Recovery - Eminem

วันนี้ขอพูดถึงอัลบั้มใหม่ของ Em จริงๆก็ไม่ใหม่เท่าไหร่นะ คลอดออกมาตั้งแต่ปีที่แล้วโน้น กับอัลบั้ม "Recovery" ตอนแรกไม่ได้จะใช้ชื่อนี้หรอก แต่ทำไปทำมา เพลงก็ไม่เสร็จซักที แถมยิ่งทำไปนานๆ อารมณ์เพลงใหม่ๆก็ไม่เข้ากับชื่ออัลบั้มเท่าไหร่ ป๋าเลยตัดสินใจเปลี่ยนชื่อเป็น Recovery ซะ (สื่อความหมายว่า ตรูบำบัดยามาแล้วเฟร้ยยย -*-)


อัลบั้มนี้เปิดตัวได้แรงมาก เป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของป๋า Em เลยล่ะ เปิดตัวทีเดียว เปรี้ยงเลย!! ล่าสุดได้รางวัล Grammy สาขา Best Rap Album ไปนอนกอดเรียบร้อยแล้ว ยินดีด้วยนะ!! (ตอนขึ้นไปรับรางวัล ทำหน้าได้ไร้อารมณ์มากๆ -*-)







มาดูรายชื่อเพลงกันก่อน


-1- "Cold Wind Blows"
เพลงนี้ ขึ้นต้นมาเหมือนจะดี แต่พอป๋าเริ่ม rap เท่านั้นแหละ โอ้วววมายก๊อดดด เพลงอะไรวะเนี่ย??? ยากจะบรรยายจริงๆ ยากจะแปลเป็นไทยด้วย เอ่อ มันเป็นเพลงที่ dirty มากๆ ทั้งเรื่อง F*ck ทั้ง Suck เต็มไปหมด เอาเป็นว่าใครอยากรู้ความหมายของเพลงก็ไปหาเนื้อเพลงอ่านเอาเอง เพราะถ้าเอาเนื้อเพลงมาโพส คงติดเซ็นเซอร์ 55 ขอข้ามไปแล้วกันเพลงนี้ ป๋ามาอย่างแรง (แต่ถ้าใครเป็นแฟนป๋า คงไม่แปลกใจเท่าไหร่ ป๋าชอบ rap เรื่องซัคๆแบบนี้มานานแล้ว 55) จริงๆเพลงนี้น่าจะเอามาทำ MV นะ จะทำออกมายังไงเนี่ย (คล้ายๆเพลง Shake that ass for me เซ็นเซอร์คำไปเกือบครึ่งเพลง กรุฟังเพลงไม่รู้เรื่องเลย vevo suck!!!)


--2- "Talkin' 2 Myself" (featuring Kobe)
เพลงนี้ให้อารมณ์เหมือนป๋ากำลังหลอนๆ พูดถึงความรู้สึกของตัวเอง ปัญหาของตัวเองตอนที่ติดยา


--3- "On Fire"
ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ขอข้ามไป


--4- "Won't Back Down" (featuring Pink)
เพลงนี้จังหวะมันส์มาก ใช้เป็นเพลงเปิดตัวในคอนเสริต์ซะด้วย ภาพที่ป๋า Em ก้าวขึ้นเวทีคอนเสริต์พร้อมกับจังหวะกระแทกๆของเพลง เข้ากันมากๆ เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Mission Impossible4 ของเฮียทอม ครูซ ใครที่ไม่เคยฟัง rap น่าจะชอบเพลงนี้ได้ไม่ยาก (ฟังไปเต๊อะ ไม่ต้องเข้าใจความหมายหรอก ดนตรีเป็นภาษาสากลอยู่แล้ว)


--5- "W.T.P."
เพลงนี้เป็นเพลงที่เราชอบมากที่สุดในอัลบั้ม ทำนองชวนโยกหัว ส่ายสะโพกเอามากๆ ชอบจังหวะ แถมยัง Rap ไม่เร็วจัด ทำให้ฟังทัน เพลงนี้น่าจะทำ MV นะเนี่ย ฟังครั้งแรกก็ชอบทันที

