|
|
| | 1 |
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
เสน่ห์วัด-วัง มนต์ขลังเมืองเพชร
 วัดพระแก้ว(น้อย) บนเขาวังยอดทิศตะวันออก
“เพชรบุรี” จังหวัดชื่อรวยที่สุดในเมืองไทยจังหวัดนี้ นอกจากจะรุ่มรวยไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวแล้ว เมืองเพชรยังขึ้นชื่อลือชาด้านงานฝีมืองานศิลปะสกุล“ช่างเมืองเพชร”ที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ หลายผลงานจัดอยู่ในขั้นชั้นเทพเลยทีเดียว
งานสกุลช่างเมืองเพชรมีให้เห็นทั่วไปในเขตตัวเมืองเพชร ซึ่งนอกจากจะปรากฏผ่านงานศิลปะพื้นบ้านแล้ว “วัด”และ“วัง” ถือเป็นแหล่งรวมงานศิลปะสกุลช่างเมืองเพชรชั้นดี ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวใครและใครหลายคน เดินทางมาชื่นชมในความงามอันทรงคุณค่าเหล่านี้
 เจ้าจ๋อจอมซ่า เจ้าถิ่นแห่งเขาวัง รื่นรมย์ชม 2 วัง เพชรบุรีได้ชื่อว่า“เมืองงามสามวัง” เพราะมีพระราชวังงดงามเก่าแก่อยู่ถึง 3 แห่ง ใน 3 ยุคสมัยใน 3 รัชกาลด้วยกัน คือรัชกาลที่ 4-5-6 พระราชวังสองในสามอยู่ใกล้ๆ กันในเขตเมืองซึ่งถือเป็นเป้าหมายหลักของเราในทริปนี้ สำหรับวังแรกนั้นก็คือ “พระนครคีรี” หรือ “เขาวัง” สถานที่ท่องเที่ยวสุดคลาสสิค ขุนเขาคู่บ้านคู่เมืองเพชร ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า(รัชกาลที่ 4) โปรดเกล้าให้สร้างพระราชวัง“พระนครคีรี”ขึ้น ในปี พ.ศ. 2404 พร้อมพระราชทานนามเขาลูกนี้ใหม่ว่า “เขามหาสวรรค์” แต่หลังจากนั้นชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า “เขาวัง” เขาวังมีสามยอดด้วยกัน ยอดเขาลูกตะวันออกเป็นที่ตั้งของ “วัดพระแก้วน้อย” ที่แม้จะมีโบสถ์ขนาดเล็ก แต่ว่าก็มีความงดงามไม่น้อย โดยเฉพาะหน้าบันลวดลายปูนปั้นรูปตราพระมหาพิชัยมงกุฎ ซึ่งเป็นตราประจำ ร. 4 นั้นแสดงถึงความเป็นเลิศในฝีมืองานปูนปั้นของช่างเมืองเพชร ชนิดที่หาตัวจับยาก
 พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท เขาวัง ยอดเขาลูกกลางเป็นที่ตั้งของ “พระธาตุจอมเพชร” เจดีย์สีขาวเด่น ซึ่งรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะเจดีย์เก่าที่มีอยู่ก่อน แล้วอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุ ยอดเขาลูกตะวันตกเป็นที่ตั้งของพระราชวังหมู่พระมหามณเฑียรสถานและพระที่นั่ง 4 หลังคือ พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์(พระที่นั่งประธาน) เป็นสถาปัตยกรรมผสมยุโรป-ไทย-จีน มีบางส่วนจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์ มี 2 ชั้นคล้ายเก๋งจีน เป็นที่จัดแสดงเครื่องราชูปโภคต่างๆ เช่น พระแท่นบรรทม เครื่องมุก พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท เป็นปราสาทยอดปรางค์ 5 ยอด ภายในประดิษฐานพระบรมรูป ร. 4 และพระที่นั่งราชธรรมสภา เป็นอาคารผสมยุโรป-จีน-ไทย มีหอชัชวาลเวียงชัยหรือหอดูดาวทรงกลมรูปโดมตั้งอยู่ข้างๆ บริเวณระเบียงของหอดูดาว ถือเป็นจุดชมวิวชั้นดีที่เมื่อมองออกไปด้านหนึ่งจะเห็นวัดพระแก้วน้อย ส่วนอีกด้านหนึ่งจะเห็นพระธาตุจอมเพชรตั้งเด่นเป็นสง่า นอกจากวิวทิวทัศน์สวยๆ และสิ่งก่อสร้างอันน่าสนใจต่างๆ แล้ว บนเขาวังยังมีเจ้าถิ่นจอมซ่า อย่าง“เจ้าลิงจ๋อ” มาคอยสร้างสีสันเรียกรอยยิ้มและสร้างความรำคาญใจ ให้กับนักท่องเที่ยวได้อย่างดู๋ดี๋คู่คี่พอๆ กัน
