อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเหมือนประเทศไทยเรา...ขอโทษด้วยนะคะที่เจ้าบ้านไม่ค่อยได้อัพเดทเลย อย่าเพิ่งโกรธกันนะคะ ไม่มีเน็ตเล่นหง่า... :( “Just being alive is such a lovely and wonderful thing”. - Aya (1 litre of tears)

Group Blog
 
 
เมษายน 2551
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
14 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
Cost of living: ค่าครองชีพ - ค่าใช้จ่ายทั่วๆไป

มีหลายคนตั้งคำถามว่า การจะมาใช้ชีวิตที่แทสมาเนีย

ต้องมีหรือเตรียมค่าใช้จ่ายขั้นต่ำไว้เท่าไหร่ แอ้ก็ขอสรุปง่ายๆ โดยอ้างอิงจาก

ประสบการณ์ตรงของตัวเองเลยละกันนะคะ (อัตราแลกเปลี่ยน ณ เดือน

กันยายน ปี 2006 AU$ 1 = THB 30)



"




1. Cost of living (ค่ากินอยู่)


ทั่วๆ ไป ก็ประมาณ $800 - $1,000 ต่อเดือนค่ะ กรณีที่อยู่บ้านแบบ

share house, self-contained unit, หรือ Uni apartment



ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้จ่ายเรื่องอาหารการกินและของใช้ส่วนตัว

ของแต่ละคนนะคะ โดยรวม คนทั่วไป (หากทำอาหารทานเองที่บ้าน) ใช้จ่าย

ประมาณ เดือนละไม่เกิน $200 นะคะ ซึ่งถ้าจำกัดงบไว้ได้ขนาดนี้ล่ะก็

รับรองว่าไม่เกิน $1,000 ค่ะ แต่ถ้าทานอาหารนอกบ้านบ่อยๆ ล่ะก็ เตรียม

ตัวบวกค่าใช้จ่ายเพิ่มไว้เลย มื้อนึง อย่างต่ำก็ AU$7 - AU$8 นะ



ส่วนเรื่องค่ารถเมล์ มีทั้งแบบจ่ายรายวัน (day tripper), แบบตั๋วเที่ยวเดียว

(one trip), 10 เที่ยว และรายเดือน (monthly) นะ...



แอ้จำราคาแบบเป๊ะๆ ไม่ค่อยได้อ่ะค่ะ แต่เอาคร่าวๆ นะ..ที่เคยขึ้นวันนึงก็

ประมาณ $2.6 (ถ้าโชว์บัตรนักเรียนให้คนขับดูก็อาจจะได้รับส่วนลดอีกค่ะ)

ถ้าเป็นแบบ 10-day trips ก็ประมาณ $20 ส่วนรายเดือนประมาณ $55 ค่ะ



ใครที่อยากโทรศัพท์กลับบ้าน ก็เตรียมเงินไว้ $10 สำหรับค่าบัตรโทรศัพท์

ค่ะ แล้วก็เตรียมเหรียญ 50 cents ไว้หยอดตู้โทรศัพท์สำหรับการโทรแต่ละ

ครั้งก่อนที่จะกดรหัสบนบัตรนะ



*ถ้าอยากทราบค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าที่อยู่อาศัย ลองเข้าไปดูที่ "Where to live"

นะคะ*






2. Tuition fee (ค่าเทอม)


ค่าเล่าเรียนสำหรับ ป.โท แบบ coursework (คือ เรียนอย่างเดียว ไม่มีทำ

วิจัย) คิดเป็นเทอมละ $8,000 ค่ะ เช่น แอ้เรียน MBA ใช้ระยะเวลา 3

เทอม (ปีครึ่ง) เบ็ดเสร็จก็ $24,000 ค่ะ แต่ว่าเราจะได้ทุน 25% ถ้าจบป.ตรี

ด้วยเกรดไม่ต่ำกว่า 3.00 แล้วก็สอบ IELTS ได้อย่างต่ำ 6.0 นะคะ ซึ่งนั่นก็

เท่ากับว่า เราจ่ายถูกลง เหลือแค่ $6,000/semester (รวม $18,000

สำหรับ 3 semesters) ก็ประหยัดไปได้อีก $6,000 นะคะ (เท่ากับเสียค่า

เทอมแค่ 2 เทอมเอง)






3. Student VISA = $420 ค่ะ





4. ค่าตั๋วเครื่องบิน = 35,000 บาท (International flight: 'Qantas' + Domestic flight 'Jetstar')


ตอนนั้นแอ้ซื้อแบบไป-กลับ (round trip) นะ เพราะมันถูกกว่าซื้อเที่ยว

เดียว แล้วก็คิดไว้อยู่แล้วว่า มาอยู่สักพักก็จะกลับไปเยี่ยมบ้านซะหน่อย

กลัว homesick ค่ะ อิอิ...



