Group Blog
 
 
มกราคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
28 มกราคม 2555
 
All Blogs
 
ดอกไม้จากกามเทพ ตอนที่ 1

แสงเหลืองนวลลอดผ่านโคมไฟตั้งโต๊ะส่องสว่างพอรำไร เผยให้เห็นเฟอร์นิเจอร์สีขาวแซมทองที่ตั้งวางไว้ในมุมต่างๆอย่างเข้าชุดกัน ประกายระยิบเมื่อสีทองต้องแสงไฟ ทำให้ห้องสูทขนาดใหญ่ของโรงแรมห้าดาวกลางเมืองหลวงนี้ดูหรูหราเหลือประมาณ บนที่นอนเฉียบเย็นกลางห้องนั้นมีร่างกายสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งนอนแผ่แขนขาหราเพียงลำพัง เปลือกตาที่เคยปิดสนิทนั้นค่อยๆลืมขึ้นช้าๆ เขากระพริบมันถี่ๆให้คุ้นชินกับแสงสว่าง ก่อนจะยกหัวขึ้นมองส่ายไปรอบห้อง ราวกับกำลังค้นหาว่าตัวเขากลับมาที่นี่ได้อย่างไร แต่นึกเท่าไรก็ไม่พบคำตอบ จำได้เพียงเลือนรางว่าเมื่อคืนเขาดื่มหนักมาก และบรั่นดีนอกราคาแพงระยับพวกนั้นคงตกค้างอยู่ในร่างกายไม่น้อย จึงทำให้หัวของเขาปวดมึนได้มากขนาดนี้


ความมึนงงจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ยังแผ่กระจายอยู่ทั่วร่างทำให้เขาลุกขึ้นนั่งได้อย่างทุลักทุเล ราวกับจิตใจและร่างกายนั้นไม่ใช่นายคนเดียวกัน ชายหนุ่มเหวี่ยงขายาวๆของตัวเองลงสัมผัสพื้นห้องก่อนจะก้าวไปข้างหน้า เขาพยายามบังคับไม่ให้ตัวเซไปด้านข้างอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ไม่วายชนเข้ากับเหลี่ยมมุมโต๊ะไม้เสียโครมหนึ่ง ก่อนจะโซเซผ่านเข้าประตูห้องน้ำได้ เขาหยุดยืนตรงอ่างล้างหน้าลายหินอ่อน เอื้อมมือไขบิดก๊อกสีทองอร่าม ก้มลงวักน้ำที่ไหลออกมาเป็นสายใส่หน้าของตัวเองอย่างแรง คล้ายจะให้ความอุ่นที่สัมผัสผิวนี้ไล่อาการเมาค้างออกจากกายเขาไปเสีย


ชายหนุ่มสาดน้ำอุ่นใส่หน้าหลายครั้งจนพอใจ เขายืนนิ่งยันกายกับขอบอ่าง ปล่อยให้หยดน้ำเล็กๆหยาดลงจากใบหน้าไหลไปตามลำคอจนถึงแผ่นอกใต้เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มที่หลุดลุ่ย เขาเงยใบหน้าขึ้นมองเงาในกระจกบานใหญ่ เห็นร่างกายผึ่งผายของตัวเองสะท้อนอยู่ ใบหน้าเรียวยาวนั้นขาวซีดและอิดโรย มีรอยคล้ำพาดเป็นวงใต้ตาที่ดูเด่นพอๆกับคิ้วหนาดก เขาพ่นลมหายใจอุ่นๆผ่านจมูกโด่งสูงก่อนจะสบตากับเงานั้น จ้องมองดวงตาสีน้ำตาลเข้ม แววอ้างว้างจากตาคู่นี้เรียกคำพูดของใครคนหนึ่งที่เคยรู้จักเมื่อครั้งยังเด็ก ผ่านเข้ามาในความทรงจำ

‘ตากลมสวยเหมือนแม่ไม่มีผิด’

