It's All I Have to Bring Today !
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
16 กรกฏาคม 2555
 
All Blogs
 
เวสสันดรชาดก ตอนที่ ๑ ( ปฐมเหตุ )

พระบรมโพธิสัตว์ได้ดำรงตนเป็นแบบอย่างนักสร้างบารมี ตั้งแต่ประสูติจากพระครรภ์ของพระมารดา ก็แบพระหัตถ์ออก และกล่าวกับพระมารดาว่า"เสด็จแม่ มีสิ่งใดให้ลูกได้ทำทานบ้าง" นี่..พระองค์เกิดมาเพื่อการนี้ เพื่อบ่มบารมีให้แก่รอบ ครั้นพระชนมายุได้เพียง ๘ ชันษา ประทับอยู่บนปราสาทตามลำพัง ทรงคิดที่จะบริจาคทานว่า "เราพึงให้หัวใจ ดวงตา เนื้อ เลือด และร่างกายที่มีอยู่ทั้งหมดนี้ หากใครมาขอเรา ให้เราได้ยิน เราก็จะพึงให้ด้วยความยินดี"


เวสสันดรชาดก ตอนที่ ๑
( ปฐมเหตุ )

เราได้ให้ทานภายนอก ทานนั้นหายังเราให้ยินดีไม่ เราใคร่จะให้ทานภายใน
แม้ถ้าใครๆ พึงขอหทัยของเรา เราจะพึงให้ผ่าอุระประเทศนำหทัยออก แล้วมอบให้แก่บุคคลนั้น


ถ้าเขาขอจักษุทั้งสองของเรา เราก็จะควักจักษุมอบให้ ถ้าเขาขอเนื้อในสรีระ
เราจะเชือดเนื้อจากสรีระทั้งสิ้นให้ ถ้าแม้ใครๆ พึงขอโลหิตของเรา เราก็จะพึงถือเอาโลหิตให้
หรือว่าใครๆ พึงบอกเราว่า ท่านจงเป็นทาสของข้าพเจ้า เราก็ยินดียอมตัวเป็นทาสแห่งผู้นั้น

        สรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ตาม ตัวของเรา บุคคลอื่น หรือสรรพสัตว์ทั้งหลายก็ตาม ต่างอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง คือ ความไม่เที่ยง แปรปรวนเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อมทุกอนุวินาทีและ สูญสลายไปในที่สุด เพราะฉะนั้นเราควรแสวงหาสิ่งเที่ยงแท้ แน่นอน ที่จะนำความสุขและความบริสุทธิ์ที่แท้จริงมาให้เรา ด้วยการปฏิบัติธรรมในหนทางสายกลาง ทางเอกสายเดียว     ที่เรียกว่า เอกายนมรรค ที่มุ่งตรงสู่พระนิพพาน



 *มีธรรมภาษิตใน เวสสันตรชาดก ว่า

 "เราได้ให้ทานภายนอก ทานนั้นหายังเราให้ยินดีไม่ เราใคร่จะให้ทานภายใน แม้ถ้าใครๆ พึงขอหทัยของเรา เราจะพึงให้ผ่าอุระประเทศนำหทัยออก แล้วมอบให้แก่บุคคลนั้น ถ้าเขาขอจักษุทั้งสองของเรา เราก็จะควักจักษุมอบให้ ถ้าเขาขอเนื้อในสรีระ เราจะเชือดเนื้อจากสรีระทั้งสิ้นให้ ถ้าแม้ใครๆ พึงขอโลหิตของเรา เราก็จะพึงถือเอาโลหิตให้ หรือว่าใครๆ พึงบอกเราว่า ท่านจงเป็นทาสของข้าพเจ้า เราก็ยินดียอมตัวเป็นทาสแห่งผู้นั้น"