ตั๋วประเภทนี้เหมาะสำหรับคนที่มั่นใจว่าจะบินกลับไปเยี่ยมเมืองไทยภายใน

1 ปี นะคะ เราสามารถจองวันที่จะกลับไว้ก่อน จะ book วันที่เนิ่นๆ ไว้ก่อนก็

ได้นะคะ เพราะเวลาที่เราต้องการเลื่อน flight การเลื่อนวันออกไป ง่ายกว่า

การเลื่อนวันเข้ามาค่ะ



อ้อ...บางคนอาจจะหาตั๋วได้ถูกกว่านี้นะ เพื่อนแอ้ซื้อของสายการบินของ

Singapore airline ถูกมากๆ ค่ะ แต่ว่าต้องหาซื้อ Domestic flight เองนะ

ซึ่งที่ Tasmania ก็จะมี Virgin blue และ Jetstar ที่เป็นสายการบิน low-

cost






5. ค่าประกันอุบัติเหตุ (OSHC - Overseas Student Health Cover โดย Medibank Private) = $342/year


ประกันนี้ cover อุบัติเหตุและการรักษาโรคทั่วๆ ไป แต่ไม่ cover การทำฟัน

นะคะ เวลาไปหาหมอ เราก็จ่ายตังค์ปกติ โดยกรอกรหัส Medibank ที่เรา

ถือ เพื่อนำ invoice ไปเบิกเงินคืน (claim)ที่ Medibank แต่จะไม่ได้คืน

100% นะคะ เท่าที่แอ้จำได้ ที่เคยไป claim ได้มาประมาณ 10% - 15%

ค่ะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทการรักษาและรายการยาที่แพทย์สั่งให้ซื้อนะคะ



เมื่อครบ 1 ปีแล้วก็ต้องต่ออายุค่ะ บางคนใช้วิธีโกงโดยหลีกเลี่ยงไม่จ่ายเงิน

ต่ออายุ แต่ผลเสียที่เกิดขึ้นคือ หากไม่ต่ออายุประกันแล้วเกิดไม่สบายขึ้นมา

เนี่ย..เสียดายค่ะ เป็นค่าเสียโอกาสอย่างมาก เพราะถึงแม้เราจะยังใช้ชีวิตอยู่

ที่นี่ เราก็ไม่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้เหมือนนักเรียนคนอื่นๆ นะ

เพราะฉะนั้น..ทำไปเถอะค่ะ เพื่อความสบายใจ :)






6. Work permit = $55


ใครที่เล็งๆ ไว้ว่า มาถึงออสเตรเลียเมื่อไหร่จะหางานทำหาเงินใช้ซะให้เข็ด

แนะนำว่าให้รีบไปทำ work permit ที่ Immigration office นะคะ แล้วก็

ต้องติดต่อขอ Tax file number ด้วย (เพื่อให้นายจ้างหัก tax ได้ตาม

กฎหมาย) ซึ่งสามารถทำ on-line ได้ค่ะ


*เรื่องการหางานทำที่แทสมาเนีย แอ้จะอัพข้อมูลให้วันหลังนะคะ*






7. Textbooks (สำหรับเรียนป.ตรี หรือ ป.โท) = ประมาณ

$400/semester


เรื่อง textbooks นี่เป็นอะไรที่แอ้อยากเตือนคนที่จะมาเรียนมากๆ ค่ะว่า ถ้า

เป็นไปได้ อยากให้ลองเช็ครายชื่อ text ที่จะเรียนจาก website

ของมหาวิทยาลัย แล้วก็เช็คที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ก็ได้ค่ะว่ามีหรือเปล่า ถ้าไม่

มีก็ให้เค้าสั่งจองให้นะ รออย่างมากก็ 2 สัปดาห์ค่ะ



จากประสบการณ์แล้ว เห็นราคาหนังสือบางเล่มที่ไทยกับราคาที่นี่แล้ว แทบ

ร้องไห้เลยอ่ะค่ะ คือที่ไทยขายประมาณหนึ่งพันบาทกว่าๆ แต่พอมาที่นี่ โอ้ว..

