บันทึกชีวิตช่วงปลายปี 2008

โหมดชีวิตทั่วไป


อยู่ดีๆปลายปีนี้เราก็มีบ้านใหม่หลังเล็กๆเป็นของตัวเองซะงั้น (แถมด้วยการเป็นหนี้ 555++) ไม่ได้คาดหวังว่าจะซื้อบ้านเร็วขนาดนี้ แต่ด้วยอะไรหลายอย่างพาไป สุดท้ายก็ได้มา

เพิ่งรู้ว่าลุ้นเรื่องบ้านนี่ก็ก็ตื่นเต้นมิน้อย ที่รักบอกว่าเหมือนดูพัฒนาการของลูกคนนึง ค่อยๆก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาแบบลุ้นหน่อยๆว่าจะโตมาเป็นยังไง เพราะหมู่บ้านไม่มีบ้านตัวอย่างให้ดู ก็เลยต้องลุ้นไปเรื่อย

คาดว่าต้นปีบ้านน่าจะเสร็จเกือบสมบูรณ์ และเราก็จะได้เป็นหนี้อย่างสมบูรณ์เช่นกัน 555++



มีบ้านแล้วแต่เรื่องแต่งงานยังไม่ได้แพลนไว้เลย เรารู้สึกว่าการจัดงานแต่งงานมันฟุ่ยเฟือยจัง ... อยากจะจัดงานเล็กๆมีแต่คนที่เรารักและรักเราแค่นั้นพอ ... anyway เอาไว้ค่อยๆคิดละกัน ไม่แน่อาจจะหนีตามกันไปง่ายดี (แต่จะหนีไปที่ไหนได้ล่ะเนี่ย)



วันจันทร์ที่จะถึงนี้จะไปเที่ยวกะเพื่อนสุดที่เลิฟ และ สุดที่รัก

แต่เที่ยวเสร็จเพื่อน 1 หน่อก็จะบินหนีเรากลับไปทำงานที่ออสเหมือนเดิม ได้แต่หวังว่าเมื่อไหร่จะมีงานที่เพื่อนแฮปปี้ที่ไทยแล้วกลับมาอยู่บ้านเป็นการถาวร ยังไงก็ตามเราก็ยินดีที่เพื่อนทำงานอย่างมีความสุขที่ออส งานดี มั่นคง ที่สำคัญเงินก็ดี เวลาพักผ่อนก็มีตามที่ควรจะได้...ใครๆก็อยากได้ชีวิตแบบนี้เนอะ

ส่วนเพื่อนสาวอีก 1 หน่อ ทำงานหนักไปแล้วนะ พักผ่อนบ้างเหอะ เราเป็นห่วงจัง แต่จะว่าไปมีงานทำยุ่งๆในช่วงเศรษฐกิจขาลงแบบนี้นับว่าดีนะ เอาน่ะ..เดี๋ยวไปชาร์จแบตกันเนอะ (ถึงแบตแกจะเสื่อมชาร์จยังไงก็ไม่เต็มก็เหอะ)


ส่วนอื่นๆของชีวิตก็มีความสุขดีตามอัตภาพ การงานก็โอเค ไม่หวืดหวา แต่ก็ยังไม่วืดจนหน้ามืดตาลาย หุหุหุ



โหมดสุขภาพร่างกาย


ถึงช่วงปลายปีทีไรต้องป่วยอะไรซักอย่าง

ถ้าไม่ป่วยที่ผิวหน้าแบบว่าผื่นขึ้นที่คางเยอะๆๆๆๆ เพราะโครงร่างผิวชั้นในแห้งมาก ก็ต้องไม่สบายร่างกายอ่อนแอ

ช่วงนี้ของปีที่แล้วป่วยด้วยติดเชื้อไวรัสในกระแสเลือดอะไรซักอย่างที่หมอว่า กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ไม่มีเรี่ยวแรง เพลียตลอดเวลา อยากจะกินแต่น้ำหวานอย่างเดียว

