถ้ามีตัวเลือกระหว่าง 2 เรื่องนี้ให้เลือกเรื่องหลัง แล้วก็ถูกใจเลยค่ะ
ขอบคุณค่ะ จขบ และคุณบลูยอชท์ เป็นแหล่งที่พึ่งที่ดีทุกครั้งเวลาที่มีรายละเอียดของหนังที่จะดูอยู่น้อย จนเหมือนเป็นลายเซ็นต์ว่าแค่อ่านคอมเมนต์ของ 2 ชื่อนี้ก็ไปดูได้โดยไม่ลังเล


โดย: ท่าเรือรามา IP: 202.44.72.3 วันที่: 24 มีนาคม 2550 เวลา:10:09:45 น.  

 
ซาบซึ้งกินใจดีค่ะ ขนาดโดน spoil ไปแล้วจากเฉลิมไทย (เฮ่อ.... เออ เรามันไม่ระวังเอง ) ถึงอย่างนั้นก็ยังน้ำตาไหลพรากๆได้

อยากอ่านหนังสือขึ้นมาเลย คิดว่าตัวเองคงจะชอบมากกว่ากับรูปแบบหนังสือค่ะ ดูแล้วคิดถึงต้นส้มแสนรักขึ้นมาเลย มีบางประเด็นคล้ายๆกัน ถึงจะไม่ทำให้สะอื้นฮั่กๆเหมือนเรื่องของเซเซ่ก็เถอะ

ชอบน้องหนูเมย์เบลมากที่ซู้ด....น่ารักจริงๆ ความคิดแรกสุดที่เราจับได้เรื่อง keep your mind wide open ก็เป็นการที่เจสเปิดใจหันมามองน้องสาวคนนี้(เหมือนที่คุณบลูยอชท์เขียนค่ะ) เหมือนกับเค้ารู้สึกมาตลอดว่าพี่ๆน้องๆนั้นแสนน่ารำคาญ และเหินห่างจากเค้าเหลือเกิน แต่เค้าไม่เคยหันมามองน้องสาวตัวเล็กคนนี้ด้วยซ้ำ ไม่เคยรู้ว่าเจ้าตัวเล็กคนนี้ก็แอบวาดรูปเหมือนตัวเองนั่นแหละ

ชอบที่แจนิซกลายมาเป็นตัวที่แอบช่วยในป่า ทำเอาอมยิ้มได้เลย

ปล. อ่านบทความแล้วปิ๊งเลยว่าทำไมพี่ถึงชอบขนาดนี้ มันดู "psychi เด็ก" มากๆๆ


โดย: azzurrini IP: 202.28.181.7 วันที่: 24 มีนาคม 2550 เวลา:19:55:19 น.  

 
เป็นหนังที่ดูแล้วทำให้ผม "อิ่ม" ทางอารมณ์มากเลย

ตอนนี้ซื้อหนังสือมาอ่านแล้วครับ หวังว่าจะได้รับความ"อิ่ม" นั้นอีกครั้ง

แนะนำให้เพื่อนๆไปดูเรื่องนี้ ทำไมมีแต่คนบอกว่าไม่สนุก 300 สนุกกว่าเยอะ
อยากจะด่าเป็นภาษากรีกโบราณจริงๆเลยครับ แหะๆ


โดย: hAmlet IP: 124.121.140.17 วันที่: 25 มีนาคม 2550 เวลา:0:20:59 น.  

 
วันนี้จะไปดูค่ะ


โดย: montagio วันที่: 25 มีนาคม 2550 เวลา:12:25:02 น.  

 
+ [คุณท่าเรือรามา #10] : โอววว ... นับเป็นเกียรติอย่างสูงครับที่ใช้ข้อความของผมเป็นบรรทัดฐานด้วย ... จริงๆ แล้ว ก็ยังมีอีกหลายคนในบล็อกนี้นะครับ ที่ดูหนังเยอะถึงเยอะมากเช่นกัน แถมความเห็นก็ยังเชื่อถือได้อีกด้วย ... อย่างเช่นน้อง nanoguy เป็นต้น
... ส่วนตัวผมเอง รู้ตัวว่ายังมีจุดบกพร่องอยู่อีกหลายอย่างเหมือนกัน ... อย่างหนังที่ใช้สัญลักษณ์เยอะๆ ตีความยากๆ บางทีผมก็จะดูไม่รู้เรื่อง หรือตีความไม่ออก ... หลายๆ ครั้งที่ยังต้องมาถกกันต่อกับเซียนหนังท่านอื่นๆ ในบล็อกนี้ / อารมณ์หนัง (โดยเฉพาะบทสรุป) แบบที่ผมชอบ บางทีก็ไม่ค่อยคล้ายใครหลายๆ คนเท่าไหร่ / ที่สำคัญ ผมแพ้ทาง ไม่ค่อยชอบดูหนังหลายประเภทอยู่เหมือนกัน ดังนั้นเลยทำให้พลาดหนังดีๆ ไปเยอะพอสมควร
... เอ! ส่วนข้อความที่ว่าระหว่างธีราบิเตียกับ 300 แล้วเลือกดูได้เรื่องเดียว... ผมคุ้นๆ ยังกะคุณ จขบ. จะเป็นคนเขียนแน่ะครับ (เด๋วจะกลายเป็นการจิ๊กเครดิต แหะๆ) ... จริงๆ แล้ว มันก็แล้วแต่คนชอบนะครับ ถ้าชอบหนังอารมณ์ drama / coming-of-age ก็ต้องธีราบิเตีย (ผมก็อยู่ในกลุ่มนี้) ... ส่วนคนที่ชอบหนังสร้างสรรค์, ชอบเล่นเกมส์, ชอบแอ๊คชั่น ก็คงชอบ 300 มากกว่าอ่ะครับ

+ [คุณ azzurini #11] : ชอบประโยคที่ว่า "อ่านบทความแล้วปิ๊งเลยว่าทำไมพี่ถึงชอบขนาดนี้ มันดู "psychi เด็ก" มากๆๆ"
... ถึงแม้คุณหมอจะคุยกัน แต่ผู้อ่านชาวบ้านอย่างผม อ่านแล้วก็เห็นภาพตามเลยอ่ะครับ 555


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 26 มีนาคม 2550 เวลา:10:55:19 น.  

