ตุลาคม 2552

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
 
All Blog
+ + + ส วั ส ดี ฮ า ร า จู กุ + + +

คุณเคยมีความฝันที่กลายเป็นจริงกันบ่อยแค่ไหนคะ?? อิชั้นน่ะ นับว่าเป็นคนโชคดี มีฝันที่เป็นจริงกะเค้าอยู่หลายต่อหลายครั้ง เคล็ดลับความสำเร็จในการฝันหวานนั้นฤา คือการ กระมิดกระเมี้ยนฝัน ค่ะ อิชั้นไม่ฝันไกล ไม่ฝันเฟื่อง คนที่มีความเกียจคร้านสูง ความดันทุรังต่ำอย่างอิชั้นจะได้ไม่ต้องวิ่งตามฝันกันให้เหนื่อย


หนึ่งฝันที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยอิชั้นยังเป็นละอ่อนน้อยวัย 14 ตอนนั้นเรียนอยู่ม.4 ค่ะ อิชั้นบ้านิตยสารดาราเทศที่ชื่อว่า ทีวีริวิว มาก สมัยนั้นจะมีนิตยสารอีกหัวนึงชื่อว่า รีวิวทีวี เป็นคู่แข่งกัน แต่เล่มหลังจะเน้นเรื่องราวของดารานักร้องทางฝั่งฮ่องกงมากกว่า ขณะที่ทีวีรีวิวนั้นจะหนักไปทางฝั่งญี่ปุ่น กับอเมริกา


ดารานักร้องญี่ปุ่นที่อิชั้นอินสุดเดชในตอนนั้น ก็ได้แก่ Seiko Matsuda, Koji Kikkawa, Shibugaki Tai, Shonen Tai, Shojo Tai ฯลฯ ขุดภาพปลากรอบมาให้ดูกันด้วย เห็นภาพปัจจุบันของหวานใจอิชั้นในสมัยนั้นแล้วขำนะ แต่ละคนเข้าวัยชรากันแล้วทั้งนั้น แล้วอย่างนี้จะไม่ให้อิชั้นรู้สึกแก่ได้ไงวะ


ถึงปัจจุบัน หวานใจบางคนอย่าง Seiko Matsuda ก็เป็นตำนานของวงการ J-Pop ของญี่ปุ่น ออกอัลบั้มมาแล้วทั้งภาษาอังกฤษและจีนกลาง ตีตลาดไปทั่วโลก หรืออย่าง ‘มอคคุง’ Motoki Masahiro หนึ่งในสมาชิกของ Shibugaki Tai ก็ยังโลดแล่นอยู่ในวงการมายา ล่าสุดภาพยนตร์ที่เธอนำแสดงเรื่อง ‘Departures’ ก็ไปคว้ารางวัลออสการ์ในสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมมาครองซะด้วย







สมัยนั้น ทีวีรีวิว เค้าก็จะเอาเรื่องราวและภาพข่าวแฟชั่นของฮาราจูกุมาลงบ่อย เด็กหญิงเดซี่ก็กรี๊ดสลบด้วยความตื่นตาตื่นใจ ทำไมวัยรุ่นญี่ปุ่นถึงได้เท่ห์ระเบิดเถิดเทิงอย่างนี้เนอะ พอบ่ายวันอาทิตย์เอาแล้ว พวกลูกท่านหลานเธอทั้งหลายต้องนัดแนะกับเดอะแก๊งค์แต่งตัวกันเปรี้ยวปรี๊ดยังกะจะไปฆ่าแก๊งค์อื่นให้ตายกันไปข้างด้วยกรดซิตริก เด็กหญิงเดซี่ถึงกับเพ้อ .......


'ชาตินี้ หนูจะต้องไปให้เห็นกับตา ...... หนูจะไป ฮ า ร า จู กุ '


ฝันไปน้ำลายก็ไหลยืดลงมาข้างหมอน ตื่นมาอีกที 25 ปีผ่านไป ไวเหมือนโกหก หลังจากได้รถเข็นมาช่วยทำมาหากินอยู่หลายสิบปี อิชั้นก็ทำฝันนี้ให้เป็นจริงได้แล้วค่ะ


เลยจะขอเริ่มประเดิมบล็อกพาทัวร์ญี่ปุ่น 8 วัน 7 คืนกับป้าเดซี่แอนด์เดอะแก๊งค์กันซะเลย แก๊งค์ของอิชั้นนั้น ขึ้นรถเมล์เมื่อไหร่คนทั่วไปสละที่นั่งให้เมื่อนั้น เพราะเรามีทั้ง เด็ก สตรี และคนชราค่ะ เล่นมุขนี้เป็นภาษาปะกิตให้คุณวรพลฟัง ไม่ขำเว้ยเฮ้ย หาว่าอิชั้นหยาบคายอีกตะหาก






เราออกจากฮ่องกงกันเมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม ไฟลท์ออกสี่โมงครึ่ง อิชั้นไปทำงานครึ่งวันในช่วงเช้า เลิกงานปั๊บก็ขึ้น MTR ต่อรถไฟสายด่วน Airport Express ไปสมทบกับเด็กและคนชราที่สนามบิน


ขึ้นเครื่องไปไม่ทันไร นางบำเรอกำปั่นเหาะ (พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน-ภาษาลาว) ก็เอาอาหารเด็กมาเสิร์ฟตามที่อิชั้นได้รีเควสไปตอนทำจอง ดูหน้าตาดิ น่าแย่งเด็กกินชะมัดเลย







ส่วนอิชั้นน่ะ ต่อมอยากอาหารหยุดทำงานไปแล้ว เพราะซัดชุด Whopper ของ Burger King เป็นมื้อบ่ายมาจากแอร์พอร์ต กะว่าขึ้นเครื่องปุ๊บ ชั้นจะนอนชดเชย เพราะคืนก่อนหน้านั้นได้นอนตีหนึ่งกว่า วุ่นวายกับการแพคกระเป๋านี่แหละ พอเค้าเสิร์ฟอาหารเลยดวดไวน์แดงไปหนึ่งแก้วแล้วหลับเป็นตาย ขาไปนั่งเครื่องใหญ่ ใช้เวลาบินจากฮ่องกงสามชั่วโมงกว่า เกือบสี่ชั่วโมงค่ะ


มาถึงสนามบินนานาชาตินาริตะตอนสามทุ่มกว่า ๆ เวลาที่ญี่ปุ่นเร็วกว่าฮ่องกงหนึ่งชั่วโมง ตอนนั้นเราก็กะจะเอาใบเสร็จ Japan Rail Pass ที่เราถืออยู่ไปแลกพาสใบจริงเนอะ


ไปถึง เคาน์เตอร์ JR ยืนต่อคิวแหม่มสาวอยู่ดี ๆ มีไอ้หนุ่มหน้าตาเอเชี่ยนจากที่ไหนก็ไม่รู้ สะพายแบ๊คแพคใบเท่าควายพร้อมกับมีตุ๊กตาผ้าหน้าตาประหลาด 3-4 ตัวเสียบอยู่ตามช่องกระเป๋า เจ้าตุ๊กตาผีหันหน้ามาทักทายชาวบ้านกันสลอน


หนุ่มน้อยมายืนมั่วคิวกับเราอยู่สักพัก พอแหม่มสาวเธอเสร็จกิจกับพนักงาน พ่อหนุ่มตุ๊กตาเธอก็ชิ่งแซงคิวแก๊งค์เด็ก สตรีและคนชราไปหน้าตาเฉย