ไม่อยากเชื่อสายตา ราคา up ไปถึง 3,000 กว่าบาท!!! เพราะฉะนั้น เชื่อแอ้

เถอะค่ะ ยิ่งถ้าได้กลับไทยหลังจากเรียนเทอม 1 จบแล้วล่ะก็ ระหว่างอยู่ที่

ไทย ก็หมั่นเช็คชื่อหนังสือจากทาง website ของมหาวิทยาลัย แล้วก็ขนซื้อ

มาเลยค่ะ แต่ว่า...จัดน้ำหนักกระเป๋าเดินทางดีๆ นะ เพราะ textbook บางเล่ม

ก็หนักเอาการ ถ้าขนซื้อแบบหนักๆ มา ก็ต้องชั่งน้ำหนักดีๆ ค่ะว่า จะลดข้าว

ของเครื่องใช้ เสื้อผ้า อื่นๆ ได้รึเปล่า ไม่งั้นนะ...จ่ายค่าปรับอานแน่ๆๆๆ






8. English Course


สำหรับคนที่ตั้งใจมาเรียนภาษาอังกฤษ อันนี้ต้องศึกษาโปรแกรมที่จะเรียน

ดีๆ ค่ะว่าจะเรียนแบบไหน กี่ week...ยกตัวอย่าง course ที่แอ้เรียน คือ

DEAP course (Direct entry academic program) ค่าใช้จ่ายอยู่ที่

$250/week ค่ะ



โปรแกรมสำหรับคนที่สอบ IELTS ไม่ถึง 6.0 แต่ว่าต้องการเข้า

มหาวิทยาลัย โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับคนที่มี IELTS ขั้นต่ำ 5.5 เรียน

ประมาณ 10 - 15 weeks ก็สามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้เลยค่ะ(ถ้าผ่าน

เกณฑ์นะ)...อย่าเพิ่งว่าแอ้ว่าสอบ IELTS ไม่ผ่านนะ จริงๆ แล้วแอ้ได้ COE

ของมหาวิทยาลัยแล้วก็เข้าเรียนได้เลยค่ะ แต่ว่า ก็อยากฝึกภาษาให้ปึ้กอีก

นิดนึงน่ะ อีกอย่าง อยากมาใช้เวลาปรับตัวที่ Hobart ก่อนเข้าเรียนสักเดือน

สองเดือนด้วย ก็เลย take course นี้แหละค่ะ เพราะเป็น course ที่เน้นด้าน

วิชาการดี โดยเฉพาะเน้นสอนการเขียน essay & report ซึ่งจำเป็นต้องใช้

จริงๆ เวลาเราเข้าไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้วนะ มีประโยชน์ดีค่ะ...



สำหรับโปรแกรมอื่นๆ เช่น General English, Academic English, IELTS

preparation, Foundation English etc. แอ้ไม่แน่ใจเรื่องค่าใช้จ่ายค่ะ ขึ้น

อยู่กับระยะเวลาที่เราต้องการเรียนนะคะ ลองเข้าไปดูใน link ที่แอ้ให้ไว้

ใน "What to learn/study" ก็ได้ค่ะ ในนั้นจะมีบอกราคาคร่าวๆ ล่ะ







ที่พูดมาทั้งหมดนี้เป็นเพียงค่าใช้จ่ายเบื้องต้นที่ต้องเตรียมสำหรับการมาอยู่ที่

แทสมาเนีย ออสเตรเลียแห่งนี้ สำหรับผู้ที่กำลังสับสนว่าจะเรียนต่อที่ไหนดี

และกำลังมองหาประเทศที่สามารถใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ภายในงบ

ประมาณ ก็ลองเปรียบเทียบดูนะคะว่าประเทศไหนมีข้อดีข้อเสียอย่างไร

และมองดูว่าค่าใช้จ่ายโดยรวม ประเทศไหนถูกกว่ากันนะ


ถ้าถามแอ้...แอ้ว่า living cost ในเรื่องอาหารการกินและเครื่องใช้ไม้สอยที่

เมืองใหญ่ๆ อย่างเช่น sydney หรือ melbourne จะถูกกว่าที่ Tasmania นะคะ

ด้วยเหตุผลนึงคือ แทสมาเนียเป็นเกาะเล็กๆ ที่อยู่ทางตอนใต้แผ่นดินใหญ่

(mainland) การขนส่งสินค้าใดๆ มาที่นี่ ก็ต้องใช้ระยะเวลา เปลืองน้ำมัน

และอะไรหลายๆ อย่าง เพราะฉะนั้น ก็เป็นธรรมดาว่าข้าวของก็ต้องถูก

charge ราคาแพงกว่าที่ไหนๆ แต่ก็ไม่ถึงกับแพงมากหรอกค่ะ นิดหน่อยน่า

แต่เมื่อเทียบเรื่องค่าเช่าบ้านระหว่างที่แทสมาเนียกับที่ mainland อย่างเช่น

2 เมืองนั้นแล้วล่ะก็ ที่นี่ราคาถูกกว่ากันเยอะ นั่นเป็นเพราะแทสมาเนียมีความ

หนาแน่นของประชากรน้อยกว่านั้นเอง (ส่วนใหญ่จะเป็นประชากรแกะนะ อิอิ)

แล้วก็ยังพอเหลือพื้นที่สำหรับสร้างบ้านอยู่อีกมากมายค่ะ (ตามเขาลูกต่างๆ

ยังสร้างได้อีกเยอะนะ คิคิ)




เอาล่ะ..เรามาถัวเฉลี่ยกันเลยดีกว่าว่าเบ็ดเสร็จแล้ว การที่จะมาอยู่ที่แทสมาเนีย

ได้นั้นต้องมีปัจจัยเท่าไหร่เป็นอย่างต่ำ?