ระยะเวลายี่สิบห้าปีของชีวิตทำให้เขาจำไม่ได้เสียแล้วว่าใครคือเจ้าของประโยคนี้ ไม่รู้กระทั่งว่าคำพูดนี้เป็นจริงสักแค่ไหน เพราะตอนแม่ยังมีชีวิตอยู่นั้นเขายังไม่เกิด แต่เมื่อเขาเกิดแม่กลับหมดเวลาจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้เสียแล้ว พวกเขาไม่มีโอกาสได้รู้จักกันแม้สักวินาที เพราะทันทีที่ตาคู่นี้ลืมขึ้น ตาอีกคู่หนึ่งก็ถึงเวลาหลับลงตลอดกาล เขาคิดถึงแม่ทุกครั้งที่ต้องจ้องมองเงาของตัวเอง ได้แต่เฝ้าถามเงานั้นซ้ำๆด้วยประโยคเดิมๆว่าถ้าหากวันนี้แม่ยังอยู่กับเขา ดวงตาคู่นี้จะส่องประกายที่แตกต่างไปจากนี้สักแค่ไหนกัน

*******

ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูสามครั้งตามมาด้วยเสียงแหบต่ำ “รูมเซอร์วิสครับ” ดังขึ้นที่ประตูไม้บานใหญ่ ชายหนุ่มค่อยๆเดินพาร่างอันมีเพียงผ้าขนหนูสีขาวสะอาดพันหลวมๆอยู่รอบเอว ตรงไปปลดล๊อคประตูและเปิดมันอ้าออก บริกรหนุ่มในชุดพนักงานโรงแรมสีฟ้าอ่อนเข็นรถล้อเลื่อนคันเล็กที่มีถาดอาหารวางอยู่เดินผ่านหน้าเขาไปอย่างนอบน้อม ก่อนจะเดินถอยกลับไปเพื่อเข็นราวเหล็กที่มีเสื้อผ้าเรียบกริบแขวนอยู่หลายชุดผ่านประตูเข้ามาอีกรอบหนึ่ง

“คุณณัฐดนัยต้องการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ครับ”

บริกรค่อมกายกล่าวกับแขกวีไอพีที่เขาดูแลมามากกว่าหนึ่งอาทิตย์อย่างสุภาพ ด้วยรู้ว่า ‘คุณณัฐดนัย’ ผู้นี้คือทายาทคนเดียวของตระกูล ‘วัฒนไพฑูรณ์’ ที่ร่ำรวยมหาศาล ผู้มีชื่อเสียงในด้านความเอาแต่ใจตัวเองและพร้อมจะใช้อารมณ์เป็นใหญ่เมื่อไม่ได้อย่างใจต้องการ ณัฐดนัยมองชายร่างเล็กผิวคล้ำที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉย ก่อนจะเดินกลับไปหยิบธนบัตรใบละหนึ่งพันสองใบออกจากกระเป๋าสตางค์สีดำเรียบหรู ยื่นส่งๆให้กับบริกรโดยไม่สนใจว่าชายคนนั้นจะพนมมือไหว้ขอบคุณหรือมีรอยยิ้มกว้างขวางตอบกลับมา เงินแค่พันหรือสองพันนี้ลูกมหาเศรษฐีอย่างเขาเห็นว่าไม่ต่างอะไรกับเศษเงิน


บริกรหนุ่มรีบพับเก็บเงินเข้ากระเป๋าที่ชายเสื้อก่อนจะค่อยๆเดินถอยหลังออกจากห้องอย่างเบาที่สุด ด้วยหวังว่าจะไม่ทำให้แขกพิเศษของเขาเกิดความรำคาญใจจนเป็นเหตุให้เงินในกระเป๋านั้นหลุดลอยไป ณัฐดนัยมิได้สนใจท่าทีหรือความรู้สึกของชายคนนั้นแม้แต่น้อย ซึ่งจะกล่าวให้ตรงกับความจริงก็คือ ณัฐดนัยสนใจเพียงความพอใจของตัวเอง คนอย่างเขาไม่จำเป็นต้องสนใจความรู้สึกของใคร