คุณวรพลเธองงมาก เธอเหลือบไปเห็นพาสปอร์ตของไอ้หนุ่มนั่นเข้า เธอก็พูดประชดเสียงดังกับอิชั้นว่า


'คุณสุภาพบุรุษผู้ถือพาสปอร์ตไทย มาแซงคิวเราไปแล้ว'



ไม่มีสัญญาณตอบรับทั้งจากตุ๊กตาหรือคุณสุภาพบุรุษไทย คงฟังภาษาอังกฤษสำเนียง BBC ไม่ออก อิชั้นไม่รู้จะขำหรือจะโกรธดี อ่ะนะ วันแรก อย่าเพิ่งวีนให้เสียอารมณ์ ถือซะว่าเห็นแก่ตุ๊กตาเนอะ สาดดดดดดดดด


เราเสียเวลาต่อคิวและสอบถามเรื่องการแลก JR Pass ไปไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง เคาน์เตอร์ที่เค้าให้บริการแลกพาสนั้นปิดไปแล้วตั้งแต่สามทุ่มครึ่ง เราไปไม่ทันค่ะ เลยได้แต่สอบถามเกี่ยวกับพาสกับเคาน์เตอร์นี้


อิชั้นนั้นเหนื่อยแสนสาหัส ขนาดหลับมาหลายชั่วโมงแล้วนะนั่น จากนั้นเราก็นั่งรถไฟ Narita Express ไปสถานีโตเกียวกันเลย ใช้เวลาห้าสิบนาที


ถึงสถานีโตเกียวก็งก ๆ เงิ่น ๆ (งกในที่นี้หมายถึงไม่อยากเสียเงินอ่ะนะ) แก๊งค์อิชั้นก็ลากกระเป๋าต่อรถไฟไปยัง 'หร็อบป๊องงงงหงิ' กรุณาออกเสียงตามที่พิมพ์ไว้ จะได้อรรถรสมาก ลงจากรถไฟใต้ดิน เดินกันอีกประมาณสามหมาหอน ก็ถึงโรงเตี๊ยมที่เราจะมาพักกันเป็นเวลาสี่คืน


บริษัทที่อิชั้นทำงานอยู่ มี Director of Sales สัญชาติญี่ปุ่นซึ่งเบสอยู่ที่ญี่ปุ่นนี่แหละ เวลาที่พวกเซลส์จากฮ่องกงต้องเดินทางไปเยี่ยมลูกค้าที่นั่น เธอก็จะแนะนำให้อิชั้นจองโรงแรมนี้ให้พวกเซลส์ทุกครั้ง ก็รู้สึกว่าจองง่ายดี เพราะไม่ต้องใช้เครดิตการ์ดมาการันตีใด ๆ บรรดาเซลส์เค้าก็โอเคกัน พอถึงคราวตัวเองจะมาเที่ยว ก็ขอลองกะเค้าหน่อย


Villa Fontaine Roppongi Annex


เป็นโรงแรมระดับ Tourist Class เท่านั้นนะคะ เหมาะกับกระเหรี่ยงอย่างอิชั้น ค่าที่พักแบบ Actus Double Room คืนละ JPY 14,000 หะแรกจะจองแบบ Standard ซึ่งถูกกว่านี้อยู่หลายพันเยน ปรากฎว่าเต็มซะก่อน ก็เล่นจองล่วงหน้าไม่ถึงอาทิตย์นี่ อยากไปปุ๊บ ก็จองปั๊บ ไม่ได้เตรียมตัวเนิ่นนานกันเลย







เห็นห้องแล้ว เราก็รู้สึกว่า ห้องมันก็ไม่เล็กอย่างที่ได้ยินมาเลยนี่หน่า หารู้ไม่ นี่เป็นห้องที่ใหญ่และกว้างที่สุดแล้วในทริปนี้ เรายังต้องไปนอนกันอีกสองโรงแรมค่ะ


เค้ามีพวกอุปกรณ์ในห้องน้ำให้ใช้ครบครันไปหมด ทั้งแปรงผม มีดโกนหนวด สบู่ซักผ้า ไดร์เป่าผม มีชุดคลุมแบบญี่ปุ่นที่เรียกว่ายูกาตะให้ด้วย (อันนี้โรงแรมในประเทศอื่น ๆ เค้าก็มีให้นะ อิชั้นไม่เห็นเป็นเรื่องแปลกเท่าไหร่) มีตู้เย็น กาน้ำร้อนพร้อมชาเขียว ทีวีช่องญี่ปุ่น แล้วก็เคเบิลแบบ Pay per view ซึ่งอิชั้นไม่ได้ใช้บริการเลย เพราะดูรายการหนังแต่ละเรื่อง ดูมาหมดแล้วเกือบทั้งนั้น


เน็ตบุ๊คที่เห็นในภาพเป็นของอิชั้นเองนะ โรงแรมไม่ได้เก๋ขนาดมีเน็ตบุ๊คให้ใช้ แต่เค้ามีสายแลนให้ต่อเน็ตได้ฟรี เป็นเคเบิลใยแก้วค่ะ เน็ตไม่อืด พอใช้การได้อยู่ ตกดึกก่อนเข้านอน อิชั้นก็ใช้เป็นเครื่องมือเสิร์ชหาข้อมูล วางแผนไปเที่ยววันต่อไป


เช้าแรกในโตเกียว หนึ่งกระเหรี่ยงกับสองหนุ่มฝรั่งตื่นมา ก็อาบน้ำอาบท่าลงมากินอาหารเช้ากัน เป็นบุฟเฟ่ต์ค่ะ ไม่เลิศหรูอลังการเหมือนกับบุฟเฟ่ต์แบบอเมริกันของโรงแรมเมืองไทย แต่ก็พอถูไถนะ มีสลัด ไข่ต้ม กาแฟ ชา ขนมปังทั้งแบบขาวหรือโฮลวีต มีขนมปังแบบ Bun มีซุปประจำวันให้







โปรแกรมวันนี้ ภาคเช้าเราตั้งใจจะไป Imperial Palace กัน แล้วบ่าย ๆ อิชั้นจะไปตามฝันที่ฮาราจูกุค่ะ แต่ผิดแผน เนื่องจากลูกทัวร์เด็กงอแงเหลือเกิน กว่าจะได้ออกจากโรงแรมก็เกือบสิบเอ็ดโมง เลยตัด Palace ออก ตรงไปฮาราจูกุกันเลย


ใครคาดหวังจะดูรูปฮาราจูกุกันเต็ม ๆ เตรียมตัวผิดหวังได้เลยค่ะ แทบไม่ได้ถ่ายเล้ย อิชั้นบันทึกภาพด้วยสายตาและคลื่นสมองสองอย่างเท่านั้น ฝันของอิชั้นหนิ ชิส์ ใครอยากเห็นฮาราจูกุ ไปดูด้วยตัวเองละกันเน้อ





หน้าตาของสถานี Harajuku รูปห่วยระเบิดเถิดเทิง














ร้านแรกที่สวยถูกใจอิชั้นที่สุด แต่ไม่สามารถถ่ายรูปออกมาให้สวยงามดั่งตาเห็น-ตากล้องมันห่วย ตอนนั้นคิดถึงคุณตา ณ. ไบรท์ตัน กับคุณพู่ Jewnid ขึ้นมาตะหงิดเลย