 
ตามมาโหวตครับ


โดย: myung IP: 58.10.152.96 วันที่: 26 มีนาคม 2550 เวลา:16:10:20 น.  

 
ชอบครับ แต่โดยรวมกลับคิดว่า ชอบให้หนังออกแนวแฟนตาซีไปเลยดีกว่า ใส่ CG ให้เต็มที่ ...

แต่ก็เป็นหนังที่ให้แง่คิดดี ๆ ไปอีกแบบ


โดย: ... กระซิบรัก จากความทรงจำ ... (... กระซิบรัก จากความทรงจำ ... ) วันที่: 26 มีนาคม 2550 เวลา:20:11:31 น.  

 
มาลงชื่อ


โดย: Big IP: 161.200.255.162 วันที่: 26 มีนาคม 2550 เวลา:20:43:21 น.  

 
เพิ่งไปดูจบมาหยกๆเลย อิอิ ชอบหนังเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ ไม่ค่อยได้ดูหนังแนวcoming of ageเท่าไหร่ พอได้ดูหนังเรื่องนี้แล้วติดใจเลยค่ะ
เรื่องนี้ทำให้ร้องไห้เยอะมาก เศร้าสุดๆเลย
ตอนแรกก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมพ่อเค้าต้องดุกับลูกขนาดนั้น พอลองถามคุณพ่อดู พ่อก็บอกว่าเค้าเครียดจะโทษพ่ออย่างเดียวก็ไม่ได้ เค้าก็มีปัญหาของผู้ใหญ่ เราก็อืมๆ เข้าใจละ
เรายกให้หนังเรื่องนี้เป็น1ในดวงใจอีกเรื่องของเราเลย
(อยากลองอ่านแบบหนังสือบ้างจังเลย)
p.s.จขบ.เขียนเก่งจังเลยค่ะ


โดย: chippy ^-^ IP: 58.8.169.164 วันที่: 28 มีนาคม 2550 เวลา:0:35:23 น.  

 
หนังเรื่องนี้ผิดจากที่ตั้งใจจะไปดูมากเลย กะไปดูหนังแฟนตาซีซะหน่อย แต่ดันเป็นหนัง Drama ไปซะได้ แต่ก็ยังไม่อินเท่าไหร่ จนมาอ่าน จบข. ถึงเข้าใจมากขึ้น คุณ จบข. เขียนมาได้ดีครับ


โดย: Superpun IP: 202.69.140.130 วันที่: 28 มีนาคม 2550 เวลา:18:33:59 น.  

 
ชอบครับ แต่คิดว่ามันเป็นดราม่าเต็มๆ เลย ฉากแฟนตาซีน้อยมาก ยิ่งเมื่อเทียบกับตัวอย่างหนัง มันคือแฟนตาซี ฉายจริงๆ เข้าหน้ามือเป็นหลังมือเลย ตอนดูตัวอย่างเห็นเครดิตของดิสนีย์ พาลให้นึกถึงนาร์เนียที่หนังเป็นเด็กสุดๆ ซึ่งผมไม่ค่อยถูกใจเลยกะไม่ดูเรื่องนี้ แต่เห็นเชียร์กันหลายเสียง ไม่ผิดหวังเลยครับ


โดย: ayres IP: 58.64.101.81 วันที่: 28 มีนาคม 2550 เวลา:20:53:04 น.  

 
F a s c i n a t i n g !!


โดย: par_bing วันที่: 28 มีนาคม 2550 เวลา:22:08:02 น.  

 
นี่ตามมาจากพันทิพเลยนะคะ
ขอบคุณเจ้าของกระทู้หลาย ๆ กระทู้ทำให้ตัดสินใจไปดู ตอนเเรกไม่มีความคิดจะไปดูเลยด้วยซ้ำ

สุดยอดค่ะ เป็นหนังที่ประทับใจมากกกกกก

นึกถึงตัวเองตอนเด็ก ๆ

ป.ล. ชอบน้องสาวเจสจังเลยอ่า
"Free the pee, free the pee, free the pee.."
"This is the land of freedom."

ฮาอะ น่ารักมากก


โดย: Constant Lover IP: 161.200.255.162 วันที่: 29 มีนาคม 2550 เวลา:1:18:21 น.  

 
จดๆ จ้องๆ วันว่าง เพิ่งพาหลานไปดูวันนี้เอง (28)
ชอบค่ะหนังแนวจิตวิทยาเด็ก ตัวแสดงน่ารัก แสดงสมบทบาท ทำคนดูน้ำตาไหลตามๆ กัน

ก็พยายามมองหลานว่าจะตามทันมั๊ย เพราะเค้าไม่ชอบดูพากย์ไทย แต่เห็นยิ้ม หัวเราะ หรือเช็ดน้ำตาพร้อมๆ กัน ก็สบายใจว่าตามทันเพราะบทหนังก็ไม่ซับซ้อนเกินไป

หนังดีสำหรับครอบครัวอีกเรื่องนึง ถ้าใครยังไม่ได้ดูขอเชียร์เต็มที่ "Little Miss Sunshine" เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดีค่ะ


โดย: bua ja (bua ja ) วันที่: 29 มีนาคม 2550 เวลา:1:29:31 น.  

 
"Little Miss Sunshine" version แผ่นนะคะ


โดย: bua ja วันที่: 29 มีนาคม 2550 เวลา:1:32:52 น.  

