Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
6 พฤศจิกายน 2551
 
All Blogs
 
วันเปิดเทอมของช้างต้น vs เข้าโรงพยาบาลรับเปิดเทอม





2 เรื่อง 2 อารมณ์ มันไม่น่าจะมาประจวบเหมาะกันได้ขนาดนี้ แต่มันก็เป็นไปแล้วล่ะจ้ะ



วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม 2551

วันเปิดเทอมครั้งแรกของช้างต้น ในระดับชั้นเตรียมอนุบาลที่โรงเรียนศุภวรรณ ก่อนหน้านี้มีพาน้องช้างมาเที่ยวโรงเรียนแล้วรอบนึงให้พอคุ้น ๆ กับสถานที่บ้าง วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เราจะลุ้นว่าลูกจะผ่านวันแรกของการเป็นนักเรียนได้รึป่าว

น้องช้างตื่น 7 โมงครึ่ง อาบน้ำ กินข้าว วันนี้มาแนวแปลกพ่อบอกให้กินข้าวเช้าก็ยอมกินเองโดยดี ไม่มีโยเยเหมือนวันอื่น ๆ



เสร็จแล้วก็แต่งตัว เตรียมข้าวของเรียบร้อยก็พร้อมเดินทางออกจากบ้านไปโรงเรียนกันแล้ว



ไปถึงโรงเรียนประมาณ 8 โมง 40 นาที สายรับเปิดเทอม 55 แต่พ่อและแม่ก็ไม่ได้ serious อะไรเพราะเป็นวันแรกของช้างต้น อยากให้สบาย ๆ ไม่เร่งรีบ ลูกจะได้ไม่เครียดและไม่รู้สึกว่าถูกบังคับ



คุณครูตรึงตา และ ผอ. โรงเรียนเดินมาส่งน้องช้างให้คุณครูประจำชั้น คุณครูเลยพาไปเล่นที่ห้องกิจกรรมให้เพลิน ๆ ก่อน ระหว่างนั้นพ่อและแม่ก็ยืนคุยกับ ผอ. อยู่ที่หน้าห้องกิจกรรม รอลุ้นว่าเด๋วลูกจะโผมาหารึป่าว



เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง น้องช้างก็ยังเล่นสนุกกับเพื่อน ๆ อยู่ในห้องกิจกรรม จนพ่อและแม่แน่ใจแล้วว่า วันนี้คงผ่านฉลุย เด็กคงไม่ร้องไห้แล้วล่ะ งั้นกลับดีกว่า คุณครูบอกให้มารับตอนบ่ายโมง เพราะวันนี้เป็นวันแรก อยากให้สบาย ๆ ค่อย ๆ ปรับตัว จริง ๆ (โรงเรียนเลิก 3 โมงเย็น) แม่คิดในใจว่าอยู่โรงเรียนได้ 4 ชั่วโมงสำหรับวันแรกก็ถือว่า ok แล้วล่ะ พ่อและแม่เลยใช้เวลา 4 ชั่วโมงด้วยการไปกินข้าว แวะไปร้าน ก.เจริญที่พาหุรัด เผื่อซื้อของเล่นไว้เป็นรางวัลให้เด็กดีที่วันนี้ไม่ร้องไห้ แล้วก็ไปใช้เวลาที่เหลือที่ร้าน ViVi Coffee Place ร้านโปรดริมแม่น้ำเจ้าพระยา จนถึงเวลาที่ต้องไปรับลูก

รางวัลสำหรับนักเรียนใหม่ เด็กดีวันนี้ที่ไปโรงเรียนวันแรกไม่ร้องไห้เลย


ไปถึงโรงเรียนคุณครูรายงานว่าน้องช้างกินข้าว 3 จานค่ะ (อยู่บ้านไม่เห็นกินเก่งแบบนี้เยย) ไม่ร้องไห้ แต่มีถามหาแม่เป็นพัก ๆ แล้วก็ไม่นอน (ไม่แปลกใจที่ไม่นอนเพราะปกติอยู่บ้านก็เล่นซนไม่ค่อยนอนกลางวันอยู่แล้ว) เพื่อน ๆ เค้าหลับกันแต่ช้างนั่งคุยกับคุณครู คุณครูก็ชวนคุยถามนั่นนี่โน่นไปเรื่อย 555

สำหรับวันแรกของการไปโรงเรียนของน้องช้างก็ผ่านฉลุยไปด้วยดี (เกินคาด)