เป็นร้านขายเสื้อผ้าสไตล์ญี่ปุ่น มีทั้งชุดยูกาตะ ทั้งกิโมโน ทั้ง PJ ร้านตั้งอยู่อยู่ตรงหัวมุมถนนพอดิบพอดี ได้แต่ถ่ายรูปกับเมียงมองค่ะ วันแรกขออั้นไว้ก่อน ยังไม่ช็อป กอปรกับคิดว่า ร้านค้าแถวนี้ของคงแพงกว่าที่อื่น เรายังอยู่กันหลายวัน





เพื่อเป็นการยืนยัน ว่าอิชั้นมาเหยียบฮาราจูกุกันแล้วเด้อค่าเด้อ






ดอกไม้งาม เป็นดิสเพลย์หน้าร้านค้าร้านหนึ่ง
ดูจิ ถ่ายอะไรไม่ถ่าย ถ่ายดอกไม้ อารมณ์ไหนวะยัยป้านี่








เดินดูคนกันจนเหนื่อย สองฝรั่งขอแวะกินดื่มที่สตาร์บัคส์ อิชั้นขอบาย ไปเดินวินโดว์ช็อปปิ้งต่อ เสร็จแล้วเราก็ข้ามฝั่งมายัง Meiji Shrine ข้างหน้าจะมีลานกว้าง ๆ ที่เด็กวัยรุ่นมาแต่งตัวเปรี้ยวซ่าส์ประชันกัน เสียดาย แก็งค์เราไปถึงเร็วไปหน่อยค่ะ บ่ายโมงนิด ๆ เท่านั้น แดดยังเปรี้ยงอยู่ เลยมีแก็งค์สู้แดดนั่งกันอยู่แค่แก๊งค์เดียว





ใครเคยอ่านบล็อกเก่าของอิชั้นที่เล่าเรื่อง Free Hugs ให้ฟังกันมั่ง จำกันได้รึป่าว







ทางเดินเข้า Meiji Shrine สวยและร่มรื่นมาก ๆ ริมทางเดินจุดนึงมีถังซึ่งอิชั้นเข้าใจเอาเองว่าถังบ่มเหล้าสาเกวางเรียงประดับอยู่ ผู้รู้ท่านใดอยากเข้ามาแก้ไขความเข้าใจ เชิญนะคะ






สถาปัตยกรรมไม้งามงด เดินขาลากมาถึงจุดนี้ เจ้าด้นดนเริ่มบ่นกระปอดกระแปดแล้ว เลยบอกให้หนูน้อยนั่งพัก ขอมามี๊วิ่งเข้าไปถ่ายรูปข้างในแป๊บนึงนะ






เข้าไปข้างใน เจอเค้ากำลังมีพิธีแต่งงานพอดี ถ่ายรูปย้อนแสง เล่นเอาคู่บ่าวสาวเปล่งรัศมีกันเลยทีเดียวเชียว






ไม่ได้เข้าไปดูอะไรกะเค้าเลยจริง ๆ อิชั้น ถ่ายรูปขบวนแห่บ่าวสาวเสร็จ อิชั้นก็ชักชวนพลพรรคเดินออก สงสารเจ้าลูกชายที่เริ่มเซ็ง หลังจากดูแผนที่ในมือแล้ว คุณวรพลก็พาเดินออกอีกทางหนึ่งซึ่งเธอว่าใกล้สถานีรถไฟ ทางเดินไกลมาก ทำเอาคิดในใจ Meiji Shrine ไม่เหมาะกับเด็กขี้เกียจเดิน ที่วัน ๆ หมกมุ่นแต่กับการเล่นเกมส์ Wii, PS, PSP, Nintendo DS เลยซักกะนิดส์นะ จะบอกให้ ใครมีลูกแบบเจ้าด้นดน ข้ามที่นี่ไปได้เลยค่ะ






เดินออกมาโผล่ที่ไหนก็จำไม่ได้ ก็เดินหาสถานีรถไฟ เรายังไม่ได้แลก JR Pass เลยนะ เพราะเมื่อวานตอนมาถึงแอร์พอร์ต เคาน์เตอร์ปิดแล้ว เราจะไปสถานีชินจูกุเพื่อแลกพาสกันค่ะ






มาถึงชินจูกุ หลังจากแลกพาสเสร็จ อิชั้นเริ่มหิว ส่วนสองพ่อลูกนั้น ตอนที่อยู่ฮาราจูกุ เธอซัดเพสทรีที่สตาร์เบื๊อกกันไปแล้วคนละชิ้น ว่าไงว่าตามกัน อิชั้นเลยเดินดิ่งไปยังมอลล์ยักษ์ที่ชื่อ Takashimaya พุ่งขึ้นไปยังชั้น 13 ชั้นที่มีแต่ร้านอาหารค่ะ ดูดิสเพลย์หน้าร้านและจำนวนคนที่นั่งรอคิวยาวเหยียดแล้ว ก็กดบัตรคิวรอกินร้านนี้แล





ร้านนี้ชื่อ Tsukiji Tama Sushi



ขนาดไม่เลือกที่นั่ง คือจะเอาอิชั้นไปนั่งโต๊ะหน้าห้องน้ำก็ยินดีนะจ๊ะ ยังต้องนั่งรอโต๊ะอยู่ 45 นาที คนอื่นเค้ากดบัตรคิวแล้วเค้าก็ไปเดินช็อปกันในมอลล์น่ะแหละ แต่แก๊งค์เด็ก สตรีและคนชรา ขอนั่งรอเฉย ๆ ละกัน วันนี้เดินกันมาจนขาขวิดหมดแล้ว





เข้าไปในร้าน พนักงานพาไปนั่งตรงเคาน์เตอร์ แล้วก็เอาเมนูมาให้ดูสามสี่แผ่น เป็นภาษาญี่ปุ่นกับภาษาอังกฤษกำกับเล็กน้อย มีทั้งบุฟเฟ่ต์ กินได้ไม่อั้น แบบเดี่ยวหญิง เดี่ยวชาย คู่หญิง-ชาย ราคาแตกต่างกันไป แม๊ sexist ว้อยที่นี่ ราคาจะตกประมาณ JPY 6,000-7000 สำหรับหนึ่งคู่ เราเลือกสั่งแบบเป็นเซ็ต เพราะมีอิชั้นหิวอยู่คนเดียว อิชั้นกลัวจะกินบุฟเฟ่ต์แล้วไม่คุ้ม วะฮะฮ่า






อย่างที่เล่า สองหน่อเพิ่งจะโซ้ยเพสทรี่จากสตาร์เบื๊อกมา คุณวรพลเลยสั่งแต่ซาซิมิ ส่วนด้นดนเธอมาแปลก ปรกติเธอเกลียดซูชิมาก วันนี้เกิดอยากจะลองกินกับเค้ามั่ง เก่งว้อยลูกชั้น ปรกติเธอจะมีพฤติกรรมที่อิชั้นแอบเม้าท์ในใจว่า ‘He knows what he likes, He likes what he knows’ อะไรที่ผมไม่รู้จัก ผมไม่ชอบหมดแหละ





นั่งหน้าเคาน์เตอร์เลยมีโอกาสได้ดูนั่นดูนี่ ถ่ายรูปมาสบายอารมณ์ ไม่มีใครเห็นเป็นเรื่องแปลกนะ ทำเอากระเหรี่ยงยิ้ม