*******

“สวัสดีครับคุณณัฐ” เสียงทักทายของผู้จัดการวัยกลางคนประจำบาร์ของโรงแรมเอ่ยทักทายทันทีที่ณัฐดนัยผ่านประตูเข้าไปในห้องกว้างอันมีแสงสลัวคละเคล้ากับผู้คนและเสียงดนตรี แม้เขาจะคุ้นเคยกับผู้จัดการคนนี้เป็นอย่างดี แต่ไม่มีความจำเป็นอันใดที่ต้องทักทายกลับ ณัฐดนัยเดินอาดๆ ผ่านผู้จัดการบาร์ไปที่กลางห้อง หย่อนก้นลงนั่งบนโซฟาสีแดงสดตัวยาวเหยียดอันถือเป็น ‘ที่ประจำ’ ซึ่งว่างเสมอเมื่อเขาต้องการ


“เฮ้ ณัฐ เป็นไงบ้างเพื่อน” เสียงชายคนหนึ่งกล่าวทักขึ้นจากด้านหลัง ณัฐดนัยไม่หันไปมองเจ้าของเสียง เขารู้ว่าผู้เอ่ยทักนี้คือหนึ่งในกลุ่มคนที่พยายามจะเป็น ‘เพื่อน’ กับเขา และไม่กี่นาทีต่อมา ชายหญิงอีกหลายคนก็เดินตามเข้ามากล่าวทักทายอย่างสนิทสนม ณัฐดนัยมองคนประจบประแจงและนึกเหยียดหยามพวกเขาอยู่ในใจ หากแต่ไม่ได้ปฏิเสธคนมากมายที่กำลังเดินเข้ามาขอร่วมวง เพราะแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าคนเหล่านี้มอบมิตรภาพให้เขาในฐานะเพื่อนกระเป๋าหนัก แต่การถูกห้อมล้อมด้วยคนไม่จริงใจนั้นยังดีกว่าการที่เขาต้องทนอยู่คนเดียว


ห่วงเวลาของราตรีเลยล่วงไปหลายชั่วโมงพร้อมกับเหล้าหลายแก้วที่ผ่านลงคอไปอย่างกับน้ำเปล่า ณัฐดนัยรู้สึกถึงรสชาติของแอลกอฮอล์ที่ไหลเวียนเต็มเปี่ยมอยู่ในกาย เขาเอนหลังพิงพนักก่อนจะรู้สึกว่ามีมือของใครคนหนึ่งเอื้อมมาโอบรอบแขน

“แอนนี่นวดให้นะคะ” เสียงหญิงสาวออดอ้อนแทรกผ่านเสียงพูดคุยของผู้คนและเสียงดนตรี ณัฐดนัยหันไปมองหญิงสาวเจ้าของผิวนวลเนียน เธอนุ่งชุดสั้นกุดสีดำที่ซ่อนประกายระยิบระยับไว้ในเนื้อผ้า ฉาบสีแดงฉ่ำราวกลีบกุหลาบแรกแย้มไว้ที่ริมฝีปาก เธอส่งยิ้มยั่วยวนให้ก่อนจะประทับจูบลงข้างแก้มของเขาเบาๆ เสียงหัวเราะคิกคักและมือที่ลูบไล้แผ่นอกนั้นดึงเขากลับมาสู่วงสนทนาอันน่าเบื่อหน่ายอีกครั้ง

“อาทิตย์หน้าไอ้ต้นรับปริญญานะเว้ย งานมงคลแบบนี้ต้องฉลองกันหน่อย จริงไหมวะ” ชายร่างใหญ่ผิวคล้ำคนหนึ่งในวงสนทนากล่าวขึ้นพร้อมกับตบไหล่ของชายผิวขาวอีกคนที่รูปร่างเล็กกว่าที่นั่งถัดจากเขา

“เฮ้ย งานนี้พี่ให้เต็มที่ อยากได้สาวแบบไหน บอกมาเลยน้อง เดี๋ยวพี่จัดให้” ชายร่างผอมบางผู้มีหนวดครึ้มรอบคางพูดพร้อมกับยกมือขึ้นตบอกตัวเองคล้ายจะอวดในฝีมือว่าตนนั้นเก่งฉกาจเรื่องผู้หญิงกว่าใครๆ