"W.T.P" ย่อมาจาก White Trash Party ชอบตรงท่อนฮุคที่ว่า So give us room to do our thing Cuz we ain't come to hurt no one, So everybody come on get up on the floor right now and grab someone! เนี่ยแหละ

พอถึงท่อน Rap มีจิกกัดนิดๆ "and walk around the party without a care, like a body without a head ... เดินกร่างไปทั่ว party เหมือน boby ที่ไม่มีหัว" 55 ฟังแล้วนึกภาพตามได้เลย


--6- "Going Through Changes"
เพลงนี้เฉยๆ ไม่โดน อาจจะเป็นเพราะเราชอบเพลงที่มีจังหวะเร็วๆมากกว่า


--7- "Not Afraid"
เพลงนี้เป็นซิงเกิลแรกที่เปิดตัวด้วยอันดับ 1 บนบิลบอร์ดชาร์ต (และเป็นเพลง Hip Hop เพลงที่ 2 ที่ทำได้ เพลงแรกคือ "I'll Be Missing You" by Puff Daddy)

ถือว่าเป็นเพลงฮิตอันดับหนึ่งของอัลบั้มเลย ฟังครั้งแรกเกิดคำถามขึ้นในใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับป๋าเอ็ม หรือ "New Em" เนี่ย ไม่มีทางที่จะได้เจอเพลงที่มีความหมายประมาณนี้จากอัลบั้มเก่าๆของ Em เป็นเพลงที่มีเนื้อหาให้กำลังใจคนที่กำลังมีปัญหา ป๋าบอกว่าตัวเองไม่กลัวที่จะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เผชิญหน้ากับมัน(ปัญหา) แถมยังเสนอความช่วยเหลือคนอื่นๆ มาจับมือฉันไว้สิ โอ้ววว ฟังแล้วน้ำตาจะไหล ซาบซึ้งในน้ำใจเฟร้ยย (ดูจากรูปด้านบน เห็นป่ะ?? ป๋ายื่นมือมาให้จับ)

ป๋าให้สัมภาษณ์ว่า ตัวเองไม่มีทางที่จะเขียนเพลงแบบนี้ได้ในอัลบั้มเก่าแน่ๆ แต่หลังจากเขาเจอปัญหาติดยา(นอนหลับ) จนต้องได้รับการบำบัด สาเหตุที่ติดยาเพราะช่วงนั้นเขาเจอปัญหาหลายอย่าง หย่าเมีย(ครั้งที่ 2) เพื่อนรักถูกยิงตาย ทำให้ Em เฮิร์ทอย่างหนัก เสพยาอย่างหนัก ขนาดออก TV ให้สัมภาษณ์ยังมีสภาพเหมือนคนเมายา ตาลอย คิดช้า พูดไม่รู้เรื่อง -*- (ลองหาคลิปในยูทูปดูได้ ช่วงนั้น Em สภาพแย่จริงๆ)

หลังจากผ่านการบำบัด Em ก็คิดได้ แต่เขาก็ยังมีปัญหาอยู่ดี ความสามารถในการ rap ของเขามันหายไปแล้ว มือสั่น หัวสั่น Em บอกว่าต้องใช้เวลาถึง 4-5 เดือนในการเรียนรู้ใหม่หมดเลย ไม่ว่าจะเป็นการเขียนเนื้อเพลง การร้องเพลง เข้าไปอัดเพลงในห้องอัดช่วงแรกๆก็ห่วยมาก ต้องพยายามควบคุมมือตัวเองไม่ให้สั่น เขาเลยอยากจะบอกทุกคนว่า..ถ้าสิ่งที่เขาเจอมา สามารถให้ประสบการณ์หรือบทเรียนแก่ใครได้บ้าง และถ้าเขาสามารถช่วยใครได้บ้าง แล้วทำไมจะไม่ทำมันล่ะ Why not??? (อืมมม "New Em" จริงๆ เพราะสัมภาษณ์แบบนี้ก็ไม่มีทางได้ยินจาก Em คนเก่าแน่ๆ) ส่วนบทสัมภาษณ์ Em พูดไว้ใน 60 minutes นะ


