หลงเสน่ห์อยุธยา ตอน 4/4 : วัดไชยวัฒนาราม

ต่อจากตอนที่แล้ว หลงเสน่ห์อยุธยา ตอน 3/4 : พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่น

ถ้าแอนจำไม่ผิดเราออกจากพิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นราวๆ 3โมงครึ่งเห็นจะได้ค่ะ เวลานั้นแดดกำลังร้อนแรงแสบผิวเลยทีเดียว ออกมายืนงงตรงถนนทางออกมิวเซียมแล้วคิดว่าไปวัดไชยวัฒนารามทางไหนเหรอ ว่าแล้วก็หันไปถามน้องรปภ.ของมิวเซียมซึ่งได้ข้อมูลดีมากเลยค่ะ รวมถึงได้ข้อมูลวัดที่น่าไปเยี่ยมชมเพิ่มเติมด้วย คราวหน้าไม่พลาดแน่นอนค่ะ

ฝ่ารถติดออกจากมิวเซียมมุ่งหน้าวัดไชยวัฒนารามแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้ ไปตามที่น้องรปภ.บอกมา ในที่สุดก็มาถึงค่ะ

แบบจำลองของวัดไชยวัฒนาราม




อ่านประวัติควบกันไปด้วยเลยนะคะ

วัดไชยวัฒนาราม สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๑๗๓ โดยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นบนที่ที่เป็นบ้านเดิมของพระองค์เพื่ออุทิศพระราชกุศลถวายพระราชมารดา แต่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะเหนือกรุงละแวก(พนมเปญ) โดยจำลองแบบมาจากปราสาทนครวัด

วัดไชยวัฒนารามมีปรางค์ประธานและปรางค์มุมอยู่บนฐานเดียวกัน พระปรางค์ประธานนำรูปแบบของพระปรางค์สมัยอยุธยาตอนต้นมาก่อสร้าง แต่ปรางค์ประธานที่วัดไชยวัฒนารามทำมุขทิศยื่นออกมามากกว่า บนยอดองค์พระปรางค์ใหญ่อาจเคยประดิษฐานพระเจดีย์ขนาดเล็ก สื่อถึงพระเจดีย์จุฬามณีบนยอดเขาพระสุเมรุ รอบพระปรางค์ใหญ่ล้อมรอบไปด้วยระเบียงคตที่เดิมนั้นมีหลังคา ภายในระเบียงคตประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยที่เคยลงรักปิดทองจำนวน ๑๒๐ องค์ เป็นเสมือนกำแพงเขตศักดิ์สิทธิ์ ตามแนวระเบียงคตตรงทิศทั้งแปดสร้างเมรุทิศ และ เมรุมุม(เจดีย์รอบๆพระปรางค์ใหญ่) ภายในเมรุทุกองค์ประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่อง ภายในซุ้มเรือนแก้วล้วนลงรักปิดทอง ฝ่าเพดานทำด้วยไม้ประดับลวดลายลงรักปิดทองเช่นกัน


เมรุทิศเมรุราย

เมรุทิศเมรุราย ตั้งล้อมรอบพระปรางค์อยู่ทั้งสิ้น ๘ หลัง โดยผนังภายในเมรุเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังรูปใบไม้ใบกนก ซึ่งลบเลือนไปมากแล้ว ผนังด้านนอกของเมรุมีภาพปูนปั้นพุทธประวัติ จำนวน ๑๒ ภาพ ซึ่งในปัจจุบันเลือนไปแล้วเช่นกัน แต่เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วยังสามารถเห็นได้ชัด

เมรุทิศ (ซ้าย) ปรางค์มุม (ขวา)

เมรุเป็นทรงปราสาท ซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไป ๗ ชั้น รองรับส่วนยอดที่ ชื่อที่มานั้นนำมาจากเมรุ พระบรมศพพระมหากษัตริย์สมัยพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีแนวความคิด มาจากคติเขาพระสุเมรุอีกต่อหนึ่ง

พระอุโบสถ สร้างอยู่ทางด้านหน้ากำแพงเมรุทิศเมรุราย นอกระเบียงคต ปัจจุบันเหลือแต่ฐาน ข้างๆมีเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง มีกำแพงล้อมรอบโบราณสถานสำคัญแหล่านี้ถึง ๓ ชั้น และ มีปรางค์เจดีย์ขนาดย่อมอีกจำนวนหนึ่งซึ่งสร้างเพื่อในภายหลัง


วัดไชยวัฒนารามเป็นวัดหลวงที่บำเพ็ญพระราชกุศลของพระมหากษัตริย์สืบต่อมาหลังจากนั้นทุกพระองค์ จึงได้รับการปฏิสังขรณ์สืบต่อมาทุกรัชสมัย เป็นสถานที่ถวายพระเพลิงศพพระบรมวงศานุวงศ์เกือบทุกพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศสิ้นพระชนม์ก็ได้ถวายพระเพลิงที่วัดนี้

