Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
15 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 

"วัดบางอ้อยช้าง" มรดกล้ำค่าแห่งเมืองนนท์

ท่องเที่ยวไทย
หน้าอาคารพิพิธภัณฑ์มีต้นอ้อยช้างที่วัดปลูกไว้ให้ผู้ผ่านไป-มาได้รู้จัก

"บางอ้อยช้างโอ้ช้างที่ร้างโขลง มาอยู่โรงรักป่าน้ำตาไหล
พี่คลาดแคล้วแก้วตาให้อาลัย เหมือนอกไอยราร้างฝูงนางพัง ฯ
"
......โดยสุนทรภู่

ที่ฉันนำกลอนบทนี้มาเปิดเรื่อง ก็เพราะอยากจะพาพี่น้องย้อนเวลากลับไปในอดีตในสมัยอยุธยา
ชุมชน "บางอ้อยช้าง" แห่งนี้เคยมีต้นอ้อยช้างอยู่มาก โดยต้นอ้อยช้างไม่เหมือนกับต้นอ้อยธรรมดา
แต่เป็นต้นไม้ยืนต้นมีใบคล้ายใบโพธิ์ มีกิ่งเป็นชั้นๆ เป็นไม้เนื้ออ่อนคล้ายต้นงิ้ว มีรสหวานเจือรสฝาด
เป็นที่ชื่นชอบของช้าง ซึ่งช้างจะกินเป็นอาหารและเป็นยารักษาโรค
อีกทั้งต้นอ้อยช้างนี้ยังใช้เป็นที่รองพระที่นั่งบนหลังช้าง เวลาออกทัพไกลๆ อีกด้วย
ชุมชนนี้จึงมีหน้าที่ส่งส่วยอ้อยขึ้นไปเลี้ยงช้างหลวง ที่กรุงศรีอยุธยา
เดิมจึงเรียกชุมชนบางอ้อยช้างว่า "บ้านส่วยช้าง"

ท่องเที่ยวไทย
อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน

ต่อมาในสมัยอยุธยาตอนปลาย ราวพ.ศ. 2304
ชาวบ้านก็ได้ร่วมใจกันสร้างวัดขึ้นในบริเวณชุมชนและเรียกกันว่า "วัดบางอ้อยช้าง" ประวัติยังเล่าว่า
บ้านบางอ้อยช้างเป็นหนึ่งในสามชุมชน ที่รวบรวมเสบียงเวลาเกิดศึกสงครามร่วมกับทัพหลวง
รวมถึงส่งชายฉกรรจ์ในพื้นที่ไปร่วมรับใช้ชาติ ร่วมกับกองทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินในการกู้แผ่นดิน
ทำให้มีการสร้าง "อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน" เพื่อเป็นอนุสรณ์ไว้ที่วัดแห่งนี้ด้วย
อีกทั้งพื้นที่ชุมชนบางอ้อยช้างนี้ ยังเป็นที่รักษาพยาบาลทั้งคนและสัตว์ที่ใช้เป็นพาหนะในสมัยนั้นด้วย

ท่องเที่ยวไทย
เครื่องมือเครื่องใช้โบราณที่จัดแสดงไว้ภายในพิพิธภัณฑ์

สำหรับสิ่งน่าสนใจในวัดบางอ้อยช้างนั้นมีอยู่มากหลาย ซึ่งทริปนี้ฉันโชคดีมากที่ได้คุณธีรวัฒน์ กลีบผึ้ง
ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์วัดบางอ้อยช้าง ขันอาสามาเป็นไกด์พิเศษ พาชมสิ่งต่างๆในวัดแห่งนี้ เริ่มจากจุดแรก
เพื่อเป็นการปูพื้นความเข้าใจต่างๆในวัดแห่งนี้ คุณธีรวัฒน์ พาฉันไปรู้จักกับ "พิพิธภัณฑ์วัดบางอ้อยช้าง"
ที่ทางวัดรวบรวมของเก่าแก่ของสำคัญในชุมชน มาจัดแสดงไว้ให้เป็นดังมรดกล้ำค่าของชุมชน