 
อ่านบทวิเคราะห์ของคุณ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" ทำให้ผมได้เห็นเทราบิเธียในอีกมุมหนึ่ง
ผมว่าหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความหมายมากครับ มีข้อคิดดีๆ ที่ซ่อนอยู่แตกต่างกันมากมาย


โดย: เจรามี IP: 203.113.39.6 วันที่: 29 มีนาคม 2550 เวลา:19:53:32 น.  

 
มันเป็นเรื่องที่ทำผมติดใจมากๆเลยคับ มันสอนอะไรให้ผมหลายอย่างมากๆ ชอบใจมากๆเลย ขนาดที่ว่าไปดูมัน2รอบแล้วน้ำตามันก็แตกทั้ง2รอบเลยอะ
ว่าแต่ หนังสือมันมีขายที่ไหนมั่งเนี่ย อยากอ่านมากๆ
รักหนังเรื่องนี้มากครับ (โดยเฉพาะแอนนา เอิ้กส์ๆ )


โดย: darkofgodd IP: 125.24.160.12 วันที่: 29 มีนาคม 2550 เวลา:20:23:14 น.  

 
^
^
วันนี้เห็นหนังสือขายที่ B2S ครับ มีเยอะเชียว ท่าทางจะหาง่ายแน่นอน เล่มบางๆ 115 บาทของนานมีบุ๊คส์ ปกหนังสือเหมือนภาพโปสเตอร์หนังเลยครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปสอยเล่มนึงเหมือนกันที่งานหนังสือ


โดย: ayres IP: 58.64.102.175 วันที่: 29 มีนาคม 2550 เวลา:20:55:07 น.  

 
ผมก็รู้สึกอิ่มใจเมื่อดูจบเช่นกันครับแต่ต่างจากเพื่อนผมที่มันเห็นจากหนังตัวอย่างแล้วคิดว่าในหนังต้องเป็นประมาณนาร์เนียร์แน่ๆเลยแต่กลับไม่ใช่ทำเอาเดินออกจากโรงด้วยความหงุดหงิดแถมมาลงที่ผมอีกเพราะชวนมันดู


โดย: วิญญาณในห้องใต้ดิน IP: 61.19.199.143 วันที่: 30 มีนาคม 2550 เวลา:14:31:21 น.  

 
ตามมาอ่านเรื่องนี้โดยเฉพาะค่ะ รักหนังเรื่องนี้มากๆ

ความพิเศษมันเริ่มตั้งแต่ซื้อตั๋วแล้วค่ะ
วันนั้นเข้าไปซื้อตั่วที่sfงามวงศ์วานรอบ4ทุ่ม20
ทั้งโรงมีแค่เรากับแฟน2ที่ ทางโรงก็ยอมฉายให้ชม (ยกนิ้วให้กับspiritของsfมากๆค่ะ)
หนังดีมากๆ เราร้องไห้ตั้งแต่ฉากที่ทั้งสองค้นพบทีราบีเทียแล้ว
ใครว่า หนังไม่เห็นจะมีอะไร นั่นคงเป็นเพราะคุณไม่ได้มองผ่านจินตนาการของคุณเอง
สำหรับเราแล้ว เรามองเห็นความอลังการของอาณาจักรทีราบีเทียอยู่ตลอดทุกฉาก
เพราะตอนเป็นเด็ก เราก็เคยมีทีราบีเทียของเราเหมือนกัน
หนังทำให้เรานึกถึงความสุขเมื่อครั้งนั้น
แม้เราจะเป็นเด็กที่ไม่มีใครสนใจเลย ไปโรงเรียนก็ดูด้อยกว่าใครๆเหมือนเจส
แต่ในโลกแห่งจินตนาการของเรา เรามีความสุขได้เรายิ้มได้ เราหัวเราะได้

เราเข้าใจดีถึงหัวใจที่บอบช้ำของเจสที่ต้องสูญเสียเพื่อนที่เข้าใจเขาที่สุดอย่างเลสลี่
มันไม่ง่ายเลยที่จะทีเพื่อนที่เหมือนกับเรา มองเห็นในสิ่งเดียวกันกับเรา
ตอนเป็นเด็ก เรามักต้องเล่นอยู่คนเดียวลำพัง เพราะไม่มีใครมีจินตนาการในสิ่งเดียวกับเราได้
เราจึงเข้าใจได้ดีว่า มันวิเศษแค่ไหนที่มีเพื่อนที่มีหัวใจดวงเดียวกับเรา
ดังนั้นความสูญเสีย จึงเหมือนดั่งสูญเสียครึ่งหนึ่งของตัวเราไปด้วย

ตอนที่รู้ว่าเลสลี่ตายแล้ว ฉากนั้นทำเราร้องไห้โฮๆเลย (ดีนะที่ทั้งโรงไม่มีใคร)

ถ้าหนังให้เลสลี่เป็นฝ่ายสูญเสียเพื่อนอย่างเจส
หนังคงเศร้ายิ่งกว่านี้ เพราะเจสยังมีน้อง แต่เลสลี่ไม่มีใคร

ดีใจที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ค่ะ




โดย: hppy2gthr IP: 58.137.48.4 วันที่: 3 เมษายน 2550 เวลา:14:13:04 น.  

