Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
2 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
“ภูเรือ”หนาวเนื้อ ห่มแดด


แสงสุดท้ายบริเวณปรอทยักษ์

พูดถึงดินแดนหนาวๆในบ้านเรานั้นมีอยู่มากมายหลายที่ แต่ที่ที่ได้รับฉายาว่า หนาวสุดในสยามนั้น
ทอดตาทั้งแผ่นดินจนตากรอบเกรียมมีเพียงไม่กี่แห่ง หนึ่งในนั้นก็คือ อำเภอ “ภูเรือ” จ.เลย
แดนหนาวที่มีสโลแกนประจำอำเภอสุดเท่ว่า “เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม ดอกไม้งามสามฤดู”

รับตะวันบนยอดภูเรือ
จากกรุงเทพฯผมออกเดินทางแบบชิลล์ ชิลล์ ไปถึงยัง อ.ภูเรือในช่วงเย็นของวันหนึ่ง
หลังเข้าที่พัก บรรยากาศดี ราคาเยา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เย็นวันนี้ผมของดเที่ยวสักเสี้ยววัน
แต่จะขอพักผ่อนเอาแรงและปรับตัวให้ชินกับความหนาว เพราะวันพรุ่งนี้มีนัดกับพระอาทิตย์ตั้งแต่ช่วงหัวรุ่ง
งานนี้หากตื่นสายตะวันไม่คอยท่าส่องแสงเจิดจ้าเร่าร้อน
นั่นเท่ากับว่า เราต้องพลาดหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของการเที่ยวภูเรือไปทีเดียว


อรุณแย้มเบิกฟ้าบนยอดภูเรือ

...บางครั้งการเดินทางบ่อยๆ ประสบการณ์มันก็สอนให้ผมเลือกที่จะอดเปรี้ยวไว้กินหวาน
หรือผ่อนสั้นผ่อนยาวเหมือนกัน...

เพราะฉะนั้นค่ำคืนวันแรกในภูเรือ ผมจึงเลือกที่จะนอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้านวมของที่พัก(+ผ้าคลุมเตียง)
ก่อนม่อยหลับไปท่ามกลางราตรีอันเหน็บหนาว ที่บนฟากฟ้าพร่างพราวไปด้วยหมู่ดาวระยิบ ระยับ

...ตี 4 ครึ่ง เช้าวันใหม่
ปกติหากเป็นที่บ้านหนาวๆแบบนี้(แต่ที่บ้านมันไม่หนาวแบบนี้นะสิ) ผมคงนอนซุกตัวหลับอุตุอยู่ใต้ผ้าห่ม
กรนครอก...ฟี้...แข่งกับเสียงไก่ขันยามเช้าไปแล้ว แต่สำหรับเช้าวันนี้มันแตกต่างออกไป
เพราะแม้จะหนาวเหน็บขนาดไหน แต่ก็ต้องยอมฝืนใจสลัดความงัวเงียออกเดินทางจากที่พัก
สู่อุทยานแห่งชาติภูเรือ เพื่อเฝ้ารอชมอรุณเบิกฟ้าบนยอดภูเรือ จุดสูงสุดของดินแดนแห่งนี้

แม้อากาศจะหนาวได้ใจ แต่เมื่อได้เดินขึ้นเขา ที่ชันเล็กน้อยถึงปานกลางจากที่จิดรถไปยังยอดภูเรือ
ร่างกายมันก็อดรนทนไม่ไหว เกิดออกอาการต่อมเหงื่อตื้นผุดพรายซึมมาตามผิวกายอย่างช่วยไม่ได้
แต่เหงื่อผุดมาเพียงแป๊บเดียวเท่านั้น เพราะเมื่อสายลมกระโชกวูบวาบมา 2-3 ทีก็กลับไปหนาวยะเยือกเหมือนเดิม
นี่แหละคือเอกลักษณ์อันเป็นเอกอุแห่งภูเรือ

บนยอดภูเรือผมเดินสอดส่ายหามุมถ่ายรูป ก่อนจะมาได้มุมหลังยอดหญ้าริมภูที่พลิ้วไหวเริงระบำไปตามสายลม
ระหว่างรอพระอาทิตย์ขึ้นเราใช้โอกาสนี้สอดส่ายสายตามองหา “แม่คะนิ้ง” (น้ำค้างแข็ง)ตามยอดหญ้า ใบไม้
เพราะได้ยินมาว่าวันไหนหนาวจัดๆบนยอดภูเรือมักเกิดปรากฏการณ์ “แม่คะนิ้ง” อยู่บ่อยครั้ง