คุณธีรวัฒน์ เล่าว่า พระครูนนทวัตร วิบูลย์ อดีตเจ้าอาวาส ได้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้น
เพื่อเก็บรักษาโบราณวัตถุที่มีในวัดและชุมชนบางอ้อยช้าง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่ประชาชนทั่วไป
โดยพิพิธภัณฑ์วัดบางอ้อยช้างแห่งนี้ เปิดอย่างเป็นทางการราวปี พ.ศ. 2541-2542
ซึ่งได้ใช้พื้นที่เดิมของหอฉันท์ที่เป็นเรือนไม้เก่าแก่อายุกว่า 100 ปี มาดัดแปลงทำเป็นพิพิธภัณฑ์

ท่องเที่ยวไทย
ข้าวของโบราณในพิพิธภัณฑ์

คุณธีรวัฒน์ พาฉันขึ้นไปชมยังชั้นที่ 3 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดก่อน
โดยในชั้นนี้จัดแสดงสมบัติมีค่าอันเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา เช่น ชุดของหลวงปู่ที่เย็บด้วยมือทั้งหมด,
ตาลปัตรของรัชกาลที่ 5 ที่มีสัญลักษณ์นารายณ์ทรงครุฑตามศิลปะของรัชกาลที่ 5,
ตะลุ่มหรือพานแว่นฟ้า เป็นศิลปหัตถกรรมชั้นสูงของไทยโบราณ อยู่ในกลุ่มช่างรักงานประดับมุก
ซึ่งโดยปกติแล้วชาวบ้านจะไม่ค่อยมีใช้กัน ส่วนใหญ่จะมีในสำนักพระราชวังเท่านั้น

ท่องเที่ยวไทย
ภายในพิพิธภัณฑ์เก็บรักษาตู้พระธรรมลายรดน้ำหลายตู้

ตู้พระธรรมลายรดน้ำ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทางพิพิธภัณฑ์ได้จัดแสดงไว้มากมายหลายตู้
ซึ่งอยู่ในสมัยรัตนโกสินทร์ราวรัชกาลที่ 3-5
ตู้ลายรดน้ำต่างๆ นี้หากลองพินิจดูแล้วก็จะทำให้ได้เห็นถึงสภาพความเป็นอยู่ วัฒนธรรมในสมัยนั้นๆ
เช่น ลวดลายหนุมานรามเกียรติ์ต่อสู้กัน หางหนุมานไปเกี่ยวกับตัวคิวปิด บอกถึงความสัมพันธ์ของชาวไทยกับฝรั่ง
บางตู้ที่กระจังหน้าแทนที่จะเป็นสัญลักษณ์ครุฑ แต่กลับเป็นลวดลายคิวปิดสวมใส่ชุดครุฑ
ซึ่งแสดงถึงสัมพันธไมตรีอันแน่นแฟ้นกับต่างชาติ เป็นต้น

ส่วนด้านในตู้เป็นที่เก็บหนังสือเก่าแก่ บอกเล่าความเป็นมาของจังหวัดนนทบุรี
และบางตู้ก็จัดไว้เป็นที่เก็บพระไตรปิฎกใบลานที่มีอายุราว 200-300ปี
บนผนังจัดแสดงภาพเขียนบนกระดาษของขรัวอินโข่ง ที่มีอายุกว่า 250 ปี ถึง 4 ภาพ
และในชั้นที่ 3 นี้ยังมีห้องจำวัดของพระครูนนทวัตร และจัดแสดงเครื่องถ้วยชามของจีนในสมัยราชวงศ์ชิง
และสมุดข่อยโบราณอีกด้วย

ท่องเที่ยวไทย
ลวดลายของตู้ลายรดน้ำหางหนุมานเกี่ยวตัวคิวปิด

สำหรับในชั้นที่ 2 คุณธีรวัฒน์ เล่าว่า ได้จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวสวนเมืองนนท์
เช่น หม้อไว้เพาะทุเรียน, หม้อหุงข้าว, ไห, โอ่งทำมือยุคแรกของจีนมีสีเขียวหยก, หนังสือพระไตรปิฎก,
ตู้ลายรดน้ำไม้สักที่ยังไม่ปิดทอง, หีบทองที่ใช้บรรจุศพลายเทพพนม, พิกุลและลายบัว เป็นต้น