 
เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่ทำให้ผมมีทั้งรอยยิ้มและน้ำตา ผมคิดว่าเป็นภาพยนตร์แนวแฟนตาซีที่ทำให้เราซึ่งอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงเอื้อมเข้าไปสัมผัสโลกแห่งจินตนาการได้ง่ายมากขึ้นต่างจากภาพยนตร์แนวนี้ในเรื่องอื่นๆ ผมดูไป 2 รอบร้องไห้ทั้ง 2 รอบเลย "เลสลี่ได้มอบสิ่งที่ล้ำค่าให้เจสแล้วก็จากไป รักษามันไว้แล้วเลสลี่จะอยู่กับเจสเสมอ" ผมชอบเนื้อหาช่วงนี้มากครับ สะเทือนใจมาก ดีครับเป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่ผมชอบมากที่สุดเลย


โดย: แทน IP: 124.121.106.196 วันที่: 10 เมษายน 2550 เวลา:19:20:39 น.  

 
เพิ่งไปดูเรื่องนี้มาวันนี้ค่ะ ดูแล้วชอบมากเลยมานั่งเสิร์ชหาว่าพูดถึงเรื่องนี้กันยังไงบ้าง

คิดไม่ผิดจริงๆที่เลือกดูเรื่องนี้


โดย: BoOKend วันที่: 26 เมษายน 2550 เวลา:21:07:27 น.  

 
ชอบมากเลย ยิ่งตอนที่ครูเรียกเจสออกไปคุยเรื่องสามีเธอน่ะทำเอาซึ้ง


โดย: MORINO IP: 124.120.81.251 วันที่: 2 มิถุนายน 2550 เวลา:21:07:09 น.  

 
เพิ่งดูจากซีดีอ่ะครับ ไม่ร้องให้ แต่จุกครับ ยังไม่หายซึมเลยเรา แต่ก็ทำให้เรามองอะไรต่างๆได้ดีขึ้น
ชอบน้องนางเอกมากมายครับ น่ารักดี


โดย: adente IP: 202.28.9.80 วันที่: 7 มิถุนายน 2550 เวลา:21:12:11 น.  

 
ไม่มีอะไรมากนอกจากคำว่า ขึ้นแท่นเป็นหนังในดวงใจผมอีกเรื่องเรียบร้อยแล้วครับ


โดย: Nath IP: 203.150.232.78 วันที่: 20 มิถุนายน 2550 เวลา:12:13:10 น.  

 
สงสัยฟังพากย์ไทยเลยไม่ซึ้งเท่าที่ควร แต่ยังไงก็ไม่มีอะไรประทับใจเท่าน้องนางเอก Annasophia น่ารักโคตร


โดย: Killy IP: 58.10.158.152 วันที่: 21 มิถุนายน 2550 เวลา:23:33:21 น.  

 
เพิ่งไปเช่ามาดู และดูจบไปเมื่อสักพักนี้เองค่ะ....พูดอะไรไม่ได้มากไปกว่าว่า "เป็นหนังเด็กที่ดีมากเหลือเกิน"

บทหนังดี การแสดงของแต่ละตัวละครดีมากๆ สมจริง โโยเฉพาะตัวละคนเลสลี่ เห็นด้วยกับเจ้าของบล็อกค่ะ ว่าบทบาทของเธอมันส่งผลมากกับเนื้อเรื่องโดยรวม และเมื่อประกอบกันกับฝีมือการแสดงของตัวละครเด็กผู้หญิงที่แสดงเป็นเลสลี่ ทำให้ฉากที่เรารู้ว่า "เลสลี่ตายแล้วนะ..." เป็นฉากที่กระแทกหัวใจมากๆ คือ ...รู้สึกอย่างรุนแรงไปร่วมกับเจส (ซึ่งก็แสดงออกได้ดีเหลือเกิน) ถึงการสูญเสีย เพื่อนที่สำคัญ เพื่อนเพียงคนเดียว....ที่สำคัญ....เสียน้ำตาอีกแล้วค่ะ ฮือ -_-" ทำไมน้าระยะนี้เจอแต่หนังที่ทำให้เราเสียน้ำตา วันก่อนเพิ่งไปดูรื่องฮันนะซัง สวยสั่งได้ ก็นะ...โดนกะชีวิตตัวเอง ร้องไห้ตาบวม....มาวันนี้ถึงไม่โดนสุดๆ กะตัวเอง แต่ก็เป็นหนังที่ดีจนต้องเสียน้ำตาจนได้เลยค่ะ

ปล. ชอบอ่านบทวิจารณ์ภาพยนต์ของคุณเจ้าของบล็อกมากๆ เลยค่ะ ขอชื่นชมจากใจค่ะ ^_^


โดย: sweet_stuff IP: 58.8.130.209 วันที่: 20 สิงหาคม 2550 เวลา:20:25:29 น.  

 
เพิ่งดูจบไปครับ
อึ้งไปพักใหญ่เลย ตอนที่รู้ว่าเลสลี่ตายแล้ว



โดย: jezznet IP: 203.107.146.66 วันที่: 10 กันยายน 2550 เวลา:9:09:49 น.  

 
ชอบครับชอบเรื่องนี้มากๆ เนื้อเรื่องก็ดี
นางเองก็น่ารัก หักมุมตอนนางเอกตายเศร้าจัง ทำได้ดีมากครับหนังเรื่องนี้ ให้ไปเลย 10 เต็ม เช่า VCD มาดู เดี๋ยว่าจะไปซื้อ DVD เก็บไว้แล้วละ


โดย: ตุ๊กเข้น้อยผูกโบ IP: 124.121.218.80 วันที่: 20 กันยายน 2550 เวลา:11:50:13 น.  

 


โดย: คนผ่านมา IP: 58.9.72.178 วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:18:44:42 น.  