ก่อนกรุงแตก พ.ศ. ๒๓๑๐ วัดไชยวัฒนารามถูกแปลงเป็นค่ายตั้งรับศึก และเมื่อเสียกรุงศรีอยุธยา วัดไชยวัฒนารามจึงได้ถูกปล่อยให้ทิ้งร้าง ผู้ร้ายเข้าไปลักลอบขุดหาสมบัติ เศียรพระพุทธรูปถูกตัดขโมย มีการรื้ออิฐที่พระอุโบสถ และกำแพงวัดไปขาย แต่ในปี พ.ศ. ๒๕๓๐ กรมศิลปากรจึงได้เข้ามาอนุรักษ์จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๓๕

credit : //www.thai-tour.com/thai-tour/central/ayutthaya/data/place/pic_watchaiwatthanaram.htm


ถ่ายจากทางเข้า แต่จริงๆแล้วนี่คือด้านหลังของวัดนะคะ ด้านหน้าจะอยู่ติดแม่น้ำสวยงามมากค่ะ






ระหว่างที่กำลังชื่นชมและดื่มด่ำกับความงาม
สายตาไปสะดุดกับแมลงสีแสบตาตัวนี้




ถ้าหากยังสมบูรณ์ต้องสวยงามมากๆแน่เลยค่ะ








เจดีย์โดยรอบองค์พระปรางค์






จากประวัติด้านบน "ภายในระเบียงคตประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยที่เคยลงรักปิดทองจำนวน ๑๒๐ องค์ เป็นเสมือนกำแพงเขตศักดิ์สิทธิ์"



ตามแนวระเบียงคตตรงทิศทั้งแปดสร้างเมรุทิศ และ เมรุมุม(เจดีย์รอบๆพระปรางค์ใหญ่)




ภายในเมรุทุกองค์ประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่อง ภายในซุ้มเรือนแก้วล้วนลงรักปิดทอง ฝ่าเพดานทำด้วยไม้ประดับลวดลายลงรักปิดทองเช่นกัน
(ปัจจุบันเป้นที่อาศัยของค้างคาว..กลิ่นสุดยอดเลยค่ะ)








ภาพนี้ถ่ายแถวๆฐานพระปรางค์ประธานแล้วละค่ะ



องค์พระปรางค์ มีบันไดขึ้นไป 4 ด้าน
(สูงชันทุกด้าน..คิดแล้วยังเสียวอยู่)







เราสองคนเลือกขึ้นไปบนพระปรางค์ที่บันไดด้านนึง(ไม่รู้ทิศค่ะเห็นคนน้อยเลยขึ้นด้านนั้น) ตอนขึ้นรู้สึกได้ว่าบันไดชันมากๆๆๆ ขั้นบันไดเล็กมากจนแทบจะต้องวางเท้าในแนวขวางราบไปกับขั้นบันได ปีนขึ้นมาด้านนี้เจอเพียงเท่านี้เองค่ะ T^T


แถมกลิ่นของเสียค้างคาวนี่สุดยอดมากๆ
แอนแหงนมองเพดาน..อะจ๊ากกกก...ค้างคาวตัวเป็นๆเลย
ตอนแรกเค้าก็ไม่ส่งเสียง แต่พอนักท่องเที่ยวเริ่มเสียงดัง ค้าวคาวก็เสียงดดังตามไปด้วย ตายละวาถ้าเค้าบินลงมาเราจะทำยังไงหนอ กระโดดลงจากยอดพระปรางค์ละก็คอหักสถานเดียว

ห้องที่ว่านี้แต่ละด้านไม่เชื่อมกัน มีห้องส่วนตัวของแต่ละทิศกันไป ดังนั้นหากอยากทราบว่าด้านไหนมีอะไรต้องขึ้นให้ครบ 4 ทิศนะคะ

ขาลงนี่สุดจะบรรยายเป็นคำพูดได้ ทำใจกันอยู่นานละค่ะ





ด้วยขั้นแรกของบันไดไม่มีที่ให้มือยึดเหนี่ยว หลายๆคนก็เลยต้องนั่งลงเอาก้นถัดลงไปก่อนซัก 2 ขั้นแล้วค่อยเกาะราวบันได

โดนบังคับให้หยุดถ่ายรูปก่อน --*--




คุณที่รักยังอยากจะขึ้นอีกด้าน ก็ตามใจค่ะ
อยากไปก็ไปคนเดียวนะแอนรอด้านล่าง ไม่ไหวละ ขาสั่นๆๆๆๆ