ท่องเที่ยวไทย
หนึ่งในภาพวาดของขรัวอินโข่งที่ถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์

นอกจากพิพิธภัณฑ์แล้ว วัดบางอ้อยช้างยังมีโบราณวัตถุและปูชนียสถานที่สำคัญอีกมากมาย
แต่ก่อนที่จะไปชมกันฉันขอไปกราบไหว้พระประธานภายใน "อุโบสถ"กันก่อน
ซึ่งองค์พระประธานนี้เป็นพระพุทธรูปสลักด้วยศิลาแลงสมัยสุโขทัย และถอดได้เป็นท่อนๆ อายุประมาณ 600 ปี
สันนิษฐานว่าเอาแบบมาจากลังกา
แต่เดิมประดิษฐานในอุโบสถหลังเก่าที่มีลักษณะเป็นแบบมหาอุตย์จนถึง พ.ศ.2495
เพราะเนื่องจากอุโบสถหลังเก่านี้ได้ทรุดโทรมตามกาลเวลา
จึงได้อันเชิญพระประธานไปประดิษฐานยังอุโบสถหลังใหม่


ท่องเที่ยวไทย
พระประธานในอุโบสถวัดบางอ้อยช้าง จ.นนทบุรี

ภายในพระอุโบสถ ยังมีจิตกรรมฝาผนังที่แม้จะเป็นงานเขียนที่เขียนขึ้นมาใหม่ในปี พ.ศ.2549 ด้วยสีอะครีลิก
แต่ก็มีความวิจิตรสวยงาม ลักษณะของภาพแบ่งเป็น 4 ผนังคือ
ผนังด้านที่ 1 ตอนมหาสุบินนิมิต, ตอนประสูติ, ตอนมหาภิเษกรมณ์, ตอนตรัสรู้
ผนังด้านที่ 2 ตอนเสด็จโปรดปัญจวคีย์, ตอนแสดงปาฏิหาริย์, ตอนเสด็จลงจากดาวดึงส์, ตอนปรินิพาน
ผนังด้านที่3 (ผนังหุ้มกลองหลังพระประธาน) วาดเรื่องไตรภูมิ
และผนังด้านสุดท้าย (ผนังหุ้มกลองด้านหน้าพระประธาน) วาดเป็นตอนมารผจญ
โดยภาพจิตกรรมเหล่านี้ จะวาดสอดแทรกประวัติศาสตร์ของวัดบางอ้อยช้างเข้าไปด้วย
ได้แก่ ภาพวาดตอน ร.5 เสด็จมาบำเพ็ญพระราชกุศลทางชลมารค เป็นต้น

ท่องเที่ยวไทย
รอยพระพุทธบาท ในมณฑปริมน้ำ

จากนั้นคุณธีรวัฒน์พาฉันเดินจากอุโบสถไปยังด้านริมน้ำ เพื่อไปกราบไหว้ "รอยพระพุทธบาทเบื้องซ้าย"
อันประดิษฐานอยู่ภายในมณฑปที่จัดสร้างเมื่อปี พ.ศ.2535 ตกแต่งแบบไทยเดิมสวยสง่างาม
รอยพระพุทธบาทนี้หล่อด้วยทองสำริดขนาด 54 นิ้ว กว้าง 19.5 นิ้ว หนัก190 กิโลกรัม
โดยสันนิษฐานว่าท่านพระอธิการทองอยู่ เจ้าอาวาสวัดองค์แรกได้ธุดงด์ไปทางเหนือแล้วพบพระพุทธบาทในป่า
และพระศาสดาที่พิษณุโลกเมื่อ พ.ศ.2339 จึงได้อาราธนาลงแพไม้ล่องลงมาประดิษฐาน ณ วัดบางอ้อยช้างแห่งนี้
ส่วนพระศาสดาปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ

ท่องเที่ยวไทย
มณฑปพระพุทธบาทริมน้ำ

อีกแห่งหนึ่งที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท ได้แก่ที่ "ศาลาการเปรียญ"
โดยเป็นภาพจิตรกรรมลวดลายทองรอยพระพุทธบาทเบื้องขวา บนฝ้าเพดานไม้เหนือศีรษะ
สันนิษฐานว่าน่าจะมีมานานแล้ว นอกจากนี้ภายในศาลาการเปรียญ
ยังมีธรรมมาสน์บุษบกยอดมหากฐินที่เป็นศิลปะสมัยอยุธยาอันวิจิตรสวยงามให้เห็นกันด้วย