 
------------Spoil เต็มๆ---------
เราก็ชอบเรื่องนี้มากเลย หลังจากดูจบทั้งที่ตอนที่เห็นฌปสเตอร์ตอนแรก อารายว้า คนสร้างนเนี่ยด้วย(ไม่ชอบนาเนียน่ะครับ) เลยร้องยี้ไม่อยากสนใจเลย แต่เมื่อมีคนเอาแผ่น(เถื่อน)มาให้ดู เป็นภาคไทยด้วยนะ เศร้ามากมาย ตอนจบถ้ามะได้ดูกะน้องจาร้องไห้ไปแล้วม้าง แฮะๆ ตอนเลสลี่ย์ตายก็ไม่เชื่อเหมือนเจสน่ะแหละครับ(แบบว่าโคตรอิน) รู้สึกผิดเหมือนเป็นเจสเลยล่ะ สรุปแล้วก็คือ เรื่องนี้ขึ้นทำเนียบหนังในดวงใจเต็มๆเลยครับ


โดย: Aquarium IP: 58.9.59.111 วันที่: 12 ตุลาคม 2550 เวลา:21:15:22 น.  

 
พลาดไม่ได้ซะแล้ว...

แต่คงได้ดูปีหน้า -_-"

กลับไทยก่อนนะ


โดย: หนอนน้อย วันที่: 30 ตุลาคม 2550 เวลา:3:16:35 น.  

 
8/10 คะแนน

คาดหวังไว้สูงว่าจะได้มาดู Animation หรือ CG งามๆ กับหนังในแนวแฟนตาซี

ดูจบแล้วลองคิดกับไป ว่าจริงๆแล้วเราสามารถเข้าถึง Bridge of Terrabitia แล้วหรือยัง?

คนที่ผิดหวัง คือคนที่ไม่สามารถเข้าถึง Bridge of Terrabitia ได้ ซึ่งมันก็เป็นแค่จินตนาการของเด็กๆ

หนังเรื่องนี้เป็นหนังเศร้ามากๆ ถึงขนาดน้ำตาไหลไม่รู้ตัวเลยนะครับ ยังไงก็อยากให้ท่านที่ยังไม่เคยดูหามาดูกัน





โดย: นักวิจารณ์สมัครเล่น IP: 125.24.181.222 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2550 เวลา:10:55:21 น.  

 
ชอบมากๆ กับหนังเรื่องนี้
ตอนแรกดูเพราะรอแม่อยู่ที่ห้างกับพ่อ ไม่มีอะไรจะทำ เลยดูหนังเรื่องนี้ เพราะอยากดูแนวแฟนตาซีกับเอฟเฟกต์มันๆ
แต่นึกไม่ถึงว่ามันจะออกมาแนวนี้ แต่ตัวเองกับพ่อก็ประทับใจมากๆ
ถือเป็นหนังที่ดีเรื่องนึงเลย


โดย: Aloha IP: 58.9.88.131 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:49:17 น.  

 
ตอนแรกดูจากหน้าหนังไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ แต่พอเห็นคุณเจ้าของบล็อกเชียร์ว่าเป็นหนังดี เลยหามาดูซะ แล้วก็ไม่ผิดหวังครับ เป็นหนังที่ดีมากๆ แต่ขัดใจตรงมันเศร้านี่แหละ เศร้ามาก จนผมน้ำตาไหลพรากเลย
น้องคนที่เล่นเป็นนางเอกน่ารักมากๆ อ่ะครับ


โดย: AronSun IP: 124.120.234.220 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2550 เวลา:0:35:09 น.  

 
เป็นหนังที่ดีอีกเรื่องเลยครับ

เอาคนใจแข็งอย่างผม เกือบร้องได้เหมือนกัน

ปล.นางเอกน่ารัก


โดย: FlukeDivana IP: 125.25.159.90 วันที่: 13 ธันวาคม 2550 เวลา:10:31:17 น.  

 
ดีมากๆ เลยเรื่องนี้ ( ตอนแรกไม่ได้สนใจที่จะดูเลย )
เราเองก็เป็นหนึ่งในคนอีกหลายๆคนที่ต้องอยู่กับจินตนาการบางครั้ง เพราะมันเป็นทางเดียวที่ให้เรามีความสุข หายเหงาได้ และอีกหลายๆอย่างที่เราอยู่ในโลกส่วนตัวของเรา มันยากที่ใครสักคนจะเข้ามาในจินตนาการของเรา และมันเป็นสิ่งที่สุดยอดสำหรับหนังเรื่องนี้ ที่ทั้งเจส-เลสลี่ อยู่ใน Terabithia อยู่ในโลกของจินตนาการที่ไม่ได้ทำร้ายทำลายใคร และสามารถอยู่ยืนหยัดอยู่ในโลกของความจริงอีกด้วย เลสลี่ได้สอนหลายๆอย่าง ที่เรานึกไม่ถึง อย่างเช่น หลายๆคนอาจจะว่าเลสลี่เพี้ยน หรือบ้า แต่ตัวเลสลี่เองกลับไม่สนใจในคำพูดเหล่านั้น ซึ่งสิ่งเล็กน้อยอย่างนี้ ทำให้เลสลี่ยืนหยัดอยู่ในโลกของความจริงได้ ....
เราเองก็รู้สึกเหมือนสูญเสีย... เราเองก็เก็บหนังเรื่องนี้ไว้ในใจ หนังเรื่องนี้สอนเรามากมาย หลายคนคงไม่เข้าใจว่าทำไมหลายๆคนต้องเสียน้ำตา เพราะนั้นมันเป็นสิ่งพวกเขาเข้าใจนั้นเอง
นี่คือธรรมชาติอย่างหนึ่งที่หลายคนมองข้าม หลายคนอาจจะคาดหวังว่าหนังจะจบอย่างสวยงาม ( เราเองก็เช่นกัน ) แต่พอจบแบบนี้ มันก็คือความจริงที่ออกจะรับยากสักหน่อยสำหรับในหนัง นี่คือชีวิตและนี่คือโลกของความจริง

เปิดใจเราให้กว้าง เพื่อให้โลกสวยงามกว่าที่เป็น ยอมรับและเข้าใจในสิ่งที่เกิด และช่วยเหลือคนที่อ่อนแอ....