ตะวันแยงฟ้าหลังองค์พระ บนยอดภูเรือ

งานนี้จนแล้วจนรอดหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ นั่นคงเป็นเพราะ วันที่เราขึ้นภูเรือคงหนาวไม่ได้ที่ขนาดเกิดแม่คะนิ้งได้
แต่สำหรับผมแล้วเช้านี้มันช่างหนาวจับใจจริงๆ

จากนั้นอีกไม่กี่อึดใจถัดมา ฟ้าเริ่มคลี่คลาย เส้นขอบฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีจากน้ำเงินเข้ม เป็นเรื่อเรืองด้วยสีเหลืองแดง
ก่อนที่ดวงตะวันจะค่อยๆแย้มพรายโผล่พ้นม่านเมฆสู่ฟากฟ้า
ให้บรรดาเหล่านักท่องเที่ยวบนยอดภูเรือ ได้บันทึกภาพกันคนละหลายๆช็อต

จังหวะนี้ถือเป็นช่วงนาทีทอง เพราะอีกเพียงแป๊บเดียวแสงอาทิตย์ ที่ใช้สายตามองได้ก็ทวีความร้อนแรงส่องแสง
เจิดจ้าอาบไล้ท้องฟ้า จนผมต้องเบือนหน้าหนีแสงแรงร้อน เดินไปหามุมถ่ายวิวทิวทัศน์ของทะเลภูเขา
ที่มีสายหมอกลอยจางๆในทะเลภูเขา เบื้องล่างแทน แล้วต่อด้วยการไปถ่ายรูปนักท่องเที่ยวกับป้าย
“ยอดภูเรือ : สุดหนาวในสยาม” และเดินชมสีสันอันสดใสของดอกไม้บนยอดภู
พร้อมๆกับปิดท้ายด้วยการไปไหว้ขอพร “พระพุทธรูปนาวาบรรพต” อันเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวภูเรือ
ที่ประดิษฐานในซุ้มโดดเด่น เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนล่ำลายอดภูเรือเดินทางกลับลงสู่พื้นล่างอีกครั้ง


หินประหลาดรูปเต่า

เดินตามตำนาน หินพานขันหมาก
ถึงจะลงจากยอดภูเรือ แต่ผมยังไม่ออกจากอุทยานฯภูเรือ เพราะไหนๆมาแล้ว งานนี้ขอเดินป่าระยะสั้น ประมาณ
200 เมตร จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่ 2(ภูสน) ไปยัง “หินพานขันหมาก” ที่มีลักษณะเป็นก้อนหินก้อนเดียว
ที่ตั้งอยู่บริเวณลานหินพานขันหมาก รูปร่างลักษณะเหมือนกับพานขันหมาก แต่กำลังพลิกคว่ำ

หินพานขันหมาก ก้อนนี้ไม่เพียงแปลกประหลาดเท่านั้น
ยังมีตำนานพื้นบ้านเกี่ยวพันกับบรรดาหินรูปทรงประหลาดต่างๆ ในอุทยานฯภูเรือ ด้วย ซึ่งตามตำนานเล่าว่า...
เดิมนั้นดินแดนแถบนี้เป็นเมืองที่ชาวบ้านเรียกขานกัน ว่า "ภูทุ่ง" มีเจ้าเมืองภูทุ่งเป็นผู้ครองเมือง
และมีเจ้าเมืองภูครั่งเป็นพระสหายสนิท

เจ้าเมืองภูทุ่ง มีโอรส ส่วนเจ้าเมืองภูครั่งมีธิดาสวยงาม ต่างฝ่ายต่างก็อยากเป็นทองแผ่นเดียวกัน
แต่ธิดาเมืองภูครั่งนั้นมีคนรักอยู่แล้ว เมื่อโอรสเมืองภูทุ่งจัดขันหมากมาสู่ขอ ธิดาภูครั่งไม่ยอมลอบหลบหนีไป
โอรสเจ้าเมืองภูทุ่งโกรธจึงทำลายขันหมากทิ้ง กลายเป็นหินเรียงรายอยู่ที่ "ทุ่งหินพานขันหมาก"
และสร้าง "หินศิวลึงค์" ไว้ให้คนที่ผ่านไป-มา เคารพบูชา รวมถึงยังสร้าง "หินเต่า" ที่มีรูปร่างคล้ายเต่า
อยู่ห่างออกไปริมถนนทางลงจากยอดภูเพื่อประชดตัวเอง