ท่องเที่ยวไทย
ภาพรอยพระพุทธบาทบนผนังเหนือศีรษะในศาลาการเปรียญ

นอกจากสิ่งน่าสนใจในวัดแล้ว บรรยากาศริมน้ำในวัดก็ดูสงบร่มเย็นเป็นสะอาดสะอ้านสบายตา
ฉันขอแนะนำว่าใครที่ชมวัดและพิพิธภัณฑ์เสร็จแล้ว
ลองมาแวะนั่งพักผ่อนหย่อนใจริมน้ำก่อนจะกลับก็ดีไม่น้อยเลยทีเดียว
เพราะจะได้ความอิ่มบรรยากาศ อิ่มใจ และอิ่มบุญ กลับบ้านไปแบบคุ้มค่าไม่น้อยเลย

ท่องเที่ยวไทย
บรรยากาศริมคลองอันสงบร่มเย็น

* * * * * * * *

วัดบางอ้อยช้าง ตั้งอยู่ที่ 79 บ้านบางอ้อยช้าง คลองบางกอกน้อย หมู่ที่ 2 ซ.บางกรวย-ไทรน้อย 29
ถ.บางกรวย-ไทรน้อย ต.บางสีทอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี
พิพิธภัณฑ์วัดบางอ้อยช้างเปิดทำการทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-13.00 น.
หากต้องการเจ้าหน้าที่นำชมกรุณาติดต่อล่วงหน้า
โดยผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-2447-5124, 08-1268-1723

การเดินทางสู่วัดบางอ้อยช้าง
จากถนนรัตนาธิเบศร์ฝั่งขาออกจากกรุงเทพฯ เลี้ยวซ้ายแยกเข้าถนนนครอินทร์ ตรงมาเรื่อยๆ
ข้ามสะพานพระราม 5 ออกทางคู่ขนานแล้วเลี้ยงซ้ายไปเล็กน้อยฝั่งตรงข้ามจะเห็น ซ.บางกรวย-ไทรน้อย 29
มีซุ้มประตูวัดบางอ้อยช้างตรงเข้าไปสุดซอยจะเจอกับวัดบางอ้อยช้าง
หรือมาจากทางถนนสิรินธรขาเข้า (ไปทางสะพานกรุงธน) เลี้ยงซ้ายเข้า ถ.บางกรวย-ไทรน้อย
ตรงไปเรื่อยๆ จนถึงแยกที่จะเลี้ยวขวาขึ้นสะพานพระราม 5
ก่อนถึงแยกเล็กน้อยด้านซ้ายมือเป็น ซ.บางกรวย-ไทรน้อย 29 มีซุ้มประตูวัดบางอ้อยช้าง
ตรงเข้าไปสุดซอยจะเจอกับวัดบางอ้อยช้าง
ปัจจุบันมีเรือนำเที่ยวแวะขึ้นที่ท่าเรือวัดบางอ้อยช้างด้วย


โดย : หนุ่มลูกทุ่ง
ที่มา : //www.manager.co.th




 

Create Date : 15 พฤษภาคม 2553
1 comments
Last Update : 15 พฤษภาคม 2553 12:18:40 น.
Counter : 2775 Pageviews.
Share to Facebook

 

อยากได้อาชีพในปัจจุบันเเละอาชีพที่หายไปด้วย ช่วยได้ไม๊ค่ะ คือ...ต้องทำรายงานนะค่ะถ้าไม่ได้หนูคงso sad มากค่ะ
หนูอาจจะโมโหจนฆ่าตัวตายก็ได้ ยังไงก็ช่วยหน่อยนะค่ะขอบคุณมากๆค่ะ

 

โดย: เด็กนักเรียน IP: 202.125.84.114 8 ตุลาคม 2553 9:53:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


ทุกคนไม่ได้รู้ทุกสิ่ง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 200 คน [?]




Friends' blogs
[Add ทุกคนไม่ได้รู้ทุกสิ่ง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.