A Simple Life on Earth

Misswaterlily
Location :
Kanagawa Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





Free CursorsMyspace LayoutsMyspace Comments
OH! M I C K Y..You're so fine..You Blow My Mind..Hey Micky!
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
15 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Misswaterlily's blog to your web]
Links
 

 
ตอนที่ 11 กลัว

When The Destiny Comes Along

Ep.11 กลัว

ทุกคนกลับมาที่เกาหลีได้เพียง1อาทิตย์ ก็ได้รับตารางที่ญี่ปุ่น

ซึ่งจริงๆแล้วกำหนดเดินทางคืออีก3อาทิตย์ข้างหน้า

เเต่ครั้งนี้มันถูกร่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน

ซึ่งตารางครั้งนี้ค่อนข้างนานทำให้ยูชอนคิดว่าเขามีโอกาส

ที่จะได้ทำในสิ่งที่อยากทำเร็วยิ่งขึ้น

ห้าหนุ่มเตรียมตัวเก็บของเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปญี่ปุ่นเช้าวันรุ่งขึ้น

ครั้งนี้เกือบเดือนเชียวล่ะ!! จุนซูและชางมินเริ่มงอเเงนั่นเป็นเพราะว่า

เขาสองคนยังปรับตัวไม่ได้ในการที่จะต้องไปทำงานที่นั่น

"ฉันอุตส่าห์คิดว่าจะเตรียมใจตอน2อาทิตย์หลัง นี่อะไรอ่า

ยังไม่ทันทำไรเลย พระเจ้าก็กลั่นแกล้ง เขาต้องเกลียดขี้หน้าฉันแน่ๆ"

จุนซูบ่นอิดออด หลังจากยกกระเป๋าใบที่1 ลงมาวาง

แล้วก็ปลีกตัวหายไปใหม่ จะว่าไปก็เหมือนกันหมดทุกคนนั่นแหละ

เพราะเรื่องภาษาและการทำงานยังไม่เข้าที่ เเต่ถึงยังไงครั้งนี้

ก็เว้นไว้คนหนึ่ง ที่เป็นแกะดำดูกระตือรือร้นมากเหลือเกิน

"พี่ยูชอน เป็นอะไรนิ่ฮึ?"ชางมินหยุดถามยูชอน

ไม่ใช่เพราะอยากรู้แต่เป็นเพราะว่าเขาหมั่นไส้ต่างหาก

"คราวก่อนเห็นบ่นจะตาย ทำไมคราวนี้ถึงดูอารมณ์ดีออกนอกหน้า"

แจจุงได้ยินเลยแอบกัดเข้าให้ "ยูชอนมันเพี้ยนน่ะพักนี้ อย่าไปสนใจเลย"

ชางมินยังคงส่งสายตามองยูชอนเป็นพักๆ อย่างขัดใจ

ก็เพราะว่าเขาอยากจะให้มีคนเป็นแนวร่วมทุกข์ร่วมโศกด้วยน่ะสิ

((หรือว่าพี่ยูชอนไม่อยากไปญี่ปุ่นจนเพี้ยนไปแล้วจริงๆ))

ชางมินจ้องจนยูชอนรู้ตัว "ทำไม มองอะไร?"

ชางมินยักไหล่แทนคำตอบเเล้วก็ยกของที่จัดเสร็จแล้ว

ไปกองรวมที่หน้าประตูและเป็นจังหวะที่จุนซูก็ยกกระเป๋าลงมาอีก2ใบพอดี

"โอ้ๆๆๆ นี่นายจะไปเป็นปีเหรอ อะไรน่ะเยอะเเยะ

ใบตะกี๊มันก็ใหญ่มากแล้วนะ" แจจุงแขวะจุนซู

ชางมินซึ่งโผล่เข้ามาพอดีรีบสำทับ "เออ ก็ว่า..อะไรน่ะ ฮยอง?"