     นี่เป็นถ้อยคำของนักสร้างบารมี ที่กลั่นออกมาจากใจของพระเวสสันดรโพธิสัตว์ผู้สร้างมหาทานบารมีที่ทำให้หัวใจของมนุษย์ และเทวาทั้งหลายต้องหวั่นไหว เพราะท่านได้ทำในสิ่งที่คนทั่วไปทำได้ยากยิ่ง ให้ในสิ่งที่ให้ได้ยากยิ่ง ด้วยท่านรู้ว่าสิ่งที่บังเกิดขึ้นได้ยากยิ่งกว่านั้นยังมีอยู่ คือ การได้บรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ดังนั้นเพียงแค่ท่านคำนึงถึงทานที่ได้ ที่เป็นไปในภายในเท่านั้น แม้มนุษย์ทั่วไปจะไม่สามารถรับรู้ถึงความคิดอันยิ่งใหญ่ของท่านได้ แต่เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ว่า มหาปฐพี ซึ่งหนาถึง ๒๔๐,๐๐๐ โยชน์ กลับเลื่อนลั่นสนั่นหวั่นไหว เหมือนช้างตัวประเสริฐตกมันอาละวาดคำรามก้องป่า เขาสิเนรุราชก็โอนไปมา เหมือนหน่อหวายที่โอนเอนไปมา ฟ้าก็คะนองเลื่อนลั่น ตามเสียงแห่งมหาปฐพี ทำให้ฝนลูกเห็บตกลงมามากมาย    สายอสนีบาตซึ่งมีในสมัยมิใช่กาล ก็เปล่งแสงแวบวาบ สมุทรสาคร เกิดเป็นคลื่นปั่นป่วน ท้าวสักกเทวราชปรบพระหัตถ์ ท้าวมหาพรหมก็ให้สาธุการ เสียงโกลาหลเป็นอันเดียวกันได้มีตลอดถึงพรหมโลก

  เรื่องของพระเวสสันดรนี้ เป็นเรื่องราวการสร้างมหาทานบารมีของพระพุทธองค์ในสมัยที่ทรงเสวยพระชาติเป็น พระเวสสันดร ซึ่งพระองค์ทรงระลึกชาติย้อนหลังไปดู และได้นำมาตรัสเล่าให้ภิกษุสงฆ์ และพุทธบริษัท เพื่อเป็นกำลังใจ   ในการสร้างทานบารมีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป เรื่องพระเวสสันดรชาดกนั้น ได้รับการเล่าขานกันมายาวนานกว่า ๒,๕๐๐๐ ปีแล้ว ในหมู่ของพุทธศาสนิกชนทั่วไป

  •   พระบรมโพธิสัตว์ได้ดำรงตนเป็นแบบอย่างนักสร้างบารมี ตั้งแต่ประสูติจากพระครรภ์ของพระมารดา ก็แบพระหัตถ์ออก และกล่าวกับพระมารดาว่า"เสด็จแม่ มีสิ่งใดให้ลูกได้ทำทานบ้าง" นี่..พระองค์เกิดมาเพื่อการนี้ เพื่อบ่มบารมีให้แก่รอบ ครั้นพระชนมายุได้เพียง ๘ ชันษา ประทับอยู่บนปราสาทตามลำพัง ทรงคิดที่จะบริจาคทานว่า "เราพึงให้หัวใจ ดวงตา เนื้อ เลือด และร่างกายที่มีอยู่ทั้งหมดนี้ หากใครมาขอเรา ให้เราได้ยิน เราก็จะพึงให้ด้วยความยินดี" 

  •  เพราะฉะนั้น จึงถือโอกาสนำประวัติการสร้างมหาทานบารมีของพระผู้มีพระภาคเจ้า มาให้นักสร้างบารมีทุกคนได้เรียนรู้กันเป็นตอนๆ ไป พร้อมกับให้แง่คิดมุมมองสอดแทรกเข้าไปตามสมควร จะได้มีกำลังใจในการสร้างบารมีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป


  ในสมัยปฐมโพธิกาลที่พระพุทธองค์ตรัสรู้ธรรมใหม่ๆ นั้น พระองค์ได้เสด็จไปโปรดพระเจ้าพิมพิสาร และชาวเมืองให้บรรลุธรรมกันมากมาย เมื่อพระเจ้าสุทโธทนะรู้ว่า พระราชโอรสได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้ส่งทูตมาถึง ๑๐ คณะด้วยกัน แต่ละคณะมีบริวาร ๑,๐๐๐ คน เพื่อกราบทูลอาราธนาให้เสด็จกลับไปที่กรุงกบิลพัสดุ์ แต่เมื่อมาแล้วได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ต่างได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์กันหมด จึงไม่ได้กราบอาราธนาให้พระพุทธองค์เสด็จกลับ อีกทั้งพระพุทธองค์ทรงเห็นว่า ยังไม่ถึงเวลาที่จะเสด็จไปโปรดพระประยูรญาติ จนกระทั่งคณะทูตสุดท้ายได้มาเข้าเฝ้า และสดับพระธรรมเทศนาจนได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์แล้ว ได้กราบอาราธนาพระพุทธองค์ให้เสด็จกลับไปยังกรุงกบิลพัสดุ์เป็นครั้งแรก



 พระบรมศาสดาพร้อมด้วยเหล่าพระอรหันต์ ๒๐,๐๐๐ รูป ได้เสด็จไปยังกรุงกบิลพัสดุ์ เจ้าศากยราชทั้งหลายต่างมาประชุมพร้อมกันหมด เพื่อจะทอดพระเนตรสิทธัตถราชกุมาร   ผู้จากไปนาน พร้อมกับจัดพระราชอุทยานของนิโครธศักยราช อันเป็นสถานที่น่ารื่นรมย์ ให้เป็นที่ประทับของพระพุทธองค์ พร้อมด้วยเหล่าพระขีณาสพที่ติดตามพระองค์มาด้วย



 เจ้าศากยะทั้งหลายซึ่งเป็นชนชาติถือตัว กระด้างเพราะมีทิฏฐิมานะ พากันคิดว่า สิทธัตถกุมารนี้เด็กกว่าเรา เป็นน้อง เป็นบุตรหลานของพวกเรา จึงไม่ยอมเข้าไปนั่งด้านหน้า แต่ให้ราชกุมารที่ยังหนุ่มๆ เข้าไปไหว้พระผู้มีพระภาคเจ้า ตัวเองไม่ยอมกราบไหว้ นั่งอยู่ด้านหลัง

     พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรู้อัธยาศัยของเจ้าศากยะเหล่านั้น จึงดำริว่า จะให้พระญาติทั้งหมดไหว้ ครั้นทรงพระดำริดังนี้แล้ว พระองค์เสด็จเหาะขึ้นในอากาศ และโปรยละอองธุลีพระบาทลงบนเศียรของพระประยูรญาติ จากนั้นทรงเนรมิตที่จงกรมในอากาศ ทรงทำปาฏิหาริย์ให้พระประยูรญาติได้เห็นกันทั้งหมด เพื่อทุกคนจะได้หมดทิฏฐิมานะ เหมือนกับที่ทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ทำลายทิฐิมานะของพวกเดียรถีย์

  •     พระเจ้าสุทโธทนมหาราชทอดพระเนตรเห็นอัศจรรย์เช่นนั้น จึงตรัสว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในวันที่พระองค์ประสูติ พระพี่เลี้ยงได้เชิญพระองค์เข้าไปใกล้เพื่อให้นมัสการชฎิลชื่อ กาฬเทวละ ข้าพระองค์ได้เห็นพระบาททั้งสองของพระองค์กลับไปตั้งอยู่บนศีรษะของพราหมณ์ ครั้งนั้นข้าพระองค์ก็ได้กราบพระองค์ นับเป็นการกราบของข้าพระองค์ครั้งแรก


     ในวันวัปปมงคลแรกนาขวัญ ข้าพระองค์ได้เห็นเงาไม้หว้าไม่บ่ายไปแม้เวลาเคลื่อนคล้อย แต่กลับให้ร่มเงาแก่พระองค์ผู้นั่งขัดสมาธิ(Meditation)คู้บัลลังก์ตามลำพัง ณ พระยี่ภู่อันมีสิริใต้ร่มเงาไม้หว้า ข้าพระองค์ได้เห็นแล้ว เกิดความอัศจรรย์ใจ จึงเข้าไปกราบพระบาทของพระองค์ นี้เป็นการกราบของข้าพระองค์ครั้งที่  ๒  บัดนี้ ข้าพระองค์เห็นปาฏิหาริย์ ที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน จึงได้กราบพระบาทของพระองค์ นี้เป็นการกราบครั้งที่ ๓ ของข้าพระองค์ผู้แม้จะได้ชื่อว่าเป็นพระบิดาผู้ให้กำเนิด แต่ก็ก้มกราบพระโอรสผู้มีบุญญาธิการ ได้สั่งสมบุญไว้อย่างดีแล้ว"