 พระราชวังบ้านปืน งดงามทรงเสน่ห์สไตล์ยุโรป จากพระนครคีรี เขาวัง “ตะลอนเที่ยว”ขอพามายังอีกหนึ่งพระราชวังสำคัญ นั่นก็คือ "พระรามราชนิเวศน์" หรือ "พระราชวังบ้านปืน" ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดฯ ให้สร้างขึ้น เมื่อเสด็จประพาสจังหวัดเพชรบุรี โดยที่การก่อสร้างยังไม่ทันแล้วเสร็จ พระองค์ท่านก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน จากนั้นพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงดำเนินการสร้างต่อจนเสร็จ “พระราชวังบ้านปืน” เป็นงานสถาปัตยกรรมยุโรปอันทรงเสน่ห์ดูอบอุ่น เพราะมีลักษณะคล้ายคฤหาสน์หลังโตมากกว่าพระราชวังอันเคร่งขรึม
 อีกมุมหนึ่งของพระราชวังบ้านปืน ด้านหน้าพระราชวังมีพระบรมราชานุสาวรีย์ของรัชกาลที่ 5 ให้ประชาชนสักการะบูชาด้วย ส่วนด้านในดูงดงามไปด้วยการตกแต่งสไตล์ยุโรป มีการแบ่งเป็นห้องต่างๆ เช่น ห้องบรรทม ห้องทรงพระอักษร ห้องเสวย ฯลฯ ซึ่งล้วนตกแต่งอย่างงดงาม
และนั่นก็เป็นมนต์เสน่ห์ของ 2 วังในเขตเมือง ซึ่งเพชรบุรียังมีอีกหนึ่งวังงามอยู่ที่ อ.ชะอำ นั่นก็คือ "พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน" ที่ ร. 6 โปรดฯ ให้สร้างขึ้น แต่ว่าในทริปนี้เราไม่ได้เดินทางออกนอกเมืองไปเที่ยวชม เพราะมีเวลาจำกัดจึงเลือกเที่ยวแต่ในเมืองเท่านั้น
 ศาลาการเปรียญไม้สัก วัดใหญ่สุวรรณาราม รื่นรมย์ชม 2 วัด เพชรบุรีเมืองนี้มีวัดวาอารามในระดับเพชรยอดมงกุฎอยู่มากมาย จึงเป็นการยากที่จะเที่ยวได้หมดในระยะเวลาจำกัด นั่นจึงทำให้“ตะลอนเที่ยว”เลือกพุ่งเป้าไปที่ 2 วัดดัง ที่เราสนใจเป็นพิเศษ วัดแรกคือ“วัดใหญ่สุวรรณาราม”หรือ“วัดใหญ่” วัดที่ทรงพลังไปด้วยงานพุทธศิลป์ ฝีมือช่างเมืองเพชรอันโดดเด่นเป็นเอกอุ สร้างความเพลิดเพลินใจให้กับผู้พบเห็นได้มากโข สำหรับจุดแรกที่พอเข้าไปปุ๊บก็สะดุดตาปั๊บ ก็คือศาลาการเปรียญทรงไทยหลังใหญ่หลังงาม ที่เดิมเป็นตำหนักของพะเจ้าเสือ ซึ่งทรงมีพระราชศรัทธาโปรดเกล้าฯให้รื้อจากอยุธยานำมาประกอบใหม่ เพื่อถวาย สมเด็จสังฆราช(แตงโม)
 หอไตรกลางน้ำ วัดใหญ่สุวรรณาราม ศาลาการเปรียญหลังนี้สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง เป็นศาลาไม้หลังยาวแปดเหลี่ยม ด้านนอกมีคันทวย(ค้ำยัน) หน้าตั๊กแตนสลักเสลาอย่างปราณีต ที่ขอบผนังด้านล่างประดับกระจังพรึงใหญ่ที่สุดในเมืองไทย มีการแกะลายอย่างสวยงาม ในขณะที่ด้านในมีธรรมมาสน์ เตียงสังเค็ด บุษบกอันวิจิตร โดยที่เสาแต่ละต้นเขียนลายรดน้ำไม่ซ้ำแบบกัน ส่วนที่บานประตูตรงข้ามโบสถ์ จะเป็นบานประตูไม้จำหลักลายก้านขดปิดทอง แถมด้วยรอยขวานจามที่สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของทหารพม่า