จานนี้เป็นซาซิมิที่คุณวรพลสั่ง







ส่วนชุดเด็กนี้เป็นของด้นดน และเป็นซูชิคำแรกในชีวิตของหนุ่มน้อย เก่งว้อย (ลูกอิชั้นเองค่ะ ฮ่า ฮ่า)






ของลูกทัวร์สตรีมาเป็นเซ็ต มีผอบน้อยมาเสิร์ฟเรียกน้ำย่อยที่พุ่งขึ้นมาถึงคอหอยแล้วก่อน






เปิดผอบก็พบกับโมรา มาเป็นไข่ตุ๋นแต่หน้าตาแตกต่างจากของที่เคยกิน ๆ มา เพราะมีซุปข้น ๆ ใส่เนื้อก้ามปูอลาสก้าลอยหน้า อร่อยสุดยอด พิมพ์อยู่นี่ยังนึกถึงความอร่อยได้อยู่เลยนะ





อิชั้นสั่งเป็นข้าวหน้าปลาดิบรวม หน้าตาอลังการกว่าที่เคยกินมาเป็นหลายปีแสง รสชาติแบบว่า เลิศค่ะ







กินไปได้ไม่ถึงครึ่งถัง ก็อิ่มตื้อ เพราะไปกะลิ้มกะเหลี่ยเหมาไข่ตุ๋นซึ่งมากับเซ็ตของเจ้าด้นดนซึ่งเจ้าตัวไม่กินมาอีก คุณวรพลเลยช่วยทำการเก็บกวาด มื้อนี้จ่ายค่าเสียหายไปประมาณห้าพันกว่าเยน เพราะเราดื่มกันแต่ชาเขียวกับน้ำเปล่าที่เค้าเสิร์ฟมาให้ฟรี คิดเป็นเงินฮ่องกงก็ประมาณห้าร้อยเหรียญ ซึ่งปรกติเราไปกินข้าวนอกบ้านก็ประมาณนี้แหละ ยิ้มสิคะ เฮ้ย ญี่ปุ่นไม่เห็นแพงอย่างที่เค้าว่าเลย


เกิดความคิดที่จะอัพบล็อกเที่ยวญี่ปุ่นแบบบอกราคา-รายจ่ายด้วย เพราะคิดว่าอาจเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังคิดจะไป จะได้กะงบประมาณกันถูก ใครเห็นด้วย หยอดไว้หน่อยนะคะ


แก็งค์เด็ก สตรี และคนชรา จบทัวร์วันแรกกันด้วยดินเนอร์มื้อนี้ที่รสชาติสุดยอด ราคาโอเค ทำเอาอิชั้นกระดี้กระด้า วาดหวังว่าจะกินหรูแบบนี้ทุกมื้อ หารู้ไม่ เบื้องบนท่านต้องการอ่อยให้ตายใจ


คืนต่อมาสิคะ พลัดหลงเข้าไปกินดินเนอร์ที่แพงบรรลัย เป็นอาหารมื้อที่แพงที่สุดในชีวิตของมนุษย์เงินเดือนอย่างอิชั้นเลย จะเป็นอะไรนั้น โปรดติดตามนะคะ



Create Date : 29 ตุลาคม 2552
Last Update : 8 ตุลาคม 2553 11:11:21 น.
Counter : 1126 Pageviews.

33 comments
  
เพิ่งไปมาเหมือนกันค่ะ
เดินเหนื่อย ๆ อิ อิ
แต่ก็สนุกดีนะคะ

ไปช่วงเวลาเดียวกันกับป้าเด เลยค่ะ
เดินไปหลงกันตรงชินจูกุด้วย เล่นเอาเสียกำลังใจเลย เข้าใจอารมณ์การ์ตูนญุ่ป่นเลย ทำไมพระเอกกะนางเอกมันหลงกันได้ฟระ โหตอนฝูงชนเดินมาถึงกะอึ้งค่ะ

โดย: สาย IP: 58.64.90.92 วันที่: 29 ตุลาคม 2552 เวลา:13:59:51 น.
  
เห็นอาหารแล้วน้ำลายหก ชอบมาก อาหารญี่ปุ่นเนี่ย อยากไปแย่งของคุณวรพลเลย แต่เพื่อนเพิ่งส่งเมล์มาให้บอกว่า ระวังทานปลาดิบมาก ๆ บางครั้งอาจมีพยาธิ และก็พยายามส่งรูปที่โดนผ่าตัดสมองแล้วมีพยาธิยัี๊วเยี้ยะมาให้ดิฉันดู เลยไม่กล้าำไปโออิชิอีกนานเลย แต่ถ้า ออริจินัล แบบนี้ คงไม่มีหรอกค่ะ อยากไปบ้างจัง
โดย: NathalieNoelle วันที่: 29 ตุลาคม 2552 เวลา:14:45:13 น.
  
สวัสดีค่ะป้า

เที่ยวเพลินๆในฮาราจูกุ ตอนแรก นึกว่าจะไม่เห็นป้าถ่ายรูปวัยรุ่น แต่งคอสเพย์ซะแล้ว หนูน่ะ อยากเห็นตัวเป็นๆจิง เห็นแต่ในรูป อ่อ ยังมีแบบเด็กแนว โบ๊ะหน้าดำๆ ทาปากขาวๆอิก กล้าสุดๆ

ทริปวันแรก ป้าคงเดินๆๆๆ เน๊อะ

ตั้งหน้าตั้งตารออ่านทริปวันที่สองนะคะ

โดย: kay_p วันที่: 29 ตุลาคม 2552 เวลา:14:54:14 น.
  
อุ๊ย ป้าเดขา น่ารับประทานจริงๆเลยจ้า ทุกสิ่งอย่าง ท่าทางอากาศจะเย็นสบายเนอะ
โดย: erbhern วันที่: 29 ตุลาคม 2552 เวลา:15:20:17 น.
  
ป้าค่ะ ขอเม้าท์เรื่องอาหารอย่างแรกก่อนเลยล่ะกันเนอะ เพราะมันชวนน้ำลายไหลสุดๆ เซ็ทของป้านี้แบบ ไม่ไหวแล้ว ทำเอาจิตใจสั่น กระดี๊กระด๊า ยิ่งกว่าปลากระดี่ได้น้ำอีกอ่ะ (ยุบหนอ พองหนอ สะกดกลั้นนิดนึง)

น่าตื่นเต้นจังเลยอ่ะค่ะ ป้าได้เห็นงานแต่งแบบดั้งเดิมของคนญี่ปุ่นด้วย ปกติแทบจะไม่ค่อยมีให้ได้เห็นกันเท่าไรแล้ว อยากทาลิปติกป้าจู๋ๆอ่ะ

พูดถึง การกอดฟรี ที่ญี่ปุ่นถ้าไม่มี สงสัยจะมีคนฆ่าตัวตายกันอีกเยอะ เพราะทำงานกันหนักบ้าคลั่งเหลือเกิน ทำงานล่วงเวลากันเป็นวัฒนธรรม (ปกตินี้ทำหลัง ๕ โมงเย็นนี้ แสดงว่าบ.นั้นกำลังมีปัญหานะนั้น แต่ที่ญี่ปุ่นนี้ เรากลายเป็นตัวประหลาดซะงั้น หาก ๕ โมงแล้วกลับบ้าน)

รอป้าลงรายละเอียดค่าใช้จ่ายอยู่น่ะค่า อิอิ ไม่ไหว กิเลสหนาสุดๆ

หากป้าพอมีเวลา อัพทุกวันน้าๆๆๆๆๆๆๆค่า แบบว่านิว่างเกินเหตุ เช็คบล็อกป้าเกือบทุกวัน ถ้าไม่ได้กลับไทย

บล็อกนี่ก็เป็นสิ่งเสพติดอย่างหนึ่งนะเนี่ย
โดย: นิ (Niita ) วันที่: 29 ตุลาคม 2552 เวลา:15:22:12 น.
  