มาปีนี้ช่วงปลายเดือนตุลา เป็นไข้ หนาวสั่น เจ็บคอมาก ฉีดยาติดกัน 2 เข็มในช่วงระยะเวลา 3 วัน เหมือนจะอาการดีขึ้น แต่พอออกไปเดินเล่นซื้อผลไม้กับที่รักหลังฝนหยุดตกแค่นั้นแหละ....ปวดหัวตึ้บมาเลย ปวดแน่นๆเหมือนหัวจะระเบิด ปวดเฉพาะหัวด้านหลังเท่านั้น แถมด้วยอาการแสบจี๊ดๆเหมือนกินโค้กแล้วก๊าซขึ้นจมูกขึ้นหัวอะไรแบบนั้น

(มีพี่คนนึงแซวว่า สงสัยเพราะแอนไปเปิดกะโหลกน้อง Saffy the Blythe ละป่าว กรรมตามสนอง .. กร๊ากกกก .. เปิดหัวตุ๊กตานี่บาปด้วยเหรอเจ๊ อยากดูตุ๊กตาโดนเปิดกะโหลก คลิกโลด //www.bloggang.com/viewdiary.php?id=anne-wut&month=10-2008&date=25&group=12&gblog=8)

อุตส่านอนตั้งกะ 2ทุ่ม ตื่น 8 โมงเช้า นอนไปตั้ง 12 ชม. อาการปวดหัวไม่เห็นดีขึ้นเลย ฝันร้ายด้วย T^T

ตื่นเช้ามาทำไมหัวมันถึงได้ปวดตึ้บตั้บขนาดนี้ เปรียบหัวแอนเหมือนลูกโป่งที่มีคนเอาก๊าซมาอัดเป็นะระยะ อัดให้พองทีก็ปวดปี๊ดที แล้วมันก็ปวดแน่นๆแบบนี้ตลอดทั้งวัน ก้มหัวก็มิได้ หัวจะระเบิด ตามด้วยอาการแสบซี๊ดๆในโพรงจมูก+หัวด้านหลัง ... ทรมานนะเนี่ย


ขับรถมาที่ร้านตอนเช้าก็โทรหาคุณเพื่อน เหงว่าเปง Dietitian ทำงานในรพ.ที่ออสน่าจะรู้เรื่องป่วยๆมั่ง ปรากฏ...เพื่อนบอก...ไม่รู้ว่ะ ไปหาหมอเหอะ ได้เรื่องยังไงโทรมาบอกด้วย เป็นห่วงมาก

จนสุดท้ายมันปวดจนอดทนไม่ไหวอีกแล้ว เลยได้ไปเที่ยวที่แผนกระบบประสาทและสมอง รพ.เวชธานี ตอนแรกจะไปศูนย์แพทย์พัฒนาแต่ว่าลูกค้าโทรมานัดจะเข้ามาบ่ายโมง ไปศูนย์แพทย์รับรองไม่ทันแน่ๆเพราะคนไข้เยอะมาก เลี้ยวเข้าเวชธานีก็ได้ลองดู

คุณพยาบาลส่งแอนไปที่แผนกสมองและระบบประสาท คุณหมอซักอาการละเอียดดี ส่องลูกตาดูเส้นเลือดในตาอะไรเนี่ยแหละ เหงคุงหมอว่าถ้าความดันในสมองมากเส้นเลือกในตามันจะโป่งด้วย ละก็ให้แอนนอนหงายให้คุงหมอยกหัวขึ้นๆลงๆซ้ายๆขวาๆ เคาะตาตุ่ม-หัวเข่า แล้วก็เช็คอะไรทั้งหลายแหล่เกี่ยวกับระบบประสาทเบื้องต้น

ทำมาตั้งเยอะ สรุป ...

-ความดันปกติ

-ระบบสมอง+ประสาทปกติ

-เส้นเลือดในสมองไม่ได้โป่งพอง แปลว่าความดันในสมองน่าจะระดับปกติ

-ไม่ได้ปวดกระบอกตา ไม่ได้มึนหัวคลื่นไส้ แสดงว่าไม่มีอะไรร้ายแรง



สรุป...ไม่รู้เป็นอะไร ปวดทำไม ปวดเพราะอะไร ????