--8- "Seduction"
เพลงนี้ไม่โดน ขอผ่าน


--9- "No Love" (featuring Lil Wayne)
เพลงนี้เรียกว่า Rap จนลืมหายใจ จังหวะเพลงและท่อน Rap เร็วมากๆ ถึงขนาดอ่านเนื้อเพลงตามเสียงร้อง ..ไม่ทัน... ป๋าได้ Lil Wayne มาช่วย feat ให้ บอกตรงๆว่าไม่ชอบเสียงร้องของ Lil Wayne เลย น่ารำคาญมากๆ แง้วๆอะไรของมันวะ ถ้าไม่มี Lil Wayne ในเพลงนี้จะดีกว่ามาก (ขออภัยแฟนคลับ Lil Wayne ด้วยนะ พอดีไม่ค่อยชอบเจ้าหมอนี่เท่าไหร่ เลยพาลไม่ชอบเพลงของมันไปด้วย)

เพลงนี้กล่าวถึงอดีตที่ผ่านมา ที่โดนเหยียดย่ำซ้ำเติมอะนะ โถๆ เวลาล้มเพื่อนก็เหยียบซ้ำประมาณนั้น ช่วงแรกของเพลงน่าเบื่อเพราะเจ้า Lil Wayne เนี่ยแหละ เสียงมันเหมือนคนเมากัญชา (จริงๆมันก็เมากัญชานั่นแหละ) มาเริ่มมันส์ตอนป๋าเริ่ม Rap ลืมหายใจกันเลย ที่เด็ดสุดน่าจะเป็นท่อนนี้

Man, get these whack cocksuckers off stage
(ตอน Live เพลงนี้ Em เอามือชี้ไปที่ Lil Wayne เมื่อถึงท่อนนี้ ประมาณว่า.. เฮ๊ยพวก! เอาไอ้เชี่ยเนี่ยออกไปจากเวทีหน่อย)

where the fuck is Kanye when you need him? (ไอ้เชี่ย Kanye หายหัวไปไหนตอนที่ต้องการมัน)

Snatch the mic from ‘em, bitch, I’mma let you finish in a minute, (จะให้ไปแย่งไมค์มา สาดด เดี๋ยวกรูจะให้เมิงต่อให้จบนะ .. )
..มาจาก Kanye ที่ไปแย่งไมค์ Taylor Swift ในงาน MTV awards แล้วพูดใส่ Taylor ว่า ..Taylor, I'll let you finish in a minute ป๋า Em เลยเอามาเหน็บต่อ

yeah, the rap was tight (ใช่ แร๊พมันเจ๋งว่ะ)

But I’m tryna spit the greatest verse of all time (แต่กรูกำลังจะพ่นสุดยอดแร๊พเท่าที่เคยมีมา)
..เหน็บ Kanye อีกรอบ ที่หลังจากแย่งไมค์มาแล้วพูดว่า MV ของบียองเซ่เป็น ''one of the best of all time" แต่ Em บอกว่าของกรูน่ะเจ๋งกว่าอีก (เฉพาะท่อนแร๊พ เพราะตอนนั้น MV ป่ายังไม่ได้ทำ 55)

เป็นไง แสบไม๊ล่ะ ป๋าเรา พรสวรรค์ล้วนๆ เรื่องจิกกัดเหน็บชาวบ้านให้ดิ้นเนี่ย คนฟังเพลงป๋าก็ต้องมีพรสวรรค์ด้วยนะ หัวต้องไว ต้องตามให้ทัน ไม่งั้นจะฟังเพลงป๋าไม่มันส์ เพราะไม่รู้ว่าป๋าพ่นอะไร เอิ๊ก เพลงอะไรวะ นอกจากแปลความหมายเป็นไทยแล้ว ยังต้องมีรายละเอียดเสริมเป็นภาษาไทยอีก ไม่งั้นไม่อิน