อาหารน่ากินจริงๆ . ฝีมือถ่ายรูปอาหารป้า ไม่มีตกเลยนะ..
โดย: ป้าแก่ (elastigirl ) วันที่: 29 ตุลาคม 2552 เวลา:16:23:43 น.
  
ตามมาอ่านคะป้าเดซี่...รีบๆอัพบล็อกต่อไปเร็วน๊า!

วันนี้ไม่มีคอมเมนต์ใดๆ เพราะอ่านแล้วชอบหมด

ทุกอย่างที่อัพมาเลย แต่เค้าว่าผีญี่ปุ่นอ่ะดุมากเลย

เพื่อนน้ำหวานที่เป็นแอร์สายการบินญีปุ่นชอบมา

เล่าให้ฟังว่ามีโรงแรมที่ลูกเรือไปพักมีห้องหนึ่งถ้า

ใครได้จะขอแลกกะคนที่ไม่รุอิโหน่อิเหน่ทุกครั้ง

น่าสงสารคนนั้นเนอะ
โดย: warniie วันที่: 29 ตุลาคม 2552 เวลา:17:10:56 น.
  
ป้าเดป้าเด รูปก็สวยนี่คะ โดยเฉพาะรูปอาหาร เจ๋งเป้งไปเลย เอาดีทางนี้โลด ดูอีกๆ เมื่อไรจะพรุ่งนี้ซักทีน้าาาาา
โดย: ตา (ta/'o-o/' ) วันที่: 29 ตุลาคม 2552 เวลา:17:27:23 น.
  
Sawadee ka khun pa daisy, how are you?
I hope everything is ok na ka?


โดย: CrackyDong วันที่: 29 ตุลาคม 2552 เวลา:17:29:40 น.
  
ว้าว ๆๆๆๆๆ อยากไปด้วยกับเดอะแก๊งค์ค่ะ จะให้คุณวรพลขำได้ไงคะ เรียกเค้าซะ... คนที่บ้านเกี้ยวก็เหมือนกันค่ะป้า ไม่ยอมให้แก่นิ ต้องย้อมสีผมเกือบทุกสองอาทิตย์อ่ะ

ช่วงนี้ยุ่งจริง ๆ ค่ะป้าเพราะเกี้ยวตระเวณสมัครงานอยู่ค่ะ หายากอ่ะ เรายิ่งเป็นคนหัวดำอยู่โดด ๆ แถบนี้ด้วยแล้ว แทบจะสู้เค้่าไม่ได้เลย แต่ก็พยายามเข้มแข็งค่ะ สู้ๆๆๆๆๆๆ

รอชมต่อนต่อไปอยู่นะคะ

ฮานามื อาริกาโตะ ซาโยนาระ.... ไปแระ
โดย: ANGEL_CS วันที่: 29 ตุลาคม 2552 เวลา:17:45:21 น.
  
ยิ่งอ่าน ป้า เม้า์ท์ แค่วันแรก ก็สนุกแล้ว แหมม ไม่ต้องไปเที่ยวเองหรอก อ่านของป้าเด ก็เหมือนได้ไปแล้ว ขำ และฮาดี เน้อ ป้าเด

มาต่อ วันต่อมานะ อยาุกรู้จักไอ้ที่ว่าแพง บรรลัย นั้น หน้าตาอาหารเป็นไง๋ อ่ะ ป้าเด

อืมม ปุ๊ชอบรูป ทางเดินที่มีต้นไม้ อ่ะ ต่อจากรูปบ่าวสาวอ่ะ ดูแ้ล้วชอบสบายตาจังเลยเนอะ
โดย: Kokanpue วันที่: 29 ตุลาคม 2552 เวลา:18:18:01 น.
  
เอ่อ เรื่อง บล๊อกของปุ๊ละ อ๊าย อายยย มาก ป้าเด จะรีบ สปีด อย่างแรง up blog ให้หัยได้เล้ยยยย
โดย: Kokanpue วันที่: 29 ตุลาคม 2552 เวลา:18:19:22 น.
  
ตามป้าเดซี่ไปเที่ยวฮาราจูกุด้วยคนค่ะ อยากไปญี่ปุ่นเหมือนกัน แต่ว่าแพงมาก เก็บตังค์ก่อนๆ
โดย: gadeja วันที่: 29 ตุลาคม 2552 เวลา:21:13:41 น.
  
หวัดดีค่ะป้าเดซี่..

ก็สมควรที่คนชราเธอจะว่าหยาบคายแหละนะคะ เพราะเด็กและสตรีก็ดูกลางๆ มาเน้นที่คนชราคนเดียว ใครเขาจะไม่โวย?

ป้าโซตามไปเที่ยวฮาราจูกุด้วยคนค่ะ ยังไม่เคยไปเหมือนกัน .. รอตามไปดูดินเนอร์ที่แพงระยับด้วยค่ะ
โดย: ป้าโซ วันที่: 29 ตุลาคม 2552 เวลา:21:20:34 น.
  
โอ๊ย เขียนดีเลิศ อ่านมันส์ อ่านซ้ำก็ยังมันส์ อยากให้เพื่อนๆได้เข้ามาอ่าน ป้าเดซี่เขียนยาวก็ได้นะครับ จะตามเก็บทุกเม็ด

ฮาราจูกุ ผมก็ชอบไป ไปดูความประหลาดทั้งการแต่งตัว การเต้น การร้องของวัยรุ่น ไปเฉพาะวันอาทิตย์เพราะเป็นวันหยุดสัมมนา คนเยอะครับ เดินกันเมื่อยราว 4 ชั่วโมงผมจึงกลับ

มีบางโซน ชาวบ้านนำสิ่งของจากภายในบ้านมาเปิดท้ายรถ หรือวางบนผ้าพลาสติกบนฟุตบาท บางชิ้นยังใหม่อยู่เลย สงสัยลูกเจ้าของบ้านไม่ชอบ ราคาถูกมาก พวกนาฬิกาปลุก พวกแก้วน้ำนี่เป็นของแถมหากใครซื้อของจากบ้านเขา

ร็อบพ็องงิ ย่านนี้ไม่เคยพักครับ เคยพักที่ซันรูท ชินจูกุ ที่จริงก็เคยพักหลายแห่ง เช่น ชิบูย่า แต่ความจำผมสั้นและไม่ค่อยจด

อาหารอร่อยอย่างที่ป้าเดซี่คอยคิวแล้วได้ทาน ผมจะทานน้อย เพราะมันแพง ผมมักจะซื้อจากซุปเปอร์มาเก็ตมาทานที่โรงแรม

วันก่อน ผมเคยเอ่ยในบล็อกป้าเดซี่มาครั้งหนึ่งว่า หลานของผมเพิ่งกลับมาจากไปเที่ยวญี่ปุ่น เขาและเธอไปนอนที่โตเกียว 3 คืน นอนที่โรงแรมแถวฟูจี 1 คืน ไปโดยเปิดอินเตอร์เน็ตแล้วติดต่อจองโรงแรม หลานสาวคนนี้เธอทำบล็อกชื่อล็อกอิน rd_lam

ที่ป้าเดซี่ถามผมว่า “มีหลานเป็นคนฮ่องกงด้วยเหรอคะ?” ใช่ครับ หลานคนนี้มีสามีเป็นหนุ่มฮ่องกง มาจากฮ่องกงแท้ๆเลย ในบล็อกของหลานก็มีรูปแฟนของเธอด้วย เสียดายหลานสาวไม่ค่อยออกไปเยี่ยมบล็อกเพื่อนๆ บล็อกของเธอจึงมีคนเข้าเยี่ยมน้อย และนานๆเธอจึงจะอัพบล็อกสักครั้ง

โดย: yyswim วันที่: 29 ตุลาคม 2552 เวลา:21:58:38 น.
  