ขอขอบคุณ TaRaBiThia



โดย: Cd~~ IP: 58.8.45.163 วันที่: 28 มกราคม 2551 เวลา:11:04:50 น.  

 
อีกอย่าง....
ทำให้เรามองคนใกล้ตัวเรามากยิ่งขึ้น ซึ่งสำคัญที่เดียว....




โดย: Cd~~ IP: 58.8.45.163 วันที่: 28 มกราคม 2551 เวลา:13:25:01 น.  

 
ดูแล้วร้องไห้เลยค่ะ

สุดๆสงสารเจสมาก


โดย: Witch IP: 125.26.67.73 วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:25:26 น.  

 
ผมติดตาม annasophai robb มาตั้งแต่เรื่อง Because of win-dixie

เรื่องนี้ผมดูครั้งแรก น้ำตาซึมคับ ที่ตอนพ่อของเจสมา บอก เลสลี่เพื่อนลูกตายแล้ว ไม่คิดว่าหนังจามาหักมุม เอะใจตั้งแต่ที่ไม่ชวนเลสลี่ไป เที่ยวด้วยแล้ว


ยิ่งพอมาอ่าน กะทู้นี้ เข้าจัยขึ้นเยอะเลยคับๆ หุหุ

ตอนนี้ annasophai robb เสดงเรื่อง Jumper ล่าสุด เป็น ไมลี่ตอนเด็ก


ติดตามๆๆ


โดย: G mtts17 IP: 124.121.2.206 วันที่: 4 มีนาคม 2551 เวลา:13:27:00 น.  

 
ไม่รุ้นะครับว่ากระทู้เนี่ย มีมานานหรือยัง แต่เราเพิ่งหากระทู้นี้เจอเมื่อไม่นานมานี้ ทำเอาผมสะเทือนใจไปกับคำพุดของท่าน ผู้เขียนกระทู้ สิ่งที่ผมคิดคือ ทำไมเลสซี่ถึงต้องตายถ้าพวกเขาได้อยุ่ร่วมกันไปจนโต คงจะดีนะที่มีเพื่อนอย่างนี้ ผมยังเคยคิดเลยว่าถ้าผมมีเพื่อนแบบเลสลี่แล้วเธอตายจากผมไป ผมคงจะเป็นคนที่ซืมเศร้าไปตลอดชีวิดเลยก็เป็นได้
ทุกๆตอนดึกตอนเวลาประมาน3ทุ่มผมมักจะเปิดเรื่องนี้ดูเปนประจำแล้วก็สะเทือนใจทุกครั้งที่ได้รู้ว่าเลสลี้ตายถึงแม้จะดูผ่านมาหลายครั้ง มันก็ทำให้ผมนึกคิดอยุ่เสมอ ว่าถ้าเกิดขึ้นกับเราเราจะเข้มแข็งได้อย่างเจสไหม
แต่ด้วยที่ตัวละครเลสลี่ เปนหนึ่งในนักแสดงที่ผม
ชอบมากที่สุดในชีวิดซึ้งก็คือAnnaSoPhia RoBเธอทำให้ผมอยากที่จะค้นหาเพื่อที่จะให้คนได้รุ้ว่าผมชอบเธอแค่ไหน


โดย: Aof IP: 124.157.173.137 วันที่: 15 มีนาคม 2551 เวลา:20:53:00 น.  

 
เราก็อยากดูนะ แต่ว่าหาดูมะได้อ่า... ไครมีช่วยไรท์แผ่นแล้วส่งมาให้หน่อยจิ
วีรวัฒน์ บัวชื่น
75/3ม.1 ซ.สุขาถิบาล3 ต.บางศรีเมืงอ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
หรือเอาเป็นไฟล์ส่งมาทางเมลล์ก็ได้ werawat_cool@hotmail.com นะ


โดย: Tey IP: 58.9.157.155 วันที่: 15 เมษายน 2551 เวลา:16:03:20 น.  

 
เพิ่งดูจากใน ubc ครับ เสียดายจังไม่ได้ดูในโรง นึกว่าจะออกแนวแฟนตาซีประมาณแฮรี่ สงสัยต้องตามหา dvd อีกแล้ว


โดย: Mehn IP: 124.120.232.246 วันที่: 11 พฤษภาคม 2551 เวลา:9:42:23 น.  

 
ผมโหลดเรื่องนี้มาเก็บไว้ 6 เดือน ตุนไว้

จนมาเปิดดูวันนี้

เป็นหนังโปรดในชีวิตอีกเรื่องครับ


โดย: รักสิมาก IP: 58.8.126.78 วันที่: 2 กรกฎาคม 2551 เวลา:0:08:55 น.  

 
ชอบมากๆเลยล่ะค่ะ

ซึ้งใจจริงๆ มีอะไรหลายๆอย่างที่กระแทกใจ

จากหนังเรื่องนี้


โดย: NH IP: 58.9.148.147 วันที่: 11 กรกฎาคม 2551 เวลา:15:19:17 น.  

 
ตอนแรกกะว่าจะฟังเพลงพอเปิดยูบีซีช่องนี้อะก็เห็นเจส กับเลสลี่วิ่งไปไนป่า ผมก้ไม่สนไจวักเท่าไรแต่ พอดุไปเรื่อยๆๆโอ้โหชอบสุดๆ(อินซะงั้น)ผมนึกไนไจว่าถ้าเจสกับเลสลี่ได้แต่งงานกัน คงดีไจมากแต่มันกลับตรงกันข้ามตอนที่เจสกลับถึงบ้านผมก็ตะลึงไนคำพูดที่ว่า เลสลี่ตาย โอ้โหผมร้องต่อหน้าพี่เลย ไม่น่าเชื่อผมไม่เคยร้องไห้ง่ายๆๆนะแต่ดูเรื่องนี้ถึงกับอึ้ง ผมรักเลสลี่มากครับ


โดย: zerzerpunk@- -* IP: 118.173.229.38 วันที่: 6 สิงหาคม 2551 เวลา:4:31:26 น.  