 พระประธานในโบสถ์วัดใหญ่สุวรรณาราม จากศาลาการเปรียญเดินลึกเข้าไปก็จะพบกับหอไตรกลางน้ำหลังเก่า เป็นรูปแบบเรือนทรงไทย มี 3 เสาโดดเด่น ภายในเก็บพระไตรปิฎก มีสะพานทอดจากขอบสระไปยังหอไตร ส่วนหอไตรหลังใหม่นั้น เป็นอาคารไม้ 2 ชั้น มีระเบียงเดินได้โดยรอบ หลังดูหอไตรหลังงามกลางน้ำแล้ว เราเดินเข้าไปไหว้พระในโบสถ์หลังสมส่วนมีระเบียงคดล้อมรอบ ภายในโบสถ์วัดใหญ่ นอกจากองค์พระประธานที่ดูขรึมขลังเปี่ยมพลังศรัทธาแล้ว ยังมีสิ่งน่าสนใจอื่นๆ อีก อาทิ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ที่มีนิ้วเท้าข้างขวา 6 นิ้ว(อันซีนไทยแลนด์) พระพุทธรูปคันธารราษฎร์ รูปหล่อสมเด็จพระสังฆราช(แตงโม) เป็นต้น
 จิตรกรรมฝาผนังฝีมือชั้นครูในโบสถ์วัดใหญ่สุวรรณาราม ด้านสิ่งน่ายลอื่นๆ ในโบสถ์ก็มีเสาปูนเขียนลวดลายทองอันปราณีต ภาพจิตกรรมฝาผนังเทพชุมนุมสมัยอยุธยาอันอ่อนช้อยสวยงาม ถือเป็นหนึ่งในสุดยอดแห่งงานจิตกรรมไทย ที่นับวันมีแต่เลืองรางและลบหายไปตามกาลเวลา นับเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง นอกจากสิ่งต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว วัดใหญ่ยังมีหน้าบันสลักไม้เลข ๕ ไทยกลับข้างที่ซุ้มประตูทางเข้าโบสถ์ด้านหนึ่ง (ต้องใช้สายตาสอดส่ายหากันสักนิด) ซึ่งเหตุที่เป็นเช่นนั้น เราได้ข้อมูลจากทางวัดมาว่า หลังจากรัชกาลที่ 5 สิ้นพระชนม์ เป็นช่วงที่ทางวัดกำลังสร้างหน้าบันแห่งนี้พอดี พอพระเณรต่างๆ ในวัดใหญ่ทราบข่าวต่างก็เศร้าโศกเสียใจ จึงได้สร้างเลข 5 เลขไทยที่อยู่บนพระขรรค์และพานกลับจากซ้ายเป็นขวา เพื่อแสดงความไว้อาลัย อีกทั้งยังมี "ส้วมโบราณ" หรือ “เวจกุฎี” หรือ"ถาน" เป็นเรือนทรงไทยเก่าคร่ำแต่น่าชมไปด้วยรูปทรงอันอ่อนช้อยสมส่วน ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้คือฝีมือเชิงช่างสกุลเมืองเพชรอันโดดเด่นที่คงความ เป็นอมตะมาจนถึงทุกวันนี้
 ในวิหารหลวง วัดมหาธาตุ มีสิ่งน่าสนใจให้ชมมากมาย จากวัดใหญ่เราเดินทางไปยัง “วัดมหาธาตุวรวิหาร” อีกหนึ่งวัดสำคัญของเมืองเพชร ที่นอกจากจะเป็นหนึ่งในศูนย์รวมจิตใจของคนเมืองเพชรแล้ว ยังเป็นแหล่งรวมงานศิลปะสกุลช่างเมืองเพชรชั้นครูมากมาย วัดมหาธาตุ เป็นวัดเก่าแก่มากสันนิษฐานว่ามีอายุราว 800-1,000 ปี เมื่อเราเดินเข้ามาในวัดแห่งนี้ก็ได้พบกับพระปรางค์ 5 ยอดสีขาวเด่น มีองค์ปรางค์ประธานสูงกว่า 42 เมตรอยู่ตรงกลาง รายล้อมปรางค์องค์เล็กทั้ง 4 ทิศ ใครมาวัดมหาธาตุไม่ควรพลาดการเข้าไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในพระวิหารหลวง ที่มีทั้ง “หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์” หรือ “หลวงพ่อวัดมหาธาตุ” ที่ชาวเมืองเพชรถือเป็นศูนย์รวมศรัทธาและสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ร่วมด้วยรูปหลวงพ่อวัดบ้านแหลม หลวงพ่อวัดเขาตะเคราและหลวงพ่อชิต ในขณะที่องค์พระประธานนั้นก็น่าชมนัก เป็นพระประธานทรงเครื่อง พร้อมด้วยพระองค์รองและองค์ที่สาม ลดหลั่นกันลงมาดูขรึมขลังเปี่ยมพลังศรัทธา ไม่น้อยเลย