ส่วนชื่อ “ภูเรือ” นั้น มาจากลักษณะของภูเขาที่มีส่วนยื่นออกมาคล้ายเรือสำเภาขนาดใหญ่
และมีส่วนที่ราบบนภูเขามีลักษณะคล้ายท้องเรือ คนโบราณจึงเรียกดินแดนแห่งนี้ว่า “ภูเรือ”
ที่ต่อมากลายเป็นดินแดนสุดหนาวแห่งสยามประเทศ ที่นักท่องเที่ยวหลายคนถวิลหา


ตลาดไม้ดอกเมืองหนาวบ้านหนองบง

เลาะเลียบชมดอกไม้
นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องของความหนาวเย็นแล้ว ภูเรือยังมีลักษณะความพิเศษทางภูมิศาสตร์
ทำให้สามารถเพาะปลูกพืชพันธุ์เมืองหนาวได้มากมาย ที่โดดเด่นมากก็มี คริสต์มาส เห็ดหอม
และองุ่นที่ปลูกไว้ทำไวน์จากสวนองุ่นในละแวกนั้น

ส่วนผู้ที่นิยมบุปผา ชื่นชอบดอกไม้ ต้นไม้
ที่ภูเรือมีสวนและแหล่งเพาะไม้ดอกไม้ประดับให้เลือก แวะเวียนเข้าไปชม+ช้อป กันอยู่หลายจุดด้วยกัน
แต่ที่โดดเด่นที่สุดคงหนีไม่พ้น ตลาดไม้ดอกเมืองหนาวบ้านหนองบง แหล่งท่องเที่ยวดาวเด่นอีกแห่งหนึ่งในภูเรือ
ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวปิดท้ายของผมในทริปนี้

ที่นี่ถือเป็นแหล่งจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับแหล่งใหญ่ ที่นอกจากจะมากไปด้วยพืชพันธ์ ไม้ดอกไม้ประดับแล้ว
ที่นี่ยังมี “เทอร์โมมิเตอร์ยักษ์” หรือ “ปรอทยักษ์” ตั้งโดดเด่นเป็นสัญลักษณ์แห่งภูเรือ
เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปและรับรู้อุณหภูมิว่า วันนี้หนาวกี่องศา

หลังจากที่ผมเดินชมและถ่ายรูปดอกไม้สวยงามๆที่นี่ แสงแห่งวันก็ค่อยๆลาลับ
ก่อนทิ้งแสงสุดท้ายอันสวยงามสีแดงอมม่วงที่มีเงาดำของทิวเขา
และปรอทยักษ์เป็นฉากหน้าไว้ให้เก็บความประทับใจส่งท้ายวัน

ณ เวลานั้น อุณหภูมิที่ปรอทยักษ์วัดได้ 10 องศาเซลเซียส ซึ่งเมื่อค่ำมืดดึกดื่นที่นี่ย่อมหนาวกว่านี้แน่นอน
แต่เพราะไม่ใช่ความหนาวนะหรือ ที่ถือเป็นหนึ่งในเสน่ห์สำคัญ ชวนให้นักเดินทางรุ่นแล้วรุ่นเล่าไปค้นหา
และ สัมผัสในดินแดนสุดหนาวในสยาม ที่มีนามว่า “ภูเรือ”...

***********

สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในภูเรือได้ที่ ศูนย์บริการการท่องเที่ยว อ.ภูเรือ
โทร. 0-4289-9004 (ตลอด 24 ชั่วโมง) อุทยานแห่งชาติภูเรือ โทร. 0 - 4288 – 4144


โดย : ปิ่น บุตรี
ที่มา : //www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9520000160551


Create Date : 02 มกราคม 2553
Last Update : 2 มกราคม 2553 12:34:51 น. 2 comments
Counter : 1946 Pageviews.
Share to Facebook

 
เข้ามาชมครับ


โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา วันที่: 4 มกราคม 2553 เวลา:21:32:43 น.  

 
จะไปดูแม่คะนิ้ง เดือนธันวาคมนี้ค่ะ ^_ ^


โดย: กอดฟ้า กอดน้ำ กอดภูเขา IP: 124.121.208.227 วันที่: 31 ตุลาคม 2553 เวลา:17:58:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ทุกคนไม่ได้รู้ทุกสิ่ง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 200 คน [?]




Friends' blogs
[Add ทุกคนไม่ได้รู้ทุกสิ่ง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.