...หากเป็น plan แบบฉบับของแอ้:

- ค่า visa $ 420

- ค่าเทอมเทอมแรก $6,000

- ค่าประกัน $342

- ค่า homestay (จ่ายล่วงหน้า 2 weeks) $360

- ค่าตั๋วเครื่องบิน 35,000 บาท


ก็ต้องเตรียมจ่ายงวดแรกประมาณ 250,000 บาทค่ะ (แอ้บวกเพิ่มเติมเผื่อค่า

ใช้จ่ายจิปาถะอีกนิดหน่อย)



ส่วนเรื่อง Statement ขอให้เตรียมไว้อย่างต่ำ 800,000 บาท แต่ถ้าจะให้ชัวร์

ควรจะมีสัก 1,000,000 บาทในบัญชีค่ะ เผื่อเหลือดีกว่าเผื่อขาดนะจ๊ะ :)






เข้าไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าครองชีพ (living costs) ได้จาก website ของ UTAS ค่ะ
  • Cost of Living






  • @วันนี้เท่านี้ก่อนนะคะ...ว่างๆ จะมา up ข้อมูลสำคัญๆ ที่ต้องรู้และเตรียมตัว

    ก่อนมาแทสมาเนียใหม่น้า@



    Create Date : 14 เมษายน 2551
    Last Update : 16 เมษายน 2551 9:59:24 น. 1 comments
    Counter : 2226 Pageviews.

     
    หวัดดีคับคุณแอ้ คือผมรบกวนถามหน่อยว่า

    ตอนนี้ผมกำลังเรียน BBA อยู่ ซึ่ง วางแผนไว้ว่าจาไปเรียนต่อ ป.โท ที่ออสเตเรีย สาขาที่สนใจคือ international business ผมรบกวน ขอรายล่ะเอียดหน่อยได้มั้ยครับ ว่า ค่าเล่าเรียนทั้งหมดเท่าไร่ และ ค่าใช้ช่ายทั้งหมดในการไปเรียน เท่าไร่อ่าคับ ขอบคุณล่วงหน้าคร๊าบบบ


    โดย: Phototype IP: 118.173.170.195 วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:0:44:09 น.  

    ชื่อ :
    Comment :
      *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
     
    รหัสส่งข้อความ
    กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

    cadeau
    Location :
    Tasmania Australia

    [ดู Profile ทั้งหมด]

    ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
    ฝากข้อความหลังไมค์
    Rss Feed

    ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




    ฝัน ไปเถิดฝันไปปล่อยใจฝัน

    คง สักวันฝันเป็นจริงดังวาดหวัง

    ไม่ ยอมแพ้แม้ร่างกายไร้กำลัง

    ไกล เพียงใดไม่หยุดยั้งก้าวต่อไป

    ------------------------

    @ ยินดีต้อนรับทุกๆ คน @

    @ และขอบคุณสำหรับทุกๆ กำลังใจค่ะ @


    ------------------------

    C'est un cadeau pour moi (",)



    เค้กช็อกโกแล็ตหน้านิ่ม




    Black Forest Cake




    Tiramisu




    Chocolate Fudge Brownies




    Éclair




    ขนมไข่




    Lava Cake




    Marble Cake




    Berry Muffins




    Mini Strawberry Rolls




    Macarons




    Cornflake Cookies




    Surprise-Filled Cookies




    กลีบลำดวน




    คุ้กกี้น้องหนอน




    Chocolate Chips Cookies




    Classic Shortbread




    ข้าวเหนียวสังขยา




    ขนมน้ำดอกไม้




    แกงส้มไข่ชะอม(เทียม)




    ข้าวมันไก่




    ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์




    บะหมี่น่องไก่




    Sweet n Sour Chicken




    Salmon Cake/Patties




    ขนมจีบไก่กุ้ง




    ทอดมันปลาบาซะ




    ทอดมันข้าวโพด *มังสวิรัติ*




    กุ้งขี้เกียจ(ทำ)




    Home made Pizza




    Mini Pizza




    Pizza Scrolls




    Basa Pie




    หอย(Tassie)ทอด




    ปอเปี๊ยะสด*มังสวิรัติ*




    ขนมหัวผักกาด(ทอด)




    Friends' blogs
    [Add cadeau's blog to your web]
    Links
     

     Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.