--10- "Space Bound"
เพลงนี้เป็นเพลงช้าที่ชอบมากที่สุดแล้วในอัลบั้ม เสียงคอรัสเพราะมากกกกก (เสียงคอรัสร้องโดย Steve McEwan เป็นนักแต่งเพลงชาวอังกฤษ) เหมือนจะเป็นเพลงรัก แต่ฟังทั้งเพลงแล้วมันไม่ใช่อ่ะ อารมณ์ประมาณสาวทิ้งไปหาคนอื่น อยากจะฆ่าให้ตาย สุดท้ายปล่อยเธอไป แล้วจัดการตัวเองแทน เพลงนี้ได้ porn star มาแสดง MV (สวยซะ) ใครที่ดู mv เพลงนี้แล้วงงๆ ว่าทำไมมี Em สองคน?? จริงๆคือ Em คนแรกคือ Eminem คนที่หลงรักสาวคนนั้น และ Em อีกคนคือ Slim Shady คนที่เอาปืนยิงกรอกปากตัวเองคือ Eminem ทำให้ Slim shady โดนไปด้วย (งงไม๊เนี่ย) ลองดู MV แล้วกันนะ ฉากยิงปืนสยองมาก เหมือนจริงซะ

ฉาก EM ยิงปืนกรอกปากตัวเองเนี่ยแหละ เป็นที่โต้เถียงกันอีกแล้ว มีกลุ่มคนออกมาต่อต้าน MV เพลงนี้ บอกว่า Em สนใจแต่เงิน ไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบที่จะมีต่อเด็กๆเลย

ว่าแล้วก็นึกถึงเพลง Sing For The Moment ของป๋า ท่อนที่ว่า...

They say music can alter moods and talk to you
Well can it load a gun up for you , and cock it too
Well if it can, then the next time you assault a dude
Just tell the judge it was my fault and i'll get sued

ว่ากันว่าเพลงสามารถเปลี่ยนอารมณ์และสื่อสารกับคนได้
ถ้างั้นมันคงสามารถชักปืนออกมาให้นายด้วยสิ
ถ้ามันทำงั้นได้ วันหลังก็เอาปืนไปส่องกบาลคนซะ
แล้วบอกศาลไปเลยว่านายไม่ผิด โยนความผิดมาที่กรูนี่ ปล่อยให้กรูโดนฟ้อง

ป๋าคงประชดอะนะ ชอบกล่าวหาเขาดีนัก อะไรๆก็โยนมาที่กรูนี่ ประมาณนั้น 55


--11- "Cinderella Man"
ไม่โดน ขอข้าม


--12- "25 to Life"
เพลงนี้ฟังแล้วยัง งงๆ ตกลงจะมา rap เกี่ยวกับเพลง หรือว่าผู้หญิงกันแน่??? เนื้อเพลงเหมือนจะบรรยายถึงความลุ่มหลงของ Em ที่มีต่อเพลง Rap ฟังอีกรอบเหมือนจะไม่ใช่ หรือจะหมายถึงสาว Kim เมียเก่าฟระ??


--13- "So Bad"
เพลงนี้เป็นเพลงที่ป๋า rap ถึงผู้หญิง (ฟังเนื้อเพลงดีๆ น่าจะกัดคนเดิมอ่ะนะ) rap ได้น่าขนพองสยองเกล้ามากๆ ท่อนฮุคมีว่า

So bad
So good that I'm so bad
Guarantee I'll be the greatest thing you ever had
'Cause you ain't never met nobody like me
And you ain't gonna wanna fuck nobody else again

แปลเถื่อนๆก็ประมาณว่า ใช่ซี๊กรูมันเลว แต่มีดีตรงที่เลวเนี่ยแหละ รับรองได้ว่าเยี่ยมที่สุดแล้วเท่าที่เคยมี ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนแน่ๆ แล้วจะไม่อยากฟัค(นอน) กับคนอื่นอีกเลย (น่านนน -*- ขนาดท่อนฮุคนะนั่น)