หลังจากไปโรงเรียนได้ 3 วัน ในที่สุด สิ่งที่กลัวมันก็เกิดขึ้นจริง ๆ ก่อนหน้านี้เพื่อนแม่บอกว่า น้องช้างไปโรงเรียนแล้ว คราวนี้จะไม่มีแม่มาคอยวิ่งตามเช็ดไม้เช็ดมือ หรือคอย protect สารพัดอย่างให้น้องช้าง ก็ต้องเผื่อใจไว้ว่าเมื่อลูกเข้าโรงเรียนแล้ว อาจไม่สบายบ่อยขึ้น ก็มีเผื่อใจไว้บ้าง แต่ก็ไม่คิดว่าจะเร็วและหนักถึงขั้นต้องนอน admit ที่โรงพยาบาลกันเลยทีเดียว

เช้าวันพุธที่ 29 ตุลาคม 2551

วันนี้น้องช้างตื่นมามีจามนิด ๆ แต่ไม่มีน้ำมูกหรืออาการใด ๆ ให้เห็น ก็เลยติดยาแก้หวัดไปโรงเรียนให้คุณครูช่วยป้อนให้ด้วย คุณครูรายงานว่าลอดวันน้องก็คึกคักดี เล่นซน ไม่ซึม แถมกินข้าวได้ตั้ง 6 จาน แต่พอกลับบ้านพ่อปอนด์โทรรายงานว่าลูกตัวลุม ๆ ตอนนี้ให้กินยาแก้ไข้กันไว้แล้ว พอดึกเท่านั้นแหละ ไข้มาเลย ประมาณ 38-39 องศา ก็ยังคิดว่าลูกคงเป็นไข้ธรรมดาป้อนยา เช็ดตัวกันไป

วันพฤ.ที่ 30 ตุลาคม 2551

วันนี้งดไปโรงเรียนเพราะไข้ไม่ลง พาไปหาหมอ ไม่เจอหมอประจำตัวน้องช้าง ก็เลยให้คุณหมอท่านอื่นตรวจ หมอแจ้งว่าหลอดลมและปอดยังไม่มีปัญหา ได้ยาฆ่าเชื้อมาเพิ่ม อาการไข้ช่วงกลางวันจะไม่ค่อยมี ลูกยังเล่นซนได้ปกติ แต่พอหลังบ่ายไปแล้วไข้จะเริ่ม ลูกเริ่มงอแง วันนี้มีน้ำมูกให้เห็นแย้ว ให้ยาลดน้ำมูก แก้แพ้ ลดไข้และฆ่าเชื้อ กินยายากมาก แต่ตลอดคืนลูกนอนหลับไม่สนิท หายใจไม่สะดวก และนอนละเมอตลอดเพราะไข้ขึ้น พ่อและแม่ต้องช่วยกันเช็ดตัวเกือบทั้งคืน และไม่ถ่าย ปัสสาวะก็น้อย

วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2551

อาการตอนเช้าดีขึ้น ไม่ค่อยมีไข้สูง เล่นได้ กินได้ แต่พอบ่ายก็เป็นเหมือนเดิม คือไข้เริ่มขึ้นสูง ตัวร้อน เริ่มซึมและมีอาการไอ เลยพาไปหาคุณหมออีกครั้ง ครั้งนี้ก็ยังไม่เจอหมอประจำเพราะคุณหมอออกเวรไปแล้ว ก็ได้คุณหมออีกท่านมาตรวจ หมอแจ้งว่าคอเริ่มแดง ปอดยังไม่มีปัญหา ได้ยาฆ่าเชื้อที่แรงกว่าเมื่อวานกลับมา พร้อมกับแจ้งว่ายังสรุปไม่ได้ว่าจะเป็นไข้เลือดออกรึป่าว ต้องรอให้ถึงวันอาทิตย์หากไข้ไม่ลดต้องตรวจเลือด เพราะหากตรวจวันนี้ก็ยังไม่ได้ผลที่ชัดเจน เพราะเพิ่งเป็นไข้ได้ 2 วัน วันนี้ให้ยาลดน้ำมูก แก้แพ้ ลดไข้ ฆ่าเชื้อและลดเสมหะ และอาการไอ กินยายากเหมือนเดิม สันนิษฐานว่าได้ยาไม่ครบ dose แล้วเชื้อคงสะสมมาตั้งแต่วันพุธ ทั้ง ๆ ที่ให้กินยากันไว้แล้ว ตลอดคืนนอนหลับไม่สนิทเพราะมีอาการไอเป็นระยะ ๆไม่ถ่าย ปัสสาวะน้อย

วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2551

วันนี้พ่อและแม่เฝ้าดูอาการของน้องช้างตลอดทั้งวัน วันนี้มีอาการไอที่รุนแรงมากขึ้นชนิดไอทีตัวโก่งไปเลย น่าสงสารน้องช้างมาก ๆ กินยาก็ยาก ข้าวไม่ค่อยกินแล้ว ยังเล่นได้บ้างแต่พอค่ำก็เริ่มเป็นไข้อีก อาการไอมีมากและถี่ขึ้น ไม่ถ่าย ปัสสาวะน้อย

ตั้งแต่คืนวันพุธถึงคืนวันเสาร์ แม่พยายามดูแลอาการป่วยของน้องช้าง โดยไม่คิดจะพาลูกไปรพ. ตอนดึกเลย เพราะเคยรู้สึกไม่ประทับใจกับหมอเวร เพราะไม่ได้เป็นหมอเด็ก ไม่ใช่หมอเฉพาะทาง ไปหาก็คงจะไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2551

6 โมงเช้า น้องช้างตัวร้อนมาก วัดไข้ได้ 39.8 เรารีบพาลูกไปโรงพยาบาล และในที่สุดวันนี้ก็ได้เจอหมอประจำของน้องช้างซักที ไปถึงคุณพยาบาลเช็ดตัวให้แล้วให้คุณหมอตรวจ คุณหมอวิธารเป็นคุณหมอเด็กที่เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจ ถือได้ว่าเป็นคุณหมอประจำตัวน้องช้างได้เลย เพราะตรวจรักษาเวลาที่ลูกป่วยตั้งแต่น้องช้างอายุได้เดือนนิด ๆ เรารู้สึกโล่งใจที่ได้พบคุณหมอ และเริ่มเล่าอาการทั้งหมดตั้งแต่วันพุธ ตลอดจนยาที่ได้รับด้วย เมื่อคุณหมอตรวจแล้ว ได้ผลว่าตอนนี้หลอดลมอักเสบ และเกรงว่าไวรัสจะเริ่มลงไปที่ปอด หัวใจเต้นเร็วและแรง ต้องให้ admit แล้วจะได้ดำเนินการรักษาและให้ยาฆ่าเชื้อ เพราะอยู่บ้านลูกทานยายากมาก

แต่คุณหมอก็บอกว่าไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่ (แม่ก็คิดว่าไม่น่าจะเป็นแบบนั้น เพราะเราให้ลูกฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่แล้ว) คุณหมออธิบายว่าไวรัสมีหลายสายพันธุ์ วัคซีนที่รับไปจะเป็นไวรัสตัว top เพียง 2-3 สายพันธุ์ที่พบบ่อย ณ ช่วงเวลานั้น ๆ เค้าก็จะนำมาทำเป็นวัคซีนเพื่อฉีดป้องกัน แต่มันก็ยังมีอีกเป็นสิบ ๆ สายพันธุ์ ซึ่งก็ทำให้ลูกมีอาการเป็นไข้หวัดได้เช่นกัน น้องช้างอาจจะโชคไม่ดีที่ไปเจอเชื้อไวรัสตัวไม่ฮิต แต่มีความรุนแรงพอที่จะทำให้เด็กไม่สบายได้ แล้วแม่ก็ protect ลูกไม่ได้ทุกอย่างจริง ๆ ต่อให้มีตังส์ซื้อวัคซีนแพง ๆ มาฉีด ก็ไม่ได้หมายความว่าลูกจะไม่เสี่ยง ก็ยังเสี่ยงอยู่ดี

หลังจากคุยกับคุณหมอเสร็จ พาน้องช้างขึ้นไปที่ชั้น 6 ซึ่งเป็นห้องพักผู้ป่วยใน ตอนนี้ลูกเริ่มงอแงมากขึ้นเพราะคุณพยาบาลพากันมารุม เช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า เจาะเลือด ใส่สายน้ำเกลือ กว่าจะเสร็จช่วงรับคนไข้ขึ้นเตียงก็กินเวลาเกือบชั่วโมง ไข้ขึ้นสูงตลอด มีลงบ้างแต่ก็ไม่ต่ำกว่า 38.6 ผลตรวจเลือดออกมาแล้วว่าเม็ดเลือดขาวสูงกว่าเม็ดเลือดแดง แต่ไม่ใช่ไข้เลือดออก แต่ก็เป็นเชื้อไวรัส คุณหมอเริ่มให้ยาฆ่าเชื้อผ่านสายน้ำเกลือ โดยแบ่งเป็น 4 dose เว้นช่วง dose ละ 12 hrs. และยาจะเริ่มออกฤทธิ์หลังจากร่างกายรับยาเข้าไปแล้ว 12 ชม. และต้องให้ครบ 4 dose ถึงจะรู้ว่ายาที่น้องรับไป สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้หมดรึป่าว หรือร่างกายน้องรับยานี้รึป่าว มันก็มีเรื่องให้เราลุ้นกันต่อ เพราะหากได้ยาครบแล้วแต่อาการไม่ดีขึ้น ก็ต้องเปลี่ยนยาและเริ่มนับ dose กันใหม่ ตลอดคืนวันอาทิตย์ทั้งคืน คุณพยาบาลจะเวียนมาเช็ดตัว ป้อนยา เหน็บยาลดไข้ วนเวียนอยู่อย่างนี้จนเช้า สำหรับน้องช้าง คืนนี้เป็นคืนที่ลูกทรมานมากที่สุด น่าสงสาร นอนร้องไห้ละเมอและระแวงคุณพยาบาลตลอดเวลา แต่ในที่สุดเราก็ผ่านคืนโหดร้ายนี้มาได้

วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2551



เช้าวันนี้ลูกตื่นมาหน้าตาสดชื่นขึ้น ยังมีไข้ต่ำ ๆ แต่ไม่ซึม เริ่มยิ้มได้แล้ว พูดกับแม่มากขึ้น แต่ตาบวมมาก ๆ เพราะเมื่อวานตั้งแต่ admit ร้องไห้ตลอด ยังมีสายน้ำเกลืออยู่ที่แขน น้องช้างตื่นได้ซักพักก็บอกว่าหิวข้าว หลังจากที่แม่ไม่ได้ยินประโยคนี้มาหลายวันตั้งแต่ช้างป่วย อาหารเช้านี้ก็เลยเอาใจเด็ก ด้วยแพนเค้กกับน้ำเชื่อมเมเบิ้ล Oomlatte ไส้กรอก และน้ำส้มคั้น ลูกกินได้เยอะมาก แถมบอกว่าอร่อย ช้างชอบ กินน้ำส้มได้เกินครึ่งแก้ว เริ่มดื่มน้ำเยอะขึ้น 10 โมงเช้า คุณหมอก็มาตรวจ เจอน้องช้างกำลังออกมาซนที่มุมเครื่องเล่น ผลตรวจวันนี้หัวใจเต้นดีขึ้นเป็นปกติ น้ำมูกเริ่มข้นและมีอาการคัดจมูก หายใจไม่คล่อง ไข้ต่ำ ๆ ยังมีอยู่ระหว่าง 38.5-38.9 ปอดเริ่มดีขึ้น หลอดลมยังอักเสบอยู่ แสดงว่ายาฆ่าเชื้อเริ่มออกฤทธิ์และค่อนข้างได้ผล วันนี้คุณหมอสั่งพ่นยาจะได้หายใจสะดวกขึ้น แต่ต้องพ่นห่างกัน 4 hrs. ต่อครั้ง จำนวน 4 ครั้ง และให้ยาระบายอ่อน ๆ ด้วยจะได้ถ่ายได้ ส่วนยาฆ่าเชื้อต้องรับต่ออีก 2 doseให้ครบ หากได้ยาครบแล้ว พรุ่งนี้อาการดีขึ้นกว่าวันนี้อีก ก็จะกลับบ้านได้แล้ว แต่ตอนนี้คุณหมอบอกให้เอาสายน้ำเกลือออกได้แล้ว เพราะเห็นแววเริ่มซนออกแระ แต่ก็ยังให้เข็มน้ำเกลือแทงค้างไว้ที่มือก่อนเพราะยังต้องให้ยาฆ่าเชื้อที่เหลืออีก 2 dose พอถอดสายน้ำเกลือ ช้างก็อารมณ์ดีขึ้น สรุปว่าได้น้ำเกลือกไปเกือบ 2 กระปุก คืนนี้ลูกนอนหลับได้สนิทขึ้น แต่ก็ยังมีอาการไอแรง ๆ บ้างเป็นบางครั้ง แต่ไม่ถี่เหมือนหลายวันที่ผ่านมา มีขอดูการ์ตูนก่อนนอน กินนมได้มากขึ้น โดยรวมอาการดีขึ้น แต่เรื่องพ่นยาเป็นอะไรที่น่าสงสารลูกมาก ช้างไม่ชอบเลยเพราะเสียงดัง เวลาที่คุณพยาบาลมาพ่นยา ลูกจะร้องไห้ ดิ้นและต่อต้านสุดแรง ขนาดช่วยกันจับตัวไว้ 3 คนยังจับไม่อยู่ สงสารลูกแต่แม่ก็ต้องทำใจให้คุณพยาบาลพ่นยาให้เสร็จและครบตามจำนวนครั้ง



วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2551



เช้าวันนี้ลูกตื่นมาเพราะปวดท้องอึ ไม่มีไข้แล้ว อาการดีขึ้นมาก น้ำมูกลดลง เหลือแต่อาการไอ พ่อปอนด์พาไปเดินเล่นที่สวนชั้น 5 มีแรงวิ่งเล่นทั่ว floor ทักทายคุณพยาบาลคนนั้นคนนี้ได้แล้ว จนคุณพยาบาลแซวว่าวันนี้น้องช้างซนได้แล้ว เด๋วก็กลับบ้านแล้ว ส่วนอาหารเช้าของเด็กป่วยวันนี้เป็น club sanwich ham & cheese, chicken soup, ขนมปังกับแยมและน้ำส้มคั้น น้องช้างทานได้เยอะ ซักพักคุณหมอกก็มาตรวจพอดี เห็นน้องช้างกินได้เยอะเลยบอกให้กินเสร็จแล้ว เปลี่ยนเสื้อผ้ากลับบ้านดีกว่า กินเก่งขนาดนี้ไม่ป่วยแล้ว ส่วนช้างก็บอกหมอว่าเด๋วก็กลับบ้านแล้ว ผลตรวจวันนี้หลังจากที่ได้รับยาฆ่าเชื้อครบ dose พ่นยาครบ น้องช้างดีขึ้นมาก ปอดเป็นปกติ หัวใจเต้นปกติ คอไม่ค่อยแดงแล้ว อาการอักเสบของหลอดลมดีขึ้นมาก ถ่ายได้แล้ว กินน้ำและนมได้เยอะเป็นที่น่าพอใจ คงเหลือแต่อาการไอที่จะต้องใช้เวลา แล้วจะค่อย ๆ หายสนิทไปเองในที่สุด สรุปว่าวันนี้ลูกก็ได้กลับบ้าน ไม่ต้องนอนที่โรงพยาบาลแล้ว แต่ได้ยาฆ่าเชื้อที่จะต้องกลับมากินให้หมดอีก 1 ขวด

และน้องช้างก็ผ่านช่วงเวลาที่เจ็บป่วยนี้ไปได้ในที่สุด และอาจเป็นโชคดีของลูกที่ยาฆ่าเชื้อที่ให้ไปมันถูกกับโรคที่เป็นอยู่ ไม่อย่างนั้นเราต้องมาเริ่มเปลี่ยนยานับ dose กันใหม่แน่เลย

ตั้งแต่น้องช้างลืมตาดูโลก ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ลูกต้องมานอนทักรักษาตัวในโรงพยาบาล และประกอบกับเพิ่งไปโรงเรียนได้แค่ 3 วันก็ป่วยหนักขนาดนี้แล้ว ทำให้แม่ต้องกลับมาคิดว่า สาเหตุเป็นเพราะอะไร อากาศเปลี่ยน แม่เลี้ยงช้าง protect มากเกินไปรึป่าว ไม่ได้เลี้ยงแบบลุย ๆ พอถึงวันที่ลูกต้องออกไปใช้ชีวิตอยู่นอกบ้าน ต้องเข้าสังคม ต้องไปเจอกับเชื้อสารพัด มากมายที่มองไม่เห็น เลยทำให้ลูกปรับตัวไม่ทันและติดเชื้อในที่สุด แต่จะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม วันนี้น้องช้างของแม่หายป่วยแล้ว กลับมาเป็นช้างคนเดิม ป่วน ซน ซ่าส์ได้เหมือนเดิม เท่านี้แหละที่แม่ต้องการ

รักช้างต้นมากมาย / แม่ทัชจ้ะ ^_^




Create Date : 06 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2551 14:42:19 น. 2 comments
Counter : 971 Pageviews.

 
ดีใจด้วยค่า ขอให้แข็งแรงเร็วๆนะคะ


โดย: โยเกิตมะนาว วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:18:51:35 น.  

 
หายดีแล้วใช่มั๊ยหลานน้า รักษาสุขภาพมากๆ น๊า ช่วงนี้อากาศเริ่มเปลี่ยนเป็นลมหนาวแล้ว


โดย: จ๊ะเอ๋(แม่น้องทอ) IP: 124.122.137.43 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:21:44:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

angel-touch
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Welcome to our love Blog...ดีใจจังที่แวะมาทักทายกัน ^_^ ทัชและน้องช้างต้น

pk12th

Friends' blogs
[Add angel-touch's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.