"ของใช้จำเป็นหมดแหละ" จุนซูย่นคิ้วตอบ "อย่ายุ่งน่า ฉันคัดหมดแล้ว"

ยูชอนที่กำลังเลือกซีดีจากมุมเครื่องเสียง

ได้ยินสองหนุ่มทักจุนซูเรื่องกระเป๋าเขาเลยหันมาพูดบ้าง

"อย่าไปรื้อออกมาเต็มบ้านละกัน ไปอยุ่แค่แป๊บเดียว

พอตอนกลับจะเก็บไม่ไหว"

"แป๊บบ้าอะไร เดือนหนึ่งเชียวนะ ไม่ทันทำใจเลยด้วย"จุนซูแหวขึ้นทันที

แจจุงเลยกัดเข้าให้ "ใครจะตายรึไง ต้องทำใจน่ะ"

"ผมนี่ไงกลัวว่าจะตาย ตายเพราะเฉานั่นแหละ ขนาดมีพวกบ้าๆอยู่ด้วย"

สายตาก็กวาดทั่วถึงทุกคนที่อยู่บริเวณนั้น "หรือจะทำให้ตายง่ายขึ้นก็ไม่รู้"

จุนซูพูดเสียงแผ่วตรงประโยคหลัง

แจจุงจึงตัดบท "หืมม พูดเหมือนจะไปออกรบ..นายไม่ตายง่ายๆหรอกจุนซู

ยมโลกคงไม่อยากได้อะไรที่มันกวนโสตประสาท"

จุนซูหันไปมองค้อนแจจุง จนคนถูกค้อนต้องเปลี่ยนมาพูดปลอบใจ

"เอาน่า คราวนี้ก็คงไม่เหมือนเมื่อช่วงที่ไปอยู่ยาวครั้งเเรกหรอก

อีกอย่างครั้งนี้ตารางงานเเน่นขนาดนั้น นายคงไม่มีเวลาเหงา"

จุนซูยังงอแง "ไม่รู้อ่ะ ไงก็เอาของไปเล่นกันตายไว้ก่อน"

จุนซูยกกระเป๋าเดินไปที่หน้าประตู ชางมินเบี่ยงตัวหลบให้จุนซูเดินผ่านไป

เเต่เขาก็ยังมองตามและทุกคนก็ได้ยินเสียงจุนซูบ่น

"เป็นคนขนเป็นคนแบก เเต่พอถึงเวลาก็เล่นกันหมด ไม่เล่นให้เตะเลย"

เสียงบ่นยังคงดังต่อเนื่อง แจจุงพูดขึ้นแบบเอือมๆ "มันเว่อร์จริงๆ"

เเล้วก็เดินเข้าครัวไปแพ็คอาหารแห้งใส่กระเป๋าตามเดิม

ชางมินยังคงแอบมองยูชอนอยู่ ขณะที่จุนซูยังบ่นอยู่ตรงหน้าประตู

เขาคับข้องใจ..เพราะยูชอนดูผิดปกติ

((รู้มั้ยผมจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว..ไม่อยากไปเลย))

..เเต่ทว่า อีกคนเขามีเเพลนบางอย่างที่ทำให้การไปอยู่ญี่ปุ่นยาวครั้งนี้

ดูท้าทายยิ่งขึ้น..