ส่วนท่อน Rap เถื่อนกว่านี้มากมาย ไปฟังแล้วแปลเอาเอง แปลตรงนี้ไม่ได้อ่ะ เพราะมัน Rate 18+ (สรุปว่าเราชอบเพลงนี้ที่สุดแล้ว รองจาก W.T.P 55)


--14- "Almost Famous"
เพลงนี้ป๋าสวมบทเป็น Slim shady ไม่กล้าวิจารณ์อ่ะ กลัวโดนสวนด้วยประโยคนี้ในเพลง "Now get off my dick, dick’s too short of a word for my dick" คิดได้ไงเนี่ย?? หยิบข่าวลือของตัวเองมาแซว 55

เรื่อง Dick ของป๋า เคยโดนเมียเก่าออกมาแฉ..ว่าไม่ได้เรื่องเล้ยยย แถมต้องใช้ไวอากร้าด้วยยย ... (น่าจะจริง เพราะตอนป๋าติดยา ขนาดจะพูดยังลำบากแล้วจะให้ทำอย่างอื่นได้ยังไง) ต่อมาโดน DJ สาวหน่วยกล้าตายนางนึง ถามซ้ำกลางรายการสดทางวิทยุว่า ขนาดเท่าไหร่กันแน่?? จริงอย่างที่เมียออกมาแฉรึเปล่า?? ป๋าเลยตอบกลับแบบกวนเต็มที่ โดยรับหน้าตายว่าที่เมียแฉน่ะ ถูกแล้ว!! ป๋าบอกว่าของตัวเองน่ะ.. 3 inches of blue steel baby .... (blue steel สื่อถึงการใช้ยาไวอากร้า) ตอบกลับมาแบบนี้ อย่าคิดว่าน้องนางจะยอมแพ้ เธอขอท้าพิสูจน์ว่าจริงไม๊ (เฮ๊ย!! อย่าแย่งช้านน -*-) สรุปบ้าพอกันทั้งคนสัมภาษณ์และคนถูกสัมภาษณ์ ส่วนคนฟังสัมภาษณ์ก็บ้า ทนฟังอยู่ได้ จะฟังสัมภาษณ์เรื่องเพลง หรือเรื่องขนาดของ Dick ฟระ เวน..


--15- "Love the Way You Lie" (featuring Rihanna)
เพลงนี้เรียกว่าเปิดตัวมาอย่างดุเลย เป็นซิงเกิลที่ไต่ขึ้นอันดับ 1 บนบิลบอร์ตชาร์ต แถมค้างอยู่ 7 สัปดาห์ พ่วงด้วยยอดวิวถล่มถลายที่ youtube จำนวนคนที่ชอบและไม่ชอบพอๆกัน ส่วนมากคนที่ไม่ชอบน่าจะเป็นพวกแฟนพันธ์แท้ฮาร์ดคอของป๋าอ่ะแหละ ส่วนคนที่ชอบก็น่าจะเป็นคนที่เพิ่งรู้จักกับเพลง Eminem ไหงงั้น?? เพราะหลังจากแฟนป๋า(เกือบ)ทุกคนได้ยินเพลงนี้ ก็จะประมาณว่า "กับ Rihanna เนี่ยนะ???"

ไม่ใช่ว่าน้องห่านไม่ดี แต่เป็นที่รู้ๆกันว่า Em ไม่ชอบศิลปินป๊อปเข้าไส้ โดยเฉพาะศิลปินป๊อปหญิง เคย rap จิกกัดมาแล้วทั้งนั้น พอมาวันหนึ่ง Em หันมา feat กับน้องห่าน เลยเกิดคำถามในใจว่า เกิดอะไรขึ้นกับ Em ขนาดน้องห่านเองยังให้สัมภาษณ์ว่า ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า Em จะชวนเธอมาร้องเพลงด้วยกัน??