 
พึ่งได้ดูวันนี้เองค่ะ
ตอนแรกหวังอย่างยิ่งว่าจะได้ดูหนังแฟนตาซี แต่พอดูไป กลับรู้ว่ามันไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเพียงจินตนาการเท่านั้น แต่พอยิ่งดูก็ได้คิดว่า เจส และเลสลี่นั้นโชคดีจริงๆ เพราะจะมีสักกี่คนที่จะมีเพื่อนที่พร้อมที่จะเข้ามาอยู่ในโลกเดียวกับเราจะมีสักกี่คนที่จะมองเห็นในสิ่งเดียวกันกับที่เราเห็นหรือเราคิดอยู่ เลยเกิดชอบ แต่พอถึงตอนที่เลสลี่ตายนั้น โอ้โห มันเหมือนกับโลกทั้งโลกของเจสมันหายไป อะไรๆที่กำลังไปได้สวยมันมลายไปหมด จนเรากลั้นน้ำตาไม่อยู่เพราะเข้าใจเลย เราก็เสียเพื่อนรักไปเหมือนกัน ตอนนี้เราก็ไม่สุงสิงกับใคร พอได้ดูหนังเรื่องนี้แล้วมันโดนมากๆ ในมุมมองของเราเอง เราว่าคุ้มที่ได้ดู ไม่ผิดที่จะอยู่ในโลกจินตนาการ แต่เราก็ต้องอยู่ในโลกแห่งความจริงด้วยมันหนีไม่พ้น ขอโทษที่เขียนมากไป แต่ก็ยังบรรยายความรู้สึกได้ไม่หมดอยู่ดี แต่เราบอกได้เลยว่าหนังเรื่องนี้ ดี น่าดูมาก


โดย: aiboong-tualek IP: 124.121.246.209 วันที่: 11 สิงหาคม 2551 เวลา:4:24:00 น.  

 
พึ่งดูมาเหมือนกันครับ...ดีครับ


โดย: ลืมเมา IP: 124.120.21.113 วันที่: 15 สิงหาคม 2551 เวลา:16:28:38 น.  

 
เพิ่งได้ดูจาก True Vision รู้สึกเหมือนท่านอื่นๆ นึกว่าจะได้ดูแอนิเมชั่นอลังการ กลายเป็นดราม่าได้ไงเนี้ย แต่รู้สึกดีใจที่ได้ดู ชอบเพลงแรกที่ร้องกันในห้องเรียนเพลงแรกด้วย ไม่ทราบว่ามีใครรู้จักเพลงนี้บ้างอย่ารู้ชื่อเพลง ส่วนน้องเลสลี่ชอบมากมาย ต่างจากที่เล่นเรื่องที่เกี่ยวกับโรงงานช็อคโกแรต


โดย: pompom IP: 161.200.255.162 วันที่: 19 สิงหาคม 2551 เวลา:18:34:00 น.  

 
หลังจากใช้เวลาหาจาก youtube พักใหญ่ก็ทราบชื่อเพลงที่ร้องกันในห้องเรียนเพลงแรกคือ Why can't we be friends? ความรู้สึกที่ได้ฟังตอนแรกรู้สึกเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน นั่งฟังไปได้สักพักก็คิดได้ว่าทำนองบางท่อนให้ความรู้สึกเหมือนเพลง สามหนุ่มสามมุม ไม่เชื่อลองฟังดู
www.youtube.com/watch?v=blj5BHCtTxs


โดย: pompom IP: 161.200.255.162 วันที่: 19 สิงหาคม 2551 เวลา:19:18:16 น.  

 
I like it so much.Thanks for good story.


โดย: ben IP: 58.9.7.196 วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:17:00:14 น.  

 
ผมชอบมากครับ หนังเรื่องนี้ทำให้ผมได้ข้อคิดอะไรหลายๆอย่าง ตัวละครก็น่ารักทั้งคู่เลยครับ ผมชอบฉากตอนฝนตกที่เลสลี่หันมาโบกมือให้เจส แต่เนื้อเรื่องก็ดันมาหักมุมตอนที่พ่อของเจสบอกว่าเลสลี่ตายแล้ว ตอนนั้นทำให้ผมเกือบร้องไห้ออกมาครับ มันเป็นอะไรที่อินสุดๆ หนังเรื่องนี้ทำให้ผมซึ้งไปหลายวันเหมือนกันครับ คือสรุปแล้วหนังเรื่องนี้เป็นหนึ่งในดวงใจผมเหมือนกันครับ


โดย: North IP: 125.26.33.153 วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:17:41:19 น.  

 
ชอบมากค่ะ ดุกี่รอบก้ไม่เบื่อค่ะ
ดูจนติดเลย
ชอบมาก
มีทุกอารมณ์เลย
เลสลี่ น่ารักมาก เหมือนกับตัวเกมส์เลยอ่ะค่ะ


โดย: lun IP: 118.173.204.156 วันที่: 5 ตุลาคม 2551 เวลา:16:17:21 น.  

 
ชอบมากๆๆเลยครับ
ผมดู2รอบแระไม่เบื่อเลย
ผมยังสะอึกเลยที่พ่อของเจสหักมุมมาบอกว่าเลสลี่ตายแล้วตอนแรกผมก็ไม่เชื่อนะครับ
จนได้ฟังก็เชื่อเจสคงรู้สึกผิดมากเลยนะครับ


โดย: กาย IP: 118.174.201.219 วันที่: 7 ตุลาคม 2551 เวลา:12:20:53 น.  