 องค์พระประธานในวิหารหลวง วัดมหาธาตุ ความน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งในวิหารหลวงก็คือ ภาพจิตรกรรมฝาผนังอันวิจิตรงามตา ทั้งภาพเทพชุมนุม ภาพมารผจญ ภาพชาดก เป็นต้น นอกจากนี้วัดมหาธาตุยังมีสิ่งชวนชมอย่าง พระวิหารน้อยทรงสำเภา ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่ออู่ทองปางมารวิชัย(ศิลปะอู่ทอง) พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงข้าวของโบราณ อาทิ เครื่องลายคราม พระพุทธรูปรูป แผ่นภาพพระบท เป็นต้น
 ภาพปูนปั้นบันทึกเหตุการณ์ร่วมสมัย วัดมหาธาตุ เสน่ห์ความน่าสนใจในวัดมหาธาตุยังไม่หมดแค่นี้ เพราะที่นี่ยังมีงานปูนปั้นสกุลช่างเมืองเพชรอันลือลั่น ที่ช่างสามารถปั้นปูนได้มีชีวิตชีวามีอารมณ์ประดับอยู่หน้าบัน ซุ้มประตู หน้าต่างและตามองค์ประกอบต่างๆ นอกจากภาพทวยเทพ เทวดา นางฟ้า ยักษ์ ลิง ที่ส่วนใหญ่นำมาจากเรื่องรามรามเกียรติ์แล้ว ยังมีภาพลวดลาย ดอกไม้ ภาพในวรรณคดีอย่างสุนทรภู่ รวมถึงภาพที่กลายเป็นเสน่ห์ชวนค้นหาในวัดแห่งนี้ ก็คือภาพบันทึกเหตุการณ์แห่งยุคสมัย อาทิ เหตุการณ์ 14 ตุลา ภาพ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นายสมัคร สุนทรเวช 2 อดีตนายกรัฐมนตรี ภาพตำรวจทหาร ประชาชน ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงนี้คือ มนต์ขลังพลังฝีมืออันเป็นเอกอุแห่งงานสกุลช่าง เมืองเพชร ที่เป็นดังมรดกล้ำค่าที่คนยุคหลัง ต้องช่วยกันรักษาคงไว้คงอยู่คู่ประเทศของ เราไปตลอดกาล
*********** อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี ตั้งอยู่ที่ ต.คลองกระแชง อ.เมือง เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 40 บาท นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นชมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรีได้ โดยการเดินขึ้น หรือโดยสารรถรางไฟฟ้า (ตั๋วไป-กลับ) เสียค่าบริการ ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท โทร.0-3242-5600 พระรามราชนิเวศน์ ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหม้อ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00–16.00 น. โดยค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท นักเรียนนักศึกษาในเครื่องแบบ 5 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท สำหรับผู้ที่ต้องการจะเข้าชมเป็นหมู่คณะและต้องการวิทยากรบรรยาย สามารถทำหนังสือถึงผู้บังคับการทหารบกจังหวัดเพชรบุรี ค่ายรามราชนิเวศน์ อ.เมือง โทร. 0 3242 8506-10 ต่อ 259 ส่วนผู้สนใจเที่ยวชมสิ่งน่าสนใจต่างๆ ในเมืองเพชร สามารถสอบถามการเดินทาง สถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร และรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานเพชรบุรี โทร. 0-3247-1005-6
ที่มา : //www.manager.co.th
| Create Date : 01 พฤษภาคม 2553 |
| Last Update : 12 พฤษภาคม 2553 19:15:52 น. |
|
2 comments
|
| Counter : 2884 Pageviews. |
 |
|
|
| โดย: สะใภ้เพชร IP: 124.121.79.171 วันที่: 4 มิถุนายน 2553 เวลา:15:30:34 น. |
|
|
|
|
|
|
|