ในงานอีเวนท์เปิดตัวแว่นกันแดดแบรนด์ดังของต่างประเทศแบรนด์หนึ่ง

เต็มไปด้วยนักแสดง นักร้อง คนในวงการบันเทิงที่มีชื่อเสียงมากมาย

เป็นปกติ หนึ่งในนั้น มี เชน หนุ่มวัย24ปี นักแสดงดาวรุ่ง

ที่กำลังจะเปล่งแสงในอีกไม่ช้ารวมอยู่ด้วย

เขาดูเป็นที่สนใจของนักข่าวไม่น้อยทีเดียวเพราะสินค้าแบรนด์นอก

เมื่อมีการเปิดตัว ยากนักที่จะมีนักแสดงโนเนมหรือดาราหน้าใหม่

เป็นหนึ่งในตัวแทนพรีเซนท์สินค้า ดังนั้นการได้สัมภาษณ์เขา

จึงเป็นสิ่งที่นักข่าวหลายๆคนอยากจะทำ

เมื่อการโชว์ตัวบนเวทีของเหล่าดาวจรัสเเสงสิ้นสุดลง

นักข่าวพากันรุมล้อมดวงดาวเหล่านั้นทันที และ "เชน" ก็หนีไม่พ้นเรื่องนี้

สารพัดรูปแบบสื่อและสารพัดสำนักต่างรุมล้อมและแย่งกันแนะนำตัววุ่นวาย

จนเชนรู้สึกเหวอเล็กน้อยทั้งรู้สึกแปลกใจเเละตกใจ

เเต่กระนั้นเขาก็รู้สึกยินดีที่มีสื่อมวลชนให้ความสนใจเขามากขนาดนี้

เชนหันไปมอง "วิวิธ" หนุ่มใหญ่ที่รับหน้าที่เป็นทั้งผู้จัดการส่วนตัว

เเละเจ้าของบริษัทโมเดลลิ่งที่เชนสังกัดอยู่

วิวิธยิ้มเเล้วพยักหน้าให้เขาเล็กน้อยเป็นเชิงบอกว่าให้ทำตามที่เขาเคยสอน

เชนไหว้สื่อมวลชนทุกคนพร้อมยิ้มแย้มและกล่าวทักทายเป็นอย่างดี

"รู้สึกอย่างไรบ้างคะ? ที่ได้รับเชิญให้เป็นหนึ่งในงานใหญ่ครั้งนี้"

เชนหัวเราะเพื่อให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลายลง..จะว่าไป..

เขาไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนเเต่ก็ต้องทำให้ดีที่สุดล่ะ..

"เป็นเกียรติมากๆครับ ผมรู้สึกดีใจที่เจ้าของงานเขาเลือกผม

ให้เป็นหนึ่งในตัวเเทนพรีเซนท์สินค้า"

"ยากมากๆเลยนะคะกับการที่นักแสดงหน้าใหม่

จะได้เข้าร่วมงานใหญ่ขนาดนี้"

คำถามต่อไปถูกถามขึ้นทันทีที่คำตอบแรกของเชนจบลง

"ครับ" เชนเริ่มยิ้มแหยๆ เพราะไม่รู้จะตอบอย่างไร

เขายังอ่อนประสบการณ์มากๆเมื่อตกอยู่ในสภาวการณ์กดดันแบบนี้

การหันไปมองวิวิธจึงเป็นสิ่งที่เขาต้องทำอีกครั้ง

เมื่อเขาเห็นว่า วิวิธไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรให้เขาอีกแล้ว

เขาจึงตัดสินใจพูดขึ้นเอง "จริงๆแล้วก็รู้สึกภูมิใจมากครับที่ได้รับเลือก

คล้ายกับเป็นใบเบิกทางสำหรับผมให้มีโอกาสได้ทำงานมากขึ้นครับ"

"รู้สึกอย่างไรกับตำแหน่งดาวรุ่งที่นักข่าวหลายๆสำนักกล่าวถึงคุณคะ?"

เชนหัวเราะอีกครั้ง "ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ผมมีโอกาสเป็นที่รู้จักก็เพราะ

พี่ๆช่วยเหลือแหละครับ"

นักข่าวหลายๆคนดูจะปลื้มกับคำตอบนี้ไม่น้อย

"แต่นักแสดงหน้าใหม่ๆก็มักเป็นแบบนี้นะครับ พอมีชื่อเสียงมากขึ้น

ก็อารมณ์ติสท์กันหมด" เสียงนักข่าวคนอื่นๆฮือขึ้นเป็นการบอกว่าเห็นด้วย

"ก็ต้องดูกันต่อไปล่ะครับ" เขาตอบคำถามนี้พร้อมกับยิ้มกว้าง

จากนั้นจึงเป็นคำถามเกี่ยวกับเรื่องผลงานทางการเเสดงของเขา

เเละลงเอยที่..ความรัก..