อีกด้านนึงห้องกว้างกว่า มีผ้ารองของเสียค้างคาวด้วย




ภาพจากด้านบนพระปรางค์










พอคุณผู้ชายลงมาปุ๊บบ่นปั๊บว่าตะคริวจะขึ้นขา 55555++

ไปเดินเล่นที่ด้านหน้าของวัดดีกว่าค่ะ





บ้านใครไม่รู้อยู่ตรงข้ามวัด สวยมากเลย



ต่อจากนี้เริ่มจะไม่ไหวแล้วค่ะ ร้อนและเพลียแดดก็เลยตกลงใจว่ากลับบ้านดีกว่า กลับมาถึงบ้านปรากฏว่าตัวดำกว่าไปทะเลซะอีก แถวๆคอของแอนแนวนอกร่มผ้าเนี่ยแดงด้วยแดดเผาไปหมดทั้งหน้าทั้งหลัง แต่ก็ยอมค่ะแลกมาด้วยมวลความสุขก้อนโตจริงๆ

หลงเสน่ห์อยุธยาเข้าไปเต็มเปา
สัญญาว่าจะกลับมาหาอยุธยาอีกเร็วๆนี้นะจ๊ะ




 

Create Date : 01 สิงหาคม 2553
4 comments
Last Update : 1 สิงหาคม 2553 14:27:05 น.
Counter : 1891 Pageviews.

 

สวยจังคับ
..ถ้าจำไม่ผิด ตรงข้ามวัดจะเป็นพระตำหนักนะครับ

 

โดย: ibozla 1 สิงหาคม 2553 16:16:10 น.  

 

เป็นพระตำหนักของพระราชินีครับผม

 

โดย: คนกรุงศรีฯ1 IP: 114.128.91.49 4 สิงหาคม 2553 17:34:20 น.  

 

แวะมาทักวันหยุดครับ
วัดไชยวัฒนาราม เป็นวัดเก่าแก่ที่สวยมาก มีวิวติดกับแม่น้ำอีกด้วย รู้สึกเสียดายพระพุทธรูปที่นี่นะครับ
มีความสุขวันหยุดครับ

 

โดย: pragoong 7 สิงหาคม 2553 7:27:01 น.  

 

แนะนำเว็บท่องเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงาม

 

โดย: attractions (loveyoupantip ) 7 สิงหาคม 2554 2:37:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


~*Annie*~
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





สาวแสนงอน ... ร่ำเรียนมาทางด้าน Food Science เคยใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาทำงานในสายงานนี้อยู่พักนึง แล้วขอหยุดพักไปเติมความรู้ให้กับสมองเพิ่มเติมตามความฝันของตัวเอง

หนุ่มขี้เหงา ... ร่ำเรียนมาทางด้านบริหารอุตสาหกรรม เคยเป็น Production Supervisor ให้โรงงานจิวเวลรี เคยเป็นผู้จัดการฝ่ายผลิตในบริษัทผลิตอาหารเสริม

แต่ไปๆมาท่าไหนไม่รู้ หนุ่มขี้เหงากะสาวแสนงอนผันตัวเองมาเปิดร้าน grooming & pet shop ... ซะงั้น


....................


สาวแสนงอน ... รักการทำกับข้าว รักการรับประทาน(แต่ขี้เกียจออกกำลังกาย) รักการท่องเที่ยว รักหมาแมวมาก...มากจนเพื่อนคิดว่า...อีนี่เพี้ยน


หนุ่มขี้เหงา ... รักการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ มีนิสัยชอบเล่นกับหมาๆแมวๆของชาวบ้านมากๆจนพลิกผันตัวเองไปเป็น Groomer


....................


เรา คือ คนธรรมดาสองคนที่ดูยังไงก็ "แตกต่าง"

แต่ใครจะรู้ว่าเราสองคน คือ "ความเหมือน" ที่อยู่ใน "ความต่าง" ที่ต่างเติมเต็มให้แก่กันและกัน

เราสองคนกำลังจูงมือกันก้าวเดินไปตามทางของความฝัน
แม้ว่าทางที่ก้าวเดินไปจะมีอุปสรรคเราก็จะไม่ปล่อยมือที่กุมไว้ออกจากกัน

เราไม่อยากเป็นคนร่ำรวยเงินทอง
เราไม่อยากเป็นคนร่ำรวยชื่อเสียง

แต่....

เราอยากเป็นคนร่ำรวยความสุข
เราอยากเป็นคนร่ำรวยเสียงหัวเราะ

และ....
ขอแค่มีกันและกันแบบนี้.....ตลอดไป
Image hosted by Photobucket.com Diary ช่างบ่น ... หนุ่มขี้เหงา กับ สาวแสนงอน Image hosted by Photobucket.com

ขอบคุณฟ้า
...ที่ให้เราได้พบกัน ...

ขอบคุณฟ้า
...ที่ทำให้เส้นขนาน 2 เส้นมาบรรจบกัน...

...และ...

"ใจสองใจ"

ได้รวมกันเป็น

"ใจเดียว"










   
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2553
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
1 สิงหาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ~*Annie*~'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.