“จริงเหรอพี่” ต้นเด้งตัวขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น “ถ้ายังงั้น ผมขอหุ่นเพรียวๆ หน้าคมๆ นมโตๆ นะ เอ๊กซ์ดี ผมชอบ”

คำตอบนั้นเรียกเสียงหัวเราะครืนได้จากรอบโต๊ะ ยกเว้นณัฐดนัยที่นั่งเงียบปล่อยให้สาวแปลกหน้าคลอเคลียต้นแขนเขาด้วยหน้าอกอวบอิ่มพร้อมกับยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอึกใหญ่

“ฝีมือระดับพี่โต หาได้สวยกว่ายัยอริซแน่นอน นายจะได้เพ้อเสียที มีอย่างเหรอวะ ผู้ชายดีๆอย่างไอ้ต้นตามจีบเป็นปีๆ ไม่ยอมสนใจ โง่ชะมัดเลย” ชายร่างผอมคนนั้นพูดกลั้วหัวเราะ รู้สึกถูกใจในคำพูดของตัวเองอยู่ไม่น้อย

“โธ่พี่โต สำหรับผมไม่มีใครเทียบอริซได้หรอกพี่ คนนี้เขาเป็นนางฟ้าของผมเลยนะ นางฟ้าน่ะ พี่รู้จักไหมคร้าบบบบ” ต้นพูดลากเสียงเหมือนล้อเลียน เสียงหัวเราะจากคนรอบวงดังขึ้นอีกครั้งก่อนกลายเป็นเงียบกริบเมื่ออยู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้น

“ไอ้พวกไม่มีสมอง โลกนี้ไม่มีนางฟ้าโว้ย” ณัฐดนัยที่ไม่ได้ปริปากมาค่อนคืน เอ่ยโพล่งสยบบรรยากาศครึกครื้นของวงสุราอย่างไม่สนใจใคร

“มีแต่คนโง่เท่านั้นแหล่ะที่เชื่อเรื่องความรักน่ะ” เขาเอ่ยคำพูดอ้อแอ้อยู่ในลำคอก่อนจะหมดความรู้สึกตัวไปด้วยพ่ายแพ้ต่อฤทธิ์เหล้าเต็มกายนั่นเอง

*******

ณัฐดนัยรู้สึกตัวอีกขึ้นมาอีกครั้งในห้องสูทเดิมที่คุ้นเคย เขาพ่นลมจากมูกเบาๆเมื่อรู้ว่าตัวเองยังคงมีลมหายใจพร้อมกับพยายามขยับร่างกาย หากแต่มีบางอย่างเกาะเกี่ยวอยู่รอบหน้าอกนั้นทำให้เขาลุกขึ้นไม่ได้ เขาก้มลงมองท่อนแขนนิ่มนวลสีขาวผ่องที่ส่งไออุ่นผ่านมาถึงผิวกาย เขาจดจำใบหน้าของหญิงสาวในชุดดำเมื่อคืนนี้ได้ดีเป็นอย่างดี หากแต่ตอนนี้เธอไม่เหลือชิ้นส่วนเครื่องแต่งกายใดๆปกปิดร่างกายอยู่อีกแล้ว ณัฐดนัยกระชากตัวออกจากวงแขนนั้นอย่างแรงจนหญิงสาวข้างกายตื่นด้วยอีกคน

“ตื่นแล้วเหรอคะที่รัก” หญิงสาวเอ่ยคำทักทายด้วยเสียงอ่อนหวานรัญจวนใจ พยายามเอื้อมมือคว้าบางส่วนของร่างกายเปล่าเปลือยตรงหน้า หากแต่ชายหนุ่มกลับคว้าข้อมือของเธอไว้ เขาบีบมันอย่างแรงโดยไม่สนใจเสียงร้องโอดโอยที่หลุดจากริมฝีปากสีแดงสด