ป้าเดซี่ ถ่ายรูปอาหารมาแต่ละอย่าง ล้วนแล้วแต่น่ากินทั้งนั้น ป้าบอกว่าอร่อย งั้นก็ต้องเป็นดั่งคำร่ำลือว่า ญี่ปุ่นนั้นอะไรก็อร่อย อยากรู้จังอะไรแพงที่สุด นึกแล้วก็หิวขึ้นมาเลย

ตอนเด็ก ๆ ปุ่นก็เคยซื้อทีวีรีวิว กะรีวิวทีวีให้พี่ข้างบ้านเค้าเหมือนกัน พี่เค้าไม่ค่อยสบายเลยออกไปข้างนอกไม่ได้ ปุ่นไม่ได้นึกถึงโชโจไต โชเนนไต ตั้งนาน เพิ่งมาเห็นอีกที ยี่สิบกว่าปีให้หลังเหมือนกัน ดาราญี่ปุ่นตอนนั้นยังใส ๆ หน้าตาเป็นธรรมชาตินะคะ ตอนนี้สวยด้วยมีดกันหมด (ดาราไทยด้วย แฮ่)

โดย: Bananarumba วันที่: 29 ตุลาคม 2552 เวลา:21:59:16 น.
  
ป้าเดเล่ามันส์มากค่ะ ขึ้นต้นก็ย้อนไปปู๊นนนน
เลยต้องย้อนกลับไปอ่านหัวบล็อกใหม่
นึกว่าอ่านผิดเรื่อง อิ อิ อิ

รอชมอาหารเลิศอลังการงานสร้างค่ะ

ปอ ลอ: ไม่ต้องไปบล็อกหนูน่ะค่ะ ยังไม่ได้ทำไรเพิ่ม เป็นบล็อกเก่าค้า...
คุณป้าเด จะได้ไม่เสียเวลา
โดย: T+c+ake Time 2002 วันที่: 29 ตุลาคม 2552 เวลา:23:14:46 น.
  
หวัดดียามเช้า ๆ จ้าป้า

มาส่งข่าวว่าตอนนี้ยุ่งจริงยุ่งจังเลยป้า ทั้งเรียนทั้งแขกที่บ้าน ตอนนี้ที่บ้านมีแขก 3 คน เรียนก็ยาก เลยไม่มีเวลามาทักทาย แต่อยากเข้าบล็อกมาก เดี๋ยววันสองวันนี้ คงได้มีโอกาสเข้ามาอ่านใหม่แน่นอน คิดถึงป้านะจ๊ะ จุ๊บ ๆ
โดย: พล (aoigata ) วันที่: 30 ตุลาคม 2552 เวลา:6:06:04 น.
  
จ๊าบ จริงๆ ป้าเดซี่ มีเวลาอ่านได้นิดเดียว สนุกมาก
แล้วจะกลับมาอ่านต่อนะ
โดย: naydin วันที่: 30 ตุลาคม 2552 เวลา:11:08:07 น.
  
Auntie I am attempting to give a damn....lol busy at work nae~ nae~ leiy or have no mood to upload kha~ waiting na@ Pa~~
โดย: Ni IP: 120.29.152.42 วันที่: 30 ตุลาคม 2552 เวลา:13:12:48 น.
  
Pa~ and I've got a question ah kha.
Ni cannot add Pa~ on msn chai mai kha~
but why Pa~ left account at profile to let me tempt to ah kha~ hahaha kidding na~
ไม่กวนแหละ
โดย: Ni IP: 120.29.152.42 วันที่: 30 ตุลาคม 2552 เวลา:13:15:02 น.
  
ป้าเดซี่ถ่ายรูปสวยออกนะค่ะ ... สวยทุกรูปเลย

มาขอศึกษาเก็บข้อมูลไว้ เพราะวางแผนกับเพื่อนๆ ว่าจะไปกลางปีหน้า
โดย: Molly_Nanny วันที่: 30 ตุลาคม 2552 เวลา:13:44:27 น.
  
มาแล้วๆ ละลานตาทั้งผู้คนและอาหาร

โรงแรมสวยดีจังค่ะป้า ดูสะอาดสะอ้านดี ที่สำคัญมีสายแลนให้ต่อเน็ตได้ฟรีด้วย เริ่ดค่ะ

อาหารเช้าของโรงแรมในทุกๆประเทศคงจะเหมือนกันหมดเนาะ พวกขนมปัง นม ไข่ อะไรแบบนี้ ปรกติพวกเราจะกินนิดๆหน่อยๆเพื่อมีแรงเดินเที่ยวแล้วหาอาหารแปลกตาและน่าทานข้างหน้าเอา

แทบจะกรี๊ดสลบกับซาซิมิกับซูซิ ป้าถ่ายรูปออกมาได้น่ากินมากๆ ซาซิมิจานที่คุณลุงวรพลสั่งมาน่ะ แต่ละอย่างของโปรดหนูทั้งน้าน (0_0)

กินไปตั้งเยอะแค่ห้าร้อยเหรียญเอง ราคาพอๆกับร้านซูซิฮ่องกงเลยเนาะ ตอนแรกที่ยังไม่ได้อ่านถึงตอนที่ป้าเฉลยค่าอาหารหนูยังนึกว่ามื้อนี้ของป้าคงจะหมดเป็นพันเหรียญแน่ๆ เพราะในคิดว่าที่ญี่ปุ่นอะไรๆมันก็แพงไง -_-!

รอดูอาหารมื้อที่แพงที่สุดของป้าว่ามันจะเีิ่ลิศหรูอลังการขนาดไหน

ปล.ช่วงนี้หนูขี้เกียจอัพบล๊อกค่ะป้้า แหะๆ
โดย: Ying An (sailamon) IP: 220.246.92.37 วันที่: 30 ตุลาคม 2552 เวลา:14:39:34 น.
  
สวัสดียามบ่ายชรานะคะ ป้าเดซี่

อุ๊ย...ตามตรูดหยิงอันมาติดๆ

อ่านแล้วก็พยักหน้างึกงักตามไปด้วยว่า อ๋อ...ฮาราจูกุ หน้าตามันเป็นเช่นนี้ นั่นเอง คึกตักสไตส์เมืองใหญ่ หน้าตาอาหารญี่ปุ่นที่ป้าถ่ายภาพมาให้ดูกัน ก็น่ากินออกค่ะ แต่อาจิมกินซูชิ ไม่กินเซซามิ เคยพยายามลองดูแล้ว แต่ยังไงมันก็ไม่ใช่แนวอยู่ดี แหะ แหะ

ว่าแต่ไข่ตุ๋นตามที่ป้าบรรยายมานั้น ดูน่ากินม๊ากมาก เหมือนว่ามันนุ่มละมุนลิ้น น่าดู

รอดูทริปต่อไป เที่ยวเจแปน ไม่ง้อทัวส์ กับป้าเดซี่ Day 2

+++

จากบล็อกที่ป้าถามเรื่องสังเกต ไม่สังเกตนั้น ขอไม่ตอบนะจ๊ะ เพราะคิดว่าป้าพอจะเข้าใจในความเป็นอาจิมอยู่พอสมควร จุ๊ จุ๊ อีกนัยหนึ่งคือเธอกำลังจะหายหัวอีกแล้วนั่นเอง
โดย: A'Jim วันที่: 30 ตุลาคม 2552 เวลา:15:23:23 น.
  