 
วันนี้ เพิ่งเช่ามาดู
ขนาดก่อนดูรู้ว่า เลสลี่ตาย
ยังร้องไห้ตาบวม
เศร้าๆๆๆ


โดย: นก IP: 118.241.180.84 วันที่: 10 ตุลาคม 2551 เวลา:19:08:56 น.  

 
ดูแล้วชอบมากๆ เลยอยากรู้ว่าคนที่เคยดูคิดยังไง

ชอบมากๆค่ะ อินสุดๆ เหมือนหลายๆความเห็น
เพิ่งไปซื้อมาดูเมื่อ 2 วันที่แล้ว เป็นหนังที่ดีมากๆ ชอบเลสลี่ กับ เจส น่ารักจริงๆ เราดูภาษาอังกฤษอ่ะ พูดได้ชัดมาก ฟังออกเลย เราคิดว่าเรื่องนี้ฟังอังกฤษแล้วจะเป็นบทเรียนด้านการฟังได้ดีมาก
ดูครั้งที่ 2 เราเปลี่ยนเป็นภาษาไทย มันก็มีมุขขำๆแบบคนไทย เติมมาเองบ้าง แต่ก็โอเค แต่เจสเสียงหนุ่มเกิน เลยกลับมาฟังภาษาอังกฤษ

ชอบข้อคิดหลายๆตอนมากเริ่มตั้งแต่ที่ครูสั่งงาน ให้เขียนบทความจากทีวี แล้วเลสลี่ถามว่า ถ้าไม่มีทีวีล่ะคะ เพื่อนในห้องก็หัวเราะ เลสลี่บอกว่า "พ่อฉันบอกว่าดูทีวีแล้วทำให้โง่" แล้วเด็กที่ชอบแกล้งเจสคนนึงบอกว่า "เธอไม่รู้ล่ะสิพวกเราดูทีวีกันทุกวัน 555" เลสลี่ยิ้มแล้วพูดว่า "ดูจากหน้าเธอฉันก็รู้แล้วล่ะ" รู้สึกว่าเป็นความคิดที่ฉลาดและตอบกลับได้ดี เราชอบ แต่ถ้าเราดูทีวีที่มีประโยชน์ มีสาระ ก็ไม่ได้ให้คนโง่หรอกเนอะ อย่างดูเรื่องนี้ อิอิ
แต่ถ้าดูแต่ละคร เพลง หรืออะไรที่ไม่มีสาระ อย่างเดียวไม่ได้สนใจเรื่องอื่น ก็ทำให้คนเราโง่ได้


เลสลี่ไม่น่าตายเลย เศร้า ร้องไห้ ความรุ้สึกเราเหมือนเป็นเจสจริงๆ อินมาก ขนาดเราเป็นผู้หญิงนะเนี่ย

นางเอกน่ารักมากในแผ่น DVD มีSPECIAL MUSIC VDO ของเรื่องนี้ด้วย เพลงแบบในเรื่องอ่ะ ประมาณ Just close your eyes but keep your mind wide open เลสลี่ร้องเอง เพราะมาก


โดย: ploy IP: 125.24.68.243 วันที่: 13 ตุลาคม 2551 เวลา:0:34:50 น.  

 
เพิ่งไปหามาเพลงชื่อ Keep your mind wide open
เห็นบอกว่าแต่งคำร้องเองด้วย
//www.popcornmag.com/index.php?option=content&task=view&id=819


โดย: ploy IP: 125.24.68.243 วันที่: 13 ตุลาคม 2551 เวลา:0:38:43 น.  

 
สนุกดีครับ เพื่อนรักกันเเท้เเท้ เเต่กลับมาเเยกทางกัน เพราะ เลสลี่ตายหน้าสงสาร ส่วนเจสนี้สิ คบคนยากซะด้วย เลสลี่คือผู้ชี้ทางสว่างให้เจส เจสก็เป็นเพื่อนที่ดีกับเลสลี่ ผมชอบดูมากเลยครับเรื่องนี้ ผมไม่อยากให้เลสลี่จากไปเลยครับ อยากให้ทั้งสองคนเป็นเพื่อนรักกันอีก


โดย: มอส IP: 117.47.86.23 วันที่: 25 มีนาคม 2552 เวลา:11:12:11 น.  

 
เป็นอีกเรื่องที่เราชอบค่ะ ตอนแรกเห็นพรีวิวแล้วแอบคาดหวังกับแฟนตาซีในระดับนาร์เนีย แต่พอดูจนจบ อ้าว... ไม่ใช่แฮะ (ลุ้นตลอดเรื่องค่ะว่าจะมีแฟนตาซีมากกว่านี้มั๊ยน้า แต่ก็ไม่มี) แต่เรื่องนี้ดูแล้วสุขใจแปลกๆแฮะ


โดย: เยาวณีย์ วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:16:57:03 น.  

 
ชอบมากเลยค่ะ
ชอบคติสอนใจของหนังแต่ละเรื่องแล้วก็บันทึกไว้
บางทีเราอาจมองข้ามหนังไปว่าอาจมีคติดีๆที่ซ่อยอยู่
" หลับตาแล้วเปิดใจให้กว้าง "


โดย: patty IP: 223.206.134.87 วันที่: 15 ตุลาคม 2553 เวลา:19:20:11 น.  

 
อะไรกันค่ะเรื่องนี้ดูแล้วสนุกมากกกกกก
แต่เศร้าตอนจบค่ะที่นางเอกตาย T^T


โดย: สุวนันท์ IP: 125.25.193.53 วันที่: 24 พฤษภาคม 2554 เวลา:18:41:42 น.  

 
เพิ่งดูจบ มาอ่านบทความนี้ เขียนดีจัง


โดย: midnight IP: 49.49.235.241 วันที่: 26 พฤษภาคม 2562 เวลา:0:21:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
22 มีนาคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.