“อย่าเรียกฉันว่าที่รัก” ณัฐดนัยตวาดเสียงดังเท่ากับแรงที่เขาใช้ลากแขนของหญิงสาวให้ลุกขึ้นจากเตียง

“โอ๊ย อะไรกันคะคุณณัฐ แอนนี่เจ็บนะ” หญิงสาวพยายามดิ้นรนขัดขืน แต่แรงของเธอน้อยเกินกว่าจะต่อสู้กำลังของเขาได้ ณัฐดนัยใช้กำลังกายที่มากกว่าเหวี่ยงเธอจนตกลงจากเตียงไปกองอยู่กับพื้น ก่อนจะคว้าเสื้อผ้าของตัวเองตามมุมต่างๆของห้องมาสวมทับร่างกาย ไม่สนใจหยดน้ำตาหรือเสียงโอดครวญใดๆ

“คุณณัฐ” เสียงสะอื้นนั้นเรียกชื่อเขาเบาๆ ก่อนที่เขาจะก้าวพ้นประตูห้อง ณัฐดนัยหยุดหันมามองร่างล่อนจ้อนนั้นด้วยความสมเพช เขาควักธนบัตรหลายใบออกจากกระเป๋าแล้วขว้างมันใส่หน้าเธอ หญิงสาวก้มหน้ามองแบงค์สีขาวใบใหญ่ร่วงกราวอยู่บนพื้นนั้น มีเพียงเสียงครางเบาๆลอดมาให้ได้ยิน ณัฐดนัยหันหลังผลักประตูเดินออกจากห้อง ไม่แม้จะเหลียวหลังหันไปมอง และทันทีที่ประตูปิดลง หญิงสาวคนเดิมกลับคลายอาการโศกเศร้าราวกับปลิดทิ้ง รีบกอบกองเงินตรงหน้าขึ้นมานับ ธนบัตรหลายสิบใบให้มือทำให้เธอเปล่งเสียงหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข

*******

บนถนนที่เงียบสงัดใต้ท้องฟ้ามืดสนิท รถสปอร์ตสีแดงเพลิงราคาหลายสิบล้านแล่นไปตามถนนที่ว่างโล่งจากรถราและผู้คน ชายหนุ่มเจ้าของรถกดปลายเท้าเร่งเครื่องยนต์ให้พุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง เขาพ่นลมหายใจของตัวเองออกมาอย่างเบื่อหน่าย กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกับกลิ่นน้ำหอมฉุนพุ่งขึ้นมาแตะจมูก เรียกเอาภาพจำในค่ำคืนที่เพิ่งผ่านไปกลับเข้ามาในสมอง ผู้หญิงเจ้าของกลิ่นน้ำหอมนี้ไม่ใช่คนแรกที่ยอมให้เขาล่วงเกินได้อย่างง่ายดายโดยปราศจากความรัก ในเมื่อเขาคือ ณัฐดนัย วัฒนไพฑูรย์ ผู้มีเงินมากพอจะโปรยให้ใครก็ได้อย่างไม่เคยรู้สึกเสียดาย ผู้หญิงง่ายๆพวกนั้นจึงเป็นเพียงดอกไม้ริมข้างทางน่ารังเกียจและไม่มีค่าพอให้เขาต้องจดจำเท่านั้นเอง

ในความมืดของเวลาก่อนฟ้าสาง ณัฐดนัยขับรถอย่างไร้จุดหมายตามถนนของเมืองใหญ่ไปจนถึงสถานที่แห่งหนึ่ง ที่นี่มีผู้คนพลุกพล่านแตกต่างจากถนนเส้นอื่นๆ เขาเหลียวมองร้านรวงเรียงเป็นแถวยาวสองฝั่งถนน มีดอกไม้นานาชนิดตั้งวางแน่นขนัด สีสันฉูดฉาดของดอกไม้นานาพรรณนั้นน่าดูอยู่ไม่น้อย ชายหนุ่มตัดสินใจจอดรถที่ริมฝั่งหนึ่งก่อนจะเดินข้ามถนนผ่านรถกระบะบรรทุกดอกไม้หลายคันที่แล่นกันขวักไขว่ เขาเดินลัดเลาะเรื่อยไปตามทาง ณัฐดนัยได้ยินเสียงต่อรองราคาและเสียงพร่ำบ่นของพ่อค้าแม่ขายดังปะปนกับเสียงรถยนต์ ความสับสนอลหม่านของผู้คนมากมายในที่แห่งนี้ไล่ความเบื่อหน่ายออกจากใจเขาไปได้เป็นอย่างดีทีเดียว