ว่าแต่ เขาปีศาจยักษ์ ตกลงมันเขาไหนที่หักเหรอค่ะ เกือบลืมถามแหนะ
โดย: นิ IP: 120.29.152.42 วันที่: 30 ตุลาคม 2552 เวลา:16:34:40 น.
  
ป้าเดซี่ นี่ขนาดไม่ชอบอ่านหรือรีวิวเรื่องเที่ยวนะ ยังละเอียดได้ขนาดนี้ จองโรงแรมได้ราคาดีมากเลยค่ะ คราวหน้า(ถ้าได้ไปอีกนะ)ป้าต้องลองโรงแรมนี้มั่ง สวยค่ะ ห้องหับน่านอนเชียว และดูกว้างอย่างป้าเดซี่ว่าจริงๆด้วย ธรรมดาห้องที่ญี่ปุ่นมันแคบแบบกางแขนกางขาแทบไม่ได้

รูปสวยนะ ใครว่าไม่สวย แถมบางรูปเราถ่ายแทบจะมุมเดียวกันเป๊ะเลย ที่สำคัญรูปอาหารเยอะเหมือนกันอีก ท่าทางจะชอบหม่ำเหมือนกัน(แต่ป้าเดซี่แอบหม่ำเยอะนะนั่น)

เห็นแล้วคิดถึงญี่ปุ่นจังเลยค่ะ ป้าชอบบล๊อกท่องเที่ยวเพื่อสร้างกิเลสให้ตัวเองค่ะ บ้านป้าชอบเที่ยวกันทั้งคู่ ชีวิตเราไม่สะสมอะไร แต่ขอเก็บโลกกว้างไว้ในความทรงจำให้มากที่สุด มาเห็นบล๊อกป้าเดซี่วันนี้ สัญญากับตัวเองว่าต้องกลับไปญี่ปุ่นอีกรอบให้ได้....สวยเหลือเกิน

ป้าทิ้งบล๊อกท่องเที่ยวไว้แค่สองวันเองค่ะ พอดีมีเรื่องต้องทะยอยลงเยอะ ไม่อยากดองไว้ ป้าเดซี่เข้าไปเลยไม่เจอ จริงๆนอกจากบล๊อกท่องเที่ยว ป้ายังเห็นพวกบล๊อกอาหาร งานฝีมือเป็นไม่ได้ ต้องโดดเข้าใส่ อ้อ...ตอนนี้มีบล๊อกพวกเครื่องสำอางเข้ามาอีก อายุมากขึ้นก็ต้องใส่ใจกับหนังหน้าตัวเองเยอะๆ เพราะตอนนี้มันเหียกเหลือเกิน (เอาไว้วันหลังป้าจะแอบเข้ามาถามป้าเดซี่เรื่องเครื่องสำอางอกนะคะ....ได้ป่ะ)
โดย: ปลาทอง9 วันที่: 30 ตุลาคม 2552 เวลา:16:40:14 น.
  
ป้าเด............. (ขอเรียกยาวววเลย)

ปุ๊ส่งรูป ให้แล้วนะที่ว่าป้าจะทำหัวบล๊อกให้ปุ๊นะจ้า

ไม่ต้องรีบนะคะป้าเด ยังไงก็ได้เนอะ
โดย: Kokanpue วันที่: 30 ตุลาคม 2552 เวลา:18:41:22 น.
  
สนุกดีค่ะ ขำตอน แค่ตื่นมา ผ่านไป25ปี

แต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆค่ะ เวลาผ่านไปเร็วมากค่ะ

อาหาร แค่ดูรูป ก็รู้สึกว่า น่ากินแล้วค่ะ

ดีๆๆ พาไปเที่ยวญี่ปุ่น เพราะว่าไม่เคยไป อิอิ รู้แต่ว่า สวย สะอาด และแพงมากๆๆ

ขอบคุณค่ะ

โดย: ย่าชอบเล่า วันที่: 31 ตุลาคม 2552 เวลา:0:25:20 น.
  
อ่านรวดเดียวจบเลยครับ

ป้าเดซี่เขียนได้รายละเอียด ตรงใจเลยครับ

ป้าเดซี่มีวิธีคิดและแก้ไขปัญหาการเดินทางทั้ง

ครอบครัวได้อย่างดีเลิศ มองปัญหาที่เกิดขึ้นเป็น

เรื่องปกติ แถมทำให้ผู้อ่ายยิ้มได้เป็นระยะๆ

ขอยกมือสนับสนุนเรื่องบอกราคา-ค่าใช้จ่ายครับ

โดย: Insignia_Museum วันที่: 31 ตุลาคม 2552 เวลา:8:39:35 น.
  
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
โดย: ย่าชอบเล่า วันที่: 31 ตุลาคม 2552 เวลา:12:46:50 น.
  
อ่านทริปท่องเที่ยวของป้าเดซี่สนุกเพลินไปเลยค่ะ...

บอกราคาค่าใช้จ่ายด้วยก็ดีจ้ะ
จะได้รู้ว่าน้ำหน้าอย่างเราพอจะไปเที่ยวญี่ปุ่นได้หรือเปล่า...

ข้าวหน้าปลาดิบของป้าน่าทานจังเลยค่ะ
หิว..หิว..

บล็อคนี้มาอวดโฉมให้ชมกันทั้งแม่และลูกเลยนะคะ
บล็อคหน้าเอาอีกนะ...
โดย: chenyuye วันที่: 2 พฤศจิกายน 2552 เวลา:12:48:41 น.
  
หวัดดีค่ะป้าเดฯ.....ส้มละขำกร๊ากกกกเลย....แฮ่ะ ๆ...ก็ขำที่ป้าเดฯวีนในใจออกมาซะดังนะสิคะ....(ถือซะว่าเห็นแก่ตุ๊กตาเนอะ สาดดดดดด)55555+

ถ้าเป็นส้มคงบ่นดัง ๆให้พ่อหนุ่มตุ๊กตานั่นได้ยินแล้วละคะ....มันน่าโมโหซะเจง ๆเลย....เล่นลัดคิวไม่ดูตาม้าตาเรืออย่างนี้

อ่านทริปฮาราจูกุแล้วเพลินไปเลยคะป้า......ดูแล้วเมืองนี้คงมีที่ให้เดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจและที่ช๊อปเยอะแยะเลย...ถ้ามี...มันนี่เยอะ ๆคงสนุกกว่านี้เนอะ....แบบว่าช๊อปให้เพลินไปเลย...กิ กิ

ดินเนอร์มื้อนี้....หน้าตาน่าหม่ำมาก ๆเลยค่ะ....โดยเฉพาะ...ข้าวหน้าปลาดิบรวมของป้าอ่ะ....เห็นแล้วอื้ออออออ......หิว ๆๆ

ส้มขอยกนิ้วให้น้องด้นดนเล้ยยยย....หม่ำซูชิได้ด้วย...เก่งจัง ๆ
แล้วจาแวะไปชมบล๊อกต่อไปนะคะ.....