หมอให้ยานอนหลับอ่อนเม็ดจิ๋วเท่าขี้ตาแมวมากิน จ่ายค่าหมอไป 400บาท(สมแล้วที่คุยนาน)+ค่ายาไม่กี่สิบ ... เอาน่ะ ลองกินดูเผื่อจะหลับฝันดี



สมองนู๋ปกติดีไม่วิกลจริต แต่จิตของนู๋อาจจะวิตกจริตไปเองชิมิคะหมอขา



ตกเย็นมันปวดจนอดรนทนไม่ไหว เลยลากสังขารไปหาคุณหมอประจำครอบครัว (อีกแล้ว ช่วง 2 อาทิตย์นี้ไปมา 3-4 หนเห็นจะได้)


คุณหมอวัดความดันแล้วก็ว่าต่ำนิดหน่อย บางคนเซนซิทีฟมากก็จะปวดหัว เวียนหัว มึนตึ้บ(อันนี้นู๋เป็นประจำตัวเลยค่ะ .. ออกแนวหน้ามึนด้วย) แล้วก็จัดยามาให้ 3 ขนาน กินเฉพาะช่วงเย็น

กินเข้าไปแล้วตื่นมาไม่ปวดแฮะ...โฮ่ๆๆๆ ดีจังเลย สบายเหมือนคนปกติ

โอเค..สรุปว่าเป็นความดันต่ำน้อยๆ

ผ่านไป 5 วัน ยาหมด ... เริ่มออกอาการปวดเหมือนเดิมอีกละ

หาข้อมูลในเนต เค้าก็ว่าความดันต่ำบางประเภทมันเกิดจากยาที่กินอยู่ก็เป็นได้ เราก็...เฮ้ย...ก่อนหน้านี้เราป่วยๆนะ เจอยาไปเยอะ ไหนจะยากิน ยาฉีด 2 ขนาน แล้วอาการปวดหัวมันมากขึ้นตอนช่วงที่เราป่วยๆด้วย เลยคิดเอาเองว่าไม่อยากกินยาเยอะแระ กลัวตับ-ไตพัง ก็เลยลองอดทนไม่กินยาแก้ปวด ไม่ไปหาหมอดู เพราะว่าอาการป่วยอื่นๆมันก็ดีขึ้นมากๆจนจะหายสนิทแล้ว กะว่าจะลองให้ร่างกายขับยาที่ตกค้างในตัวเราออกให้หมด ดูดิ๊ว่าจะหายมั๊ยปวดหมองเนี่ย

อดยาวันแรก

ตื่นปุ๊บปวดปั๊บ ปวดตั้งแต่ลืมตากันเลยทีเดียว ทนปวดขับรถออกไปคุยธุระเรื่องบ้านกะป๊า ตากแดดตากลมดูบ้านอีกตะหาก ตกบ่าย...เออ...หายปวดว่ะค่ะ สบายปรื๊อมาจนถึงเวลาเข้านอน



อดยาวันที่ 2

วันนี้จะไปชอปสนั่นเมืองกะเพื่อนที่รัก เอาอีกละ..ตื่นปุ๊บปวดปั๊บ ช่างมันทนเว้ย

เที่ยงแก่ๆ...หายปวดเป็นปลิดทิ้งเหมือนเมื่อวานเปี๊ยบ



อดยาวันที่ 3

ตื่นมาปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง แล้วมันก็หายสนิทในช่วงหลังเที่ยง



อดยาวันที่ 4

ตื่นเช้ามา...ปกติดี๊ดี ปกติมาเรื่อยๆจนตกบ่าย งานเยอะและยุ่งมาก ค่อนข้างเหนื่อย

ตกเย็นขับรถกลับบ้าน...เหนื่อยจังเลย เริ่มปวดหัวตึ้บๆ ถึงบ้านนั่งพัก ทานข้าว พักผ่อนให้หายล้าก็โอเคดีขึ้น



อดยาวันที่ 5

ตื่นเช้ามา ปกติดี๊ดี จนมาถึงตอนนี้ก็ยังปกติดี๊ดีอยู่นะ

ก็ได้แต่หวังว่าอาการที่เกิดขึ้นจะเกิดจาก

- อาการป่วย และ ร่างกายที่อ่อนแอ

- ยาที่หมอให้กิน + ฉีด 2 เข็ม

พอปล่อยให้มันค่อยๆสลายไปอาการทั้งหมดก็ดีขึ้น และ หวังว่าจะไม่กลับมาปวดอีก

โดยเฉพาะ 3 วันที่จะไปเที่ยวเนี่ยอย่าได้ปวดเล้ย สาธุๆๆๆ



สรุปอีกที...มาจนถึงวันนี้แอนหายปวดหัวสนิทแล้วจริงๆ

ยกเว้น วันไหนที่รู้สึกเหนื่อยมาก หรือ นอนน้อยจะปวดนิดหน่อยพอจะเป็นสัญญาณเตือนว่าดูแลตัวเองหน่อยนะเธอ


