It's All I Have to Bring Today !
Group Blog
 
<<
เมษายน 2562
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
29 เมษายน 2562
 
All Blogs
 

ขนมโบราณ (พันตอง)ใกล้สูญพันธ์

พันตอง
เป็นขนมที่ใช้ในพิธีแต่่งงาน โดยจะห่อขนมเป็นคู่คือตัวกับไส้ขนม เป็นการอวยพรให้คู่รักผูกสมัครรักใคร้กันยืนยาว แล้วต้องห่อขนมให้มิดชิด เพื่อที่คู่รักจะได้สร้างเนื้อสร้างตัวเก็บเงินเก็บทองไม่รั่วไหลไปไหน 
แล้วเวลากินก็ตักไส้มาโปะตัวแล้วกินพร้อมกัน 
อันนี้เป็นญาติกับขนมใส่ไส้




ขอบคุณภาพจาก ทวิตเตอร์

เครื่องปรุง/ส่วนผสม
๑. แป้งข้าวเจ้า
๒. กะทิ
๓. มะพร้าวขูด
๔. ถั่วเหลืองกะเทาะเปลือก
๕. นำตาลทรายแดง
๖. เกลืดป่น

อุปกรณ์ที่ใช้
เตา หม้อ กระช้อน กระต่ายขูดมะพร้าว ผ้าขาวบาง ไม้พาย ใบตอง กะละมัง ถ้วยตวง ถาด

ขั้นตอนวิธีทำ
วิธีการทำตัวแป้ง
๑. นำแป้งข้าวเจ้ามาร่อน
๒. ขูดมะพร้าวคั้นกะทิ
๓. นำแป้งข้าวเจ้าที่ร่อนแล้วมาผสมกับกะทิที่คั้นไว้ ผสมให้ความเหลวของ
แป้งพอเหมาะ
๔. ใส่น้ำตาลหวานพอเหมาะ
๕. นำหม้อที่ผสมแป้งเรียบร้อยแล้วไปตั้งบนไฟแล้วกวน
วิธีการทำไส้ขนม
๑. นำถั่วเหลืองที่กะเทาะเปลือกแล้ว มาต้มให้สุก
(ถ้าเราจะนึ่งก็ได้ให้แช่ถั่วเหลืองทิ้งไว้สักพักหนึ่งแล้วจึงนำไปนึ่ง)
๒. พอถั่วเหลืองสุกแล้ว นำมาผึ่งให้เย็นแล้วใส่เกลือป่นคนให้ทั่วให้ออกรส
เค็มนิดๆ

วิธีการห่อขนม
๑. นำใบตองมาฉีกกว้างประมาณ ๑๕ ซม. ตัดหัวท้ายให้เรียบร้อย
๒. ใบตองวางซ้อนกันสองใบ (กลับหน้าหลัง)
๓. ตักแป้งที่กวนไว้ใส่ที่ใบตอง พอประมาณ
๔. ตักไส้ขนมที่เตรียมไว้ลงบนแป้ง ประมาณ ๒ ช้อน
หรือดูให้พอดีกลับแป้ง
๕. แล้วม้วนใบตองลง พับชายสองข้าง (ไม่ต้องทำจีบนม)
๖. นำขนมที่ห่อวางลงในซึ้งที่จะนึ่ง
๗. นำไปนึ่ง (ขนมพันตองจะสุกเร็ว เพราะส่วนประกอบทำสุกไว้
ขั้นตอนหนึ่งแล้ว)



เทคนิคในการทำ (เคล็ดลับ)
๑. แป้งข้าวเจ้า ถ้าโม่แป้งเองแป้งจะสดและหอม
๒. ใบตองต้องตัดไว้หนึ่งคืน จะทำให้ใบตองไม่กรอบและแตก
๓. ขนมพันตองดั้งเดิมแป้งจะไม่ผสมกะทิ โม่แป้งกรองผสมน้ำพอเหมาะ
แล้วนำไปกวนเลย แล้วจะไม่ใส่น้ำตาล
๔. ถั่วถ้าเราต้มเช็ดน้ำแล้วต้องดงถั่ว (ดงคืนการเอาหม้อถั่วที่ต้มเช็ดน้ำแล้ว
ไปวางบนเตาไฟให้ถั่วแห้งพอหมาดๆ) แต่ต้องระวังถั่วจะไหม้ถ้าไฟแรง