(ปล.ส้มก็เพิ่งไปเห็นไร่ฟักทองกะต้นคริสมาสต์สด ๆ เป็น ๆ ในไร่ครั้งแรกเหมือนกันจ๊ะป้า.....ปีก่อน ๆหน้าโน้น....ก็ซื้อจากร้านซุปเปอร์ที่เขาเอามาวางขายน่ะคะ.....ลูกเบ้อเริ่มเทิ่มก็ไม่กล้าซื้อเหมือนกัน...แบบว่าถ้าคิดเป็นเงินไทยก็แหม...แพ๊งแพงจัง....อิอิ.....กล้าซื้อแต่ลูกเล็ก ๆอ่ะ......ส่วนต้นคริสมาสต์ก็อีกเหมือนกันต้นสด ๆก็ยังไม่เคยซื้อมาประดับในเทศกาลคริสมาสต์กะเขาซะที....ไอ่ที่ใช้ประดับทุก ๆปีก็เป็นต้นพลาสติกอะคะ....แบบว่างกอะคะ.....ซื้อครั้งเดียวใช้ไปได้นานหลายปีเลยละคะป้า.....ไม่อยากควักตังค์จ่ายค่าต้นคริสมาสต์สดต้นละ 50-60 $ ทุก ๆปี.......คริ ๆ

ส่วนเถาฟักทองที่มันเฉาขนาดนั้นก็เพราะว่าอากาศเย็นเจี๊ยบเลยละคะป้า.....เถาและใบมันเลยเฉาอย่างที่เห็นนั่นละคะ.....)
โดย: thaibo_pa วันที่: 2 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:43:33 น.
  
ชอบก่อนจบมากเลยอะป้า แพงบรรลัย เชื่อเลยอะป้าว่าคงจะแพงจริง ๆ

เที่ยวไปบอกงบประมาณที่จ่ายไปด้วยอย่างนี้ดีจริง ๆ จะได้ถือโอกาสไปบอกคุณคำรณเธอบ้าง แหม ก็แบบว่าหนูอย๊ากอยากไปบ้างอะ ญี่ปุ่นเนี่ย

เห็นหน้าตาอาหารแต่ละอย่างแล้ว อยากกินมากกกก เห็นไข่ตุ๋นแล้วนึกถึงร้านแถวมหาลัย พลชอบสั่งเป็นเซตก็จะมีไข่ตุ๋นอย่างนี้มาให้ตลอดเลย แต่หน้าตาท่าจะไม่เหมือนกัน อร่อยเหมือนกันแหละป้า แต่ดูของป้าท่าจะน่ากินกว่า มีเนื้อปูให้ด้วยแนะ ของพลบางทีถึงจะเจอหมู แค่นั้นเอง

ส่วนฮาราจูกุ เสียดายว่าป้าเห็นแกงค์วัยรุ่นอยู่แกงค์เดียว เคยดูในทีวีก็อื้อหืออื้อหากับเค้าเหมือนกัน สรุป อยากไปบ้างอีกละ

เห็นรูปขบวนแห่แต่งงานแล้วเกิดอาการเปรี้ยวปาก อยากไปเห็นกับตาตัวเอง เอาแบบพิธีเต็ม ๆ เลยนะ ไม่เอาแบบตัดตอน อยากเห็นแบบโบราณแท้ดั้งเดิมเลยนะ ไม่รู้เป็นไง ชอบแต่ของเก่านะป้า

พรุ่งนี้ต้องเตรียมตัวสอบวันจันทร์อีกแล้ว เฮ่อ คิดก็ท้อแล้วป้า ท้อเขียนตัวจีนนะ มันยากจริง ๆ เด้อ พูดนะไม่หวั่นเลยจริง ๆ
โดย: พล (aoigata ) วันที่: 14 พฤศจิกายน 2552 เวลา:17:36:49 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ป้าเดซี่
Location :
堅尼地城  Hong Kong SAR

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 75 คน [?]





เจ้าของบล็อกนี้มีชื่อไซเบอร์ว่า "ป้าเดซี่" ค่ะ ย้ายตามครอบครัวมาปักหลักและทำงานที่ฮ่องกงเป็นปีที่ 8

เป็นมนุษย์เงินเดือนไทยในต่างแดนมาก็หลายงาน ตั้งแต่เลขานุการผู้บริหาร พนักงานติดตามเร่งรัดหนี้สิน นักแปล ล่าม ฯลฯ

ปัจจุบันเป็นนักแปลอิสระสัญชาติไทยประจำบริษัทรับจองห้องพักออนไลน์สัญชาติดัตช์มากว่า 4 ปี เป็นผู้จัดการชุมชนออนไลน์สัญชาติไทยประจำบริษัทศึกษาวิจัยทางการตลาดสัญชาติฝรั่งเศสมากว่า 3 ปี และเป็นจิตอาสาทำงานแปลเอกสารให้กับมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ ประเทศไทยมากว่า 4 ปีค่ะ

บล็อกนี้ก็เป็นบล็อกเกี่ยวกับการใช้ชีวิต และอาการวิปริตทางความคิดและจิตใจของผู้หญิงไทยสายสามัญคนหนึ่ง ซึ่งมาใช้ชีวิตแบบสุขบ้าง ทุกข์บ้างในฮ่องกง

หวังว่าทุกท่านที่พลัดหลงเข้ามาในบล็อกนี้คงได้รับความไร้สาระกลับออกไปบ้างตามยถากรรมนะคะ







Wooloomooloo Prime
Causeway Bay, Hong Kong



Bath
United Kingdom



Sen-Ryo
Central, Hong Kong



Wooloomooloo Steakhouse
Wanchai, Hong Kong




Chicha, the taste of Peru
Central, Hong Kong




Seorae Korean BBQ
Tsim Sha Tsui, Hong Kong




The Roundhouse
Soho, Hong Kong




Chôm Chôm
Soho, Hong Kong




Japan X Sake Bar
Pathumwan, Bangkok




Luna Lanai
Sheraton Resort & Spa
Hua Hin




Erawan Tea Room
Grand Hyatt Erawan
Pathumwan, Bangkok




Fatty Crab
Central, Hong Kong




Restoration
Central, Hong Kong




Café Malacca
Traders Hotel
Western District, Hong Kong




Rockabilly
Lan Kwai Fong, Hong Kong




Zen Too 小蝶
Causeway Bay, Hong Kong




Chachawan
Sheungwan, Hong Kong




Sala Rimnam
Mandarin Oriental Hotel
Bangrak, Bangkok




Din Tai Fung
Causeway Bay, Hong Kong




China Kitchen
Grand Mercure Beijing Central
Beijing, China




Yung Kee Restaurant
Central, Hong Kong




เมธาวลัย ศรแดง
Pranakorn, Bangkok




Latest Recipe
Le Meridien Bangkok
Bangrak, Bangkok




ครัวเจ๊อ่าง
ปากน้ำชุมพร
Chumphon




Boulangerie Bistronomique
Kennedy Town, Hong Kong




Tim Ho Wan
Central, Hong Kong




Kung Fu Dim Sum
Tsim Sha Tsui, Hong Kong