พวกแฟนพันธ์แท้ จะชอบความห่าม เถื่อน แสบของ Em คนเก่ามากกว่า (ดูจากแต่ละเพลงในอัลบั้มเก่าๆ) พอมาถึงยุคนี้ "New Em" จะลดดีกรีความแรงลงค่อนข้างเยอะ เป็น Eminem มากกว่า Slim Shady ฟังได้จากเพลงในอัลบั้มนี้ แถมยังไปจับคู่กับศิลปินป๊อปอีก ไม่ว่าจะห่าน Pink และบรูโน เลยมีเสียงว่ากันว่า... Em ทำอัลบั้มนี้เพื่อเงิน มากกว่าจะ rap (เอาใจตลาดว่างั้น)

ใครจะว่ายังไง?? ต่อให้ป๋าหันมาจูบปากร้องเพลงกับดีว่าตัวแม่ มาราย์ เราก็จะฟังเพลงป๋าต่อไป เพราะป๋า rap ไม่เหมือนใคร Rapตะคอกๆแต่เพราะ(ว่ะ) ฟังคนอื่นตะคอกแล้วไม่เพราะเหมือนป๋า แถม Rap เร็วปรี๊ดจนฟังตามไม่ทัน...แต่ก็ยังอยากฟัง(อยู่ดี)


--16- "You're Never Over"
เพลงนี้ยังไม่ได้ฟังจนจบเพลงเลย แต่ได้ข่าวว่าเป็นเพลงที่มีความหมายและมีความสำคัญสำหรับ Em มากที่สุดแล้ว นั่นเป็นเพราะว่าเพลงนี้ Em เขียนถึงเพื่อนรักที่จากไปที่ชื่อ "Proof" คบกันมาตั้งแต่ตอนอายุ 12 ตอนที่ Em ยังยากจนและลำบาก ยังไม่ได้เป็นนักร้องและยังไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดัง จน Proof ถูกยิงตายในปี 2006


Create Date : 21 กันยายน 2554
Last Update : 21 ธันวาคม 2554 21:22:05 น. 9 comments
Counter : 4099 Pageviews.

 
เข้ามาเยี่ยมชมครับ


โดย: BoonsermLover วันที่: 16 ตุลาคม 2554 เวลา:6:15:35 น.  

 
ผมสาวกLPนะครับ โดยส่วนตัวผมนะครับ ผมชอบป๋าแกสมัยเก่าๆมากกว่าครับ แต่อาจเป็นเพราะว่าตอนนี้เวลานี้มันอาจจะหมดยุคแบบแร๊ฟเปอร์ฉ่ายเดี่ยวไปแล้วละ สมัยนี้อาจจะเป็นแนวเพลงที่ดูทันสมัยขึ้นดูมีสีสันขึ้นอะมั้งครับ ดูอย่าง LP ของผมเป็นต้นเปลี่ยนเยอะมากครับ 555+ แต่ผมก็ยังรัก LP ของผมอยู่นะครับ อีกอย่างหนึ่ง EM เขาคงอยากจะทำเพลงของเขาเพื่อที่จะให้รู้ว่าเขาโตเป็นผู้ใหญ่พอแล้ว ไม่ทำอะไรที่ไร้สาระแบบเด็กๆอีกต่อไปแล้วก็ได้ลูกแกก็โตเป็นสาวแล้วด้วย เพราะฉะนั้นแล้วเนี่ยเขาก็อาจจะเปลี่ยนสภาพไปตามอายุอะมั้งครับ


โดย: JUNLP IP: 182.53.92.89 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2554 เวลา:0:54:45 น.  