ณัฐดนัยปล่อยใจเพลิดเพลินกับความงามของดอกไม้หลายชนิดไปเรื่อยจนสุดทางก่อนจะหยุดยืนหน้าร้านขนาดใหญ่ที่หัวมุมถนน หญิงอ้วนประจำร้านส่งเสียงเจื้อยแจ้วเรียกเขาโดยหวังจะได้ลูกค้า ณัฐดนัยก้มมองดอกไม้สีสดนานาพรรณถูกมัดไว้เป็นช่อตามคำเชื้อเชิญ จนสะดุดสายตาเข้ากับลิลลี่กลีบใหญ่สีขาวสวยงามละมุนละไมในมุมหนึ่งของร้าน ปกติแล้วเขาไม่เคยนึกชอบดอกไม้มาก่อนแต่วันนี้กลับรู้สึกอยากได้มันขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

ขณะที่เขากำลังเอื้อมมือไปเพื่อหยิบลิลลี่งามดอกนั้น มือเล็กๆของใครคนหนึ่งก็เอื้อมมาหมายจะหยิบดอกไม้ก้านเดียวกัน ณัฐดนัยคว้ามือของเธอคนนั้นไว้โดยไม่ตั้งใจ กลิ่นหอมอ่อนๆที่อาจเป็นกลิ่นของดอกไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งลอยมาปะทะจมูก เขาเผลอสูดดมกลิ่นหอมนั้นอย่างลืมตัว จนกระทั่งได้ยินเสียงผู้หญิงเอ่ยเบาๆว่า “ขอโทษนะคะ” และพยายามดึงมือของเธอกลับ เขาถึงได้รู้สึกตัว ผู้หญิงผมยาวที่มีดวงตาดำขลับเจ้าของเสียงดึงมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของเขาได้ในที่สุด ก่อนจะเดินเลี่ยงไปอีกฝากหนึ่งของร้าน

หญิงสาวร่างผอมบางสวมเพียงเสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนส์ขายาวพอดีตัว แม้ไม่มีเครื่องสำอางใดๆบนใบหน้า แต่ผิวนวลนั้นกลับดูเปล่งปลั่งชวนมอง เธอเดินเลือกหยิบดอกไม้ช่อต่างๆด้วยความคล่องแคล่ว พร้อมเอ่ยคำสนทนากับเจ้าของร้านอย่างคนคุ้นเคยกันดี เสียงหัวเราะสดใสและรอยยิ้มกว้างนั้นเพิ่มความน่ารักให้กับเธอขึ้นอีกเท่าตัว ณัฐดนัยมองตามการเคลื่อนไหวของเธอไปไม่วางตา ในโลกที่เขาอยู่มีผู้หญิงผ่านเข้ามาให้เชยชมมากมาย แต่ไม่เคยพบใครที่ชวนให้เหลียวมองอย่างสาวน้อยคนนี้เลยสักครั้งเดียว

เคร้งงงงงงงง!