"ทราบมาว่าคุณเชนเคยมีเพื่อนสนิทตั้งเเต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย"

-เพื่อนสนิท- หมายถึง แฟนในความหมายของคนบันเทิงนั่นเอง

เชนเริ่มบังคับหน้าตาตัวเองไม่ถูก เขาไม่รู้จะตอบอย่างไรกับคำถามนี้จริงๆ

เเละมันก็เป็นคำถามที่เขาไม่กล้าหันไปสบตากับวิวิธ เพื่อขอความช่วยเหลือ

เเต่เขาก็ยื้อสถานการณ์ไว้ได้ช่วงหนึ่ง "มีครับ หลายคนเลยล่ะ"

"หมายถึงที่พิเศษน่ะค่ะ คุณเชน" เชนอึกอักเล็กน้อย

"ก็..ไม่มีอะไรพิเศษกว่าเพื่อนคนอื่นหรอกครับ

เชนให้ความสำคัญกับทุกคน" เขายิ้มน้อยๆ

แล้ววิวิธก็มาขอเวลาเชนคืนจากนักข่าวทำให้การให้สัมภาษณ์หยุดลงเเค่นั้น

เชนกล่าวขอโทษที่ได้ให้สัมภาษณ์ไม่มากนัก

จากนั้นจึงยกมือไหว้ลาทุกคนด้วยหน้าตายิ้มแย้ม

เมื่อพ้นสายตาของคนเหล่านั้นมาแล้วสีหน้าของเขาสลดลงทันที

เชนก้มหน้านิ่งปล่อยให้วิวิธดึงตัวเขาออกมา เขารู้สึกหวิวในใจ

เพราะคำถามนั้นทำให้เขานึกถึงเรื่องฝ้าย

ความกังวลและความกลัวยึดเอาความสุขในใจของเขาไปอีกครั้ง

คำตอบเมื่อครู่ที่ให้ไปอาจฟังดูเหมือนเขาไม่ซื่อสัตย์ต่อฝ้าย

แต่จริงๆฝ้ายเองต่างหากที่อาจจะไม่ได้ต้องการความซื่อสัตย์จากเขาอีกแล้ว



*****************************************


ตอนนี้ยังไม่คุยมากละกันเนาะ แหะๆ ง่วงง่ะ

อัพไปอัพมา เหนื่อยเลื้อออเกิน

แต่ไงก็มีใบปิดนะคะ อันนี้ทำรีบๆเร่งๆ

ตอน 11 ยอมรับว่าเขียนยากจริงๆ

เพราะมันต้องเกี่ยวเนื่องกับอนาคต

ตอนต่อๆไปในภายภาคหน้า

เลยต้องระมัดระวังเยอะหน่อย

เเต่จะเกี่ยวยังไงล่ะ?? ต้องติดตามเอาน้า

ถึงจะรู้คำตอบ วันนี้ไปแระ บ๊ายบาย

มีความสุขกับการอ่านฟิคนะคะทู้กคนน






กลัว (Ost. สี่แพร่ง) - โดม No logo เพลงประกอบภาพยนตร์ 4 แพร่ง.mp3 -



Create Date : 15 สิงหาคม 2551
Last Update : 15 สิงหาคม 2551 2:15:28 น. 3 comments
Counter : 188 Pageviews.

 
^___________^ ยิ้มแป้นตั้งแต่เหนบีจีใหม่กันเลยทีเดียว
อารามณ์รูปน้องฝ้ายกะมิคกี้ เข้ากั๊น เข้ากัน
แม้ตอน11ไม่ได้เอ่ยถึงก้อเหอะ



เปนกำลังใจให้เสมอค่า



โดย: น้องขนมน่ากิน วันที่: 15 สิงหาคม 2551 เวลา:8:39:36 น.  

 
บีจีสวยมาก ๆ ค่ะ
เนื้อเรื่องก็น่าสนใจ
แล้วจะแวะมาอ่านอีกนะคะ


โดย: โสดในซอย วันที่: 15 สิงหาคม 2551 เวลา:16:00:50 น.  

 
ตามิคน่ารักจังเลย

อัพไวๆนะคะ



โดย: หยก IP: 89.240.239.88 วันที่: 16 สิงหาคม 2551 เวลา:19:37:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.