     เมื่อพระเจ้าสุทโธทนะถวายบังคมแล้ว เจ้าศากยะทั้งหมด จึงไม่อาจทนนั่งนิ่งอยู่ได้ ต่างมีจิตเลื่อมใสในพระพุทธองค์ ได้พร้อมใจกันถวายบังคม จากนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จลงจากอากาศ ประทับนั่งเหนือบวรพุทธอาสน์ สิ่งมหัศจรรย์ซึ่งเป็นเหตุการณ์อันไม่คาดคิดมาก่อนก็บังเกิดขึ้นในขณะนั้น คือ ได้มีมหาเมฆตั้งขึ้นและยังฝนโบกขรพรรษให้ตก มีลักษณะไม่เหมือนน้ำฝนทั่วๆไป คือ มีสีแดง และผู้ที่ต้องการให้เปียกก็จะเปียก ถ้าไม่ต้องการให้เปียกก็ไม่เปียก เพราะฝนจะไม่ตกต้องกายของผู้นั้นแม้สักหยาดเดียว



     มหาชนเห็นอัศจรรย์ดังนั้น ต่างเกิดความปลาบปลื้มปีติยินดี แม้ภิกษุสงฆ์ก็แซ่ซ้องสาธุในโรงธรรมสภาว่า "โอ น่าอัศจรรย์ จริง เรื่องไม่เคยมีมาก่อน เพราะอานุภาพของพระพุทธเจ้า   อันไม่มีประมาณแท้ๆ มหาเมฆจึงทำให้ฝนโบกขรพรรษตกลงมาในสมาคมของพระประยูรญาติได้"



    พระบรมศาสดาสดับดังนั้น จึงตรัสว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้นที่มหาเมฆยังฝนโบกขรพรรษให้ตก แม้ในกาลก่อน ขณะเรายังเป็นโพธิสัตว์ มหาเมฆนี้ก็ยังฝนโบกขร-พรรษให้ตกในสมาคมของพระญาติเหมือนกัน"



     เมื่อภิกษุกราบทูลอาราธนาให้ทรงเล่าเรื่องในอดีตชาติ พระองค์ได้นำเรื่องเวสสันดรชาดกมาตรัสเล่า เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ขอให้ติดตามกันต่อไป จะทยอยนำมาถ่ายทอดเป็นตอนๆ เพื่อจะได้มีกำลังใจในการสร้างความดี ให้ยิ่งๆ ขึ้นไปกันทุกคน




*มก. เวสสันตรชาดก เล่ม ๖๔ หน้า ๕๙๙




Create Date : 16 กรกฎาคม 2555
Last Update : 16 กรกฎาคม 2555 23:59:17 น. 0 comments
Counter : 952 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

permanent-love
Location :
พัทลุง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]





❀คลิกหน้าหลัก หรือ โฮมเพจ ที่นี้....




ประเทศไทยที่ผ่านมา
มีกระแสเห่อไอโฟน
กระแสละคร
กระแสหน้ากากทุเรียน
กระแสบอลไทยไปบอลโลก
กระแสคุกกี้เสี่ยงทาย
แต่ไม่มีกระแสไหนเลย ที่จุดประกาย กระตุ้นให้คนอยากทำความดี
เพราะกระแสที่ผ่านมาเหล่านั้น
ล้วนเป็นเรื่องบันเทิงเริงใจ หลงไหลในชื่อเสียงวัตถุ ไม่เกิดประโยชน์อะไร
.
พี่ตูนวิ่งเพื่อโรงพยาบาล
จุดประกายให้คนไทยตั้งแต่แม่สายถึงเบตง
เกิดกระแส พร้อมใจกันอยากสละเงินที่ตัวเองมี บริจาคให้ส่วนรวม
นี่แหละกระแสทำความดีที่ต้องการ
.
การวิ่งเพื่อโรงพยาบาลได้ประโยชน์สุขภาพกาย
แต่รับประกันไม่ได้เลยว่า
สังคมจะดีขึ้น ลูกหลานเราจะเป็นคนดี