บ่นจบแล้ว อิอิอิ




เมื่อวันก่อนนั่งทานอาหารเช้ากับที่รัก แอนดื่มนมถั่วเหลือง ที่รักดื่มกาแฟ นั่งคุยกันเพลินๆ ที่รักเรียกให้ดูขอบถ้วยกาแฟของเค้า

คราบกาแฟเป็นรูป Teddy Bear น่ารักจังเลย



ไม่ได้เอาอะไรเขียน แต่จิบไปจิบมาบังเอิญกลายเป็นรูปหน้าหมีเฉยเลย
ถือว่าเริ่มต้นของวันด้วยความมหัศจรรย์ที่น่ารักมากๆ




จบมันดื้อๆแบบนี้เลยดีกั่ว อิอิอิ


Create Date : 22 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2551 14:19:53 น. 1 comments
Counter : 342 Pageviews.

 
ดีใจกับบ้านใหม่ด้วยนะแอน เป็นหนี้บ้านดีกว่าเป็นหนี้พนันเนอะ หยิงอันก็ผ่อนบ้านที่ Hong Kong เหมือนกัน

ดูแลสุขภาพด้วยเน้อ


โดย: sailamon วันที่: 22 พฤศจิกายน 2551 เวลา:14:23:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

~*Annie*~
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





สาวแสนงอน ... ร่ำเรียนมาทางด้าน Food Science เคยใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาทำงานในสายงานนี้อยู่พักนึง แล้วขอหยุดพักไปเติมความรู้ให้กับสมองเพิ่มเติมตามความฝันของตัวเอง

หนุ่มขี้เหงา ... ร่ำเรียนมาทางด้านบริหารอุตสาหกรรม เคยเป็น Production Supervisor ให้โรงงานจิวเวลรี เคยเป็นผู้จัดการฝ่ายผลิตในบริษัทผลิตอาหารเสริม

แต่ไปๆมาท่าไหนไม่รู้ หนุ่มขี้เหงากะสาวแสนงอนผันตัวเองมาเปิดร้าน grooming & pet shop ... ซะงั้น


....................


สาวแสนงอน ... รักการทำกับข้าว รักการรับประทาน(แต่ขี้เกียจออกกำลังกาย) รักการท่องเที่ยว รักหมาแมวมาก...มากจนเพื่อนคิดว่า...อีนี่เพี้ยน


หนุ่มขี้เหงา ... รักการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ มีนิสัยชอบเล่นกับหมาๆแมวๆของชาวบ้านมากๆจนพลิกผันตัวเองไปเป็น Groomer


....................


เรา คือ คนธรรมดาสองคนที่ดูยังไงก็ "แตกต่าง"

แต่ใครจะรู้ว่าเราสองคน คือ "ความเหมือน" ที่อยู่ใน "ความต่าง" ที่ต่างเติมเต็มให้แก่กันและกัน

เราสองคนกำลังจูงมือกันก้าวเดินไปตามทางของความฝัน
แม้ว่าทางที่ก้าวเดินไปจะมีอุปสรรคเราก็จะไม่ปล่อยมือที่กุมไว้ออกจากกัน

เราไม่อยากเป็นคนร่ำรวยเงินทอง
เราไม่อยากเป็นคนร่ำรวยชื่อเสียง

แต่....

เราอยากเป็นคนร่ำรวยความสุข
เราอยากเป็นคนร่ำรวยเสียงหัวเราะ

และ....
ขอแค่มีกันและกันแบบนี้.....ตลอดไป
Image hosted by Photobucket.com Diary ช่างบ่น ... หนุ่มขี้เหงา กับ สาวแสนงอน Image hosted by Photobucket.com

ขอบคุณฟ้า
...ที่ให้เราได้พบกัน ...

ขอบคุณฟ้า
...ที่ทำให้เส้นขนาน 2 เส้นมาบรรจบกัน...

...และ...

"ใจสองใจ"

ได้รวมกันเป็น

"ใจเดียว"










   
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
22 พฤศจิกายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ~*Annie*~'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.