เสียงถังสังกะสีใบหนึ่งล่นกระทบพื้นดังสนั่น ณัฐดนัยไม่รู้ว่าเขาพลาดไปชนกับเจ้าถังนี้ได้อย่างไร เพราะเมื่อรู้ตัวก็เห็นมันกลิ้งไปมาตรงเท้านี่เสียแล้ว ดอกไม้เล็กๆสีขาวที่เคยอยู่ในถังนั้นกระจายไปทั่วพื้น เขาได้ยินหญิงเจ้าของร้านส่งเสียงวี๊ดว๊ายพร้อมตะโกนคำสบถออกมาเป็นจังหวะ คนทั่วบริเวณหันมามองเขาเป็นตาเดียวรวมทั้งเธอคนนั้น ณัฐดนัยไม่เคยรู้มาก่อนว่าความอายเป็นเช่นไรจนกระทั่งตอนนี้ มือของเขาควานหาเงินจากซอกกระเป๋าเป็นพัลวัน และรีบส่งมันให้แม่ค้าร่างอวบผู้กำลังเท้าสะเอวกระจายเสียงคล้ายโทรโข่งขนาดใหญ่ ที่เงียบเสียงลงทันทีเมื่อได้รับเงินหลายพันบาทเป็นค่าตอบแทน ณัฐดนัยสาวเท้าออกจากร้านอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้พร้อมกับลิลลี่สีขาวก้านใหญ่ในมือ ได้แต่นึกเสียดายที่ยังไม่ได้ทำความรู้จักสาวน้อยน่ารักคนนั้นอยู่ในใจ

*******

ประตูรั้วเหล็กดัดเป็นลวดลายฉลุหรูค่อยๆเปิดออกด้วยระบบอัตโนมัติ เพื่อให้รถสปอร์ตสีแดงผ่านเข้าไปในเนื้อที่อันมีอาณาบริเวณสิบไร่ภายหลังรั้วนั้น มันแล่นฉิวผ่านสวนที่ตกแต่งไว้อย่างทันสมัยและบ่อน้ำพุขนาดย่อม เข้าไปจนถึงคฤหาสน์หลังใหญ่สไตล์ยุโรป เมื่อรถจอดสนิท ชายวัยต้นสามสิบผู้มีหน้าผากเถิกสูงเงาเป็นมันก็รีบวิ่งเข้ามาเปิดประตูรถและรับกุญแจรถไปจากผู้เป็นเจ้านายอย่างกระตือรือร้น และเมื่อณัฐดนัยเดินผ่านประตูกระจกบานใหญ่เข้าไปในตัวตึก สตรีสูงอายุในชุดแม่บ้านรีบตรงเข้ามาต้อนรับเขาในทันที

“กลับบ้านเสียทีนะคะคุณหนู” หญิงชราเอ่ยทักทาย “หายไปหลายวันจนป้าคิดว่าจำทางกลับบ้านไม่ได้แล้วนะเนี่ย นี่ก็กำลังจะยกหูโทรศัพท์แจ้งตำรวจอยู่เชียวล่ะค่ะ ว่าเด็กชายลูกนัทหลงหาทางกลับบ้านไม่ถูก” หล่อนกระเซ้าเจ้านายคนเล็กของบ้านอย่างอารมณ์ดี

“โธ่ป้าแจ่ม ณัฐแค่ไปเที่ยวเท่านั้นเอง ถ้าตำรวจเชื่อว่าคนตัวโตขนาดณัฐเป็นเด็กหลงทาง ก็คงเพี้ยนกันทั้งโรงพักแล้วล่ะ” ณัฐดนัยเอื้อมมือไปโอบร่างของหญิงชราที่เล็กกว่าเขาเกือบครึ่งตัวอย่างคุ้นเคย

“ตัวโตแค่ไหนป้าก็เห็นคุณหนูลูกนัทเป็นเด็กอยู่ดีล่ะค่ะ ผู้ใหญ่ที่ไหนกันจะเก็บของเล่นเต็มห้องไปหมด” ป้าแจ่มพูดพลางเดินไปข้างหน้าพร้อมกับเจ้านายน้อย

“ป้าแจ่มอย่าพูดเสียงดังไปสิ เดี๋ยวเด็กคนอื่นได้ยิน” ณัฐดนัยกระซิบเสียงแผ่วเบา

“แหม ไม่พูดแล้วค่ะ” ป้าแจ่มกระซิบกลับบ้างอย่างล้อเลียน

“เอ่อ แล้ว” ณัฐดนัยเอ่ยปากคล้ายกับอยากจะถามถึงใครสักคนหนึ่ง แต่คำถามนั้นกลับติดอยู่ที่ริมฝีปาก