.
ถ้าสังคมเต็มไปด้วยคนเก่ง
แต่ปราศจากคนดี มีศีลธรรม
กฎหมายจะเขียนรัดกุมเท่าไหร่
ศาลจะยุติธรรมแค่ไหน
คนเก่งเหล่านั้น
ก็ใช้ความเก่งของตัวเอง
หาทาง หาช่อง
จ้องเอาเปรียบคนอื่นได้เสมอ
.
กิจกรรมธรรมยาตรา
จึงเข้ามาเติมเต็มตรงนี้
ด้วยธรรมะของพระพุทธเจ้า
.
พระเป็นผู้ริเริ่ม ร่วมกับชุมชนจัดกิจกรรม
สวดธรรมจักร บำเพญจิตตภาวนา
ให้ทุนการศึกษาเด็กที่ทำความดี
ตักบาตรพระนับพันรูป เพื่อนำไปช่วยพระสามจังหวัดชายแดนใต้ ที่ไม่สามารถออกบิณฑบาตร
ช่วยกัน big cleaning ทำความสะอาด ดูแลรักษาเสนาสนะ ศาสนสถาน
และทอดผ้าป่ากว่าร้อยวัด ที่กระจายอยู่ในชุมชนต่างๆ
ให้เด็กๆและทุกคนได้เห็นได้ทำร่วมกัน
เกิดความเลื่อมใสศรัทธา อยากเอาเป็นแบบอย่าง
ตระหนักรู้ว่าหน้าที่ชาวพุทธต้องทำอะไร
เกิดแรงบันดาลใจอยากทำความดี มีศีล 5 อยากศึกษาพระธรรมคำสอน
เพาะเป็นนิสัยรักวัด รักพระพุทธศาสนา มีความรับผิดชอบต่อสังคม
.
สังคมจะดี ทุกคนต้องช่วยกัน
ขอเชิญทุกท่านมาสร้างสรรสังคมที่ดี มีศีล 5
ด้วยการมาร่วมกิจกรรมธรรมยาตรากันนะครับ
•★
..>>--»เครดิท .ปาโมกข์ พรหมเดช
๔ มีนาคม ๒๕๖๑



BlogGang Popular Award #11

BlogGang Popular Award #12
◐ "กาน้ำชา " .... เรื่องเล่าที่ต้องเตือนใจตัวเอง!

◐21 ข้อคิดสั้นๆ "สำหรับคนที่ต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในวันพรุ่งนี้"

◐ 5 วิธีง่ายๆ จัดการกับปัญหาทุกรูปแบบอย่างผู้ชนะ!

❀พระพุทธเจ้าทรงห้าม 4 เรื่อง คิดแล้วอาจเป็นบ้า

❀5 ปีมีครั้งเปิดรักษาตา ต้อเนื้อฟรีศูนย์ธรรมศาสตร์

❀ภาพพิธีจุดประทีปถวายเป็นพุทธบูชา และกตัญญูบูชาแด่มหาปูชนียาจารย์

❀ภาพพิธีตักบาตรพระธรรมยาตรา ๑,๑๓๔ รูป ณ วัดโบสถ์บน บางคูเวียง จ.นนทบุรี*อาทิตย์ที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๑

❀ภาพข่าว*วันอาทิตย์*ตักบาตรพระธุดงค์ ๑,๑๓๔ รูป ณ วัดโบสถ์บน บางคูเวียง จ.นนทบุรี อนุสรณ์สถาน

❀เมืองไทยมีสุดยอดคัมภีร์! แต่ทำไมยังด้อยความเจริญกว่าประเทศตะวันตก!

✿ภาพเป็นข่าว : ศรัทธาชาวพุทธ! ชาวศรีลังกาเอาน้ำราดถนน ช่วยคลายร้อนให้พระเดินธุดงค์

✿วิจัยพุทธต้องตอบโจทย์ปฏิรูปคณะสงฆ์ ?

❀ วิธีการนอน 9 วิธี ช่วยแก้อาการเจ็บปวดต่างๆ



Friends' blogs
[Add permanent-love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.