ขอบคุณสูตรขนมพันตองจาก thaiarcheep.com


ขอบคุณของแต่งบล็อก....
เรือนเรไร  / ญามี่  / ชมพร  / Rainfall in August




 

Create Date : 29 เมษายน 2562
2 comments
Last Update : 29 เมษายน 2562 1:05:35 น.
Counter : 285 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณnewyorknurse, คุณหอมกร, คุณขุนเพชรขุนราม, คุณSweet_pills

 


ชอบขนมใส่ใส้มากค่ะ

เพิ่งรู้ความหมายของขนมโบราณ
เห็นในงานแต่งงาน
จะมีกันเสมอ

 

โดย: newyorknurse 29 เมษายน 2562 2:55:34 น.  

 

Turtle Came to See Me Food Blog ดู Blog
อย่างนี้ต้องเรียกขนมไม่ใส่ไส้นะคะ
เพิ่งเคยเห็นสงสัยใกล้สูญพันธุ์จริงๆ ค่ะ

 

โดย: หอมกร 29 เมษายน 2562 9:43:59 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


Turtle Came to See Me
Location :
พัทลุง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 40 คน [?]





★ที่มา ล็อกอิน ★Turtle Came to See Me ★(มาจาก บทกวี Poem )
เป็นหนังสือ สำหรับเยาวชน
★Turtle Came to See Me
แต่งโดย :Margrita Engle
★★★★



BlogGang Popular Award #11

BlogGang Popular Award #12

◎มาจากในไลน์...ใครเขียนไม่ทราบ แต่เขียนดีขนาดนี้ ชอบมาก..​

จงทำงานหนักอย่างเงียบๆ แล้วปล่อยให้ความสำเร็จพูดแทน

◎ ภัยอันน่ากลัวของการเวียนว่ายตายเกิด

◎❖◎ วัยรุ่น ต้องบวช โครงการบวชเข้าพรรษา 61

♨❉16 กิเลส ที่แฝงมากับการเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ค!

◐ "กาน้ำชา " .... เรื่องเล่าที่ต้องเตือนใจตัวเอง!

◐21 ข้อคิดสั้นๆ"คนที่ต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในวันพรุ่งนี้"

◐ 5 วิธีง่ายๆ จัดการกับปัญหาทุกรูปแบบอย่างผู้ชนะ!

❀พระพุทธเจ้าทรงห้าม 4 เรื่อง คิดแล้วอาจเป็นบ้า

❀5 ปีมีครั้งเปิดรักษาตา ต้อเนื้อฟรีศูนย์ธรรมศาสตร์

❀ภาพพิธีจุดประทีปถวายเป็นพุทธบูชา และกตัญญูบูชาแด่มหาปูชนียาจารย์

❀ภาพพิธีตักบาตรพระธรรมยาตรา ๑,๑๓๔ รูป ณ วัดโบสถ์บน บางคูเวียง จ.นนทบุรี*อาทิตย์ที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๑

❀ภาพข่าว*วันอาทิตย์*ตักบาตรพระธุดงค์ ๑,๑๓๔ รูป ณ วัดโบสถ์บน บางคูเวียง จ.นนทบุรี อนุสรณ์สถาน

❀เมืองไทยมีสุดยอดคัมภีร์! แต่ทำไมยังด้อยความเจริญกว่าประเทศตะวันตก!

✿ภาพเป็นข่าว : ศรัทธาชาวพุทธ! ชาวศรีลังกาเอาน้ำราดถนน ช่วยคลายร้อนให้พระเดินธุดงค์

✿วิจัยพุทธต้องตอบโจทย์ปฏิรูปคณะสงฆ์ ?

❀ วิธีการนอน 9 วิธี ช่วยแก้อาการเจ็บปวดต่างๆ



Friends' blogs
[Add Turtle Came to See Me's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.