“ฟิลิปปินส์ค่ะ อาทิตย์หน้าท่านคงจะกลับ” ป้าแจ่มให้คำตอบเพราะรู้ดีว่าเจ้านายต้องการถามถึงใคร เมื่อนางเห็นสีหน้าของเขามีแววหม่นลงจึงรีบเปลี่ยนเรื่องสนทนา

“ได้ดอกไม้มาจากไหนละคะนั่น สวยจริง” นางถามถึงดอกไม้ที่ชายหนุ่มกำแน่นอยู่ในมือ

“นี่เหรอฮะ” ณัฐดนัยยกดอกไม้สีขาวนวลขึ้นอวด “กามเทพให้ณัฐมาเมื่อเช้า” เขาตอบ

“ตายแล้ว อกป้าแจ่มจะแตก ได้ทำความรู้จักกับกามเทพกับเขาเสียด้วย นั่นแน่ คุณหนูลูกนัทของป้าแอบมีความรักเสียแล้วเหรอ สาวที่ไหนกันคะ”

ณัฐดนัยยิ้มกว้างให้แม่บ้านชราของเขาแทนคำตอบ ป้าแจ่มมองหน้าตาแช่มชื่นของเจ้านายคนเล็กอย่างประหลาดใจ เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นรอยยิ้มมีความสุขแบบนี้จากชายหนุ่มที่นางเลี้ยงดูไม่ต่างจากบุตรตั้งแต่เขาเกิด

“ส่งมาสิคะ ป้าจะเอาไปจัดแจกันให้สวยๆ” ป้าแจ่มเอื้อมมือรับช่อดอกไม้จากณัฐดนัย เขายื่นส่งให้นางอย่างว่าง่าย

“ง่วงเต็มทนแล้ว ณัฐขึ้นไปนอนดีกว่า” ณัฐดนัยพูดพลางอ้าปากหาวหวอด เขาก้าวขึ้นบันไดไปจนถึงห้องนอนกว้างขวางโอ้อ่าของตัวเอง ทิ้งตัวลงบนที่นอนหนานุ่ม ปิดเปลือกตาลงแต่ยังไม่หลับ สักครู่หนึ่งต่อมาก็ได้ยินเสียงประตูเปิดออก เขาเดาได้ว่าป้าแจ่มคงนำแจกันดอกลิลลี่มาส่งให้เพราะนางเป็นเพียงคนเดียวที่เขาอนุญาตให้เข้าห้องนี้ได้ ณัฐดนัยได้กลิ่นหอมละมุนของลิลลี่ดอกใหญ่โชยมาแตะจมูก เขาสูดดมกลิ่นหอมนั่นเข้าเต็มปอด พร้อมเรียกภาพหญิงสาวคนหนึ่งกลับเข้ามาในห้วงคำนึง และนึกถึงรอยยิ้มบนใบหน้านวลนั้นอย่างมีความสุข ก่อนจะหลับไป

*******



Create Date : 28 มกราคม 2555
Last Update : 28 มกราคม 2555 12:32:11 น. 2 comments
Counter : 357 Pageviews.

 
แอบมาอ่าน และส่งกำลังใจให้ค่ะ

เรื่องน่ารักดีจัง หวานๆอ่ะ

พระเอกแอบหวานด้วย ไปซื้อดอกไม้ ชอบๆๆ

นางเอกก็น่ารัก จินตนาการตามแล้วเห็นภาพเลย

ถ้าว่างจะเข้ามาอ่านอีกค่ะ

แต่ตอนนี้งานเข้าเล็กน้อย ^^"



โดย: จ๊ะ IP: 87.165.47.51 วันที่: 28 มกราคม 2555 เวลา:21:33:49 น.  

 
ตอนแรกอาจจะต้องมีรีไรท์นะคะคุณจ๊ะ กำลังแก้อยู่ ขอบคุณที่เข้ามาติชมนะ ^_^


โดย: ก้อนหินที่มีหัวใจ วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:21:53:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ก้อนหินที่มีหัวใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Google
Friends' blogs
[Add ก้อนหินที่มีหัวใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.