 
แนวเพลงของป๋า Em ในยุคหลังที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด น่าจะมาจากการเลิกเสพยาของ Em น่ะค่ะ

ช่วง Slim Shady ผมทองช่วงนั้นเป็นช่วงที่ Em ใช้ยา แนวเพลงเลยออกมาสุดโต่ง จน Em บอกว่า ยาเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุด แต่ก็สร้างสิ่งที่ดีที่สุดให้เขาเหมือนกัน (ซึ่งหมายถึงเพลงที่เขาเขียนขึ้นช่วงติดยา)

ระยะหลังที่เปลี่ยนไป อาจจะเพราะอายุมากขึ้น (ป๋าเกือบจะ 40 แล้ว) จะให้มาร้องเพลงจิกกัดชาวบ้านเหมือนเก่าคงไม่ได้แล้ว Em เองก็ไม่อยากเขียนเพลงแนวเดิมอีกแล้ว นอกจากเปลี่ยนแนวแล้ว ยังมุ่งมั่นที่จะทำงานเบื้องหลังมากขึ้น กับค่ายเพลงของเขา Shady record


โดย: wanvisa วันที่: 19 พฤศจิกายน 2554 เวลา:16:56:37 น.  

 
ส่วนตัวเรา ชอบ ป๋า เอ็ม มากๆนะ เค้าเท่ดี แต่เพิ่งเริ่มมาชอบแกตอนหลัง เพิ่งได้มาอ่านประวัติแก เราว่าเจ๋งนะป๋าแกสุดๆแถบทุกเรื่อง เรื่องเพลงยิ่งสุดยอดเราว่าแกใจนะ ไม่แคร์สื่อ แต่เรื่องชีวิตกลับน่าสงสาร เมียป๋าแกทิ้งจริงหรอ?...แต่ลูกสาวป๋าแกสวยนะ ว่าป่ะ อิอิ


โดย: minie IP: 180.183.73.158 วันที่: 13 ธันวาคม 2554 เวลา:10:19:56 น.  

 
ตอบคุณ minie

ชีวิตส่วนตัวป๋ารันทดยิ่งกว่าอะไร
เริ่มจากพ่อทิ้งป๋าไปตั้งแต่ยังแบเบาะไม่ลืมตาเลยมั่ง (ป๋าเล่าว่าตอนที่อยู่กับย่า พ่อของตัวเองโทรมา แต่ไม่เคยมีซักครั้งที่จะถามถึงเขาอ่ะ น่าสงสาร)
อยู่กับแม่ ที่ค่อนข้างจะเพี้ยนอ่ะนะ ถ้าเป็นแฟนเพลงป๋า หลายเพลงเลยที่ป๋าบรรยายเกี่ยวกับแม่ สุดท้ายโดนแม่ตัวเองฟ้องเพราะทำให้เสื่อมเสีย เพราะป๋าแฉหมด(ในเพลง)
ส่วนเรื่องเมียเก่า แต่งแล้วหย่ามาสองรอบ รอบแรกได้ข่าวว่าเมียนอกใจ ไปจูบกับหนุ่มอื่น หย่าป๋าไม่กี่เดือนก็ท้องกับแฟนใหม่ ต่อมาแต่งกันอีกรอบ แล้วก็หย่าอีก ตอนนี้ป๋าโสดอยู่จ้าาา สาวๆคงเข็ดเพราะกลัวปากของป๋าอะนะ ประมาณกรูเลิกกับใครก็เอามาแฉหมด 55 เหมือนมาราย

กับลูกสาว ป๋าเป็นพ่อที่น่ารักมากๆ แล้วยังดูแลน้องชาย(คนละพ่อ) ลูกสาวของน้องสาวเมียเก่า ลูกสาวของเมียเก่า (ที่เกิดจากแฟนอีกคน)

ไม่เจ๋งจริง ทำไม่ได้นะเนี่ย


โดย: wanvisa วันที่: 20 ธันวาคม 2554 เวลา:12:14:22 น.  

 
โหห ป๋าทำได้ไงอ่ะ เลี้ยงลูกเมียเก่า ?
ดูท่าป๋าจะรักยัยคิมนี่มากอะนะ เห้อ อยากให้ป๋าสุขจริงๆสักที


โดย: HILL IP: 80.232.98.152 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:3:30:17 น.  

 
เอ้าลืม เลื่อนมาเจอเรื่องลูก เลยลืมเรื่องเพลงไปเลย -*-
รีวิวอัลบั้มป๋าได้สนุกดีนะ อ่านมันส์ดี 555 ไอเราก็เด็กใหม่ พึ่งมาชอบป๋าได้ไม่นาน
ภาษาก็กากสุดๆ ฟังไม่รู้เรื่อง แต่กุจะฟัง กุมันส์ถึงกุจะฟังไม่ออก ต้องหาเนื้อมาคลอทุกที อิอิ
อยากให้รีวิวอัลบั้มhell the sequel ด้วยจัง ป๋ามันยังไม่ทิ้งลายshadyนะ
ปล.แอบเห็นด้วยเรื่องบักลิล ไม่ชอบเสียงเจ้านี้เลย ฟังแล้วแบบเมิงพล่ามอะไรว่ะ เซังมัน 55


โดย: HILL IP: 80.232.98.152 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:4:15:31 น.  

 
Hell the sequel ยังฟังไม่ครบทั้งอัลบั้มเลยค่าาา เลือกฟังเฉพาะเพลงเพราะๆติดหูแบบ fast lane หรือ lighters ไรงี้ (แต่จริงๆคือไม่ชอบ Rapper คนอื่นเลยนอกจาก Em)

อัลบั้มนี้ Em ทำตัวเป็นป๋าดันเต็มที่ แต่ยังไม่เปรี้ยงนะ ที่เปรี้ยงจริงๆมีแค่เพลง Lighters ขึ้นถึงอันดับ 4 บนบิลบอร์ตชาร์ต

จำได้ว่า Em เคยให้สัมภาษณ์ถึงเพลงนี้ว่า ตอนแรกเขียนเนื้อเพลงว่าให้ชู lighters ให้ Spiderman (ไอ้แมงมุมอ่ะแหละ) แต่ Bruno mars ไม่ชอบ เลยแก้เนื้อร้องของเขาเป็น ชูขึ้นไปบน sky แทน -*-

ฟังครั้งแรกเนี่ยขำก๊ากเลย ตั้งใจสัมภาษณ์ให้ฮาใช่ไม๊ หรือว่าเรื่องจริงเนี่ย?? (ป๋าพูดจริงหรือพูดเล่น แยกไม่เคยได้เลย)

แล้วตอนไปสัมภาษณ์โปรโมทอัลบั้มครั้งแรกทางวิทยุ คนอื่นเขาพูดกันจริงจัง มีแต่เฮีย EM เนี่ยแหละ ตะโกนแทรกตลอด เฮ๊ยย!! หยุดพูดเรื่องไร้สาระกันได้แล้ว (เรื่องไร้สาระของเฮีย ก็คือเรื่องที่ DJ สัมภาษณ์เกี่ยวกับอัลบั้มนี้เนี่ยแหละ)



โดย: wanvisa วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:21:52:18 น.  

 
5555 spiderman ป๋ามันกะเอาฮาหล่ะมั้ง อิป๋ามันเล่นมุกทีไรหน้าตายตลอด เพราะไม่ค่อยยิ้มหรือเปล่า หน้าถึงเด็กปานนี้ อิอิ คุยเรื่องอิป๋าทีไรได้มียิ้มแน่ๆ เพราะกวนสุดๆ
แฟนป๋าที่เห็นในยูทูปนี่ส่วนใหญ่ถ้าจะชอบมุม shady เนอะ เห็นคอมเม้นท์เพลงที่ป๋าเป็น shady จะแบบ he's back แล้วก็ด่าพวกที่รู้จักป๋าจากเพลงที่ฟีทกับห่านว่าเป็นแฟนของบักจัสติน 555 ฮาอ่ะ คือจากที่ไล่ฟังเพลงป๋านะ มันจะต้องมีมาด่าบักจัสเนี่ยตลอดเลย เค้าแอนตี้กันขนาดนั้นเลยหรอ 555


โดย: HILL IP: 80.232.98.152 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:2:39:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wanvisa
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
 
กันยายน 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
21 กันยายน 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add wanvisa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.